จัดหนักเมียเด็ก

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : อ้อนเมีย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

5

อ้อนเมีย

 

 

 

 

“หื้อ...คุณนาทไม่เอาสิ...อย่าค่ะ...อย่า...ไม่เอา...ไม่เอ๊า...” ร้องลั่นเสียงหลงยังไง ก็ดูเหมือนคนหื่นจะไม่ยอมง่ายๆ

ไม่ว่าจะร้องจะดิ้นวี้ดว้าย สุดท้ายก็ถูกเขาฟัดหอมเสียจนพอใจ ก่อนจะปล่อยให้เธอลงยืนอีกครั้ง เมื่อมาถึงรถจี๊ป

เมวิกาหน้าง้ำหน้างอเข้าใส่

“ผัวหอมแค่นี้ก็ไม่ได้” เขาพ้อ ขณะโดดขึ้นที่นั่งคนขับ

“เดี๋ยวไข้ก็ติดเมไปด้วยหรอกค่ะ” ก้าวขาขึ้นรถตามมา

“แค่นี้ ทำมารังเกียจผัว” เขาทำหน้ายู่ บิดกุญแจสตาร์ทรถก่อนจะขับกลับบ้าน

“ไม่ได้รังเกียจค่ะ แต่ถ้าเมติดไข้คุณนาทอีกคน แล้วใครจะดูแลคุณนาทล่ะคะที่นี้”

พอฟังเหตุผลของคนงอน ก็ยิ้มแก้มปริ

“เมียน่ารัก”

“แล้วรักเมียไหมคะ?”

“รักมาก”

“เมียคนไหน?” เสียงเข้มถาม

“ก็มีอยู่คนเดียว”

“ชื่ออะไร?”

“เมจ๋า...ใครจะจำชื่อเมียตัวเองไม่ได้”

“จำได้ก็พูดออกมาสิคะ?”

“เมียผมชื่อเมจ่ะ...เมวิกา...ขี้หึงที่สุดในโลก”

“ดีมาก...ท่องไปนะจะได้ไม่ลืมชื่อ” หล่อนค้อนขวับ ยังอดคิดไปถึงวีรกรรมร้านคาราโอเกะเจ๊วรรณของเขาไม่ได้ คิดขึ้นมาทีไรก็อารมณ์เสียทุกทีสิน่า

“มีเมียเด็กนี่ขี้หึงชะมัด”

“รู้ก็ดีค่ะ...ทำตัวดีๆ ด้วย อย่านอกลู่นอกทางเชียว ไม่งั้นจะเฉือนแล้วสับเป็นหมูบ่ะช่อเลย คอยดู” เมวิกายกมือขึ้นกอดอก ทำหน้าตาขึงขังข่มขู่

“ห๊า! อะไรนะ? จู๋บ่ะช่อเหรอ?” เขาทำตาโต ร้องตะโกนดังลั่นขึ้นมา

คนได้ยินคำพูดผิดหูหันขวับมามอง เขาก็ทำหน้าตาขนลุกขนพองเข้าใส่

“อูย...กลัวชะมัด...จู๋บ่ะช่อ...จู๋บ่ะช่อ...เมียพี่โหดได้ใจ”

“บ้า...คุณนาท พูดจาน่าเกลียด” ก่อนจะกลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน ดูสินับวันเธอกับเขาก็พูดจาสองแง่สามง่ามรับลูกกันได้อย่างรู้อกรู้ใจ

รถจี๊ปแล่นฉิวมาตามทางในไร่ ผ่านแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แปลงผักนานาชนิด กระทั่งมาถึงแปลงดอกไม้ ภูวนาทก็หักพวงมาลัยลงข้างทางแล้วจอดรถ

“จะทำอะไรคะคุณนาท?” หันไปถาม

“เอาใจเมีย” คำตอบที่ได้กลับมา พร้อมกับสายตาไม่น่าไว้ใจ และรอยยิ้มที่แต้มมุมปาก ทำให้เธอเผลอกระถดถอยออกมา พร้อมกับสั่นหน้าดิก

“ไม่ค่ะ...ตรงนี้ไม่ได้” มีอะไรกันบนรถไม่น่าจะสบายตัว เพราะนี่มันเป็นรถจี๊ปแบบสมบุกสมบันงานหนัก แถมตรงนี้ยังเป็นเส้นทางสัญจรไปมา แม้จะเวลาเย็นย่ำค่ำแล้วก็เหอะ จะแน่ใจได้ยังไงว่า จะไม่มีใครผ่านมาเห็นเธอกับเขาเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะกันไม่อายผีสางเทวดาฟ้าดิน

“ตรงนี้แหละ...เหมาะที่สุดแล้ว” เขาผงกหน้ายืนยัน พร้อมกับทำหน้าตาจริงจังขึงขัง

เมวิกาสั่นหน้าไปมาไม่ยินยอมเด็ดขาด

“อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแล้วนะคะ” หล่อนว่า เหลียวหน้ามองซ้ายมองขวาที่เวลานี้ ตะวันคล้อยต่ำลง แสงเรื่อเรืองสุดท้ายของวันกำลังจะถูกกินกลืนด้วยความมืดของคืนค่ำที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

“เดี๋ยวใครผ่านมาเห็น อายเค้า” หล่อนว่า หันมาทำตาปริบๆ

“อายอะไร...ก็แค่ผมจะตัดดอกไม้ให้เมีย” ว่าพร้อมกับเลิกคิ้วสูง เหมือนจะย้ำถามว่าทำไมต้องอาย

“ตัดดอกไม?” ทวนคำพูดของเขา

“ใช่...ดูสิแปลงดอกของเมียบานเต็มเลย ตั้งใจปลูกไว้ให้เมียนะเนี่ย” หันมาพูดพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจล้นเหลือกับผลงานของตัวเอง

เมวิกาถอนใจพรวด เม้มปากแน่น ค้อนคนที่ททำให้เข้าใจผิดไปเสียใหญ่โต

“เมียชอบไหม?”

“ช้อบบบบบ....ชอบมากค่ะ” เธอลากเสียงยาว ก่อนจะยื่นมือไปหยิกแก้มคนยิ้มแป้นแล้น

“ดีจ๊ะ...งั้นรอเดี๋ยวนะ...เดี๋ยวผมมา” ว่าแล้วก็กระโดดลงจากรถจี๊ปไป อ้อมไปคว้าเอากรรไกรตัดกิ่งจากด้านหลังรถลงไปตัดดอกทานตะวันในแปลง

เมวิกาค้อนขวับตามหน้ายุ่งหน้ายู่ นี่กระมังที่เขาเป็นผัวเป็นเมียแล้ว ก็เปรียบเหมือนคนคนเดียวกัน เธอถึงได้ก็ซึมซับความหื่นแถมยังทะลึ่งตึงตังมาจากเขามาไม่น้อยทีเดียว

สายลมยามเย็นพัดโชยชายมาต้องผิวเนื้อ บรรยากาศในไร่ภูตะวันยามเย็นย่ำใกล้ค่ำ ให้ความรู้สึกเงียบเหงา พิกล

ตั้งแต่ลืมตาตื่นมา เธอมีกิจกรรมแม่บ้านให้ทำทั้งวัน พอเสร็จงานก็มีนิยายให้อ่าน มีเพลงให้ฟัง ดูทีวีบ้าง เล่นอินเตอร์เน็ตบ้างเพลิดเพลิน แต่เมื่อตะวันคล้อยต่ำลงดินแล้ว หากภูวนาทยังไม่กลับบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของไร่ เธอต้องไปตามจิกเขาให้กลับบ้าน

ชีวิตคู่ตัวผัวเมีย เริ่มกลายมาเป็นความเคยชินที่จะต้องกินข้าวด้วยกัน นอนดูทีวีด้วยกัน อยู่ด้วยกัน และทำกิจกรรมก่อนนอนอย่างขาดไม่ได้...เรียกว่าครบทุกหน้าที่

คิดแล้วก็อมยิ้มแก้มตุ่ย

ตั้งแต่แต่งงานกันมา ถ้าไม่นับวันแดงเดือดแล้ว ไม่เคยมีคืนไหน ที่ภูวนาทขาดส่งการบ้านเลย

เขาเป็นคนสม่ำเสมอไม่พอ ยังมีจัดแถมนอกรอบอยู่บ่อยๆ และนั่นก็ทำให้เธอพลอยลุ้นอย่างตื่นเต้นไปด้วยว่า เวลาไหน สถานที่ไหน ที่สามีจะหื่นขึ้นหน้าต้องการเธอ

การเป็นผัวเมียกันมากว่าครึ่งปี ทำให้เมวิการับมือเรื่องนั้นได้ดีขึ้น จากที่ไม่เป็นเลย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หากภูวนาทก็ไม่เลยปล่อยปละละเลยที่จะฝึกปรือวิชาให้เธอ จนตอนนี้น่าจะเก่งเทียบชั้นขั้นปริญญาเอกแล้วกระมัง

ทำงานมาทั้งวัน คุณนาทไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคะ?

มีเมียเด็ก เหนื่อยไม่ได้หรอก

และเขาก็ฟิตจัดชัดเจน เช่นเดียวกับหื่นจัดชัดเจน เรื่องบนเตียงที่ไม่ได้จำกัดแค่บนเตียง จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำวันในชีวิตเธอไปโดยปริยาย

ไม่นานนัก พ่อคนบ้าพลังก็กลับมาขึ้นรถ พร้อมกับทานตะวันหอบใหญ่ในอ้อมแขน

“ตัดมาทำไมตั้งเยอะแยะคะ”

“มันสวยดี...เลยตัดมาบรรณาการเมีย” ยิ้มแฉ่งเอาหน้า

“ให้มันอยู่บนต้นก็สวยดีอยู่แล้วค่ะ ไม่เห็นต้องตัดมาเยอะขนาดนี้เลย”

“ตัดมาให้เท่ากับที่รักเมีย”

“รักเมียแค่นี้เนี้ย...หอบเดียว?” ถามเสียงสูง

“จะเอาอีกไหมล่ะ? ผมจะลงไปตัดให้ทั้งไร่ยังได้”

เธอเหยียดยิ้มมองค้อนคนประชด แต่ก็โกรธไม่ลง เพราะรู้ว่าแปลงดอกไม้นี้สามีตั้งใจปลูกให้เธอโดยเฉพาะหลังจากแต่งงานกัน

“วันหลัง ดอกเดียวก็พอนะคะ ปล่อยมันสวยอยู่กับต้นดีแล้ว” หล่อนว่า มองกลีบดอกสีเหลืองอร่ามตัดกับก้านใบสีเขียวเข้มอย่างชื่นชม

ดอกไม้กับผู้หญิงเป็นของคู่กันนี่นา หล่อนเองก็ชอบดอกไม้ไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ

“คงไม่ได้” คนที่ขับรถแล่นฉิวออกไปอีกครั้งพูดขึ้นมา สายตาจับจ้องมอทางข้างหน้า

เมวิกาหันไปมองหน้าเขา อย่างอยากฟังเหตุผล

“เมก็รู้นี่ว่า...พี่นะ ชอบจัดให้เอาใจเมียหลายๆ ดอก ไม่ว่านอกบ้านหรือในบ้าน”

คำพูดสองแง่สามง่าม พร้อมกับสายตาแพรวพราววาวระยิบระยับเป็นประกายที่หันมาทอดทอยามมองเธอ ทำเอาเมวิกาชะงักค้าง หน้าแดงซ่าน

ภูวนาทหัวเราะร่วน ชอบนักที่จะเห็นเมียของเขาขัดเขินกระดากอายเพราะมันคือเสน่ห์ของผู้หญิง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha