จอมมารพรางใจรัก

โดย: trysreerung



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ผู้หญิงหิวเงิน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สี่--- ผู้หญิงหิวเงิน

เอกอี้เอ้ก เอกอี้เอ้ก

 นาฬิกาปลุกจากมือถือดังสองครั้ง เจ้าของบิดขี้เกียจมองหน้าจอเห็นนาฬิกาบอกว่าอีกสองชั่วโมงจะหกโมงจึงดีดตัวจากฟูกนอน หาทางไปเปิดไฟเข้าห้องน้ำ “ง่วงจังคงเพราะยายหนูไม่ค่อยนอนทำให้เราหลับไม่สนิท” สุรีย์ฉายพึมพำ วิ่งผ่านน้ำพอให้หายง่วงหญิงสาวห่มผ้าขนหนูตรงไปดูหลาน “เจ็บหูเหรอลูก” เธอลูบแก้มยุ้ยเบามือ ก้มหน้าหอมฟอดใหญ่ด้วยความรักสงสาร

“ฉายป้ามาแล้ว” เสียงป้าแก้วร้องเรียกหน้าบ้าน หญิงสาวกระชับผ้าขนหนูผืนสั้นเดินออกไปเปิดประตู

“ยังหลับอยู่เลยป้า เข้าไปดูสิคะ ฉายแต่งตัวไปตลาดก่อนนะ”

“ขับรถดีๆ นะฉาย”

“ขอบคุณค่ะ”

สุรีย์ฉายแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบคู่เก่าเดินไปหยิบหมวกกันน๊อคเดินออกไปหน้าบ้าน “ยาที่ยายหนูต้องกินฉายจะกลับมาบอกรายละเอียดอีกทีนะป้า”  ไม่ลืมบอกเรื่องสำคัญเผื่อเธอลืมป้าแก้วจะได้เตือนว่าแล้วสตาร์ทรถมุ่งตรงไปตลาด

จับจ่ายซื้อของเจ้าประจำหอบของกลับบ้านเริ่มลงมือทำสลัด ฟ้าเริ่มสว่างสลัดเสร็จตรงตามเวลา บรรจุกล่องใสอย่างดีวางเรียงรายในครัวเล็กพร้อมจัดส่งให้ลูกค้าที่สั่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อวาน

“จ๋าจ๊ะ เอาใส่กล่องให้พี่เร็วหน่อยนะพี่จะไปดูยายหนูก่อน” เร่งลูกสาวป้าแก้วที่มาช่วยทุกเช้า ฝ่ายนั้นทำตามคำสั่งคล่องแคล่ว จึงเดินไปหาหลานที่ส่งเสียงงอแง

“เอ่อ คงยังเจ็บหูบ้างนะฉาย” ป้าแก้วบอกเพราะรู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กจะงอแงผิดปกติ

“ยาตัวนี้นะป้าหลังอาหารครึ่งช้อนชาและมียาหยอดหูด้วย นี่ค่ะ” สุรีย์ฉายหยิบยาขวดเล็กในถุงบนโต๊ะยื่นให้ป้าแก้ว “ฉายจะรีบส่งแล้วจะรีบกลับนะป้า ที่โรงเรียนจ๋าไม่ต้องเข้าไปวันนี้จ๋าจะส่งให้เองคงเสร็จเร็วหน่อย” ว่าแล้วขอบใจเด็กสาว

“ป้าดูแลได้อยู่แล้ว” ป้าแก้วเสียงเบา

“ฝากด้วยนะป้า” สุรีย์ฉายไม่มีเวลาคุยเดินออกไปหน้าบ้าน

“เรียบร้อยพี่ฉาย พี่ดูอีกทีนะเผื่อจ๋ามัดเชือกไม่แน่น” จ๋าเด็กสาววัยสิบแปดพูดไปมือยังสำรวจเชือกที่กล่องใบขนาดกลางท้ายรถไปด้วย

สุรีย์ฉายจับคะเนน้ำหนักดู “โอเคแล้วจ๋า ขอบใจนะ” สุรีย์ฉายพอใจก่อนขึ้นนั่งและขับออกไป

 

สถานที่แรกคือร้านหมอนวดแผนไทยหน้าปากซอยบ้านที่มีสาวสวยมากมายหลายรุ่น จากร้านนวด จากนั้นไปต่อยังร้านสะดวกซื้ออีกสองสามแห่งใกล้ๆ กัน ปิดท้ายที่โรงเรียนอนุบาลในละแวกเดียวกัน

“ฉายมาเร็วนะวันนี้” ครูสอนลิงทโมนทั้งหลายรู้จักชอบพอกันเดินห่างเสียงดังจอแจของเด็กเข้ามาทัก ทิ้งให้ครูพี่เลี้ยงดูแลเด็กเพียงลำพังไปก่อน

“พอดียายหนูป่วยค่ะเลยรีบ” แม่ค้าหน้ามัน ไม่มีเครื่องสำอาง เส้นผมยาวสลวยถูกรวบไว้ลวกๆ ว่าพลางหยิบสลัดสิบกล่องในมือวางบนม้าหินอ่อนใกล้ๆ ที่ยืนอยู่

“เหรอ เป็นไรมากไหมจ๊ะ”

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ฉายฝากให้คุณครูคนอื่นด้วยนะคะ”

“ได้ ได้” คุณครูสาวล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงส่งมาให้ “คิดทั้งหมดไปเลยจ๊ะพี่จะไปเก็บเงินเอง”

“ขอบคุณค่ะ”

“หลานสาวอายุสองขวบเมื่อไหร่เอามาให้ทางโรงเรียนดูแลก็ได้นะคะ” คุณครูพูดเรื่องที่เคยคุยกันหลายครั้ง

“แน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้ต้องไปก่อนนะคะ” สุรีย์ฉายยิ้ม

แม่ค้านักบิดขับรถได้ยินเสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงดังหลายครั้ง ตอนแรกคิดจะไม่รับเพราะรีบกลับ แต่เมื่อคิดว่าอาจเป็นป้าแก้วหรือทางโรงพยาบาลที่พี่สาวรักษาตัวอยู่ก็ต้องชะลอรถจอดข้างทาง เห็นเบอร์ใบหน้าแอบเซ็ง

“พี่มะยมว่าไงคะ”

“ยังมาถามอีก เมื่อคืนทำอะไรของเธอหือฉาย เสียชื่อพี่หมดเลย” เสียงเขียวของรุ่นพี่ทำให้เธอนิ่วหน้า

“พี่ได้ยินว่าไงล่ะคะ ไม่อยากเชื่อผู้ชายคนนั้นจะช่างฟ้องเหมือนเด็ก แต่ก็พยายามเข้าใจ เขาคงเสียดายเงิน”

“เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พี่ได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนเธอต่างหาก ทำแบบนี้จะไม่รับงานแล้วหรือไงหือ”

“ก็ไม่แน่” สุรีย์ฉายไม่อยากตัดรอนจึงอ้ำอึ้ง

 “ต้องอ่อนหวานเข้าไว้สิ จะกะโหลกกะลาไม่ได้เข้าใจไหม” มะยมผู้คัดสรรสาวๆ ไว้ในสังกัดพอใจรูปร่างหน้าตาตลอดจนผิวพรรณขาวผ่องของรุ่นน้องพยายามต่อว่าแบบนุ่มนวลที่สุด

“ไม่อยากเชื่อ” สุรีย์ฉายพึมพำยังคิดเรื่องเดิม

“บอกให้รู้นะเขาไม่มีทางคิดมากกับเงินแค่นั้น  คุณเดฟเขารวยอื้อ เพื่อนเขายิ่งมหาศาลเชียวล่ะ อย่าคิดมากเรื่องนั้น แต่อย่าทำอีกนะ ไม่ใช่ทุกคนจะใจดีนะรู้ไหม ถ้ามีลูกค้าพี่จะติดต่อไปอีกนะ”

“เอ่อ ค่ะ” สุรีย์ฉายรับปากส่งๆ ไปก่อน เพราะค่าใช้จ่ายของเธอไม่แน่นอน ยังต้องการอีกมากมายตอนนี้แค่พอยืดเวลาให้ห่างสิ่งที่ไม่อยากทำไปก่อน ยาของพี่สาวก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สักวันเมื่อต้องการเงินอาจต้องฝืนทนทำเรื่องที่ไม่อยากทำอีกครั้ง

“การกินยาทางหมอต้องให้คนป่วยเปลี่ยนนะคะถ้าคนป่วยไม่มีอาการดีขึ้น อย่าห่วงเลยคะทุกคนก็เป็นแบบนี้”

เธอจำได้ และจำได้ดียาฉีดที่ต้องใช้เวลาพี่สาวอาละวาดมันราคาแพงมากจนมือสั่นเวลายื่นจ่ายแต่ละครั้ง ดอกเบี้ยนอกระบบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หนักใจเหลือเกิน

บ้านพักวิวัฒน์วงศ์

 “ต้องหล่อขนาดนี้เลยเหรอวะ ไม่ได้ไปหาลูกค้า หล่อน้อยๆ หน่อยก็ได้ ”

เดฟเดินออกมายกกาแฟดื่มแขวะเพื่อน เรนซึ่งอยู่ในชุดสูทหรูจากศีรษะจรดปลายเท้าทำเป็นไม่ได้ยินคำทักทาย

 “โอ้ย! ยังโกรธเรื่องเมื่อคืนเหรอวะ โกรธฉันทำไมกัน หาผู้หญิงสวยๆ มาให้ก็ทำเป็นเมินถ้าไม่รู้จักกันหมดไส้หมดพุงฉันคิดว่านายตุ๊ดแน่ๆ”

“ตลกไปเถอะ ฉันมีแฟนแล้วโว้ย ส่วนนายระวังเหมือนพ่อฉันนะ จะหาว่าไม่เตือน พวกผู้หญิงหิวเงินอาจตาโตเมื่อเห็นนายแสดงเป็นมหาเศรษฐีบุญทุ่มเมื่อคืนนี้ จะทำตัวเป็นปลิง”

“โอ้ย พ่อรักเดียวใจเดียว คิดมากอีกแล้ว นายเป็นคนงกตั้งแต่เมื่อไหร่”

“คิดไว้ก่อนแหละดี”

“ฉันป้องกันดีน่า ไปเตือนลูกน้องนายโน่น ท่าทางเหมือนไม่เคยเที่ยวผู้หญิง หรือเลือดนายซึมเข้าติดเชื้อมันวะ”

ธีร์จุฑานั่งดื่มกาแฟไกลเหลือบมอง เรนยิ้มออกมาได้เมื่อเพื่อนแกล้งว่าฝ่ายนั้น เดฟหัวเราะพอใจ

หลังจากนั้นสามหนุ่มจดจ่ออยู่กับถ้วยกาแฟ เดฟเติมแก้วสองเพียงคนเดียว เรนลุกขึ้นก่อนใครอื่น ไม่วายเหน็บ “ไปกันได้แล้ว หากใครหมดแรงก็ไม่ต้องไป อะไรกันพาสาวขึ้นห้องแค่คนเดียว ตาโรยเชียว ไม่แน่จริงยังชอบโชว์อีก เฮ้อ”

เดฟเหลือบสายตามองแต่เรนเดินออกจากห้องไปก่อน หันไปธีร์จุฑาฝ่ายนั้นวางถ้วยเซรามิกสีขาวคงรีบตามเจ้านายไป

“เฮ้ย! เฮ้ย มีด้วยเหรอวะธีร์ที่ไอ้บ้าเรนพาสาวขึ้นห้องมากกว่าหนึ่งคน ตอนไหน ไม่น่าพลาด” ถามเพื่อเย้ยมากกว่าต้องการคำตอบ

“สูงสุดสี่ครับ” หนุ่มหน้าหยกหันมาตอบก่อนเดินเร็วๆ ออกไป

เดฟทำหน้าตาไม่เชื่อปากพึมพำเดินตามหนุ่มหน้าหยก “สี่คนฉันว่าให้ไปยืนเรียงรายแก้ผ้าแล้วคัดออกทีละคนจนไม่เหลือสักคนมั้ง อย่างมันหรือจะไหว”

ธีร์ยิ้ม เดฟงง

 ปอร์เช่สปอร์ตคันเดิมเคลื่อนออกจากบ้านพักเดฟขึ้นนั่งคนสุดท้าย

“ไม่ไหวก็ไปนอนซะเดฟ ไม่ต้องไป ”

“แหม ได้ทีกัดฉันใหญ่นะ อยากรู้จริงๆ เมื่อคืนนอนกระสับกระส่ายแค่ไหนเมื่อฉันและธีร์แยกกับนาย”

ออกจากร้านอาหารเดฟเปิดห้องที่โรงแรมใกล้ผับสามห้อง แต่เรนไม่ต้องการจึงกลับบ้านพักเพียงลำพังเดฟเลยเอาคืนบ้าง ไม่เชื่อว่าเพื่อนปากร้ายจะไม่นอนหนาวเมื่อคืนที่ผ่านมา

“ผู้หญิงแบบนั้นไม่มีทางได้แอ้มฉันหรอก ฉันไม่ใช่นาย” ในใจนั้นขำเพื่อนที่ไม่รู้ว่าธีร์จุฬากลับพร้อมกับตนเมื่อคืน

“เขาเองอยากกินนายเสียเมื่อไหร่ ฉันเห็นมองอย่างกับเห็นอะไรนะธีร์” เดฟตะโกนขอความคิดเห็นธีร์จุฬา

เรนหน้าบึ้งพูดค่อนข้างดัง “หยุดพล่ามเถอะ”

“ไม่ยอมรับความจริง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมองไม่เห็นแววตาชื่นชมนายจากผู้หญิง สะใจ สะใจ ฮ่า ฮ่า” เดฟยิ้ม

“เปิดเพลงสิธีร์” เบื่อฟังเพื่อนเรนสั่งเสียงเข้ม คนสนิททำตามเจ้านาย หนุ่มพูดน้อยแอบขำเจ้านายและเพื่อนสนิท ที่กัดกันไม่หยุดไม่หย่อนตลอดการเดินทาง

 

หน้าปากซอยที่เคยมาเมื่อวาน เรนชะโงกหน้าใกล้กระจกรถเห็นร่างคุ้นสายตาเดินออกมาจากร้านนวดแผนไทยที่มีป้ายเด่นหราเป็นภาษาอังกฤษ แม้วันนี้การแต่งตัว หน้าตาจะเปลี่ยนไปแต่แน่ใจเป็นคนเดียวกัน “หึ” เสียงหยันพร้อมปากหยักยิ้มเย้ยเหมือนน้ำเสียงเมื่อคิดว่าที่ประจำของสาวที่กล้าถลึงตาใส่เขาคือสถานที่แห่งนี้ เดฟหันมองด้วยความไม่เข้าใจ แต่สนใจจะหลับตามากกว่าจะถามออกมา

“ไปนะพี่ พรุ่งนี้เจอกัน” สุรีย์ฉายซึ่งแวะเก็บเงินหมอนวดอีกสองคนที่ค้างเธอไว้โบกมือลา ไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนบางคนอยู่

ครู่ต่อมา

 “ถึงแล้วครับนาย” คิดอะไรเพลินๆ คนสนิทเรียก เรนหันมองบ้านหลังเล็ก

“เข้าไปเรียกก่อนแล้วจะลงไป”

“ครับ”

เรนนั่งรอ หันมองด้านหลังเมื่อคิดว่าผู้หญิงที่เห็นเมื่อครู่อาจรู้จักกับคนที่อ้างว่ามีลูกกับบิดา อย่าบอกนะว่าทั้งซอยทำอาชีพนี้กันหมด ไม่วายคิดอย่างสมเพช

“มีแค่พี่เลี้ยงครับนาย” ธีร์จุฑารายงานเมื่อกระจกด้านที่เจ้านายนั่งลดลง เรนพยักหน้าก่อนลงจากรถ มองป้าอายุราวสี่สิบห้าที่มองตนด้วยสายตาชื่นชม

“ผมมาหาเจ้าของบ้าน” เรนเข้าประเด็นใบหน้าขรึม

“ฉายนะเหรอ” ป้าแก้วถาม

“นั่นแหละถ้าเขาคือเจ้าของบ้าน”

“ไปข้างนอกเดี๋ยวมาจ๊ะ”

“จะรอก็แล้วกัน”

“เข้าในบ้านก่อนสิ” ป้าแก้วคิดว่าผู้ชายนั่งรถโก้คงมาดี เชิญเข้าบ้าน เรนลังเล

“ไปสิวะจะยืนให้เมื่อยทำไม” เดฟลงมาบิดขี้เกียจไปด้วย “ไปครับป้า” หันไปพูดกับป้าที่ยืนมองคนนี้ทีคนนั้นที สามหนุ่มจึงเดินเรียงแถวเข้าบ้านหลังเล็ก

“นั่งก่อนนะจ๊ะ ป้าจะเอาน้ำมาให้” ป้าแก้วอยากซักถามเหลือเกินตามประสาคนอยากรู้ว่าสามหนุ่มมีธุระอะไรกับสุรีย์ฉายแต่เห็นแววตานิ่งของคนที่ลงจากรถคนที่สองก็ไม่กล้า

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากเรื่องใหม่ด้วยค่ะ "

trysreerung


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha