ซาตานเผด็จการรัก (จบแล้ว)

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : Chapter.3 หลุมพรางของคนเจ้าเล่ห์ 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


Food, Cupcake, Sweet, Colourful, Cake






หลังจากสะสางงานจนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงเลขาฯหนุ่มฝีมือดีก็รีบเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้าน แมตต์ยกข้อมือแกร่งขึ้นเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือที่เขาใส่ติดตัวก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังลานจอดรถ


‘ทำงานจนลืมเวลาไปเลยมิน่าท้องไส้ถึงโหวงเหวงพิกล’ ร่างสูงคิดในใจพลางยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองด้วยความหิว ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆสายตาพลันเหลือบไปเห็นนักวิจัยสาวหุ่นเร้าใจซึ่งกำลังพยายามสตาร์ทรถหรูของเธอซึ่งดูเหมือนจะมีปัญหา แมตต์วางกระเป๋าเอกสารลงบนกระโปรงรถของตนเองก่อนจะเดินเข้าไปถามหญิงสาว


“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”


ราเชลลดกระจกลงด้วยความหงุดหงิดที่พาหนะคู่กายดันเกเรอย่างไม่มีสาเหตุ “ก็เห็นอยู่ว่าสตาร์ทไม่ติดยังจะถามให้รำคาญใจอีก” หญิงสาวสวนกลับน้ำเสียงติดจะรำคาญเล็กๆเพราะเธอเกลียดขี้หน้าแมตต์เลขาฯมาดทึ่มที่ชอบถามโน้นถามนี่เธอทุกครั้งที่เจอหน้า แถมแต่ละคำถามก็น่าเบื่อพอๆกับหน้าตาเซื่องๆจืดชืดที่รับกับแว่นตาหนาๆขอบเตอะๆดูเหมือนคนแก่เงอะงะ


“ให้ผมลองดูให้นะครับ” แมตต์อาสาด้วยใจที่อยากจะช่วย


“ไม่รบกวนดีกว่า ฉันโทรตามช่างแล้วอีกเดี๋ยวก็คงมา” หญิงสาวปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยหวังจะโทรหาอเล็กซ์ผู้เป็นเจ้านายและคู่นอนลับๆที่เธออยากจะเป็นมากกว่าแค่คู่นอนชั่วคราว แมตต์หน้าเจื่อนกับคำพูดตัดน้ำใจไมตรี ชายหนุ่มยิ้มเก้อๆแล้วเดินกลับไปที่รถของตนเอง หลังจากชายหนุ่มเดินจากไปราเชลก็ไม่รีรอที่จะโทรหาชายหนุ่มที่เธอหมายจะจับให้อยู่หมัด แต่ดูเหมือนความหวังที่เธอคิดไว้จะเหลวเมื่อโทรศัพท์ปลายทางไร้สัญญาณตอบรับ


‘อเล็กซ์นะอเล็กซ์ทำไมปิดเครื่องเอาตอนนี้ด้วยนะ’ ราเชลบ่นอย่างหัวเสียนึกโมโหตัวเองที่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเลขาฯมาดทึ่ม หญิงสาวมองรอบๆบริเวณลานจอดรถด้วยใจหวั่นๆกับบรรยากาศวังเวงเพราะเหลือรถของเธอจอดอยู่เพียงคันเดียว


 ราเชลตัดสินใจคว้ากระเป๋าสะพายรวมทั้งโน๊ตบุ๊คและกระเป๋าเอกสารก้าวลงจากรถเพื่อเรียกแท็กซี่ที่หน้าบริษัท แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะออกจากลานจอดรถของบริษัทแสงไฟจากพาหนะที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้จนหญิงสาวหยีตามองเพราะแสงจ้าจากไฟหน้ารถทำให้เธอมองเห็นไม่ชัดจนกระทั่งบุคคลภายในรถจะดับเครื่องยนต์แล้วก้าวออกมาจากพาหนะกลางเก่ากลางใหม่


เลขาฯจอมทึ่ม หญิงสาวเผลอหลุดปากอุทานฉายาชายหนุ่มที่เธอมักจะเรียกในใจ


“ผมคิดแล้วว่าคุณต้องมีปัญหา” แมตต์ถามเสียงทุ้มพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้แม่เสือสาวทรงเสน่ห์ที่เขาแอบชอบ


“ฉะ...ฉันให้ช่างมาเอารถพรุ่งนี้ต่างหาก ว่าแต่คุณเถอะ กลับมาทำไม” คนปากแข็งย้อนถามกลบเกลื่อน


คำถามของหญิงสาวเปิดช่องให้เขาสามารถเผยความห่วงใยที่มีให้ต่อหญิงสาว แต่เพราะความกลัวไม่กล้าจะบอกความรู้สึกนั้นออกไปทำให้แมตต์เฉไฉตอบแบบเป็ดวนในอ่าง


“ผม...เป็น...ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่โต๊ะทำงาน แต่มาคิดอีกทีพรุ่งนี้เช้าก็ต้องมาทำงานเลยว่าจะวนรถกลับ แต่ว่าผมขับวนสวนทางเลยวกขึ้นมาชั้นนี้”


นักเคมีวิเคราะห์สาวเชิดหน้าเล็กน้อยพลางไหวไหล่อย่างไม่เชื่อในคำพูดของชายหนุ่มแต่ก็ไม่อยากอะไรมากเพราะตอนนี้เธอคงต้องพึ่งพาคนที่เธอเกลียดขี้หน้า


“อย่างนั้นหรอกหรือ”


“ว่าแต่คุณจะกลับบ้านหรือครับ”


“อืม...” หญิงสาวทิ้งท้ายเพียงสั้นๆแล้วเดินตรงไปยังลิฟต์ซึ่งอยู่ติดกับลานจอดรถ


“ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ” แมตต์เอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะช่วยหญิงสาวถือของ หญิงสาวไม่ตอบแต่กลับมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกลังเลก่อนที่เธอจะส่งกระเป๋าเอกสารและโน๊ตบุ๊คให้ชายหนุ่ม


แมตต์เก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ถึงกับเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่นักวิเคราะห์เคมีภัณฑ์สาวยอมรับไมตรีจากเขา เลขาฯหนุ่มเดินนำไปที่รถส่วนตัวก่อนจะเปิดประตูให้หญิงสาวแล้วเดินกลับมานั่งประจำตำแหน่งสารถีโดยไม่ลืมถามเส้นทางที่พักของหญิงสาว


“คุณขับไปตามถนนสายหลักก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวฉันจะบอกทางคุณเองว่าจะเลี้ยวตรงไหนหรือยังไง” หญิงสาวตอบรวนๆก่อนจะเพ่งสายตาไปยังถนนเบื้องหน้าซึ่งค่อนข้างมืดพอสมควรมีเพียงแสงจากไฟของถนนกับแสงไฟหน้ารถเท่านั้น


เกือบครึ่งชั่วโมงที่แมตต์ขับเคลื่อนพาหนะคู่กายเพื่อไปส่งหญิงสาวโดยไร้ซึ่งเสียงสนทนามีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆบรรเทาความอึมครึมเหมือนกับความรู้สึกของราเชลซึ่งสับสนอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่อยู่ใกล้ผู้ชายมาดทึ่มไร้รสนิยมแถมยังดูงุ่มง่ามไม่สง่างาม ผิดกับผู้ชายอีกคนที่เธอพยายามใช้เสน่ห์ที่มีรวมทั้งร่างกายและเซ็กส์เร่าร้อนเพื่อผูกมัดมหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเธอกับไม่รู้สึกประหม่าไหวหวั่นเท่าชายหนุ่มมาดนิ่งบุคลิกสุดเฉิ่มคนนี้


“อ่อ...เดี๋ยวเลี้ยวขวาตรงหน้านี่ก็ถึงแล้ว” ราเชลบอกเมื่อใกล้ถึงปลายทาง


“ครับ...” สารถีจำเป็นด้วยความเต็มใจเอ่ยเสียงทุ้มพร้อมกับเลี้ยวรถตามที่หญิงสาวบอกซึ่งพอเลี้ยวตัดจากถนนก็จะเจอคอนโดหรู แมตต์ค่อยๆชะลอรถจอดหน้าที่พักหญิงสาว


“ขอบคุณที่มาส่ง” ราเชลเอ่ยห้วนๆก่อนจะหยิบแบงค์ห้าสิบดอลล่าร์ส่งให้ชายหนุ่ม แมตต์มองเงินในมือหญิงสาวด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธหากแต่เก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ย้ำเตือนตัวเองว่าไม่มีวันที่หญิงสาวจะหันมามองเขา


“เก็บเงินของคุณไว้เถอะครับ ผมไม่ได้ต้องการมันนอกจากคำว่าขอบคุณ”


ประโยคเรียบๆจากคนทึ่มๆแต่กลับทำให้สาวทรงเสน่ห์อย่างราเชลถึงกับหน้าชาพูดไม่ออกได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธและอายก่อนจะตัดสินใจวางธนบัตรในมือลงบนคอนโซลหน้ารถแล้วเปิดประตูก้าวออกไปอย่างเร็ว


แมตต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ข่มความรู้สึกร้าวลึกในใจพลางมองตามร่างระหงจนลับตา เขามีคนที่เพียบพร้อมอยู่ทั้งคน มีหรือที่จะมองผู้ชายธรรมดาๆที่ไม่มีอะไรเทียบคุณอเล็กซ์ได้เลย แมตต์คิดอย่างน้อยใจก่อนจะถอยรถเพื่อวกกลับ หากแต่สายตาพลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารและคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ของหญิงสาวที่วางอยู่เบาะหลัง


คุณคงอึดอัดมากเลยสินะที่ต้องทนนั่งรถกระจอกๆแทนที่จะเป็นรถสปอร์ตหรูๆถึงได้รีบร้อนขนาดลืมของไว้แบบนี้คนขี้น้อยใจพูดกับตัวเองก่อนจะเหยียบคันเร่งขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็ว


 


เอี๊ยด!!เสียงล้อรถบดกับถนนเมื่อคนเอาแต่ใจเหยียบเบรคอย่างแรงจนหญิงสาวที่นั่งข้างถึงกับหน้าคะมำหัวไปกระแทกกับคอนโซลหน้ารถจนเป็นเธอรู้สึกมึนศีรษะเพราะแรงกระแทก หญิงสาวค่อยๆเอนกายพิงพนักเบาะพลางยกมือกุมหน้าผากตัวเองไว้ ร่างสูงเปิดประตูก้าวลงจากรถเดินอ้อมมากระชากร่างบางที่ยังอยู่ในอาการเจ็บศีรษะแต่คนเอาแต่ใจจอมเผด็จการหาได้สนใจอาการหญิงสาวไม่ตรงเข้าไปฉุดรั้งคนตัวเล็กให้ลงจากรถเพราะกลัวหญิงสาวจะเล่นแง่แกล้งถ่วงเวลาเพื่อหาทางหนี


“โอ๊ย!พี่แอล แทมเจ็บนะ” ทิพย์วารีร้องอุทานด้วยความเจ็บเมื่อคนตัวโตออกฉุดกระชากลากรั้งเธอท่ามกลางสายตาของบรรดาสาวใช้ภายในบ้านที่ออกมาต้อนรับตามหน้าที่


“จัดของของคุณผู้หญิงเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” อเล็กซ์หันมาถามสาวรับใช้เสียงกร้าว


“คะ...ค่ะ เรียบแล้วค่ะคุณอเล็กซ์” แม่บ้านสาววัยกลางคนรีบตอบลนลานเพราะมองเห็นสัญญาณไม่ค่อยดีนักจากสีหน้าและแววตาผู้เป็นประมุขของบ้าน


“ดี...” ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆก่อนจะกระชากข้อมือบางของคนตัวเล็กให้เดินตามเขาขึ้นบันไดไปยังห้องพักของเขาซึ่งอยู่ชั้นสองของคฤหาสน์หลังงามที่ตกแต่งในสไตล์English Period โดยเน้นความหรูหราแบบสมัยก่อนซึ่งเป็นรสนิยมส่วนตัวของชายหนุ่ม


ทิพย์วารีดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเมื่อมาถึงห้องพักชองชายหนุ่ม หัวใจสาวน้อยเต้นรัวหวาดหวั่นพรั่นพรึงเมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูห้องพักหรูก่อนจะโยนร่างเธอลงบนเตียงกว้างอย่างแรงจนเธอถึงกับจุกถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ


“โอ๊ย!...” ทิพย์วารีอุทานเสียงหลง


พี่แอลพาแทมมาที่นี่ทำไม” หญิงสาวถามเสียงสั่นแววตาฉายชัดถึงความหวาดกลัวอีกฝ่ายเมื่อเจ้าของห้องเหยียดยิ้มร้ายพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้


“ผู้ชายพาผู้หญิงเข้าห้อง เขาพามาทำอะไรกันล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องอย่างว่า...” อเล็กซ์แสยะยิ้มร้ายจ้องมองหญิงสาวราวกับของหวานที่เขากระหายอยากจะกลืนกินเป็นนักหนา


“แทมไม่คิดเลยนะว่าพี่แอลจะมีความคิดเลวๆแบบนี้” ร่างบางถอยร่นตามสัญชาตญานของการระแวดระวัง


“มันก็ต้องทำเลวๆแบบนี้ล่ะ เพราะทำดีๆแล้วต้องเสียของที่อยากได้ไป พี่ขอทำเลวเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการดีกว่า เหมือนตอนนี้ที่พี่อยากจะครอบครองเราทั้งตัวและหัวใจอย่างไงล่ะ” ดวงตาดุดันคลั่งแค้น น้ำเสียงกร้าวกระด้างแสดงเจตนาชัดเจนถึงสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ


 “เห็นแก่ตัว” ร่างบางตั้งหลักลุกขึ้นก่อนจะสาดเพลิงโทสะใส่ชายหนุ่มด้วยการกระหน่ำฝ่ามือบางลงบนใบหน้าคมคายอย่างแรง


เพี๊ยะ!!


สองครั้งแล้วนะที่เราตบหน้าพี่” เมื่อถูกเชื้อไฟชั้นดีราดรดโทสะที่เริ่มคุกรุ่นก็พลันปะทุท่วมท้นจนสามารถแผดเผาให้ทุกอย่างกลายเป็นจุล  คนโกรธกรุ่นไม่พูดพร่ำทำเพลงผลักร่างบางก่อนจะทาบทับคร่อมร่างบางไว้ทันทีพร้อมกับรวบข้อมือเล็กๆที่ประทุษร้ายกดตรึงไว้เหนือศีรษะได้รูปสวยก่อนจะประกบปากอิ่มสวยของหญิงสาวด้วยริมฝีปากร้อนระอุบดเคล้าริมฝีปากสีหวานอย่างจาบจ้วงรุนแรง


อึ๊ย...อื๊อ” ทิพย์วารีครางประท้วงอู้อี้ในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนสอดลึกเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากดูดดื่มชิมรสหวานซ่านละมุนจนร่างบางแทบละลายไปกับจุมพิตร้ายของชายหนุ่มที่แผดเผาจนหญิงสาวสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน


“ชอบล่ะสิจูบเถื่อนๆแบบนี้มันถึงใจเราใช่ไหมล่ะถึงได้ชอบยั่วให้พี่โมโหตลอดเวลาที่เจอกัน วันหลังไม่ต้องลงทุนแสดงถึงขนาดนี้หรอกนะ บอกพี่ดีๆ แล้วแก้ผ้าอ้าขานอนรอบนเตียงรับรองพี่จะจัดให้ถึงใจชนิดข้ามวันข้ามคืนเลย ลองดูไหมล่ะ”  น้ำเสียงดูถูก สายตาเย้ยหยันทำหญิงสาวถึงกับลมออกหูเลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธตอกกลับชายหนุ่มอย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน


“รังเกียจ ได้ยินไหมว่าแทมรังเกียจ” หญิงสาวแหวใส่ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกอีกฝ่ายพูดจาเหยียดหยามดูถูกเธอ


“อย่ามาเล่นบทสาวน้อยไร้เดียงสาทำเป็นหวาดกลัวเรื่องอย่างว่าหน่อยเลย ทั้งที่จริงๆแล้วเธอก็กระสันใคร่อยากจนตัวสั่นไม่อย่างนั้นคงไม่ยั่วโมโหพี่หรอกจริงไหม” แววตาที่กำลังลุกโชนดุจเปลวเพลิงจ้องมองสำรวจเรือกายบอบบางก่อนจะจัดการกระชากชุดสวยที่หญิงสาวสวมใส่แต่เพราะอารมณ์คุกรุ่นเดือดดาลทำให้ทำความตั้งใจที่จะเปลื้องอาภรณ์เป็นดึงทึ้งกระชากจนขาดวิ่นติดมือ


แควก!!


“ว๊าย!” ทิพย์วารีหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อความเย็นกระทบผิวกายหลังจากถูกชายหนุ่มฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสภาพของตัวเองที่เหลือเพียงชั้นในตัวจิ๋วที่ปกปิดความอวบอิ่มทรงอกคู่สวยและเนินกุหลาบงามที่ไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำ


ไอร้อนในกายลุกโชนเพียงแค่เห็นทรวงอกเต็มตึงขาวนวลโผล่พ้นบราลูกไม้ตัวสวย จอมเผด็จการถึงกับห้ามใจไม่ไหวที่จะไม่เชยชมความสวยงามตรงหน้ามือแกร่งข้างที่ว่างเอื้อมปลดตะขอบราลูกไม้เนื้อบางเผยให้เห็นปทุมคู่งามชูช่ออวดท้าทายสายตา อเล็กซ์ถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความกระหายแล้วก้มลงเคล้าเคลียดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูสดอย่างห้ามใจไม่ไหว เพียงวินาทีแรกที่ได้สัมผัสเพลิงปรารถนาในการก็ลุกโชนร้อนผ่าวผสานกับความร้าวลึกที่ต้องการโจนจ้วงเข้าไปชำแรกภายในกายสาว


 “ยะ...อย่า ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้...นะ...พะพี่...อ๊า” คำห้ามปรามของหญิงสาวเหมือนดั่งสายลมแผ่วเบาที่คนมัวเมาตกอยู่ในบ่วงสวาทไม่ได้สดับรับฟังใดๆ นอกจากทำตามความต้องการของตนเอง


“อื้อ...อ๊า...” สาวน้อยด้อยประสบการณ์ถึงกับครางเมื่อมือแกร่งร้อนผ่าวเคล้นคลึงอกอวบหนักเน้นจนเธอรู้สึกเจ็บ ชายหนุ่มปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระจากพันธนาการเพื่อที่เขาจะได้สัมผัสอกอวบนุ่มหยุ่นทั้งสองข้างได้อย่างถนัดถนี่


“หวานเหลือเกินคนดี” เสียงทุ้มสั่นพร่าชิดอกอิ่มหลังจากดูดกลืนยอดทรวงสีหวานจนหนำใจ


“ปล่อยแทมไปเถอะนะคะพี่แอล” หญิงสาวร้องขอเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้มนวล


“ถ้าจะให้พี่ปล่อยเราก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”


“ขะ...ข้อแลกเปลี่ยนอะไร พี่แอลอย่าบีบังคับแทมด้วยวิธีขี้โกงแบบนี้เลยนะคะ” หญิงสาวพยายามพูดด้วยเหตุผลและใช้น้ำเสียงราบเรียบที่สุด แม้ว่าลึกๆแล้วเธอกรุ่นโกรธจนแทบอยากจะหาอะไรฟาดหัวให้คนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าสลบเสียให้รู้แล้วรู้รอด


“ก็ตามใจ งั้นพี่ก็จะทำตามที่ต้องการก็แล้วกันแล้วอย่าหาว่าพี่ใจร้าย” สิ้นคำพูดร้ายกาจชายหนุ่มก็จัดการแทะเล็มซอกคอขาวนวลไล่ลงมายังเนินอกอิ่มสวยจนมาสะดุดที่กุหลาบงามแรกแย้ม


เหมือนพระเจ้ากลั่นแกล้งหรือสวรรค์เมตตาหญิงสาวยื้อเวลาประหัตประหารพรหมจรรย์เมื่อในวินาทีที่ชายหนุ่มกำลังจะรั้งบิกินี่ตัวน้อยจากสะโพกงาม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงแม่บ้านประจำคฤหาสน์


ก๊อกๆๆ!!


“คุณแอลคะ”


“บ้าชิบ!!” อเล็กซ์กัดฟันข่มความฉุนเฉียวที่ถูกขัดจังหวะสัมผัสสวรรค์ก่อนจะผละจากร่างบางเพียงเล็กน้อย หากแต่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องเหยื่อสาว


“มีอะไร” เสียงห้าวตวาดถามเสียงห้วนกระด้าง


“เอ่อ...มีโทรศัพท์ทางไกลจากมิวนิคถึงคุณแอลค่ะ” คนด้านนอกห้องตอบกลับเสียงสั่น รู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่ผิดเวลาซะแล้ว แต่ทำไงได้ ไม่ขึ้นมาตามก็อาจจะถูกตำหนิ


“เดี๋ยวฉันลงไป” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ไล่ความพลุ่งพล่านแล้วตัดสินใจผละจากคนตัวเล็กก้าวออกจากห้องเพื่อลงไปรับสายด่วนจากลูกค้าทางไกลที่โทรเข้ามาได้จังหวะเหมาะจริงๆ


ทิพย์วารีหยิบเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นขึ้นมาปกปิดร่างกายก่อนจะตรงไปกดล็อคประตูห้องด้วยกลัวว่าชายหนุ่มจะกลับมาสร้างความวาบหวามให้เธออีก


พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยแทมด้วยนะคะหญิงสาวภาวนาในใจก่อนจะรีบรื้อค้นเพื่อหาเสื้อผ้ารัดกุมสวมใส่ ในใจก็ครุ่นคิดหาทางหนีจากจอมเผด็จการที่เธอเคยแอบชื่นชม








ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha