ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ใช้หนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




            มินตริญาถูกนำตัวมาส่งถึงบ้านตอนกลางดึกใกล้รุ่งโดยตำรวจนอกเครื่องแบบ ในเวลานั้นจินยะไม่มีเวลามานั่งเค้นถามสาวน้อย ได้แต่ให้ลูกน้องไปส่งเธอโดยเร็วเพราะอาจจะโดนลูกหลงหากมีการปะทะยิงต่อสู้ในคดีค้ายาได้

            ร่างเล็กเนื้อตัวมอมแมมยืนอยู่หน้าอพาร์ตเมนท์ ของตัวเองก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองยังห้องของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน มือเล็กล้วงเอากุญแจสำรองที่ซ่อนไว้มาไขและล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า มินตริญามาสะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงนาฬิกาจากโทรศัพท์ปลุกในช่วงเช้าของวันธรรมดาที่ผู้คนต่างก็ออกไปทำงานกันหมดแล้ว มือบางรีบคว้าโทรศัพท์ที่ใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงออกมาเป็นอันดับแรก ดีเหลือเกินที่เธอไม่ได้ใส่มันไว้ในกระเป๋าผ้าที่หายไป มือบางรีบกดส่งข้อความไปหาเอริกะทันที

            "คุณเอริกะคะ ฉันมีข่าวมาให้คุณ" ทว่าขนาดคลิปวิดิโอที่ใหญ่และมีความยาวในการถ่ายตั้งแต่ต้นจนจบค่อนข้างนานทำให้ไม่สามารถส่งไปได้

            "ขอโทษนะคะ ไฟล์มันใหญ่ เดี๋ยวฉันจะหาทางอัพโหลดและส่งให้คุณอีกที"

            ยังไม่มีข้อความตอบกลับจากเอริกะ อาจเพราะนักข่าวสาวคงจะกำลังยุ่งอยู่ มินตริญาเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยีเท่าไรแต่ก็จำได้ว่าเพื่อนเคยสอนให้เธอรู้จักการเก็บข้อมูลออนไลน์ไว้สำหรับทำรายงานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องการในขณะที่เธอไม่ได้อยู่กับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวแล้วอยากจะทำรายงานข้างนอกกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นหรืออยากจะแชร์ข้อมูลอะไรกับใครก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

            แอพลิเคชั่นนี้เพื่อนของเธอดาวน์โหลดลงในโทรศัพท์ให้ พร้อมทั้งตั้งรหัสให้เสร็จสรรพ แถมยังรู้ใจว่ามินตริญาเป็นคนประเภทที่จำพวกพาสเวิร์ดอะไรพวกนี้ไม่ได้เลย ผิดกับตอนเรียนที่เธอสามารถจำชื่อเรียกส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างแม่นยำ เพื่อนของเธอจึงได้บันทึกพาสเวิร์ดกันลืมลงในโน้ตของโทรศัพท์ไว้ให้พร้อม เรื่องการฝากข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมินตริญาอีกต่อไป เธอรีบอัพโหลดไฟล์วิดีโอดังกล่าวทันที

            ปังๆๆๆ

            เสียงรัวทุบประตูหน้าห้องทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก  ในตอนเช้าแบบนี้จะมีใครที่ไหนมาทุบประตูกัน หรือว่าจะเป็นพ่อ? แต่ทำไมถึงไม่ไขกุญแจเข้ามา เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้แล้วทำเอามินตริญาหน้าซีดเผือด ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็น หรือว่า...จะเป็นไอ้สองฆาตกรนั่น...มือบางรีบเอาโทรศัพท์ซุกซ่อนไว้กระเป๋ากางเกงทันที

            "เห้ย! ไอ้โทชิ! กูรู้นะว่ามึงอยู่ในนั้น! ออกมา!" เสียงผู้ชายพูดจาหยาบคายที่อยู่หน้าห้องตะโกนลั่นในยามเช้า แถมยังรู้จักชื่อของพ่ออีกด้วย หญิงสาวหายใจหอบแรง ฟันขบกันดังกึกๆด้วยความกลัว

          "ถ้ามึงไม่ออกมากุจะพังประตูเข้าไป! ออกมา!ไม่อย่างนั้นมึงตาย!"

          มินตริญานิ่งเงียบไปเพื่อใช้ความคิด

            โครม!

            แต่ประตูห้องก็ถูกถีบเข้ามาอย่างแรงจนพัง ห้องเช่าราคาถูกและสภาพก็ซอมซ่อเต็มทีจะไปมีประตูแข็งแรงๆอย่างบ้านราคาแพงได้อย่างไรกัน

            "กรี๊ด!" มินตริญากรีดร้องด้วยความตกใจ

          เบื้องหน้าเป็นชายหน้าตาเหี้ยมเกรียมกักขฬะสองคนพังประตูห้องเช่าเข้ามาแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่เล็กเท่ารูหนู หนึ่งในนั้นปากก็คาบบุหรี่ตาก็จ้องมองมาที่หญิงสาวอย่างหื่นกระหาย 

            "เห้ย! ไอ้โทชิมันมีลูกสาวด้วยว่ะ สวยซะด้วย เอ๊ะ!หรือว่าเป็นเมีย" ผู้ชายชุดดำท่าทางกักขฬะเดินมาคว้าข้อมือบางอย่างจาบจ้วง

            "กรี๊ด! ปล่อย! ปล่อยฉันนะ! พวกแกเป็นใคร?! ต้องการอะไร?! รู้จักพ่อฉันได้ยังไง?!"

            "จุ๊ๆๆๆ ลูกสาวสวยนี่หว่า  น้องสาว...พ่อเธอน่ะไปเล่นพนันและตอนนี้มันก็ติดหนี้เป็นแสนเยนไม่ยอมจ่าย! รู้ไหมว่าดอกเบี้ยพวกพี่มันแพง หึหึ"  มือหยาบหนายกขึ้นมาบีบหน้าเนื้อนวลอย่างหยาบคาย

 

            "ไม่จริง! พ่อฉันไม่มีทางทำอย่างนั้น! ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ" มือบางปัดมือหยาบออกจากหน้าด้วยความขยะแขยง

            "หึ...เข้าใจผิดงั้นเรอะ! แล้วนี้ล่ะใคร?! ใช่พ่อมึงหรือเปล่า?!" ชายหน้าเหี้ยมปากคาบบุหรี่หยิบสมุดทวงหนี้พร้อมกับบัตรประชาชนของโทชิที่ใช้สำหรับค้ำประกันออกมาโยนใส่หน้ามินตริญา

            ใช่พ่อจริงๆ...หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก นี่หรือที่พ่อมาบอกว่าเอาเงินไปลงทุนกับเพื่อน แล้วเมื่อวานก็กลับมาในสภาพอย่างนั้น ทั้งยังเอาเงินค่าเทอมและสร้อยไปอีก พ่อเอาไปเล่นพนันพวกนี้จริงๆเหรอ? นี่เธอสู้อุตส่าห์อดทนตั้งใจทำงานเก็บเงินมามันสูญสิ้นเพราะการพนันหมดเลยเหรอ?

            "พ่อเธอติดหนี้ที่บ่อนฉันสามแสนเยน รวมกับดอกรายวันแล้วเป็นสองล้านเยน"

            "หา! ส...สองล้านเยน?! ฉันไม่มีเงินมาจ่ายหรอก!" มินตริญาแทบจะเป็นลมล้มทั้งยืน เงินมากมายขนาดนั้นเธอจะไปหามาจากที่ไหนได้ ขนาดจะกินทุกวันนี้ยังไม่มีเลย

            "ถ้าไม่มีเงินมาจ่าย ก็ต้องจ่ายด้วยอย่างอื่น!"

            "ม...ไม่! ช่วยด! อุ้บ!"

            ชายกักขฬะทั้งสองพุ่งตรงเข้าหาร่างบางยกมือหยาบอุดปากสีสวยที่กำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ อีกคนก็เข้ามาต่อยท้อง มินตริญาจุกน้ำตาเล็ดร้องไม่ออกร่างเล็กทรุดตัวลงกับพื้นเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อหญิงสาวไร้ทางสู้พวกมันก็ช่วยกันยกร่างบางอุ้มพาดบ่าเดินออกไปจากห้องเช่าอย่างรวดเร็ว

            ป้าข้างห้องได้ยินเสียงเอะอะจึงเปิดประตูออกมาดู

            "อย่ามาเสือก! ถ้าไม่อยากตาย!"

            พวกมันตะคอกพร้อมทั้งชี้ปลายกระบอกปืนใส่อย่างไม่เกรงกลัว ป้าข้างห้องทำได้แค่เพียงร้องตกใจและปิดประตูกลับเข้าห้องไป ร่างเล็กถูกลำเลียงเข้ารถยนต์คันสีดำเก่าๆซึ่งจอดอยู่ข้างตึกแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

            นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงก่ำเล็กน้อยจากการอดหลับอดนอนตามหาพ่อของมินตริญา ยูอิจิคลาดกับลุงโทชิที่บ่อนพนันเถื่อนของกลุ่มมิยากาวะสาขาจูโอเขตห้าซึ่งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างจังหวัดโอซาก้าและจังหวัดเฮียวโงะในขณะที่ลุงโทชิวิ่งหนีการไล่ล่าจากกลุ่มทวงหนี้อีกบ่อนในละแวกเดียวกัน

            ในเมื่อไม่เจอตัวยูอิจิจึงตัดสินใจกลับมาที่อพาร์ทเมนท์ของมินตริญา  รถญี่ปุ่นสีขาวเลี้ยวเข้าไปในซอยและลงจากรถ ร่างสูงเอื้อมมือไปคว้าถุงที่เบาะข้าง ในมือของชายหนุ่มหิ้วถุงร้านสะดวกซื้อมาด้วยสองสามถุง เขาคิดว่ามินตริญาคงจะหิวเพราะไม่มีเงินไปซื้ออาหารเป็นแน่ แต่ยูอิจิกลับเห็นคุณป้าคนที่มาช่วยพยุงมินตริญาเข้าห้องเมื่อวานวิ่งออกมาที่ถนนด้วยท่าทีร้อนรนและเหนื่อยหอบพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครสักคน แต่เมื่อเธอเหลือบเห็นยูอิจิก็ต้องเปลี่ยนใจ

            "คุณ! คุณ! ช...ช่วยด้วย! มีคนโดนลักพาตัว! มินจังโดนลักพาตัว! ป้าได้ยินพวกมันพูด มันมาทวงเงิน!" คุณป้าข้างห้องจำหน้ายูอิจิได้เพราะมักจะเห็นเขามายืนรอยืนมองมินตริญาอยู่บ่อยๆ

            "ห๊ะ?! ว่ายังไงนะครับ!"

            "รถคันนั้น! รถสีดำคันนั้น!" คุณป้าชี้ให้ยูอิจิหันไปดูรถสีดำที่เพิ่งขับออกไปเมื่อสักครู่เลี้ยวออกไปทางถนนใหญ่ ถึงแม้ว่ารถคันนั้นจะขับไกลออกไปมากแล้วแต่ยูอิจิก็จำทะเบียนรถได้ขึ้นใจแม้เพียงมองไปแค่ปราดเดียว ร่างสูงทิ้งถุงของกินในมือแล้วรีบวิ่งกลับไปที่รถขับตามออกไปทันที ไม่ได้การ...เขาไม่อยากจะให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นกับมินตริญาเลยจริงๆ เขารู้ดีว่าหญิงสาวจะโดนอะไรหากพ่อของเธอไปติดหนี้การพนันแล้วไม่ยอมใช้ ในขณะที่ขับรถตามมือหนาก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดไปหาแจยอลที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ในเกาหลีทันที!

 

            "อืม...ฮัลโหล....มีอะไร...อ่า" เสียงงัวเงียของแจยอลยังตื่นไม่เต็มตาดีต้องลุกมารับโทรศัพท์ของยูอิจิที่โทรมาติดๆซ้ำๆหลายต่อหลายครั้ง

            "แจยอล! บอกนายน้อยด่วนว่าคิคุชิซังถูกจับตัว!"

            "อ...อะไรนะ?!!!" ร่างกำยำสูงใหญ่ดีดเด้งลุกขึ้นมาด้วยความตกใจทันที

            "ไม่มีเวลาแล้วขอคุยกับนายน้อยหน่อย!"

            แจยอลรีบวิ่งไปที่ห้องฮิเดกิแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ทันใด เมื่อได้ฟังเรื่องราวสั้นๆจากปากของยูอิจิ มือใหญ่หนากำโทรศัพท์แทบจะพังคามือ สายตาดุดันเกรี้ยวกราดที่แจยอลไม่ได้เห็นมาสองปีกลับฉายแววขึ้นอีกครั้งตรงหน้า

            "นายตามไปอย่าให้คลาดสายตา! ฉันจะรีบกลับญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เลย!" ใจของฮิเดกิรุ่มร้อนดังโดนไฟเผา เขาทนอยู่เฉยได้อย่างไรในเมื่อมินนตริญาถูกคนในกลุ่มมิยากาวะจับตัวไป ดูท่าแล้วก็คงไม่พ้นที่จะเอาหญิงสาวไปขายซ่องใช้หนี้แทนพ่อของเธอแน่นอน ความโหดร้ายที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กกำลังจะเกิดขึ้นกับมินตริญา ร่างสูงรีบรุดไปแต่งตัวแล้วออกเดินทางไปสนามบินกับอารักขาร่างใหญ่ทันที

            ร่างบางถูกมัดมือมันเท้าไม่ให้ดิ้นหนี และพวกมันยังเอาเทปกาวปิดปากบางเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง เธอถูกจับให้นอนอยู่เบาะหลัง มันอะไรกันนักนะ ที่ช่วงนี้เธอเจอแต่เรื่องแย่ๆ ยิ่งเรื่องเมื่อวานแล้วเธอยังไม่หายสั่นกับฉากการฆ่าตัดหัวอย่างสยดสยองเลย มาวันนี้ก็ต้องมาถูกพวกคนในกลุ่มมิยากาวะมาตามทวงหนี้ที่ตนไม่ได้ก่อตั้งสองล้านและยังโดนจับตัวมาอีก! ความกลัวมันบีบคั้นให้น้ำตาใสๆไหลออกมา แต่เธอไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตสวยหวานลอบสังเกตป้ายบอกทาง พวกมันขับรถพาเธอออกไปยังจังหวัดเฮียวโงะไม่ผิดแน่ และตอนนี้เวลาก็น่าจะผ่านไปราวๆสองชั่วโมงได้ ร่างบางที่นอนโดนมัดมือไพล่หลังเริ่มเมื่อยล้า

 

            ในที่สุดรถก็มาจอดเอาที่ท่าเรือร้างแห่งหนึ่ง หนึ่งในสองคนนั้นเดินลงมาจากรถเพื่อมาแก้มัดที่เท้าให้มินตริญาก่อนจะกระชากร่างบางให้เดินไปทางประตูหลังตึกโทรมๆที่อยู่ในท่าเรือ ดูเหมือนว่าจะเคยเป็นบริษัทขนส่งอาหารทะเลมาก่อน ตึกแห่งนี้มีห้องใต้ดินลึกลงไปชั้นครึ่ง มันเคยเป็นห้องแช่เย็นอาหารทะเลแต่ปัจจุบันเลิกกิจการแล้วปล่อยทิ้งร้างเอาไว้  พวกมันฉุดกระชากลากถูบังคับให้ร่างบางเดินไปตามช่องบันไดพื้นซีเมนต์เก่าๆมีแต่ราดำเกาะเต็มผนังเพราะความชื้น ในนั้นมีประตูสแตนเลสเหมือนตู้เย็นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าและมีคนนั่งคุมอยู่สองคนซึ่งหน้าตาก็โหดเหี้ยมไร้แววปราณีเหมือนกัน

            เสียงหอบหายใจที่แรงขึ้นดังมาจากร่างบาง น้ำตาไหลซึมเปียกเปื้อนเป็นทางเต็มแก้มนวล มินตริญาโดนลากเข้าผ่านพ้นประตูสแตนเลสไป กลิ่นเหม็นอับชื้นตีขึ้นจมูก ทางเดินตรงนี้ไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์ส่องถึงมีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนที่กระพริบติดๆดับๆ ห้องแช่นี้มันช่างมืดสลัวและคับแคบ พวกมันพามินตริญาเดินมาจนถึงห้องๆหนึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นบรรดาผู้หญิงเอเชียผิวสองสี บ้างก็นั่งบ้างก้อนอนบนเตียงที่เรียงกันโดยมีเพียงผ้าม่านสีมอซอสกปรกเป็นคราบด่างดวงกั้นระหว่างเตียงเอาไว้ ไม่ผิดแน่ที่นี่คือซ่องค้าประเวณีผิดกฎหมาย!

            จนกระทั่งมาถึงห้องๆหนึ่งที่ถูกก่อขึ้นด้วยไม้อัดเก่าๆโดนน้ำจนบวมโก่งเป็นบางจุด ร่างบางถูกผลักเข้ามาในห้องแคบๆเหม็นๆห้องหนึ่งมีเพียงแสงไฟจากหลอดทังสเตนเก่าๆเท่านั้น ร่างเล็กถูกเหวี่ยงไปยังเตียงไม้สกปรกในห้องจนโทรศัพท์ตกกระแทกกับพื้นอย่างแรงกระเด็นไปมุมห้องที่มืดจนมองอะไรไม่เห็น ยังดีที่พวกมันยังมาแก้มัดและดึงเทปปิดปากออกให้เธอไว้ได้ดื่มน้ำบ้าง ก่อนจะเดินออกไปมันบังอาจใช้สายตาโลมเลียมินตริญาพลางแลบลิ้นเลียปากอย่างหื่นกระหาย

            "เห้ย! อย่าเพิ่งเลยน่า เก็บอีนี้ไว้ให้หัวหน้าเปิดจะดีกว่า ถ้ามึงไปปาดหน้าเค้กเสียก่อน ระวังจะโดนฆ่าทิ้งลงทะเล"

            "โว๊ะ! เสียอารมณ์! เออ...ก็ได้วะ" ชายชั่วทั้งสองเดินออกไปจากห้องด้วยความหงุดหงิดและล็อกจากข้างนอกกันหนี ร่างเล็กเริ่มหายใจหอบแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกทั้งสับสนและขวัญกระเจิง ทำได้แค่ร้องไห้อ้อนวอนขอร้องให้พวกต่ำทรามปล่อยเธอไปแต่ก็ไร้ผล

            "ปล่อย! ปล่อยฉันออกไปนะ! ปล่อย! ฮือๆๆ ปล่อย...ปล่อยฉันไปเถอะ...ฮือๆๆๆ" มือบางกำหมัดทุบประตูจนลืมเจ็บและตะโกนร้องขอความเมตตาจากพวกมันแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เมื่อนึกขึ้นได้มือบางควานหาโทรศัพท์ที่ตกจนเจอ พอจะยกออกมาโทรขอความช่วยเหลือก็พบว่าหน้าจอแตกยับจนเครื่องดับไป มินตริญาทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นหวัง...

 

            ยูอิจิคลาดกับรถสีดำคันนั้น แต่อย่างไรก็ตามเขาก็รีบขับไปยังบ่อนที่เจอกับลุงโทชิเมื่อเช้า แต่จนตอนนี้ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วเขายังไม่เจอรถสีดำคันนั้นเลย

            โทรศัพท์ยูอิจิสั่นดัง สายเรียกเข้าคือนายน้อย มือใหญ่กดรับทันทีในขณะที่กำลังขับรถตามหา

            "ยูอิจิตอนนี้ฉันเข้ามาในเฮียวโงะแล้ว! นายอยู่ที่ไหน?!"

            "ผมคลาดกับรถคันนั้นครับ ตอนนี้ยังไม่เจอเลย"

            ใจของฮิเดกิเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ต้องการจากอารักขาที่ไว้ใจ

            "นายลองขับไปดูที่ท่าเรือ F ได้ความว่าไงรีบโทรหาฉัน!"

            "ได้ครับนายน้อย"

            ท่าเรือ F เป็นท่าเรือร้างแห่งหนึ่งใกล้กับอ่าวโกเบ ฮิเดกิเคยรู้มาว่าที่นั้นเคยถูกใช้เป็นที่กักขังหญิงสาวที่ถูกลวงมาค้าประเวณี และตามสัญชาติญาณแล้วมันบอกฮิเดกิว่ามินตริญาจะต้องถูกพาตัวมาที่นี่อย่างแน่นอน จากจุดที่ยูอิจิอยู่มันไม่ไกลจากท่าเรือดังกล่าวมาก เขายูเทิร์นหัวรถกลับและเหยียบคันเร่งมิดพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

            รถที่ยูอิจิตามหาจอดอยู่ในท่าเรือ F อย่างที่ฮิเดกิบอกจริงๆ มันถูกจอดไว้ที่หน้าตึกร้าง เขารีบติดต่อไปหาฮิเดกิเพื่อบอกความคืบหน้าทันที

            "ฉันกำลังจะไปถึง! นายอย่าเพิ่งทำอะไร! ฮัลโหล..ฮัลโหล! ปัดโธ่เว้ย! แจยอลรีบหน่อย! ยูอิจิมันเข้าไปในตึกนั้นคนเดียวแล้ว!" ฮิเดกิร้อนใจตะโกนบอกแจยอลให้ขับรถเร็วขึ้นเพื่อให้ไปถึงที่หมายให้ทันการณ์

 

            ร่างสูงผมสีน้ำตาลแอบเดินเข้าไปบริเวณตึกมือเปล่า ไม่มีอาวุธอะไรทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าไปช่วยมินตริญาให้ได้ก่อนที่เธอจะโดนกระทำชำเราจนกลายเป็นฝันร้ายกับเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองสอดส่องประเมินสถานการณ์ เท่าที่เห็นมีคนยืนเฝ้าประตูทางเข้าใต้ดินด้านนอกหนึ่งคนแค่นี้มันกระจอกมากสำหรับยูอิจิ

            มือใหญ่ลอบหยิบเศษกรวดโยนไปกระทบกับประตูตะแกรงเหล็กจนเกิดเสียง ล่อให้คนเฝ้ายามหน้าประตูที่มีปืนเหน็บเอวเดินไปอีกทาง ร่างสูงค่อยๆย่องเข้าไปทางด้านหลังแล้วลงมือทุบไปที่คออย่างแรงจนร่างนั่นนอนแน่นิ่งไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เมื่อนั้นยูอิจิจึงค่อยๆเดินไปตามบันไดลงไปยังห้องใต้ดิน เขาค่อยๆชะโงกหัวให้พ้นจากกำแพงเพื่อสำรวจอีกครั้ง เวรเฝ้ายามทั้งสองต่างก็มีปืน และห้องคับแคบไม่มีที่กำบัง ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดกลับมีเวรยามอีกคนเดินลงมาที่ห้องใต้ดินเพราะเห็นเพื่อนข้างนอกนอนแน่นิ่ง มันควักปืนออกมาจากเอวแต่ยูอิจิไวกว่ามือใหญ่คว้าเข้าที่มือที่กำลังล้วงปืน เขากระชากข้อมือออกมาหักจนอีกฝ่ายร้องเจ็บก่อนจะควักปืนของมันเอามาเป็นของตัวเองแล้วยิงไปที่ขาทั้งสองข้างของมันจนล้มลงด้วยความเจ็บปวด

            เวรยามอีกสองคนได้ยินเสียงร้อง พวกมันยิงออกมาจากตำแหน่งหน้าประตูสแตนเลส ตอนนี้ยูอิจิมีเพียงราวบันไดเป็นที่กำบัง พวกมันไม่ใช่มืออาชีพที่ถูกฝึกมา เป็นแค่เวรยามลูกกระจ๊อกปลายแถวเอาแต่ยิงจนลูกกระสุนหมดโดยไม่เห็นเป้า ยูอิจิอาศัยช่วงจังหวะนี้ยิงสวนกลับไปแต่ในปืนของเขากลับมีลูกกระสุนอยู่แค่ไม่กี่นัดก็หมดลำ หนึ่งคนโดนยิงร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ส่วนอีกคนกำลังบรรจุกระสุนปืนอย่างทุลักทุเลเนื่องจากมือสั่นด้วยความกลัว ร่างสูงกระโดดพุ่งตัวลงไปถีบจนร่างของมันกระเด็นไม่ทันได้บรรจุกระสุนปืน ขายาวๆกระทืบไปที่ร่างที่นอนติดกับพื้นจนมันกระอักเลือดสีแดงสดออกมาเปื้อนรองเท้าผ้าใบสีขาวของยูอิจิ

            "มึงทำรองเท้ากูเปื้อน" ยูอิจิพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววโหดเหี้ยมจนคนใต้ตีนกลัวตายตัวสั่น แต่ยังไม่ทันจะเหยียบหน้าคนข้างล่างเขากับพลาดท่าโดนชายอีกคนพุ่งตัวเข้าใส่จนล้มไปด้วยกันไปเป็นท่า มาตอนนี้ยูอิจิกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ร่างสูงของเขาโดนคร่อมทับด้วยร่างที่ใหญ่กว่า ซ้ำยังกระหน่ำต่อยมาที่ใบหน้านิ่งไม่ยั้ง

            ผลัก!

            ฝ่ายที่อยู่ด้านบนโดนตีนใครซักคนฟาดเข้าให้ที่ก้านคอจนล้มลงไปนอนสลบเหมือดอยู่ข้างยูอิจิ เจ้าของตีนที่ยืนอยู่ยกยิ้มมุมปาก แจยอลมาช่วยเพื่อนรักจากการโดนรุมกระหน่ำได้ทัน พร้อมกับยื่นมือไปดึงร่างสูงที่นอนอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นมา

            "พวกมึงพาผู้หญิงไปไว้ที่ไหน?!" แจยอลตะโกนถามคนที่โดนยูอิจิกระทืบจนน่วมไปเมื่อครู่ก่อนจะได้คำตอบเป็นนิ้วสั่นๆที่ชี้ไปทางประตูสแตนเลส เสียงปืนล่อให้พวกมันวิ่งกรูกันลงมา แจยอลและยูอิจิมองตากันอย่างรู้ใจพวกเขาตั้งท่าเตรียมต่อสู้โดยไม่ประหวั่นพรั่นพรึงแถมยังยิ้มเยาะที่อีกฝ่ายล้มลงไปนอนกองกับพื้นด้วยฝีมือตนอย่างสะใจ

            ฮิเดกิก้าวข้ามผ่านประตูสแตนเลสใหญ่ยักษ์ไปเพียงลำพัง เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนออกด้วยเลือดในกายที่กำลังเดือดพล่าน ในใจก็ภาวนาขออย่าให้สาวน้อยของเขาเป็นอะไรเลย

            เมื่อเดินเข้าไปจนถึงห้องที่มีเตียงเรียงราย คนคุมข้างในมีเพียงคนเดียว มันเดินตรงเข้ามาหาคนแปลกหน้าอย่างฮิเดกิหมายมุ่งจะทำร้ายให้หมอบด้วยมือเปล่าแต่มันคิดผิดถนัด

            ผลัก!

            ขายาวยกฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของชายชุดดำที่เดียวจอดนอนสลบเหมือด ฮิเดกิไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ขายาวๆก้าวข้ามร่างที่นอนแน่นิ่งไป เบื้องหน้าเป็นประตูอีกชั้น ห้องใต้ดินแห่งนี้ทำไมถึงได้กว้างใหญ่มีหลายชั้นขนาดนี้กัน แต่เมื่อเห็นจำนวนหญิงที่นอนตามเตียงสกปรกก็พอจะรู้ได้

            ขายาวๆใช้เท้าถีบประตูเข้าไปอย่างแรงโดยไม่เกรงกลัวว่าคนในห้องจะมีอาวุธหรือไม่ สร้างความตกใจให้กับผู้คุมอีกสองคนข้างในเป็นอย่างมาก ข้างหลังพวกมันเป็นห้องที่ถูกกั้นด้วยประตูไม้อัดและคงจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้ ที่นี่คงจะเป็นส่วนในสุดของห้องใต้ดินแล้ว

            "เห้ย! มึงเป็นใครวะ?!" สิ้นเสียงตะโกนถามหนึ่งในนั้นพยายามควักปืนจากขอบกางเกงออกมายิงชายแปลกหน้า แต่กลับไม่มีคำตอบ ตอนนี้ฮิเดกิพร้อมที่จะฆ่าใครก็ได้ทั้งนั้นที่มาขวางทาง เขาวิ่งตรงไปยังพวกมัน ทุกฝีก้าวแสดงความหนักแน่นในการมาเยือนรวมทั้งสายตาพิฆาตเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าทำให้ชายโฉดทั้งสองชะงักงันชั่วครู่ก่อนเหนี่ยวไกปืนแต่ด้วยความว่องไว แขนยาวในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับขึ้นถึงข้อศอกคว้ามือที่ถือปืนเอาไว้ทันแล้วจับบิดข้อมือเบี่ยงวิถีกระสุนจากตนเองไปยังเพื่อนเฝ้ายามของมันอีกคนที่กำลังควักปืนออกมาเช่นกัน นิ้วใหญ่ซ้อนทับนิ้วที่กำลังเหนียวไกเพื่อเปลี่ยนเป็นตำแหน่งคนควบคุมการยิงเสียเอง

            ปัง! ปัง! ปัง!

            กระสุนปืนสามนัดเจาะหน้าอกเพื่อนยามระยะเผาขนจนเซถลาถอยหลังด้วยแรงอัดล้มลงไปนอนแน่นิ่งในที่สุด มือใหญ่ที่กุมซ้อนอยู่ปล่อยออกแล้วสับข้อมือคนโฉดอย่างแรงเพื่อปล่อยปืน

            มือใหญ่คว้าไปที่คอเสื้อเชิ้ตสีดำของอีกฝ่ายแล้วทุ่มลงกับพื้นตามแบบฉบับการต่อสู้ของยูโด ตามมาด้วยหัวเข่าหนาที่จิกทิ่มไปที่คอหอย

            "ผู้หญิงที่พวกมึงพามาวันนี้อยู่ที่ไหน?!" นัยน์ตาดำคมมองขย้ำเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของคนเบื้องล่างที่นอนสำลักเลือดและน้ำลายออกมาพลางไอโครกหายใจไม่ออกเหมือนกำลังจะตาย

            "แค่ก! แค่ก! น...ใน...อือ!"

            "อยู่ไหน?!"

            ในเมื่อคนข้างบนเค้นถามพร้อมทั้งลงแรงที่เข่าหนักขึ้นก็ยิ่งทำให้ทรมานหายใจไม่ออกพูดไม่ได้ มันจึงเลือกที่จะใช้นิ้วชี้บอกตำแหน่งคนที่ชายแปลกหน้าถามหาแทน เมื่อได้คำตอบที่พอใจร่างสูงถึงได้ยอมปล่อยให้คนข้างล่างได้หายใจ

            "กุญแจ"

            คนที่นอนดิ้นไปมากับพื้นสกปรกเปียกชื้นยื่นกุญแจให้แต่โดยดีก่อนที่จะโดนรองเท้าหนังสีดำมันเตะเข้าให้ที่หน้าจนนอนสลบแน่นิ่งไปอีกราย

            มินตริญาวิ่งปรี่หลังชนเข้ากับมุมห้องโสโครกอับชื้น เธอได้ยินเสียงปืนและเสียงต่อสู้กันข้างนอก และตอนนี้ก็ได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าประตู พวกมันคงกำลังไขกุญแจเข้ามา หญิงสาวกวาดมองไปรอบห้อง มีเศษตะปูยาวสามนิ้วตัวใหญ่สนิมกรังตกอยู่ที่พื้น เธอไม่รอช้ารีบคว้ามันมาเป็นอาวุธก่อนที่ใครจะเข้ามาทันที

            แอ้ด...

            "กรี๊ด! อย่าเข้ามานะ!" มินตริญาหลับตาปี๋ไม่กล้าแม้แต่จะมอง มือบางเงื้อตะปูที่อยู่ในมือจ้วงแทงคนที่อยู่ตรงหน้ามั่วไปหมด มือเธอถูกคว้าไว้อย่างง่ายดายแล้วโดนอีกฝ่ายหยิบตะปูออกจากมือโยนทิ้งไปเสียเฉยๆ

            "กรี๊ด!"

            ร่างบางงอตัวลงนั่งกับพื้นเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะอุ้ม ร่างสูงจับมินตริญาพาดคร่อมกับบ่าใหญ่แข็งแรงก่อนจะเดินออกมาจากนรกขุมนั้น ขาเรียวเล็กดีดตีและแขนเล็กๆของเธอก็ทุบหลังผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นดังตุบตับแต่เขากลับไม่สะเทือน  สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้คือแผดเสียงร้องเล็กแหลมออกมาไม่หยุดหย่อน

            ระหว่างทางที่ออกมาเธอเห็นร่างชายชุดดำนอนเกลื่อนกลาด ไม่รู้เป็นหรือตาย จนกระทั่งออกมาเจอแสงสว่างร่างบางถูกจับยัดเข้าไปในรถยุโรปหรูสีดำ มีชายอีกคนขึ้นมาบนรถเพื่อทำหน้าที่คนขับ ส่วนอีกคนวิ่งไปที่รถอีกคันแล้วขับตามมา รถเคลื่อนตัวออกไปจากตึกร้างอย่างรวดเร็ว หรือว่าเธอกำลังจะถูกนำไปขายจริงๆ?! ร่างบางถอยกรูดติดกับประตูรถอีกฝั่ง เท้าก็ถีบ มือก็ปัดสะเปะสะปะไปหมด จนเท้าไปโดนแขนคนที่อุ้มเธอมาเข้าอย่างจัง

            "กรี๊ด! ปล่อย! ปล่อยฉันเถอะ! ขอร้อง! ฮึก...ฮือๆ"

            "โอ้ย....หนวกหู! หยุดกรี๊ดบ้างจะได้ไหม?! นี่ฉันมาช่วยเธอนะไม่ได้จับไปฆ่า"

            เสียงนี้ที่คุ้นเคย...เคยได้ยินที่ไหนกัน? เมื่อมินตริญาลืมตากลมโตของตัวเองขึ้นมาก็ตกใจยิ่งกว่าเห็นคนชุดดำพวกนั้นลักพาตัวมาเสียอีก

            "คุณ!"

            ผมหน้าที่ตกลงมายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับทำให้เขาดูเท่ห์กว่าเดิมเป็นกอง ปากบางของร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากให้มินตริญาครั้งหนึ่งเหมือนเป็นการทักทาย

            "ไง...ยัยราเม็ง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"

            อยู่ๆหญิงสาวก็รู้สึกเสียวแปลบที่เนินอกข้างซ้ายขึ้นอีกครั้ง ตรงนั้นที่เขาเคยทำรอยสัญลักษณ์ทิ้งเอาไว้เมื่อสองปีก่อน ถึงรอยมันจะหายไปแต่มินตริญากลับรู้สึกว่ามันยังอยู่ที่ตรงนั้น ราวกับว่าเขาสักเอาไว้ด้วยจุมพิตเอาเร่าร้อนแล้วกลืนหายลงบนผิวเนียนจนเธอไม่อาจลืมมันได้ซักวินาทีเดียว...




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha