ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : แตกหัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




            "แม่จ๋า...แม่จ๋า อย่าทิ้งหนูไป...ฮือ ฮือ" เด็กสาวกุมมือขาวซีดไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น น้ำตาไหลอาบเปื้อนแก้มบาง ไม่ว่าเธอจะร้องเรียกเท่าไรร่างของแม่ก็ยังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เด็กสาววัยสิบขวบต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในจิตใจเป็นครั้งแรกในชีวิต แม่ผู้ใจดี อ่อนโยน เข้มแข็งของเธอจากโลกไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งให้เธอต้องอยู่กับผู้เป็นพ่อเพียงสองคน แม่ต้องมาตายเพราะทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนประกอบกับโรคประจำตัวที่มีอยู่

                                                                                 

            แม่ของมินตริญาต้องทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเพราะนอกเหนือไปจากนำเงินมาเลี้ยงดูลูกสาวที่กำลังเติบโตแล้วเธอยังต้องนำเงินส่วนหนึ่งแบ่งไปจ่ายให้เจ้าของร้านนวดแผนไทยโบราณเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วย เหตุผลก็คือเจ้าของร้านถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครองเพิ่มจากกลุ่มอันธพาลท้องถิ่นอย่างมิยากาวะ

            เจ้าของร้านเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นธรรมมากนักจึงไม่ยอมแบกรับภาระเลวๆนี้ไว้คนเดียวจนต้องมาเก็บเพิ่มเอาจากหมอนวดในร้าน เพราะถือว่ายังมีคนไทยอีกมากที่อยากจะมาขุดทองในประเทศแห่งนี้จนยอมแลกกับทุกอย่างเพื่อให้ได้มา ดังนั้นใครจ่ายได้ก็จ่าย จ่ายไม่ได้ก็ออกไป

            ในที่สุดคนที่ต้องมารับกรรมกลับกลายเป็นหนึ่งครอบครัวเล็กๆที่ไม่มีใครแยแส ในตอนนั้นมินตริญาเด็กเกินกว่าจะเข้าใจแต่เมื่อโตมาเธอก็ได้เห็นระบบรีดไถ่อันต่ำช้าแต่กลับใช้คำว่า "ค่าคุ้มครอง" มาทำให้ความเลวทรามนี้ดูดีขึ้นมา ไม่เว้นแม้แต่ร้านโอดะราเม็งที่เมื่อถึงเวลาก็จะมีกลุ่มชายสองสามคนใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสีดำมันแผลบท่าทางกักขฬะเดินสูบบุหรี่พร้อมสมุดจดบันทึกเดินเข้ามาในร้านแล้วเก็บเงิน

            มินตริญากับจินยะเห็นมันจนชินตาและนึกเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นเงินซึ่งได้มาอย่างเหนื่อยยากต้องหลุดลอยไปอยู่ในกระเป๋าพวกคนชั่วที่ไม่ยอมทำอะไร ได้แต่คอยรีดไถ่เอาเงินไปอย่างง่ายดาย ภาพและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มันทำให้เด็กสาวเกลียดและจำฝังใจ นอกจากนี้มันยังกลายมาเป็นปณิธานอันแรงกล้าของจินยะที่ทำให้เขาสอบเข้าเป็นตำรวจเพื่อมากวาดล้างคนชั่วเหล่านี้ให้สิ้นซาก

            "ม...แม่จ๋า...แม่...อย่าทิ้งหนูไป แม่..."

            ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงละเมอของเด็กสาวที่นอนในท่านั่งกับพื้นเอาหลังพิงขอบเตียงโดยที่มือของทั้งสองยังคงมีกุญแจมือคล้องอยู่

            ร่างสูงค่อยๆขยับมานั่งข้างกายเด็กสาวซึ่งในตอนนี้กำลังนั่งหลับละเมอน้ำตาไหลอาบแก้ม นัยน์ตาดำคมเพ่งมองดวงหน้าที่แม้ว่าจะเปื้อนคราบน้ำตาแต่ก็ยังสวยหวานชวนให้เขาหลงใหลได้เสมอ มือใหญ่ยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวลทว่ากลายเป็นไปปลุกเธอเอาเสียได้ ดวงตากลมโตสวยหวานค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมาก็เห็นใบหน้าหล่อคมคายอยู่ในระยะประชิด

            "กรี๊ด! อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า! กรี๊ด!"

            มือเล็กๆยกขึ้นตีคนข้างๆพร้อมกับปัดป้องจนวุ่นวายไปหมด แต่สุดท้ายก็โดนรวบอย่างง่ายดาย   "ตื่นมาก็กรี๊ด ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ฉันแค่จะมาดูว่าเธอเป็นอะไรเท่านั้นไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอเลย หรือว่า...ที่ร้องๆอย่างนี้คืออยากให้ทำ?"

            "อ...ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ!"

            มินตริญาอายกับคำพูดนั้นของเขา แค่เธอต้องหนีตายจากฝูงนักเลงอาวุธครบมือ ถูกบังคับให้เย็บแผล แถมยังโดนคล้องกุญแจมือกังขังหน่วงเหนี่ยวมันก็มากเกินไปสำหรับเธอแล้ว มินตริญาพยายามลุกขึ้นหนีแต่ก็ติดตรงกุญแจมือที่คล้องอยู่ มือใหญ่ๆออกแรงกระชากนิดเดียวร่างเล็กก็เซถลาเข้าไปในอ้อมกอดเขาแล้ว

          "กรี๊ด! ปล่อยนะ!"

            ในระหว่างที่กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดร่างรอยสัก ตาของสาวน้อยเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของตนที่ชายผู้นี้ซ่อนไว้ใต้หมอน มันกำลังสั่นและหน้าจอขึ้นชื่อผู้โทรเข้าเป็น จินจัง ร่างบางดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดอันแข็งแรง มือบางคว้าโทรศัพท์กดรับได้ก็ตะโกนออกไป

            "จินจัง! ช่วยฉันด้วย! ช่วย...อุ้บ!"

            ปากอิ่มสวยถูกมือใหญ่อุดเอาไว้ได้ทัน เขากดตัดสายทิ้งพร้อมทั้งปิดเครื่องแล้วโยนมันออกไปให้ไกลจากตัว สายตาคมกริบตวัดมองร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าอย่างขุ่นเคือง

            "มินตริญา เธอทำให้ฉันหมดความอดทน"   เด็กสาวที่กำลังออกแรงดิ้นต้องตกตะลึงอีกครั้งที่เขาผู้นั้นขานชื่อเธอได้อย่างถูกต้องทั้งที่อุตส่าห์โกหกไป เขารู้ได้อย่างไรกัน

            "รักไอ้ตำรวจนั่นมากซินะ ได้...ฉันจะทำให้มันรู้ว่าเวลาที่โดนเด็ดดวงใจไปมันเป็นอย่างไร"

            มินตริญายังไม่ทันเข้าใจประโยคนั้นของเขา ใบหน้าคมคายก็ก้มลงมาฉกจูบที่เรียวปากอิ่มสีหวานทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เด็กสาวพยายามดิ้นขัดขืนแต่กลับโดนกดร่างให้นอนลงบนที่นอน ปากอิ่มเม้มเข้าหากันไม่ยอมให้อีกฝ่ายลุกล้ำเข้าไป เธอพยายามส่งเสียงร้องแต่ก็ทำได้แค่ร้องอู้อี้อยู่ในลำคอเท่านั้น

            มือเล็กทั้งสองถูกรวบขึ้นด้วยมือใหญ่เพียงมือเดียว ส่วนมืออีกข้างเขาส่งลงมาบีบขากรรไกรให้ปากอิ่มแยกออกจากกัน เพียงแค่วินาทีเดียวที่ปางอิ่มสีสวยเปิดออกเพราะโดนบังคับ ลิ้นใหญ่หนาก็ฉกกวาดเข้าไปในโพรงปากสีสวยทันที

            นี่เป็นจูบแรกของเด็กสาวซึ่งโดนขโมยโดยนักเลงที่เอาปืนมาจี้หัวเธอ ในช่วงแรกถึงมันจะกักขฬะรุนแรงเอาแต่ใจทว่าตอนนี้กลับนุ่มนวลอ่อนหวานจนใจเล็กๆสั่นกระตุก

            ลิ้นบางถูกเกี่ยวดูดดึงเบาๆ ความรู้สึกที่กำลังแล่นปราดไปทั่วร่างนี่มันคืออะไรกันเด็กสาวได้แต่ถามตัวเอง จูบนี้ทำให้ในหัวของมินตริญามีแต่ความว่างเปล่าและโล่งชาจนทำให้ตัวอ่อนหมดแรงสู้เอาเฉยๆ

            ใบหน้าคมคายละออกจากริมฝีปากอิ่มสีสวยอย่างอ้อยอิ่งแล้วค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาฝังจมูกเข้าไปสูดดมที่ซอกคอหอมพร้อมทั้งจูบเข้าไปที่เนื้อบางตรงบริเวณนั้น ความรู้สึกวาบหวามทำให้เจ้าของกายต้องย่นคอเข้าหากันอย่างไม่ตั้งใจ ในวินาทีนั้นร่างเล็กเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำแผ่วเบาดังรอดออกมาด้วยความพึงพอใจ

            หน้าอกสาวที่กำลังเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงหายใจไปโดนแผงอกกำยำที่มีโครงเส้นลายสักวาดเอาไว้เข้า มันไปกวนอารมณ์หนุ่มจนทำให้คนด้านบนส่งมือเข้าไปใต้เสื้อยืดเพื่อเข้าไปสัมผัสมัน

            "ย...อย่า! ปล่อย!"

            การรุกรานนี้ทำให้เด็กสาวต่อสู้ขัดขืนอีกครั้งแต่ไหนเลยจะสู้แรงของร่างใหญ่ที่อยู่บนกายเธอ มือใหญ่ถลกเสื้อยืดและเสื้อชั้นในของเด็กสาวขึ้นโดยไม่ฟังเสียงร้องคัดค้านใดๆ ใบหน้าคมคายจ้องมองอกอวบสาวด้วยความพอใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ปากของเขาจะเข้าครอบครองยอดอกสีสวยในทันทีทันใด ถึงมันจะทำให้เด็กสาวรู้สึกถึงความแปลกใหม่เสมือนมีกระแสไฟวิ่งปราดไปทั่วร่างโดยเฉพาะกลางกายสาวแต่เธอก็ขอสู้ตายดีกว่าต้องมาเสียสาวให้กับผู้ร้ายใจชั่วอย่างเขา

            ก๊อกๆ...ก๊อกๆ

            "นายน้อยครับ เราพบแจยอลกับยูอิจิแล้วครับ พวกเขาปลอดภัยดี ตอนนี้รถมารอรับอยู่ด้านนอกแล้วครับ"

            เหมือนมีเสียงสวรรค์มาช่วยมินตริญาเอาไว้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาร เพราะคำบอกของคนที่อยู่นอกประตูทำให้เขาหยุดชะงักทุกการกระทำ

            "อืม...เดี๋ยวฉันออกไป อ้อ...เปลี่ยนรถให้ด้วย อย่าเอาคันประจำของฉัน"

            "ได้ครับนายน้อย"

            สิ้นเสียงสนทนา ใบหน้าคมคายหันมามองดวงหน้าสวยหวานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตาและสายตาที่หวาดกลัว เขาทำพลาดไป เพียงเพราะไม่อาจห้ามตัวเองได้ยามได้อยู่กันสองต่อสอง นัยน์ตาดำคมหลับลงแล้วลอบถอนหายใจออกมาเพื่อยับยั้งใจตัวเอง

            "ฉันขอโทษ"

            "กรี๊ด! อย่า! หยุดนะ!"

            เขาพูดเพียงเท่านี้ ก่อนจะก้มลงมาดูดขบเม้มบนเนินอกอวบอิ่มให้เกิดรอย สีแดงระเรื่อเป็นจ้ำบนเนินอกขาวเนียนดูเหมือนรอยสักรูปกลีบกุหลาบ

            "ฉันตีตราจองเธอเอาไว้แล้ว จำเอาไว้ เธอต้องเป็นผู้หญิงของฉันเท่านั้น"

            ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับลากเอาร่างเล็กในสภาพหมิ่นแหม่ไปที่ห้องน้ำ มือบางรีบดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แทบไม่ทัน เมื่อเขาเจอกุญแจดอกเล็กแทนที่จะไขมันออกแต่กลับยัดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

            ก๊อกๆ

            "นายน้อยครับ รถคันใหม่มาแล้วครับ"

            เมื่อได้ยินสัญญาณร่างสูงจึงเดินไปที่ประตูแล้วใช้มือใหญ่ผลักมันให้เปิดออก เด็กสาวที่กำลังตื่นกลัวพบว่าภายนอกห้องมีชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมโหดในชุดสูทสีดำทั้งตัวมายืนเรียงแถวยาวไปจนถึงรถยนต์ยุโรปราคาแพงสีดำมันที่จอดรออยู่ด้านหน้า ร่างสูงอุ้มเด็กสาวขึ้นมาแนบอกก่อนจะขึ้นไปบนรถคันนั้น

            "ปล่อย! ปล่อยฉันนะ! จะพาไปไหนอีก! ได้โปรด...ฉันอยากกลับบ้าน ฮึก ฮึก" ความตั้งใจแรกที่จะไม่ยอมร้องไห้ให้ชายคนนี้เห็นแต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอมันทำให้อดกลั้นความกลัวไว้ไม่ได้อีกต่อไป เขาเป็นใคร? แล้วจะทำอะไรกับเธออีก? สายตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความสับสน ระแวงและหวาดกลัว

            เมื่อขึ้นไปบนรถได้ร่างสูงใบหน้าหล่อคมคายกลับไม่พูดอะไร เขาเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ในช่องข้างประตูมาจุดสูบ

            "ไปร้านโอดะราเม็ง"

            หลังจากอัดบุหรี่เข้าไปในปอดสองสามครั้ง ชายลึกลับก็สั่งคนขับรถให้ไปตามจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

 

            รถยุโรปราคาแพงเลียบจอดตรงข้างทางถนนใหญ่ในย่านนักท่องเที่ยวกลางดึกที่ทุกร้านปิดไปหมดแล้วยกเว้นโฮสผับที่ไกลออกไปและร้านโอดะราเม็งที่ยังคงเปิดไฟทั้งที่ปกติต้องปิดไปนานแล้ว

            ไซเรนบนหลังคารถตำรวจหน้าร้านราเม็งสาดแสงไปมาแสดงถึงเหตุด่วนที่เกิดขึ้น จากตรงที่รถจอดเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำไปเพียงร้อยกว่าเมตรก็จะเห็นร้านโอดะราเม็งตรงหน้าแล้ว

            มือใหญ่ยกบุหรี่ไปให้ปากคาบแล้วล้วงเอาโทรศัพท์ของเด็กสาวมาส่งคืนพร้อมกับไขกุญแจมือ

            "ขอโทษที่เอาปืนจี้เธอแต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเธอก็คงไม่ยอมไปกับฉัน แต่ฉันจะไม่ขอโทษที่จูบเธอ...เอาล่ะ...ไปซะ"

            ร่างบางไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถพร้อมที่จะพุ่งตัวออกไปทันที แต่กลับโดนคนในรถคว้ามือรั้งเอาไว้อีกครั้ง

            "จำเอาไว้...รอยนั้นมันคือตราที่แสดงว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉันเท่านั้น"

            ดวงตากลมโตเปื้อนน้ำตามองชายผู้นั้นด้วยความเคียดแค้นก่อนจะเม้มปากแล้วสะบัดข้อมือทิ้งวิ่งหนีไปจากตรงนั้นโดยไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร เหตุการณ์เมื่อครู่มันช่างแสดงถึงความต่ำช้าของเขาที่คิดจะขืนใจเธอ ถึงเขาจะหยุดมันเสียก่อนแต่มันก็เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเด็กสาวเป็นอย่างมากจนเธอนึกเสียดายที่ตัดสินใจไปช่วยคนแบบนั้นเอาไว้ ชาตินี้เธอขอให้ไม่ต้องเจอเขาอีกเป็นอันขาด

 

            "มินจัง! มินจัง! กลับมาแล้ว! หายไปไหนมาลูก ป้าเป็นห่วงแทบแย่! ฮือ ฮือ!"

            ป้าโอดะที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของมินตริญาโผกระโดดกอดเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่ตอนบ่ายที่เธอให้มินตริญาไปส่งราเม็ง เด็กสาวก็หายไปโดยที่ติดต่อไม่ได้เลย จู่ๆมอเตอร์ไซค์ของร้านก็มาจอดทิ้งเอาไว้ที่หลังร้านเมื่อไปดูใกล้ๆก็พบรอยเลือดเปื้อนอยู่บนเบาะและท่อไอเสียรถ จนกระทั่งเวลาร้านปิดก็ยังไม่เห็นเด็กสาวจึงได้ตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจและจินยะลูกชายให้ช่วยออกตามหา

            เด็กสาวเองก็ร้องไห้อย่างเสียขวัญ เธอบอกกับทุกคนแค่เพียงว่าไปเจอกลุ่มชายอันธพาลตี มินตริญาไม่กล้าปริปากบอกสิ่งที่ตัวเองไปประสบมา มันน่าอายเกินกว่าที่จะเล่าให้ใครฟัง

 

            รถยุโรปสีดำคันงามเลี้ยวเข้าผ่านรั้วไม้สูงสองเมตรเพื่อเข้าไปในตัวบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหลังใหญ่ ร่างสูงเดินลงจากรถเมื่อมันจอดนิ่งและมีคนมาเปิดประตูรถให้ เขาดึงบุหรี่ที่สูบอยู่คาปากทิ้งลงพื้นก่อนที่จะเดินเข้าไปในตัวบ้าน

            แม้จะยังเจ็บบาดแผลแต่เขาก็ต้องกลับมาดูด้วยตาของตัวเองก่อนว่าอารักขาทั้งสองของเขาปลอดภัยดี เมื่อเข้าไปยังห้องที่หนึ่งในลูกน้องเดินนำมา ประตูแบบญี่ปุ่นก็ถูกเลื่อนออก เผยให้เห็นชายหนุ่มทั้งสองคนที่ชายผู้นี้หวังให้พวกเขาปลอดภัย เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาในห้องชายทั้งสองก็รีบลุกขึ้นยืนโค้งทำความเคารพทันที

            “ไม่ต้องมากพิธีหรอก นั่งเถอะ”

            ร่างสูงตีสีหน้าเรียบเฉยแต่นัยน์ตาดำคมกลับกวาดมองสำรวจบาดแผลบนร่างกายของผู้อารักขาทั้งสอง โชคดีที่พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนอกจากฟกช้ำ จะมีก็แต่เขาเท่านั้นที่พลาดท่าโดนฟันต้นแขนเข้า

            “นายน้อย! นายน้อยบาดเจ็บ! เป็นเพราะผมแท้ๆ!

            หนึ่งในนั้นตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตสีเทาเปื้อนเลือดที่คลุมไหล่ไว้เฉยๆเปิดออกให้เห็นผ้าผันแผลมีเลือดซึมออกมา

            "ช่างเถอะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าไม่ได้พวกนายฉันก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้"

            “นายน้อยคิดว่าเป็นฝีมือใครกันครับ?” ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งนิ่งทำหน้าไตร่ตรองอยู่นานเริ่มเปิดประเด็น

            “หึ...ไม่ต้องบอกก็รู้กันดีอยู่แล้ว”

            “นายน้อยหมายถึง...หัวหน้าสาขาคิตะ มัตซึโมโตะ ซาโตชิ อย่างนั้นเหรอครับ”

            ร่างสูงนั่งนิ่งทว่านัยน์ตาดำวาวโรจน์ฉายแววโกรธออกมาอย่างชัดเจน เขาไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งได้ยินเสียงเดินกระแทกเท้าปึงปังด้วยความร้อนใจตรงมายังห้องที่ชายหนุ่มทั้งสามกำลังนั่งหารือกันอยู่

            “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม! ว่าอย่าทำตัวอวดดีกลางงานประชุม! ไอ้ลูกโง่! พวกแกก็เหมือนกันทำไมไม่ดูแลฮิเดกิให้ดีๆ”

            ทันทีที่ประตูถูกเลื่อนออก ชายวัยกลางคน นัยน์ตาฉายแววเหี้ยมเกรียม ใบหน้าหยาบกระด้างก็พ่นคำด่าใส่ลูกชายตัวเองโดยไม่ได้ห่วงเรื่องอาการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

            “ใจเย็นก่อนโทระ ดูก็รู้ว่ามันไม่ได้หมายเอาชีวิต แต่แค่ส่งคนมาสั่งสอนเท่านั้น”

            ดูเหมือนว่าคนเป็นพ่อจะเกรงใจชายศีรษะขาวโพลนที่มาทีหลังคนนี้ทีเดียว เพียงแค่ชายผู้นี้พูดด้วยเสียงเรียบเฉยคนเป็นพ่อที่กำลังโมโหและพาลกับทุกคนกลับเงียบลงทันใด

            "หึ...ไอ้ซาโตชิ ครั้งนี้มึงสั่งสอนลูกกูมากเกินไป!"

            "ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครก็อย่าเพิ่งไปปรักปรำ เรื่องนี้มันอาจจะบานปลายใหญ่โตได้ในภายหลัง" ชายชราพยายามให้สติกับคนอารมณ์ร้อนอย่าง มิยากาวะ โทระ เพราะยังจับมือใครดมเรื่องการส่งคนมารุมทำร้ายลูกชายและอารักขาอีกสองคนไม่ได้

             ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลดึงเอามีดด้ามเล็กออกมาจากขอบกางเกงแล้ววางมันลงต่อหน้าชายผู้อาวุโสทั้งสอง

            ในกลุ่มมิยากาวะคนที่มียศมีตำแหน่งจะได้รับดาบซึ่งทำด้วยมือเป็นการระบุตำแหน่ง หากตำแหน่งไม่ใหญ่มากจะได้ดาบด้ามสั้น วากิซากิ แต่ถ้าหากเป็นสมาชิกตำแหน่งระดับสูงจะได้ดาบด้ามยาว คะตะนะ ซึ่งด้ามจับและปอกดาบจะมีตราประจำกลุ่ม สาขา และเขต ระบุบอกชัดเจน วากิซากิที่วางอยู่ตรงหน้าทุกคนเจ้าของมีตำแหน่งเป็นผู้คุมซึ่งไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักแต่ที่เด่นชัดคือเป็นของคนสาขาคิตะ เขตสาม ซึ่งเป็นพื้นที่การดูแลของ มัตซึโมโตะ ซาโตชิ หัวหน้าสาขาคิตะ

            "มันเป็นของคนในกลุ่มที่ไล่ทำร้ายเราครับ"

            ชายชราศีรษะขาวโพลนไม่พูดอะไรต่อเพราะหลักฐานมันวางแน่นิ่งอยู่กลางห้อง และชายหนุ่มผู้นั้นเป็นคนที่เชื่อถือได้เขาจะไม่มีวันโกหกใครอย่างแน่นอน

            "ได้ข่าวว่าพวกมันมากันเป็นสิบๆคน ฮึ ฮึ ยังดีที่เอาตัวรอดมาได้" ชายชราหัวขาวอดออกปากชมชายหนุ่มทั้งสามไม่ได้ ถ้าเป็นสมาชิกระดับธรรมดาคงไม่ต้องใช้คนมากมายถึงเพียงนี้ แต่คนที่หัวหน้าสาขาคิตะต้องการสั่งสอนกลับเป็นถึงทายาทกลุ่มมิยากาวะ และอารักขาที่เก่งกาจอีกสองคนแม้จะเป็นเด็กหนุ่มแต่ฝีมือการต่อสู้ก็เป็นที่เลื่องลือ

            "หึ...ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใครกัน เห็นไหม? เพราะความยุติธรรมโง่ๆของแกที่จะเอามาใช้กับกลุ่มของเรามันทำให้หลายคนไม่พอใจ อยู่ๆก็อยากจะทำตัวเป็นคนดีขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ บ้าบอสิ้นดี ทีนี้ตำแหน่งนายใหญ่หัวหน้ากลุ่มมิยากาวะคงจะยากสำหรับแกแล้ว!"

          ชายผู้บาดเจ็บที่แขนซ้ายขบกรามจนกลายเป็นสันนูนด้วยความโกรธเคืองผู้เป็นพ่อ

            "คิดว่าผมอยากจะขึ้นตำแหน่งเป็นนายใหญ่ของกลุ่มมิยากาวะมากนักเหรอ?! พ่อคิดผิดแล้ว!" ชายร่างสูงลุกขึ้นยืนโต้เถียงกับพ่อของตัวเอง

            "แกต้องไปขอโทษซาโตชิและขอโทษทุกคนที่พูดเรื่องไร้สาระออกไป! แกต้องมาดำรงตำแหน่งผู้นำกลุ่มต่อจากฉัน! ธุรกิจที่มีแกก็ต้องไปสานต่อ!" มือของผู้เป็นพ่อกำแน่นเมื่อลูกชายไม่เชื่อฟังและไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาพยายามทำเพื่อลูก

            "ไม่! ผมจะไม่ยอมสานต่อธุรกิจผิดกฎหมายของพ่อเด็ดขาด! แม่ตายไปคนแล้วพ่อก็ยังไม่ยอมหยุดอย่างนั้นเหรอ?!"

            "แต่ที่ฉันทำก็เพื่อสร้างฐานอำนาจให้กลุ่มแข็งแกร่งขึ้นรอวันให้แกมารับตำแหน่งอย่างยิ่งใหญ่!"

            "ไม่ใช่! พ่อไม่ได้ทำเพื่อผมหรือเพื่อกลุ่ม แต่พ่อทำเพื่อตัวเองต่างหาก! พ่อหลงในอำนาจและเงินทองโดยไม่สนใจว่าจะได้มันมายังไง! ไอ้เงินสกปรกพวกนั้นผมไม่ต้องการ!"

            ผลัก! โครม!

            คนเป็นพ่อสุดจะทนเมื่อโดนลูกชายเถียงฉอดๆ ทำให้บังเกิดความโมโหต่อยหน้าลูกตัวเองเข้าไปอย่างแรง

          มือใหญ่ยกขึ้นปาดเลือดที่ไหลซึมออกจากมุมปากที่รอยแผลเดิม สันกรามขบกันไปมาด้วยความโกรธ สายตาที่จ้องมองไปที่พ่อของตัวเองทำเอาหัวใจคนเป็นพ่อกระตุกเพราะมันช่างเชือดเฉือนปานจะกินเลือดกินเนื้อ

            "ผมขอพูดตรงนี้เลยว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆจากพ่อทั้งสิ้น! และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มมิยากาวะอีก!" ชายหนุ่มประกาศกร้าวต่อหน้าพ่อและทุกคนที่อยู่ในห้อง ร่างสูงเดินออกกระทืบเท้าปึงปังออกไปโดยไม่สนใจใครหน้าไหน พร้อมคำด่าของผู้เป็นพ่อที่ไล่หลังตามไปติดๆ

            "เออ! ไปเลย! ไอ้ลูกไม่รักดี!" คนเป็นพ่อเดินหนีออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะเดินตามลูกชายของตนไปแม้แต่น้อย




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha