13. ซาตานร้ายลวงใจรัก ซีรี่ส์ เสน่หาซาตาน I

โดย: ภรปภัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : EP.4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“เดี๋ยวก็จะกลับแล้วค่ะ  กอหญ้าขอพิมพ์รายงานการประชุมครั้งที่แล้วให้เสร็จก่อน  พรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมครั้งใหม่แล้ว  กลัวจะเสร็จไม่ทัน”  เธอหันไปบอกทุกคน 

“งั้นก็ตามใจจ้ะ  พวกพี่กลับก่อนนะ”

แล้วทุกคนจึงได้กลับออกไปเหลือเพียงณัฐมนนั่งอยู่เพียงลำพัง  โดยที่เธอเองก็คิดว่าท่านประธานจอมโหดคงกลับไปแล้วเช่นกัน  เพราะเขาออกไปต้อนรับลูกค้าช่วงบ่าย  คิดว่าเขาคงไม่กลับเข้ามาอีกแล้ว  เธอจึงกล้าอยู่ที่นี่ตามลำพัง

แต่ทว่า  เธอคิดผิดถนัด  เพราะเขากลับเข้ามาในออฟฟิศอีกครั้ง เนื่องจากลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้บนโต๊ะทำงาน  ทำให้เขาได้พบกับเธอ  โดยที่เธอยังไม่รู้ตัวว่ามีใครมองอยู่ 

เขายืนพิงผนังห้อง  มองเธอจากด้านหลัง  เพราะโต๊ะของเธอเวลาที่นั่งแล้ว  จะหันหลังให้เขานั่นเอง

เขาค่อยๆ  ก้าวเท้าไปหาเธอใกล้ๆ  ไปดูให้แน่ใจว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่  ก็พบว่าเธอพิมพ์รายงานการประชุมอยู่  ขยันเหมือนกันแฮะ  เขาคิดในใจแล้วมองดูรอบๆ  ไม่เห็นมีใครอยู่อีกแล้ว  นอกจากเธอ  เขาจึงได้ยิ้มออกมา  ดีล่ะ  หลบหน้ากันดีนักใช่ไหม  เดี๋ยวจะแกล้งซะให้เข็ด

“ทำอะไรน่ะ”  เขาแกล้งทำเสียงเข้ม  คนที่มีสมาธิกับการพิมพ์งานถึงกับสะดุ้งสุดตัว

“ว๊าย!!!  คุณ  เอ่อ  ท่านประธาน  มาได้ยังไงคะ” เธอตกใจมาก  เมื่อหันไปเห็นเขา

“ก็นี่มันบริษัทผม  ผมจะมาเมื่อไหร่ก็ได้  ว่าแต่คุณเถอะ  แอบขโมยความลับบริษัทอยู่รึไง  ทำไมยังไม่กลับอีก  หรือว่า...ตั้งใจรอผม”  เขาแกล้งชะโงกหน้าไปมองจอคอมพิวเตอร์  โดยใช้มือทั้งสองข้างยันโต๊ะ  และมีเธออยู่ในอ้อมแขน  ใบหน้าคมจึงเกือบจะแนบกับใบหน้าหวานอยู่แล้ว

“ฉันจะรอคุณทำไมกัน  แค่นั่งพิมพ์งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จเท่านั้นแหละ  ไปไกลๆ เลยนะ”  เธอรีบดันตัวเขาออก  แต่เขาก็ยังโอบเธออยู่อย่างนั้น

“ก็บอกแล้วไง  ว่านี่มันบริษัทผม  ผมจะยืนตรงไหน  จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น  งั้นก็รีบพิมพ์งานให้เสร็จสิ  นั่งทำงานอยู่คนเดียว  เปิดไฟซะสว่าง  มันเปลืองไฟ  รู้บ้างรึเปล่า”  เขาทำเสียงดุ  แต่เธอก็ไม่ได้สนใจสักนิด

“ก็นี่มันบริษัทคุณนี่คะ  ไม่ใช่บริษัทฉันซักหน่อย  คุณเป็นคนจ่ายค่าไฟ  ไม่ใช่ฉัน  จริงไหมคะ  ท่านประธาน”   เธอพูดประชด  เล่นเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

“อ๋อ  ย้อนผมเหรอ  รีบพิมพ์เข้าไป  ผมให้เวลาอีก  20  นาที  ถ้ายังไม่เสร็จ  ผมจะสั่งคนปิดไฟให้หมด  ให้คุณนั่งมืดๆ  อยู่คนเดียวนี่แหละ  บอกไว้ก่อนนะ  เมื่อเดือนก่อนมีพนักงานหญิงคนที่นั่งโต๊ะถัดจากคุณ  กระโดดตึกตายเพราะน้อยใจสามี  เห็นว่าวิญญาณเฮี้ยนมาก  เวลาดึกๆ  รปภ.จะเห็นมีคนนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด  เลยไม่มีใครเค้าทำงานล่วงเวลาแบบคุณไงล่ะ  โชคดีละกันนะ  ผมกลับก่อนล่ะ”  เขาแอบยิ้ม กำลังจะเดินออกไป

“นี่คุณ  อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย  ฉันไม่ใช่คนกลัวผีหรอกนะ”  ใครว่าล่ะ  เธอนี่แหละ  กลัวผียิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

“งั้นก็ดีแล้วนี่  โชคดีนะจ๊ะ  สาวน้อย”  เขากำลังจะเดินไปอีกครั้ง 

“เอ่อ  เดี๋ยว  คุณไม่กลัวว่าฉันจะขโมยข้อมูลบริษัทรึไง  เอ่อ  อยู่เป็นเพื่อนกันหน่อยสิ”  แม้จะรู้สึกเสียฟอร์มที่ต้องขอร้องเขาแบบนี้  แต่ก็ยังดีกว่าให้เธอเจอผีล่ะนะ

“แหม  จะขอร้องคนอื่นทั้งที  พูดให้เพราะกว่านี้ไม่ได้รึไงนะ” เขายืนกอดอก  ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เรื่องมากซะจริง  เอ่อ  คุณคะ  ช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ...คะ”  เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เขา  เล่นเอาหัวใจเจ้านายจอมโหดพองโตไปเลย

“ชื่อกอหญ้าไม่ใช่รึไง  ทำไมไม่เรียกแทนตัวเองว่ากอหญ้าล่ะ  แล้วก็เรียกผมว่าพี่ด้วยนะ  น้องกอหญ้าคนสวย”  คนได้คืบไปแล้ว  ก็อยากจะเอาศอกอีก 

“ฉันจะเรียกชื่อกับคนที่สนิทเท่านั้นแหละ  เราไม่ได้สนิทกัน  เพราะฉะนั้น  ฉันไม่เรียกคุณว่าพี่หรอกนะ  ท่านประธาน”  เธอมองหน้าเขาอย่างหงุดหงิด

“งั้นก็ตามใจ  ผมไปก่อนล่ะ”  เขาก้าวออกไปในทันที  แต่ก็ต้องหยุด 

“เดี๋ยว  นี่คุณ  เอ่อ  พี่อังเดร  ช่วย...อยู่เป็นเพื่อนกอหญ้าหน่อยสิคะ”  อยากจะบีบคอไอ้เจ้านายจอมโหดนี่นัก  ถ้าไม่กลัวผีนะ  จ้างให้เธอก็ไม่เรียกแบบนี้หรอก

“ก็แค่นั้นแหละ  งั้นก็นั่งทำงานไปสิ  พี่จะอยู่เป็นเพื่อน”  เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี  แล้วจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่บอกเธอว่ามีผีนั้น

“คุณ  เอ่อ  พี่อังเดร  เก้าอี้ตัวนี้  มันมีผีนะ  พี่ไปนั่งแบบนั้นได้ไง  เกิดเจ้าของเค้าไม่พอใจ  จะทำยังไงล่ะ”  เธอทำหน้าตาตื่น  เขานึกขำในใจ  เจ้าของเก้าอี้เนี่ยนะ  เค้าแค่ลาคลอดต่างหากล่ะ

“พี่ก็นั่งทับผีให้ไง  ผีจะได้ไม่กล้าโผล่มา  รีบทำงานเข้าเถอะ  พี่มีนัดสังสรรค์กับเพื่อนนะ  เดี๋ยวไปสาย  สาวๆ จะรอนาน”  เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ  วันนี้เขาไม่ได้คิดจะไปไหนซักหน่อย

“แหม  ไม่น่าเชื่อนะคะ  ว่าคนแบบพี่จะมีผู้หญิงเยอะด้วย”  เธออดค่อนแคะเขาไม่ได้  แม้จะพิมพ์งานไปด้วย

“คนแบบพี่  มันเป็นยังไงฮะ  ไหนบอกมาซิ”  เขาจับแขนเธออย่างแรง  รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที

“โอ๊ย  กอหญ้าเจ็บนะ  ปล่อยก่อนสิ  ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง  ถึงได้คิดว่าคงไม่มีใครชอบพี่หรอก  คนอะไรบ้าอำนาจ  แล้วก็ใจคอโหดเหี้ยมที่สุด”  เธอมองเขาอย่างขุ่นเคือง  พยายามแกะมือหนานั้นออกไป

“ทำไม  ก็พี่เป็นแบบนี้นี่  ไม่มีใครชอบก็ไม่ต้องชอบสิ  ไม่ได้อยากให้ใครมาชอบซักหน่อย”   ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งหงุดหงิด  แต่ก็ยังพยายามระงับอารมณ์แล้วปล่อยแขนเธอไป

“แล้วทำไมต้องหงุดหงิดด้วยล่ะ  พูดความจริงแค่นี้ก็รับไม่ได้  อยากรู้จริงๆ เลย  ว่าพี่เคยชอบใครบ้างรึเปล่า  รู้จักไหมคะ  ความรักน่ะ” เธอยังโมโหเขาไม่เลิก

“ทำไม  แล้วเรารู้จักรึไง  หรือว่า  มีแฟนแล้ว  แค่จูบยังไม่เคยจูบเลยนิ”  เขาดูถูกเธออีกจนได้

“ไม่ได้มีแฟนค่ะ  แต่มีคนที่แอบชอบอยู่”  เธอพูดแค่นั้น  แล้วหันหน้ากลับไปทำงานต่อ  โดยไม่รู้เลยว่า  คำพูดของเธอมันบาดลึกเข้าไปในหัวใจเขาขนาดไหน และนั่นก็เหมือนกับการเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟที่ใกล้มอด  คนที่เหมือนจะสงบสติอารมณ์ได้แล้ว  กลับโมโหหนักอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“นี่เรา  ไปชอบใครฮะ  บอกมานะ”  เขาหมุนเก้าอี้ของเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน

“แล้วทำไมกอหญ้าต้องบอกพี่ด้วยล่ะ  นี่มันเรื่องส่วนตัวนะ  โอ๊ย... ปล่อยนะ  จะพากอหญ้าไปไหน  พี่อังเดร  ปล่อยสิ”  เธอร้องเสียงหลง  เมื่อเขาลากตัวเธอเข้าไปในห้องทำงาน  แล้วล็อคประตูอย่างแน่นหนา

จากนั้นเขาก็ลากเธอเข้าไปในห้องนอนห้องเดิมที่เขารังแกเธอเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  สาวน้อยใจเต้นระรัว  นี่เขาจะทำอะไรกับเธออีก

“พูดดีๆ  ไม่ชอบ  ชอบให้ใช้กำลังใช่ไหม  บอกมาว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร  คนที่กอหญ้าชอบน่ะ  ถ้าไม่อยากโดนปล้ำ  บอกมาสิ!!!”  เขาถามเธออย่างอารมณ์เสียเต็มที

“บอกไปพี่ก็ไม่รู้จักหรอก  แล้วกอหญ้าจะชอบใครมันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยล่ะ  เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”   ไม่ทันขาดคำ  ร่างใหญ่ก็ดันคนตัวเล็กกว่าให้ล้มลงนอนบนเตียงนุ่มนั้น  โดยไม่มีความอ่อนโยนแม้แต่นิดเดียว

“ตอนนี้ยังไม่ได้เป็น  แต่เดี๋ยวก็เป็น  ถ้าพี่ไม่อนุญาต  เราก็ห้ามไปชอบใครทั้งนั้น  เข้าใจไหม!!!”  คนโมโหร้ายอย่างเขาไม่อาจควบคุมสติได้อีกต่อไป

มือหนากระชากชุดเดรสตัวสวยให้ร่นลงมากองตรงหน้าท้องแบนราบนั้น  เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่มีบราเซียห่อหุ้มเอาไว้ แต่มันก็หมิ่นเหม่เต็มที  คนโดนรังแกตกใจมาก  รีบดันตัวเขาออกห่าง  แต่ก็เหมือนมดสู้กับต้นไม้ใหญ่  เขาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

“พี่อังเดร  คนฉวยโอกาส  จะทำอะไรน่ะ  ปล่อยกอหญ้านะ  คุณลุงบอกว่าอย่ามายุ่งกับกอหญ้าไง  กล้าขัดคำสั่งคุณลุงเหรอคะ”  เธอพยายามดึงเสื้อขึ้นมา  แต่เขาก็กดแขนทั้งสองข้างของเธอไว้ข้างลำตัว  ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป

“คิดว่าคนอย่างพี่จะกลัวพ่องั้นเหรอ  เรารู้จักพี่น้อยไปซะแล้ว”  จบคำพูดที่แข็งกร้าวนั้น  เขาก็ก้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วง  เร่าร้อนและรุนแรง

สาวน้อยพยายามเบือนหน้าหนี  แต่เขาก็ตามจูบไปทั่วใบหน้านั้น  จนสามารถสอดลิ้นร้อนเข้าไปในปากอิ่มได้  เท่านั้นยังไม่พอ  เขายกมือข้างหนึ่งขึ้น  แล้วใช้ขาทับแขนเธอไว้  จากนั้นก็กระชากบราเซียตัวสวยของเธอจนหลุดออกไปจากสองเต้างาม

ดอกบัวขาวอวบอิ่ม  ที่มีปลายยอดสีชมพูอ่อน  เด้งชูชันเย้ายวนสายตา เขาไม่รอช้ารีบก้มหน้าลงไปเคล้าคลึงดูดงับปลายยอดเอาไว้จนคับปาก  มือหนาก็คอยบีบเค้นมันอย่างมันมือ  ร่างบางสะดุ้งเฮือก  เมื่อลิ้นร้อนแตะต้องจุดอ่อนไหวที่ปลายยอดถันนั้น  อยากจะหนีไปจากตรงนี้  แต่ร่างกายของเธอก็โดนเขาล็อคเอาไว้หมดแล้ว  ทำได้เพียงส่งเสียงร้องให้คนช่วยเท่านั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สำหรับผู้ที่ให้เหรียญสนับสนุนจะมีเรื่องราวของตอนพิเศษให้อ่านเพิ่มเติมด้วยนะคะ"

ภรปภัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha