ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : สั่งสอน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




           "โอ้ซ! ยินดีต้อนรับครับ โต๊ะด้านในสุดยังว่างครับ" ลุงโอดะทักทายกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นชายสามคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน พวกเขามากินราเม็งทุกเย็นจนลุงโอดะยกให้เป็นลูกค้าประจำไปแล้ว หากแต่เพียงพวกเขาไม่ได้มาลิ้มรสลองกินราเม็งแต่เพียงอย่างเดียว ลุงโอดะรู้ดีว่าหนึ่งในสามคนนั้นแอบชอบเด็กเสิร์ฟในร้านอย่างมินจังแน่ๆ

            ฮิเดกิ แจยอลและยูอิจิ มักจะชอบนั่งโต๊ะด้านในสุดจนลุงโอดะรู้ดีเลยว่าเมื่อถึงเวลาพลบค่ำจะต้องจัดแจงโต๊ะตัวเดิมให้ว่างเอาไว้ก่อน ไม่รู้เพราะอะไรแต่ลุงโอดะกลับเกรงใจคนหนุ่มพวกนี้ทั้งที่ตัวเองก็มีอายุไม่ใช่น้อย

            "มินจัง มินจัง คิดเงินด้วยจ้ะ"

            "ค่า ได้ค่ะ รอซักครู่นะเซ็ตซัง"

            ตลอดสองสามเดือนที่ฮิเดกิเข้ามากินราเม็งทำให้เขารู้ดีเลยว่าสาวน้อยคนนี้เป็นเด็กร่าเริง ช่างเจรจา ยิ้มเก่งเพราะงานที่เธอทำต้องคอยบริการต้อนรับลูกค้ามากหน้าหลายตา และลูกค้าทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนอายุเท่าไรก็ตามจะรู้จักสนิทสนมกับเธอแทบทุกคน แต่ที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลยก็เห็นจะเป็นตอนที่เธอต้องไปพูดคุยกับลูกค้าผู้ชายคนอื่น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานของเธอก็ตามแต่มันก็ทำให้ใจของฮิเดกิรุ่มร้อนจนอยากจะเอาปืนไปจ่อหัวยิงพวกมันเรียงตัวเสียด้วยซ้ำ

            ช่วงนี้มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้จิตใจของมินตริญาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นั่นก็เป็นเพราะมีชายหนุ่มท่าทางลึกลับแต่หล่อบาดใจเข้ามากินราเม็งที่ร้านในช่วงเวลาเดียวกันทุกวันจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปเสียแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน เขามักจะมากับเพื่อนอีกสองคนแล้วนั่งโต๊ะด้านในสุดเสมอ

            ทุกๆครั้งที่ผู้ชายคนนั้นสั่งอาหารมันไม่เหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆที่สั่งๆ กิน จ่ายเงินแล้วเดินออกไป แต่กับผู้ชายคนนี้กลับทำให้เด็กสาวรู้สึกถึงบางอย่างที่ส่งออกมาทางสายตาของเขา สายตานั้นที่จ้องมองมาราวกับมีนักรบถือดาบพุ่งทะยานมาจ้วงแทงแต่เมื่อใกล้กายบางกลับยื่นมือมาเขี่ยแก้มอย่างแผ่วเบาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนจนหัวใจของมินตริญาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

            เด็กสาวไม่อยากจะคิดว่าเขาแอบชอบเธอเพราะมันเหมือนกับเข้าข้างตัวเองแต่พอหันไปทีไรก็มักจะเห็นผู้ชายคนนั้นมองมาที่ตัวเธอเองเสมอ แต่เขากลับไม่ทำอะไรมากไปกว่าการมองและการสนทนาด้วยประโยคสั้นๆสองสามประโยคจากการสั่งอาหาร ทว่ากลับทำให้สาวน้อยหวั่นไหว มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นมากะทันหันเพราะเสน่ห์เหลือร้ายของเขา ถ้าเป็นเรื่องชอบใครซักคนเธอคงยกใจให้กับ จินยะ ไปเสียแล้ว

            "สวัสดีครับทุกคนสบายดีไหม?"

            แค่เพียงคิดถึง ชายหนุ่มที่อยู่ในใจมาตลอดก็ใช้มือแหวกม่านผ้าบังหน้าเข้ามาในร้านทันใด

            "จินจัง" ดวงหน้าสวยหวานที่นิ่งเฉยฉีกยิ้มขึ้นมาทันใด มันเด่นชัดเสียจนคนที่อยู่โต๊ะด้านในสุดต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

            “ว่าไงมินจังสบายดีนะ ตั้งใจเรียนเหมือนเดิมหรือเปล่า” มือใหญ่หนาอบอุ่นยกขึ้นมาขยี้หัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะเดินไปทักทายพ่อและแม่ของตัวเองอย่างคิดถึง ดวงตากลมโตมองตามชายผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นด้วยนัยน์ตาเปล่งประกายแวววาว

            ยูอิจิและแจยอลเงยหน้าขึ้นละจากชามราเม็งเนื่องจากรู้สึกถึงบรรยากาศดำมืดดั่งเมฆฝนที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นพายุ สายตาคมมองชายผู้มาเยือนสลับไปมากับเด็กสาว นัยน์ตาดำคมฉายแววเฉือดเฉือนเสียจนอารักขาทั้งสองถึงกับหนาวสันหลัง ร่างสูงลุกขึ้นไม่พูดไม่จาเดินออกไปจากร้านทันที แจยอลและยูอิจิรีบไปจ่ายเงินแล้ววิ่งตามออกไปแทบไม่ทัน

            “มันเป็นใคร?” นี่เป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของฮิเดกิระหว่างทางที่เดินกลับมามหาวิทยาลัย แค่นี้แจยอลและยูอิจิก็รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ ยูอิจิแยกตัวออกไปจากกลุ่มให้แจยอลคุ้มกันนายน้อย ส่วนตัวเองก็ย้อนกลับไปที่ร้านโอดะราเม็ง ร่างสูงดึงเอาฮู้ดที่ติดกับคอเสื้อมาคลุมหัวตัวเองไว้กันหนาวและอำพราง เขายืนรออยู่ข้างเสาไฟไม่ห่างจากร้านราเม็งมากนักจนกระทั่งไฟหน้าร้านปิดไม่นานนักก็เห็นเด็กสาวและชายคนนั้นเดินออกมาด้วยกัน

            “เดี๋ยวฉันไปส่งมินจังดีกว่า มันดึกมากแล้ว” มือใหญ่จับไปที่หัวของเด็กสาวด้วยความเอ็นดู

            “ไม่ต้องลำบากหรอกจินจัง ปกติก็กลับเวลานี้ ไม่เป็นไรหรอก”

            “ไปเถอะ ฉันเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับเธอเยอะเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

          เด็กสาวยิ้มปริแก้มแดงด้วยความอาย ทั้งสีหน้าและสายตาที่แสดงออกมามันชัดเจนมากว่าเด็กสาวแอบชอบชายที่อาสาไปส่งเธอที่บ้าน ทั้งสองคุยกันกระหนุงกระหนิงมีควงแขนกันบ้างเล็กน้อย แต่สิ่งที่ชายผู้นั้นทำบ่อยที่สุดคือยกมือมาลูบหัวอย่างเอ็นดู

            จนกระทั่งมาถึงอพาร์ทเม้นท์เก่าๆสองชั้นให้เช่าแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากร้านราเม็งมากนัก ทั้งคู่ยืนคุยกันได้ซักพักแล้วก็แยกกัน ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นแค่การไปรับส่งธรรมดาเมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรแล้วยูอิจิจึงหันหลังกลับ แต่ก็มาเห็นลุงโทชิคนขับรถคนใหม่ของนายน้อยเดินผ่านหน้าปากซอยตรงไปยังอพาร์ทเม้นท์ของเด็กสาวเมื่อครู่ ด้วยลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ยูอิจิเดินตามลุงโทชิไปห่างๆ และแล้วก็มาถึงบางอ้อเมื่อเด็กสาวเปิดประตูออกมารับลุงโทชิแล้วก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างพ่อลูกสั้นๆ

            "หึ...อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง"

 

            สองวันมาแล้วที่ฮิเดกิยังคงหัวเสียเกี่ยวกับเรื่องของเด็กสาวร้านราเม็ง หลังจากวันนั้นจิตใจของเขาก็ขุ่นมัวมีแต่โทสะ ยิ่งคิดถึงภาพที่เด็กสาวยิ้มหวานให้ชายคนนั้นใจมันก็เดือดพล่าน กระสับกระส่าย งุ่นง่านอย่างไม่เคยเป็น สิ่งเดียวที่ทำได้คือมาลงอารมณ์โกรธกับการฟาดดาบไม้อย่างเกรี้ยวกราดใส่คู่ซ้อมไม่ยั้ง

            "โอ้ย! โอ้ย! นายน้อยครับ! เบาๆ! โอ้ย!" แจยอลตะโกนร้องวิงวอนขอให้นายน้อยของเขาเบามือก่อนที่จะโดนซ้อมจนตายด้วยแรงโมโห

             ยูอิจิไม่กลับบ้านมาสองวันแล้วคงเพราะมัวแต่ตามสืบข่าวให้นายน้อยเป็นแน่ แจยอลจึงต้องกลายเป็นคู่ซ้อมเคนโดและเทควันโดให้นายน้อยทุกวันจนร่างจะแหลกอยู่รอมร่อ ไม่นานเกินรอร่างสูงของยูอิจิก็เลื่อนบานประตูห้องซ้อมเคนโดเข้ามา ทำให้ดาบไม้ที่กำลังจะฟาดลงไปบนเม็งของคู่ซ้อมชะงักงัน ยูอิจิไม่รอช้ารีบเข้ามานั่งแล้วก้มหน้ารายงานสิ่งที่ตัวเองไปสืบมาทันที

            "นายน้อยครับ เธอชื่อ คิคุชิ มินตริญา ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น อายุสิบแปดปีเป็นลูกสาวของคนขับรถคนใหม่ของนายน้อยที่ชื่อ คิคุชิ โทชิ ครับ เธอกำลังรอฟังผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับเราในคณะแพทยศาสตร์"

            ร่างสูงถอดเม็งออกจากหัวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อก่อนจะหันขวับมามองยูอิจิด้วยดวงตาที่เบิกกว้างแต่กลับไม่พูดอะไร

            "ส่วนผู้ชายคนนั้นชื่อ โอดะ จินยะ เป็นลูกชายของสองสามีภรรยาที่ร้านราเม็ง แต่นายน้อยครับ เขาเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นผู้กำกับการตำรวจในเขตจังหวัดพื้นที่ของเราซึ่งตอนนี้ทางสาขาจูโอกำลังมีปัญหากับเขาเรื่องไม่ยอมรับสินบน"

            "หึ" ฮิเดกิยกมุมปากยิ้มเย้ยหยัน เขาไม่ได้หวาดหวั่นกับเรื่องของ โอดะ จินยะ ที่ยูอิจิบอกเท่าไรนัก

            “ส่วนเรื่องนั้นผมคิดว่า คิคุชิ มินตริญา คงจะแอบ...”

            “พอ...หยุด! เรื่องนั้นฉันไม่ได้ถาม!” เพราะเสียงคำรามจากฮิเดกิทำให้ยูอิจิที่กำลังจะรายงานเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงทั้งสองต้องก้มหน้างุด นั้นเพราะลึกๆแล้วฮิเดกิไม่อยากฟังให้เจ็บปวดใจ...แค่เห็นสายตาของเด็กคนนั้น...เขาก็รู้แล้วว่าเธอแอบชอบไอ้ตำรวจนั่น มันเจ็บเสียดเหมือนมีใครเอาดาบซามูไรมาฟาดฟันที่ดวงใจเมื่อคิดว่าชายที่อยู่ในใจเด็กสาวกลับเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง...

            ไม่นานนักประตูห้องซ้อมก็ถูกเลื่อนเปิดออกอีกครั้งเผยให้เห็นชายชราร่างสันทัดสวมฮะกะมะและกิสีดำเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มทั้งสามรีบโค้งทำความเคารพทันที ผมทั่วทั้งหัวสีขาวโพลนถูกชโลมด้วยน้ำมันหวีเสยไปด้านหลังเปิดหน้าผากกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแห่งประสบการณ์ ริมฝีปากบางเม้มสนิทมุมปากตก ติ่งหูยาวและหนาแสดงให้เห็นถึงสติปัญญาที่ชาญฉลาดตามหลักโหงวเฮ้ง ดวงตาฝ้าฟางสีเทาขุ่น ทว่าเมื่อกรอกตามองไปที่ไหนก็หนาวไปถึงขั้วหัวใจนั่นเป็นของชายที่ชื่อ นิชิกาวะ ฮิเดโนริ

            "พร้อมหรือยังฮิเดกิ วันนี้พวกเรามีประชุมใหญ่"

            เสียงทุ้มต่ำเย็นเยือกพูดเพื่อเตือนเด็กหนุ่มคนที่เขารักเหมือนหลานชายของตัวเอง ฮิเดกิเป็นชื่อที่เขาตั้งให้และเขาก็สอนทุกสิ่งให้เด็กคนนี้มาด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่

            นิชิกาวะ ฮิเดโนริ เป็นเพื่อนรักเพื่อนตายที่ร่วมก่อตั้งกลุ่มมิยากาวะขึ้นมาพร้อมๆกับ มิยากาวะ เคนจิ ปู่ของฮิเดกิซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่สงครามระหว่างกลุ่มเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ด้วยประสบการณ์และความเก่งกาจปัจจุบันจึงนั่งแท่นเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของกลุ่มมิยากาวะที่ใครๆก็ต้องฟังเมื่อปู่ฮิเดโนริพูด

            "ทราบแล้วครับ ผมไม่มีทางลืม"

            "แล้ว...รอยสักประจำกลุ่ม...เสร็จหรือยัง"

            "ยังครับ ก่อนหน้านี้ผมยุ่งๆเรื่องเรียน แต่ตอนนี้ผมเรียนจบแล้วจะไปต่อลายให้เสร็จครับ"

            "อืม รีบไปจัดการให้เสร็จภายในปีนี้ซะ"

            "ครับ" ร่างสูงโค้งให้ปู่ฮิเดโนริอีกครั้งหลังจากร่างสันทัดนั้นเดินจากไปเงียบๆ จะว่าไปเขาก็ละเลยไม่ได้ไปให้ช่างสักประจำกลุ่มสานต่อลายที่ร่างไว้นานแล้ว ลายประจำกลุ่มมิยากาวะที่ลุงฮิเดโนริเป็นคนเลือกให้ช่างสวยและมีมนต์ขลัง ทุกคนที่ได้เป็นมิยากาวะเต็มตัวจะต้องสักลายเสือโคร่งกลางหลัง แต่เขากลับไม่อยากให้เสือตัวนั้นมาอยู่บนกาย...

 

            ในห้องประชุมใหญ่ที่เป็นแบบญี่ปุ่นขนาดสิบสี่เสื่อภายในถูกตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่นั่งหัวโต๊ะคือตำแหน่งของนายใหญ่ ด้านหลังเป็นโทะโคะโนะมะซึ่งแขวนคะเคะจิคุที่เป็นตัวหนังสือญี่ปุ่นบ่งบอกคติพจน์ประจำกลุ่มและด้านล่างเป็นแจกันดอกไม้อิเคะบะนะที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางห้องมีโต๊ะเตี้ยวางเรียงต่อกันเป็นแถวยาว บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารชั้นสูงเลิศหรู ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออกเมื่อมองออกไปก็จะเห็นสวนญี่ปุ่นร่มเย็นซึ่งถูกจัดไว้อย่างเรียบง่ายทว่าสวยงาม  และในตอนนี้หัวหน้าใหญ่สาขาทั้งห้ามารอพร้อมแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน มิยากาวะ โทระ นายใหญ่ของกลุ่มเดินเข้ามาในห้องตามมาด้วยปู่ฮิเดโนริ ทันใดนั้นในห้องก็อบอวลไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาให้ยำเกรง

          "เอาล่ะ มากันครบแล้ว ก่อนจะเริ่มการประชุมฉันขอแจ้งให้ทุกคนรู้ไว้ก่อนว่าต่อจากนี้ฉันจะให้ลูกชายเข้ามาร่วมประชุมด้วย"

            ทุกสายตาที่เหี้ยมเกรียมชายตาไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ท้ายสุดของโต๊ะพร้อมกัน ฮิเดกิสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาทับบ่าของเขาให้หนักอึ้ง

          "หึ...นี่เห็นพวกผมเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ถึงจะยกตำแหน่งนายใหญ่ให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างนี้โดยข้ามหัวพวกเราไปหน้าตาเฉย" หัวหน้าสาขาคิตะ มัตซึโมะโตะ ซาโตชิ พูดดักคอแสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันทีด้วยนิสัยส่วนตัวที่มักใจร้อนชอบใช้กำลังและไม่ค่อยถูกชะตากับฮิเดกิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

          "ฉันเป็นคนออกความเห็นให้ฮิเดกิเข้ามาเอง เขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่และมีคุณสมบัติครบถ้วนบางทีเราก็ต้องการความเห็นที่เป็นปัจจุบันบ้าง" ปู่ฮิเดโนริพูดตัดบทให้เหตุผล ทำให้ซาโตชิพอจะหุบปากเงียบไปได้

            การประชุมเริ่มขึ้นเนื้อหาในการพูดคุยมีแต่เงินที่ได้มาอย่างไม่ชอบธรรมไม่ว่าจะเป็นการค้าอาวุธเถื่อน ลักลอบค้ามนุษย์และยาเสพติด ถึงแม้ว่าในช่วงสิบปีหลังมานี้นายใหญ่อย่างโทระจะยกเลิกระบบเรียกเก็บค่าคุ้มครองไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีการแอบเก็บจากลูกกระจ๊อกปลายแถวเพราะยังติดนิสัยที่ได้เงินมาโดยง่ายใช้อำนาจรังแกคนที่อ่อนแอกว่า

            “ขอโทษนะครับ ผมมีเรื่องเสนอ” ฮิเดกิยกมือขอแสดงความเห็นเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง สายตาทุกคู่หันมามองชายหนุ่มด้วยความคาดหวัง

            “ฮิเดกิ ฉันให้แกมานั่งฟัง ไม่ได้ให้มาเสนอ” โทระปรามลูกของตนเพราะก่อนเข้ามาเขาได้ย้ำบอกกับลูกชายไว้แล้วว่าอย่าเพิ่งได้พูดอะไรเพราะอาจจะทำให้สมาชิกระดับสูงที่มาในวันนี้ไม่พอใจลูกชายของตนจนทำให้ชวดตำแหน่งนายใหญ่คนต่อไปเอาได้

            “แต่ฉันอยากฟัง พูดมาฮิเดกิมีอะไร” ปู่ฮิเดโนริยกมือขึ้นปรามโทระ

          “ขอบคุณครับที่เปิดโอกาสให้ผมได้เสนอความเห็น ในปัจจุบันมีการแก้กฎหมายให้ตำรวจมีอำนาจในการปราบปรามกลุ่มแก๊งที่เห็นว่าเข้าข่ายใช้ความรุนแรงและทำเรื่องผิดกฎหมาย เท่าที่ผมฟังมาเมื่อครู่ เรื่องที่กลุ่มเรากำลังทำอยู่มันเสี่ยงต่อการโดนปราบปรามได้โดยง่าย เมื่อนั้นกลุ่มของเราคงจบสิ้นแน่ๆ ทำไมเราถึงไม่ยกเลิกการหาเงินด้วยการค้าอาวุธเถื่อน ยาเสพติด และค้ามนุษย์ไป แล้วมาหาเงินที่ได้เป็นกอบเป็นกำไม่แพ้กันอย่างสุจริตแทน เช่น เล่นหุ้น เก็งกำไร เป็นเจ้าของอสังหา และเป็นเจ้าของธุรกิจต่างๆแทน” ถึงฮิเดกิจะพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยพลัง ทำเอาคนรุ่นใหญ่ๆตั้งอกตั้งใจฟังอย่างจริงจัง

            ถึงปู่ฮิเดโนริจะไม่พูดออกมาแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าเขาออกจะเห็นด้วยกับหลานชายคนนี้ด้วยซ้ำ ทว่าการจะเปลี่ยนความคิดและนโยบายกลุ่มมิยากาวะที่สืบทอดและทำกันมากว่าหกสิบปีจนกลายเป็นรากฝังลึกนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก  พวกเขารู้แต่วิธีการได้เงินมาแบบร้อนๆเท่านั้น

            “ฮึ ฮึ...ฮ่าๆๆๆ ดูไอ้เด็กบ้าคนนี้มันพูดซิ! นี่เอ็งคิคจะให้พวกเราอยู่เป็นเบี้ยล่างของตำรวจอย่างนั้นเหรอ?! ตลกสิ้นดี! พวกเรากลุ่มมิยากาวะมีอำนาจมากกว่าตำรวจทั้งกรมเสียอีก จะต้องไปกลัวมันทำไม! ยัดเงินให้มันไปซิ! แล้วอีกอย่างจะให้ไปเล่นหุ้น?! ถุ้ย! กระจอก!”ซาโตชิจงใจพูดให้ฮิเดกิได้อายกลางที่ประชุม ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีความรู้ในเรื่องที่ฮิเดกิพูดมาซักอย่าง นักเลงอย่างซาโตชิที่เรียนจบก็แค่ชั้นมัธยมต้นชนิดที่ไปขู่กรรโชกอาจารย์มาเลยทำให้เขาจบ มีความรู้เท่าหางอึ่ง ที่ได้เป็นหัวหน้าสาขาคิตะใหญ่โตคับฟ้าก็เพียงเพราะลูกบ้าดีเดือดที่ตัวเองมีเท่านั้น

ในขณะที่ซาโตชิกำลังพ่นไฟใส่ความฮิเดกิว่าเป็นเด็กน้อยไร้ประสบการณ์แล้วจะให้มาเป็นนายใหญ่ต่อจากโทระคงจะเป็นไปไม่ได้ อันที่จริงแล้วซาโตชิเองก็หวังตำแหน่งนายใหญ่คนต่อไปเช่นกัน จึงทำทุกวิถีทางที่จะให้ไอ้เด็กตัวเก็งเต็งอันดับหนึ่งอย่างฮิเดกิตกข้างทางไปเสีย

“หยุดก่อนซาโตชิ แต่ฉันเห็นด้วยกับฮิเดกิ”

ประโยคที่หลุดมาจากปากปู่ฮิเดโนริทำให้ซาโตชิเงียบลงอีกครั้งแต่ก็ยังแสดงอาการโกรธฮึดฮัดออกมาให้เห็น

“ปณิธานเดียวของฉันคือการได้เห็นกลุ่มมิยากาวะเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่ต้องมาจบภายในชั่วพริบตาเพราะความไม่รู้และไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าเรายังขืนทำเรื่องผิดกฎหมายก็เห็นทีว่ากลุ่มเราคงจะอยู่ยาก ดังนั้นในวันนี้เราจะมาหารือกันเรื่องยกเลิกธุรกิจค้าอาวุธเถื่อน ยาเสพติด และค้ามนุษย์”

ปัง!

เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้อง ซาโตชิผู้ที่มีรายได้หลักจากสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ถึงกับทนไม่ได้หลังจากได้ยินกฎบ้าบอซึ่งถูกเสนอโดยไอ้เด็กเมื่อวานซืนแล้วก็ดันมีผู้อาวุโสคอยหนุนหลังให้

“ฮิเดโนริซะมะ[1]! นี่ก็เห็นดีเห็นงามกับไอ้เด็กคนนี้ด้วยเหรอ! บ้ากันไปหมดแล้ว! เหี้ยเอ้ย!” หัวหน้าสาขาคิตะสบถด่าออกมาด้วยความเดือดดาลเหลืออด แหล่งทำเงินเดียวของเขากำลังจะหายไปแต่กลับไม่มีใครเอ่ยปากคัดค้านไปกับเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ถึงแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของเด็กหนุ่มแต่การสบถอย่างหยาบคายของซาโตชิสร้างความไม่พอใจให้กับหัวหน้าสาขาอื่นๆที่นับถือปู่ฮิเดโนริเสมือนเจ้าชีวิตตั้งท่าลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับปืนและดาบโอคะตะนะที่เอวออกมาเตรียมยิงและฟาดฟันหัวไอ้คนปากเสียหากซาโตชิยังไม่ยอมหยุดลามปาม

“ระวังปากเอาไว้ด้วยครับมัตซึโมะโตะซัง[2]ผมเข้าใจดีว่าคุณไม่ชอบความคิดของผม แต่เรื่องนี้มันไม่ได้ยากอะไรหากจะเปลี่ยนแปลง สมัยนี้สมาชิกรุ่นใหม่ที่เข้ากลุ่มมามีแต่คนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งนั้น ถ้าสอนกันดีๆพวกเขาสามารถทำเงินให้คุณได้อยู่แล้ว หรือที่คุณไม่พอใจก็แค่เพราะกลัวว่าตำแหน่งจะหลุดลอยไปยังคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมากกว่า?

ฮิเดกิจงใจลูบคมหัวหน้าสาขาคิตะกลับด้วยความไม่พอใจที่ซาโตชิปากเสียพลั้งปากด่าเขาอย่างหยาบคายกลางที่ประชุมโดยไม่เกรงใจใครแม้กระทั่งปู่ฮิเดโนริ

“ไอ้เด็กเหี้ยเอ้ย! ปากดีนักนะมึง!"

"พอได้แล้ว!" เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกตวาดลั่นห้องประชุมที่กำลังประทุเดือด เหตุการณ์วุ่นวายที่กำลังก่อตัวรอมร่อพลันเงียบลงทันใด ซาโตชิทิ้งตัวนั่งลงพลางเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ

"ใครไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ บอกมา!"

เหตุการณ์เมื่อครู่ไปกวนตะกอนน้ำในใจผู้เฒ่าฮิเดโนริให้ขุ่นข้นจนต้องสำแดงพระเดชออกมาให้คนรุ่นหลังหวาดกลัวและเกรงใจเพียงแค่แผดเสียง หัวหน้าสาขาอื่นๆพากันอึกอักไม่กล้าพูดออกไป

 

แต่กลับมีเพียงหัวหน้า สาขามินามิ นามว่า คะนะยะ ทาคาชิ เท่านั้นที่ยกมือแต่ไม่ใช่เพื่อบอกว่าไม่เห็นด้วย

"ฮิเดโนริซะมะ ผมเกรงว่าหัวข้อนี้อาจจะยากเกินไปที่จะสามารถกำหนดได้ในวันนี้ ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับความคิดนี้แต่...รายละเอียดและวิธีการนั้นยังไม่ชัดเจนและพวกเราเองก็ยังมองไม่เห็นหนทางว่ามันจะยกเลิกสิ่งที่พวกเราทำกันมาอย่างยาวนานได้อย่างไร ดังนั้นผมคิดว่าควรจะให้เวลาพวกเราได้เรียนรู้กันอีกสักพัก จนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วถึงจะสามารถทยอยเลิกระบบเหล่านี้ได้"

ทุกคนในห้องประชุมต่างเห็นด้วยกับเหตุผลนี้ของ คะนะยะ ทาคาชิ ชายที่ดูภายนอกแล้วไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นสมาชิกระดับสูงของกลุ่มมิยากาวะ ด้วยลักษณะภายนอกที่ดูใจเย็น สุภาพน่าเชื่อถือเสียจนสมาชิกคนอื่นยังคิดว่าเขาน่าจะไปเป็นนักการเมืองมากกว่ามาอยู่ในกลุ่มนักเลง

หัวหน้าสาขามินามิคนนี้ได้ดิบได้ดีก็ด้วยเพราะความฉลาดแกมโกง เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวและเจรจาเก่งมากที่สุดในบรรดาหัวหน้าสาขาทั้งหมด ในเกาะคิวชูทั้งหมด คะนะยะ ทาคาชิ เป็นคนดูแล ตำรวจท้องถิ่นเองก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตามทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการค้าผิดกฎหมายบางอย่างของกลุ่มมิยากาวะก็เพราะการเจรจาของเขานี่เอง

"อืม...เข้าใจแล้ว เอาล่ะฮิเดกิ ในการประชุมเดือนหน้าให้เอารายละเอียด วิธีการและหนทางที่เป็นไปได้มาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นกว่านี้ด้วย"

"ครับ" ชายหนุ่มก้มหัวน้อมรับคำสั่งจากปู่ฮิเดโนริด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"มีใครจะเสนออะไรอีกไหม?...ถ้าไม่มีขอปิดการประชุมแต่เพียงเท่านี้" โทระรีบตัดบทก่อนที่เจ้าลูกชายตัวดีจะก่อเรื่องขึ้นอีก

หัวหน้าสาขารวมทั้งผู้อาวุโสคนอื่นๆทยอยเดินออกจากห้องไปพร้อมกับถกเถียงกันด้วยความกังขากับข้อเสนอแนะที่จะทำให้กลุ่มหันมาทำธุรกิจใหม่เพื่อเงินสะอาด สายตาเคียดแค้นที่มองมาจากฝากตรงข้ามโต๊ะล่อให้ฮิเดกิที่ยังคงนั่งอยู่ในห้องเหลือบไปมอง

"ไอ้เด็กเวร มึงจำไว้นะ หากกู มัตซึโมโตะ ซาโตชิ คนนี้ไม่ได้ตบสั่งสอนมึงให้หายเกรียน ไม่ต้องมาเรียกกูว่าหัวหน้าสาขาคิตะ!" ซาโตชิ ทิ้งท้ายประโยคสั้นๆที่อัดแน่นไปด้วยโทสะไว้กับฮิเดกิก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไปพร้อมกับลูกสมุนอีกสี่คน ถึงแม้ว่าโทระและปู่ฮิเดโนริจะอยู่นอกห้องแต่ก็ได้ยินคำพูดของซาโตชิทุกคำ งานนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว....



[1] ซะมะ เป็นคำต่อท้ายชื่อแสดงถึงการยกย่องตรงกับคำว่า "ท่าน" ในภาษาไทย

 

[2] ซัง เป็นคำต่อท้ายชื่อแสดงความสุภาพ ตรงกับคำว่า "คุณ" ในภาษาไทย





ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha