ซาตานพ่ายใจรัก

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : จูบแรก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บ่ายวันเสาร์ ไร่เดชาภิรมย์

แก้วตานั่งทำงานและกำลังคิดถึงเรื่องตาที่เมื่อวานพาแม่ไปตรวจในโรงพยาบาลในเมืองมา แม่ของเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็ว ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี หากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะยิ่งทำให้โอกาสในการมองเห็นยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ หมอบอกว่าต้องผ่าตัดครั้งละข้าง ใช้เวลาผ่าตัดและรักษาตัวประมาณ 1 สัปดาห์และเงินค่ารักษา ค่ายา อื่นๆ ข้างละห้าหมื่นบาท

“แก้วเอ่ย เดี่ยวช่วยงานตรงนี้เสร็จ ลุงรบกวนหนูไปทำความสะอาดบ้านพักรับรองให้ลุงหน่อยนะลูก”

“มีใครจะมาพักเหรอจ๊ะ” หญิงสาวถามด้วยความใคร่รู้ ไม่ใช้แค่แก้วตาที่อยากรู้แต่ทุกคนในออฟฟิศต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังคำตอบของผู้จัดการไร่

“เจ้านายพวกเราเอง คุณภากรณ์หลานชายคนโตของคุณหญิงนภาพรรณ เจ้าของไร่นี้ เขาจะมาพัฒนาไร่เราให้ดียิ่งขึ้น” อาคมกล่าวด้วยสายตาชื่นชม เขารู้ถึงความสามารถของภากรณ์เป็นอย่างดี เพราะตนต้องไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพอยู่บ้างนั่นเอง

“ดีจังเลยนะจะ ฉันทำงานที่นี้มาตั้งหลายปียังไม่เคยเจอเจ้าของตัวเป็นๆเลยสักครั้ง” พนักงานบัญชีคนนึงกล่าวขึ้น

“นายเขาเคยมาแล้ว ผมจำได้ ตอนนั้นผมยังเด็กๆ คุณหลุยส์ใจดีมาก” คงเดชหัวหน้าคนงานคนใหม่ต่อจากบิดาของเขากล่าวขึ้น “เดี่ยวฉันขอไปช่วยแก้วอีกคนนะน้าคม เผื่อได้จะได้เจอคุณหลุยส์ด้วย “ คงเดชคงจะตื่นเต้นเหมือนคนอื่นๆด้วยกระมัง “ เออ ตามใจแกเจ้าเดช เดี่ยวข้าเสร็จงานทางนี้จะตามไปเหมือนกัน “ อาคมกล่าว ก่อนทุกคนจะแยกย้ายไปทำงานที่ตนได้รับมอบหมาย



หลังจากคงเดชและแก้วทำความสะอาดเรือนรับรองเสร็จ ก็มีเสียงรถยนต์และเสียงรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาจอดใกล้ๆพอดี พวกเขาต่างรีบออกมาดู นายอาคมเมื่อจอดรถมอเตอร์ไซด์เรียบร้อยก็รีบเดินมายืนข้างๆกับคงเดช

ชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อ ผิวพรรณดี สูง แต่งกายสบายๆ แต่ไม่ได้ลดความสง่างามของเขาลงได้เลยแม้แต่น้อย คงเดชและแก้วตาคิดในใจเหมือนกัน “ยังกะพระเอกละคร” ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดิมไปหกยิบระเป๋าขนาดกลางที่ใส่ไว้กระโปรงหลังรถ ก่อนเดินมาหาทั้ง 3 คน “สวัสดีครับคุณหลุยส์ เดินทางมาเหนื่อยไม่ครับ”ผู้จัดการทักทายหลานชายเจ้าของไร่ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว พนมมือไหว้และเอ่ย “สวัสดีครับลุงคม ขอบคุณที่เตรียมที่พักไว้ให้นะครับ ต้องลำบากทุกคนเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมและทุกคนที่นี้ดีใจที่หลุยส์จะมาที่ไร่แห่งนี้ครับ”

“ครับช่วงนี้ผมจะไปไปมามาระหว่างที่นี่กับกรุงเทพทุกๆ 1 สัปดาห์ครับ”

“ครับ  ..นี่คงเดชกับแก้วตาครับ ไม่ทราบว่าคุณหลุยส์จำได้หรือเปล่า”

ภากรณ์หันไปมองหน้าทั้งสองคน แต่ก็สะดุดสายตา เมื่อได้สบตาสาวน้อยบ้านไร่น่าตาสวยสมวัย เขาไม่เคยรู้สึกแปลกๆเช่นนี้กับหญิงใดมาก่อน แม้แต่หญิงพรที่กำลังจะเป็นว่าที่คู่หมั้นคู่หมายของเขา “สวัสดีครับคุณหลุยส์ผมคงเดชครับ “

“สวัสดีคะ หนูชื่อแก้วตาคะ” หญิงสาวประหม่าไม่น้อยหลังจากได้สบตาเขาเมื่อสักครู่ไปแวบหนึ่ง “รู้สึกคุ้นๆนะครับ แต่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร” ชายหนุ่มพูดตอบไป แต่ตัวเองก็กำลังไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เขารู้สึกเหม่อๆ งงๆกลับตัวเองยังไงชอบกล แต่เพียงไม่นานสติก็กลับมาเมื่อได้ยินเสียงจากนายอาคมเพื่อให้เข้าไปในบ้านพัก นายอาคมแจ้งกับเขาว่าหากมีอะไรต้องการเพิ่มเติมให้บอกเขาได้เลย เขาจะให้คนเตรียมมาให้

ทั้งสามกลับไปแล้ว ภากรณ์นั่งเช็คอีเมลล์ตามปกติในช่วงเวลานี้ แต่บ่อยครั้งภาพของหญิงสาวชาวไร่ก็เข้ามาอยู่ในห้วงความคิดเขา หญิงสาวรูปร่างสมส่วน หน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน แต่สายตาที่เศร้าๆที่เห็น เขารู้สึกคุ้นเคยกับสายตาแบบนั้นยังไงก็ไม่รู้  นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ภากรณ์รีบสะบัดหัว สลัดความคิดนั้นออกไป รีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เขาจะสำรวจไร่แห่งนี้เสียหน่อย ก่อนจะเริ่มงานจริงๆจังๆในวันจันทร์นี้เลย



ฝ่ายแก้วตา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ทำทุกอย่างตามปกติ ช่วยแม่ทำอาหาร อาบน้ำให้บิดา ซักผ้าของทุกคนในครอบครัว รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน หญิงสาวได้เล่าเรื่องเจ้านายคนใหม่ที่มาอยู่ชั่วคราวที่ไร่แห่งนี้ให้บิดามารดาฟังด้วย

“เขา คุณย่าและน้องชายของเขาเคยมาที่ไร่นี้ด้วย ตอนนั้นแก้วแค่หนึ่งขวบเท่านั้นเอง “ แล้วทั้งพ่อและแม่ก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวในอดีตให้เธอฟัง เท่าที่พวกเขายังจำได้  แก้วตาจำได้ดีเรื่องแผลเป็นที่หน้าผากของเธอ รู้สึกว่ามันจะจางหายไปในช่วงที่เธอเรียนมัธยม เพราะแผลนั่นก็ใหญ่เอาการอยู่เหมือนกัน ส่วนเรื่องที่เธอติดเขาอย่างกะตังเมนั้น เธอจำไม่ได้หรอกเพราะตอนนั้นยังเด็กนัก แต่ดีใจมากๆที่เมื่อก่อนเขารักและเอ็นดูเธอ

ตอนนี้จะเป็นแบบนั้นอยู่ไม่นะ

ไม่ซิ ก็เขาพูดเองว่าจำอะไรไม่ค่อยได้

แก้วตาว้าวุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง  กว่าจะนอนหลับก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน



เช้าวันรุ่งขึ้น

อาคมพาภากรณ์สำรวจไร่อย่างละเอียด ทั้งพื้นที่ปลูกอ้อย พื้นที่ว่าง ออฟฟิศ พื้นที่สาธารณูปโภคต่างๆ และสุดท้ายป้ายพักคนงาน พื้นที่ไร่อ้อยมีหลายอย่างต้องปรับปรุงโดยเร็ว และพื้นที่ว่างเขากำลังคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรได้บ้างหรือเปล่า ส่วนอื่นๆนอกเหนือจากนั้น มีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงบ้างเล็กน้อย แต่คงไม่ต้องรีบอะไรมากมาย ก่อนกลับบ้านพักเขาเจอหญิงสาวที่ชอบแวะมาทักทายในความคิดของเขาทั้งวันที่ผ่านมากำลังนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ นายอาคมเองที่มองเห็นภาพนั้นพอดี เลยเอ่ยเล่าเรื่องราวชีวิตที่น่าสงสารของครอบครัวนี้ให้เจ้านายคนใหม่ฟัง ตลาดเส้นทางที่กลับบ้านพักรับรอง 


ทำไมเขาถึงรู้สึกสงสารเธอเช่นนี้ 

อยากอยู่ด้วยตอนนั้น ตอนที่เธอเจอะเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆ

นี่หรือเปล่านะ ที่มาของดวงตาเศร้านั้น​................................" อยากปกป้อง " 

เขากำลังคิดเช่นนี้กับผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้าเมื่อวานเป็นครั้งแรก 


“คุณหลุยส์ครับ เดี่ยวตอนเย็นๆผมจะให้เด็กหิ้วปิ่นโตมาให้นะครับ ผมต้องขอตัวก่อนพอดีวันเกิดหลานชายต้องไปซื้อ

เค้กให้หลานมันหน่อย”

“ขอบคุณครับลุง” เมื่อนายอาคมกลับไป ภากรณ์ก็เข้าไปชำระเหงื่อกาย ก่อนเดินออกมาตรงม้านั่งหน้าบ้าน อากาศยามเย็นต้นเดือนตุลาคมค่อยข้างสบาย ไม้ดอก ไม้ประดับบริเวณรอบๆบ้าน ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ที่นี่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง เขาเดินกลับเข้าไปนั่งในบ้านก่อนโทรศัพท์ไปรายงานคุณพ่อในปัญหาที่เขาเจอภายในไร่วันนี้  หลังการคุยโทรศัพท์ระหว่างพ่อลูกผ่านไปไม่นาน “ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ภากรณ์หันไปมอง “หนูเอาปิ่นโตมาให้คะคุณหลุยส์” แก้วตากล่าวเสียงเบา ก่อนนำปิ่นโตและถุงที่มีกล้วยน้ำว้าสุกอีก 1 หวีเข้าไปวางบนโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง “คุณหลุยส์ต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้างไม่จ๊ะ”

“ไม่มี” เขาตอบสั้นๆ “ งั้น หนูขอตัวกลับก่อนนะจ๊ะ “ กล่าวเสร็จก็หันหลังพร้อมจะเดินออกไป

“เดี่ยวก่อนสิ “ หญิงสาวชะงัก ด้วยความสงสัยในเมื่อไม่ต้องอะไรแล้ว จะเรียกเธออีกทำไม

“นั่งเป็นเพื่อนฉันทานข้าวก่อน” หญิงสาวตาโตขึ้น

“ เออ อ เออ”

“ฉันมีเรื่องจะถามเธอนิดหน่อย” เขาเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว แล้วผ่ายมือเชิญให้เธอนั่งลง  แก้วตานั่งลงตรงข้ามกับเขา กำลังจะเอ่ยถามว่าเขามีอะไรจะถามงั้นเหรอ  เขาก็ดันมาพูดขัดเธอเสียก่อน “ฉันขอกินข้าวก่อน ไม่นานหรอก เดี่ยวมีเรื่องจะคุยด้วย” ภากรณ์ใช้เวลาทานอาหารเย็นไม่ถึง 10 นาทีแต่สำหรับแก้วตาแล้วเธอมีความรู้สึกแปลกๆขณะที่ต้องนั่งดูเขาทานอาหาร หันมองออกนอกหน้าต่างบ้าง ทำไมชั่งนานเหลือเกินแก้วตาคิด เมื่อดื่มน้ำเสร็จเขาเริ่มถามเธอทันที “เธอกำลังเรียนที่มหาลัยอะไรอยู่”

“หนูเรียนมหาลัยเปิด XXX ที่กรุงเทพค่ะ”

“แล้วเรียนยังไง”

“หนูแค่ลงทะเบียนเรียนผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วมหาลัยจะส่งหนังสือวิชาที่หนูลงทะเบียนไว้ ส่งไปรษณีย์มาให้ที่บ้านคะ เมื่อถึงวันสอบหนูแค่เดินทางไปสอบเทอมหนึ่งแค่ 1-2 วัน”

“แล้วเรียนมานานหรือยัง “

“เทอมนี้ เทอมที่ 3 แล้วค่ะ” เป็นเด็กที่มีความตั้งใจ มานะพยายาม *ดี* เขาคิดในใจ แต่เขาตอบรับเด็กสาวด้วยคำว่า

“ อืม “   แล้วเขาก็นิ่งไปนานเลยทีเดียว แก้วตาเริ่มนั่งแบบส่ายๆเล็กน้อย จะลุกขึ้นกลับบ้านก็ไม่กล้า จะถามเขาว่ามีอะไรจะถามเธออีกไม่ ปากก็ไม่ยอมขยับ

“ อายุเท่าไรแล้ว “ ภากรณ์ทำลายความเงียบ เมื่อเห็นแก้วตานั่งส่ายไปมาไม่ปกติ

“อายุ 21ปี คะ”

“ก็ไม่เด็กเท่าไรแล้ว ทำไมยังเรียกแทนตัวเองว่าหนู เวลาคุยกับฉันเรียกตัวเองว่าแก้ม ทำได้ไม่”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเจ้านายคนใหม่นัก แต่แก้วตาเลือกที่จะพยักหน้ารับแต่โดยดี

“รอตรงนี้เดี่ยวนะ ฉันมีอะไรจะให้ “ ภากรณ์เดินเข้าไปในห้องแล้วเดินกลับมาพร้อมธนบัตรสีเทาประมาน 10 ใบ จากนั้นเขายื่นเงินไปให้เด็กสาว แก้วตาเองรู้สึกงงเป็นอย่างมาก “คุณเอาเงินมาให้แก้มทำไมคะ”

“ผู้ใหญ่ให้ของเธอควรรับเอาไว้นะ แก้วตา”

“แต่เงินมากมายขนาดนี้แก้วรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณมาให้เงินแก้วทำไม” ไม่รู้ทำไมเสียงเธอถึงสั่นๆเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ “ฉันให้เป็นทุนการศึกษาเธอ เห็นว่าเธอและครอบครัวลำบาก แต่ยังใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ ทำไมถึงไม่รับไป” ภากรณ์กำลังสงสัยทำไมเขาถึงดูฉุนเฉี่ยวขนาดนี้ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนนี่นา “แก้วขอบคุณ คุณหลุยส์มากคะ แต่แก้วรับเงินนั่นไม่ได้จริงๆ แก้วขอตัวก่อนนะคะ “ เพียงแค่เห็นหญิงสาวดวงตาแดงๆ พูดจาสั่นครือ หันหลังให้และกำลังจะเดินออกห่างไป ภากรณ์ก็รีบคว้าแขนเธอเอาไว้แล้วดึงเข้ามาตัวเธอเข้ามากอดไว้ แก้วตานิ่งไปเพราะกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้สติ “ คุณหลุยส์ ปะ อื้อออ...” ริมฝีปากหยักกำลังบดขยี้ดูดดึงริมฝีปากบาง ภากรณ์ครางในลำคอ เขาคิดว่านี่เป็นจูบที่หอมหวานที่สุดในชีวิตของเขา ยิ่งจูบยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มยังเดินหน้าจูบอย่างดูดดื่มกับริมฝีปากบางอยู่สิ้นใหญ่ไล่ต้อนสิ้นเล็กๆของธออย่างหลงลืมตัว แก้วตาใช้แขนทั้งสองทุบไปที่อกเขาเมื่อตัวเองเริ่มจะหายใจไม่ออก  เขาถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดายมองหน้าหญิงสาวที่ปากเจ่อหน่อยๆด้วยแววตาทรงประกายมีความปรารถนาอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แก้วตาที่เสียจูบแรกให้ชายตรงหน้าไป ไม่อาจสู่สายตาคมกล้าคู่นั้นได้ หญิงสาวก้มหน้างุด แล้วผลักเขาออกนิดหน่อยก่อนรีบวิ่งออกจากเรือนรับรองไปอย่างรวดเร็ว


ภากรณ์ยืนนิ่งกับที่ มองเด็กสาววิ่งออกจากบ้านไป สมองกำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

เขาเป็นอะไรไปนะ

เขาจูบเด็กคนนั่นทำไม

เพียงแค่โกรธที่หล่อนไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขาแค่นั้นเหรอ

ไม่ใช่สิ

เขาแค่ไม่อยากฟังหญิงสาวปฏิเสธเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่อยากเห็นน้ำตาจากเธอมากกว่า ........*ใยจอมดื้อเอ่ย*......ภากรณ์ยิ้มมุมปาก 

***************************

แก้วตาเมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอพยายามทำตัวให้เหมือนปกติทุกอย่าง แต่ยิ่งพยายาม นายสมชายที่นั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ก็ยิ่งเห็นความผิดปกติของบุตรสาว "แก้วเป็นอะไรลูก ไม่สบายหรือเปล่า " 

"จ๊ะ พ่อ แก้วรู้สึกปวดหัว " 

"ปวดหัวก็รีบไปอาบน้ำเถอะ กินข้าวกินยา แล้วไปนอนซะ พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีก "

"จ๊ะ พ่อ"

ดาวเรืองเดินถือถาดอาหารเย็นมาวางข้างๆสามี  "แก้วกลับมาหรือยังพี่ "

"เพิ่งกลับมา แต่ปวดหัวพี่ไล่ให้ไปพักแล้ว "

ดาวเรืองพยักหน้าเข้าใจ

เที่ยงคืนแล้ว แต่แก้วตายังนอนไม่หลับ ไม่กล้าพลิกตัวแรงๆ เกรงใจพ่อและแม่ที่นอนอยู่ด้วยกันข้างๆ

พรางยกมือแตะริมผีปากตัวเอง

"คุณคลุยส์คุณทำแบบนีี้กับแก้วได้ยังไง"ต่อว่าเขาในใจ เธอทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งน้อยใจ สับสนวุ่นวายไปหมด แล้วพรุ่งนี้ทำงานร่วมกันเธอจะทำยังไงดี

หลบหน้าดีไม่ หรือเธฮจะลาป่วย โอ้ยยยยยยย!!!เมื่อคิดว่ายังไงๆก็หลบเขาไม่ได้ 

คงต้องเผชิญหน้ากันสินะ

แก้วตาคิดไปคิดมาหลายตลบจนหลับไปตอนเวลาเกือบตี2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha