จัดหนักเมียเด็ก

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : เมียพี่มีชู้


ตอนต่อไป

1

เมียพี่มีชู้

 

 

 

 

 

“เมียจ๋า...พี่มาแล้วจ้า”

น้ำเสียงแจ่มใสเริงร่าดังมาก่อนตัว ร่างสูงบึกบึนในชุดเสื้อเชิร์ตกางเกงยีนส์มอมฝุ่นก้าวเข้ามาในบ้านไม้สักทองสองชั้นหลังใหญ่ สองมือประคองทานตะวันก้านยาวดอกโตที่แวะตัดมาเสียหลายดอกเพื่อเอาใจเมียรักเป็นพิเศษ

ตั้งแต่แต่งงานกันมาเมื่อห้าหกเดือนก่อน ที่ดินส่วนหนึ่งในไร่ภูตะวัน ก็แปรเปลี่ยนเป็นแปลงดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ที่ตอนนี้กำลังแข่งขันกันบานสะพรั่งออกดอกอวดสี

จากไร่ที่เคยทึมๆ ทึบๆ มัวซัวของเขา บัดนี้เต็มไปด้วยสีสันสดใสมีชีวิตชีวา เหมือนชีวิตฟ้าหลังฝนของเขาไม่มีผิด

เมียเด็ก...ที่ได้มาจะว่าด้วยความตั้งใจก็ไม่เต็มร้อย จะเรียกว่าบังเอิญก็ไม่เต็มปาก เอาเป็นว่า โชคชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้ปุ๊บปั๊บรับโชค ได้เมียใหม่แสนเซ็กซี่ดีกรีดารามาเป็นดาวประดับใจ มาเป็นขวัญของไร่ และมาให้แสงสว่างในชีวิต

หากเปรียบผู้หญิงเป็นดอกไม้

เมวิกาก็คงเป็นดั่งดอกทานตะวัน ที่ให้สีสันเหลืองอร่ามงามตาสดใส ทั้งยังกล้าหาญบานแฉ่งสู้แสงตะวัน อย่างไม่อนาทรต่อความร้อนแรงแม้แต่นิดเดียว

เธอคือสีสันและสวยงามในชีวิตของเขา  ด้วยความอ่อนเยาว์ อ่อนหวานปนน่ารักเซ็กซี่ ที่แม้บางทีจะดุดันปานแม่เสือสาว แต่ทุกอย่างที่หล่อหลอมรวมกันเป็นเธอคนนี้ ก็สยบผู้ชายดิบเถื่อนให้ยอมหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบใต้ฝ่าเท้าเล็กๆ คู่นั้นอย่างศิโรราบ

ตั้งแต่เช้าขึ้นมาลืมตาตื่น เธอบีบยาสีฟันไว้รอท่าจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ใส่เสร็จสรรพ จัดการธุระเสร็จเดินลงมาชั้นล่าง บ้านทั้งบ้านก็หอมกรุ่นอวลอุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟ และอาหารเช้า ตอน กลางวันติดพันงานงานในไร่ ก็จะมีปิ่นโตอาหารเลิศรสเพิ่มพลังกายพลังใจไปส่งให้ถึงที่ ตกเย็นย่ำค่ำลงเลิกงานกลับบ้านมาเหนื่อยๆ ก็มีน้ำเย็น ผ้าเย็นหอมโคโลญจ์เตรียมไว้รอให้ชื่นใจ

เรียกได้ว่าเมียเด็กอย่างเมวิกา เข้ามาเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเขา จากอุ้งเท้าพลิกเป็นฝ่ามือเลยทีเดียว

แต่วันนี้น่าแปลกใจนัก ที่ตะโกนเรียกไปหลายครั้งเมียรักก็ยังไม่โผล่หน้าออกมารับเช่นทุกวัน

“เรื่องของเรามันจบไปแล้วนะคะรัจ...ตอนนี้เมแต่งงานแล้ว”

เสียงเมียที่แว่วมาเข้าหู หยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปใกล้ห้องครัว

“เมรักเขาหรือ? เมรักผู้ชายคนนั้นหรือ?”

บ๊ะ! ไอ้บ้านี่ ไม่รักกันใครเขาจะมาแต่งงานด้วย

แต่กลับไม่มีเสียงตอบจากเมียรัก ความเงียบงันนั้นมันช่างกระตุกหัวใจให้เจ็บจึ๊กจริงๆ

“แค่บอกมาว่าเมรักเขา ผมก็จะไม่เซ้าซี้อะไรอีกเลย”

“พอเถอะรัจ ตอนนี้มันสายไปแล้ว เมเป็นเมียคุณนาทเขาไปแล้ว”

“ผมไม่สนหรอกว่าเมจะเป็นอะไรของใคร ตอบมาสิ ถ้าเมรักเขาผมจะไปจากที่นี่ ไปจากตรงนี้ทันที และจะไม่กลับมาให้เมเห็นหน้าอีก”

หัวใจที่คล้ายถูกกระชากจากอกเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เพราะไม่มีสักคำที่เมียเขาจะปฏิเสธยืนยันให้ไอ้หมอนั่นมันเข้าใจและไปให้พ้นๆ จากที่นี่เสียที

“อย่าบังคับกันได้ไหม? จะให้เมพูดโกหกทำไมกัน?”

โกหก?

ถ้าการพูดว่าเธอรักเขา คือ คำโกหก...มันก็แปลว่า เธอไม่ได้รักเขาอย่างนั้นเหรอ?

ไม่ได้รัก...ทั้งที่แต่งงานกันมาตั้งห้าหกเดือน

ไม่ได้รัก...ทั้งที่อยู่ด้วยกันทุกวัน มีอะไรกันทุกคืน

ไม่ได้รัก...แต่เอากันดุเด็ดเผ็ดร้อนเลือดพล่าน รีดแรงเขาทุกหยาดหยดจนหมดแรงข้าวต้มทุกวี่วัน

ที่ทำไปทั้งหมดนั่น ไม่ได้รักกัน...อย่างนั้นเหรอ?

หน้าอกข้างซ้ายมันเจ็บแปล่บขึ้นมา เกิดอาการหายใจติดๆ ขัดๆ นัยน์ตามันลายพร่า ขณะก้าวเท้าเข้าไปหาชายหญิงทั้งคู่...เพื่อจะไปดูให้เห็นกับตา หลังจากได้ยินมาเต็มสองหู

“พูดมาสิเม ผมอยากฟังจากปากเม แล้วผมจะไป”

“รัจอยากฟังอะไร?”

“ความรู้สึกที่แท้จริงของเมไง”

“เออ...ใช่ เมไม่ได้รักเขา...เมไม่ได้รักคุณนาท แต่เมรักรัจ เมรักรัจได้ยินไหม...ได้ยินไหม”

โอ้! คำพูดฟังเหมือนจะธรรมดา แต่ทำไมช่างมีพลานุภาพทะลุทะลวงบาดลึกเข้ามาถึงหัวจิตหัวใจ เขาคล้ายถูกกระซวก จ้วงแทงด้วยมีดแหลมคม ความเจ็บปวดที่ยากจะอธิบายกำลังแผ่ซ่านกำจายไปทุกอณูเซลล์ในร่างกายจนอดรนทนต่อไปไม่ได้

ดอกไม้ในมือถูกทุ่มกระจายลงกับพื้น สองเท้าก้าวสามขุมเข้าไปหาผู้หญิงผู้ชายน่าไม่อายที่กำลังกอดกันกลมดิกอยู่ในบ้านเขา

หญิงชั่วกับชายโฉด มีที่ตั้งมากมายให้แอบไปนัดแนะพบกัน...ที่ไหนก็ได้ แต่ทำไมกลับเลือกพากันเข้ามาเหยียบย่ำหัวใจถึงในบ้านเขาด้วย

“เมวิกา” เสียงตะคอกดังปานฟ้าผ่า เนื้อตัวของเขายามนี้สั่นเทิ้ม มันโกรธ มันโมโห มันเจ็บปวดหัวใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อถูกเมียวัยละอ่อนสวมเขาให้ ใต้จมูกของตัวเอง

หญิงชั่วชายโฉดผละออกจากกันด้วยความตกใจใบหน้าตระหนกตกตื่น

“คุณนาท ทำไมวันนี้กลับเร็วคะ?”

“ก็ลองว่าฉันกลับมาช้ากว่านี้ คงไม่ได้เห็นว่าลับหลังแล้ว เมียที่ฉันรักสุดหัวใจ กำลังสวมเขาให้กันอย่างนี้”

“คุณนาทเมขอโทษ” เจ้าหล่อนยกมือไม้สั่นเทาขึ้นมาไหว้เขาพร้อมกับน้ำตาคลอ

“แต่เมรักโสรัจ  เมรักเขามานาน รักมาก่อนคุณ”

คำสารภาพนั่นไม่ทำให้เขาใจอ่อนลง หรือเห็นอกเห็นใจ ตรงกันข้าม ความโกรธเกรี้ยวที่มี ยิ่งคุโครมโหมเพิ่ม ไม่ต่างจากเทน้ำมันราดลงกองไฟที่กำลังลุกโรจน์โชนช่วง

“ใช่...ผมกับเมรักกัน...เรารักกันมานาน รักกันมาก่อนที่เมเขาจะมาแต่งงานกับคุณ”

สองมือของเขากำแน่น สั่นเทิ้มไปหมด ดวงตาลุกโพลง ในตัวร้อนรุ่มปานจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

“ได้โปรดปล่อยเราสองคนไปเถอะ”

“ปล่อยเหรอ?...ปล่อยพวกมึงสองคนไปเสวยสุขกันอย่างนั้นเหรอ?” ถามออกไปด้วยหัวใจที่สั่นพร่า ปานว่าจะหลุดออกมาทั้งยวง

“มันไม่มีประโยชน์ที่คุณจะรั้งเธอเอาไว้ ในเมื่อเมไม่ได้รักคุณ” ไอ้ดาราหน้าอ่อนที่ชื่อโสรัจประกาศตอกย้ำคำที่เป็นยิ่งกว่าเอาตะปูเล่มเขื่องมาตอกลิ่มทิ่มหัวใจให้เจ็บจนแทบกระอักเลือดออกมา

“ปล่อยเมไปเถอะนะคะคุณนาท เมไม่ได้รักคุณ” คำพูดบีบหัวใจมีอานุภาพยิ่งกว่าหอกดาบ ที่ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังช่วยกันกระหน่ำห้ำหั่นฟาดฟันหัวใจของเขาขาดวิ่นรุ่งริ่ง

“ไม่รักงั้นเหรอ?...ไม่รัก แล้วที่ผ่านมาล่ะ เห็นกูเป็นอะไร?”


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha