ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : การจากลาที่ไร้ตัวตน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




หลังจากโดนผู้เป็นพ่อต่อยต่อหน้าทุกคน ร่างสูงเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องนอนตัวเองเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงกระเป๋าเป้ เขารอเวลานี้มานานแล้วตั้งแต่แม่ตายไปเขาไม่เคยมีความสุขกับการมีชีวิตที่เหลืออยู่กับสิ่งแวดล้อมแบบนี้เลยสักวัน

            แม่ที่ยอมแลกชีวิตตัวเองกับชีวิตลูกอย่างเขา...ใจดวงใหญ่เริ่มเจ็บแปลบอีกครั้งเมื่อย้อนนึกถึงอดีตเมื่อสิบสองปีที่แล้ว แม่และฮิเดกิในวัยเก้าปีถูกลักพาตัวเพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองในการแก้แค้นสงครามระหว่างกลุ่มในอดีต สิ่งที่พวกมันอยากได้คือชีวิตของ มิยากาวะ โทระ แต่ด้วยความเป็นแม่เธอจึงพยายามช่วยให้ลูกของตนรอดชีวิตทุกวิถีทาง เธอออกอุบายให้ปล่อยตัวฮิเดกิแล้วทิ้งตนให้เหลืออยู่เป็นตัวประกันแทน

          โทระยอมแลกชีวิตของตนทันทีอย่างไม่รีรอเพื่อเข้าช่วยเมียและลูก ทว่าโทระกลับถูกห้ามปรามด้วยสมาชิกอาวุโสคนอื่นๆเพราะไม่อยากให้กลุ่มต้องมาสูญเสียนายใหญ่ไปเพราะกลุ่มเล็กๆที่สลายไปแล้ว หากเป็นไปได้สมาชิกจะต้องรักษานายใหญ่เอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสั่นคลอนของกลุ่มในภายหลัง ทุกคนพยายามยื่นข้อเสนอเป็นเงินและกิจการบ่อนพนันให้คนโฉดที่ลักพาตัวนายแม่ของกลุ่มไป ทว่าสิ่งที่พวกมันต้องการมีเพียงชีวิตของโทระเท่านั้น ในเมื่อทำตามเงื่อนไขที่เสนอไปไม่ได้ ความแค้นก็ย่อมต้องล้างด้วยชีวิต นายแม่ของกลุ่มมิยากาวะถูกสังหาร เธอถูกยิงเข้าไปที่หลังศีรษะอย่างโหดร้ายไร้ความปราณี

            ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่ามือสังหารจะกลายเป็นศพไร้หัวปริศนาซึ่งตำรวจไปเจอที่ท่าเรือร้างในเมืองโกเบก็ตาม ทว่ากลุ่มมิยากาวะเองก็ต้องสูญเสียนายแม่ที่เคารพรักไป

            มิยากาวะ เรโกะ หรือที่ทุกคนในกลุ่มเรียกว่า “นายแม่” เป็นที่ยกย่อง เคารพ นับถือไม่ต่างจากนายใหญ่ของกลุ่ม อดีตผู้หญิงคุมบ่อนการพนัน มีนิสัยก๋ากั่นและมีความเป็นนักเลงไม่แพ้ชายหน้าไหน มาพบรักกับนายใหญ่ของกลุ่มมิยากาวะเข้า

            ทว่าเมื่อตั้งท้องแล้วสัญชาติญาณแห่งความเป็นแม่ก็บังเกิด ทำให้เธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นผู้หญิงอบอุ่น อ่อนหวาน ใจดี ฮิเดกิถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักของแม่อย่างเต็มเปี่ยม เขาเป็นเด็กร่าเริง สดใส อ่อนโยน จนกระทั่งอายุเก้าปี...

          หลังเหตุการณ์อันโหดร้าย เรื่องนี้มันกระทบจิตใจของเด็กน้อยเป็นอย่างมาก มันกัดกินหัวใจของฮิเดกิมาอย่างยาวนาน เพราะพ่อที่ตัดสินใจเข้าช่วยช้าไป เพราะความแค้นระหว่างกลุ่มบ้าบอและเพราะเขาแม่ถึงต้องมาตาย...เขาโทษทุกสิ่งทุกอย่างกระทั่งตัวเอง...เขาเกลียด...เกลียดพ่อ เกลียดกลุ่ม เกลียดสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่เพราะสิ่งเหล่านี้มันทำให้เขาสูญเสียแม่ ความสับสนที่เกิดขึ้นในจิตใจกลายเป็นตัวผลักให้เขารังเกียจในต้นกำเนิดของตัวเอง

ฮิเดกิเปลี่ยนไป...เขากลายเป็นเด็กเงียบขรึมพูดน้อย นัยน์ตาดำขลับที่เคยอ่อนโยนตอนนี้เหลือแต่ความแข็งกร้าว เคียดแค้น พ่อก็คอยบังคับเคี่ยวเข็นสอนแต่เรื่องเสื่อมทราม ธุรกิจในโลกมืด ไปพร้อมๆกับศิลปะการต่อสู้เพื่อให้เขามีคุณสมบัติพร้อมที่จะรับช่วงเป็นนายใหญ่คนถัดไป แต่อย่างน้อยก็ยังพอจะมีปู่ฮิเดโนริที่คอยพร่ำสอนเรื่องคุณธรรมและวิธีการใช้อำนาจให้กับเขาได้บ้าง

ถึงแม้จะพูดว่ารังเกียจเงินสกปรกของพ่อแต่เขาก็ต้องยอมรับจากใจจริงเลยว่าที่ตนเติบโตมามีกินมีใช้นั่นก็เพราะเงินสกปรกพวกนั้น...ดังนั้นแทนที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองนอกเขาจึงเลือกที่จะเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อจะได้ใช้เงินของพ่อให้น้อยที่สุด

ฮิเดกิคิดหาหนทางให้กับชีวิตของตัวเองไว้สองทาง หนึ่ง...หากเขาหนีไม่พ้นเส้นทางนักเลงที่พ่อเขาปูเอาไว้ให้ เขาจะยอมรับตำแหน่งนั้นแต่...เขาจะปฏิวัติพลิกวงการนักเลงที่เอาแต่ทำเรื่องชั่วช้ามาเป็นทำเรื่องที่ถูกกฏหมายแทน สอง...หากเขามีโอกาสที่จะเดินออกมาจากตรงนั้นได้สาบานเลยว่าเขาจะรีบดีดตัวออกมาจากกลุ่มมิยากาวะแล้วไปทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเฉกเช่นสุจริตชนคนทั่วไป แต่เขาจะทำมันให้สำเร็จไม่ได้เลยหากไม่มี “ความรู้” ฮิเดกิตระหนักในเรื่องนี้ดีเขาจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัย และคอยสั่งสอน แจยอล และยูอิจิ ให้ขยันหมั่นเพียรตั้งใจเรียนให้จบมหาวิทยาลัยให้ได้เช่นเดียวกันกับเขา หากจะต้องปกครองคนเขาจะต้องปกครองด้วยศาสตร์ความรู้ที่เล่าเรียนมาใช้มันไปพร้อมๆกับประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน ดีกว่าใช้กำลังและอำนาจไปข่มเหงคนอื่นและในครั้งนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว ทุกอย่างมันมาถูกที่ถูกเวลา ฮิเดกิเพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัยเขาจึงเลือกทางเดินที่สองทันทีโดยไม่ลังเล เงินเขามีพร้อมแล้ว สถานที่ปลายทางที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เขาก็ดูที่ทางไว้แล้วเหลือเพียงแค่เอาตัวเองไปอยู่ในที่แห่งนั้นแล้วทำตามแผนชีวิตที่ตั้งไว้เสียที แต่เรื่องเดียวที่ยังไม่พร้อมในเวลานี้ก็เห็นจะเป็นเรื่องของหัวใจ...

            มือใหญ่คว้าเอาบัญชีเงินสดในลิ้นชักที่ได้จากการเล่นหุ้นด้วยเงินของตัวเองที่แอบไปขายยากิโซบะในงานประจำปีของมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีที่แล้วกับยูอิจิและแจยอล ทำให้มีเงินตั้งต้นไปเสี่ยงลงทุนเล่นหุ้นเล็กๆน้อยๆ เขาใช้เวลาศึกษาไม่นานก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ฮิเดกิสามารถเปลี่ยนเงินลงทุนในตอนต้นอันน้อยนิดกลายเป็นเงินหลายล้านเยนได้ในเวลาไม่ถึงปี จนกระทั่งในตอนนี้เขามีเงินในบัญชีกว่าสิบล้านเยนที่ได้มาด้วยความสามารถของตัวเอง

            "ใจเย็นก่อนดีไหมฮิเดกิ" ปู่ฮิเดโนริยืนพิงขอบประตูมือซุกไว้ในชายแขนเสื้อกิสีดำ

            ไม่มีเสียงตอบจากหลานชาย มือใหญ่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขยุ้มเสื้อผ้ายัดใส่ลงกระเป่า ชายชราจนใจจนต้องก้มหน้าถอนหายใจออกมา เขารู้ดีมาตลอดว่าฮิเดกิคิดอะไรอยู่ แต่ในสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเห็นว่าฮิเดกิคือคนที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนายใหญ่คนถัดไปของกลุ่มมิยากาวะจึงได้พยายามส่งเสริมสนับสนุนทุกอย่างแต่สุดท้ายวันนี้ก็มาถึง

            ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับสะพายเป้ขึ้นหลังก่อนจะโค้งทำความเคารพปู่ฮิเดโนริแล้วเดินออกจากบ้านไป นัยน์ตาฝ้าฟางสีเทาอ่อนเหลือบมองยูอิจิและแจยอลที่ในขณะนี้มีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ชายชราพยักหน้าให้ชายหนุ่มทั้งสองเพื่อบอกเป็นนัยให้ตามไปทำหน้าที่ของตนเอง

 

            หลังจากที่ออกจากบ้านมาได้สักพัก แผลที่แขนก็ปวดหนึบขึ้นมา เขาลืมเรื่องบาดแผลไปเสียสนิท

            "นายน้อยครับ ตอนนี้คนของสาขาคิตะกลับไปหมดแล้ว ไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ"

            "ใครใช้ให้พวกนายตามมา กลับไปซะ" ถึงฮิเดกิจะไล่อย่างไรเขาก็รู้ดีว่ายูอิจิและแจยอลจะไม่ยอมปล่อยให้เขาต้องอยู่คนเดียว ทั้งสองมักจะคอยตามคุ้มครองฮิเดกิอยู่เสมอ

            แผลที่ถูกเย็บด้วยฝีมือว่าที่คุณหมอถูกทำใหม่ตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อเหลือบมองบาดแผลภายใต้ผ้าก๊อซทีไรใบหน้าของเด็กสาวที่เปื้อนคราบน้ำตาก็ลอยวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา

 

          เช้าแล้ว...มือใหญ่ก่ายหน้าผากนอนมองเพดานห้องในโรงแรมทั้งคืน เสียงกรนของแจยอลดังกลบเสียงหายใจของเขาและยูอิจิ ฮิเดกิยังไม่ไปไหนเขาย้อนกลับไปเช่าโรงแรมหรูย่านนัมบะในโอซาก้า ซึ่งใกล้กับร้านโอดะราเม็ง นั่นก็เพราะชายหนุ่มยังมีเรื่องติดค้างในใจยังไม่ได้สะสาง...

 

          บ่ายแก่ๆพระอาทิตย์ฉายแสงแรงกล้าจนแสบตาและทำให้อากาศอุ่นขึ้น ร้านเสื้อผ้าต่างๆในตรอกเศรษฐกิจเริ่มเอาเสื้อผ้าฤดูหนาวออกมาลดราคา นักท่องเที่ยวยังคงหนาตาต่อให้เป็นวันธรรมดาก็ตาม ท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นมีร่างสูงยืนมองร้านโอดะราเม็งอยู่ห่างๆ มือพลางล้วงกระเป๋าเสื้อนอกเข้าไปลูบไล้กล่องกำมะหยี่ขนาดย่อมสีน้ำเงินไปมา

            มินตริญายังคงมาทำงานตามปกติถึงแม้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืนก็ตาม แค่ฮิเดกิได้เห็นร่างเล็กออกมาตะโกนหน้าร้านและยิ้มได้เหมือนเคยก็หัวใจพองโตแล้ว เขารู้ดีว่าเมื่อวานทำรุนแรงมากเกินไปเธอคงจะยังตื่นกลัวแต่ก็ยังฝืนออกมาทำงานหาเลี้ยงปากท้องตัวเองเช่นเดิม

            ฮิเดกิยืนรอจนกระทั่งเด็กสาวออกมาเก็บป้ายไฟหน้าร้านเข้าไป ร่างบางกล่าวลาลุงและป้าโอดะก่อนเดินจากมา ถึงแสงไฟตามถนนจะสว่างไสวแต่มินตริญารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้หนาวสันหลัง เหมือนมีใครกำลังเดินตามจึงได้ตัดสินใจหันหลังไป ค่อยโล่งใจเมื่อไม่เจอใคร แต่เมื่อหันกลับดวงหน้าสวยหวานซีดเผือดลงทันใด ปากเล็กอ้าค้าง เธอหายใจแรงและหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อผู้ชายที่ทำมิดีมิร้ายตัวเองเมื่อคืนมายืนอยู่ตรงหน้า

            ความคิดไวเท่าร่างกาย ขาเรียวเล็กออกก้าววิ่งหนีทันที มือใหญ่คว้าข้อมือบางไว้ทัน หลังจากออกแรงฉุดเล็กน้อยร่างสาวน้อยข้างหน้าก็เซถลาเข้าหาอกแกร่งของฮิเดกิ

            "จะหนีไปไหนยัยราเม็ง มาคุยกันก่อน"

            "ไม่! ปล่อย! ช่วย...อุ๊บ!!!" ปากอิ่มสีสวยโดนมือใหญ่ปิดเอาไว้อีกแล้ว

            "เธอนี่ขี้โวยวายชะมัด...ฟังกันก่อนได้ไหม"

            มินตริญาดิ้นอึกอักอยู่ในอ้อมกอดกำยำ เธอกำลังตื่นกลัวและไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น วินาทีนี้เธอต้องหนีเท่านั้น

            "ผมรู้ดี...ว่าเมื่อคืน...ทำกับคุณมากไป...แต่..." ระหว่างที่ฮิเดกิกำลังพยายามปรับความเข้าใจกับเด็กสาวก็มีชายอีกคนตะโกนและวิ่งเข้ามา

            "มินจัง!" จินยะออกหมัดหมายจะชกชายแปลกหน้าแล้วชิงเอาตัวมินตริญาไป แต่เรื่องการต่อสู้ใครเลยจะมาเก่งเกินฮิเดกิ ร่างสูงปล่อยร่างเล็กเพื่อเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยพอให้พ้นช่วงแขนที่เหวี่ยงมาแล้วจับกำปั้นนั้นไว้อยู่หมัดด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่า

            ยูอิจิและแจยอลรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อนเมื่อเห็นว่านายน้อยกำลังมีภัยแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตาคมกริบตวัดมองอย่างดุดัน สั่งเป็นนัยว่าไม่ให้เข้ามายุ่ง

            หลังจากที่จินยะรีบสะสางงานตัวเองเสร็จก็รีบกลับมาดูมินตริญาที่เมื่อวานแม่ตัวเองโทรไปหาว่าให้ช่วยตามหาเพราะหายตัวไป แต่อยู่ๆเธอก็กลับมาที่ร้านด้วยท่าทีหวาดกลัว หากเจอแค่กลุ่มอันธพาลตีกันจริงอย่างที่กล่าวอ้างแล้วทำไมเด็กสาวถึงได้มีอาการขวัญผวาแบบนั้น วันนี้เขาจึงรีบตามมาดูแล้วก็เจอว่าเธอกำลังโดนชายคนหนึ่งกอดและปิดปากในสภาพที่ร่างเล็กกำลังดิ้นหนี ชัดเจนว่ามันผู้นั้นไม่ได้มาดี จินยะจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือ

          ใต้แสงไฟข้างถนนที่ส่องสลัว จินยะเห็นนัยน์ตาดำคมวาวโรจน์ด้วยโทสะอย่างชัดเจน วินาทีนั้นเหมือนเขากำลังเผชิญหน้ากับเสือโคร่งดุร้ายที่ไม่อาจปราบมันให้สิ้นฤทธิ์ด้วยมือเปล่า  จินยะไม่เคยมองตาใครแล้วรู้สึกหวาดหวั่นจนต้องห่อไหล่อย่างนี้มาก่อน แถมหมัดที่ขึ้นชื่อว่าเร็วและหนักที่สุดในรุ่นนักเรียนตำรวจของจินยะกลับโดนชายคนนี้หลบและรับได้อย่าง มือซ้ายที่ว่างค่อยๆล้วงเข้าไปในซองปืนที่คล้องไว้ข้างเอวเมื่อเหลือบไปเห็นชายร่างใหญ่อีกสองคนข้างมุมตึก

            "หึ...แค่นี้ถึงกับต้องใช้ปืนเลยเหรอคุณตำรวจ" ฮิเดกิยิ้มเยาะ

            "ก็ถ้าคุณคิดจะทำอะไร ผมขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าอย่าได้ริทำ" ดวงตาของจินยะจับจ้องไปยังชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

            "พ...พอเถอะจินจัง! ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว! กลับกันเถอะค่ะ" มินตริญาเห็นท่าไม่ค่อยดี จึงรีบมาดึงมือจินยะออกแล้วเอาไปคล้องกับแขนตัวเองเอาไว้

            ภาพที่เห็นตรงหน้ามันช่างบาดตา เห็นได้ชัดว่าฝ่ายที่ถูกเข้าใจว่ามารุกรานเด็กสาวโกรธจนตัวสั่นสันกรามถูกขบจนนูนเลื่อนไปมา จินยะยอมลดมือที่จับปืนลง มินตริญาดึงแขนจินยะแรงๆเร่งให้เขาเดินออกมาจากบริเวณนั้นที่เกือบจะกลายเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อม

            เสี้ยววินาทีที่มินตริญาเดินผ่านร่างสูง มันเหมือนกับเวลานั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า เธอเห็นนัยน์ตาดำคมลดทอนความดุดันลงเหลือบมองมาที่เธออย่างเว้าวอนเหมือนกับจะขอร้องอะไรบางอย่าง คนหล่อกักขฬะอย่างเขานะเหรอจะขอความเห็นใจจากเธอ สุดท้ายเด็กสาวเลือกที่จะเดินหนีไปอย่างร้อนรน

            ฮิเดกิยืนดูทั้งสองเดินจากไปกระทั่งพวกเขาเลี้ยวหายเข้าไปในซอย เปล่าประโยชน์ที่จะดื้อดึงอธิบายหรือปรับความเข้าใจกับเด็กสาว เขาทำพลาดไปเองจะโทษใครได้ เธอคงไม่ยอมมานั่งคุยนั่งยิ้มให้กับคนที่พยายามจะขืนใจเธอในวันแรกที่ได้เจอกันหรอก แต่เวลาเขาเหลือน้อยลงทุกที พรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว ฮิเดกิจึงตัดสินใจคว้าเอาโทรศัพท์มือถือออกมากดหาคนขับรถประจำของเขาให้มารับ...

            "เอ่อ...จะไปไหนครับ นายน้อย" โทชิตาปรือถามชายหนุ่มที่โทรสั่งให้เขาออกมารับกลางดึกอย่างเอาแต่ใจ แต่เมื่อขึ้นรถมาแล้วนายน้อยกลับไม่พูดจาเอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

            "คุณมีลูกหรือเปล่า?" ฮิเดกิแกล้งถามเพียงเพื่อต้องการจะเปิดการสนทนา

            "อ้อ...ผมมีลูกสาวครับ เธอเพิ่งอายุครบสิบแปดปี เป็นเด็กขยัน ตั้งใจเรียน จนตอนนี้สอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะแพทยศาสตร์ เมื่อเช้าเพิ่งมีจดหมายตอบกลับมาว่าเธอสอบติดแล้ว หึหึ ผมแอบเอาจดหมายไปใส่ไว้ใต้หมอนเธอว่าจะให้เธอแปลกใจซะหน่อย แต่ก็กลับดึกเพราะทำงานพิเศษ หึหึ ป่านนี้คงกรี๊ดร้องลั่นบ้านแล้วมั้งครับ หึหึ โอ๊ะ! ขอโทษครับที่ผมพูดมากไป" คนนั่งข้างหลังถามแค่คำเดียวแต่โทชิกลับตอบเสียยืดยาว เมื่อรู้ตัวว่าพูดมากจึงรีบขอโทษขอโพยเพราะกลัวว่าทายาทมิยากาวะจะไม่พอใจ

            ถึงจะมองไม่เห็นใบหน้าทั้งหมดแต่นัยน์ตาดำคมก็เห็นดวงตาของคนขับรถผ่านกระจกมองหลัง เวลาที่เขาพูดถึงลูกสาวแลดูมีความสุขเสียจนยิ้มออกมาให้เห็นทางสายตาพร้อมทั้งยังอมยิ้มหัวเราะรื่นด้วยความภูมิใจตลอดเวลา

            "อย่างนั้นเหรอ...เธอสอบติดแล้วเหรอ"

            "ค...ครับ"

            "อืม...ถ้าอย่างนั้น..." มือใหญ่ล้วงไปที่กระเป๋าเสื้อนอกเพื่อเอากล่องกำมะหยีสีน้ำเงินออกมาวางไว้ที่ช่องเก็บของระหว่างที่นั่งคนขับและข้างคนขับ "ถือซะว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดีกับลูกสาวของคุณ ผมให้"

            "เอ๊ะ! เอ่อ จะดีหรือครับ?" โทชิไม่ได้รับคำตอบกลับมา เขาเองถึงจะรู้สึกเกรงใจมาก ท่าทางของที่อยู่ในกล่องจะราคาแพงอยู่แต่ก็รับมา ก็ดีเหมือนกันเขาเองก็ยังไม่มีอะไรจะให้เป็นรางวัลแด่ความขยันอดทนของลูกสาวเลย

            "แค่ไม่ต้องบอกว่าเป็นของผมก็พอ"

            "ค...ครับ"

 

            หลังจากที่ให้ลุงโทชิมาส่งที่โรงแรมตามคำบอก น่าสมเพชตัวเองจริงๆที่ถึงกับต้องกินเหล้าเพื่อให้ลืมความเจ็บปวดในใจ รสขมปร่าของเหล้าที่กระดกเข้าปากมันไม่ได้ทำให้ภาพที่เด็กสาวควงแขนกับไอ้ตำรวจคนนั้นที่วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาหายไปได้เลย ยิ่งสายตาที่เด็กสาวมองชายคนนั้นมันช่างเปล่งประกายชวนฝัน ในขณะที่สายตาที่มองมายังเขากลับมีแต่ความตื่นตระหนก หวาดระแวง ไม่เชื่อใจ มือใหญ่ทุบโต๊ะเคาท์เตอร์ในบาร์ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อระบายความเจ็บแน่นในอกให้บรรเทา

 

          ร่างสูงเดินโซเซด้วยความเมากลับมาที่ห้องกลางดึก แจยอลและยูอิจิพยุงร่างสูงที่เมามายแทบไม่ได้สติให้ไปนอนบนเตียง ทั้งสองได้แต่ถอนใจ พวกเขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์และเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ

            "เฮ้อ...อกหักกับรักแรกอาการหนักใช่ย่อย"  แจยอลบ่นให้นายน้อยของตัวเองหลังจากพาร่างสูงมานอนที่เตียงได้

            ยูอิจิยืนกอดอกมองดูเพื่อนซี้ปากไม่มีหูรูดพูดไปเรื่อย ดีที่อีกฝ่ายเมาหลับไปแล้ว แจยอลส่ายหน้าไปมา เขาเป็นห่วงอาการช้ำรักของคนที่นอนอยู่บนเตียงไม่น้อย ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็เพิ่งเคยเห็นนายน้อยเป็นอย่างนี้ครั้งแรก คนที่ไม่เคยมีความรักมีแต่ผู้หญิงอื่นวิ่งเข้าหา พอต้องเป็นฝ่ายรักใครกลับไม่รู้วิธีการที่จะได้หัวใจของอีกฝ่ายมา

 

          รุ่งสางแล้ว พระอาทิตย์ทอแสงเลาะมาตามขอบผ้าม่าน เสียงโทรศัพท์ดังปลุกคนทั้งห้องตามเวลาที่ตั้งไว้ ฮิเดกิหยัดร่างลุกขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัวจี๊ดด้วยฤทธิ์เหล้าเมื่อคืน

            วันนี้แล้วที่เขาจะต้องไปจากญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าใจที่เจ็บปวดจากเมื่อคืนจะยังไม่หาย แต่ก็ยังขอที่จะไปได้เห็นหน้าสาวน้อยของเขาก่อนสักนิดก็ยังดี ฮิเดกิแอบมองประตูห้องชั้นสองของอพาร์ทเม้นท์เก่าๆอยู่นาน เสียงอีการ้องยามเช้าดังระงมจนปลุกหลายต่อหลายคนให้ตื่นไม่เว้นสองพ่อลูกคิคุชิ ไม่นานนักประตูห้องของเด็กสาวก็เปิดออก มินตริญาเปิดประตูเดินเอาขยะลงมาทิ้ง ด้วยอากาศที่เริ่มอุ่นขึ้นทำให้เธอใส่เพียงเสื้อยืดคอวี ร่างบางเดินผ่านร่างสูงของฮิเดกิที่ยืนหลบอยู่ข้างเครื่องหยอดเครื่องดื่มอัตโนมัติ สายตาคมเหลือบไปเห็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กคล้องด้วยจี้หัวใจฝังเพชรบนคอเล็กระหง...ในที่สุดเธอก็ใส่มัน...เพียงเท่านี้ฮิเดกิก็พอใจแล้ว

            "จากนี้ไปฝากพวกนายดูแลเธอด้วย หลังจากที่ฉันไปแล้วให้คิคุชิซังคนพ่อไปขับรถให้คนอื่นที่เสี่ยงน้อยกว่านี้"

            "นายน้อยครับ ให้พวกผมได้ติดตามนายน้อยไปด้วยนะครับ" แจยอลและยูอิจิค่อยๆเดินออกมาจากมุมตึก ฮิเดกิรู้ว่าพวกเขาทั้งสองแอบตามมาโดยตลอดด้วยความเป็นห่วง

            "ไม่ได้! พวกนายต้องเรียนต่อ ถ้าเรียนไม่จบไม่ต้องไปให้ฉันเห็นหน้า"

            "แต่นายน้อย..."

            มือใหญ่ยกขึ้นปรามเพื่อไม่ให้แจยอลได้เถียงต่อ ยูอิจิเองก็น้ำตารื้นขึ้นเต็มหน่วยตา ทั้งสองพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้เพราะเขารู้ว่านายน้อยคงจะไม่เปลี่ยนใจเป็นแน่ วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่กับนายน้อยก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเขาต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดให้สมกับที่นายน้อยไว้ใจฝากฝังไว้

            ร่างสูงค่อยๆเดินลับหายไปโดยที่มีอารักขาทั้งสองมองส่งการจากไปที่ไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขา...




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha