ซาตานพ่ายใจรัก

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : หลานสะใภ้ในฝัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ปัจจุบัน   

โต๊ะอาหาร บ้านเดชาภิรมย์

“ตาหลุยส์ แกมีคนรัก หรือคนคุยๆด้วยหรือยัง” คุณหญิงนภาพรรณสอบถามหลานชายคนโต ภากรณ์ที่กำลังอิ่มวางช้อนลงอย่างสุภาพ ก่อนมองมองหน้าคุณธานินทร์ที่หน้าตรงกันข้ามกัน ก่อนเอ่ยตอบประมุขของบ้านที่นั่งหัวโต๊ะ “ ยังครับ คุณย่า”

“อายุขนาดนี้แล้ว คนอื่นเขาเริ่มมีลูกมีเต้ากันไปหมดแล้ว ไม่ได้การหละ ฉันรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง สวย เก่ง ชาติตระกูล อยากแนะนำให้แกรู้จัก “

“ใคร เหรอครับคุณแม่ “ คุณธานนินทร์ถามมารดา

“ก็ คุณหญิงพรสวรรค์ วงเทวา ญาติผ่ายเมียแกไงตานิน “ นางตอบเสียงดัง ฟังชัด และกำลังมีความสุขที่อยากได้คุณหญิงพรสวรรค์มาเป็นหลานสะใภ้      คุณหญิงพรสวรรค์ วงเทวา หรือนามเต็มว่า หม่อมราชวงศ์พรสรรค์ วงเทวา ซึ่งนางเคยเจอ พบประกันในงานการกุศลต่างๆมาแล้วหลายครั้ง หญิงพรเพิ่งเรียนจบปริญญาโทมาจากอังกฤษ สถาบันเดียวกันที่หลานสุดที่รักเรียน และกำลังจะจบโดยสมบูรณ์อีกไม่กี่วันข้างหน้า หญิงพรเป็นคนสวย สง่า ฉลาดพูดจา บรรดาคุณหญิงคุณนายทั้งหลาย ต่างก็อยากเกี่ยวดองกับคุณหญิงสูงศักดิ์คนนี่ทั้งนั้น “ตาหลุยส์ แกตกลงไม่ ฉันหละอยากได้มาเป็นหลานสะใภ้ฉันจริงๆเลย”

“ผมไม่มีปัญหาครับคุณย่า” ตอบคุณย่าออกไปตามที่ใจคิด  “ดีจริง หลานฉันคนนี้ไม่เคย ขัดใจย่าเลยสักครั้ง “ นางพูดพร้อมเสียงงอนๆ “ทำไม่ทำเสียงอย่างนั้นหละครับคุณแม่ หรือหลานชายสุดที่รักขัดใจอะไรคุณแม่มาอีก “

“ก็ตามเล็กนะสิ แม่อยากให้ทำความรู้จักกับหญิงพร เห็นว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ที่สำคัญเรียนอยู่ที่เดียวกัน น่าจะง่ายดายขึ้น “ ถอนหายใจเสียงดังและกล่าวต่อว่า “แต่ตาเล็กบอกว่ารู้จักกันนานแล้ว ไม่ใช้สเปคสักหิด เป็นญาติห่างๆกันอีก เป็นเพื่อนกันแบบนี้ดีกว่า ขัดใจคนแก่จริงๆ พ่อหลานคนนี้ “ แต่นางก็ไม่ได้เล่าไปอีกว่า หากนางบังคับเขา เขาจะพาเมียหัวแดงหัวทองกับบ้าน มากราบสวัสดีคุณย่าแน่ คอยดู ..........

เล่นมาขู่คนแก่ที่ไม่ชอบหลานสะใภ้ต่างชาติแบบคุณหญิงนภาพรรณ คุณหญิงเลยไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว จำต้องแบนเข็มมาทางหลายอีกคนที่เคารพเชื่อฟังนางมาตลอดอย่างภากรณ์

“ตาหลุยส์ พรุ่งนี้เรียกช่างมาให้ย่าด้วยนะ ย่าจะแต่งห้องของตาเล็กใหม่ อาทิตย์หน้าก็น่าจะกลับมาถึงเมืองไทย ให้พักอีกสักนิดสักหน่อย แล้วก็จะให้ไปช่วยตานิน ไปช่วยแกที่บริษัท” นางกล่าวก่อนจะลุกขึ้น เพื่อไปนั่งเองหลังในห้องรับแขกตามปกติ ไม่ได้รอฟังคำตอบรับจากลูกชายและหลานชายแต่อย่างใด

“จะลองคบกับคุณหญิงพร จริงๆเหรอตาหลุยส์ ลูกแน่ใจนะ”พ่อถามลูก

“ จริงครับคุณพ่อ มันเป็นความต้องการของคุณย่าผมไม่อยากขัดใจ คุณย่าก็อายุมากขึ้นทุกวัน ผมอยากให้คุณย่าสบายใจ จะได้อยู่กับพวกเราไปนานๆไงครับคุณพ่อ “ ภากรณ์พูดตามที่ใจคิด

“ตามใจลูกก็แล้วกันนะ”

“คุณพ่อครับ ผลผลิตจากไร่ของเรามีปัญหาอีกแล้วนะครับ ผมว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ คู่แข่งเดี่ยวนี้ก็เก่งขึ้นทุกวันๆ ผมว่าเราน่าจะพัฒนาไร่ให้ทันสมัยจริงๆจังๆมากขึ้นไปอีก จะดีกว่านะครับ” ปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของบริษัทตอนนี้เลยก็ว่าได้

“พ่อคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่อาคมก็อายุมากขึ้น เรี่ยวแรงก็สู้หนุ่มๆสาวๆไม่ได้ พ่อเกรงใจเขาจริงๆ เขาดูแลไร่นั้นมาตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ “ คุณธานินทร์ถอนหายใจ

“เอาอย่างงี้ไม่ครับพ่อ เดี๋ยวผมจะอาสาไปดูแลที่ไร่เอง เดือนนึงอยู่บริษัทสัก 20วัน  อีก 10 วันที่เหลือผมจะคอยไปจัดการที่ไร่ ที่นั้นก็มีคนมีความรู้เรื่องไร่มากอยู่แล้ว แค่ไปบริหารเพิ่มเติมนิดหน่อย ผมว่าไร่เราก็คงสู้ไร่อื่นๆได้เหมือนเดิมแล้วครับ  อีกอย่างตาเล็กก็กำลังกลับมาช่วยที่บริษัท ผมว่าน่าจะไม่มีปัญหา หรือผลกระทบอะไรหรอกครับ”

“ลองแบบที่ลูกคิดไว้ก็แล้ว แต่ถ้ามีอะไรบอกพ่อได้ตลอดนะตาหลุยส์”

“ครับพ่อ”

สองพ่อลูกมักคุยกันยาวๆ ด้วยเรื่องธุรกิจเสมอ น้อยมากที่ภากรณ์จะนำเรื่องส่วนตัวของเขามาเล่าให้ผู้เป็นพ่อฟัง เนื่องจากบิดามีปัญหาทางธุรกิจให้เครียดมากอยู่แล้วทุกวี่วัน....

------------------------------------------------------------------------------

โต๊ะอาหาร ตอนเช้า    

เช้าวันนี้สองพ่อลูกยังคุยกันเรื่องปัญหาการผลิต และคุณภาพของอ้อยของไร่เดชาภิรมย์กันต่อเนื่องจากเมื่อคืนที่ได้คุยปัญหาและวิธีการแก้ไข คร่าวๆกันไว้บ้างแล้ว

"อะไรนะ ที่ไร่เรามีปัญหาเหรอตานิน" คุณหญิงนภาพรรณตกลง เนื่องจากเมื่อก่อนตอนนางบริหาร ไร่เดชาภิรมย์เป็นไร่ที่มีการจัดการมีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดของยุคนั้น บรรดาคู่แข่งทั้งหลายเทียบไม่เห็นฝุ่น

"ครับ คุณแม่ แต่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรครับ" ตอบมารดาเสียงเรียบ พร้อมหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ

"งั้นก็ให้ตาหลุยส์ไปจัดการ ถึงอย่างไรเดี๋ยวตาเล็กก็กลับมาช่วยงานแกที่บริษัทอยู่แล้ว" คุณหญิงกล่าวต่อว่า "ตาหลุยส์รู้เรื่องงานที่บริษัทดีอยู่แล้ว ตาหลุยส์ที่แระเหมาะที่สุดที่จะไปจัดการปัญหาให้ไร่ของเรา แกว่ายังไงตาหลุยส์ เห็นด้วยกับย่าไม่ " ถามหลานชายออกไป "ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณย่าตรับ" 

"ตาหลุยส์ก็บอกผมแบบนี้แระครับคุณแม่ ว่าเขาจะไปดูเอง จะไปไปมามาที่บริษัทกับไร่ครับ "

" อืม ก็ดี แต่จะไปไปมามาให้เสียเวลาทำไง ....... ไม่ได้สิ   ไม่ได้  แล้วเรื่องหญิงพร ของเเม่หละ ตาหลุยส์แกต้องไปอยู่ไร่ 1 อาทิตย์แล้วมาทำงานที่บริษัท 1 อาทิตย์สลับไปสลับมาอย่างนี้ดีกว่า อบ่าหายหน้าหายตา เดี๋ยวคนอื่นจะฉกหลานสะใภ้ในฝันของฉันไป   ตกลงตามนี้แระ"

"ครับ คุณย่า"

"แล้วจะไปไร่เมื่อไร วันมะรีนย่านัดหญิงพรให้มาทานข้าวเย็นที่บ้านของเราเรียบร้อยแล้ว"

"ผมว่าจะไปที่ไร่อาทิตย์หน้าครับ"

"งั้นดี เตรียมตัวให้ดี ทำให้หญิงพรประทับใจในตัวแก เร็วๆเข้าด้วยแล้วกัน ......เข้าใจไม่"

"ครับ" ตอบกลับคุณย่าพร้อมถอนหายใจเบาๆออกมา

สำหรับเขาในหัวสมองมีแต่เรื่องงานและครอบครัว ทำอย่างไรไม่ให้งานเกิดปัญหา แต่หากเกิดปัญหาแล้วจะแก้ไขอย่างไรให้เร็วและดีที่สุดสำหรับบริษัท อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสุข ความสบายใจของคุณธานินทร์ ของคุณหญิงนภาพรรณ และสุดท้ายน้องชายต่างมารดาของเขา

เพราะนั้นคือความตั้งใจตลอดมาของตัวภากรณ์เอง 

และยังเป็นสิ่งสุดท้ายที่..........แม่เล็ก.......แม่อันเป็นที่รักยิ่ง........รักสุดหัวใจ

ขอไว้ก่อนที่นางจะหมดลมหายใจลง......



วันพิเศษของคุณหญิงนภาพรรณก็มาถึงอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินเสียงรถ คุณหญิงเดินออกมาต้อนรับแขกพิเศษของนางทันที “สวัสดีค่ะคุณย่า”

“สวัสดีจ๊ะลูก หญิงพรของย่าวันนี้สวยจังเลยลูก” นางกล่าวชื่นชมว่าที่หลานสะใภ้ “นี่ตาหลุยส์จ๊ะ หลานชายคนโตของย่าเอง”

“สวัสดีค่ะพี่หลุยส์ พรสวรรค์ค่ะยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เธอกล่าวสวัสดีหนุ่มน่าตาดี สง่างามที่ยืนข้างๆคุณหญิงนภาพรรณ

“สวัสดีครับ เป็นเกียรติเช่นกันครับคุณหญิงพร” ภากรณ์กล่าวรับ

“เอ่อ อย่าเรียกเจ้ายศ เจ้าอย่างกับ หญิงเลยนะคะ พี่หลุยส์  เรียกน้องหญิงหรือจะเรียกน้องพรดีกว่าคะ”

“เห็นไม่ตาหลุยส์ หญิงพรน่ารัก ไม่ถือตัว  เหมือนที่ฉันบอกแกไว้ไม่มีผิด.....หญิงพรเข้าคุยกันในบ้านกันดีกว่าจะลูก ด้านนอกนี้ร้อนเหลือเกิน ” พูดแล้วก็จูงมือ ราชสกุลสาวเข้าไปในบ้านอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มเดินตามมองภาพ สองสาวต่างวัยที่ตััวกินกันเป็นเกลียว เมื่อเห็นคุณย่าอารมณ์ดี เขาเองก็เลยอารมณ์ดีไปด้วย

“มาลัย มาลัย บอกให้เด็กตั้งโต๊ะเลยจ๊ะ  แล้วก็ให้ใครก็ได้ไปตามตานินลงมาทานข้าวหน่อย บอกว่าคุณหญิงพรมาถึงแล้ว  ไป เร็วๆหละ อย่าช้า”

“เจ้าค่ะ คุณหญิง” แม่บ้านวัยใกล้เคียงกันรับคำสั่งนายเก่าแก่

**************

#โต๊ะอาหาร บ้านเดชาภิรมย์

วันนี้อาหารที่นำมาตั้งโต๊ะเป็นอาหารเหลาจากภัตตาคารชื่อดังย่านสาธร ที่คุณหญิงของบ้านเตรียมการต้อนรับว่าที่หลานสะใภ้ที่มารับประทานอาหารที่บ้านเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูพิถีพิถันไปเสียหมด

“สวัสดีค่ะคุณลุง” หญิงสูงศักดิ์พนมมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าที่เดินเข้ามาใหม่ภายในห้องอาหาร “สวัสดีครับคุณหญิงพร ผมดีใจมากที่คุณหญิงให้เกียรติมารับประทานมื้อเย็นที่บ้านของผมในวันนี้ “

“ค่ะ คุณลุง แต่จะดีกว่านี้ หากคุณลุงพูดกับหญิงธรรมดากว่านี้นะคะ เราเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย ” ม.ร.ว.สาวกล่าวอย่างสุภาพและเป็นกันเอง

“อ่อ ครับๆ คุณหญิงนี่น่ารัก ไม่ถือตัวเลยนะครับ เหมือนท่านชายพจน์และหม่อมบัวเลย ท่านทั้งสองก็ไม่ทรงถือพระองค์เองเหมือนกัน “ คุณธานินทร์กล่าวถึงหม่อมเจ้าสูงศักดิ์ที่เป็นพระญาติของภรรยาผู้ล่วงลับของเขา “ค่ะ เด็จพ่อและหม่อมแม่สอนหญิงเรื่องนี้เสมอเลยค่ะ “

“เรามาท่านข้าวกันดีกว่าลูก เดี่ยวจะเย็นหมด ไม่อร่อยนะ “ น้อยตักข้าวได้เลยจ๊ะ

ค่ะ/ครับ/ครับ

ระหว่างรับประทานอาหารคุณหญิงนภาพรรณส่งซิกให้หลานชายบริการตักอาหารให้หญิงพรให้เธอประทับใจไม่ขาด ตัวภากรณ์ก็ปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและทำทุกอย่างออกมาอย่างดี ถูกใจนางเป็นที่สุด  คุณหญิงนภาพรรณมองทั้งคู่แล้วยิ้มตาม รับประทานอาหารต่อและเป็นอีกวันที่นางเจริญอาหารเป็นพิเศษ

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย คุณธานินทร์เข้าตัวกลับไปสะสางงานต่อ คุณหญิงไปเอนหลังตามปกติ แล้วสั่งให้ภากรณ์พาคุณหญิงพรไปเดินเล่น

“อาหารถูกใจ น้องพรหรือเปล่าครับ” น้องพร เรียกรอยยิ้มจากหญิงสูงศักดิ์ได้อย่างดี เพราะนานมากแล้วที่ไม่มีใครเรียกตนเช่นนี้ เนื่องด้วยพระญาติทุกคนเป็นห่วงลูกสาว หลานสาวคนนี้เหลือเกิน แต่เมื่อทรงทราบว่าคุณหญิงนภาพรรณที่รู้จักมักจี้กันเป็นอย่างดี เอ็นดูธิดาของตนก็เห็นชอบด้วย เพราะธิดาคนนี้ก็อยู่ในวัยที่จะสร้างครอบครัวตัวเองได้แล้ว

“อร่อยมากคะ พี่หลุยส์หละคะชอบหรือเปล่า”

“พี่เป็นคนทานอะไรก็ได้ครับ จะเป็นอาหารธรรมดาหรืออาหารเหลาอย่างวันนี้ พี่ก็ทานได้หมด หากได้ทานกับครอบครัวพี่ชอบทุกอย่างครับ” ชายหนุ่มครอบครัวอบอุ่นแต่ตนได้รับความอบอุ่นนั้นน้อยเกินไป จนบ้างครั้งบางคราวจิตใจดวงน้อยนั้นรู้สึกหนาวเหน็บเหลือเกิน

เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ร้ายกาจเหลือเกิน หล่อ สง่างาม รักครอบครัว และแววตาออกเศร้านิดๆดวงนั้นช่างน่าค้นหา หญิงสูงศักดิ์คิดในใจ

“น้องพรครับ น้องพรรู้ความหมายอของการมาทานข้าววันนี้หรือเปล่าครับ”

หญิงสาวสบตาก่อนเอ่ยคำตอบ “ทราบดีคะ พี่หลุยส์เป็นคนพูดตรงจังเลยนะคะ ไม่คิดว่าหญิงจะเขินบ้างหรือไงคะ”

“ไม่ต้องเขินหรอกครับ คุณย่าอยากให้เราศึกษาดูใจกัน พี่เองก็ยังโสด น้องพรเองก็ด้วย พี่ว่าเป็นเรื่องดีเสียอีกที่เราจะลองมาทำความรู้จักกัน เพื่อความสบายใจ ความสุขของผู้ใหญ่ด้วย” หญิงสาวมองหน้า เหมือนตนตกอยู่ในมนต์สะกด ผู้ชายคนนี้ทำได้อย่างไรกันนะ เพียงแค่เธอได้ฟังเขาพูด ได้พูดคุยกับเขาก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างประหลาด เหลือเชื่อจริงๆ

“ ค่ะ หญิงเองก็คิดเช่นเดี่ยวกับพี่หลุยส์คะ” สบตาพร้อมส่งยิ้มให้ภากรณ์ ผู้ที่เพียงเจอหน้ากันครั้งแรกก็สามารถทำให้ัหัวใจเต้นแรงๆไม่หยุด   ชายหนุ่มเองก็ดีใจที่หญิงสาวตอบตกลง 

เป็นอย่างนี้ก็ดี 

เธอดูเป็นคนเก่ง ฉลาด เป็นกันเอง พูดจาเก่งไพเราะ มีความเป็นกุลสตรี


คล้ายๆแม่เล็กของเขา อาจจะเป็นเพราะทั้งสองคนเป็นญาติกัน ทุกอย่างจึงทำให้เป็นเช่นนี้  

คุณย่าก็คงเห็นสิ่งนี้เหมือนกันกับเขา

คุณย่าต้องถูกใจแน่นอน.........งานนี้

พวกเขาคุยกันต่ออีกสักพักใหญ่ๆ คุณหญิงพรก็ขอตัวไปลาคุณหญิงย่าเพื่อของตัวกลับ เขาเองก็ขึ้นไปพักผ่อนด้วยเช่นกันพรุ่งนี้ต้องทำอะไรอีกมาก        

 คุณหญิงนภาพรรณดีใจเป็นอย่างมาก หลังจากทราบข่าวดี 2 สองข่าวต้อนรับเช้าวันใหม่ วันหยุดเช่นนี้ เรื่องแรกคือตนได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากหลานชายสุดที่รักว่าสำเร็จการศึกษาดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาลัยดังที่สุดของอังกฤษ และจะเดินทางมาถึงในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ และอีกเรื่องคือข่าวดีจากหลานชายคนโต ที่กำลังคบ กำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับหญิงที่มีความเป็นเลิศในทุกๆด้าน เหตุนี้เองทำให้คุณหญิงพูดคุยกับหลานชายคนโตมากยิ่งขึ้น “ตาหลุยส์ ทำได้ดีมาก หม่อมบัวโทรมาคุยกับย่า เอ่ยชมว่าครอบครัวเรา ชมแกว่าน่ารักเป็นการใหญ่ แล้วไปพูดอีท่าไหนให้หญิงพร ตกลงคบหากับเราหละ”

“ก็พูดกับน้องเขาไปตามตรงครับคุณย่า” เอ่ยตอบพร้อมกับรับประทานข้าวต้มตรงหน้า “ทำได้ดีมากตาหลุยส์ ............วันนี้วันอะไรนะ ทำไมฉันอารมณ์จังเลยมาลัย สงสัยพรจากหลวงพ่อจะดี งั้นวันนี้ต้องไปอีก “ นางมาลัยพลอยยิ้มแย้มตอบกลับเจ้านายของเขา “ เออ แล้วตาหลุยส์ จะไปไร่เราวันไหนนะ”

“ผมว่าจะออกเดินทางบ่ายๆ ของวันนี้เลยครับ ผมเคลียร์งานด่วนที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว” นางพยักหน้ารับทราบ “ เดินทางปลอดภัยหละ กลับมาคงได้เจอตาเล็ก ย่าไปวัดก่อนนะ “ เขาแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ปกติแล้วคุณย่าไม่ค่อยอวยพรหรือพูดคุยเรื่องของนางว่าจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ให้เขาได้ทราบเช่นนี้มาก่อน .......นี่ใช้ไม่คือส่วนหนึ่งของความผูกพันธุ์ในครอบครัว......... “ความพยายาม ความมุ่งมั่นของผมเริ่มจะเห็นผลไปในทิศทางที่ดีแล้วนะครับแม่เล็ก “ ภากรณ์พูดคนเดียว



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha