13. ซาตานร้ายลวงใจรัก ซีรี่ส์ เสน่หาซาตาน I

โดย: ภรปภัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : EP.7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เขามองใบหน้างามที่ดูซีดเซียว  แล้วพยายามทบทวนความรู้สึกในใจ  ว่าเธอคือคนที่ใช่จริงๆ  หรือเปล่า  แล้วมันก็มีเสียงหนึ่งดังก้องอยู่ในหัวใจ  จะใช่หรือเปล่าไม่รู้  แต่เขาจะปล่อยให้เธอออกไปจากอ้อมแขนนี้ไม่ได้เด็ดขาด 

 

 ช่วงบ่าย

อังเดรตื่นก่อนณัฐมนเขาเห็นเธอหลับอยู่จึงไม่ได้ขยับตัว  ได้แต่กอดเธอเอาไว้อย่างนั้น  จนเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

“ตื่นแล้วเหรอ  ดีขึ้นไหม  ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า”  เขายื่นมือไปแตะที่หน้าผากของเธออย่างเป็นห่วง  ตัวของเธอไม่ได้ร้อนมากแล้ว

“หิวน้ำ  ขอน้ำกินหน่อย”  เธอไม่ได้ตอบสิ่งที่เขาถาม 

เขาจึงลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นใส่แก้ว  แล้วประคองเธอขึ้นมาดื่ม

“เอาอีกไหม”  เขาถามเมื่อเห็นเธอดื่มจนหมด

“พอแล้ว  จะไปห้องน้ำ”  ตอนนี้เธอพูดกับเขาแบบไม่มีหางเสียงแม้แต่น้อย  เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัว  อารมณ์โกรธก็ตามมาด้วย

“ได้สิ  ไปกันเถอะ”   เขาไม่ได้ถือสาหาความกับเธอ  กลับประคองร่างเล็กให้ลุกเดินไปที่ห้องน้ำอย่างเอาใจ  แต่พอพาเธอเข้ามาในห้องน้ำแล้ว  เขากลับไม่ยอมออกไป

“พี่อังเดร  จะมาดูอะไร  ออกไปสิ”  เธอมองเขาอย่างขุ่นเคือง 

“ก็พี่กลัวกอหญ้าจะเป็นลมในห้องน้ำไง  เลยจะอยู่เป็นเพื่อน  ทำธุระไปสิ  พี่ไม่แอบดูหรอก  เห็นหมดแล้ว” เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี  แต่เธอกลับยิ่งโมโห

“ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ  ไม่งั้นกอหญ้าได้ฆ่าพี่แน่  ไปสิ”  เธอดันตัวเขาออกไป  คนเจ้าเล่ห์จึงยอมไปแต่โดยดี  จากนั้นเธอก็รีบล็อคประตู  แล้วถอนหายใจออกมา

เธอยืนอยู่หน้ากระจก  ถอดเสื้อออกอย่างช้าๆ  ริ้วรอยที่แขนและที่คอของเธอ  คงเป็นเครื่องยืนยัน  ว่าเธอเป็นของเขาไปแล้วจริงๆ  เธออยากจะร้องไห้  แต่ก็ร้องไม่ออก  น้ำตามันแห้งไปหมดแล้ว  ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็ง  สิ่งที่เสียไปแล้ว  มันเรียกร้องกลับมาไม่ได้  เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป 

“ลืมไปซะ  กอหญ้า  ลืมไปให้หมด  คิดซะว่ามันเป็นแค่ความฝัน  เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป  ต่อให้มีลูก  เธอก็ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวให้ได้”  เธอบอกกับเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจก  ก่อนจะสวมเสื้อเอาไว้ดังเดิม  โดยไม่รู้เลยว่า  เขาได้ยินทุกคำ  และเขาก็จะไม่ยอมให้เธอได้ทำแบบนั้นเป็นอันขาด

ณัฐมนออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง  อังเดรรีบประคองเธอไปนอนที่เตียงดังเดิม  สิ่งที่เขาได้ยินทำให้เขาคิดหนัก  ไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไง  เธอถึงจะยอมใจอ่อน  ตั้งแต่เกิดมา  เขาไม่เคยพูดจาดีๆ กับผู้หญิงที่ไหนเลยสักคน  นอกจากลูกค้า

“หิวไหม  เดี๋ยวพี่หาอะไรให้ทานนะ”  คนที่เคยดุดันมาตลอด  กลับมาทำดีกับเธอแบบนี้  ทำให้เธอมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง  เธอไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ  เขาจึงเดินออกไปสั่งอาหาร  เมื่อพนักงานนำอาหารมาให้  เขาจึงได้นำมันเข้ามาให้เธอในห้องอีกครั้ง

“ทานต้มจืดร้อนๆ ก่อนนะ  เดี๋ยวพี่ป้อน”  เขานั่งลงข้างๆ  ประคองเธอขึ้นมา  เธอยอมให้เขาป้อนอาหารไปเรื่อยๆ  แม้จะยังไม่ยอมพูดอะไรกับเขาก็ตาม  ตอนนี้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  ถ้าเธอด่าเขา  ตีเขา  เขาอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ก็ได้

“อิ่มแล้ว  กอหญ้าจะกลับบ้าน”  เธอดันมือเขาที่กำลังตักต้มจืดออกไป

“จะกลับยังไง  กอหญ้ายังป่วยอยู่นะ  อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว  พี่จะดูแลเมียพี่เอง”  เขาวางชามต้มจืดไว้บนโต๊ะแล้วหยิบยามาให้เธอทาน  เธอรับไปทานแต่โดยดี

“กอหญ้าบอกแล้วไง  ว่าไม่ใช่เมียพี่  เลิกเรียกแบบนั้นซะที”  เธอพลิกตัวนอนลงหันหลังให้เขา

“ไม่ใช่เมียได้ยังไง  หรือว่าต้องให้พี่ทบทวนความจำให้ก่อน”  เขาล้มตัวลงนอน  ดึงเธอมากอดเอาไว้ 

“พี่อังเดร  ปล่อยกอหญ้านะ บอกว่าจะกลับบ้านไง”  เธอดันตัวเขาออก  แต่เขากลับกอดเธอแน่นขึ้นไปอีก  อกนุ่มที่มีเพียงเสื้อเชิ๊ตห่อหุ้มเอาไว้  บดเบียดกับแผงอกกว้าง  จนสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย

“พี่ไม่ให้กลับ  อย่าดื้อได้ไหม  เดี๋ยวก็ปล้ำอีกรอบซะเลยนี่”  เขาแกล้งยื่นใบหน้าเข้าไป  ทำท่าจะจูบเธอให้ได้

“นี่อย่าทำอะไรบ้าๆ  นะ”  เธอยกมือขึ้นมาปิดปากเขาเอาไว้แทบไม่ทัน

“ถ้าไม่อยากให้ทำ  ก็ห้ามดื้อกับพี่เข้าใจรึเปล่า  พี่สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ  ไม่อย่างนั้น  อีก  9  เดือน  กอหญ้าได้คลอดลูกของพี่แน่”  เขาแกล้งขู่ให้เธอกลัว  และเหมือนมันจะได้ผล  คนที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด  เริ่มสงบลง

“คนบ้า  ปล่อยเลยนะ  ไม่กลับก็ได้จะนอนแล้ว”  เธอดันตัวเขาออกอีก  แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย 

“งั้นก็นอนด้วยกันนี่แหละ  นอนด้วยกันทั้งวันทั้งคืน  จนกว่ากอหญ้าจะหาย  รู้ไหมเมื่อคืนเราน่ะนอนหนาวสั่น  ถ้าพี่ไม่กอดเอาไว้  ป่านนี้คงตายไปละ”  ใจอยากจะพูดกับเธอให้ดีกว่านี้  แต่ปากมันไม่ยอมเชื่อฟัง

“น่าจะปล่อยให้ตายไปก็ดี  จะได้ไม่ต้องมารับรู้ว่าโดนพี่รังแก”  เธอมองเขาอย่างขุ่นเคือง

“พี่จะปล่อยให้เมียพี่ตายได้ยังไงล่ะ  พูดมากซะจริงนะเรา  สงสัยต้องหาอะไรปิดปาก” ไวเท่าความคิด  เขาก็จับท้ายทอยของเธอเอาไว้  แล้วกดจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่ม  ไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัวอีก

เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง  แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้  แล้วความรู้สึกแปลกๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวใจ  เขาไม่ได้จูบแบบรุนแรงเหมือนเมื่อวาน  แต่มันกลับอ่อนโยน  อ่อนหวาน  ชวนให้เคลิบเคลิ้ม  ยิ่งเมื่อเขาสอดลิ้นหนาเข้ามาในปากของเธอ  ร่างกายนี้กลับต้อนรับเขาไป  นี่เธอเกลียดเขาไม่ใช่รึไง  ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

คนตัวโตเห็นเธอไม่ได้ขัดขืน  เขาก็ยิ่งพอใจ  จูบเธออย่างไม่ลดละ  หลายครั้งที่ยอมถอนริมฝีปากออกมา  แต่ก็เพียงเพื่อให้เธอได้มีอากาศหายใจเท่านั้น  แล้วเขาก็จูบเธออีก  เขาจูบเธออยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน

“นี่  พอแล้ว”  เธอไม่อยากหวั่นไหวแบบนี้อีกแล้ว  จึงรีบห้าม เมื่อเขายอมถอนริมฝีปากออกมาชั่วคราว

“ทำไมล่ะ  กอหญ้าเกลียดพี่มากเหรอ  สิ่งที่พี่ทำลงไป  พี่ขอโทษ  แต่ว่า  พี่ตั้งใจนะ  ตั้งใจทำทุกอย่าง” เขาพยายามจะบอกอะไรกับเธอบางอย่าง

“พี่อังเดร”  เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ  นี่เขาหมายความว่า...

“พี่บอกไม่ถูก  ว่าพี่คิดยังไงกับกอหญ้า  แต่พี่ไม่อยากเสียกอหญ้าไป  พี่รู้ว่ามันอาจจะเร็วไปที่จะพูดแบบนี้  แต่คนอย่างพี่  ถ้าไม่รู้สึก  ก็จะไม่ทำหรอกนะ”  เขาไม่กล้าเอ่ยว่าชอบเธอออกไป  ได้แต่พูดอ้อมๆ  เพราะรู้สึกเขินเกินไป

“นี่พี่  อยากจะบอกอะไรกอหญ้ากันแน่คะ”  เธอเริ่มพูดกับเขาดีขึ้น 

“คือพี่  เอ่อ  พี่  พี่ไม่อยากให้กอหญ้ากลับ  อยากดูแลกอหญ้าด้วยตัวเอง  คือ  ยกโทษให้พี่ได้ไหม  พี่ขอโอกาสได้ดูแลกอหญ้าได้รึเปล่า”  ทำไมคำว่ารัก  มันถึงได้พูดยากขนาดนี้นะ  เขาคิดในใจ

“ไม่รู้สิคะ  สิ่งที่พี่ทำ  มันเลวร้ายเกินกว่าที่จะกอหญ้าจะให้อภัยได้”  เธอคิดถึงบางสิ่งที่เขาพรากมันไปจากเธอ

“พี่ขอโทษที่ห้ามใจไม่ไหว  ขอโทษที่ทำรุนแรงแบบนั้น  กอหญ้าจะโกรธพี่ก็ได้  แต่อย่าเกลียดพี่เลยนะ  เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม”  นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาพูดจาได้อ่อนโยนและน่าฟังที่สุด

“พี่หมายถึง...”  เธอเริ่มไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกัน  ว่ารู้สึกยังไงกับเขา

“หมายถึง  เรามาคบกันเถอะนะ  ไหนๆ เราสองคนก็ข้ามขั้นกันไปแล้ว  เรามาคบกันจริงๆ  เป็น  เอ่อ  แฟนกัน  ได้รึเปล่า”  เขาตัดสินใจพูดออกไป  แม้จะยังไม่ยอมพูดคำที่สำคัญที่สุด

“เป็นแฟนกัน”  เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ  จริงอยู่ว่าเขากับเธอมีอะไรกันแล้ว  แต่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันเท่านั้น  อีกอย่าง  เธอก็กลัวอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ  ของเขาเหลือเกิน

“ใช่  เรามาเป็นแฟนกันเถอะนะ  ลองเปิดใจคบกับพี่ดูหน่อยได้ไหม  โธ่  นี่พี่ก็พูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนแล้วนะ”  เขายิ้มเขิน  ไม่คิดว่าตัวเองจะพูดอะไรแบบนี้ได้

“กอหญ้า...ขอเวลาคิดหน่อยละกันนะคะ”  เธอไม่ได้ตอบรับ แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธเขา

“แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ  พี่มันพวกใจร้อนนะ”  เขายื่นหน้ามาหาเธอใกล้ๆ  มองสบตาของเธออยู่อย่างนั้น

“ไม่รู้สิคะ  เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ  กอหญ้านอนก่อนนะ”  เธอรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก  แม้เขาจะไม่ได้บอกชอบเธอ  แต่เธอก็ไม่ได้โง่ขนาดจะไม่เข้าใจความหมายของมัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สำหรับผู้ที่ให้เหรียญสนับสนุนจะมีเรื่องราวของตอนพิเศษให้อ่านเพิ่มเติมด้วยนะคะ"

ภรปภัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha