ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : สารภาพ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





            วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน สิ่งต่างๆเปลี่ยนไปตามกาล หลังจากที่ฮิเดกิเดินจากไปก็ผ่านมาสองปีกว่าแล้ว ในที่สุดแจยอลและยูอิจิก็กอดคอกันไปงานรับปริญญาที่ถูกจัดขึ้นในมหาวิทยาลัย ทั้งสองถ่ายรูปความสำเร็จส่งไปให้ฮิเดกิดูทางโทรศัพท์ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มจากเสือยิ้มยากได้เป็นอย่างดี

            "ฮัลโหล! นายน้อยครับ พวกเราเรียนจบแล้ว ดูพวกเราตอนนี้ซิครับ! โว้ว...ผมยังไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย เงินของนายน้อยที่ส่งพวกเราเรียนไม่สูญเปล่าแล้วนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ" แจยอลต่อสายเฟสไทม์ไปหาฮิเดกิข้ามประเทศ เขาถือโทรศัพท์หันเข้าหาตัวเองและหันไปยังยูอิจิที่ยืนยิ้มเขินๆอยู่ข้างหลังแจยอล มือใหญ่หันกล้องโทรศัพท์ไปหาทางเข้าพิธีเพื่อให้คนอีกประเทศได้เห็นบรรยากาศงานรับปริญญาที่น่าภาคภูมิใจ 

            "หึ หึ ดี...ฉันมีของขวัญส่งไปให้พวกนายแล้ว"

            "เอ๊ะ?! อะไรเหรอครับ?!" แจยอลสงสัย

            "ไว้กลับไปพวกนายก็จะรู้ เท่านี้ล่ะกัน ฉันมีประชุมต่อ" ฮิเดกิตัดสายไปดื้อๆ แต่ชายหนุ่มทั้งสองรู้ดีว่านายน้อยของเขากำลังเขินเลยอ้างว่ามีประชุมแล้วตัดบทไป

            ใบหน้าของฮิเดกิที่ปกติจะนิ่งดุดันแต่วันนี้กลับเปื้อนรอยยิ้มเพราะเรื่องน่ายินดีของแจยอลและยูอิจิอารักขาทั้งสองที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขา นิ้วมือเรียวใหญ่แตะไปที่ไฟล์รูปภาพของโทรศัพท์เพื่อดูภาพล่าสุดที่ยูอิจิเป็นคนส่งมาให้เมื่อวาน ภาพสาวน้อยของเขาที่สวมกางเกงสีดำรัดรูป รองเท้าผ้าใบสีขาว และเสื้อยืดสีขาวที่คลุมทับด้วยเสื้อยีนส์อีกที สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่ มือเล็กบอบบางโอบหนังสือเล่มหนาปกสีน้ำตาลไว้แนบอก ตอนถ่ายรูปลมคงกำลังพัดอยู่เป็นแน่เพราะผมหน้าของเธอมันปลิวสยายเผยให้เห็นหน้าผากขาวและแก้มเนียน นัยน์ตาดุดันอ่อนโยนลงทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเธอ นี่คงเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของชายหนุ่มอย่างเขา เธอยังคงน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

            หลังจากที่หันหลังให้กับทุกสิ่งในญี่ปุ่น ฮิเดกิเดินทางมาตายเอาดาบหน้าที่อเมริกา เขามีรายได้หลักจากการเล่นหุ้น เงินที่ได้มาก็เริ่มเอาไปลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวชั่น และไปจับธุรกิจโรงแรมสไตล์บูติคเล็กๆกับเพื่อนซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในเวลาอันรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่โรงแรมที่เขาทำมักจะเป็นการไปซื้อตึกเก่าๆที่มีอยู่แล้วเอามารีโนเวทใหม่ให้สวยมีสไตล์จนกลายเป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยวระดับกลางไปถึงระดับสูง กระทั่งปัจจุบันฮิเดกิได้ขยับขยายไปเป็นหุ้นส่วนทำโรงแรมหรูระดับห้าดาวอีกหลายที่หลายประเทศอย่างเกาะเชจูในประเทศเกาหลีใต้และประเทศไทย

            นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นอีกมากมาย ไหนจะห้องเช่าอพาร์ทเมนท์ บ้านและตึกในย่านเศรษฐกิจของญี่ปุ่นโดยการซื้อขายทุกอย่างจะผ่านทางยูอิจิ ถือได้ว่าฮิเดกิเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเป็นที่จับตามอง รายได้เป็นกอบเป็นกำทุกอย่างมาจากความสามารถของเขาเองทั้งสิ้น เมื่อมีเงินก็ย่อมเป็นที่หมายปองของสาวๆเพราะทั้งหน้าที่การงาน การเงินและความหล่อเหลาแต่แฝงนัยน์ตาดุคม ท่าทางนิ่งๆ เย็นชา หน้าตาดุดันของเขามันช่างมีเสน่ห์น่าค้นหา จึงทำให้สาวๆในวงสังคมไฮโซทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นต่างแวะเวียนมาคบหาดูใจไม่ขาดสาย ทั้งนี้ฮิเดกิไม่เคยร้องขอมีแต่ผู้หญิงมาเสนอตัวให้ถึงที่ พอเล่นจนเบื่อก็เลิกรากันไปคบกับใครไม่เคยนานและไม่คิดจะจริงจังกับใคร...

             

 

            "มินจัง! มินจัง! ช่วยเอาราเม็งไปส่งที่ EDEN หน่อยจ้ะ!"

            "ค่า ได้ค่ะ" มินตริญายังคงทำงานเป็นกิจวัตร ถึงแม้ว่าการเรียนหมอจะหนักเอาการแต่เธอก็ยังปลีกเวลามาช่วยงานที่ร้านเพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านเหมือนเดิม

            ร่างบางหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาสวมทับพร้อมทั้งดึงปกเสื้อขึ้นแล้วรูดซิบจนถึงคาง มือบางหยิบหน้ากากอนามัยสีดำคู่ใจมาใส่ก่อนที่จะดึงผ้าโพกหัวออกแล้วใส่หมวกกันน็อก เธอคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของร้านที่แขวนไว้ข้างประตูแล้วไปรับตู้สแตนเลสใส่ชามราเม็งมาติดตั้งไว้หลังรถเหมือนเคย เมื่อทุกอย่างพร้อมร่างบางก็สตาร์ทรถแล้วขับขี่ซอกแซกหลบหลีกผู้คนไปตามตรอกเล็กๆไม่นานนักก็ถึงจุดหมายที่เธอรอคอย

            "ทั้งหมด 1200 เยน" เสียงเล็กที่พยายามจะดัดให้ทุ้มต่ำเลียนแบบเพศตรงข้ามบอกราคาไปยังอีกฝ่ายที่เพิ่งตื่นงัวเงียมาจากงานประจำซึ่งเลิกเอาก็ตอนใกล้สว่างของตัวเอง อีกฝ่ายเกาหัวแกรกๆอ้าปากห้าวและยื่นเงินให้แบบส่งๆโดยที่ไม่คิดจะสนใจคนที่แต่งกายมิดชิดแถมยังไม่ยอมถอดหมวกกันน็อกออกก่อนจะปิดประตูกลับเข้าไป

            สิ้นเสียงปิดประตู นัยน์ตากลมโตสวยหวานเหลือบซ้ายขวาภายใต้กระจกบังของหมวกกันน็อกเพื่อสอดส่องไปพร้อมๆกับแอบเดินซุ่มอยู่ภายในตึกโฮสคลับสำหรับผู้หญิงแห่งนี้ ที่ซึ่งในตอนกลางคืนมักจะมีผู้หญิงมีเงินเข้ามาหาความสุขให้กับตัวเองด้วยการใช้เงินซื้อผู้ชายหน้าตาดีให้มานั่งคุยนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนหรือจะไปทำอะไรกันต่อก็แล้วแต่ตามข้อตกลง

            เหตุผลที่ต้องแต่งตัวมิดชิดดัดเสียงให้เหมือนผู้ชายนั้นนอกจากย่านที่เธอต้องนำราเม็งไปส่งเป็นโซนโลกีย์ มีแต่คนกลางคืน ตามหัวมุมหรือสี่แยกในซอยเล็กๆก็เต็มไปด้วยผู้ชายแต่งชุดสูทเซ็ตผมมาเดินดักหน้าดักหลังหญิงสาวชวนให้ไปใช้บริการที่โฮสผับ ดีไม่ดีบางทีก็ถึงกับฉุดกระชากเข้าไปกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเวลาค่ำคืนมักเต็มไปด้วยภัยมืด รวมทั้งงานเสริมตัวใหม่รายได้ดีอย่างการ "ขายข่าว" ของมินตริญามันก็ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย ถึงสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะไม่น่าไว้วางใจ แต่มันก็เป็นแหล่งข่าวที่ทำเงินมากมายให้กับเธอ

            ช่วยไม่ได้...เธอต้องทำงานนี้ นั่นก็เพราะมินตริญาต้องทำงานพิเศษหาเงินเพิ่มไปให้พ่อที่มักจะมาขอเงินเสมอๆ โดยเฉพาะช่วงนี้พ่อใช้เงินมากผิดปกติโดยให้เหตุผลว่าเอาไปลงทุนทำธุรกิจเล็กๆกับเพื่อน ส่งผลให้การเรียนแย่ลง ทำเอาหญิงสาวกลุ้มใจเพราะนี่อาจจะทำให้ทุนการศึกษาที่ได้รับอยู่หลุดมือไป ถ้าไม่มีทุนเธอเองก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมเรียนหมอที่แพงหูดับได้และอาจจะต้องดรอปเรียนไว้เพื่อออกมาหาเงินไปจ่ายค่าเรียนซึ่งมินตริญาไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เธออยากเรียนจบไวๆเพื่อจะได้ออกมาทำงานเป็นหมอตามที่หวังใจจะขาดแล้ว นอกเหนือไปจากความใฝ่ฝันที่อยากจะรักษาโรคให้คนไข้หายดีแล้ว อาชีพนี้จะสร้างเงินให้กับเธอจะได้ไม่ต้องมาลำบากลำบนเหมือนอย่างทุกวันนี้

             น่าเสียดายที่วันนี้ทั้งวันไม่มีข่าวชั่วๆคาวๆเอาไว้ขายแลกเงินให้เธอเลย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอมาส่งราเม็งให้คนในโฮสคลับช่วงกลางดึก ซึ่งในขณะนั้นเป็นเวลาที่แขกกำลังเข้ามาอย่างคึกคักหนาแน่น เธอแอบไปเห็นไฮโซสาวหนีสามีนักการเมืองมานั่งกินเหล้าเมามายในสภาพที่มีผู้ชายห้าคนกำลังปรนเปรอความสุขให้ มือบางไม่รอช้าแอบเอาโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปแล้วเอาไปขายให้นักข่าวสาวอย่าง ยามาโมโตะ เอริกะ จนได้เงินมาก้อนหนึ่งซึ่งมันมากพอๆกับเงินเดือนหนึ่งเดือนในร้านราเม็งเลยทีเดียว 

          ยามาโมโตะ เอริกะ นักข่าวสาวท่าทางโฉบเฉี่ยวทะมัดทะแมง เมื่อสามเดือนก่อนเธอมาพักย่านนัมบะและมานั่งกินราเม็งที่ร้านจนรู้จักกับคู่สามีภรรยาโอดะและเด็กเสิร์ฟอย่างมินตริญา เอริกะเดินทางจากโตเกียวมาโอซาก้าเพื่อทำสกู๊ปข่าวทุจริตการสร้างท่าเรือแห่งใหม่ในโอซาก้าภายใต้การดูแลของนักการเมืองท้องถิ่น และวิธีการหาข่าวของเอริกะนั้นนอกเหนือไปจากการติดตามของตัวเองแล้ว อีกวิธีการหนึ่งก็คืออาศัยแหล่งข่าวจากเจ้าถิ่นหรือคนที่อาศัยอยู่ในท้องที่นั้นๆด้วย เอริกะเคยได้ยินมินตริญากลับมาจากการส่งราเม็งแล้วมาคุยซุบซิบกับป้าโอดะว่าเธอแอบไปเห็นพวกผู้หญิงเพื่อนเที่ยวแอบส่งยาในตรอก  แหล่งข่าวสร้างชื่อเพื่อตำแหน่ง บ.ก. ของเธออยู่ตรงหน้าและดูเหมือนว่าเด็กเสิร์ฟคนนี้ก็ต้องการเงิน เอริกะจึงได้แอบยื่นข้อเสนองานขายข่าวขายข้อมูลให้ ซึ่งมินตริญาตอบตกลงทันทีที่ได้รู้จำนวนเงินและเงื่อนไข

            "มินจัง เหนื่อยไหม เดี๋ยววันนี้ฉันช่วยเก็บร้าน" จินยะแวะเข้ามาที่ร้านตามปกติกล่าวทักทายกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มละมุนเช่นเคย อาการเหนื่อยของมินตริญาหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นใบหน้าอันอ่อนโยนของจินยะ

            "กลับก่อนได้นะมินจัง เดี๋ยวป้าเก็บร้านเอง วันนี้ดูหน้าซีดๆ เหมือนไม่สบายเลย อย่าหักโหมซิจ๊ะ ทั้งทำงานทั้งเรียนไปด้วยแบบนี้ เฮ้อ...เจ้าโทชิมัวทำอะไรอยู่อีกล่ะ ไม่กลับบ้านอีกแล้วใช่ไหมมินจัง"

            เด็กสาวพยักหน้ารับยิ้มเฝื่อน พ่อเธอไม่กลับบ้านมาสองวันแล้ว โทรไปก็บอกว่ายุ่ง ส่งข้อความหาก็ไม่ยอมเปิดอ่าน พ่อเริ่มกลับไปทำตัวเละเทะเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

            "ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมไปส่งมินจังเอง" จินยะอาสาไปส่งเหมือนเคยแต่วันนี้เขากลับพามินตริญาขึ้นรถออกไปห้างสรรพสินค้าที่ห่างออกไปแค่สถานีเดียว เมื่อมาถึงเขาก็จัดแจงสั่งอาหารมามากมายทั้งคาวทั้งหวาน

            "อ...เอ่อ...จินจัง มีแต่ของแพงๆทั้งนั้น คือฉัน..."

            "วันนี้กินให้เต็มที่เลยนะ ฉันเลี้ยงเอง เธอควรจะกินอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่ราเม็งหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้าง" ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มละมุนพามินตริญามาเลี้ยงที่ร้านอาหารหรูในห้างด้วยความเต็มใจ เขาได้ยินเรื่องราวในช่วงนี้ของเธอมาบ้างจากแม่ของเขา จินยะสงสารมินตริญาจับใจ เขาเห็นเด็กคนนี้ทำงานช่วยในร้านมาตั้งแต่เด็ก พ่อของเธอก็ทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีนักทำให้เธอต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบจวบจนวันนี้

          หญิงสาวก้มกินอย่างเกรงใจ มีบางครั้งที่ท้อต่อโชคชะตาที่ได้มาไม่เท่าคนอื่นจึงต้องตรากตรำลำบากมากมาย แต่ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดมันหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อชายหนุ่มคนที่แอบชอบคอยดูแลเอาใจใส่ให้เธอได้หวั่นไหวอยู่ตลอดเวลา มินตริญาคิดอยากจะเป็นเจ้าของรอยยิ้มแสนละมุนนี้คนเดียวเสียแล้ว...

 

            หลังจากที่แจยอลและยูอิจิกลับมาถึงห้องพัก เขาเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลขนาดกระดาษ A4 อยู่ในตู้รับจดหมาย มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยแหวนเงินแบบฮิปฮอปวงใหญ่รีบคว้ามันออกมาเปิดดูทันทีด้วยความตื่นเต้น ข้างในเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับ คันไซไปอินชอน และอินชอนไปอเมริกา อย่างละสองใบพร้อมกับกระดาษโน้ตเล็กๆมีข้อความสั้นๆตามนิสัยพูดน้อยของคนเขียนว่า

            "มาเจอกันที่โซลแล้วฉันจะพาพวกนายไปเที่ยวที่อเมริกาเอง" ฮิเดกิเองก็อยากเจอน้องชายทั้งสองของเขาเหมือนกัน ในข้อความอาจจะบอกแค่ว่าให้ไปเที่ยวแต่ใจความที่ซ่อนอยู่คืออยากจะให้ทั้งสองมาทำงานกับเขาที่เกาหลีใต้เพื่อหลีกหนีสังคมของกลุ่มมิยากาวะ

            "ว้าว! ยูอิจินายดูซิ! พวกเราจะได้ไปเที่ยวโว้ย! ฮ่าๆๆๆๆ" แจยอลแสดงความดีใจจนออกนอกหน้า

            ยูอิจิแสดงความดีใจออกมาให้เห็นเพียงแค่รอยยิ้ม คนที่รู้ใจนายน้อยดีเยี่ยงเขาไหนเลยจะไม่รู้ว่านายน้อยของเขาต้องการอะไร แต่เมื่อนึกสิ่งหนึ่งออกยูอิจิก็ต้องหุบยิ้ม เขายืนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเดินจากไป

            "เห้ย! จะไปไหนวะไอ้ยูอิจิ!"

            "นายไปเถอะ ฉันจะอยู่ทางนี้คอยดูคิคุชิซังให้นายน้อย"

            แจยอลเม้มปากบางเข้าหากัน เขารีบคว้าแขนที่กำลังยกโบกลาโดยไม่หันกลับมามองไว้แน่น "ยูอิจิ...ฉันว่านาย...ทำเกินหน้าที่อารักขาไปหน่อยแล้วนะ" แจยอลพูดเสียงเย็นเฉียบจริงจังผิดจากเวลาปกติที่มักพูดจาเสียงดังโวยวายทีเล่นทีจริง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ต่อให้ไม่พูดแสดงความรู้สึกอะไรออกมาก็เถอะ นัยน์ตาเรียวเล็กฉายแววดุดันประสานกับนัยน์ตาสีน้ำตาลโศกที่แสนจะเย็นชา แขนใหญ่ที่ถูกจับไว้สะบัดออกอย่างแรงจากการเกาะกุม

            "ฉันแค่ทำตามที่นายน้อยเคยสั่งไว้" ยูอิจิแก้ตัว

            "ไม่ใช่! นายกำลังล้ำเส้น! นั่นผู้หญิงของนายน้อยนะ!"

            "....หึ....นายมันบ้า คิดมากเกินไปแล้ว"

            "ขอให้จริง ฉันขอเตือนไว้ก่อน...ต่อให้เป็นนายฉันก็จะไม่เกรงใจ"

            ร่างสูงนัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองแจยอลด้วยสายตาเชือดเฉือนก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับไปมองอีก

            สมกับที่เป็นเพื่อนรู้ใจ สองปีมานี้หน้าที่ในการเฝ้าติดตามสองพ่อลูกคิคุชิมันเปลี่ยนหัวใจของยูอิจิไป นอกจากใบหน้าที่สวยอ่อนหวานแล้ว ความอดทนต่อสู้ดิ้นรนกับชะตาชีวิตอย่างร่าเริงของมินตริญาทำให้ชายคนนี้หวั่นไหว ยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ยิ่งเจอกันได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการ เขาไปตามเฝ้า ถ่ายรูป และคอยรายงานวิถีชีวิตของหญิงสาวให้ฮิเดกิฟังแทบจะทุกวันจนเหมือนตัวเขาเองเป็นฝ่ายเพ้อหารักแทนนายตัวเองไปเสียแล้ว

.........รอยยิ้มหวานๆนั่นทำให้เขาหลงใหล.........

            แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดคือ เธอเป็นที่หมายปองของคนที่เขาเคารพรักมากที่สุด...

 

            ระหว่างทางที่นั่งรถกลับ ปากบางเม้มเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเรียวเล็กแต่หยาบกร้านเพราะทำงานหนักประสานกุมกันจนเหงื่อออกชื้นเต็มฝ่ามือด้วยความตื่นเต้น จนกระทั่งรถมาหยุดจอดที่หน้าอพาร์ทเมนท์ของเธอ ร่างบางยังคงนั่งอยู่ในรถ ในขณะที่จินยะเดินอ้อมลงไปเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษเหมือนเคย

            "พักผ่อนเยอะๆนะมินจัง หากเหนื่อยก็พักเสียบ้าง ถ้าลำบากเรื่องอะไรก็บอกฉันได้เสมอ" มือใหญ่หนายกขึ้นมาลูบหัวหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเอ็นดูอย่างที่เคยทำก่อนจะเดินอ้อมกลับไปทางฝั่งคนขับ แต่กลับมีมือเล็กๆดึงเสื้อจากด้านหลังเพื่อยื้อเขาเอาไว้

            "จินจัง...คือฉัน..." เพียงชั่วอึดใจที่นายตำรวจหันหลังกลับมา หญิงสาวหน้าแดงรื้นขึ้นไม่เว้นกระทั่งใบหูเล็กๆของเธอ เล็บเล็กสะอาดขบหากันไปมาอย่างสับสน จินยะรอร่างเล็กที่เหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับเขา

            "มีอะไรเหรอ?"

            "คือฉัน...ฉัน...ช...ชอบ...จินจัง" หญิงสาวตัดสินใจบอกความในใจที่เก็บเอาไว้มานานออกไป เพราะความอ่อนโยนและคอยดูแลเอาใจใส่ของจินยะ ทำให้มินตริญามอบใจดวงน้อยให้กับเขามาตั้งแต่เด็กๆ และวันนี้เธอก็บอกสิ่งที่เก็บงำมานานให้เขาได้รู้

            "ขอบใจนะมินจังที่ชอบฉัน" จินยะยิ้มอย่างนุ่มนวลอีกครั้งให้หญิงสาวที่รวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับเขา ต้องยอมรับเลยว่าเขาเองก็ตกใจกับสิ่งที่มินตริญาพูดออกมาเช่นกันแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้มาก่อน...

            "แต่...ฉันรักเธอแบบน้องสาวเท่านั้น"

            สิ้นเสียงชายหนุ่ม โลกทั้งโลกพลันเงียบลงทันใด ในสมองหญิงสาวว่างเปล่า ใบหน้าชาจนไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดจากการโดนปฏิเสธค่อยๆซึมลึกเข้ามาที่หัวใจทว่าเจ็บปราดเหมือนโดนมีดกรีด นัยน์ตาสวยหวานแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเศร้าโศก

            "เอ่อ...มินจัง...ฉันขอโทษ" ความรู้สึกผิดแล่นเข้าสู่ใจของจินยะเมื่อเห็นว่าน้องสาวคนนี้ทำท่าจะร้องไห้ มือใหญ่รีบคว้ามือเล็กมากุมเอาไว้เพื่อปลอบโยนจากการปฏิเสธของตัวเอง

            "ม...ไม่เป็นอะไรหรอกจินจัง ฉันต่างหากต้องขอโทษที่พูดจาไร้สาระออกไป แต่ก็ขอบคุณนะที่พูดตรงๆ"

            "เรายัง...เป็นพี่น้องกันได้อยู่นะมินจัง ยังไงฉันก็ยังจะอยู่ข้างๆเธอ"

            "อืม...ฉัน...ขอตัวก่อนนะ" มินตริญาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล พยักหน้ารับความสัมพันธ์ฝืนยิ้มไปกับมันอย่างหน้าชื่นอกตรม...ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็วด้วยใจที่แตกร้าว

            จินยะมองตามยืนถอนใจเฮือกใหญ่ ตนได้ทำร้ายจิตใจน้องสาวที่โตมาด้วยกันไปเสียแล้ว แต่เขาเลือกที่จะตอบตามตรงดีกว่าปล่อยให้เธอแอบชอบเขาจนไม่เปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิตอีก ร่างสูงยืนอยู่หน้าอพาร์ทเมนท์สักพักก่อนจะเดินเอื่อยๆมาขึ้นรถแล้วขับออกไปจากตรงนั้นโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่ามีชายอีกคนหนึ่งแอบมองและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

            ยูอิจิที่มาตามเฝ้าเข้ามาเห็นฉากสารภาพรักพอดี ไม่รู้ว่าเขาจะดีใจหรือเสียใจกันแน่แต่เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าหมองของมินตริญาแล้วเขากลับรู้สึกแน่นจนเจ็บที่อก ยูอิจิเสียใจไม่ต่างจากมินตริญาเลยเขาอยากจะเดินเข้าไปกอดและปลอบโยนแต่...ในความเป็นจริงกลับทำไม่ได้ดั่งใจ...

            เมื่อมาถึงห้องร่างเล็กที่เหนื่อยอ่อนก็ล้มตัวลงเอาหน้าฟุบกับหมอนแล้วสะอื้นไห้จนตัวโยน เหมือนกับสวรรค์ไม่เคยเหลียวมองเธอเลย ปัญหารอบด้านรายล้อมเธอเพียงต้องการความรักความอบอุ่น ต้องการที่พึ่งให้ใจที่อ่อนล้ามีที่พักพิงและได้รับความสุขจากใครสักคนเท่านั้น แต่...ก็โดนปฏิเสธ หมดสิ้นแล้ว...รักแรกของเธอ หัวใจที่เคยโบยบินอย่างมีความสุขกับการแอบรักโดนเด็ดปีกแล้วปาทิ้งจนบอบช้ำไม่มีชิ้นดี... 




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha