ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : วันซวย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





กลางดึกในเมืองที่พลุกพล่าน ไม่เคยมีวันไหนที่จะสงบตามช่วงเวลาเลยแม้กระทั่งวันนี้ เสียงพื้นไม้ที่ลั่นเอียดอาดถี่ๆซ้ำๆจากการเดินเข้าออกของคนจำนวนมากซึ่งมารวมตัวกันในห้องประชุมใหญ่ หัวหน้าสาขารวมทั้งลูกสมุนที่ตามประกบอีกคนละสามถึงสี่คนมารวมตัวกันหมดแล้ว ทว่าไร้ซึ่งเงาของซาโตชิหัวหน้าสาขาคิตะ

            ใบหน้าทุกคนคร่ำเครียดกับข่าวที่เพิ่งได้รับ หัวหน้าสาขาทุกคนถูกเรียกให้มารวมตัวกันอย่างกะทันหันเนื่องจากเมื่อวานหัวหน้าสาขาคิตะ มัตซึโมะโตะ ซาโตชิ ได้กลายเป็นศพไร้ศีรษะซึ่งถูกพบอยู่ในอ่าวทางตอนเหนือของจังหวัดโทะยะมะ ที่นั่นเป็นถิ่นที่พำนักและพื้นที่ของเขา

            "รู้เบาะแสอะไรบ้าง" เสียงเย็นเยียบแหบต่ำของโทระแผดขึ้นมากลางวงด้วยอารมณ์คุกรุ่น คนอย่างซาโตชิใครๆก็รู้ว่าสักวันอาจจะตายอย่างหมาข้างถนนเพราะความใจร้อน ไม่มีสมอง ชอบใช้แต่กำลัง แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่ซาโตชิเป็นสมาชิกระดับสูงของกลุ่มมิยากาวะ ซึ่งคนภายนอกกลุ่มไม่มีทางรู้ตัวตนได้เลยแม้กระทั่งคนในกลุ่มกันเองยังรู้แค่เพียงสมาชิกที่มีตำแหน่งสูงๆเท่านั้น แต่ซาโตชิกลับถูกฆ่าตาย กลุ่มมิยากาวะจึงไม่สามารถวางเฉยไว้ได้

            "ม...ไม่มีเลยครับ ช่วงนี้ท่านหัวหน้าก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกับใครเลยครับ" เลขาของซาโตชินั่งคุกเข่าก้มหน้าติดพื้นตอบตัวสั่นงันงกหลังจากเล่าเหตุการณ์ในวันที่ซาโตชิหายตัวไปซึ่งก็ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ เมื่อสองวันก่อนหลังจากที่ได้นัดพบกับผู้จัดการสาขาคิตะและตำรวจคนสนิทที่บ่อนพนันของตนเพื่อสังสรรค์ หลังจากนั้นซาโตชิก็กลับที่พักตามปกติ จนกระทั่งมาเจอเป็นศพหัวขาดในทะเล เลขาผู้นี้กลัวจนแทบจะสิ้นสติเกรงว่าจะเสียนิ้วก้อยหรือถูกฆ่าโทษฐานที่ปล่อยให้ซาโตชิต้องตาย

            ยิ่งไม่ได้มีเรื่องกับใครยิ่งทำให้โทระและปู่ฮิเดโนริคิดหนัก เรื่องนี้ทำให้สมาชิกอาวุโสย้อนนึกถึงสงครามระหว่างกลุ่มเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

            "ตำรวจรู้เรื่องนี้หรือยัง?"

            "รู้แล้วครับ"

            โครม!

            "เวรเอ้ย!" โทระทุบโต๊ะเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งตำรวจมารู้เรื่องนี้แล้วก็ยิ่งทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ถึงจะเป็นเรื่องภายในแต่หากมีสมาชิกในกลุ่มตายตำรวจก็ยิ่งจับตามอง ป่านนี้คงเพิ่มกำลังเป็นสองเท่าเพื่อคุมเข้มป้องกันศึกที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นธุรกิจมืดที่ยังแอบทำลับๆของบางกลุ่มบางสาขาก็อาจจะถูกจับได้เช่นกัน

            แม้ว่าในสองปีที่ผ่านมาโทระพยายามที่จะให้สาขาต่างๆภายใต้การปกครองของตนเองยกเลิกการทำธุรกิจมืดโดยเริ่มต้นจากการค้ายาและซ่องโสเภณีแต่ก็ยังมีบ่อนการพนันเถื่อนที่ยังไม่สามารถเลิกได้ในทันที ที่สำคัญยังมีบางเขตบางพื้นที่ที่ยังแอบเปิดซ่องโสเภณีอยู่ การจะเลิกสิ่งที่ทำอยู่ทั้งหมดเป็นไปได้ยากทั้งยังยังต้องใช้เวลา ที่โทระหันมาทำตามสิ่งที่ฮิเดกิเคยบอกก็เพียงเพื่ออยากให้ลูกชายกลับมา นี่เป็นการง้อลูกตามแบบฉบับคนเถื่อนเยี่ยงโทระ

            "แล้วในช่วงนี้จะให้ใครขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มสาขาคิตะดีครับ" หนึ่งในสมาชิกเอ่ยถามขึ้นมาอย่างหวาดหวั่น โทระนิ่งงันไปชั่วครู่ ไม่ทันไรหัวหน้าสาขามินามิทาคาชิก็ยกมือนิ่งๆขึ้นมา

            "เรายังไม่ควรกำหนดให้ใครเป็นหัวหน้าแทนซาโตชิในช่วงนี้ แต่ควรจะให้รองหัวหน้าสาขาคิตะดูแลแทนไปก่อนนะครับ"

            ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังต้องมีการสอบสวนภายในอีกมากมายรวมทั้งการจัดงานศพให้กับซาโตชิ และการแต่งตั้งใครให้มาเป็นหัวหน้าสาขานั้นต้องผ่านการคัดเลือกและลงมติจากสมาชิกชั้นสูงอีกมาก ทุกคนจึงเห็นว่ายังไม่สมควร

            "ช่วงนี้ขอให้ทุกกลุ่มเตรียมพร้อม เรายังไม่รู้ว่าศัตรูของเราเป็นใคร อย่าให้กูรู้...ว่าสาขาไหนยังแอบทำซ่องและค้ายา ถ้าถูกจับได้รู้ไหมว่ากลุ่มจะเป็นอย่างไร!! ถ้ากูรู้กูจะเอาดาบฟันบั่นคอมันให้ขาดด้วยตัวกูเอง! เลิกประชุม!"

            เรื่องนี้ชักไม่เข้าท่า...หลังเลิกประชุมหัวหน้าสาขาทุกคนต่างเดินทางกลับกันไปหมดแล้วเหลือเพียงโทระและปู่ฮิเดโนรินั่งย่นคิ้วติดอยู่กับความคิดตัวเองอย่างเคร่งเครียด

            "คุณลุงคิดว่าเป็นฝีมือของคนนอกหรือเปล่าครับ?"

            "ก็ไม่แน่...แต่ก็ไม่น่าเป็นไปไม่ได้เพราะกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเรากำจัดมันไปหมดแล้วตั้งแต่...เรโกะตาย"

            พูดถึงชื่อเมียรักทีไรทำเอาหัวใจนักเลงโตเจ็บแปลบทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่ของผู้มีอำนาจสูงสุดในกลุ่มหยัดตัวขึ้นยืนพลางกำหมัดแน่น

            "ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนฆ่าซาโตชิ! ถึงมันจะเคยส่งคนมากระทืบฮิเดกิ แต่มันก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อกลุ่มและกับผมมาก ถึงมันจะไม่พอใจกับแนวความคิดของฮิเดกิแต่มันเป็นคนแรกที่ทำตามคำสั่งของผม  ดังนั้นผมจะตามสืบด้วยตัวเอง"

            โทระประกาศกร้าวต่อหน้าผู้อาวุโสที่เคารพ การตายของซาโตชิในครั้งนี้ส่งผลใหญ่หลวงหลายด้านนัก หัวหน้ากลุ่มสูงสุดอย่างเขาไม่สามารถนิ่งเฉยรอฟังข่าวได้เขายอมออกโรงตามสืบเองอย่างลับๆเพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าศัตรูของกลุ่มคือใครกันแน่ หากกระโตกกระตากไปจะกลายเป็นแหวกหญ้าให้งูตื่นไปเสียก่อน

 

            ในที่สุดวันสิ้นโลกของมินตริญาก็มาถึง ทางคณะแจ้งให้เธอทราบว่าเทอมนี้จะไม่ได้รับทุนการศึกษาเพราะผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ มินตริญานั่งซึมกระทื่ออยู่ตรงม้านั่งหน้าตึกเรียน เมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะอกหักแล้วพอมาวันนี้ก็ชวดทุนการศึกษาอีก จะมีเรื่องเลวร้ายกว่านี้อีกไหมนะ?  เด็กสาวนั่งถามตัวเอง  แทนที่เธอจะนั่งเศร้า มินตริญากลับนั่งคิดหาหนทางอื่นให้ชีวิตของตัวเองได้เดินต่อไปทันทีไม่รีรอ เงินเก็บที่ฝากไว้ในธนาคารมันมีพอจะเอามาจ่ายค่าเทอมได้เท่านั้นแต่เธอไม่มีทางเลือก ร่างเล็กไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายแล้วเดินไปธนาคารเพื่อถอนเงินก้อนสุดท้ายซึ่งฝากเก็บเอาไว้ยามฉุกเฉินออกมาทันที

            ร่างบางมาถึงบ้านก็ต้องตกใจ ข้าวของในบ้านถูกรื้อออกระเกะระกะเต็มบ้านไปหมด ขโมยไม่ใช่ใครกลับเป็นพ่อของตัวเอง โทชิหายจากบ้านไปสี่วันเต็มๆในที่สุดก็กลับมา มินตริญาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในอารมณ์ไหนจะดีใจก็ไม่เต็มที่เพราะสภาพของพ่อตัวเองมีหนวดเครายาวเขียวครึ้ม ผมยุ่งเหยิงจับตัวเป็นก้อน ตัวก็เหม็นฉึ่งเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน ใต้ขอบตาคล้ำราวกับไม่ได้นอนเลย เพียงแค่ไม่กี่วันพ่อดูซูบผอมลงไปมาก

            "พ่อ! ไปไหนมาคะ?! แล้วนี่...รื้อข้าวของออกมาทำไมกัน?!" มินตริญาเค้นถามผู้เป็นพ่อที่มีสภาพตื่นตระหนกวิตกกังวลกับอะไรบางอย่างแต่เขากลับไม่ยอมตอบคำถามลูกสาวเลย

            "มิน! มิน! พ่อต้องการเงิน! มีเงินไหม?! หรืออะไรก็ได้ที่ขายแล้วได้เงิน!" โทชิละจากข้าวของที่รื้อออกมาจากตู้เก็บของเล็กๆในห้อง ขย้ำไปที่แขนบางทั้งสองข้างของลูกสาว ร่างบางตัวสั่นโงนเงนไปตามแรงเขย่า มินตริญาไม่เคยเห็นพ่อเป็นเช่นนี้มาก่อน ดวงตากลมหวานถลึงโตด้วยความกลัว

            นัยน์ตาแดงก่ำเหลือบไปเห็นกระเป๋าเงินโผล่เลยขอบกระเป๋าผ้าออกมา โทชิพุ่งร่างเข้าใส่กระเป๋าเงินมือป้อมหยาบรีบเปิดมันออกแล้วฉกเงินในนั้นออกมาทั้งหมดทันที

            "พ่อ! ไม่ได้นะ! นั่นเงินค่าเทอมของหนู!" ร่างเล็กรีบกอดขาพ่อเอาไว้เมื่อเขาทำท่าจะเดินออกจากห้อง

            ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใดมาสิงร่าง โทชิสะบัดขาออกอย่างแรงจนร่างของลูกสาวกระเด็นหลังไปกระแทกชนเข้ากับผนังบ้านดังโครม ร่างเล็กนอนดิ้นไปมาช้าๆด้วยความเจ็บปวด หัวเธอไปกระแทกเข้าผนังบ้านอย่างจังจนปวดหนึบ โทชิชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าฉายแววรู้สึกผิดผุดขึ้นมา แต่เขาก็เลือกเดินไปหาลูกสาวที่นอนดิ้นทุรนทุราย นัยน์ตาแดงก่ำคล้ำโบ๋กวาดสายตาไปเจอสร้อยเส้นเล็กบนคอลูกสาว สร้อยที่นายน้อยให้มามันจะต้องมีค่ามากแน่ๆ  มือสั้นหนาเอื้อมไปคว้าสร้อยเส้นเล็กแล้วกระชากมันออกมา โทชิเดินจากไปพร้อมกับสร้อยและเงินก้อนสุดท้ายของบ้าน

 

            ยูอิจิที่แอบซุ่มมองอยู่ตรงที่เดิมเห็นลุงโทชิเร่งฝีเท้าเดินผ่านหน้าตัวเองไปด้วยความเร่งรีบ เพียงชั่วเวลาที่เดินผ่านไปยูอิจิก็ต้องตกใจกับสภาพของลุงโทชิที่ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนแต่กลับทรุดโทรมได้ขนาดนั้น ทำให้ยูอิจินึกถึงอะไรบางอย่าง สภาพคนอย่างลุงโทชิเขาเห็นจนชินตา ถ้าไม่ใช่พวกติดยาก็ติดพนันงอมแงม ไม่นานนักร่างเล็กก็ตะโกนเรียกเสียงหลงวิ่งตามลงมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

            "พ่อ! พ่อ! อือ...ฮือ...ฮึกๆ ฮือ...พ่อ..." มินตริญาวิ่งลงมาเท้าเปล่าด้วยความรีบ เหลียวซ้ายแลขวาไปมาเพื่อมองหาอย่างกระวนกระวาย เมื่อไม่เห็นร่างของพ่อร่างบางก็ทรุดตัวลงร่ำไห้กับพื้นถนนอย่างหมดแรง

            หมดกันแล้วชีวิต...เธอสู้อุตส่าห์อดทนกัดฟันเรียนและทำงานเพื่อให้ได้เงินมาสร้างฝันให้เป็นจริง แต่พ่อกลับพังฝันให้ถล่มดับในพริบตา

            ยูอิจิชักเท้าจะวิ่งออกไปเพื่อพยุงร่างเล็กบอบบางที่กำลังสะอื้นแต่ก็มีคุณป้าข้างห้องตามออกมาแล้วเข้ามาช่วยเธอเอาไว้เสียก่อน ร่างหญิงสาวต่างวัยทั้งสองหายเข้าไปด้วยกันในห้องแล้วถึงค่อยเบาใจ ยูอิจิไม่รอช้ารีบตามหาลุงโทชิทันที

 

            วันถัดมา มินตริญาฝืนร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำไปทำงานที่ร้านราเม็งเช่นเคย เธอหยุดพักไม่ได้ เงินก้อนสุดท้ายพ่อก็เอามันไปแล้ว แต่ก่อนจะไปทำงานมินตริญาตัดสินใจไปมหาวิทยาลัยทำเรื่องดรอปเรียนเอาไว้ก่อนเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ใจก็ทั้งโกรธพ่อและทั้งเกลียดชะตาชีวิตของตัวเอง มือบางกำหมัดแน่น ปากอวบอิ่มสีสวยขบเม้มเข้าหากันก่อนจะร้องกรี๊ดออกมาเพื่อระบายความคับแค้นในใจจนนักศึกษาแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว เจ้าของดวงหน้าสวยหวานไม่สนใจกลับสายตาที่หันมามอง เธอสะบัดผมหันหลังให้กับโชคชะตาอันโหดร้ายแล้วเผชิญหน้ากับปัจจุบันทันที

 

            จินยะเข้ามาที่ร้านอีกแล้ว หลังจากวันนั้นเขาเข้ามาที่ร้านแทบจะทุกวันคงเพราะต้องการมาเจอกับมินตริญา เพียงแค่ต้องการรู้ว่าเธอยังสบายดี...แต่ว่าใครจะยังยิ้มแย้มอยู่ได้กันหลังจากโดนปฏิเสธไปแบบนั้น ความรู้สึกผิดจึงผลักดันให้เขามาร้านบ่อยขึ้น เขายังคงเห็นว่ามินตริญามาทำงานเช่นเคยจึงค่อยเบาใจ ระหว่างที่ส่งสายตารู้สึกผิดและยิ้มละมุนไปให้น้องสาวคนสนิทโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทตัวนอกก็ดังขึ้น

            "ฮัลโหล ว่าไง...อืม...ว่าไงนะ? พวกมันจะส่งของ? เดี๋ยวนะ...ถือสายรอหน่อย" ปลายสายโทรมาบอกจินยะถึงความคืบหน้าคดีค้ายาเสพติด แต่เมื่อเห็นว่าสถานที่ในการคุยโทรศัพท์นั้นมีคนพลุกพล่าน จินยะจึงเลือกที่จะหลบไปคุยหลังร้านที่ไม่มีคนแทน

            "ท่าเรือโอซาก้า...โกดังหมายเลขแปด อืม...เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้"

            ได้การแล้ว...ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปแอบฟังจากอีกด้านหนึ่งของประตู เธอได้ยินชื่อสถานที่ชัดเจนแต่ไม่รู้เวลาเนื่องจากจินยะมีการทวนซ้ำในสิ่งที่ปลายสายบอกเพื่อจดบันทึกลงในสมุดโน้ตเล่มจิ๋วของเขา ข่าวนี้อาจจะช่วยให้เธอได้เรียนต่อ เงินก้อนโตมากองอยู่ตรงหน้าแล้วจะรอช้าอะไรอีก มินตริญาทำทีว่ารู้สึกไม่สบายขอลางานกลับบ้านทันที

 

            ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำในวันนั้นเองมินตริญาไปท่าเรือตามข้อมูลที่แอบได้ยิน ถึงมันจะไม่ชัดมากแต่เธอก็มั่นใจว่าจะต้องเป็นที่นี้แต่เนื่องจากไม่รู้เวลาเธอจึงมาก่อนเพื่อหาที่หลบซ่อนตัว ในกระเป๋าผ้าของเธอพกของกินมาตุนเอาไว้เผื่อว่าการเก็บภาพทำข่าวครั้งนี้อาจจะทำให้ต้องรอนาน

            เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ มินตริญาเผลอหลับไปท่ามกลางกองพาเลทไม้ตั้งเรียงกันสูงสองเมตร โกดังในตอนกลางคืนช่างเงียบวังเวงจนได้ยินเสียงตัวเองหายใจ เสียงหวูดเรือดังมาเป็นระยะพอให้โล่งใจว่าโลกนี้มีอย่างอื่นอยู่ด้วยที่ไม่ใช่แค่ตัวเธอและพาเลทไม้โกโรโกโส ร่างเล็กนั่งอยู่คนเดียวโดยมีแต่ความมืดโอบล้อมจนดูเหมือนว่ามันกำลังกลืนกินร่างของเธอให้จมอยู่กับความมืดมิด ถ้าไม่ใช่เพื่อเงินมินตริญาจะไม่มาเด็ดขาด

            มือบางกดดูเวลาที่โทรศัพท์ ตีสองกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าแก๊งไหนจะมาส่งยาอย่างที่ได้ยิน เธอจึงตัดสินใจที่จะกลับดีกว่ามานั่งกอดเข่ากลัวอยู่อย่างนี้ ในเวลานี้มีเพียงแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือคอยส่องนำทางเธอเท่านั้น

            ขาเล็กๆเดินสะดุดนั่นสะดุดนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งมาถึงปากประตูทางออก ทันใดนั้นเธอกลับได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากประตูอีกฝากด้านหลังซึ่งติดกับทะเล หรือว่า...มินตริญาไม่รอช้าเธอรีบเดินไปยังประตูโกดังอีกฝั่งทันที เท้าเล็กๆในรองเท้าผ้าใบค่อยๆย่องเดินให้เกิดเสียงน้อยที่สุด จนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สูงมากกว่าสองเมตร มันถูกคล่องโซ่จากด้านนอกแต่ก็ยังมีช่องว่างเล็กๆระหว่างประตูให้พอมองออกไปได้เห็นทะเลที่มีเรือเล็กเรือใหญ่จอดอยู่ในท่าเรือเบื้องหน้า

            เสียงที่มินตริญาได้ยินมันคือเสียงใครบางคนโดนซ้อม ถึงแม้จะมืดแต่ภาพที่เธอเห็นมันก็ชัดเจนเพราะความสว่างจากแสงไฟสลัวที่เว้นช่วงส่องแสงห่างกันตามระยะที่กำหนด มือบางยื่นเอาโทรศัพท์มือถือออกไปตรงช่องว่างพอให้สามารถอัดคลิปหรือถ่ายภาพได้ทันทีโดยไม่เป็นที่สังเกต

            ผลัก! ผลั่ว! ผลัก! โครม!

            ร่างใหญ่ที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นมือถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกกำลังถูกชายฉกรรจ์อีกสองคนทำร้ายร่างกายอย่างไม่ปราณี หนึ่งในนั้นนำไม้หน้าสามขนาดใหญ่ฟาดไปที่ใบหน้าและลำตัวครั้งแล้วครั้งเล่า

            พรวด!

            เพราะความมืดสลัวทำให้มองเห็นเลือดสีสดเป็นสีดำคล้ำถูกพ่นออกจากปากผู้เคราะห์ร้ายก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงนอนแน่นิ่งหายใจรวยรินไปกับพื้น แทนที่พวกคนโฉดจะหยุดพวกมันกลับเตะเข้าไปที่ชายโครงซ้ำแล้วซ้ำเล่า มินตริญายกมือบางอุดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเธอยังคงอัดคลิปวีดีโออยู่

            "ขอโทษด้วยนะนายใหญ่...พวกเราเองก็...ไม่ได้อยากทำอย่างนี้...แต่มึงต้องตายว่ะ!!! เห้ย!!! มึงช่วยกูมาค้นตัวมันหน่อยซิว่าซ่อนไอ้นั่นไว้ที่ไหน!" คนที่ถือไม้หน้าสามนั่งยองลงข้างร่างที่นอนหายใจรวยรินทำสีหน้าเย้ยหยันก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตสีดำให้ขาดออกจากกัน มือของพวกมันควานและตบไปทั่วร่างเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง เสื้อที่ถูกทึ้งออกมาเผยให้มินตริญาเห็นรอยสักลางๆกลางหลังของชายผู้นั้น..."เสือโคร่ง" ตัวใหญ่ที่กำลังแยกเขี้ยวคำรามกลางหน้าผาสูงชัน...

            "เจอแล้วโว้ย!"

            หนึ่งในนั้นคว้าเอาอะไรบางอย่างออกมาได้จากเอวด้านข้างแถวๆขอบเข็มขัด เมื่อเพ่งดูดีๆมันคือยูเอสบีตัวเล็กสีแดง มือหยาบเปื้อนเลือดยัดมันลงกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ก่อนที่จะจับคนที่นอนหอบหายใจถี่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าตามเดิม

            จากมุมที่มินตริญาอยู่มองเห็นหน้าชายโฉดทั้งสองที่หันหน้ามาทางเธอได้อย่างชัดเจน แต่ชายผู้โชคร้ายนั่งกำลังถูกจัดท่าให้นั่งคุกเข่าหันหลังให้ เห็นเพียงรอยสักเต็มหลังทมึนน่ากลัวเท่านั้น

            ชายอีกคนเดินไปหยิบดาบคะตะนะเล่มยาว มือหยาบค่อยๆดึงดาบออกมาจากฝักดาบสีดำ คมดาบมันปลาบส่องแสงสะท้อนเงาวับแม้ในความมืด ชายผู้นั้นเงื้อมือที่จับดาบขึ้นช้าๆก่อนจะสวมบทเป็นเพชฌฆาตวาดดาบลงไปบั่นคอชายที่นั่งอย่างไร้ทางสู้อย่างเร็วและแรงจนหัวกระเด็นหล่นกับพื้นดังตุ้บกลิ้งกุกๆมาทางประตูเลื่อนบานใหญ่แล้วมาหยุดประจันหน้ากับหญิงสาวที่กำลังหลบซ่อนอยู่หลังประตู

            "กรี๊....! อุ้บ!" หญิงสาวเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจที่ได้จ้องตากับศีรษะที่ไร้วิญญาณ ก่อนจะยกมืออุดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ฆาตกรทั้งสองได้ยินเสียงแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

            "เห้ย! ใครวะ?!"

            สิ้นเสียงตะโกนถาม มินตริญานั่งโง่อยู่ต่อให้พวกมันมาจับไปฆ่าตัดคอด้วยอีกคนหนึ่งหรอก ร่างเล็กรีบลุกขึ้นวิ่งหนีทันที โชคดีที่ประตูคล้องโซ่เอาไว้ทำให้สามารถถ่วงเวลาให้เธอได้หนีไป ร่างเล็กวิ่งหนีในความมืดอย่างทุลักทุเล กระเป๋าผ้าของเธอถูกอะไรบางอย่างเกี่ยวหลุดออกจากบ่าเล็กของตัวเองบริเวณประตูทางเข้าโกดัง มินตริญาไม่สนใจเธอวิ่งและวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างเดียวเท่านั้น จนกระทั่งออกมาจากโกดังร้างและมืดนั้นได้

            เธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาอีกสองคน เมื่อหันไปมองก็เห็นเงามืดของชายทั้งสองวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ และพวกมันก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆ เคราะห์ดี...มินตริญาเห็นรถยนต์จอดอยู่ที่ซอยถัดไป และนั่นก็เป็นของตำรวจที่มาดักซุ่มจับพวกลักลอบค้ายาในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากสายแจ้งมาบอกการเปลี่ยนแปลงสถานที่กะทันหันจากโกดังหมายเลขแปดเป็นเจ็ดแทน

            "ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!" มินตริญาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือในขณะที่กำลังวิ่งหนีตายสุดชีวิต โชคดีเหลือเกินที่มีตำรวจออกมาช่วยเธอได้ทันการณ์ ร่างเล็กหอบใจพลางพูดละล่ำละลักฟังไม่ได้ศัพท์

            "มิน?! มินจัง! เธอมาทำอะไรที่นี่?!" จินยะเดินออกมาจากรถอีกคันด้วยความแปลกใจที่เห็นน้องสาวคนนี้อยู่ในที่ที่ไม่สมควร ก็ไหนเมื่อตอนบ่ายบอกว่าไม่สบายแล้วทำไมตอนนี้กลับมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ คำถามมากมายเต็มหัวตำรวจหนุ่มไปหมดแต่ดูจากอาการแล้วเธอกำลังเหนื่อยและขวัญเสียอย่างรุนแรงเหมือนกับวิ่งหนีอะไรมา จินยะไม่ถามมากรีบให้เธอไปพักเหนื่อยแล้วจัดคนไปส่งเธอทันที

            ชายนักฆ่าสองคนเมื่อเห็นตำรวจก็พากันเดินหลบหนีกลับไปที่เดิมทันทีเพื่อเก็บกวาด แต่ก็มาสะดุดเอากับกระเป๋าผ้าหน้าประตูโกดัง พวกมันไม่รอช้ารีบรื้อค้นภายในกระเป๋าทันที สิ่งที่พบนอกจากเศษถุงพลาสติกห่อหุ้มของกินแล้ว ก็ยังมีกระเป๋าเงิน...พวกมันเปิดดูทันที เด็กสาวที่หลบหนีคงจะจนพอตัวเพราะในนั้นมีแต่เศษเหรียญ ทว่า...กลับมีบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาที่มีรูป ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ระบุครบถ้วน...รอยยิ้มอำมหิตเผยบนใบหน้าเหี้ยมโหดทันใด

            "หึ...อีโง่เอ้ย...อยู่ดีไม่ว่าดี กลับมาหาเรื่องตาย หึหึ"

            "ไปช่วยกันจัดการศพก่อนเถอะ แล้วค่อยไปจัดการอีนี้ทีหลัง มันไปไหนไม่รอดหรอก" ชายโฉดทั้งสองเดินหายเข้าไปในหลังโกดังหมายเลขแปดท่ามกลางความมืดอย่างไม่รีรอ...




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha