ซาตานพ่ายใจรัก

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : จุดเปลี่ยน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คุณหญิงนภาพรรณ เด็กชายหลุยส์ นายอาคม นายสมชายและดาวเรืองนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำจังหวัด คุณหญิงนภาพรรณนั่งร้องไห้ไม่ยอมหยุด แล้วตอนนี้ก็หันมาทุบตี โวยวายกับเด็กชายหลุยส์ที่อยู่ใกล้ ตัวนางเอง “ ตาหลุยส์ทำไมไม่ดูแลน้องให้ดี ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง แกไม่รักน้องแกเหรอ “ คุณหญิงคร่ำครวญ “คอยดูนะ ถ้าตาเล็กเป็นอะไรไป ฉันจะฟ้องพ่อแกว่าแกทำให้ตาเล็กเป็นแบบนี้” เด็กชายตัวน้อยร้องไห้ไม่หยุดเนื่องจากเจ็บที่โดนคุณย่าทุบตี  และยิ่งไปกว่านั้นเขาบกลัวว่าคุณพ่อ คุณแม่เล็กจะโกรธ  ไม่รักเขา ที่ไม่สามารถช่วยให้น้องรอดพ้นจากอาการได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ได้  


กลัว


เขากลัวจริงๆ      กลัวคุณพ่อ แม่เล็กจะเป็นแบบคุณย่า  คุณย่าที่ไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจใยดี ไม่เคยเห็นความดีความรักต่อท่าน ของเขาเลยสักครั้ง กลัวอ้อมกอดจากแม่เล็ก มารดาเลี้ยงที่แสนดี ใจดี กับเขาเสมอมา กลัวความรู้สึกนั้นจะหายไป….

จำได้ว่าครั้งหนึ่ง วันเกิดครบรอบ 6 ขวบ ของน้องเล็ก   คุณพ่อ แม่เล็ก และคุณย่าที่ช่วงนั้นมีเวลาว่างพอดี  พาน้องเล็กไปเที่ยวและฉลองที่ดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่น ส่วนตัวเขาที่เรียนอยู่โรงเรียนประจำแถวปริมณฑลเหลือสอบปลายภาคอีก 3 วัน ถึงจะเปิดเทอม ต่างจากน้องเล็กที่เรียนโรงเรียนนานาชาติชื่อดังที่สุดของประเทศเนื่องด้วยเป็นธุรกิจของญาติของ มล.แพรสรวง และยังอยู่ไม่ห่างจากบ้านมากนัก ปิดเทอมแล้ว และน้องเล็กยังสอบได้คะแนนสูงสุด 2 วิชาของเด็กเกรด 1 ในโรงเรียนนั้นอีกด้วย  ป้ามาลัยเล่าให้เขาฟังว่า คุณย่าดีใจมากๆเลยเสนอความเห็นให้เดินทางไปต่างประเทศในครั้งนั้น.................ส่วนเขาหลังสอบเสร็จก็ต้องกลับมาอยู่บ้านคนเดียว 3 วัน คนใช้ในบ้านส่วนใหญ่ก็ถือโอกาสนี้กลับไปเยี่ยมบ้าน ไปหาญาติที่ต่างจังหวัด บ้านหลังใหญ่ พื้นที่กว้างขวาง จึงเหลือแค่ป้ามาลัย และคนขับรถอีกหนึ่งคนที่คอยดูแลบ้าน คอยดูแลเขาเท่านั้นเอง สมุดรายงานผลการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของเขาที่ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนนเกือบทุกวิชาของเขาก็ต้องถูกเก็บไว้ในลิ้นชักข้างเตียงเหมือนเดิม   เหมือนเล่มอื่นก่อนหน้าที่ไม่มีใครจะสนใจ.............เขานั่งดูมันแล้วน้ำตาไหล คิดถึงคุณพ่อ คิดถึงคุณแม่เล็กเหลือเกินนน......

จะเป็นเหมือนตอนนั้นอีกไม่

คุณย่าจะตี จะต่อว่าเขาอีกไม่

แม่เล็กจะโกรธเขาหรือเปล่า

แล้วคุณพ่อหละ จะไม่รักเขาอีกคนหรือ


กลัว         กลัวทุกอย่างจะเกิดขึ้นจริง...............


 เหตุการณ์นี้ปรากฏให้อีกทั้ง 3 คนที่เหลือหน้าห้องฉุกเฉินได้เห็น พวกเราได้แต่สงสารเวทนาหนูน้อยลูกครึ่ง ซึ่งทั้ง 3 ก็รู้ดีว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครได้พูดอะไร เพราะเด็กอีก 2 คนในมือหมอตอนนี้  ก็น่าเป็นห่วงเหลือเกิน




“ญาติของเด็กทั้งสองค่ะ “ พยาบาลที่ดูท่าทางใจดีเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน “หลานชายฉันเป็นอย่างไรบ้างค่ะคุณพยาบาล” คุณหญิงพูดขึ้นด้วยเสียงที่ยังสะอื้นอยู่เล็กน้อย “น้องผู้หญิงปลอดภัยแล้วนะคะ ทำแผลให้แล้ว ตอนนี้ก็หลับอยู่  เดี๋ยวทางเราจะย้ายน้องไปห้องพัก ให้นอนดูอาการสัก 1-2 คืนคะ” นายสมชายและดาวเรืองได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอกไปเปราะหนึ่ง  แต่สีหน้ายังวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย “แต่หนุ่มน้อยเชิญญาติเข้าไปคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ดีกว่าคะ” ทุกคนมีสีหน้าที่ซีดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กชายหลุยส์หน้าตาซีดขาว ไร้เลือดฝาด เขาได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าให้น้อยชายเขาเป็นอะไรไปมากกว่านี้เลย เพียงเท่านี้ก็รู้สึกผิดต่อทุกๆคนรอบข้างมากมายอยู่แล้ว

 “ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองน้องชายเล็กด้วยครับ ฮือ ฮือ” แม้จะคิดแค่ในใจแต่ความสะอื้นเสียใจก็ยังคงตามหลอกหลอน

คุณหมอแจ้งอาการว่าคุณชายเล็กกระดูกหักต้องทำการผ่าตัด  แต่จะสามารถกลับมาเดินได้ปกติแน่นอน เนื่องจากเขายังเป็นเด็ก และสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย คุณหญิงรีบแจ้งความประสงค์ทำเรื่องให้โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังจากกรุงเทพมารับตัวคุณหญิงและหลานชายไปทำการผ่าตัดและรักษาตัวที่โน้น คุณชายเล็กและคุณหญิงนภาพรรณเดินทางกลับกรุงเทพทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลเอกชนมาถึง  

นางได้โทรบอกรายละเอียดกับคุณธานินทร์และลุกสะใภ้ไว้แล้วถึงอาการของคุณเล็กแล้ว เพื่อไม่ให้ทั้งสองเป็นห่วง และให้พวกเขาทั้งคู่ไปรอที่โรงพยาบาลเอกชนได้เลย  ไม่ต้องขับรถไป-กลับกาญจนบุรีให้เสียเวลา และยังบอกด้วยว่าเด็กชายหลุยส์นั้นจะให้อาคมส่งกลับบ้านที่กรุงเทพฯพร้อมกับนางมาลัย ในภายหลัง


เด็กชายหลุยส์อยู่ในไร่เดชาภิรมย์มา 3 วัน แล้ว และต้องขาดเรียนตลอดทั้งสัปดาห์นี้ นายอาคมได้แจ้งตนกับป้ามาลัยว่า พรุ่งนี้จะเดินทางไปส่งที่กรุงเทพ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้เขาต้องเร่งส่งผลผลิตอ้อยลอตใหญ่ให้กับโรงงานน้ำตาล และดูแลการตัดแต่งต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในไร่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับในวันงานเลี้ยงอีก

หนูน้อยแก้วตาออกจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดแล้ว  หลังนอนพักฟื้นที่นั่น 1 คืน แต่ยังมีอาการปวดบ้างบริเวณศีรษะที่แตก และมีรอยแผลเป็นที่หน้าผาก แต่หนูน้อยก็กลับมาร่าเริง สดใส ทำให้หลายๆคนหมดกังวลไปด้วย และภาวนาของให้นายน้อยของไร่ผ่านการผ่าตัดไปได้ด้วยดี

เด็กชายหลุยส์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คอยมาดูแล เอาใจใส่หนูน้อยแก้มป่อง หนูน้อยติดพี่ชายมาก  เล่นด้วยกัน นอนกลางวันด้วยกันตลอดทั้งวัน ถึงตอนเย็นเด็กๆคนอื่นๆ กลับมาจากโรงเรียนก็จะมาเล่นรวมกันใกล้บ้านพักของนายสมชาย เนื่องจากอยากรู้อาการของหนูน้อยขวัญใจของพวกเขา  เมื่อใกล้ค่ำ พี่หลุยส์จะกลับบ้านพักรับรองภายในไร่ หนูน้อยก็ร้องไห้ งอแง ไม่ยอมให้กลับ เดือนร้อนพ่อแม่ที่ลางาน 2 วันเพื่อดูแลบุตรสาว ต้องเกลี่ยกล่อมเป็นนานสองนาน       เวลาแค่เพียงไม่กี่วันก็ทำให้ทั้งสองสนิทสนม และผูกพันธุ์กันมาก แต่พรุ่งนี้เขาต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว และไม่รู้เมื่อไรจะได้มาที่ไร่แห่งนี้อีก   เวลา2-3วันที่ผ่านมาเขาดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เมื่ออยู่ใกล้หนูน้อย   แต่พอคิดถึงเรื่องกลับบ้านวันพรุ่งนี้ นั่นทำให้เด็กน้อยวัย 10 ขวบ หวั่นใจ

คุณชายเล็กเข้ารับการผ่าตัด และผ่านไปด้วยดี แต่จะต้องนอนรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 เดือนเต็มๆ คุณหญิงนภาพรรณทิ้งการทิ้งงาน หอบผ้าหอมพ่นมานอนเฝ้าหลานชายสุดที่รักที่โรงพยาบาลทุกวัน พร้อมด้วย มล.แพรสรวงที่มานอนด้วยแทบจะทุกคืน  เมื่อกลับมาถึงบ้านไม่มีใครพูด หรือต่อว่าอะไรเขา เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันเป็นอุบัติเหตุ  แต่เนื่องด้วยน้องชายเพิ่งผ่าตัดผ่านไป ทุกคนภายในบ้านล้วนแต่ทุ่มเทเวลา และความสนใจในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณชายเล็ก  แล้วหลังจากนั้นเขาก็ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำตามปกติ

วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง วันนี้คุณหญิงนภาพรรณพร้อมด้วยคุณธานินทร์นั่งรอเขาอยู่ในห้องรับแขกที่สวยงามและทันสมัย สมฐานะผู้เป็นเจ้าของ “ตาหลุยส์มาหาพ่อซิลูก” กวักมือพร้อมเรียกบุตรชายตัวน้อย... เด็กชายเดินมาอย่างว่าง่าย และมีรอยยิ้มขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อจับมือและไหล่ของเขาแล้วดันตัวให้นั่งลงบนตัก

นาน  นานเท่าไรแล้วนะ?  ที่ตนได้นั่งแบบนี้   ก่อนหน้านี้ได้แต่นั่งมองน้องชายตัวเองที่มักจะได้นั่งบนตักอันแสนอบอุ่นแห่งนี้

“ลูกใกล้เรียนจบแล้วใช่ไม่ครับ  พ่อและคุณย่าคิดว่าจะส่งลูกไปเรียนต่อไฮสคูลที่อเมริกา  หนูอยากไปหรือเปล่าลูก “ ท่านถามความคิดเขา “ไปเรียนที่นั่นนะดีแล้ว จะได้เก่งๆเหมือนตาเล็ก จบไฮสคูลแล้วก็เรียนต่อบริหารที่โน้นด้วยเสียเลย จบมาจะได้มาช่วยพ่อแกทำงานทำการ เข้าใจที่ย่าพูดใช่ไม่ตาหลุยส์ “ คุณหญิงพูดพร้อมจ้องหน้าจ้องตาเชิงบังคับหลานกลาย ๆ    เด็กชายมองน้ำตาครืนๆ ตอบกลับคุณย่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ ข เข้าใจครับคุณย่า       ผมจะตั้งใจเรียน    แล้วกลับมาช่วยงานคุณพ่อครับ” แล้วสะอื้นโอบกอดอกอบอุ่นของคุณพ่อแน่น  “ลูกเตรียมตัวไว้นะ อีก 2 อาทิตย์พอสอบเสร็จพ่อจะส่งหนูไปที่โน้นเลย พ่อจะให้เลขาของพ่อเตรียมทุกอย่างไว้ให้ “  พูดพร้อมกอดปลอบลูกชายของตน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha