ซาตานเผด็จการรัก (จบแล้ว)

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : Chapter.2 กับดักซาตาน 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




Advent, Plate, Cake



หลังจากขับรถออกมาจากบริษัทของจอมเผด็จการแล้วทิพย์วารีซึ่งขับรถมาตามถนนหลักเพื่อมุ่งหน้าไปหาบ่วงชบาเพื่อนสาวคนสนิทที่เธอสามารถพูดคุยและปรึกษาได้ทุกเรื่องแม้ว่าบ่วงชบาจะมีอายุน้อยกว่าเธอแต่เพราะความเป็นเด็กกำพร้าทำให้เพื่อนสาวของเธอเข้มแข็งและรู้จักเอาตัวรอด ผิดกับเธอไม่ว่าจะทำอะไรก็หวาดกลัวไม่กล้าตัดสินใจอะไรๆก็ต้องพึ่งบิดามารดาตลอด แต่ตอนนี้เธอไม่เหลือใครให้เป็นที่พึ่งอีกแล้ว เพราะญาติเพียงคนเดียวที่เหลือคือคนที่จ้องจะพร่าผลาญล่าสวาทเธอ

“เป็นไงบ้างแทม ฉันว่าจะโทรหาเธออยู่เหมือนกัน” บ่วงชบาหรือบีเพื่อนสาวชาวไทยที่รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนปีแรกเอ่ยทักหลังจากเปิดประตู

“ฉันรู้สึกแย่มากเลยล่ะบี”  ร่างบางโผเข้ากอดเพื่อนสาว  แม้จะตกใจแต่บ่วงชบาก็พยายามควบคุมสติแล้วกอดปลอบทิพย์วารีก่อนจะพามานั่งยังโซฟากลางห้องภายในอพาร์ตเม้นท์ของเธอ

“ใจเย็นๆนะ ฉันรู้ว่าการสูญเสียอย่างกะทันหันมันอาจทำให้เราทำใจได้ยาก แต่เธอต้องเข้มแข็งไว้นะ คุณลุงคุณป้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” บ่วงชบาพยายามพูดปลอบใจตามแบบฉบับสาวแกร่ง ซึ่งก็ทำให้คนที่กำลังอ่อนแอทางใจอย่างทิพย์วารีรู้สึกดีขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะเรื่องที่ทำให้เธอรู้สึกแย่คือการที่เธอถูกซาตานร้ายบีบบังคับให้อยู่ภายใต้อำนาจของเขา ไร้อิสระ เฉกเช่นนกน้อยในกรงทองที่ยามเขารักก็ดูเหมือนจะเอาใจเอ็นดู ยามถูกขัดใจก็พร้อมจะพาดโทษทัณฑ์แสนร้ายกาจใส่เธออย่างไร้ความปรานี

“ขอบใจจะบี เรื่องคุณพ่อคุณแม่ฉันพอทำใจได้บ้างแล้ว แต่ที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนต้องตกนรกคือการที่ฉันต้องแต่งงานกับพี่แอลน่ะสิ ฉันจะทำยังไงดี เธอช่วยฉันคิดหน่อยสิ” คนหวาดกลัวเขย่าแขนรบเร้าถามเพื่อนสาวด้วยความทุกข์ใจกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญ

“โธ่ ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ทำไมล่ะพี่แอลเขาก็ออกจะแสนดี สาวๆค่อนเมืองอยากจะเป็นเจ้าสาวพี่ชายเธอกันทั้งนั้น” บ่วงชบายิ้มพร้อมกับบีบแก้มเพื่อนสาวเบาเป็นการหยอกเย้า

“ใครอยากเป็นก็เชิญ แต่ฉันไม่มีทางแต่งงานกับคนเห็นแก่ตัวพรรค์นั้นเด็ดขาด” น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังของเพื่อนสาวทำเอาบ่วงชบาอดแปลกใจไม่ได้เพราะปกติแล้วทิพย์วารีจะให้ปลื้มพี่ชายตัวเองถึงขนาดคุยอวดสาวๆในคลาส แต่มาวันนี้กลับทำเหมือนชิงชังชายหนุ่มขึ้นมาซะงั้น

“เห็นแก่ตัว เธอพูดเหมือนว่าพี่แอลไปทำอะไรให้อย่างนั้นล่ะ อย่าบอกนะว่าเขาโกงสมบัติ ยักยอกมรดกเธอจนหมดตัว”

“ฉันไม่ขำเลยสักนิดนะ ถ้าเขาทำอย่างนั้นฉันยังรู้สึกดีซะกว่า แต่นี่เขา...” ทิพย์วารีไม่อยากจะเอ่ยถึงสิ่งที่ ชายหนุ่มที่เธอเคยรักนับถือกระทำกับเธอราวกับพวกหื่นกาม

“อ้ำๆอึ้งๆแบบนี้แล้วฉันจะรู้เรื่องไหมเนี่ยว่าพี่แอลเขาทำอะไรเธอยัยแทม” สาวมั่นถามอย่างต้องการรู้ว่าเกิดอะไรเพื่อที่เธอจะได้ช่วยคิด ช่วยแนะนำให้คำปรึกษา

“เขา...เอ่อ..พี่แอลเขาล่วงเกินฉัน” ทิพย์วารีโพล่งออกไปในที่สุด แม้จะรู้สึกอายก็ตาม

“เฮ้ย!! จริงอ่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่แอลจะทำแบบนี้กับเธอ ทั้งที่คุณลุงคุณป้าเพิ่งจะจากไปนี่นะ” สาวมั่นเอ่ยน้ำเสียงตกใจเล็กๆเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มที่มองภายนอกแสนดีราวกับเทพบุตรอย่างอเล็กซ์จะกลายร่างเป็นซาตานร้ายในช่วงเวลาไม่กี่วันหลังจากผู้ใหญ่ทั้งสองเสียชีวิต

“อืม...ฉันก็ไม่คิดว่าคนที่ฉันเคารพนับถือมาตลอดสิบกว่าปีจะคิดทุเรศๆกับฉันอย่างนี้ ทั้งที่เราสองคนเป็นญาติกันแท้” หญิงสาวพยายามปฏิเสธความต้องารกของชายหนุ่มเพราะกำลังของความเป็นเครือญาติทำให้เธอรู้สึกว่าการที่เธอจะแต่งงานกับอเล็กซ์นั้นคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้ลึกๆหัวใจของเธอจะบ่มเพาะความรักที่มีให้ชายหนุ่มมานานนับตั้งแต่วัยเยาว์ก็ตาม

“แต่เธอกับพี่แอลไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆนี่นา ถ้าจะแต่งงานกันก็ไม่เห็นจะแปลก ลองมาคิดดูอีกทีพี่แอลเขาอยากจะดูแลเธอก็ได้เลยใช้วิธีนี้” บ่วงชาให้เหตุผลในแง่บวก

“ไม่หรอก เขาไม่ได้ต้องการดูแลฉันอย่างใจจริง เขาแค่ต้องการให้ฉันเป็นเมียเขาเหมือนพวกคู่ควงที่ผ่านๆมาของเขา เธอก็รู้นี่บีว่าพี่แอลเขามีผู้หญิงวนเวียนเข้ามาไม่เคยขาด แถมยังมีข่าวกับพนักงานสาวในบริษัทอีก แล้วอย่างนี้เธอจะให้ฉันตกนรกด้วยการอยู่กับผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนี้หรือ”

“เห้อ...เรื่องแบบนี้ก็ตอบยากนะ ฉันว่าเธออย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย ลองกลับไปคุยกับพี่เขาดูก่อนไหม เผื่ออะไรๆมันอาจจะดีขึ้น” บ่วงชบาแนะทางออก ซึ่งเป็นหนทางที่ทิพย์วารีรู้ดีว่าไม่ได้ผลกับคนกับคนเผด็จการอย่างเขา หญิงสาวหันมายิ้มให้เพื่อสาว “ขอบใจนะสำหรับคำแนะนำ ไงวันนี้ฉันขอนอนค้างกับเธอได้ไหม ฉัน...ไม่อยากกลับบ้าน”

บ่วงชบามองหน้าเพื่อนสาวแล้วอดห่วงไม่ได้ ทิพย์วารีคงอยู่ในช่วงจิตใจอ่อนแอซ้ำยังมาเจอพี่ชายนอกไส้บีบบังคับอีกเป็นใครก็อยากหนีกันทั้งนั้น

“ได้สิ...แต่ว่าฉันต้องออกไปทำงานตอนเย็น เธออยู่คนเดียวได้หรือเปล่า”

“อืม...ไม่ต้องเป็นห่วงฉันอยู่ได้จ๊ะ” ทิพย์วารีฝืนยิ้ม แม้ภายในใจจะรู้สึกอ้างว้างก็ตาม อย่างน้อยช่วงเวลานี้เธอก็ยังมีบ่วงชบาเป็นเพื่อน

บ่วงชบาเตรียมมื้อเย็นแบบง่ายๆเป็นข้าวผัดไข่ใส่ไส้กรอกไว้ให้เพื่อนสาวได้ทานในช่วงที่เธอไปทำงาน เพราะตั้งแต่บ่ายจนเย็นย่ำทิพย์วารียังไม่ยอมทานอะไรเลย

“ฉันทำข้าวไว้ให้น่ะแทม เธอเวฟอุ่นแล้วก็ทานซะนะ” บ่วงชบาทิ้งท้ายก่อนจะฉวยกระเป๋าเป้ใบย่อมแล้วก้าวออกจากห้องไปเพื่อรีบไปทำงานให้ทันเวลา เนื่องจากร้านอาหารที่บ่วงชบาทำงานนั้นอยู่ภายในโรงแรมใหญ่ซึ่งมีกฎระเบียบค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องเวลา หญิงสาวจึงไม่อยากมีปัญหาเรื่องงานที่ค่อนข้างหายากสำหรับนักศึกษาไทยตกยากอย่างเธอ

 

ทันทีที่มาถึงเธอก็รีบเปลี่ยนชุดเป็นฟอร์มของโรงแรมก่อนจะรีบเข้ากะเพื่อปฏิบัติงานซึ่งตารางการทำงานของเธอในวันนี้ต้องเป็นผู้ช่วยในห้องครัว แต่เนื่องจากมีเพื่อนพนักงานลาป่วยทำให้บ่วงชบาต้องเป็นมาเป็นพนักงานเสิร์ฟแทน ซึ่งเธอก็ไม่ได้เกี่ยงงานไม่ว่าจะให้ทำตำแหน่งไหน

“เฮ้!บี เธอเอาอาหารเซทนี้ไปเสิร์ฟลูกค้าห้องจีหนึ่งหนึ่งแปดเจ็ดด้วยนะ” ผู้ช่วยเชฟบอกหลังจากจัดจานอาหารรสเลิศเรียบร้อย

“ได้เลยค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างอารมณ์เหมือนเช่นทุกวันในการทำงานพร้อมกับยกอาหารเซทใหญ่ที่มีทั้งซุปและเสต็กแซลม่อนจานโต พ่วงท้ายด้วยไวน์หรูที่ดูแล้วราคาน่าจะแพงลิบซึ่งถูกจัดวางพร้อมนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้าที่ห้องพักในชั้นวีไอพี

หญิงสาวเข็นรถเสิร์ฟอาหารออกจากลิฟต์เมื่อมาถึงโซนลูกค้าห้องพักวีไอพี บ่วงชบามองซ้ายมองขวาเพื่อดูเลขห้องก่อนจะมาหยุดที่หน้าห้องปลายทาง หญิงสาวเคาะประตูห้องสองสามครั้งก่อนจะหยุดยืนรอเพื่อให้เจ้าห้องเปิดประตูไม่ถึงสิบวินาทีเสียงลุกบิดก็ดังขึ้นก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงภูมิฐานในชุดลำลองเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นเหนือเขาซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าลินินเนื้อดีทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนนายแบบที่หลุดมาจากแมกกาซีนก็ไม่ปาน แต่ที่ทำให้บ่วงชบารู้สึกได้ถึงเสน่ห์ชวนมองจากชายหนุ่มตรงหน้านี้คือดวงตาคมกล้าสีเทาหม่นที่กำลังจ้องมองบริเวณหน้าอกของเธอด้วยสายตาโลมเลีย จนบ่วงชบารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

‘ชื่อบ่วงชบาอย่างนั้นหรือ แม่นี่สงสัยจะเป็นคนไทยแน่ๆเพิ่งจะเห็นเสน่ห์สาวไทยกับตาตัวเองก็วันนี้ จริงอย่างที่ใครๆพูดไว้ว่าสาวไทยหุ่นเร้าใจใบหน้าหวานละไม ชวนหลงใหลซะเหลือเกิน แบบนี้ขอใช้บริการดูสักตั้งเผื่อถูกใช้พ่อจะขอซื้อใช้แบบระยะยาวสักพักค่อยโละทิ้ง’ ริกส์คิดในใจเมื่ออ่านชื่อหญิงสาวจากป้ายชื่อที่หน้าอกชุดฟอร์มพร้อมทั้งคิดประเมินหญิงสาวตรงหน้าด้วยความพึงใจยิ่งนักไม่ว่าจะอกอวบใหญ่น่าฟัดขยำขยี้ไหนจะสะโพกงามน่าฟาดฝ่ามือลงไปสัมผัสแถมริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆราวกับเชิญชวนให้เขาละเลงลิ้นลงไปชิมรสหวานภายใน มันช่างกระตุ้นความร้อนลุ่มหื่นกระหายภายในกายของเขาลุกฮือขึ้น

            “อาหารและเครื่องดื่มที่คุณสั่งค่ะ”

บ่วงชบายิ้มพร้อมกับเข็นเซทอาหารเข้าไปภายในห้องเมื่อลูกค้าหนุ่มพยักหน้าอนุญาต ก่อนที่เธอจะก้าวออกจากห้องตามด้วยเสียงปิดประตูที่ทำให้บ่วงชบารู้สึกไม่ดีนักแต่ก็พยายามไม่คิดอะไรทำหน้าที่ของเธอให้เสร็จโดยเพื่อจะได้รีบออกจากห้อง แต่แล้วเสียงทุ้มของลูกค้าหนุ่มที่เธอเพิ่งยกอาหารมาเสิร์ฟก็เอ่ยขึ้น

“อย่าเพิ่งไป ผมอยากให้คุณช่วยอยู่บริการผมก่อนจะได้หรือเปล่า” 

“เอ่อ...คือว่าต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ ดิฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟคงจะไม่เหมาะนัก ยังไงดิฉันจะให้พนักงานฝ่ายบริการมาดูแลนะคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างนอบน้อมท่ามกลางความรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

“แต่ผมอยากให้คุณบริการ ไม่ใช่คนอื่น” คนเอาแต่ใจย้ำชัดถึงความต้องการ

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ” บ่วงชบาเอ่ยก่อนจะรีบปลีกตัวออกมาอย่างไว แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวพ้นบริเวณนั้นก็ถูกมือแกร่งของลูกค้ามาดขรึมท่าทางเอาแต่ใจฉวยข้อมือเธอไว้พร้องรั้งเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างแรง 

บ่วงชบาพยายามยื้อยุดแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ “กรุณาปล่อยดิฉันเถอะค่ะ” สาวห้าวร้องขออย่างใจเย็นแม้ว่าลึกๆเธออยากจะฉวยสเต็กจานใหญ่ฟาดหน้าลูกค้าชีกอคนนี้ก็ตาม

“ทำไมเล่นตัวนักล่ะสาวน้อย หรือว่าอยากได้ค่าบริการพิเศษ เท่าไหร่ล่ะ ผมยินดีจะจ่ายให้นะ” คาสโนว่าตัวพ่อไม่พูดเปล่าค่อยๆเลื่อนมือแกร่งซุกซนลูบไล้บั้นท้ายหญิงสาวอย่างจงใจ

ทั้งคำพูดดูแคลนและการกระทำจาบจ้วงของริกส์ ไลโอเนล มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของบริษัทอาร์โอ เคมิคอล อินดรักส์ตรี้ ทำให้สาวมั่นแสนห้าวอย่างบ่วงชบาถึงกับควันออกหู ไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูเป็นผู้ดีทุกระเบียบนิ้วจะดูถูกคนอื่นได้อย่างหยาบคายเพียงนี้

“เก็บเงินของคุณไว้ซื้อน้ำยาบ้วนปากเหม็นๆของคุณเถอะค่ะ ดิฉันเป็นพวกไม่นิยมทำงานไซไลน์”

“ปากดีซะด้วย แบบนี้ก็สนุกล่ะสิ” ริกส์ดันร่างบางในอ้อมกอดชิดกำแพงพร้อมกับใช้ร่างกายใหญ่โตกักขังสาวห้าวไว้

“ปล่อยฉันนะไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้ลั่นเลย รับรองคุณได้อายคนทั้งโรงแรมแน่” บ่วงชบาขู่ฟ่อราวกับแมวป่า มือบางพยายามผลักดันคนตัวโตให้ออกห่าง

“ก็เอาสิถ้าเธอไม่กลัวจะถูกไล่ออกโทษฐานพูดจาหยาบคายกับลูกค้าวีไอพีอย่างผม” ชายหนุ่มท้าทายพลางยิ้มยั่วจนบ่วงชบาเริ่มมีน้ำโห

“คุณนี่มันไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเลยนะ ให้ตายเหอะ ตอแหลปลิ้นปล้อนลิ้นสองแฉกปั้นน้ำเป็นตัวยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก” บ่วงชบาด่ากราดอย่างลืมตัวว่าเธอนั้นอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำ

ริกส์หาได้สะทกสะท้านกับคำด่าทอของสาวเจ้า ตรงกันข้ามเขากับรู้สึกสนุกราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ถูกใจที่มันดีตรงที่ตอบโต้เขาได้ไม่เหมือนสาวๆคนอื่นๆที่ผ่านมา

“เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์อานุภาพลิ้นสองแฉกของฉันให้เธอดูว่ามันจะทำให้สาวน้อยปากกล้าอย่างเธอระทวยเหมือนี้ผึ้งลนไฟได้หรือไม่” นักรักผู้เจนจัดสังเวียนเพ่งพินิจดวงหน้าเนียนใสของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากร้อนบดทับริมฝีปากอิ่มระเรื่อที่เตรียมจะหวีดร้องอย่างรวดเร็วจนสาวปากกล้าไม่ทันตั้งตัว

อื้อ...อื้ย...เสียงครางประท้วงในลำคอพร้อมกับพยายามส่ายหน้าหนีสัมผัสจาบจ้วงของชายหนุ่ม ริกส์ใช้มือหนาดั่งคีมเหล็กบีบกระพุ้งแก้มนวลเพื่อแทรกลิ้นร้อนเข้าไปซอกซอนรสหวานภายในอุ้งปากสวยอย่างกระหายในรสหวาน

“อืม...” ชายหนุ่มถึงกับครางด้วยความพึงใจในรสชาติหวานล้ำของอุ้งปากเรียวสวยเผลอจูบตอบอย่างเงอะงะตามประสาสาวน้อยด้อยประสบการณ์รักแต่สามารถเร่งเชื้อไฟแห่งความปรารถนาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บ่วงชบาแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหลังจากคนฉวยโอกาสถอนจุมพิตร้อนกระชากวิญญาณ เรี่ยวแรงที่พยายามขัดขืนในตอนแรกค่อยเลือนหายไปจนหมดสิ้น เธอเพิ่งจะรู้ว่าฤทธิ์ของจูบและสัมผัสชิดใกล้กับบุรุษเพศจะมีอานุภาพดูดกลืนสติสัมปชัญญะและเรี่ยวแรงเธอได้มากเพียงนี้



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha