ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : 3 เดือนก่อนอันขมขื่น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




            เมื่อสามเดือนก่อน

            ผลักผลัก!

            "โอ้ย! โอ้ย! นายน้อยครับ!  เบาครับเบา! ผมเป็นเป้าล่อให้จนแขนชาไปหมดแล้ว แฮ่กๆๆๆ เปลี่ยนเป็นไอ้ยูอิจิบ้างเถอะครับ! อ๋อย!"

             เสียงเตะที่ฟาดโดนเข้ากับเป้าท้องและเป้ามืออย่างต่อเนื่องดังสนั่นลั่นห้องฝึกเทควันโดของมหาวิทยาลัย ถ้าฟังจากเสียงแล้วคงแรงพอที่จะทำให้คนโดนเตะซี่โครงร้าวและช้ำในตายได้ เด็กหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-เกาหลี ซง แจยอล ที่ถึงแม้จะตัวใหญ่กว่าคนข้างหน้าก็ต้องยกมือป้องห้ามปรามขายาวๆที่กำลังจะหวดเข้ามาที่เอวของตนซึ่งคาดเป้าท้องอีกครั้งด้วยความกลัว

            "ไม่ได้...ยูอิจิเป็นคู่ซ้อมเคนโดให้ฉันตอนเช้าแล้ว นายห้ามเกี่ยง" สิ้นเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกชายหนุ่มเจ้าของความสูง 185 เซนติเมตร ผอมแต่กำยำสมส่วนหวดขาเข้าไปที่เป้าท้องจนแจยอลเซถลาไม่เป็นท่า ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่เป็นคู่ซ้อมเคนโดให้ในตอนเช้าได้แต่นั่งยิ้มเยาะสมน้ำหน้าเจ้าเพื่อนจอมกะลอนที่โดดซ้อมตอนเช้าเป็นประจำ ก็คงจะมีแต่เรื่องนี้ที่ทำให้หน้านิ่งๆของเขาฉีกยิ้มออกมาได้

            "โอ้ย! นายน้อยคร้าบ...ไม่เห็นใจผมบ้างเลย โธ่! เตะจนเครื่องในผมสลับตำแหน่งกันหมดแล้ว ฮือ!" แจยอลนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ถึงอีกฝ่ายจะตัวเล็กกว่าแต่แรงเตะและทักษะในการต่อสู้ของเขาสามารถล้มคนตัวใหญ่กว่าได้ไม่ยาก

            "เอาล่ะ ฉันหิวแล้วไปกันเถอะ" มือหนาใหญ่หยิบผ้าขนหนูสีขาวมาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าและแผงอกกว้างก่อนจะเดินนำไปที่ห้องอาบน้ำของโรงฝึกซ้อม เมื่อนั้นถึงได้เป็นเวลาของนักศึกษาคนอื่นๆที่จะเข้ามาใช้ห้องซ้อมบ้าง ชายหนุ่มทั้งสองต่างก็รู้ดีว่านายน้อยของพวกเขาไม่ได้รู้สึกดีกับอภิสิทธิ์นี้สักเท่าไหร่จึงได้กำหนดเวลาว่าจะฝึกซ้อมเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงหลังเลิกเรียนในบางวันเท่านั้น

            ชายหนุ่มนักศึกษาที่ทุกคนไม่รู้ที่มาของเขา ไม่ใช่ซิ ต้องพูดว่าไม่มีใครอยากจะรู้ที่มาของเขามากกว่ามีนามว่า มิยากาวะ ฮิเดกิ ด้วยลักษณะภายนอกที่ถึงแม้จะหล่อชนิดที่สาวๆในมหาวิทยาลัยจะยกให้เป็นพ่อของลูกในจินตนาการทว่าบ่อยครั้งที่มักจะมีรถยุโรปสุดหรูสีดำมาส่งพร้อมทั้งชายหนุ่มอีกสองคนคอยเดินตามประกบตัวเสมอก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นลูกของพวกมีอิทธิพลจึงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายยกเว้นหญิงสาวที่ก๋ากันกล้าได้กล้าเสียมักจะยอมเดินเข้าไปหาพร้อมพลีกายถวายตัวให้ฮิเดกิได้เชยชมจนนับไม่ถ้วน

            อารักขาทั้งสองของฮิเดกิเป็นลูกของคนในกลุ่มมิยากาวะที่พ่อแม่เสียชีวิตจากสงครามระหว่างกลุ่มในเมืองเพื่อแย่งชิงอำนาจกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ด้วยความเวทนา นายแม่ของกลุ่มมิยากาวะจึงรับเด็กทั้งสองมาอุปการะเลี้ยงดูคู่กับฮิเดกิลูกชายของตัวเอง ถึงแม้ทั้งสองจะถูกเลี้ยงดูและฝึกฝนให้เป็นอารักขาของฮิเดกิก็ตาม แต่สำหรับฮิเดกิแล้วทั้งสองที่อายุน้อยกว่าสองปีก็เปรียบเสมือนน้องชายมากกว่า ทั้งสามคนโตมาด้วยกันจนรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี

            นาระ ยูอิจิ ชายหนุ่มที่รูปร่างสูงหล่อเหลาอ่อนโยนทว่ามีนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่แสนจะเย็นชา เขาไม่ค่อยพูดจาเป็นคนเงียบๆแต่กลับฉลาดหลักแหลมจนบางครั้งฮิเดกิเองก็ต้องปรึกษายูอิจิในบางเรื่อง มีแต่คนพูดว่าเขาคือนายน้อยที่อวตารมาเกิดเพราะช่างมีลักษณะนิสัย ความชอบและความคิดที่คล้ายคลึงกับฮิเดกิอย่างน่าประหลาด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ยูอิจิจะรู้ว่านายน้อยของเขาคิดอะไรอยู่โดยไม่ต้องพูดกันให้เสียเวลา ผิดกันกับ ซง แจยอล ที่เป็นชายเจ้าชู้กะล่อน ใจร้อนชอบใช้กำลัง และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าจึงทำให้หน้าที่ในการคุ้มครองส่วนใหญ่กลายเป็นของเขา ถึงแม้จะหล่อสู้เพื่อนรักและนายน้อยของเขาไม่ได้ แต่เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตายาวรีและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นกลับทำให้สาวๆวิ่งเข้าหาเขาไม่น้อยไปกว่านายน้อยของเขาเลยทีเดียว

            "ฉันเบื่ออาหารในภัตตาคาร ฉันอยากกินอะไรที่คนอื่นๆเขากินกันบ้าง" เสียงทุ้มต่ำผุดขึ้นเบาๆแต่ก็ได้ยินชัดเจน ร่างสูงที่กำลังแต่งตัวในห้องล็อกเกอร์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนอย่างเคย

            "ช่วงนี้อากาศกำลังเย็นน่าจะลองไปกินราเม็งกันดูนะครับ อยู่ใกล้ๆนี่เองเดินไปสิบนาทีก็ถึง" ยูอิจิมักจะรู้ใจนายน้อยของเขาเสมอ นายน้อยของเขาไม่ชอบให้มีรถไปรับส่งหรือบอดี้การ์ดแห่กันมาคอยตามคุ้มกันใดๆทั้งสิ้นเพราะทั้งน่ารำคาญและยิ่งเป็นจุดสนใจในการเปิดเผยฐานะตน แทนที่จะปลอดภัยอาจกลายเป็นเป้านิ่งไปเสีย มีเพียงยูอิจิและแจยอลก็เพียงพอแล้ว

            "ก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากเดินไปเอง" เจ้าของร่างสูงนัยน์ตาดำคมเดินนำออกไป สองอารักขาทำงานกันอย่างรู้ใจ แจยอลรีบติดต่อไปบอกคนขับรถให้รออยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย ส่วนยูอิจิก็รีบเดินนำเส้นทาง

 

            ถึงร้านจะเล็กแต่ช่วงหัวค่ำคนในร้านราเม็งค่อนข้างแน่น ร่างสูงใหญ่อย่างแจยอลจึงเดินเข้าไปสำรวจในร้านเพื่อตรวจตราว่ามีอันตรายหรือไม่ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้ยูอิจิและฮิเดกิเข้ามาในร้าน

            ทันทีที่ฮิเดกิย่างกรายเข้ามา ร่างสูงและสายตาคมกริบดุจเสือร้ายของเขาเป็นที่ดึงดูดให้ทุกคนในร้านต้องหยุดทุกการกระทำแล้วหันมามองเขาเป็นตาเดียว เสียงผู้คนที่ดังจอแจยังกับนกกระจอกแตกรังกลับเงียบสนิทไปชั่วขณะทั้งที่ฮิเดกิแค่เดินเข้ามาเท่านั้นทว่ารังสีที่แผ่ออกมาจากรอบกายเขามันทำให้ทุกคนหวาดกลัว

            "มินจัง...มินจัง...ไปรับออเดอร์ให้ลุงหน่อยไป" ลุงโอดะชายวัยกลางคนกระซิบบอกทั้งยังใช้ศอกสะกิดเด็กสาวเพื่อย้ำเตือนทั้งที่เธอก็กำลังจะไปทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วเพียงแต่ลุงโอดะเกรงว่าจะช้าไป

            เด็กสาวเดินไปที่โต๊ะมุมในสุดซึ่งเพิ่งจะมีลูกค้าเป็นชายสามคนเข้ามานั่ง มือบางวางเมนูสามแผ่นบนโต๊ะก่อนจะทักทายพวกเขาตามปกติ

"สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?" เสียงเล็กใสดังลอดเข้าไปในโสตประสาททำให้ร่างสูงที่นั่งกอดอกช้อนตาขึ้นไปมองหน้าเด็กสาวพนักงาน

            ด้วยดวงหน้าสวยหวานนั้นดูดฮิเดกิให้หลุดไปอีกโลกหนึ่งทันใด วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ฮิเดกิไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจเต้นที่ดังอื้ออึงกังวานอยู่ในใจ ปากสีสวยอวบอิ่ม หน้าเรียวรูปไข่ และดวงตากลมโตสวยหวานคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับน่าประทับใจเสียจนไม่อาจละสายตาไปไหนได้

            "นายน้อยครับ...นายน้อย...ให้ผมสั่งให้ไหมครับ..." แจยอลเขย่าแขนคนข้างหน้าที่กำลังเหม่อลอยให้ได้สติ แต่คำถามนั้นกลายเป็นการลูบคมดูถูกนายน้อยของเขาไปเสียได้

            "ไม่ต้อง ฉันสั่งเอง เอ่อ...เอาอันนี้แล้วก็อันนี้" นิ้วใหญ่จิ้มส่งๆไปเพราะเขาไม่คุ้นเคยกับการกินอาหารในร้านแบบนี้เท่าไร

            "ได้ค่ะ รอซักครู่นะคะ" เด็กสาวยิ้มหวานพรางหยิบเอาเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะกลับไปด้วย แต่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสายตาคมจับจ้องทุกๆการเคลื่อนไหวของตัวเองอยู่

            ฮิเดกิจับจ้องเด็กสาวที่เดินไปเดินมาในร้าน เด็กผู้หญิงผิวขาว ปากชมพู ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน ผมยาวดำขลับที่ถูกมัดเป็นพวงไว้ด้านหลัง ส่วนเว้าส่วนโค้งที่รับกันดีมันช่างดูเย้ายวนทั้งที่เด็กสาวใส่เสื้อผ้ามิดชิด ขาเรียวเล็กในกางเกงยีนส์สีดำรัดรูปที่กำลังก้าวฉับๆอย่างแคล่วคล่องยิ่งดึงดูดให้ดวงตาคมแอบลอบมอง ทุกอย่างของเด็กผู้หญิงคนนี้ทำให้ใจของชายหนุ่มเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น

            เด็กสาวเอาราเม็งมาเสิร์ฟให้พร้อมกับโปรยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วเดินจากไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวกลุ่มชายหนุ่มอย่างที่คนอื่นเป็นกันเลยซักนิด

            "นายน้อยครับ มองมากเดี๋ยวเธอจะสึกหรอนะครับ" แจยอลแซวเจ้านายอย่างลืมตัวด้วยความปากเสียจนลืมนึกไปว่าคนที่ถูกแซวไม่ใช่เพื่อนเล่น จนอีกฝ่ายใช้สายตาคมกริบเหลือบมองกลับมาเมื่อนั้นคนปากดีถึงจะรู้สำนึก

            นี่เป็นครั้งแรกที่ฮิเดกิได้ลิ้มรสราเม็งร้านเล็กๆข้างทาง น้ำซุปกลมกล่อมกลิ่นหอมเคล้ากับเส้นบะหมี่ที่นุ่มหยุ่นทั้งยังหมูชาชูแทรกมันทำให้เนื้อมีรสหวาน รสชาติเหล่านี้ทำให้คนที่ถูกเลี้ยงด้วยเงินใช้ชีวิตราคาแพงมาโดยตลอดอย่างฮิเดกิต้องยกชามซดจนหมดเกลี้ยง

            ถึงแม้ว่านายน้อยของแจยอลและยูอิจิจะไม่พูดแต่สายตาและสีหน้าที่แสดงออกมาทำให้ชายหนุ่มทั้งสองยิ้มยกที่มุมปาก ร้านราเม็งแห่งนี้ทำให้นายน้อยของพวกเขาติดใจทั้งอาหารปากและอาหารตา...หลังจากนี้ไปคงจะต้องได้มาฝากท้องที่ร้านนี้ทุกวันแน่ๆ

 

            "พ่อจ๋าๆ ตื่นได้แล้ว!!! ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาแต่งตัวแล้วไปกินข้าวจ้ะ!" มินตริญาปลุกพ่อที่ยังไม่ตื่นจากความเมาด้วยเสียงดังลั่นในตอนตีห้า พร้อมกับกางขาโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กจัดแจงวางอาหารเช้าก่อนจะใส่รองเท้านักเรียนเพื่อเตรียมตัวออกไปโรงเรียน

            "โอ้ย...อะไรกันนักหนา ปลุกพ่อแต่เช้าเนี้ย..."

            คิคุชิ โทชิ ชายวัยสี่สิบห้าร่างอ้วนท้วม จมูกแดงเพราะสุราพูดทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่อย่างอารมณ์เสียเล็กน้อย อาการปวดหัวเมื่อคืนยังคงอยู่จากการดื่มเหล้าฉลองให้การกับได้เลื่อนตำแหน่งของเพื่อนนักเลงหางแถวขึ้นเป็นรองหัวหน้าเขตที่หนึ่งสาขาจูโอของกลุ่ม มิยากาวะ          

            "ก็พ่อบอกหนูเองว่าให้ปลุกเพราะต้องไปขับรถรับคุณหนูอะไรของพ่อแต่เช้านี่" สิ้นเสียงเตือนคนที่เพิ่งจะสร่างเมาก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที "เออ! จริงด้วย!"

            หน้าที่ใหม่ของโทชิคือเป็นคนขับรถซึ่งงานนี้เพื่อนที่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคนแนะนำให้ เห็นบอกว่าเป็นงานสำคัญ ให้กับลูกชายคนเดียวของท่าน มิยากาวะ โทระ มีนามว่า มิยากาวะ ฮิเดกิ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกขนานนามว่าจะได้เป็นนายใหญ่คนถัดไปแต่จะรู้กันเฉพาะแค่คนที่ทำงานใกล้ชิดและสมาชิกที่มีตำแหน่งสูงๆในกลุ่มเท่านั้น

            กลุ่มมิยากาวะเป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่นจนกินอาณาเขตคลอบคลุมไปยังจังหวัดใกล้เคียงไปยังภาคกลางและภาคใต้โดยแบ่งการปกครองออกเป็นสาขาประกอบด้วย คิตะ มินามิ ฮิคาชิ นิชิ และสาขาใหญ่คือ จูโอ ในแต่ละสาขาก็จะแบ่งเป็นเขตอีกทีโดยใช้ตัวเลขมาระบุเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ด้วยความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งของกลุ่มเป็นที่จับตามองของตำรวจตลอดเวลา รวมทั้งกลุ่มอื่นๆเองก็ยอมสวามิภักดิ์รวมตัวกันจนทำให้กลุ่มมิยากาวะยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมา

          ถึงโทชิจะเป็นแค่ลูกน้องปลายแถว เป็นแค่คนขับรถต๊อกต๋อย แต่โทชิก็ถูกสืบค้นประวัติผ่านการคัดกรองมาอย่างดี สำหรับเขาแล้วนี่คืองานสำคัญห้ามทำพลาดเด็ดขาด ทว่าโทชิกลับปิดบังมินตริญาลูกสาวตัวเองถึงรายละเอียดการทำงานของเขา โทชิเลือกที่จะไม่สักกลางหลังเพื่อโกหกกับลูกสาวตัวเองว่าได้งานใหม่เป็นคนขับรถธรรมดาเพราะถ้าลูกสาวจอมจู้จี้รู้เข้ามีหวังบ้านแตกแน่ๆ

            โทชิเข้าไปทำงานกับกลุ่มมิยากาวะเพียงเพราะแค่คิดว่ามันคงจะได้เงินง่าย สบาย แถมเท่เป็นที่กลัวเกรงอีกตั้งหากไม่ต้องใช้แรงเหมือนอย่างที่แม่ของมินตริญาต้องคอยไปนวดแผนโบราณวันละสิบห้าชั่วโมงเพื่อแลกกับทิปและเงินรายชั่วโมงที่จะโดนหักให้เจ้าของร้านตามตกลง เมื่อพูดถึงแม่ของเด็กสาวทีไรน้ำตาจะไหลด้วยความคิดถึงเมียรักที่ตายจากไปทุกที

 

            "โอ้โห้...รถโคตรหรูเลยว้อย" โทชิตาโตลุกวาวกับรถยุโรปนำเข้าสุดหรูราคาหลายล้านเยนที่อยู่ตรงหน้า เขาค่อยๆลูบไล้ไปที่ตัวรถสีดำมันสะท้อนแสงแวววาวอย่างตื่นเต้น

            "นี่มึงอย่าเอาความสกปรกไปติดรถนายท่านนะโว้ย!" เสียงดุดันจากร่างสันทัดสวมชุดสูทสีดำดูภูมิฐานแต่เสื้อข้างในกลับเป็นลายดอกไม้สีสันฉูดฉาดช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงตะโกนมาจากด้านหลังจนร่างท้วมสะดุ้งโหยง

            "ข...ขอโทษครับ!" มืออ้วนๆชักกลับไปไพล่ไว้ด้านหลัง

            "มึงชื่ออะไร?!" ปากที่คาบบุหรี่นั้นถามโทชิอย่างดุดัน "ผ...ผมชื่อ คิคุชิ โทชิ ครับ" เสียงจากลูกน้องปลายแถวอย่างโทชิช่างสั่นเบาแสดงถึงความกลัวเกรง

            "มึงฟังกูแล้วจำให้ขึ้นใจ...มึงต้องไปรับไปส่งนายน้อยตามตารางนี้และในทุกที่ที่นายน้อยต้องการ ห้ามคลาดสายตา เดี๋ยวจะมีอารักขาประจำตัวนายน้อยไปอีกสองคนซึ่งจะไปกับรถอีกคัน และที่สำคัญมึงจำไว้เลยว่า...ห้ามแพร่งพรายตัวตนที่แท้จริงของนายน้อยให้คนภายนอกกลุ่มรู้โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นนิ้วก้อยดุ้นเล็กๆของมึงโดนกุดแน่! เข้าใจไหม?!" มือหนาหยาบกระชากเอาคอเสื้อของโทชิขึ้นมาเพื่อที่จะตะโกนใส่หน้าได้อย่างถนัด "ค..ครับ เข้าใจแล้วครับ" เสียงของโทชิสั่นเพราะกลัว

            มาถึงตอนนี้โทชิชักไม่แน่ใจแล้วว่าการที่ตัวเองเข้ามาทำงานในกลุ่มมิยากาวะนี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดกันแน่ เมื่อใกล้เวลาโทชิขับรถออกจากโรงรถแล้วไปยังหน้าประตูบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณ ไม่นานนักประตูบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมก็ถูกเลื่อนออกจากด้านใน โทชิเห็นเด็กหนุ่มในชุดลำลองธรรมดาเดินออกมา อายุน่าจะมากกว่าลูกสาวของเขาซักสี่ปีได้

            แม้จะยังเป็นเพียงชายหนุ่มวัยรุ่นแต่รูปร่างที่สูงใหญ่นั้นช่างผึ่งผายภูมิฐานสร้างรัศมีความน่าเกรงขามแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ สำหรับโทชิแล้วชายหนุ่มคนนี้หน้าตาดีทีเดียวแต่นัยน์ตาดำคมนั่นช่างดุดันแข็งกร้าว สามารถสยบคนให้แพ้ราบคาบได้เพียงแค่เพ่งมอง ชายหนุ่มคนนั้นเพียงปรายตามามองไปที่โทชิก็มีอำนาจทำลายล้างอย่างมหาศาล เสมือนมีเสือโคร่งตัวใหญ่กระโจนเข้ามากัดกินร่างท้วมจนแหลกเหลว ทำให้โทชิกลัวจนขาสั่นทั้งที่ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ทำอะไรที่มากไปกว่าการมองสำรวจคนขับรถคนใหม่ของเขาเท่านั้น

            "คุณเป็นคนขับรถคนใหม่อย่างนั้นเหรอ?" สายตาดำคมมองต่ำลงมาเพื่อเอ่ยปากถาม แต่อำนาจในเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับทำให้ชายวัยกลางคนสั่นหนักเพราะความกลัว "ช...ใช่ครับ" เสียงโทชิสั่นเทากลืนหายลงไปในลำคอ

            "ผม มิยากาวะ ฮิเดกิ คิดว่าคุณคงรู้เส้นทางและตารางทั้งหมดจากคนของพ่อแล้ว วันนี้ผมจะไปมหาวิทยาลัย" เด็กหนุ่มแนะนำตัวเองด้วยเสียงเรียบเฉยทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมาเสวนากับคนขับรถอย่างโทชิด้วยซ้ำ ไม่นานนักรถอีกคันก็ตามหลังมามีเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันสองคนขึ้นรถคันหลังไปแล้วขับออกไปยังปลายทางเดียวกัน

            "ไหนหัวหน้าบอกว่าจะมีอารักขามาประกบอีกสองคนไงวะ? ไม่เห็นมีเลย" โทชิเกาหัวด้วยความสงสัย

            "ก็นั้นแหละสองคนนั้นเป็นเด็กอารักขาประจำตัวนายน้อย โตมาด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด เป็นลูกของหัวหน้าสาขาที่ตายไป นายแม่สงสารเลยรับมาอุปการะแล้วนายใหญ่ก็เอามาฝึกเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองนายน้อยโดยเฉพาะ เขาเรียนด้วยกันที่นี่" คนขับรถอีกคันเดินล้วงกระเป๋าควักบุหรี่ออกมาจุดสูบพร้อมทั้งอธิบายให้โทชิเข้าใจ

            "ทำไมต้องคุ้มกันขนาดนี้ด้วยวะ"

            "มึงไม่รู้อะไร ตอนเด็กๆนายน้อยเคยถูกลักพาตัวโดยกลุ่มศัตรู นายแม่เองก็ตายในตอนนั้น ตั้งแต่นั้นมานายใหญ่ก็สั่งจัดคนคุ้มครองนายน้อยตลอด 24 ชั่วโมง มึงงานเข้าแล้วล่ะมาเป็นคนขับรถให้นายน้อย ไอ้คนเก่ามันถูกตัดนิ้วแล้วขับออกจากกลุ่มเพราะขับรถชนกับคันอื่น มึงเองก็ตั้งใจขับรถดีๆล่ะ วันดีคืนดีระวังจะมีรถมาขนาบข้างไล่ยิงเพราะต้องการปลิดชีพทายาทมิยากาวะก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆ"

             คำขู่นี่ทำเอาโทชิเหงื่อตกยิ่งหนักใจเข้าไปใหญ่ แต่ในครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกเหล้าและตั้งใจทำงานเพื่อลูกสาว ปีหน้ามินตริญาก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เขาตั้งใจจะทำงานเก็บเงินเพื่อให้ลูกสาวได้เรียน นี่ถือว่าเป็นสิ่งเดียวที่เขาอยากจะทำเพื่อลูกสาวจริงๆจังๆซักครั้ง ที่ผ่านมามินตริญาเป็นเด็กดี ฉลาด เรียนเก่ง ขยัน ทั้งยังทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเองและพ่อ เรียกได้ว่าได้เลือดความแข็งแกร่งมาจากแม่อย่างเต็มเปี่ยม ในขณะที่โทชิกลับเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนทำงานไม่ทน ตั้งแต่เมียตายไปก็ติดเหล้าเมามายจนกลายเป็นภาพชินตา มีบางวันก็อดมื้อกินมื้อกันไปสองคนพ่อลูกแต่ก็สู้มาด้วยกันตลอดจนกระทั่งวันนี้

 


ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha