จอมมารพรางใจรัก

โดย: trysreerung



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : บทลงโทษ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สาม--- จูบลงโทษ

ตรงลานจอดรถสุรีย์ฉายเดินใจลอย ถึงมอเตอร์ไซด์สีดำคู่ใจซึ่งจอดห่างรถคันหรูหลายต่อหลายคันอยู่ในมุมมืด หญิงสาวมองซ้ายขวาก่อนจะล้วงกุญแจรถจากกระเป๋าที่สะพาย มือบางไปโดนเงินที่ได้มารีบปิดกระเป๋า เปิดตรงใต้เบาะนั่งรถหยิบเสื้อเจ๊กเก็ทมาสวมอีกตัว ไม่ลืมเปลี่ยนรองเท้าเป็นผ้าใบเก่าๆ

ติด ติด ติด เสียงมือถือดัง หยุดมือที่จะสตาร์ทล้วงกระเป๋าอีกรอบ เห็นเป็นเบอร์ป้าแก้วที่จ้างดูแลหลานรีบกดรับสาย “ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ยายหนูของฉายร้องไห้ไม่หยุดเลย ป้าเลยโทรมา” ปลายสายร้อนรน มีเสียงเด็กแผดเสียงร้องไห้ไม่ขาด สุรีย์ฉายเข่าอ่อน หัวใจกังวล ยายหนู ยายหนูของแม่

“นานหรือยังป้า ป้าดูให้หน่อยสิคะเป็นอะไร ตัวร้อนหรือเปล่า” ร่างบางเดินห่างจากรถ

 “ก็สบายดีนะแต่นอนหลับเมื่อครู่จู่ๆ ก็ร้องใหญ่ ฉายรีบมาได้ไหม”

“ได้ ได้ฉายจะรีบไปแต่ถ้ายายหนูยังร้องป้าช่วยพาไปหาหมอแล้วติดต่อฉายมาได้ไหมว่าที่ไหน รีบๆ เลยนะป้า ช่วยหน่อยฉายจะจ่ายเงินเพิ่มให้นะคะ คลินิกใกล้ที่สุดก็ได้”

“ได้ ได้ ถ้าอย่างนั้นไปเลยนะป้าไม่ต้องรอฉาย”

เป็นอันเข้าใจว่าพาหลานเธอไปโรงพยาบาลหรือคลินิก สุรีย์ฉายอุ้มหมวกกันน็อกวิ่งไปโบกมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แต่คิดได้ลืมกุญแจรถจึงวิ่งกลับมาอีกครั้ง

“ว้าย!” เธอร้องเสียงดังเมื่อชนบางอย่างเข้า

“เธอบังเอิญหรือตั้งใจกันแน่ซบอกฉันหลายครั้งแล้วนะคืนนี้ หรือติดใจเศรษฐีอย่างฉันไปไม่ลง”

สุรีย์ฉายแหงนหน้ามอง “คุณ” เจอกันอีกแล้ว จะตามมาทวงเงินหรือยังไงนะ! เรื่องอื่นเธอไม่ได้ฟังเพราะจิตใจอยู่ที่ลูกเท่านั้น

“ใช่ฉันเอง ว่าไงที่ถาม ”

สุรีย์ฉายพยายามคิดที่เขาพูดนายปากมอม เกลียดขึ้นมาสวนกลับ

“แค่บังเอิญเท่านั้นน่าคุณ คิดได้ยังไงคะว่าฉันตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ” ว่าแล้วหญิงสาวเดินหลบเพราะรีบร้อน แต่ข้อมือบางโดนบีบ ร่างแน่งน้อยโดนร่างสูงดึงเข้าประชิดอกผึ่งผาย “จะให้เชื่อหรือไงเธออาจอยากเปลี่ยนใจตื้อฉันเมื่อเห็นว่าฉันไม่ใช่แขกกระเป๋าแฟบ ว่าไงกล้าทำกล้ายอมรับบางทีฉันอาจจะเปลี่ยนใจ หิ้วเธอก็ได้คืนนี้”

“คุณปล่อยนะ หยุดคิดไปเองได้ไหม ฉันรีบไป ปล่อย ” หญิงสาวดึงมือกลับแต่ร่างใหญ่ไม่ยอมปล่อยซ้ำกอดร่างเธอแทบจมอกกว้าง หญิงสาวตกใจปากสั่นระริก มือไม้สั่น “ปล่อยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” เธอขู่เขามองซ้ายขวา หน้าหลัง

“จะฝืนใจปิดปากที่ชอบโกหก หากเธอทำอย่างนั้น ร้องสิ ร้องเลยแม่คุณ” เรนยิ้มเยาะก่อนยกร่างบางแทบลอยจากพื้นส่งผลให้ริมฝีปากสีระเรื่อสั่นเทาใกล้ชิดกันแค่ลมหายใจกั้น เรนยิ้มเยาะกว่าเดิมเห็นคนในอ้อมกอดเงียบตัวสั่น  “ทำเป็นหวงจะบอกให้ ฉันแค่ขู่ไม่แตะปากเธอให้เป็นเสนียดหรอก เกรดต่ำๆ อย่าหวังว่าฉันจะมอง จะได้แตะตัวฉัน แตะปากฉัน”

สุรีย์ฉายผลักร่างสูงสุดแรงกำลังแต่ไม่ได้ผลเธอจึงทำใจกล้ายื่นริมฝีปากจนแตะปากได้รูป บอกว่ารังเกียจฉะนั้นเขาก็ต้องปล่อยเธอ “นี่แนะไอ้คนบ้าไม่อยากแตะนักหรอกอยากเตะมากกว่า”

            เรนชะงัก “กล้าท้าฉันเหรอ” ร่างใหญ่รั้งเอวคอดแน่นกว่าเดิม

“อื้อ ปล่อยนะไหนว่ารังเกียจนักก็ปล่อยฉันสิ” สุรีย์ฉายดิ้นรนหนี ไหนว่ารังเกียจทำไมยังกอดอีกนะตาบ้านี่

“ลืมบอกไปจูบเพราะเต็มใจฉันไม่ทำ แต่ลงโทษน่ะฉันทำได้เหมือนกันถ้าไม่พอใจ”

สุรีย์ฉายตกใจ กลายเป็นแบบนี้เสียได้

เรนไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นก้มใบหนาบดขยี้ริมฝีปากสวยทันที ร่างนิ่มดิ้นหนีชายหนุ่มพยายามบังคับใช้ความช่ำชองจนเธอยอมเปิดปากให้เขามอบบทลงโทษ สำเร็จ ได้ดั่งใจก็ผลักไสเธอออกห่าง “เป็นไง” ถามน้ำเสียงเยาะ “เคลิ้มเชียว อยากอีกไหม”

“คุณคนบ้า ฉวยโอกาสใครเคลิ้มย่ะ” สุรีย์ฉายหน้าแดง

“คนบ้าที่ไหนจะจูบดุเดือดขนาดนี้ จะว่ากันไม่ได้นะโอกาสนี้เธอสร้างขึ้นมาเพราะต้องการเองไม่ใช่หรือไง”

“พูดเพ้อจริงๆ คุณนี่ ขออย่าเจอกันอีกเลยนะ ฉันเกลียดคุณ ผู้ชายฉวยโอกาส” คนโดนจูบยกมือลูบน้ำตาที่ซึมอยู่หางตาออกมาโดยไม่รู้ตัว  

น้ำตานั้นทำให้เรนเลิกตอแยมองตามร่างเล็กที่วิ่งจากไปสุดสายตาเขานี่นะฉวยโอกาส ได้เงินไปขนาดนั้น แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำยายแคระเอ้ย!

นั่งรถสุรีย์ฉายกำมือถือแน่น ไม่มองกลับข้างหลังแม้ใจอยากทำอย่างนั้น มือเล็กวุ่นกับการโทรหาป้าแก้ว ฝ่ายนั้นไม่รับสายจึงเป็นฝ่ายรอด้วยใจจดจ่อ น้ำตาไหลออกมาด้วยความเป็นห่วงหลาน ยายหนูอย่าเป็นอะไรไปนะ แม่กำลังไปแล้ว ได้โปรดเถอะ อ้อนวอน ภาวนา และหวนคิดถึงพี่สาวขึ้นมา

 “พี่จันทร์ พี่เป็นอะไร พี่เป็นอะไรจ๊ะ” สุรีย์ฉายกอดจันทร์ฉายแน่นเมื่อพี่สาวผู้อ่อนหวานเอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมพูดจากับเธอแม้ร้องเรียกซักถามแต่เมื่อเอ่ยขึ้นก็ทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิม

“พี่อยากตายฉาย พี่ไม่เหลืออะไรแล้วไม่เหลือ”

“อะไรกันมีอะไรคุยกันก่อน อย่าร้องไห้ หยุดก่อนนะพี่ ”

“ไม่มีอะไรจะคุย ไม่มีทางแก้อีกแล้วฉาย ฉายฟังนะ พี่ท้อง พี่กำลังตั้งท้อง…!

สุรีย์ฉายตะลึง

“พี่ว่าอะไร หรือเป็น เป็น คุณธรเหรอ

“ฮือ ฮือ ไม่ใช่ ตอนนี้คุณชีวาธรเขาขอเลิกกับพี่แล้ว เขารังเกียจพี่แล้วฉายเขาขยะแขยงพี่”

“พี่จันทร์ ไม่จริงใช่ไหมเขารักพี่จันทร์นิ พี่สองคนกำลังไปกันได้ดีไม่ใช่เหรอจ๊ะ” น้องสาวครางเสียงแผ่วไม่อยากคิดพี่สาวผู้เรียบร้อยอ่อนหวานจะมีหัวใจถึงสองดวงเสียเอง

“พี่โดนรังแก พี่โดนแกล้งฉาย ใช่แน่ๆ  ไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอกนะฮือ พี่เกลียดผู้ชายคนนั้น พี่พยายามลืม ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นด้วย ฮือ

สุรีย์ฉายอึ้ง น้ำตาไหลออกมา “พี่ว่าอะไรนะ ใคร ใครทำพี่ พี่บอกฉายมา”

เธอและพี่โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าแต่สุรีย์ฉายก็ไม่โดดเดี่ยวมากนักเพราะมีพี่สาวอยู่ใกล้ๆ มาตลอด จนออกมาเผชิญโลกภายนอกพี่สาวก็ดูแลเธออย่างดี ไม่ได้มีทุกอย่างที่เลอเลิศ แค่มีกินไปวันๆ ตอนแรกพี่สาวทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ควบคู่กับเรียนภาคค่ำ ส่วนเธอจบมอปลายก็ขอไปช่วยเป็นผู้ช่วยกุ๊กในร้านอาหารเล็กๆ ใกล้บ้านเช่า เพราะชอบทำอาหาร หวังว่าสักวันจะนำอาชีพที่ชอบมาเลี้ยงดูตนเอง สองพี่น้องดูแลกันและกันปลอบใจวันที่มีเรื่องเศร้าหมองเข้ามาในชีวิต แค่นี้ก็มีค่าเหนือสิ่งใดสำหรับสุรีย์ฉาย

“พี่ไม่แน่ใจ พี่ไม่แน่ใจ วันนั้นพี่โดนมอมเหล้า รู้ตัวอีกทีตอนเช้า ก็ ก็ อยู่บนเตียงกับผู้ชายแก่คนหนึ่ง คุณธรมาเห็นก็โกรธมาก”

“ทำไมพี่ไม่อธิบายล่ะ ว่าพี่โดนกลั่นแกล้ง”

“พูดจากันก็คงไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นพี่คิดอะไรไม่ออกเพราะกำลังเสียใจ และพี่น้อยใจโกรธเขาที่พอเกิดเรื่องเขาก็ควงคุณนิสากร พี่เกลียดเขา ไม่อยากพูดถึงพอเถอะนะ พอ” จันทร์ฉายหยุดสะอื้น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมา

“ได้ยังไงคนรักกันต้องฟังกันสิ และพี่ต้องตามสืบว่าคืนนั้นพี่ไปที่นั่นได้ยังไง”

“บอกแล้วไงพี่ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว พี่อายคนอื่น พี่อยากให้เป็นแค่ความฝัน ฝันเท่านั้น” เสียงเรียบกลายเป็นโวยวาย สุรีย์ฉายชวนคุยอีกเรื่องเพื่อให้พี่ผ่อนคลาย

“ใครรู้เรื่องนี้เหรอ” ท่าทีพี่สาวทำให้เธอเดาว่าคงจะมีคนรู้เหตุการณ์นี้”

 “รู้สิ

“หรือจะเป็นเขาหรือที่กลั่นแกล้ง หรือเป็นคุณนิสากรนั่น” สุรีย์ฉายเผลอคิดเสียงดัง

ชีวาธรเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงโรงแรมที่พี่สาวทำงานอยู่ จันทร์ฉายได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรีเซฟชั่นเมื่อเรียนจบเพราะเธอมีความใฝ่รู้ ชีวาธรเป็นแฟนกับพี่สาวเธอมาได้เกือบปีดูทั้งสองรักกันดี

เธออดคิด อดสงสัยเขาไม่ได้ บางทีลูกสาวเจ้าของโรงแรมอาจทำเรื่องเลวขึ้น เพราะต้องการเขี่ยพี่สาว เคยได้ยินพี่สาวบอกว่ายิ่งคุณนิสากรอะไรนั่นชอบเล่นหูเล่นตากับชีวาธรเสมอ

“พี่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะคืนนั้นเราไปด้วยกัน” พี่สาวคล้ายรำพึงคนเดียว สุรีย์ฉายหน้าบึ้งตึง หัวใจเครียด

“ฉายจะไปถามให้รู้เรื่อง”

“พี่อายเพื่อนๆ จังที่เคยเตือนเรื่องคุณธร คุณนิสากร ฉายอย่าไปเลย นี่พี่ก็ลาออกจากที่นั่นแล้ว”

“พี่จันทร์ ” สุรีย์ฉายบีบหนังสือเรียนในมือแน่น  

“อย่าห่วงเลยพี่จะหางานใหม่ หลังจากเอาเด็กออกฉายจะได้เรียนเหมือนเดิม”

“พี่จันทร์!

“ถ้าเกิดมาแล้วต้องลำบาก อย่าให้เขาเกิดมาเลยนะฉาย ดูเราเป็นตัวอย่างสิ ลูกที่โดนทิ้งขว้าง มองดูครอบครัวที่อบอุ่นคราใดกลายเป็นคนขี้อิจฉาขึ้นมาทันที อีกอย่างถ้าพี่ไม่มีงานทำฉายก็จะเรียนไม่จบนะ”

“ไม่ ไม่ ฉายไม่เรียนก็ได้ อย่าทำลายหลานเลย พี่รักฉายเท่าๆ กับเขา ฉายเชื่อนะว่าเป็นแบบนั้น ตอนนี้พี่แค่สับสน เสียใจแต่ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีนะพี่ สัญญามาก่อนว่าจะไม่ทำแบบนั้น”

“ฉาย” ดวงตาจันทร์ฉายเปียกปอนด้วยหยาดน้ำตา

น้องสาวรู้ส่วนลึกในใจเธอ

“พี่จันทร์” น้องสาวกอดพี่สาวแน่นพยายามเก็บน้ำตา กลั้นก้อนสะอื้นไว้

สองพี่น้องกอดกันแน่น

ติด ติด ติด

สุรีย์ฉายยกมือปาดน้ำตา กดรับสาย ป้าแก้วบอกชื่อคลินิกจึงรีบบอกรถรับจ้างให้รีบเร่งไปยังสถานที่ดังกล่าว

 

สุรีย์ฉายลงจากมอเตอร์ไซด์รับจ้างตรงไปยังห้องฉุกเฉิน ตอนนั่งรถยังไม่ได้คุยรายละเอียดจึงรีบเร่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานตัวน้อยกันแน่

“อยู่ทางโน้นจ๊ะ” ป้าแก้วหน้าเสียเจอหน้านายจ้าง สุรีย์ฉายเดินเข้าหาหลานปากก็ถามเรื่องร้อนใจ “ยายหนูเป็นอะไรป้า คุณหมอบอกหรือยังคะ”

ป้าแก้วอึกอัก พยาบาลหันมาตอบคำถามเสียเอง

“คุณแม่เหรอคะ เด็กแมลงเข้าหูค่ะ”

สุรีย์ฉายเข้าไปกอดหลานสาวแน่น “ยายหนู ยายหนู ไม่เป็นไรแล้วนะลูก ไม่เจ็บนะ แม่มาแล้ว”

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เอาออกมาแล้วค่ะ”

สุรีย์ฉายหันมองหน้าป้าแก้ว

“ป้าขอโทษนะฉาย”  ป้าแก้วก้มหน้า

“คราวหน้าคราวหลังต้องดูแลให้ดีนะคะ เด็กยังเล็กมาก มีผลต่อแก้วหูได้”

“แสดงว่าตอนนี้แก้วหูลูกดิฉันไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แก้วหูยังใสเหมือนเดิม นับว่าโชคดีมากที่แมลงไม่เข้าไปลึกมากนัก”

พยาบาลเดินจากไป สุรีย์ฉายหันมองป้าแก้ว อยากต่อว่าเหมือนกันแต่ป้าแก้วก็คอยช่วยเหลือตั้งแต่เธอต้องดูแลหลานเพียงลำพัง อาจจะงกไปบ้างเรื่องเงินค่าจ้างแต่ยังถือว่ามีบุญคุณในหลายเรื่องราว เพราะเธอไม่มีความรู้เรื่องการดูแลเด็กเลยแม้เพียงนิดเดียว

“ป้า

“ช่างมันเถอะคะ ตอนนี้ยายหนูก็ปลอดภัยแล้ว ยังไงป้าก็พาแกมาทันเวลา” หญิงสาวแย่งพูดรู้ว้าป้าแก้วจะขอโทษ

 “คราวหน้าป้าจะระวังถ้าหลานของฉายต้องเจ็บอีกป้าจะเลี้ยงให้ฟรีสองสัปดาห์นะ”

สุรีย์ฉายไม่พูดอะไร รู้ดีป้าแก้วพูดเพื่อให้เธอรู้สึกดีเท่านั้น หันมองหลานที่ดื่มนมจากขวด และเริ่มหลับตาลง

“หลับเพราะยาส่วนหนึ่งคะ” พยาบาลชี้แจง

“เรียบร้อยไปรับยานะคะ” พยาบาลยังเข้าใจว่าผู้หญิงหน้าสวยตรงหน้าคือคุณแม่ชี้แจงต่อ

 สุรีย์ฉายพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ”

“ป้าไปจ่ายเงินให้นะ” ป้าแก้วอาสา

“ขอบคุณค่ะ ฉายจะไปเองค่ะ ฝากยายหนูก่อนนะป้า”

“จ๊ะ”

สุรีย์ฉายไปจ่ายเงินและรับยา หยิบเงินใบหนึ่งจากปึกใหญ่ขึ้นมาจ่าย พลันใบหน้าผู้ชายที่พอใจแรกพบและเกลียดชังในเวลาไล่เลี่ยกันก็ลอยมาในความทรงจำ

 “ได้แล้วค่ะ” เสียงเรียกให้รับยา สุรีย์ฉายรับยาก่อนจะเดินออกหน้าห้องตรงกลับไปยังห้องฉุกเฉิน

“ป้าไปกันเถอะ มาค่ะฉายอุ้มยายหนูเอง รบกวนป้าเรียกรถให้หน่อยนะ”

“รถฉายล่ะ” ป้าแก้วถามยื่นเด็กหญิงสายธาราที่หลับปุ๋ยให้สุรีย์ฉาย

“ฉายไม่อยากขับเองจ๊ะ รีบเลยมาวินมอเตอร์ไซด์”

ป้าแก้วเดินออกไปหน้าคลินิก

“ยายหนูแม่ฉายขอโทษนะที่ทิ้งหนูไว้กลางคืน เมื่อก่อนทิ้งกลางวันก็เป็นห่วงจะแย่ แต่บางทีต่อไปนี้แม่ฉายอาจไม่ต้องไปทำงานกลางคืนแล้วก็ได้” สุรีย์ฉายว่าพลางเดินออกไปหน้าตึกของคลินิก

เด็กหญิงตัวน้อยวัยปีครึ่งซุกหน้ากับอกนุ่มเหมือนรับรู้และพอใจ สุรีย์ฉายกอดหลานแน่น้ำตายังซึมขอบตา

“ฉายมาเร็วไปกับหลานป้า รถหายากแล้วล่ะตอนนี้”  ป้าแก้วลดกระจกรถยนต์คันเก่า สุรีย์ฉายเดินไปขึ้นรถ หัวใจล่องลอยหวนคิดถึงความหลังเรื่องพี่สาวอีกเมื่อเห็นป้ายโรงพยาบาลเด่นชัดยามค่ำคืน

พี่สาวผู้อาภัพต้องใช้ชีวิตที่โรงพยาบาลแทนบ้าน เธอปวดร้าวไม่อยากคิด ไม่อยากยอมรับความจริงเรื่องนี้เลย รู้ว่าทุกคนในโลกใบนี้เคยเจอเรื่องราวเลวร้ายมาแล้ว เคยสูญเสียมาแล้วแทบทุกคน แต่การต้องกลายเป็นคนอยู่ในโลกแห่งความเศร้าเพียงคนเดียวอย่างที่พี่สาวเป็น มันโหดร้ายเกินไปกับวัยที่ยังสาวสะพรั่ง

ความรัก ความเชื่อใจเมื่อถูกหักหลังสามารถทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งให้พังภินท์ยับเยินไม่มีชิ้นดีอีกเลย

“พี่จันทร์ พี่จันทร์จ๋าฉายกลับมาแล้ว” สุรีย์ฉายร้องเรียกพี่สาวตอนเช้าวันหนึ่งหลังจากกลับจากส่งสลัดตามออเดอร์ของลูกค้า

ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยได้ปิดฉากลงหนึ่งสัปดาห์หลังจากคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับจันทร์ฉายแม้เสียดายความฝันในหัวใจแต่ความรักต่อพี่สาวมีมากกว่าเธอไม่เคยคิดเสียใจเลย

 สุรีย์ฉายออกมาหางานทำ แต่งานหายากมากถ้าอยากได้ตามเวลาที่ต้องการ จนพี่สาวใกล้คลอดเธอยังคงว่างงานแต่ก็ยังดีที่มีอาชีพที่เคยทำมานานรองรับหาเงินใช้จ่ายได้บ้าง

“ฉาย ฉาย จันทร์ปวดท้องไปโรงบาลแล้วล่ะ ป้าให้ลูกไปเป็นเพื่อนทำไมฉายไม่รับสายล่ะป้าโทรไปหลายสายแล้ว”

“ป้าแก้ว อะไรนะ” เธอตะกร้าในมือร่วงลงบนพื้น

“ไปเอาของที่เตรียมไว้คงคลอดแน่ๆ”

สุรีย์ฉายหมุนซ้ายขวากว่าจะตั้งสติวิ่งไปหยิบของใช้พี่สาวและหลานที่เตรียมไว้คอยท่าตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่าน

เธอดีใจมากเมื่อเห็นหน้าหลาน พี่สาวเองก็ดูเครียดน้อยลงเพราะเจ้าตัวเล็ก สุรีย์ฉายตั้งชื่อหลานสาวเอง กลับจากโรงพยาบาลครอบครัวเหมือนจะมีความสุขเมื่อมีส่วนเติมเต็มเข้ามาหาสองพี่น้อง แต่ความสุขเกิดขึ้นไม่นาน เพราะหลังจากหลานสาวอายุได้สองเดือนพี่สาวดันมาเจ็บออดๆ แอดๆ อารมณ์ก็ดูแปรปรวน เปลี่ยนไป

ข่าวคราวของคนรักที่แต่งงานกับเจ้านายสาวทำให้จันทร์ฉายช้ำใจ ตรอมใจ สุรีย์ฉายไม่มีเวลามาปลอบใจพี่เพราะต้องทำงานหาเงิน เธอตื่นตั้งแต่ตีสี่ออกไปซื้อผักมาทำสลัดผักขายให้คนที่รู้จักคุ้นเคยซึ่งรักสุขภาพ เมื่อก่อนตอนยังเรียนมหาวิทยาลัยปิดทำไม่มากแค่วันละยี่สิบกล่องแต่ตอนนี้เพิ่มเป็นห้าเท่าและมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่านม ค่าผ้าอ้อมเธอไม่ยอมท้อเมื่อเหน็ดเหนื่อย ยิ่งมองหน้าหลานที่น่ารักน่าชังขึ้นทุกวันก็ต้องสู้ต่อไป

ในวันหนึ่งหลังจากกลับจากส่งของ ป้าแก้วมาบอกว่าพี่สาวไปโรงพยาบาล

“เป็นอะไรป้า หรือยายหนู” สุรีย์ฉายรีบจอดรถซักถาม

“บอกแค่ว่าไม่สบายเลยไปหาหมอป่านนี้ยังไม่กลับเลย”

“หรือจ๊ะ”

“เอ่อ ป้าว่าจะไม่ยุ่งแต่ก็อดไม่ได้ จันทร์ดูซึมๆ ไปนะ หลังจากคลอด”

สุรีย์ฉายคิดตาม

“โรคเครียด ซึมเศร้าหรือเปล่า คนแถวบ้านป้าก็เป็นนะหลังจากคลอด อาการแบบนี้เลย แต่ช่วงหลังชอบโวยวายแล้วล่ะ”

“ป้า

“บอกเพราะหวังดีอย่าว่ากันเลยนะฉาย ถ้าพี่สาวเราไม่สบายป้าเลี้ยงให้ก็ได้นะ คิดไม่แพงหรอก เห็นฉายต้องออกไปส่งของนี่”

“ถ้าอย่างนั้นจ้างเลี้ยงเต็มวันวันนี้เลยนะป้ายายหนูหลับอยู่ใช่ไหมขอไปดูพี่จันทร์ก่อน” สุรีย์ฉายรีบเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซด์คันเล็กที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ป้าแก้วตกลง “ได้เลยจ๊ะ”

สุรีย์ฉายโทรหาจันทร์ฉายหลายสายกว่าฝ่ายนั้นจะรับ แต่พี่สาวบอกว่าไม่ได้อยู่โรงพยาบาล บอกว่าอยู่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สุรีย์ฉายรู้ทันทีต้องเป็นสถานที่ซึ่งพี่สาวชอบไปกับชีวาธร จึงรีบขับรถตามไป หญิงสาวจอดรถเมื่อถึงสวนสาธารณะ

เข้าไปถึงเห็นพี่สาวกำลังนั่งร้องไห้น้ำตานองหน้าเธอก็อึ้งอยู่นานกว่าจะเดินเข้าไป

“พี่จันทร์เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม ไหนบอกว่าไม่สบายไปโรงพยาบาลมาแล้วหรือจ๊ะ”

ไม่มีเสียงตอบมีแต่เสียงร้องไห้ เธอทรุดนั่งข้างๆ รู้สึกใจไม่ดี นึกถึงคำพูดป้าแก้ว “มีอะไรจะพูดกับฉายไหมพี่จันทร์ เราพูดกันทุกเรื่องไม่ใช่เหรอ” เธอพยายามชวนคุย

“ฮือฮือ เขาหักหลังพี่ เขาหักหลังพี่ฉาย พี่เกลียดพวกเขา เป็นคนรวยนี่ดีจริงๆ นะฉายอยากได้ผู้ชายของคนอื่นก็ได้แม้ต้องใช้วิธีสกปรก”

สุรีย์ฉายเข้าใจที่พี่สาวบอก เธอรู้ว่าพี่สาวคงเจ็บมากเหลือเกินเมื่อโดนทำร้าย แต่เธอคิดว่าพี่ลืมแล้วเสียอีก คิดว่ายายหนูทำให้พี่มีความสุข เธอคิดผิดถนัด ผิดมากที่ปล่อยให้พี่สาวอยู่กับเศร้าเพียงลำพังทำเหมือนไม่ดูดำดูดีมานานแสนนาน

ความรักจะทำให้เจ็บขนาดกลายเป็นโรคเศร้าซึมได้ เธอไม่อยากเชื่อเพราะไม่เคยมีความรักเลยตั้งแต่โตเป็นสาว แต่เหตุการณ์เกิดกับคนใกล้ตัว เธอจึงยอมจำนนเรื่องราวทุกอย่างไม่มีข้อสงสัยอีก

“ฉายนี่นามบัตรของพ่อยายหนูนะเผื่อฉายเลี้ยงแกไม่ไหว”

กำลังคิดกังขา กังวล พี่สาวทำให้เลิกคิด เธอหันไปมองนามบัตรในมือพี่ อ่านคร่าวๆ แต่ไม่สนใจรายละเอียด

“พี่เจอแล้ว เก็บให้ดีล่ะ มีแหวนอีกวง”

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ” เธอมองของในมือพี่สาว

“พี่อาจอยู่ได้ไม่นาน ถึงอยู่พี่ไม่อยากเจอผู้ชายคนนั้น พี่ไม่อยากเจอ อย่าให้เขามาเจอพี่อีก เขาทำลายทุกอย่างในชีวิตของพี่ให้พังลง” พี่สาวพูดวกไปวนมาดวงตาเหม่อคล้ายคนเสียสติ สุรีย์ฉายตกใจ

“พี่จันทร์!” เธอโผกอดพี่สาวแน่น ไม่ชอบเลยที่ได้ยิน ได้เห็นแบบนี้

“รับไปก่อน” จันทร์ฉายคะยั้นคะยอ “รับไป ถ้าเจอเขาบอกว่าพี่ตายไปแล้วนะ”

สุรีย์ฉายรับของมาไว้ในมือกำแน่นจนแหวนวงสวยบาดลึกฝ่ามือ หรือพี่สาวจะโดนทำร้ายร่างกายด้วยในวันนั้นจึงแค้นขนาดนี้ เธอจะทำยังไงดี สุรีย์ฉายอกแทบระเบิดกับหนทางที่มืดมิด เรื่องที่ไม่มีคำตอบแน่ชัด

ใครจะช่วยเธอได้บ้าง

ตั้งแต่วันนั้นเธอดูแลพี่สาวอย่างใกล้ชิด จ้างป้าแก้วมาเลี้ยงยายหนูเมื่อต้องออกไปข้างนอก แต่พี่สาวเริ่มซึมลงกว่าเดิมเรื่อยๆ ชวนไปหาหมอก็ไม่ยอมไป จนวันหนึ่งพี่สาวโวยวายอาละวาดเมื่อเธอเจอขวดเมากบียร์มากมายในห้องนอน

“พี่ดื่มตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เธอถามด้วยความตกใจ ไม่ได้รับคำตอบจันทร์ฉายผู้อ่อนหวานโวยวายร้องไห้ทำลายข้าวของว่าอย่ามายุ่ง เธอต้องขอให้ลูกชายป้าแก้วพาไปหาหมอ

หมอด้านจิตเวชฉีดยาเพื่อให้พี่สาวหยุดโวยวาย พูดพร่ำเพรื่อ  สอบถามอาการจากเธอเป็นส่วนใหญ่ เธอรับฟังคำแนะนำ การนัดพบหมอครั้งต่อไปด้วยหัวใจสับสน

เธอและพี่สาวที่แสนดีมาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันนะ ชีวิตมีอะไรอีกไหมที่ต้องการให้สองพี่น้องที่โหยหาความสมบูรณ์แบบของชีวิตเจอะเจออีก เธอน้ำตาอาบสองแก้มกอดพี่สาวซึ่งนอนหลับไปเพราะฤทธิ์ยา

สุดท้ายพี่สาวก็กลายเป็นคนป่วยของห้องจิตเวช และอาการทรุดลงเรื่อยๆ เพราะไม่ยอมกินยาที่หมอให้ มีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับการที่แอบกินเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทำให้อาการยิ่งทรุด

หลานยังเล็กมากทำให้เธอต้องจำใจมอบพี่สาวให้ทางโรงพยาบาลด้านจิตเวชดูแล เธอไม่มีเวลาขนาดจะดูแลจันทร์ฉายได้ กลัวความรักที่จะให้พี่สาวอยู่ใกล้ๆ กลายเป็นโทษเสียมากกว่า ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวจะอาการดีขึ้นและกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง

“ฉายถึงแล้ว” ป้าแก้วเรียก หลานป้าแก้วเปิดประตูให้  สุรีย์ฉายอุ้มหลานลงจากรถ

“ป้ากลับนะ หลานมาคอยแล้ว”

 ป้าแก้วบอกเปิดประตูบ้าน เปิดไฟให้แล้ว

“ขอฉายวางยายหนูก่อนนะ ป้ามาเอาเงินไปก่อน ที่ค้างด้วยนะป้า”

ป้าแก้วยิ้ม สุรีย์ฉายออกมายื่นเงินให้พร้อมพิเศษให้อีกสามร้อย ป้าแก้วกลับไป สุรีย์ฉายจึงปิดประตูเดินกลับเข้าห้องนอนตรงไปที่หลานอีกครั้ง

“ยายหนูพรุ่งนี้เรามีเงินจ่ายที่ซุกหัวนอนแล้วนะ ไม่ต้องโดนไล่แล้ว ดอกเบี้ยนอกระบบก็ค่อยๆ จ่าย เรียบร้อยเมื่อไหร่เราไปหาแม่จันทร์ของหนูกันนะ” นอนตะแคงกอดหลาน ความเครียดเรื่องบ้านเช่าที่ค้างมาหลายเดือนจนโดนไล่แทบทุกวันหายไป ดอกเบี้ยนอกระบบที่เพิ่มพูนจนโดนข่มขู่ทุกวันก็คงพูดคุยกันได้เมื่อได้จ่ายดอกเบี้ยไปบ้าง ความเหน็ดเหนื่อย ความคลายกังวลทำให้เธอผล็อยหลับไปทันทีแตกต่างจากคืนอื่นๆ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากเรื่องใหม่ด้วยค่ะ "

trysreerung


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha