ซาตานจอมบงการรัก จบแล้วค่ะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่สิบสาม :: แม่สื่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




ตอนที่สิบสาม :: แม่สื่อ

                    

                             

สายของวันนี้ท้องฟ้าสีครามใสสวย ลมพัดเอื่อย บรรยากาศดีทีเดียว รถแวนนำเข้าสีควันบุหรี่ขับพ้นประตูด้านหน้า พาสองตาหลานสู่ตัวบ้านหลังใหญ่ภายในรั้วสูงกว่าสองเมตร

               กัญญานุชเปิดประตูลงมาเอง พร้อมถุงอาหารหลากหลายส่งยิ้มเย็นตาให้ทุกคนในบ้าน พลันสายตาสะดุดกับหญิงสูงวัยที่มีทีท่านอบน้อมเป็นพิเศษ รายนั้นเดินปรี่เข้ามารับของพร้อมส่งประโยคทักทายอย่างเป็นมิตร

สวัสดีค่ะคุณหมอนุช คุณท่านติดธุระที่ด้านใน เลยให้อิฉันมารับค่ะแม่จันยืนละล้าละลังทักทายแทนผู้เป็นนายที่ติดธุระสำคัญกับลูกน้องในบ้าน

กัญญานุชพยักหน้ารับ ส่งยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนเข้าไปพยุงภาคินลงจากรถ

               “คุณหมอสวยจังเลยนะคะ

               แม่จันและเด็กๆในบ้านพอรู้มาบ้างจากที่แอบได้ยินคุณท่านคุยกับคำรณ ว่าวันนี้คู่หมายของเบลคจะมา เมื่อเห็นแล้วก็นึกชื่นชม ช่างเหมาะสมกันนัก นางพาแขกของนายท่านไปรอยังห้องรับรองด้านในของบ้าน

               รอไม่นาน สมิธก็เดินเข้ามาต้อนรับ โดยที่เบลคและเอ็ดเวิร์ดยังคุยธุระที่ห้องทำงานกับทีมของกฎหมายของ S&Gอยู่ มีเพียงอาลียาที่เดินตามสมิธออกมาทักทาย

               สมิธหันมาแตะไหล่หลานสาว บอกเสียงละมุน

               “ลียา หนูพาพี่เขาไปเดินเล่นก่อนไปลูก อีกสักพัก เบลคคงเสร็จธุระพอดี เดี๋ยวให้รายนั้นพาหมอนุชไปดูที่เรือนกล้วยไม้”  

               อาลียารับคำแล้วพากัญญานุชเดินชมจนทั่วบ้าน ชี้ชวนดูเรือนกล้วยไม้ที่ตั้งห่างออกไปทางด้านหลังบ้านสามร้อยเมตร ก่อนหยุดลงที่ครัว เพราะคุณหมอเกิดอยากทักทายคนในนั้น

               “ทำอะไรกันอยู่คะ

               “อุ๊ย คุณหมอคนสวยมาแน่ะแม่จันเด็กรับใช้ร้องบอกอย่างดีใจ

               กัญญานุชส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วเดินนำคนพามาเข้าไปยืนดู ทักถามด้วยเสียงสดใส

               “เอ... นี่ใช่ ข้าวแช่หรือเปล่าคะแม่จัน

               “ค่ะคุณหมอ

               “เรียกนุชเถอะค่ะ แม่จัน

               กัญญานุชบอกอย่างเป็นกันเอง

               “นี่กำลังทอดกะปิเหรอคะ ให้นุชลองทำบ้างได้ไหมคะ

               แม่จันลังเลเล็กน้อย ด้วยกลัวน้ำมันจะกระเด็นใส่จนผิวสวยๆพุพอง คนขอก็เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายกังวล จึงตัดบทด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

               “ที่บ้านนุชก็ทำออกบ่อยไปค่ะ ให้นุชช่วยนะคะ

               กัญญานุชเข้ากันได้ดีทีเดียวกับแม่จันและเด็กๆในบ้าน ระหว่างนี้อาลียารู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนเกิน ดูท่าแล้ว อาลียาคงไม่เป็นที่รักของคนพวกนี้เท่าใดนัก คุณหมอสาวหันมาถามหญิงสาวที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ

               “ลียา มาลองทำดูไหมคะ

               อาลียานั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจับตะหลิวที่คุณหมอสาวส่งให้

เธอไม่เคยลงครัวสักครั้ง ด้วยว่าหนึ่ง แม่จันไม่ชอบเธอ เมื่อคนไม่ชอบหน้าเธอก็ไม่อยากมาเกะกะสายตาอีกฝ่าย สองปู่สมิธไม่สนับสนุนให้เธอเข้าครัวเท่าไรนัก ด้วยว่ามีคนทำให้แล้วจึงไม่เห็นความสำคัญที่ต้องเข้ามาในนี้ ฉะนั้นเมื่อได้ลองจับครั้งแรกก็เลย...

               “อุ๊ย!

               น้ำมันที่อยู่ดีดีก็กระเด็นใส่หลังมือ จนอาลียาปล่อยตะหลิวหล่นลงพื้น

               “เจ็บไหมลียา มาให้พี่ดูสิ

               กัญญานุชรีบเข้ามาอาลียาไปล้างน้ำในอ่าง ก่อนร้องหาของที่นี่มีว่านหางจระเข้ไหมคะ

               “มีค่ะ เดี๋ยวแม่จันให้คนไปเอาให้นะคะคุณหมอ

               แม่จันที่ลืมตัวว่าไม่ใคร่จะชอบหลานรักของคุณท่าน แต่เพราะอยากเอาใจว่าที่สะใภ้ใหญ่เลยเสนอตัวขึ้นมาทัน

               “ไม่เป็นไรค่ะ ลียาไม่เป็นอะไรมาก

               กัญญานุชทำเป็นเอ็ดเสียงดุแกมเอ็นดูไม่มากยังไง นี่ดูสิ...แดงหมดแล้ว

               “ลียามีบัวหิวมะบนห้องค่ะพี่นุช เดี๋ยวลียาว่า ลียาไปเอาบัวหิมะในห้องทาก็ได้ค่ะ

               “รีบเลยค่ะ เดี๋ยวพองแล้วจะแสบมาก

               คนที่โดนน้ำมันกระเด็นใส่ลังเล ไม่อยากปล่อยให้แขกคนสำคัญรอ

               “แล้วพี่นุชละคะ

               “พี่นั่งรออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ค่ะ ลียาไปจัดการเถอะนะ

               กัญญานุชบอกให้คลายกังวล พอลับหลังร่างเล็กบางพลันสายตาเอื้อเอ็นดูเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นสะใจ สมน้ำหน้า และไม่มีใครทันเห็นสายตานั้นจากร่างสูงโปร่งของคุณหมอคนดี

               อาลียาเดินกุมมือออกจากครัวด้วยสีหน้าเหม่อลอย รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำทั้งๆที่มีคนมากมายเต็มบ้าน แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนตัวคนเดียว ขณะกำลังเดินขึ้นบันไดบ้านไปยังบนห้องส่วนตัว ก็พลันสวนกับร็อบพอดี ฝ่ายนั้นเห็นหญิงสาวที่ตนเองมีใจกุมมือเดินผ่านมา จึงมีท่าทีเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

               “มือเป็นอะไรครับ

               “อ้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะร็อบ ลียาแค่โดนน้ำมันกระเด็นใส่เท่านั้นเอง

               “แสบน่าดู มาครับ ผมช่วย

               “ไม่เป็นไรค่ะร็อบ เดี๋ยวลียาขึ้นไปเอายาบนห้องทาดีกว่า

               ร็อบที่ยังเป็นห่วงอยู่ เลยถือวิสาสะคว้ามือเธอมาดูให้แน่ใจ ก่อนจะรีบเดินไปเอายาที่ตู้ยาใกล้ๆจัดแจงทำให้ เขาแค่อยากดูแลเธอบ้างเท่านั้นเอง ในใจรู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ และไม่คิดจะให้เธอมาเหลียวมองด้วย เขาบริสุทธิ์ใจที่จะดูแลเธอ

เอ่อ ขอบคุณมากค่ะร็อบ เดี๋ยวลียาทำเอง

               “ทำอะไรกัน!

               เสียงทักจากหน้าห้องทำงานขนาดใหญ่ ดังกังวานทั่วห้องโถง จนอาลียาถึงกับสะดุ้งตกใจ มือของร็อบปล่อยออกจากเธอทันที แต่คนร้องทักก็ยังอุตส่าห์มองเห็น ถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ตาสีเทาวาววับด้วยความไม่พอใจ

               “ฉันถามว่ายืนทำอะไรกันอยู่

               “คุณลียาเธอโดนน้ำมันลวกมาครับ ผมเลยทายาให้

               เบลคมองหน้าลูกน้องด้วยสายตากดดัน แบบที่ร็อบไม่เคยเห็น

               “นายมีหน้าที่อะไรร็อบ ฉันจ้างแกมาเพื่อคอยใส่ยาหรือไง

               “อย่าว่าร็อบเลยค่ะ คือฉันขอให้เขาใส่ยาให้เอง

               อาลียาร้องห้ามเสียงสั่น ใจกลัวเหลือเกินว่าร็อบจะซวยเพราะเธอ

               “แล้วมืออีกข้างไม่มีหรือยังไง ถึงได้เที่ยวใช้คนอื่นให้มาคอยทาถูให้แบบนั้นน่ะ

               อาลียาชักสีหน้าทันที ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด เบลคก็หันไปตะตอกลูกน้องร็อบ ฉันไล่แกออก ไปรับเงินเดือนสามเดือนสุดท้ายแล้วขนของออกไปจากที่นี่ภายในพรุ่งนี้

               “เบลค!

               “ทำไม

               “ฉันขอร้องอย่าไล่ร็อบ

               “เธอมีปัญญาจ้างมันหรือเปล่าล่ะลียา ถ้ามีก็จ้างมันไว้คอยทายาให้เธอสิ

               “ฉันไม่ทำตัวไร้เหตุผลเหมือนคนบางคนหรอกค่ะ

               “ใคร ที่เธอบอกว่าไม่มีเหตุผล หึ ลียา

               หน้าคนถามแดงจนเขียวและคงดำในที่สุด เบลคเอื้อมมือมาคว้าแขนคนตัวเล็กที่ทำปากกล้าต่อปากกับเขา ทำท่าจะลากไปยังห้องทำงาน แต่แล้วเสียงหวานจากอีกทางก็ช่วยไว้ทัน

               “มีอะไรเหรอคะ

               กัญญานุชเดินเข้ามาก่อนพร้อมเสียงทักทายใสๆ มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเบลคยังคงจับต้องเนื้อตัวหญิงสาวอีกคนอยู่ต่อหน้าต่อตาตนเองสวัสดีค่ะเบลค

               เบลคยังคงจับแขนเธออยู่ แต่อาลียาออกแรงสะบัดจนหลุด

               “คุยธุระเรียบร้อยแล้วรึยังเบลค

               สมิธที่เดินตามมาทีหลังกับภาคินร้องถามหลานชายคนโต

               “พาหมอนุชไปดูที่เรือนกล้วยไม้หน่อยไป เห็นว่าชอบกล้วยไม้มากเหมือนปู่เลย ปู่มีหลายพันธ์เลยเชียวสมิธบอกอย่างภูมิใจ

แล้วเดี๋ยวอาหารเที่ยงจัดเรียบร้อยแล้ว ปู่จะให้เด็กไปตาม

               เบลคพากัญญานุชไปเดินยังเรือนกล้วยไม้ แต่เขากลับเงียบกริบตลอดทาง มีแต่คุณหมอที่พยายามชวนคุย ส่วนเจ้าของบ้านก็ยังมีท่าทีถามคำก็ตอบคำ หญิงสาวได้แต่บอกตนเองให้อดทนเอาไว้ก่อน เพราะเธอต้องไม่มีทางแพ้ยัยเด็กนั่นแน่

               เมื่อได้เวลาอาหารเที่ยง เด็กรับใช้เดินนำสองคนในเรือนกล้วยไม้ออกมาส่งยังห้องอาหาร อาลียาเดินเข้ามาหากัญญานุชแล้วพาเข้าไปนั่งใกล้ๆกับตำแหน่งประจำของเบลค ส่วนคนที่ถูกยัดเยียดก็เริ่มกรุ่นโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว

               เขามองหน้าหญิงสาวที่พยายามยัดเยียดคนอื่นมาให้ด้วยสายตาเคืองขุ่น

               บนโต๊ะอาหารทุกคนพูดคุยกันอย่างครึกครื้น มีแต่เพียงเบลคที่เพียรส่งสายตาคาดโทษมายังคนตัวเล็กฝั่งตรงข้ามที่นั่งเคียงข้างเอ็ดเวิร์ด แต่เจ้าตัวก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น และเย้าผู้มาเยือนด้วยความรู้สึกเสียดาย

               “พี่นุชน่าจะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน

               “เอาไว้วันหลังเถอะนะลียา วันนี้พี่มากวนทั้งวันแล้ว ดูพี่ชายเราสิ ทำหน้าบึ้งตึงแล้วนั่น

               กัญญานุชทำเป็นแกล้งแหย่เบลคที่เดินตามหลังมา ขณะเดินออกมาส่งขึ้นรถเพื่อจะกลับ

               “หน้าบึ้งก็เพราะพี่นุชไม่อยู่ทานมื้อเย็นด้วยต่างหากอาลียาเอียงตัวมากระซิบกระซาบ แต่คนหูดีก็ยังได้ยิน หน้าที่บึ้งตึงอยู่แล้วยิ่งหนักไปกว่าเก่า

               “เรานี่น้า

               กัญญานุชเขี่ยจมูกเธอด้วยท่าทีหมั่นเขี้ยว แต่ในใจเดือดปุดเลยทีเดียว แล้วร่ำลาเจ้าของบ้าน ขึ้นรถออกไปในเวลาถัดมา พอแขกกลับไปแล้ว อาลียาที่เดินวนตามคนเจ้าปัญหา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนจิบกาแฟในสวน เธอจึงกล้าเดินเข้าไป เพื่อคุยเรื่องของร็อบ

               “ขออนุญาตค่ะ

               “มีอะไร

               “ฉันขอร้องล่ะ อย่าไล่ร็อบออกได้ไหมคะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ

               “ผิดหรือไม่ ไม่ต้องให้ใครมาบอก ฉันเป็นคนตัดสินใจเอง

               เบลคหันหน้ามาคุยด้วย คราวนี้หญิงสาวชักหวั่นๆ แม้จะยืนคุยกันกลางสวน แต่เธอก็ไม่อยากวัดใจกับเขา

               “อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักหรอกนะ เคยได้ยินไหม แม่สื่อแม่ชักไม่ได้ตัว เอาวัวพันหลักน่ะ

               ตานี่รู้จักด้วยเหรอสำนวนแบบนี้

               อาลียามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะคนพูดหันมาสบด้วยสายตาเครียดขรึม ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรและใคร

               “แต่...ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

               อาลียาอึกอักบอกเขา แล้วหลบตาคมที่ตวัดมามองทันที

               “ก็ลองทำดูสิ เราได้เห็นดีกันแน่ลียา

               เพราะรู้ตัวว่าทำอะไรเอาไว้ และก็จริงจึงไม่มีหน้าไปเถียงเขาอีก เลยหันหนีเดินจากมา เบลคมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาเครียดขรึม

               เขาไม่ไหวกับความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว อะไรมันจะเกิดก็คงต้องปล่อยมัน แต่จะให้เขาปล่อยมือจากคนที่เดินหนีเขาไปนั้นไม่มีทางแน่

               ภาพหลานชายหญิงที่ยืนคุยกันภายในสวน อยู่ในสายตาของสมิธอยู่ตลอดเวลา คนมองผละมือที่รั้งผ้าม่านปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาปิดบานกระจกภายในห้อง ก่อนจะเดินออกมานั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ขนาดใหญ่ในห้องพัก โดยไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของชายสูงวัยได้เลย

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณทุกๆการติดตามนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha