ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : เริ่มต้นไม่ค่อยสวย


ตอนต่อไป



            ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้เริ่มเบ่งบานอวดสีสันสีอ่อนหวานไปทั่วอาณาบริเวณซึ่งความสวยตามธรรมชาตินี้ไม่อาจหาดูได้ง่ายๆโดยเฉพาะในย่านที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวและเต็มไปด้วยยานพาหนะที่วิ่งวุ่นวายไปมาบนถนนที่ติดขัด

            "ราเม็งร้อนๆค่า! ราเม็งร้อนๆ! เข้ามาแวะชิมก่อนได้ค่า!"

            ท่ามกลางฝูงชนที่เดินกันพลุกพล่านมีเสียงเล็กใสก้องกังวานตะโกนร้องเรียกเชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาในร้าน มือบางปรบมือเรียกแขกอย่างแข็งขันพร้อมโปรยรอยยิ้มให้กับผู้คนที่เดินไปมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

            คิคุชิ มินตริญา เด็กสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น อายุสิบแปดปีหมาดๆ แม่ของเธอเสียไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสิบปีเพราะทำงานหนักจนป่วยตายทำให้เธอต้องคอยทำงานหาเลี้ยงตัวเองและพ่อไปพร้อมๆกับเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก โชคดีที่เธอฉลาดเรียนเก่งจึงได้ทุนการศึกษาเรียนฟรีมาโดยตลอด

            สองสามีภรรยาเจ้าของร้านโอดะราเม็งซึ่งอาศัยอยู่ในย่านเดียวกันยอมรับเด็กสาวเข้ามาทำงานด้วยความเอ็นดู และทั้งสองเห็นตรงกันว่ามินตริญาเป็นเด็กมีความคิดและขยันบวกกับความสงสารที่แม่เพิ่งตายแถมพ่อก็ไม่เป็นโล้เป็นพายเลยยอมให้มาทำงานเพื่อให้มีเงินเลี้ยงสองปากท้อง

            "มินจัง! มินจัง! ช่วยเอาราเม็งไปส่งให้ทีจ้ะ!" เสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนเรียกเด็กสาวให้ไปทำอีกหน้าที่หนึ่ง

            "ได้ค่ะคุณป้า" มินตริญาขานรับ ร่างเล็กบอบบางในเครื่องแบบประจำร้านที่มีเพียงเสื้อยืดสีดำสกรีนชื่อร้านบนอก กางเกงยีนส์สีดำ ผ้ากันเปื้อนผืนเล็กคาดเอวสีแดงและผ้าโพกหัวรวบเก็บผมเพื่อสุขอนามัยของลูกค้ารีบวิ่งเข้าไปในร้าน

            ถึงอากาศจะแปรปรวน ในบางวันก็หนาวบางวันฝนก็ตกบ้างประปราย กระนั้นแล้วก็ยังมีลูกค้าท้องถิ่นและชาวต่างชาติจำนวนมากเข้ามาลองลิ้มชิมรสราเม็งสูตรดั้งเดิมที่ครอบครัวโอดะสืบทอดทำต่อกันมาเป็นรุ่นๆอย่างยาวนานหลายสิบปี แต่เห็นทีคงจะได้สิ้นสุดถึงแค่รุ่นนี้เสียกระมัง เหตุผลก็เพราะลูกชายของพวกเขานามว่า จินยะ ไม่ได้สนใจสานต่อธุรกิจของร้านแต่กลับไปสอบเข้าเป็นตำรวจ ด้วยความมุมานะและผลงานดีเด่นจึงทำให้เขาได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วเป็นผู้กำกับการทั้งที่ยังอายุได้สามสิบปีเท่านั้น ร้านโอดะรางเม็งจึงมีกันอยู่แค่สามคน ส่วนจินยะหากงานไม่รัดตัวก็จะแวะมาเยี่ยมบ้างอาทิตย์ละครั้ง

            สาวน้อยสวมหมวกกันน็อกพร้อมทั้งถือกล่อง สแตนเลสใส่ชามราเม็งเอามาผูกไว้ตรงท้ายรถสกู๊ตเตอร์ซึ่งถูกดัดแปลงเอาไว้สำหรับวางกล่องสเตนเลส

            ไม่ใช่งานยากอะไร ย่านนี้มินตริญาคุ้ยเคยเป็นอย่างดี เมื่อส่งเสร็จก็รับเงินแล้วเตรียมหันหัวรถสกู๊ตเตอร์มุ่งหน้ากลับร้าน ระหว่างที่เด็กสาวกำลังสตาร์ทรถอยู่ๆก็รู้สึกได้ถึงของแข็งทรงกระบอกเย็นเฉียบจี้เข้ามาที่เอวของเธอโดยที่ไม่ทันระวังตัว

            “อย่าร้อง...ขับออกไปเดี๋ยวนี้”

            ไม่ต้องหันไปมองมินตริญาก็รู้ว่าของแข็งที่จี้เอวอยู่นั้นเป็นปืน เด็กสาวพยายามจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่มันกลับรู้ทัน มือใหญ่เปื้อนคราบเลือดถูกยกขึ้นมาอุดปากบาง

            “อย่าร้อง! รีบขี่รถออกไปจากตรงนี้เสียทีถ้าไม่อยากตาย!” เสียงทุ้มต่ำตะโกนขู่เด็กสาวพร้อมทั้งออกแรงจี้ปืนเข้าไปที่เอวเพื่อสื่อความหมายว่าเขาเอาจริง แต่เสียงที่ขาดหายไปเป็นช่วงๆมันทำให้เด็กสาวรู้ได้ว่าคนร้ายที่ข่มขู่เธอตอนนี้กำลังบาดเจ็บ มินตริญาร้องเสียงอู้อี้อยู่ในมือเหมือนต้องการจะสื่อสาร มือใหญ่จึงยอมปล่อยมือออกจากปากบาง

            “กรี้ด! รู้แล้วๆ! อย่าเร่งนักซิ!” เด็กสาวยังคงยึกยักไม่ยอมขี่รถออกไปจนกระทั่งหันไปมองกระจกข้างก็เห็นว่ามีกลุ่มนักเลงชายฉกรรจ์สิบกว่าคนในชุดดำหน้าตาเหี้ยมเกรียมดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้มาดี แต่ละคนถือมีด ถือดาบและไม้เบสบอลวิ่งตรงมาที่เธอ

            “หยุดเดี๋ยวนี้! กูบอกให้หยุด!” หนึ่งในนั้นตะโกนไล่หลังมา ถึงตอนนี้มินตริญาไม่ลังเลอะไรอีกแล้ว เธอรีบบิดคันเร่งออกรถหนีตายมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยมอเตอร์ไซค์ที่จำกัดความเร็วแถมยังมีชายร่างใหญ่ซ้อนมาด้วยอีกคนจึงทำให้รถของเธอออกห่างจากกลุ่มชายอันธพาลพวกนั้นได้ไม่ไกลนัก

            “โอ้ย! วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันนักหนากันนะ!” สาวน้อยตะโกนร้องบ่นออกมาเพื่อระบายความเครียดและความกลัวที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจตอนนี้ ความตื่นเต้นทำให้เธอคิดอะไรไม่ออกกระทั่งเส้นทางหนี แล้วยิ่งตอนนี้ไอ้นักเลงพวกนั้นก็วิ่งกวดไล่ตามมาจนจะถึงรถเธออยู่แล้ว

            ปัง! ปัง!

            ชายปริศนาที่ซ้อนอยู่ข้างหลังเด็กสาวตัดสินใจยิงไปที่กลุ่มชายอันธพาลพวกนั้น มันได้ผล พวกกลุ่มนักเลงกระโดดหนีหลบกระสุนกันอลหม่าน ผู้คนในตรอกต่างพากันกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงปืนไม่เว้นแม้แต่เด็กสาวที่ทำหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์

            “กรี้ด! ป...ไปทางไหนต่อดี?! ฉ...ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว!” มินตริญาตะโกนออกมาอีกครั้งเพื่อให้คนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังได้ยิน ตอนนี้เธอกำลังสติแตกกลัวเสียจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

            “ถึงแยกข้างหน้าแล้วเลี้ยวขวา...ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย” เสียงของชายที่ซ้อนท้ายบอกกับมินตริญา เด็กสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องขี่รถไปตามทางที่คนซ้อนท้ายบอกเพราะไอ้ปืนที่ยิงขู่เมื่อครู่มันหันกลับมาจ่อที่เอวอีกแล้ว

            มินตริญาคอยหันไปมองกระจกข้างเป็นครั้งคราว ดูเหมือนว่าเธอจะทิ้งห่างนักเลงกลุ่มนั้นมาไกลพอสมควรแล้ว เสียงปืนเมื่อครู่คงเรียกตำรวจมาด้วยเลยทำให้พวกมันเองก็ต้องตัดสินวิ่งหนีมากกว่าวิ่งตามรถเธอ

            “เลี้ยวขวาเข้าไปตรอกนั้น” เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาพูดแทรกสายลมที่พัดตีเข้ามาในขณะขี่รถแต่เด็กสาวกลับได้ยินมันชัดเจนเพราะตอนนี้คนที่ซ้อนท้ายฟุบหน้ามาพิงที่บ่าบางของเธอ

            “จอด แล้วลงมากับฉัน” คนซ้อนท้ายสั่งแต่ไม่ได้ตะโกนคุกคามเหมือนทีแรก ทว่าเขายังคงเล็งกระบอกปืนไปที่เอวบาง มินตริญาทำตามอย่างเสียไม่ได้แต่เมื่อถอดหมวกกันน็อกแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายไฟตึกโทรมๆที่อยู่ตรงหน้าก็แทบเป็นลมล้มพับ เพราะสถานที่ข้างหน้ามันคือโรงแรมม่านรูดซอมซ่อ

            “ไม่! ฉันไม่เข้าไปในนั้นเด็ดขาด!สิ้นเสียงปฏิเสธ กระบอกปืนย้ายมาจ่อที่ขมับบางทันที ร่างบางตัวสั่นระริกด้วยความกลัว ดวงหน้าสวยหวานซีดเผือดเหมือนไม่มีเลือดอยู่ในกาย เหงื่อเม็ดโตผุดพรายออกมาเต็มหน้าผากทั้งที่อากาศค่อนข้างเย็น

            "นี่ยัยราเม็ง อย่าบังคับให้ฉันต้องทำ แค่เดินตามมาข้างในก็พอ อ่อ เอามือถือของเธอมาให้ฉันด้วย" ชายลึกลับมองมาที่ดวงหน้าของมินตริญาด้วยสายตาอันเยือกเย็น บัดนี้เด็กสาวได้เห็นใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่อาบเลือดสีแดงของเขาอย่างชัดเจน มินตริญาจำเขาได้ดีเขาคือลูกค้าประจำที่มักจะมากินราเม็งที่ร้านช่วงเย็นนั่นเอง

            น้ำตารื้นขึ้นเต็มหน่วยดวงตาสวยหวานด้วยความกลัว เด็กสาวทำใจดีสู้เสือยอมเดินตามเข้าไป ถึงเขาจะเอาปืนมาจ่อหัวเธอแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยิงเธอเลยแม้แต่น้อยเหมือนแค่ต้องการขู่เท่านั้น

            "นี่จะบ้าไปแล้วเหรอไง เอาปืนมาจ่อหัวกันแบบนี้เจ้าของเขาคงให้นายเข้าไปดีๆหรอกมั้ง" มินตริญาพยายามหาทางรอด ทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้อีกฝ่ายเอาอาวุธอันตรายออกไปให้ห่างตัวแล้วค่อยหาทางหนี

            "ไม่เป็นไร ฉันรู้จักคนที่นี่ดี"

            "โธ่..." เด็กสาวทำหน้าเหยเกด้วยความผิดหวังจนอยากจะร้องไห้ เธอโดนล็อกคอจากด้านหลังพร้อมกับปืนที่ลดลงมาจี้ที่เอวเช่นเดิม ร่างบางยังคนสั่นด้วยกลัวจนคนข้างหลังรู้สึกได้ มินตริญาเริ่มทำท่าขัดขืนแล้วตะโกนร้องขอความช่วยเหลือขึ้นมาอีกครั้ง ชายร่างสูงไม่รอช้าเขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่า

"กรี้ด! ปล่อยฉันนะ!"

จริงอย่างที่เขาพูด เขารู้จักคนที่นี่ดี ถึงแม้ว่าชายคนนี้จะมีเด็กสาวพาดคร่อมอยู่ที่บ่าทั้งร้องทั้งดิ้นขอความช่วยเหลือแต่ชายวัยกลางคนที่นั่งหลังเคาท์เตอร์ไม้เก่าๆกลับยื่นกุญแจให้อย่างง่ายดายโดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องอุกอาจผิดปกติ มินตริญาสิ้นหวังกับการขอความช่วยเหลือเธอพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความกลัวไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีร้องไห้ให้เขาเห็นเด็ดขาด

ร่างบางถูกวางลงบนเตียงในห้อง มินตริญารีบพลิกตัวกระโดดข้ามเตียงวิ่งเข้าไปหลบที่มุมห้องพร้อมทั้งฉวยเอาขวดน้ำพลาสติกซึ่งวางอยู่บนโต๊ะมาเป็นอาวุธทันที

แต่ชายหนุ่มร่างสูงกลับมองมาที่เธอด้วยความเหนื่อยใจก่อนที่ย่างสามขุมมาหาเด็กสาวที่กำลังตื่นกลัว

"อย่า! อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นฉันจะ..." พูดขู่ยังไม่ทันจบดีมือใหญ่กลับแย่งขวดน้ำออกมาจากมือบางที่ยกป้องกันตัวเองโยนทิ้งอย่างง่ายดายก่อนจะรวบข้อมือบางเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วกระชากสาปเสื้อเชิ้ตสีเทาเปื้อนเลือดของตนออกจากกันอย่างแรง

แคว้ก!

"กรี้ด! อย่า! อย่าทำอะไรฉันเลย!"

            "โอ้ย...นี่ยัยราเม็ง...หยุดกรีดร้องโวยวายซักทีมันหนวกหู ขอโทษที่ทำให้กลัว มาช่วยทำแผลให้หน่อยซิ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก"

มินตริญามองหน้าอาบเลือดของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ อย่าบอกนะว่าที่เขาจี้เธอมาเพียงเพื่อจะให้มาทำแผล

ร่างสูงกำยำปล่อยมือบางออกพร้อมทั้งถอดเสื้อเผยให้เห็นแผงอกอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ ต้นแขนกำยำข้างซ้ายมีบาดแผลโดนเฉือนด้วยของมีคมค่อนข้างลึกผ่าพาดกลางรอยสักที่เป็นรูปคลื่นลมและสายหมอก รอยสักมันล่ามไปทั่วกายหนา เมื่อมองไกลๆเสมือนเขาสวมใส่เสื้อกั๊กแขนสั้นติดหนัง ทว่ารอยสักนั้นยังไม่เสร็จสิ้นดี บางแห่งยังเป็นลายเส้นที่ร่างเอาไว้รอลงสี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาต้องเป็นพวกนักเลงหัวไม้ของกลุ่มมิยากาวะแน่ๆ

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูเรียกให้ชายหนุ่มเดินไปเปิดมันพร้อมกับรับห่อผ้าบางอย่างจากชายที่ให้กุญแจเมื่อครู่

"นายน้อยครับผมว่าไปโรง..."

"นายไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่ได้มาคนเดียว ถ้าไปโรงพยาบาลตอนนี้มีหวังเธอคงได้ถูกฆ่าตายไปด้วย"

"ฮะ!แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย?!" เด็กสาวโวยวายแต่ชายทั้งสองกลับไม่มีใครสนใจเธอเลย

"ถ้าอย่างนั้นผมจะโทรไปบอกหัวหน้าสาขาจูโอให้มารับนายน้อยนะครับ"

"ไม่ต้อง บอกเขาให้รีบส่งคนไปตามหาแจยอลกับยูอิจิด่วน ตอนนี้ฉันปลอดภัยดีและนายช่วยเก็บกวาดอย่าให้พวกมันตามกลิ่นมาเจอฉันที่นี่ก็พอ ถ้าเจอสองคนนั้นแล้วให้รีบติดต่อมาหาฉันทันที ถึงตอนนั้นค่อยส่งคนมารับฉัน" ชายลึกลับออกคำสั่งด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่มั่นคง เขาไม่อธิบายอะไรมากแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่ต้องทำโดยง่าย ดูท่าทางผู้ชายอีกสองคนที่เอ่ยถึงคงจะสำคัญกับเขาไม่น้อยทีเดียวถึงกับให้คนออกตามหาแล้วไปช่วยก่อนที่จะให้คนมาช่วยตัวเขา

"ได้ครับนายน้อย" คำแทนชื่อที่อีกฝ่ายใช้เรียกชายหนุ่มดูท่าแล้วเขาคงเป็นบุคคลระดับสูงในกลุ่มเป็นแน่

            “ส่วนเธอ...ยัยราเม็ง...มานี่ เคยเย็บผ้าไหม?

            “ฮ...ฮะ?! เอ่อ...ค...เคย...”

            “มาเย็บแผลให้ฉัน”

            “จ...จะบ้าเหรอ?!

            “ต้องทำ! ไหนว่าอยากจะเป็นหมอไง นี่แหละโอกาสได้ฝึกปรือฝีมือ”

            ร่างบางเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตกใจ จู่ๆก็โดนบังคับให้เย็บแผลสดๆโดยไม่มียาชาหรือเครื่องมืออะไรเลย แล้วที่สำคัญชายแปลกหน้าที่เป็นลูกค้าประจำคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเธออยากเป็นหมอ และเขาก็ไม่ปล่อยให้มินตริญามีเวลาได้คิดอะไรมาก มือใหญ่ของเขาจับห่อผ้ายัดใส่มือบาง เมื่อคลี่ออกก็เป็นอุปกรณ์การแพทย์ไม่กี่อย่าง เหมือนถูกเตรียมไว้อย่างกับรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆยังไงยังงั้น

            “เร็วๆซิยัยราเม็ง! เลือดฉันไหลออกจนจะหมดตัวอยู่แล้ว”

            ดวงตาสวยหวานกำลังสั่นหลุกหลิกลังเลก่อนจะหลับลงครู่หนึ่งเพื่อดับความกลัวในใจ ในที่สุดร่างเล็กก็ตัดสินใจลุกไปทำความสะอาดมือตัวเองในห้องน้ำด้วยท่าทีที่ร้อนรน และเดินออกมาเอาอุปกรณ์ทั้งหมดไปแช่แอลกอฮอล์ในถาดสแตนเลสที่วางอยู่ในห้อง มือบางกำลังเอาขวดน้ำกินที่เธอเอามาป้องกันตัวเมื่อครู่มาเทใส่สำลีเพื่อเช็ดเลือดที่ต้นแขน ชายแปลกหน้าเอาเข็มเย็บแผลไปลนไฟแล้วยื่นมันให้เด็กสาว มินตริญาลอบกลืนน้ำลายก่อนจะทำการช่วยเหลือ เพราะจากที่ดูแล้วเขาเป็นผู้ถูกกระทำมากกว่าจะไปรังแกใครยกเว้นเรื่องที่เขาเอาปืนมาจ่อหัวเธอนี่แหละ

            “เอาวะ! คุณห้ามมาฆ่าฉันทีหลังล่ะกันถ้าแผลมันเกิดติดเชื้อขึ้นมา!

            เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าท้องลึกๆก่อนจะเย็บแผลให้แม้ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็คงหนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากด้วยความพอใจก่อนที่จะเอาผ้าขนหนูที่ม้วนไว้มากัดเพื่อระบายความเจ็บปวดจากการเย็บแผลสดๆ ไม่นานนักการเย็บแผลก็เสร็จสิ้น ร่างบางคว้าเอาผ้าขนหนูไปชุบน้ำแล้วเอามาเช็ดเลือดที่ไหลมาจากหางคิ้วและมุมปากที่แตกให้เขา

            ดวงตาสวยหวานมองสำรวจบาดแผลโดยละเอียดเมื่อพินิจเพ่งมองใกล้ๆแล้วชายแปลกหน้าคนนี้ถือว่าหล่อเหลาคมคายทีเดียว หลังจากที่แน่ใจว่าแผลพวกนั้นไม่จำเป็นต้องเย็บมินตริญาถึงค่อยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ แต่ก็บังเอิญไปเห็นสายตาจิกคมของคนข้างหน้าที่กำลังจับจ้องดวงหน้าสวยของเธอไม่วางตาด้วยความหลงใหล นัยน์ตาดำคมนั่นทำให้สาวน้อยใจเต้นแรงเหมือนทุกครั้งที่เธอได้สบมัน

            “อ...เอ่อ เสร็จแล้ว”

            “ขอบใจมากยัยราเม็ง”

            “ฉ...ฉันมีชื่อนะ อย่ามาเรียกคนอื่นตามอำเภอใจอย่างนั้นซิ”

            "ถ้าอย่างนั้นเธอชื่ออะไรล่ะ" ชายหนุ่มแกล้งถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้ว

            "เอ่อ...คือ" มินตริญาเงียบไป เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรบอกชื่อกับบุคคลอันตรายแบบเขา ขืนบอกไปมีหวังได้โดนตามฆ่าทีหลังแน่ๆ

            "หึ...จะบอกดีๆหรือว่าต้องให้ฉันส่งคนไปสืบ มันง่ายนิดเดียวถ้าฉันอยากรู้อะไร ฉะนั้นอย่าโกหก อย่าปิดบัง ไม่อย่างนั้น..."

            "ก็ได้ๆ! ฉัน มินาโมโตะ ซากุระ" เด็กสาวโกหกชื่อและนามสกุลของตัวเอง ชายหนุ่มถลึงตาคมกริบใส่ไม่ใช่เพราะความโกรธแต่เพราะไม่คิดว่าเธอจะโกหกหน้าตายเพื่อเอาตัวรอดแบบนี้จนอดขำในท่าทีหวาดกลัวของเด็กสาวไม่ได้

            มือหนาเปิดลิ้นชักตู้ข้างเตียงออกแล้วหยิบเอากุญแจมือซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบกิจรักที่ทุกโรงแรมต้องมีมาคล้องฉับไว้ที่ข้อมือของตัวเองและข้อมือบางของเด็กสาวก่อนจะขว้างกุญแจไปที่ห้องน้ำซึ่งไกลจากเตียงนอนพอสมควร

            "นี่คุณจะทำอะไร?! ปล่อยฉันนะ! ฉันทำตามที่คุณขอแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะฉันจะกลับบ้าน!"

            มินตริญาเริ่มใจไม่ดีพยายามดิ้นรนหางทางหนี แต่อีกฝ่ายกลับทิ้งตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่สนใจร่างบางที่ทำท่าจะร้องไห้และแผลงฤทธิ์

            "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยเธอ ฉันวิ่งหนีตีนไอ้พวกนั้นมาจนเหนื่อย แถมยังต้องมาสู้กับเธออีก ฉันขอนอนพักเอาแรงก่อน แล้วอย่าคิดหนีไปไหนเสียให้ยาก ที่นี่ถิ่นฉัน" พูดเสร็จชายแปลกหน้าก็หลับตาลงโดยไม่สนใจอะไรอีก ร่างบางแอบลงไปนั่งข้างเตียงกอดเข่าอย่างสิ้นหวังโดยที่มืออีกข้างก็ถูกล่ามติดกับชายแปลกหน้าที่นอนอยู่บนเตียงจนกระทั่งเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เพิ่งมาอ่านนสนุกมากๆค่ะแต่งเรื่องอื่นต่อไปเ้รื่อยๆนะคะพอดีงบน้อยเลยอ่านเท่าที่จะอ่านได้น่ะค่ะแหะๆ
โดย sapay | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
  • ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่าน ^^ โดย pinuma824 | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha