ซาตานจอมบงการรัก จบแล้วค่ะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ตอนที่เก้า :: ขอแค่เป็นเธอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



ตอนที่เก้า :: ขอแค่เป็นเธอ

                    

 

 

               อาลียาถอนหายใจอีกรอบ ก่อนเดินหันหลังจากห้องครัวมายังด้านหน้าของคฤหาสน์หรู บทสนทนาในครัวเมื่อครู่ จะว่าไปแล้วเธอควรจะชิน แต่ทำไมป่านนี้แล้วถึงยังทำใจไม่ได้สักที

           เกลียดนักเชียว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขาอม

         ‘บ่นอะไรป้าจัน

         ‘จะอะไรอีกล่ะ ก็คุณท่านน่ะสิ

         ‘ทำไมเหรอป้า

         ‘ฉันไม่อยากพูดมาก กลัวแต่ยัยเด็กเมื่อวานซืนมันจะมาปีนเกลียว รวบกินทีเดียวทั้งพี่ทั้งน้อง

         ‘ป้ารู้อะไรมาเหรอป้า บอกฉันหน่อย

         แม่จันหันซ้ายขวา ก่อนป้องปากเล่าให้เด็กรับใช้ในครัวฟัง

         ‘วันก่อนฉันเห็นยัยลียายั่วคุณเบลคแล้วตีหัวลากเข้าห้องไปเฉยเลย

         ‘เอ้ย จริงเหรอป้า

         ‘ก็ใช่น่ะสิ หน้าไม่อายผู้หญิงอะไร ฉันล่ะเกลียดนักเชียว

         ‘ป้าบอกคุณท่านหรือยังล่ะป้า

         ‘เฮอะ คุณท่านรักยัยนั่นจะตาย ลำพังพูดปากป่าวจะมาเชื่ออะไรฉันเล่าแม่พวกนี้นี่

         ‘ไม่น่าเชื่อเนอะป้าว่าหน้าตาใสๆ ทำไมถึงได้ร่านขนาดนั้น

         ‘ก็นั่นไง ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดนัก

           

ช่างเถอะ ปากแม่จันหาเรื่องจับผิดตั้งแต่เธอจำความได้แล้ว เรื่องนั้นไม่น่าหนักใจเท่าเรื่องของลลิลหรอก

เดือนกว่าแล้วที่ลลิลขาดการติดต่อ และอาลียาเองก็ไม่ไปแจ้งความเพราะอีกฝ่ายบอกไว้ว่าจะติดต่อกลับมาเอง หากไม่บอกไม่กล่าวอะไรไว้เลยเธอคงแจ้งความไปแล้วป่านนี้ พอถามเอาจากเอ็ดเวิร์ด รายนั้นก็เอาแต่อมพะนำไม่พูดไม่จา หน้าตาเคร่งเครียดจนเธอไม่รู้จะปรึกษาใคร ถามชนิกานต์รายนั้นก็รู้ข้อมูลแบบเดียวกับเธอ คือ ลลิลรับงานต่างจังหวัดเอาไว้ ไม่สะดวกติดต่อกลับ ถ้ามีอะไรแล้วจะโทรกลับมาเอง

               แต่เธอกลับคิดไปอีกอย่าง เป็นไปได้หรือไม่ว่าลลิลจะตัดสินใจหลบหลีก เพื่อไม่ให้ปัญหายุ่งยากไปกว่านี้ เพราะตัวลลิลเองก็คงรู้ว่าสมิธเผด็จการ ถ้าเป็นแบบที่คิดอาลียาไม่มีทางให้ลลิลทำแบบนั้นแน่ เอ็ดเวิร์ดไม่เคยจริงใจกับใครเท่าลลิลมาก่อน และตัวเพื่อนรุ่นน้องที่แสนดีอย่างลลิลเองก็เช่นกัน อาลียารู้ดีว่าลลิลไม่เคยคิดจะคบกับใครมาก่อนจนมาเจอเอ็ดเวิร์ด เธอไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมาจบความสัมพันธ์ลงแบบนี้

               คนที่ใครๆต่างพากันเป็นห่วงตอนนี้กำลังง่วนอยู่ที่หน้าเตา โดยมีเด็กในร้านยืนลุ้นอยู่ด้านหลัง พ่อครัวคนเก่งยืนมองด้วยสายตาลุ้นๆ ที่ลุ้นคือจะกินได้ไหม

               “เรียบร้อยแล้วค่ะทุกคน มาลองชิมสิเร็ว

               ทุกคนมองหน้ากันส่งสายตาว่าใครจะเป็นหน่วยกล้าตาย เพราะคราวก่อนที่พริตตี้คนสวยทำไว้นั่น ก็เล่นเอาเด็กๆในร้านแย่งกันเข้าห้องน้ำจ้าละหวั่น

               “ทำไมล่ะ คราวนี้อร่อยนะ

               คนพูดโฆษณาชวนเชื่อเต็มที่ ปกติเธอถนัดทำแต่อาหารง่ายๆพวกสลัดผัก นั่นไม่ยากเลย ล้างแล้วก็หั่น ส่วนน้ำสลัดหาซื้อเอาจากข้างนอก หรือไม่ก็กับข้าวถุง ซื้อมาแกะใส่หม้ออุ่นแล้วทาน แต่แบบที่ต้องทำเองทุกขั้นตอนแบบนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรก

               “พี่วิทย์เลย พี่วิทย์ชิมก่อนเลยคนแรก...ถือว่าธาตุแข็งสุดในร้าน

               อ้าว ไหงมาโบ้ยกันอย่างงี้วะ

               แม้จะทำทีเป็นส่งสายตาอาฆาตให้คนพูด แต่มือสีคล้ามแดดของวิทย์กลับยื่นออกไปหยิบช้อนมาจิ้มของในจาน ส่งเข้าปาก แล้วค่อยๆละเลียดเคี้ยว พร้อมรอยยิ้ม

               “อืม อร่อย ใช้ได้เลยครับคุณลิล ฝีมือดีขึ้นเยอะแล้วนะเนี่ย

               วิทย์ชมแบบเดิมเป๊ะ จนคนทำปากยื่นอย่างไม่นึกเชื่อถือ แต่ก็อดยิ้มเหมือนเด็กได้รับคำชมจากคุณครูไม่ได้ เอียงคอถามแววตาน่ารักน่าใคร่จนคนมองถึงกับเคลิ้ม

               “คุณวิทย์แกล้งชมลิลใช่ไหมคะ

               “ไม่ฮะ อร่อยจริงๆ นี่จานนี้ผมขอนะเจ้าตัวบอกแล้วยกไปทั้งจานเอาไปนั่งกินคนเดียวท่าทางเอร็ดอร่อย หน้าตาเฉย

               “อร่อยจริงเหรอวะ

               “ไหนมาชิมดิ๊

               ส้มซ่าที่ยืนมองทำหน้าไม่เชื่อถือ แล้วเดินไปหาตักมาชิมบ้าง เคี้ยวได้คำเดียว มืออีกข้างรีบดึงทิชชูใกล้ๆออกมารองที่ปากบ้วนทิ้งทันที บ่นอุบอี๋ เค็มปี๋ขนาดนี้เนี่ยนะอร่อย

               “จริงเหรอส้ม

               ส้มซ่าเอียงหน้ามากระซิบข้างหูพ่อครัวช่วงที่ลลิลคว้าช้อนมาตักชิมบ้าง  “อย่างว่าแหล่ะเนอะ ... ความรักมันบังตา อะไรมันก็สวยหวาน อร่อยไปหมด

               วิทย์ถลึงตาใส่ทันทีด้วยกลัวคนอื่นจะได้ยิน ส้มซ่าไม่วายหัวเราะชอบใจ ลลิลที่ชิมแล้วก็หันมาทางส้มซ่าพลอยหัวเราะไปด้วยนึกว่าญาติสาวหัวเราะตนเอง

               เขาชอบให้เธอยิ้ม หัวเราะแบบนี้ มันดีกว่าสีหน้าเหม่อลอยแล้วก็ตาสวยๆที่ทำท่าจะเศร้าอยู่ร่ำไปเป็นไหนๆ

               “วันนี้ไปเกาะล้านกันไหมลิล

               “วิทย์ไปไหม

               “ไม่ล่ะวิทย์เบนหน้าหนี ก่อนตอบไปเกาะไผ่ดีกว่า

               อ่านปากจากส้มซ่าตอบกลับมาว่ากวน_

               “แล้วไม่ต้องเปิดร้านเหรอคะ

               “เด็กมันอยู่ของมันได้ ก่อนหน้านี้ผมไปเที่ยวมาเป็นเดือน มันก็อยู่ของมันมาแล้ว

               “คุณวิทย์ไปเถอะค่ะ ลิลไม่อยากเอาเปรียบคนอื่นๆ

               วิทย์เกาหัวแกรกๆ ทำไมจีบสาวมันยากแบบนี้วะ แล้วตัดสินใจบอกเสียงดังลั่นร้าน

               “ทุกคนเก็บของ ปิดร้านโว้ย เตรียมตัวไปเกาะไผ่กัน

               “เฮ้!!!เสียงเฮจากลูกจ้างในร้านพากันเฮยกใหญ่ ดีใจที่เจ้าของร้านที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเลี้ยงใหญ่ จัดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะสาวสวยเพื่อนคุณส้มแน่ๆ

               ยัยคนดี ไม่ได้รู้เลย ว่าเจ้าของร้านอยากจะจ้างเจ้าตัวให้มานั่งเฉยๆด้วยซ้ำ ยังไม่รู้ตัวอีก

              

               หน้าซีดเผือดของหญิงสาวที่กุมหัวใจวิทย์ไว้ทั้งดวงทำให้เจ้าตัวมือไม้สั่น เดินถามหาเอากับเด็กในร้านที่แยกย้ายกันไปนั่งตามกาบเรือ ว่าใครพอมียาลมยาดมยาหม่องบ้าง เมื่อหาได้แล้วจึงยื่นส่งให้ลลิล

               “เมาเรือเหรอฮะ

               “น่าจะใช่ค่ะสาวเจ้ารับมาดม ก่อนเอนตัวพิงเบาะ หลับตาลง

               “เดี๋ยวก็ถึงแล้วฮะ หายใจเข้าลึกๆไว้นะฮะ

               ลลิลยิ้มรับ นึกขันกับคำปลอบของอีกฝ่าย ใจเจ้ากรรมไม่วายนึกถึงใครบางคนที่เคยปลอบเธอเมื่อตอนไปดินเนอร์ครั้งแรกด้วยกันบนเรือสำราญ พลันเสียงของวิทย์ก็ดังขัดขึ้นมาอีกครั้ง

               “ดีขึ้นไหมฮะ

               “ค่ะ ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณคุณวิทย์มากนะคะ

               “ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไกลหน่อยนะฮะกว่าจะถึง แต่รับรองว่าสวยกว่าแน่นอน

               “ค่ะ

               ลงจากเรือแล้วทุกคนพากันแยกย้ายไปที่รีสอร์ท วิทย์แวะทักทายเจ้าของที่พักที่เป็นหญิงสาวหน้าตาคมคายแบบสาวใต้ ที่ยืนรอต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

               ลลิลที่ลงมาจากเรือแล้ว ก็ขอเข้าห้องพักก่อนเพราะเธอยังรู้สึกเมาคลื่นอยู่ ส้มซ่าตามมาดูด้วยความเป็นห่วง

               “เป็นไงบ้างลิล

               “ดีขึ้นแล้วล่ะ ส้มออกไปเล่นกับพวกข้างนอกเถอะ ลิลขอนอนพักอีกหน่อยนะ

               “แน่ใจนะว่าดีขึ้นแล้วน่ะ

               ลลิลพยักหน้า แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พอตื่นอีกทีก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว อาการเพลียก่อนหน้ายังมีอยู่บ้างแต่ตอนนี้ท้องไส้ร้องจ้อก พริตตี้สาวสวยนึกสังเวชในสังขารตนเอง ที่พอดีขึ้นก็หิวขึ้นมาทันที ว่าแล้วจึงลุกขึ้นบิดคอบิดเอว ตั้งใจจะอาบน้ำแต่งตัวเสียหน่อย ให้ชื่นใจ แล้วค่อยออกไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่ป่านนี้คงกำลังตั้งเตาปิ้งย่างอาหารทะเลอยู่ที่หน้าบ้านพักกันแล้ว  

               วิทย์และเด็กในร้าน ตั้งวงดื่มกันตั้งแต่มาถึงแล้ว หน้าตาที่ลลิลเคยเห็นว่านิ่งขรึมจนเกือบบึ้งตึงบัดนี้ปรากฏรอยยิ้มประดับขึ้นมาบ้าง จะว่าไปวิทย์ก็เผยรอยยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆได้สักพักใหญ่แล้วล่ะ

               “วิทย์ เราวานที นายพาลิลไปเดินดูตรงชายหาดฝั่งโน้นแทนเราหน่อยได้ไหม

               ส้มซ่าบอกขึ้นมาเมื่อเห็นญาติสาวสวยเดินมาสมทบ

               “ทำไมล่ะ

               “ส้มจะย่างอาหารไว้รอนี่ไง อีกอย่างนะส้มก็ขี้เกียจพาไปอ่ะลิล ส้มเมื้อยเมื่อย นะ นะ นะ ลิลนะ

               ลลิลหรี่ตาจับผิดว่าส้มซ่าคิดอะไรกันแน่ พักนี้ลลิลคิดว่าตนเองพอจะฉลาดขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมตามนั้น เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย

               วิทย์ยิ้มแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวเล็กน้อย ลอบมอง เวลาเธอเงียบทีไร ลลิลมักจะซึมทุกทีไป จึงอดไม่ได้ที่จะชวนคุย คุยอะไรดีที่จะไม่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเศร้ามากไปกว่าเดิม

               “เอ่อ คุณลิลทำงานมากี่ปีแล้วฮะ

               ทำงานมากี่ปีแล้วเหรอ จำได้ว่าเธอเริ่มอาชีพก็ได้เจอกับเอ็ดเวิร์ดแล้ว นึกแล้วลลิลก็หน้าหมองลงทันที เธอคิดถึงเขาอีกแล้ว

               วิทย์เห็นแล้ว เผลอกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ สบถด่าตัวเองอยู่ในใจ คำถามมีเป็นร้อยเป็นพัน อดีตเหรียญทองโอลิมปิกฟิสิกส์อย่างเขาทำไมถึงโง่แบบนี้วะ นึกขึ้นมาสักข้อที่มันดีดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง จีบสาวแต่ถามเรื่องงานเขาเนี่ยนะ

               “แล้ว ทำไมคุณลิลถึงไม่ทำงานนี้แล้วล่ะฮะ

               ลลิลตารื้นขึ้นมาทันที เธองดรับทุกงานแล้วก็เพราะเอ็ดเวิร์ดขอร้องแกมบังคับ และที่ไม่คิดจะกลับไปทำอีกแล้วก็เพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก วิทย์อยากกระโดดเตะตัวเองนัก ทำไมวะ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยก็ได้โว้ย

               “ที่นี่อากาศดี คุณลิลชอบไหมฮะ

               เออ เอาสิ วิทย์นึกไม่ออกแล้วจริงๆว่าจะชวนเธอคุยเรื่องอะไรดี พอเดินกันมาได้พักใหญ่ คนนำก็จนปัญญา ชวนขึ้นว่า

               “เราเดินกลับไปหาพวกนั้นกันดีกว่า คุณลิลคงหิวแย่แล้ว ไปฮะ

               วิทย์พาหญิงสาวเดินกลับมายังวงอาหารที่กำลัง ปิ้ง ย่าง กินดื่ม ขับร้องกันอย่างครึกครื้น ลลิลก็ยิ้มออกมาได้หน่อยหนึ่ง แต่วิทย์ก็ยังมองเห็นความเศร้าหมองในดวงตาคู่สวยนั้นอยู่ดี

               ตลอดเวลาวิทย์คอยเดินวนเวียนไปมาเพื่อหยิบอาหารใส่จานให้เธออยู่ตลอด จนส้มซ่ายื่นจานของตัวเองออกมาบ้าง

               “ของฉันก็หมดแล้วนะวิทย์

               วิทย์ส่งสายตาไปทางเตา บอกด้วยแววตาว่าให้ไปหยิบเอาเอง คนอื่นที่เห็นก็พลอยขำไปด้วย

               “เออ จำไว้ส้มซ่าทำเป็นบ่น แต่ก็เดินไปหยิบเอง

               เจ้าของทริปดื่มไปพอสมควร จากชายพูดน้อยก็เริ่มคุยมากยิ่งขึ้นเรื่อย เขาบริการลลิลจนเจ้าตัวเริ่มรู้สึกแปลกขึ้นมาบ้างแล้ว

               ฟ้าที่เริ่มมืดลงไม่ใช่เพราะดึกอย่างเดียว แต่เพราะมีฝนตกร่วมด้วย ไม่ทันตั้งตัวฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาพรวด มีบ้างบางคนที่พากันวิ่งหลบเข้าบ้าน ลลิลยังมีแก่ใจช่วยคนอื่นๆเก็บของ ด้วยความเร่งรีบ มือของเธอหยิบโดนกล้ามปูม้าที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะจนทิ่มเข้าไปในนิ้ว

               “โอ๊ะ!

               พริตตี้สาวชักมือออกมาทันที วิทย์ที่ช่วยเก็บของอยู่ด้านข้างหายมึนเป็นปลิดทิ้ง รีบเข้ามาคว้ามือคนงามพาเดินเข้าไปด้านในบ้านพักทันที ไม่สนใจสายตาลูกน้องที่มองมาอย่างล้อเลียน

               “ล้างแผลก่อนนะฮะคนพูดบอกพร้อมจับมือหญิงสาวมาเพ่งพิศดูดีนะเนี่ยที่โดนบาดไม่ลึกมาก

               “ค่ะ

               “ปวดไหมฮะคุณลิล

               “ไม่ค่ะ

               ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนตามลำพัง คนอื่นๆก็ดูเหมือนเป็นใจ ทิ้งบรรยากาศให้อวลไปด้วยความห่วงใย ดูแลกัน เมื่อเรียบร้อย ลลิลช่วยเก็บซากสำลีและอุปกรณ์ล้างแผล และชิ้นสุดท้าย ลลิลและวิทย์เก็บขึ้นมาพร้อมกัน ชายหนุ่มหยุดลมหายใจของตนแทบทันที หวั่นไหวมากมายกับการได้อยู่ใกล้หญิงสาวที่ตนพึงใจขนาดนี้

               เหมือนสรรพสิ่งรอบตัวหยุดหมุน วิทย์มองที่มือของตนที่สัมผัสโดนมือเรียวบางของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับลลิล เขาเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคมคายเข้าไปใกล้ และใกล้อีก จนจมูกโด่งแตะชนเข้ากับแก้มใสนวลนุ่มนิ่ม ก่อนสูดดมด้วยใจระทึก

               ลลิลที่ยังตกตะลึงงงงันอยู่ เมื่อได้สติเธอผงะหนี พร้อมเอ่ยปาก

               “ขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยทำแผลให้ลิล

               วิทย์มองด้วยสายตาหงอยๆ รุกไวไปเหรอวะ โอ๊ย! ไอ้วิทย์เอ๊ย

              

เอ็ดเวิร์ดเข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน ตามที่สมิธกำหนดไว้ ตลอดเวลาเดือนกว่ามานี้ เจ้าตัวยอมรับกับตนเองได้เลยว่าไม่มีสมาธิจะทำอะไรทั้งสิ้น

ตั้งแต่ได้ข้อความจากลลิล

เรื่องวันนั้นลิลขอให้คุณลืมมันไป และขอให้เราจากกันด้วยดีเถอะนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ ลิลจะจดจำวันเวลาเหล่านั้นเอาไว้เสมอ

เขาอ่านทวนมันอีกหลายรอบ นี่ไม่ใช่ประโยคบอกเลิกใช่ไหม ถ้าใช่เขาต้องการเหตุผลจากลลิล ไม่ใช่แค่การสรุปใจความมาแบบนี้ หากเธอต้องการเลิกก็มาคุยกันต่อหน้า

และเขาไม่มีทางที่จะยอมปล่อยให้ลลิลไป ไม่มีทาง!

นึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอกัน แล้วรอยย่นที่หัวคิ้วพลันคลายลง ความอิ่มสุขในใจไหลบ่ามาคล้ายน้ำป่าที่ไหลทะลักมาอย่างไม่รู้ทิศทาง

เขารักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน และนั่นก็เป็นงานแรกของเธอในอาชีพพริตตี้เช่นกัน

สวยไหมครับ

ร็อบที่ออกมาเดินดูรถยุโรปกับเขา บุ้ยบ้ายให้มองไปทางเธอ พริตตี้สาวสวยค่ายรถยุโรปที่เรียกสายตาหลายคู่ให้มองมากกว่าเอ็มซีที่ยืนพูดเสียอีก

หญิงสาวในชุดรัดรูปคอสเพลย์ดูสวย เซ็กซี่สะดุดสายตาใครต่อใคร จนเอ็ดเวิร์ดอยากดึงเธอให้ออกไปจากฮอลล์แห่งนั้นเสีย

               “ยังดูใสอยู่เลยนะครับ สงสัยงานแรก

               ใช่ นั่นเป็นงานแรกของลลิล เธอดูสดใส ใส บอบบาง และเหมือนจะไม่เหมาะเลยกับงานแบบนั้น

               เอ็ดเวิร์ดเห็นแววตาไม่มั่นใจในแววตาสุกสกาวของพริตตี้น้องใหม่ ค่ายรถยุโรปนำเข้าที่เป็นของเพื่อน

และเพิ่งเคยเห็นลลิลครั้งแรก เป็นเรื่องปรกติที่เอ็ดเวิร์ดจะรู้จักบรรดาเหล่า ดารา นางแบบ พริตตี้ เอ็มซีมาบ้าง แต่ทำไมเขากลับไม่คุ้นหน้าค่าตาหญิงสาวมาก่อน ตอนนั้นบอกในใจได้คำเดียวเลยว่าเขาต้องทำความรู้จักกับเธอให้จงได้ จึงกระซิบบอกบางอย่างกับร็อบ

พอเลิกจากงาน เอ็ดเวิร์ดเดินเตร่รอแถวรถที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นรถที่ใช้รับส่งสาวๆของทางสังกัดเธอ

เจอกันครั้งแรกลลิลไม่สนใจมองหน้าเขาเลย พอมารู้ทีหลังว่าเธอคิดว่าเขาคงเหมือนผู้ชายคนอื่นทั่วๆไป ที่แค่อยากเข้ามาทำความรู้จัก มาจีบก็เลยไม่ได้สนใจ นึกถึงตรงนี้เอ็ดเวิร์ดก็หน้าเคร่งขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเหมือนผู้ชายพวกนั้นจริงหรือเปล่า หลงรูปลักษณ์ภายนอกของเธอเท่านั้นจริงหรือไม่

หลังจากวันนั้น เขาก็ทำตัวบังเอิญเจอเธอทุกงาน ลลิลไปงานไหน เป็นได้เห็นเขาที่งานนั้นด้วย ช่วงที่เกิดกระแสต่อต้านเอ็ดเวิร์ดที่ควรจะหลบไม่ไปไหน ก็ยังอุตส่าห์ออกไปจนได้สบตาเธอจนได้

ร็อบเข้ามาขัดจังหวะความคิดของเอ็ดเวิร์ด พร้อมรายงานบางอย่าง จึงหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงาน

เจอแล้วครับ

ขอบใจมากร็อบ อ้อ เรื่องนี้เหยียบไว้เลยนะ ห้ามพูดมากเด็ดขาด

ร็อบพยักหน้าเล็กน้อยคล้ายรับคำจากเอ็ดเวิร์ดอีกสองชั่วโมงนะครับ นายให้มาถามว่าจะไปพร้อมกันเลยไหมครับ

เอ็ดเวิร์ดหยิบรายละเอียดที่ลูกน้องพี่ชายส่งให้ แล้วกวาดตามองไล่ตามนั้นจนรับรู้แล้วทั้งหมดวางลง ใบหน้าหล่อเหลาเฉียบขาดบัดนี้คล้ำลงจนดูน่ากลัว

               “ไม่ต้อง เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันจะไปตามเมียที่พัทยา

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณทุกๆการติดตามนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha