ซาตานจอมบงการรัก จบแล้วค่ะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ตอนที่สิบเอ็ด :: หวังดีประสงค์ร้าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




ตอนที่สิบเอ็ด :: หวังดีประสงค์ร้าย

              

 

               ภายในบ่อนรอยต่อไทยกัมพูชา

               ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาดี ท่าทางเคร่งเครียดนั่งอยู่ภายในห้องสูท โดยมีหุ้นส่วนที่คนส่วนน้อยจะรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในเจ้าของ Htech นั่นก็คือเฮียเล้งนั่งมองหน้ากันอยู่

               “อะไรของมึงวะพล ไหนว่าซอฟต์แวร์ตัวนี้มันเป็นตัวหยุดโลก เปิดตัวแล้วรับรองรายได้ถล่มทลาย อั๊วนี่เกือบเจ๊งถล่มทลายแทนแล้วเห็นไหมวะ

               พลเม้มปากแน่นผมว่าเราน่าจะโดนพวกมันตลบหลังแล้วล่ะครับเฮียเล้ง

               “อั๊วก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน

               “แล้วมันคุ้มกันไหมวะ โดนไอ้ระยำนั่นจับได้ จบกันเลยชีวิตมึง คราวนี้จะเอาอะไรไปสู้กับมันได้เล่าทีนี้

               พลลอบถอนหายใจ เขาแอบเอาข้อมูลจาก S&G มาให้เฮียเล้งหลายต่อหลายครั้งแล้วตั้งแต่เริ่มงานที่นั่น คราวแรกก็คิดจะทำครั้งเดียวแต่แล้วก็ยาวมาจนถูกเบลคจับได้

เฮียเล้งก็เหมือนกัน ดีแต่ก๊อบชาวบ้าน แล้วแบบนี้จะไปเจริญได้ยังไง นี่ถ้าไม่เป็นเพราะติดยาตัวนั้น เขาคงไม่คิดทำอะไรโง่ๆลงไปแบบนั้นแน่ ตัดอนาคตตัวเองชัดๆ

               “เฮียไม่ต้องเครียดไป ผมพอมีวิธี

               “มีลูกไม้อะไรก็รีบงัดออกมาเฮียเล้งบอกอ้อ อั้วปล่อยข่าวให้น้องลิลลี่คนสวยไปแล้วนะ ว่าเจอลื้อที่นี่ อีคงเอาไปบอกเด็กลื้อแล้วล่ะป่านนี้

               พลพยักหน้า ตอบรับออกไปครับเฮีย ผมเห็นเธอแล้วครับที่บ่อน ว่าจะลองหาทางติดต่อกับเธอดูครับ

               “ดีแล้ว คราวนี้ให้นังเด็กนั่นช่วยลื้อบ้างก็ดีเหมือนกัน ท่าทางจะรักลื้อไม่เบานี่นา ถึงขนาดมาตามถึงนี่

               พลได้แต่เงียบไม่ว่าอะไรจากนั้น เขาคงต้องหาทางติดต่อกับอาลียา เขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ และรู้ดีว่าเธอเองก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเขาเช่นกัน

 

 

 

               ถัดออกมาจากกรุงเทพมหานครราวร้อยหกสิบกิโลเมตร

               “แวะหาหมอก่อนนะฮะ

               วิทย์บอกก่อนเลี้ยวรถสปอร์ตสีดำคาดขาว เครื่องแรงชนิดที่ส้มซ่าแซวตลอดว่าจะเอาไปซิ่งที่ไหนได้เพราะเจ้าตัวซื้อมาแล้วจอดทิ้งไว้เสียส่วนใหญ่ และมักจะควบบิ๊กไบค์ ไม่ก็เวสป้าคู่ใจไปไหนต่อไหนในพัทยามากกว่าจะใช้รถสี่ล้อแบบนี้ แต่ครั้งนี้ วันนี้เขาไม่อยากให้เธอต้องมาตากลมตากแดด ที่สำคัญวิทย์ไม่อยากให้ลลิลเป็นอาหารตาของคนอื่น

               กลับจากเกาะคราวนั้น วิทย์ก็มีท่าทีเปิดเผยมากขึ้น เขาไม่ขอโทษด้วยที่หอมแก้มเธอไปครั้งนั้น และเขาพร้อมที่จะคบหากับลลิล แต่เธอพร้อมหรือไม่นั้น เขาคิดว่าเขารอเธอได้

               นี่ขนาดว่ายังไม่ได้คบกัน เขายังรู้สึกหวงแหนเธอขนาดนี้ แล้วถ้ามีโอกาสเขาจะรู้สึกได้ขนาดไหน

               “ไม่ดีกว่าค่ะ ลิลไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะ คุณวิทย์ไม่เชื่อลิลเหรอ

               วิทย์หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยไม่ใช่อย่างนั้นนะฮะ

               “ลิลไม่อยากไปหาหมอค่ะ สงสัยช่วงนี้นอนดึกแน่ๆเลยถึงได้เวียนหัวบ่อยๆ คุณวิทย์เลยไปวัดเลยเถอะค่ะจะได้ไม่เสียเวลา

               คนที่ยอมเสียเวลา เอ่ยปากบอกไปเถอะฮะ ไหนบอกว่าจะไม่ทำตัวให้ใครๆเป็นห่วงไง ไม่สบายก็มาหาหมอถูกแล้วไงฮะ...

               ลลิลรีบตัดบททันที วิทย์ชักขี้บ่นขึ้นมาทุกวันแล้วก็ได้ค่ะ

               ตรวจร่างกายเรียบร้อย พยาบาลก็ดึงสมุดสีชมพูออกมาเขียนยุกๆยิกๆลงในนั้น ถามขึ้นจะฝากกับที่นี่เลยไหมคะคุณ

               “คะ ฝากอะไรนะคะ

               “ฝากท้องไงค่ะ

               “ท้อง! ท้องเหรอคะ

               ลลิลนิ่งไปหลายวินาทีทีเดียว ใจตกหล่นลงเบื้องล่าง เส้นขนทั้งร่างกายลุกชันด้วยความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปกันมั่วไปหมด เธอท้อง แล้วเธอจะทำอย่างไรดี

               “ว่ายังไงคะคุณ

               “เอ่อ...ไม่ค่ะ...ไม่

               เรียบร้อยแล้ว ลลิลเดินออกมาเปิดประตูขึ้นรถ วิทย์ผละจากแกงค์บิ๊กไบค์ที่อีกฟากฝั่งของถนนทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารอคอยด้วยความเป็นห่วง

               “เป็นยังไงบ้างฮะ

               “ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ ลิลบอกแล้วว่าลิลแค่นอนไม่พอ หมอบอกว่าลิลไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะ ให้ยาบำรุงมาแค่นั้นเอง

               ลลิลชูถุงยาให้คนช่างซักดู แล้วรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง รู้สึกไม่ดีที่ต้องปกปิดคนอื่นแบบนี้

               วิทย์พิศมองหน้าคนที่บอกว่าไม่เป็นอะไร ก่อนจะเปิดประตูพาเธอขึ้นรถ แล้วขับออกไปหลังจากนั้น ตามจริงแล้ววันนี้ ส้มซ่าเป็นคนต้นคิดที่จะพาไปทำบุญวันเกิด แต่พอถึงเวลา เจ้าตัวก็เดินหน้าเซียวออกมาบอกว่าไปไม่ได้ท้องเสีย จึงให้เธอและวิทย์ไปกันสองคน

               เย็นทีเดียวกว่าทั้งคู่จะจบทริปไหว้พระ วิทย์พาเธอไปทัวร์รอบพัทยาก่อนส่งเข้าบ้านได้ในที่สุด

               “อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆนะฮะ แล้วยาก็อย่าลืมทานด้วย

               “ค่ะ

               ยืนส่งวิทย์เรียบร้อยแล้ว ลลิลเปิดประตูรั้วเหล็กเลื่อนสูงขนาดอกเพื่อเดินกลับเข้าบ้าน พลันนึกขึ้นได้ว่าลืมอาหารที่ซื้อมาฝากส้มซ่าไว้บนรถของวิทย์ ก่อนจะเดินเข้าไปโทรศัพท์หาวิทย์ เพราะเธอไม่ได้พกอุปกรณ์สื่อสารใดๆ จังหวะที่หญิงสาวจับลูกบิดประตู เสียงรถขับมาจอดลงที่หน้าบ้าน

               ลลิลผละออก แล้วเดินไปดูอีกครั้ง ใจนึกว่าคงเป็นวิทย์ เขาคงเห็นว่าเธอลืมถุงกับข้าวเลยเอามาให้  

               แต่คนที่เธอเห็นกลับกลายเป็น เอ็ดเวิร์ด

               เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนหันหน้าหันหลังที่ประตูหน้าบ้าน ลลิลจึงรีบหาจังหวะหนีเข้าไปข้างในทันที แต่เอ็ดเวิร์ดหันมาเจอเข้าเสียก่อน เรียกไว้เร็วพลัน

               “ลิล

               ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น ความหวั่นไหวที่มีในใจถูกเขาสั่นคลอนขึ้นมาอีกครั้งมีธุระอะไรคะ

               “ลิล ผมมารับเอ็ดเวิร์ดบอกเสียงอ่อยในแบบที่ลลิลไม่เคยได้ยิน เขาดูซูบลงกว่าเดิมพอสมควร แววตาสนุกสนานในแบบของเขาก็พลันหายไปจากใบหน้าหล่อเหลานั่นด้วยผมขอโทษ

               “ขอโทษ เรื่องอะไรคะ

               “ก็...เรื่องที่ผม...บังคับคุณ เรื่องที่ทำให้คุณเสียใจทุกเรื่องนั่นแหล่ะ ผมขอโทษ

               “ได้ค่ะ ลิลให้อภัยคุณ

               เอ็ดเวิร์ดมีสีหน้าดีใจ เดินเข้าไปหา แต่รั้วบ้านที่สูงเพียงอกก็ยังคงกั้นเขาและเธอเอาไว้ถ้าอย่างนั้นเราก็กลับกันได้แล้วสิลิล

               “เดี๋ยวก่อนค่ะ ลิลให้อภัยคุณไม่ได้หมายความว่าลิลจะกลับไปกับคุณนะคะ

               “แล้วมันจะหมายความว่าลิลให้อภัยผมได้ยังไง แบบนี้ก็แสดงว่าลิลยังโกรธผมอยู่น่ะสิ

               “ไม่ใช่ค่ะ ลิลให้อภัยคุณแล้วจริงๆ แล้วลิลก็อยากยุติเรื่องของเราด้วย

               “ลิล

               เอ็ดเวิร์ดใจแกว่งไปเลยทีเดียวเมื่อได้ยินแบบนั้น

               “ลิล ผม...รักคุณนะลิล

               ลลิลหันหลังให้เขาทันที เมื่อได้ยินคำบอกรักจากเขามันสายไปแล้วหรือเปล่าคะ กลับไปเถอะค่ะเอ็ดเวิร์ด เรื่องของเรามันเป็นไม่ได้หรอกค่ะทำท่าจะเดินหนีเข้าบ้าน เอ็ดเวิร์ดกระโจนตัวข้ามรั้วเข้ามา แล้วคว้าตัวเธอไว้แต่คว้าได้กระเป๋าของหญิงสาวแทน แรงชายหนุ่มดึงจนข้าวของด้านในกระจุยกระจายเต็มพื้น ถุงยากระเด็นไปตกที่เท้าของเขา

               เอ็ดเวิร์ดหยิบขึ้นมาดูทันที สะดุดตาเมื่อเห็นถุงยาบำรุงครรภ์

               “ลิล นี่หมายความว่ายังไง

               “ไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะ เอาของลิลคืนมา

               “ยาบำรุงครรภ์? นี่คุณท้อง ท้องลูกของเราใช่ไหมลิล

               “ไม่ค่ะ

               “ลิล คุณอาจจะนึกว่าผู้ชายหน้าตาดีดีคงจะโง่ทุกคนใช่ไหม แต่ผมไม่ใช่นะลิล ยาบำรุงครรภ์นี่มันหมายถึงอะไรผมรู้นะ

               “รู้ดีจังเลยนะคะ

               เอ็ดเวิร์ดสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างต้องการระงับความรู้สึกพลุ่งพล่าน

               “บอกผมมาดีกว่า ว่าคุณ...ท้องลูกของเราใช่ไหม

               “มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะว่าลิลจะเป็นอะไร ท้องหรือไม่ หรือท้องกับใคร ลิลว่าคุณกลับไปเถอะค่ะเอ็ดเวิร์ด

               “ผมตัดสินใจแล้วนะลิล ผมจะบอกปู่เรื่องของเรา ผมจะไม่ให้คุณกับลูกอยู่ห่างตาเด็ดขาดให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหมลิล

               ลลิลถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง น้ำตาไหลรินลงอาบแขนชายหนุ่มที่เธอรัก เธอไม่อยากให้เขาลำบากใจเลยสักนิดเดียว ไม่อยากให้เขาผิดใจกับปู่ แล้วก็ไม่อยากอยู่ห่างจากเขาด้วย

               “กลับไปกับผมเถอะนะลิล

 

 

 

               หลังจากที่โดนขู่ไปวันนั้น อาลียาก็พยายามรักษาระยะห่างระหว่างตนเองและเอ็ดเวิร์ดได้เป็นอย่างดี และบ่ายวันนี้เองที่ต้องหญิงสาวนั่งหน้าตาซีดเซียวอยู่ สร้างความรำคาญตาให้คนมองไม่น้อย จนต้องออกปากถามเอมิลี่เมื่ออีกฝ่ายเดินเอาแฟ้มเอกสารเข้ามาให้ในห้อง

               “ผู้ช่วยคุณเป็นอะไรเอม หน้าตาซีดเซียวแบบนั้นน่ะทำงานไหวหรือเปล่า

               เอมิลี่ก้มหน้าเล็กน้อย มองลอดแว่นไปทางเจ้านายที่อยู่เบื้องหน้า ตายแล้วเธอยังดูไม่ออกเลยว่าสาวน้อยข้างกายเธอป่วย แต่ แต่ แต่...เจ้านายเธอกลับรู้เสียอย่างนั้น

               พี่น้องบ้านนี้นี่ดูแลกันแปลกๆนะ

               “เอ่อ...น้องลียา เธอ...คงปวดท้องมังคะ ได้ยินแว่วๆ แต่ไม่เห็นเธอบอกว่าไง เอมเลยนึกว่าเธอไม่ปวดมาก

               “ปวดท้อง ปวดท้องอะไร ไม่ได้กินข้าวเหรอ

               “ป่าวค่ะบอส คือ...ยังไงดีล่ะเอมิลี่กลอกตาบนนึกคำอธิบายคือปวดท้อง ปวดแบบผู้หญิงน่ะค่ะบอส

               “อ้อเบลคได้คำตอบแล้วทำทีเป็นไม่สนใจ แต่ในหัวคิดบางอย่าง จนจัดการเอกสารเรียบร้อย เขาบอกเอมิลี่ว่า จะออกไปข้างนอก แล้วเดินตรงมาคว้าแขนคนหน้าซีดให้ลุกตามไปด้วย

               “จะไปไหนคะ

               “ไปหาหมอ ไม่สบายไม่ใช่หรือไง

               “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่...ปวดท้อง

               “ไม่สบายก็ไปหาหมอ หรือจะให้อุ้มไป

               ได้ยินแบบนี้แล้วอาลียารีบลุกแทบทันที กลัวคนอื่นได้ยิน ดีที่เอมิลี่เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วถ้าเบลคเกิดทำขึ้นมาจริงๆ เธอไม่อยากคิดเลยว่าคนอื่นจะมองอย่างไร

               เบลคพาเธอมายัง Bangkok Health Care เขาทำท่าจะเปิดประตูลงมา ปากก็บอกเสียงราบเรียบว่าเดี๋ยวขึ้นไปหาหมอศิลาที่ชั้นสิบสอง

               “ฉันขอไปเองได้ไหม คุณรอที่นี่เถอะ

               เบลคมองหน้าซีดๆของคนขอ ทำไมก็ไม่รู้เกิดสงสารขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่อยากให้เธอเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเขา เลยทำทีเป็นยอมตามใจ

               แม้จะอยากตามไป แต่เบลคก็ยอมถอย ได้แต่ส่งสายตาให้ร็อบคอยดูแลตามหลังไปด้วย  เดินเข้ามาแล้ว อาลียาเดินวนเวียนอย่างสับสน เพื่อตามหาหมอศิลา แต่ได้รับคำตอบว่าหากจะพบหมอต้องรออีกสองชั่วโมงเพราะหมอศิลาติดเคส ใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาพอดีเห็นเข้าจึงร้องทัก

               “ลียาใช่ไหมคะ

               อาลียาหันมามองเสียงเรียก ก่อนประสานสายตาเข้ากับใครบางคน เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายทันควัน

               “สวัสดีค่ะ คุณหมอกัญญานุช

               “เป็นอะไรคะเนี่ย ทำไมหน้าตาซีดเซียวแบบนี้

               กัญญานุชทักด้วยสีหน้าแสดงความเป็นห่วง จนคนที่กำลังรู้สึกอ่อนแอ อบอุ่นขึ้นมาโดยพลันลียาปวดท้องน่ะค่ะ เอ่อ...ปวดแบบ

               “ปวดแบบผู้หญิงใช่ไหมคะ มาค่ะ เดี๋ยวพี่ตรวจให้

               น้ำเสียงอบอุ่น แววตาเอื้ออาทรจากคุณหมอสาว ทำให้อาลียาก้าวเท้าตามเข้าไปยังห้องตรวจ กัญญานุชสั่งให้พยาบาลผู้ช่วยเตรียมห้องว่างให้ พร้อมเครื่องดื่มอุ่นๆและกระเป๋าน้ำร้อน

               คนที่ไม่เคยปวดท้องแบบนี้มาก่อน พอได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ ก็น้ำตาซึมขึ้นมาทันที ผุดลุกขึ้นนั่งหลังจากนั้น เมื่อรู้สึกว่าอาการดีขึ้นพอสมควร

               “ดีขึ้นแล้วเนอะ เดี๋ยวพี่สั่งยาให้ อื่ม... พวกยาปรับฮอร์โมนน่ะค่ะ แล้วก็มีพวกพอนสแตนเป็นยาลดปวดนะคะ ลียาทานตอนที่ปวดมากๆนะคะ

               “เอ่อ...คือ ลียาไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ

               “ปวดร้าวจนลงก้นเลยใช่ไหมคะลียา

               “ใช่ค่ะ ปวดจนนั่งไม่ได้เลยค่ะ

               “อาการแบบนี้น่าจะเกิดจากช็อกโกแลตซีสค่ะ ได้ยาปรับฮอร์โมนไปทานแล้วจะดีขึ้น แต่ถ้าหากแต่งงานแล้วอยากมีน้องคงต้องรอสักพักก่อนนะคะ

               อาลียายิ้มกระดาก เมื่ออีกฝ่ายพูดไปไกลถึงเรื่องนั้น กัญญานุชจึงสั่งให้ผู้ช่วยไปรับยาแทน แล้วนำมาอธิบายให้ฟัง

               “คราวหน้าถ้าลียาปวดท้องอีกทานตัวนี้เลยนะคะ แล้วถ้ายังไม่ดีขึ้นลองประคบน้ำร้อนดูก่อน แล้วถ้าไม่ดีอีกยังไงเข้ามาหาพี่ได้เลยนะคะ

               “ค่ะ

               “เรียบร้อยแล้วนะคะ

               “ลียาไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง คือ...ลียาเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้าน ก็เลยไม่รู้จะไปถามใครดีกัญญานุชยื่นถุงยาคืนให้ พร้อมตบหลังมืออย่างใจดีพี่เข้าใจค่ะ พี่เป็นลูกกำพร้าไม่มีพ่อแม่เหมือนกัน โตมากับคุณตา เห็นน้องลียาแล้วพี่รู้สึกถูกชะตากับลียาขึ้นมาทันทีเลยนะ พี่รู้ค่ะว่าเรารู้สึกยังไง

               “ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ

               “เรียกพี่นุชก็ได้ค่ะกัญญานุชบอกอย่างใจดีถ้าลียามีปัญหาอะไร ปรึกษาพี่ได้ทุกเรื่องเลยนะคะ พี่อยากมีน้องสาวน่ารักๆแบบนี้มาตั้งนานละ

               อาลียาพนมมือไหว้ กัญญานุชลูบไหล่อย่างเบามือ อาลียาพลันอุ่นวาบขึ้นในหัวใจ ตั้งแต่เล็กเธอเติบโตมาในครอบครัวของสมิธ ครอบครัวที่มีแต่ผู้ชาย พอมีปัญหาแบบนี้ก็แทบจะไม่มีใครที่เธอจะปรึกษาได้ ก่อนหน้าก็ไม่เคยเลยที่จะมีอาการปวดมากขนาดนี้ แต่ตั้งแต่...ตั้งแต่ครึ่งปีมานี้เธอก็ปวดท้องรุนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ     

               กัญญานุชเดินมาส่งอาลียาลงลิฟต์พอประตูปิดลง สายตาเอื้ออาทรเมื่อครู่พลันเปลี่ยนไปอีกแบบในทันที แล้วแทนที่ด้วยสายตามาดร้าย นังเด็กเมื่อวานซืน บอบบาง อ่อนแอ เหยาะแหยะแบบนี้นะเหรอ จะเอาเบลคอยู่

                             

 

 





ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณทุกๆการติดตามนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha