ซาตานพ่ายใจรัก

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ไร่เดชาภิรมย์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ไร่เดชาภิรมย์

นายอาคม ไมตรีจิต ผู้จัดการไร่ ญาติห่างๆของคุณหญิงนภาพรรณ ผู้ดูแลความเรียบร้อยต่างๆของไร่แห่งนี้ ไร่เดชาภิรมย์เป็นไร่อ้อยที่มีขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ว่า 2000 ไร่ส่งขายให้บริษัทผลิตน้ำตาลของครอบครัวแห่งใหญ่ที่สุดและมีคุณภาพที่สุด จึงทำให้ไร่แห่งนี้เป็นที่ที่สร้างงานให้คนละแวกนี้หลายครัวเรือน นอกจากค่าจ้างที่ยุติธรรมแล้ว ยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีกมากมาย เช่นอาหารกลางวันฟรี บ้านพักของคนงาน โรงเรือนพยาบาลขนาดเล็กสำหรับคนงานของไร่ และชาวบ้านใกล้เคียง เนื่องด้วยค่ารักษาพยาบาลที่ถูกแสนถูก มีพยาบาลและเภสัชกรจากโรงพยาบาลในตัวจังหวัดมาคอยประจำการตั้งแต่เช้าจนเย็นทุกวัน ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของคนแถบนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

วันพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงประจำปีของไร่ ซึ่งปีนี้จะยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ มีอาหารดีๆ วงดนตรี เนื่องด้วยคุณหญิงนภาพรรณและหลานชายจะมาร่วมในงานนี้ด้วย ปกติท่านจะมาในช่วงเวลาที่ไร่มีปัญหาใหญ่ๆ หรือมาเช้า เย็นกลับเท่านั้น เนื่องด้วยต้องดูแลบริษัทสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีปัญหามากมายอยู่แล้ว ทุกคนที่นี้ล้วนแต่รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของคุณท่านที่เสียชีวิตไปแล้วและคุณหญิงนภาพรรณเป็นอย่างมาก คุณอาคมเองที่ปกครองที่นี้แทนคุณๆทั้งหลายก็เป็นผู้มีจิตใจดี มีความยุติธรรม และมีความขยันขันแข็ง นำพาให้ไร่แห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรือง ทันสมัย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้ทุกคนเรื่อยมา

นายอาคมสั่งการให้ ยายกำไรและดาวเรือง สองแม่ลูก ซึ่งเป็นแม่ครัวประจำของไร่ดูแลเรื่องอาหารคาว หวานให้ดี อย่าให้มีอะไรบกพร่อง ทั้งสองขะมักเขม้นในการทำงานในทุกๆครั้งจนเป็นที่ไว้วางใจ ดาวเรืองนั้นเป็นหญิงสาวสวย เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มแถวนี้ แต่เนื่องด้วยฐานะยากจน เพราะผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นคนงานของไร่ติดการพนัน สุราเป็นอย่างมากหลังจากเสียชีวิตเพราะแก่ชราก็ทิ้งหนี้สิ้นมากมายไว้ให้เป็นภาระของนางกำไรเป็นต้นมา ดาวเรืองจึงเรียนจบ แค่มัธยมปีที่6 ในสถานศึกษาใกล้บ้าน และตัดสินใจช่วยแม่ทำงาน เมื่อไม่นานมานี้ได้พบรักกับนายสมชาย ทองศรี หนุ่มน่าตาดีคนงานในไร่อ้อยเดชาภิรมย์ เนื่องจากนายสมชาย รุ่นราวคราวเดียวกัน ขยันขันแข็ง โอบอ้อมอารี เป็นที่รักของคนในไร่ มีฐานะยากจนคล้ายๆกัน แม้เป็นเด็กกำพร้า แต่นั่นกลับทำให้ทั้งคู่รักกันมากขึ้น จึงตกลงแต่งงานและใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบ น่าตาน่ารัก สวยตาสดใสเป็นประกาย เด็กหญิงแก้วตา ทองศรี

“น้องแก้วมาแม่มาลูก....” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเตาะๆเตะๆ มาพร้อมคุณพ่อที่คอยประคองไม่ให้ล้ม เนื่องจากเพิ่งเริ่มเดินได้แล้วบ้างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “เหนื่อยมากมั้ย ดาว “ สามีหนุ่มเอ่ยถามคู่ชีวิตแสนสวย “ไม่เหนื่อยเลยพี่ มีคนช่วยงานเยอะแยะ ตื่นเต้นจัง ....งานพรุ่งนี้แล้ว

“ ทุ่มนึงแล้ว พวกเรากลับบ้านกันเถอะ พรุ่งนี้ดาวต้องตื่นแต่เช้านะ”

“จ้ะพี่ ไปน้องแก้ว มาคะแม่อุ้มนะคะ”

แล้วสามคนพ่อแม่ลูกก็กลับบ้านพร้อมกันเมื่อภรรยาคนสวยจัดการงานครัวเรียบร้อยแล้ว 


งานเลี้ยงประจำปีไร่เดชาภิรมย์

วันนี้ทุกคนภายในไร่ ล้วนมีแต่ความสุข ร้องรำทำเพลงกัน ซึ่งงานได้เริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงๆของวัน นอกจากคนงานในไร่แล้ว วันนี้ทางผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อค้าห้างร้านชื่อดังของทางอำเภอยังถูกรับเชิญมาในงานนี้อีกด้วย เนื่องจากได้ติดต่อค้าขายกันเป็นประจำ และทางไร่แห่งนี้ได้ช่วยงานการกุศลต่างๆของอำเภอ และจังหวัดนี้อยู่เป็นประจำ  แต่นอกเหนือจากคนเฒ่าคนแก่ก็ไม่ค่อยมีใครจะรู้จักเจ้าของไร่ที่แท้จริงมากนัก คุณหญิงนภาพรรณ จึงถือโอกาสให้งานเลี้ยงครั้งนี้เปิดตัวทายาทรุ่นต่อไปทันที “สวัสดีค่ะคุณปลัด เป็นเกียรติมากค่ะ ที่ท่านมางานเลี้ยงเล็กๆของไร่ดิฉันในวันนี้ “

“เป็นเกียรติของผมเช่นกันครับคุณหญิง ได้ยินชื่อเสียงของไร่นี้และคุณหญิงมานาน วันนี้ได้เจอตัวเป็นๆ ผมรู้สึกยินดีมากๆครับ”

“ถือว่าเป็นคนกันเองก็แล้วกันนะคะคุณปลัด” คุณหญิงพูดไปด้วยใบหน้าอันแจ่มใส ถัดจากคุณหญิงก็จะเป็นคุณชายเล็ก และเด็กชายหลุยส์ ตามลำดับ ร่วมด้วยผู้หลักผู้ใหญ่คนอื่นๆในโต๊.ะประธานแห่งนี้

“นี่คือหลานชายดิฉันค่ะ ชายเล็ก บุตรชายของตานินและคุณหญิงแพรสรวงค่ะ”

“สวัสดีครับ คุณปลัด”

“สวัสดีครับคุณชาย” ปลัดอำเภอกล่าวตอบ “คุณชายเล็กหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูนะครับ พูดจาไพเราะ ฉะฉาน

“ค่ะ คุณปลัด ดิฉันก็หวังให้เขามาเป็นหัวเรือใหญ่ต่อไปในอนาคตคะ จะได้ฝากผีฝากไข้” คุณหญิงกล่าวด้วยใบหน้าแช่มชื่น

“ส่วนนี้ตาหลุยส์ค่ะ ลูกคนโตของตานิน” คุณหญิงกล่าวพร้อมมองไปทางเด็กชาย

“สวัสดีครับผม”  เด็กชายหลุยส์กล่าวพร้อมพนมมือไหว้

“หน้าตาหล่อเหลานะครับ คิดว่าต่อไปหัวกระไดบ้านคุณหญิงคงไม่แห้ง” คุณปลัดพูดไปพร้อมหยอกล้อคุณหญิงเจ้าของไร่ “ค่ะ ดิฉันก็หวังว่าต่อไป เขาจะมาดูแลไร่แห่งนี้ อาคมก็เริ่มอายุมากขึ้นแล้ว  คงดีหากตาหลุยส์สนใจดูแลไร่นี้ต่อจากดิฉัน จากพ่อของเขา” คุณหญิงกล่าวเรียบๆ แล้วมองไปยังเด็กน้อยดวงตาเศร้า

“คุณย่าครับ ผมของไปเล่นหน้าเวทีได้ไหมครับ “ คุณชายเล็ก เด็กชายอายุ 7 ขวบกล่าวขออนุญาตคุณย่า เมื่อรู้สึกเบื่อที่ต้องมานั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน   “ได้สิจ๊ะ แต่อย่าซนนะตาเล็ก    .... ตาหลุยส์ตามไปดูน้องไป” แล้วหันไปคุยกับหลานอีกคน   “ครับคุณย่า” เด็กชายกล่าว 


ด้านหน้าเวทีของวงดนตรีชื่อดังประจำท้องถิ่นนี้ มีบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ปกคลุม  เด็กชายคงเดช รักภักดี วัย 7 ขวบลูกชายคนเดียวของหัวหน้าคนงานประจำไร่พร้อมด้วยเด็กๆในไร่คนอื่นๆ   รวมไปถึงหนูน้อยแก้วตาขวัญใจของพี่ๆทั้งหลาย ที่นั่งแหมะอยู่ในกะละมังพลาสติกสีดำใบโต สะอาดสะอ้าน ซึ่งนายสมชายนำมาวางไว้ให้บุตรสาวที่วันนี้ใส่ชุดสีฟ้าแสนสวยดูแล้วเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆได้ยืนเกาะ พร้อมทั้งเต้นรำโยกย้ายตัว พร้อมส่งเสียงหัวเราะคิกคัก อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับเวทีและตัวเขาเองที่นั่งดื่มกินกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆภายในเต็นท์ผ้าใบขนาดยักษ์มากนัก  เด็กๆหญิงชายหลายคนเข้ามาส่งเสียงร้อง เสียงเชียร์ เพื่อให้หนูน้อยผู้น่ารักคนนี้เต้นให้พวกเขาดู โดยที่คงเดชเป็นหัวหน้าทีมนั่งยองๆ ตบมืออยู่อีกฝั่งของกะละมังใบโต  เมื่อทนความน่ารักไม่ไหวทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ต่างก็พลัดกันเข้าไปหอมแก้ม หยิกแก้มจ้ำหม่ำน่ารักน่าหยิกของแม่หนูตัวน้อย บรรดาแม่ครัวคนอื่น ดาวเรืองและยายกำไล ที่นั่งเฝ้าอยู่ประจำโต๊ะวางอาหารมากมายที่ห่างถัดออกไปพอสมควร ก็นั่งมองบรรยากาศของนักร้องบนเวทีและหน้าเวที ที่เหล่าบรรดาลูกๆของพวกเขาเล่นกัน อย่างมีความสุข

คุณชายเล็กผู้ร่าเริง แต่มีความเอาแต่ใจตัวเองอยู่มาก เนื่องจากคุณย่า คุณพ่อคุณแม่ เฝ้าเอาอกเอาใจเขามาตั้งแต่ตนเกิด  เดินเข้ามายืนมองแม่หนูน้อยด้วยอีกคน   “น่ารัก”   เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ 2 คนต่างยืนมองและคิดในใจ เมื่อทั้งสองก้าวเท้าออกเพื่อจะเดินไปหาแม่หนูน้อยพร้อมๆกัน  คุณชายเล็กก็ปลายสายตาไปมองผู้เป็นพี่แล้วส่งสายตาเรียบๆ  จนทำให้เท้าของผู้เป็นพี่หดกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วนเขาก็เดินลิ่ว ไปใกล้ๆกะละมังสีดำใบนั้น  “น้องน่ารักจังเลย “คุณชายเล็กกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับคุณชายเล็ก ผมคงเดชครับ ส่วนน้องชื่อแก้วตาครับ  ลูกน้าชายและน้าดาว “ คงเดชส่งเสียงและเรียกชื่อนายน้อยหลานรักเจ้าของไร่ตามคนอื่นๆซึ่งตนได้ยินมา  คุณชายเล็กพยักหน้ารับ พร้อมเข้าไปจับแก้มและหอมแก้มหอมๆ สดชื่นของแม่หนูน้อยเป็นการใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับทุกคนในงานที่ได้มองเห็นภาพนั้น ให้เห็นถึงความร่าเริง สดใส  จิตใจดีของคุณชายเล็กนายน้อยของไร่เดชาภิรมย์แห่งนี้

บรรยากาศความสนุกความสุขของงานเลี้ยงยังดำเนินต่อไปจนถึงตอนเย็น  แต่แสงแดดที่ยังคงแผดเผาอยู่รอบๆบริเวณไม่ได้น้อยลงเลย “คงเดช ฉันหิวน้ำ ไปเอาน้ำกระเจี๊ยบมาให้ดื่มหน่อย “ คุณชายสั่งเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มจะสนิทสนมกันมากขึ้น “ครับ คุณชาย” คงเดชตอบรับพร้อมรีบวิ่งไปยังเต็นท์อาหาร  คุณชายเล็กอุ้มแม่หนูน้อยที่ยังไม่ได้หยุดเต้น และเสียงหัวเราะลงไปเลย ทั้งที่เด็กคนอื่นๆขยับไปหน้าใกล้หน้าเวทีมากยิ่งขึ้น คุณชายอุ้มแม่หนูน้อยไว้ในอ้อมอก “พี่หลุยส์ มาเลื่อนกะละมังนี้ไปไว้ตรงโน้นหน่อย “ คุณชายเล็กออกคำสั่งเนื่องด้วยแสงแดดกำลังขยับมาใกล้บริเวณที่ตนยืนอยู่  เด็กชายหลุยส์ทำตามคำสั่งทันที เขาค่อยๆเลื่อนกะละมังไปช้าๆ  “โอ้ยยยย///แฮร่ๆๆๆ” ทันใดนั้นเอง กิ่งไม้ขนาดใหญ่พอสมควรตกลงทับคุณชายเล็กและแม่หนูตัวน้อยผู้โชคร้าย เด็กชายหลุยส์ยืนดูด้วยอาการตกตะลึง

บรรดาคนงานที่เห็นและไม่เห็นเหตุการณ์ ตลอดจนนายสมชายและคนอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาดูบุตรสาว หลังจากได้ยินเสียงดัง และเสียงร้องของเด็กชายเด็กหญิง  ตอนนี้คุณชายเล็กมีเลือดออกบริเวณศีรษะ กิ่งไม้ทับขาขวาของเขาอยู่และได้สลบไปแล้ว เด็กหญิงอีกคนยังคงส่งเสียงร้องพร้อมด้วยเลือดจำนวนมากบริเวณศีรษะ “ตาเล็ก ตาเล็กหลานย่า อย่าเป็นอะไรไปนะลูก ....ใครก็ได้เร็วๆ พาหลานฉันไปโรงพยาบาลเร็วๆ” คุณหญิงที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์ พูดเสียงดังโวยวาย เมื่อช็อคและเริ่มจะเสียสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลานรัก  บรรดาคนงานผู้ชายต่างรีบนำกิ่งไม้ออกและทำตัวเด็กทั้งสองไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด พร้อมด้วยคุณพยาบาลสาวประจำเรือนพยาบาลที่มาร่วมในงานเลี้ยงนี้ด้วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha