ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : เจ้าหนี้ เจ้านาย ลูกหนี้ ลูกน้อง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




หลังจากได้อ่านข้อความของเด็กเสิร์ฟร้านราเม็ง ตลอดทั้งวันนี้นักข่าวสาวเอริกะพยายามโทรติดต่อ คิคุชิ มินตริญา ทั้งวันแต่กลับปิดเครื่อง ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน จากข้อความสุดท้ายมินตริญาบอกว่าขนาดไฟล์ใหญ่เกินไปส่งทางข้อความไม่ได้ แสดงว่าต้องเป็นคลิปข่าวเด็ดดวงแน่ๆ ตั้งแต่เอริกะได้มินตริญาเป็นคนหาแหล่งข่าวให้ก็ไม่เคยผิดหวังกับภาพ เสียง และคลิปที่ได้เลย เด็กเสิร์ฟว่าที่คุณหมอคนนี้ทำให้เก้าอี้ บ.ก. อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ด้วยสัญชาติญาณนักข่าวของเอริกะมันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างบอกกับเธอ เอาจริงๆวันทั้งวันนี้เอริกะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล ลางบอกเหตุนี้กำลังกระซิบบอกเธอว่ามินตริญาอาจจะกำลังมีเรื่อง ถึงแม้ว่าเอริกะจะไม่ได้สนิทกับมินตริญา แต่เพราะอะไรบางอย่างมันบอกให้เธอคว้ากระเป๋าออกจากที่ทำงานแล้วเดินทางมายังโอซาก้าเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าแหล่งข่าวของเธอยังอยู่ดี นี่คงจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เอริกะดูมีมนุษยธรรมขึ้นมาบ้าง ไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความเห็นแก่ตัวเพื่อตำแหน่ง บ.ก. ของเธอ

 

            น่าแปลกที่วันนี้ร้านโอดะราเม็งกลับไม่มีลูกค้าเลยสักคน เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆสายตาสวยจิกเหลือบไปเห็นป้ายหน้าร้านว่าปิดชั่วคราว ทว่าประตูหน้าร้านกลับเปิดอยู่ นิสัยนักข่าวที่ชอบสอดรู้สอดเห็นผลักดันให้เอริกะเดินดุ่มๆเข้าไปโดยไม่สนใจป้ายบอก

          ภาพที่เห็นเป็นคุณลุงเจ้าของร้านกำลังโอบไหล่บางของภรรยาเพื่อปลอบให้เธอหยุดร้องไห้ มีผู้ชายอีกสองคนยืนอยู่ในร้านด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจแต่ลักษณะท่าทางและเสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีดำตัวใหญ่ที่สวมทับชุดด้านใน ช่วงเอวข้างใดข้างหนึ่งป่องออกมาเพราะซองปืนมันบ่งบอกชัดเจนว่าเขาทั้งสองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ การบุ่มบ่ามเดินเข้ามาในร้านของนักข่าวสาวเอริกะทำให้สายตาทุกคู่ที่อยู่ในร้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ผู้หญิงตัวสูงผอมหุ่นดี ผมบ๊อบสั้นประบ่า ใบหน้าเรียวยาว ตารีสองชั้น และปากกระจับที่รับกับใบหน้าและผิวขาวทว่ากร้านแดดจนเกิดกระตรงจมูกทำให้เธอโดดเด่นน่ามอง

            "อ้าว...นั่นคุณ ยามาโมะโตะ เอริกะ ใช่ไหมครับ ขอโทษนะ วันนี้ร้านเราปิดครับ" ลุงโอดะเจ้าของร้านบอกกล่าวกับนักข่าวสาวพลางลูบหลังภรรยาที่กำลังสะอื้นร้องไห้

            "เอ่อ...ขอโทษค่ะ แต่ฉันมาหา คิคุชิ มินตริญา ไม่ทราบว่าเธออยู่ไหมคะ?"

            "ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับมินจัง" ชายร่างสูงหน้าหวาน แต่ตอนนี้อารมณ์กำลังคุกรุ่นจนคิ้วขมวดติดกันทำให้หน้าดูยับยู่ยี่เอ่ยถามหญิงสาวแปลกหน้าที่เข้ามาในร้านทั้งที่ติดป้ายบอกไว้แล้ว

            "เอริกะซัง มินจังหายตัวไปค่ะ ฮึกๆ โฮ...โฮ..." ป้าโอดะร้องไห้แทบขาดใจเพราะมินตริญาเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งของตัวเอง เธอเฝ้าพร่ำสอนคุณงามความดีทุกอย่างให้ คอยช่วยเหลือเด็กสาวมาโดยตลอด เมื่อมินตริญาโดนลักพาตัวหายไปหัวใจของป้าโอดะแทบจะแตกสลาย

            "หา! ว่ายังไงนะคะ! หายไปงั้นเหรอ?! ได้ยังไงในเมื่อตอนเช้า..." เอริกะเกือบหลุดปากพูดออกไปแล้ว ทั้งที่เรื่องนี้เธอกับมินตริญาตกลงกันเอาไว้ว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่จินยะกลับจับพิรุธสายตาหลุกหลิกของเอริกะได้

            "ก็เมื่อเช้า...อะไรไม่ทราบครับ?"

            "เอ่อ...ป...เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยลงประกาศตามหาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นให้อีกทาง ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เอริกะรีบหันหลังกลับจนผมบ๊อบสั้นประบ่าของเธอสะบัดปลิวตีหน้าตัวเองจนคันยุบยิบแล้ววิ่งจากไป

            "พ่อครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?!"

            "ยามาโมะโตะ เอริกะ เขาเป็นนักข่าว เคยมาทำข่าวที่โอซาก้าแล้วก็มากินราเม็งจนกลายเป็นลูกค้าประจำ พวกเราทุกคนในร้านรู้จักเธอดี"

            จินยะไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปจากร้านเพื่อตามนักข่าวสาวทันที ร่างสูงเพรียวปราดเปรียววิ่งไปไม่ไกลนักข้อมือเรียวเล็กกลับถูกคว้าเอาไว้

            "คุณกำลังปิดบังซ่อนอะไรไว้อยู่?! บอกมาเดี๋ยวนี้ ผมเป็นตำรวจที่ทำคดีมินจังถูกลักพาตัว"

            "โอ้ย...ฉันไม่รู้หรอก แค่นี้นะฉันรีบ"

            "ไม่มีอะไรได้ยังไง ก็เมื่อกี้คุณหลุดพูดออกมาว่าเมื่อเช้ามีอะไรบางอย่าง...หรือว่า...คุณกับมินจัง ติดต่อกัน?!"

            "ก็ฉันบอกว่าไม่รู้ไง!" นักข่าวสาวพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดออกจากการจับกุม

            "ถ้าคุณไม่บอก ผมจะตั้งข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าที่ให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ! อาชีพนักข่าวของคุณจบเห่แน่" ผู้หญิงคนนี้ทำให้จินยะเหลืออด เขามั่นใจว่าเธอต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับมินตริญาแน่นอน คำขู่ของจินยะได้ผล เอริกะจะไม่ยอมเสียตำแหน่ง บก. ของเธอไปเพราะเรื่องนี้แน่ๆ

            "เอาล่ะๆ ก็ได้...ฉันจะบอกเท่าที่รู้ก็แล้วกัน...คือเมื่อเช้าเธอส่งข้อความมาหาฉันแล้วก็หายไปติดต่อไม่ได้"

            "ส่งไปบอกว่าอะไร?"

            "ก็...คือ...เอ่อ..."

            "กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ!"

            "ก็ได้ๆ! เธอบอกว่ามีคลิปที่จะส่งมาให้ฉัน แต่ขนาดมันใหญ่ไปเลยส่งให้ไม่ได้...แค่นี้แหละ แล้วหลังจากนั้นฉันก็ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย"

            "นี่หมายความว่า...มินจังขายข่าวให้คุณอย่างนั้นเหรอ?! ทำไมคุณให้เธอไปทำเรื่องอันตรายแบบนั้นกัน!"

            "ฉ...ฉันไม่ได้บังคับนะ เด็กนั่นอยากได้เงินฉันก็เลยลองเสนอแล้วเธอก็ยินดีที่จะทำด้วยความสมัครใจเองต่างหาก"

            จินยะนิ่งงันไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลความคิดปะติดปะต่อเรื่องราว คืนก่อนเขาเจอมินตริญาที่ท่าเรือโดยที่ตัวเขาเองไปดักจับพวกลักลอบค้ายา เธอมาจากโกดังหมายเลขแปดซึ่งเป็นสถานที่นัดพบครั้งแรกของสายตำรวจ ท่าทางตกใจขวัญผวาเหมือนเจอเข้ากับอะไรสักอย่าง...ไม่ผิดแน่...มินตริญาต้องแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์ในร้านแล้วไปรอหาข่าวให้เอริกะที่นั่น ในขณะที่พวกจินยะย้ายที่ไปโกดังหมายเลขเจ็ดแทน

            วันนั้นนอกจากการลักลอบค้ายาแล้วยังมีอีกเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก? ซึ่งเหตุการณ์นั้นอาจเป็นสาเหตุทำให้มินตริญาถูกลักพาตัวไป ตำรวจหนุ่มคิดทบทวนตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ไม่ได้การ...เขาต้องรีบตามสืบไม่อย่างนั้นน้องสาวคนสนิทที่น่ารักของเขาอาจจะมีอันตราย

            "อ้าวคุณ! จะไปไหนน่ะ! รอด้วย!" 

            สีหน้าของตำรวจหนุ่มเหมือนคิดอะไรออก นักข่าวสาวอดไม่ได้ที่จะถามเพราะเหมือนกับมีข่าวดีๆรอเธออยู่เธอรีบวิ่งตามกลับไปทั้งที่เพิ่งจะเดินหนีออกมา

            เมื่อถึงร้านจินยะก็สั่งตำรวจนอกเครื่องแบบที่มาด้วยกันให้ไปตามสืบเรื่องคนที่มาทวงหนี้แล้วอุ้มมินตริญาขึ้นรถไป เขายังไม่ทิ้งประเด็นนี้และที่สำคัญเขาต้องไปดูสถานที่ที่ท่าเรือสักหน่อยเพราะมันช่างกวนใจตำรวจหนุ่มเสียเหลือเกิน

            "คุณ! ให้ฉันไปด้วย!"

            "ไม่ได้! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ! และผมไม่ทำงานกับนักข่าว!" จินยะเดินขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว แต่มีเหรอที่เอริกะจะยอม ประจวบเหมาะมีรถมอเตอร์ไซค์ของร้านอาหารอะไรสักที่ขี่ผ่านมาพอดี

            "จอดๆๆๆๆ! จอดก่อน!"

            รถมอเตอร์ไซค์เบรคแทบไม่ทันเมื่อเห็นแบงค์หมื่นเยนในมือเล็กโบกเรียกให้จอด

            "อยากได้เงินใช้ไหม! ตามรถคันนั้นไปเร็ว!"

 

            แสงแดดอันเจิดจ้ายามสายส่องเลาะมาตามขอบผ้าม่านลงมาที่ดวงหน้าสวยหวานที่นอนหลับสบายบนเตียงนุ่มเสียจนน้ำลายยืดย้อย ร่างกายที่เหนื่อยล้าได้ชาร์จแบตเต็มที่ นานเหลือเกินที่มินตริญาไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มแบบนี้ ร่างบางเผลอลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อปลุกร่างกายให้ตื่น แต่เมื่อมองไปรอบๆตัวก็พลันนึกได้ว่าไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ความทรงจำสุดท้ายคือเธอนั่งอยู่บนโซฟาชั้นล่างแต่ทำไมกลับมานอนบนเตียงได้ ดวงตากลมโตรีบสำรวจข้างๆและตัวเองด้วยความกังวล ค่อยยังชั่วที่ไม่มีใครอยู่ในห้องและบนร่างกายก็ยังมีเสื้อผ้าเหม็นๆตัวเดิม

          โครก~~

            ร่างกายส่งสัญญาณบอกมินตริญาอีกแล้วว่าต้องหาอะไรกิน เมื่อหันไปมองนาฬิกาที่ตัวเองคว้ามาเป็นอาวุธป้องกันตัวเองเมื่อวานก็ไม่แปลกใจเลยที่จะหิวปานไส้ขาดขนาดนี้ เวลานี้มันปาเข้าไปเที่ยงครึ่งแล้ว นักเรียนหมอค่อยๆก้าวลงจากเตียงด้วยความระมัดระวัง

          ก๊อกๆ ก๊อกๆ

            มีเสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางตัวเหม็นสะดุ้งเฮือก

            "คิคุชิซังครับ ตื่นหรือยังครับ ลงมาทานอะไรสักหน่อยไหมครับ"

            แต่คนที่หน้าประตูกลับเรียกเธออย่างสุภาพ เขาคงจะไม่เหมือนพวกในซ่องหรือในบ่อนก็ได้ อีกอย่างตัวนี้ตัวเองก็หิวเสียจนสามารถล้มวัวกินได้ทั้งตัวเลยด้วยซ้ำ

          แกร๊ก...

            นักเรียนหมอเปิดประตูแง้มๆเพื่อสำรวจดูแล้วก็เห็นถุงกระดาษยื่นมาให้พอเห็น

            "นี่เสื้อผ้าเอาไว้เปลี่ยนครับ นายน้อยบอกให้เอามาให้คุณ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วลงมาทานข้าวนะครับ ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมแล้ว" มือเล็กๆยื่นมาทางช่องประตูแคบๆคว้าเอาถุงกระดาษขนาดใหญ่สองถุงเข้าไปในห้องอย่างทุลักทุเลแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว แจยอลเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่เปิดประตูออกมารับดีๆ

            ตอนนี้มินตริญาลืมเรื่องหนีไปก่อน เพราะทำไปก็สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช้เหตุ ก็ดีเหมือนกันตอนนี้ตัวเธอเองก็รู้สึกว่าเหนียวตัวแถมเริ่มมีกลิ่นตุๆโชยมาบ้างแล้ว นักเรียนหมออาศัยโอกาสที่คนหล่อสันดานเถื่อนไม่อยู่รีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

            เท่าที่สังเกต ชายผู้นี้ถึงจะดูเถื่อนถ่อยแค่ไหนแต่รสนิยมของเขาคงจะสูงไม่ใช่เล่น ดูจากของใช้ในห้องน้ำเสื้อผ้าในตู้อีกราคารวมกันคงจะหลายแสนได้ และที่สำคัญเสื้อยืดแขนยาวสีเทาเนื้อผ้าดีกับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีชมพูสุดแสนจะน่ารักในถุงกระดาษมันช่างพอเหมาะพอเจาะกับขนาดของร่างบาง กระทั่งชุดชั้นในที่ขนาดมันพอดีจนน่าตกใจ ให้ตายซิ! นี่เขารู้ไซส์หน้าอกของเธอได้อย่างไรกัน?!

            ร่างเล็กเดินลงมาที่ห้องครัวเมื่อคืนก็พบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตาเรียวเล็กยืนรออยู่พร้อมกับชายชุดดำท่าทางน่ากลัวอีกสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ ทำให้รู้ดีเลยว่าตัวเองคงหมดทางหนีรอดแล้วจริงๆ แขนกำยำที่มีลายสักโผล่พ้นชายแขนเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวพอให้เห็นเล็กน้อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้มินตริญานั่งประหนึ่งเธอเป็นคุณหนูของบ้าน ถึงคนพวกนี้จะน่ากลัวแต่เธอกลับรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติซึ่งต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง

            "เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ" ชายหนุ่มตาเรียวเล็กที่กำลังรินน้ำให้เอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ แจยอลรู้วิธีปฏิบัติกับผู้หญิงดี เขารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะใจผู้หญิงได้

            "เอ่อ...ด...ดีค่ะ ฉันหลับลึกแบบไม่ตื่นกลางดึกเลยค่ะ เอ่อ...ไม่มาทานด้วยกันเหรอคะ" เห็นไหมว่าได้ผล เธอตอบกลับด้วยไมตรีจิต แจยอลแค่เอียงคอยิ้มละมุนจนตาเรียวเล็กของเขาแทบจะปิดสนิท

            "ผม ซง แจยอล เรียกว่าแจยอลเฉยๆก็ได้ครับ ทานข้าวก่อนได้เลยนะครับ พวกผมเรียบร้อยแล้ว"

            "ค่ะ แจยอลซัง ถ้าอย่างนั้นฉันทานนะคะ" มือบางคว้าตะเกียบขึ้นมาหนีบข้าวใส่ปากทันทีด้วยความหิวโหย ให้ตายซิแจยอลไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่เป็นธรรมชาติเหมือนคนตรงหน้ามาก่อน และเธอก็เป็นผู้หญิงที่ถึงจะกินข้าวมูมมามแต่ก็ยังน่ารัก นายน้อยของเขาเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

            "เอ่อ...ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ...เอ่อ...นายน้อยของพวกคุณ...เป็นใครกัน...ทำไมถึงได้..."

            "นายน้อยเป็นคนที่พวกเราเคารพรักมากครับ เห็นเขาดุๆอย่างนั้นแต่ความจริงเป็นคนใจดีมาก เพียงแค่ไม่ค่อยแสดงออก"

            "ชิส์..." นักเรียนหมอเดาะลิ้นขัดใจเพราะเห็นไม่ตรงกันกับชายหนุ่มผู้นี้เท่าไร คงตอบด้วยความกลัวซินะ มินตริญาเข้าใจว่าอย่างนั้น

            "กินข้าวเสร็จหรือยัง" เสียงทุ้มดุดันดังแทรกขึ้นมากลางวงโต๊ะกินข้าว ใช่...มันคือเสียงของคนที่บุกทะลวงซ่องเพื่อช่วยเธอออกมาและใช้หนี้ให้เธอนั้นแหละ เขามาพร้อมกับชายหน้าสวยแต่แววตาเย็นชาและนิ่งพอๆกับเจ้านายของเขา

            ร่างสูงของฮิเดกิเดินเข้ามาคว้าข้อมือบางแล้วฉุดเธอออกไปขึ้นรถพร้อมกันกับชายทั้งสองที่ช่วยเธอออกมาเมื่อวาน

            "จะพาฉันไปไหนอีก?!"

          หน้าหล่อคมคายหันออกไปมองนอกกระจกไม่ยอมตอบคำถามของหญิงสาวที่ตัวเองนอนกอดทั้งคืน ปล่อยให้มินตริญาหวั่นใจอยู่ฝ่ายเดียว ไอ้งานที่เขาว่าคงไม่ใช่เอาเธอไปขายซ่องอีกนะ! รถเลี้ยวเข้าสนามบินนานาชาติคันไซ เป็นอีกครั้งที่ร่างบางโดนจับมือลากไปลากมาในสนามบิน

          "นี่คุณ จะพาฉันไปไหนอีก?!"

            "เกาหลี" ฮิเดกิตอบสั้นๆ แต่นั้นทำให้นักเรียนหมอถึงกับทรุดนั่งลงกับพื้นกลางสนามบิน

           

            "คุณทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ! ฉันก็เป็นคนมีสิทธิ์มีเสียงนะ คุณจะพาฉันไปขายที่เกาหลีแบบนี้ไม่ได้นะ! โฮ!" มินตริญาโวยวายลั่นน้ำตาคลอเบ้าทำเอาร่างสูงที่ปวดหัวจนต้องยกมือมากุมขมับพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับการคิดเป็นตุเป็นตะของเธอ

            ในระหว่างนั้นมีตำรวจประจำสนามบินเดินผ่านมา นักเรียนหมอสุดแสบรีบลุกขึ้นพยายามตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ

            "คุณตำรวจ! ช่วยฉันด้วยค่ะ! อุ้บ!"

            ร่างบางโดนฉุดดึงจากชายข้างๆอีกครั้งจนเซถลาเข้าหาอ้อมกอดอุ่นกำยำ ภาพสุดท้ายที่มินตริญาเห็นคือนัยน์ตาดำคมค่อยๆหลับลงจนเห็นขนตายาวดกดำของเขาในระยะประชิดตัว...ริมฝีปากบางขี้โวยวายถูกปิดลงจนไม่สามารถส่งเสียงร้องได้อีก ลมหายใจกลิ่นบุหรี่อ่อนๆไหลวนอบอวลเข้ามาในโพรงปากของมินตริญา เขาขโมยจูบเธออีกครั้งหลังจากสองปีที่แล้ว สัมผัสของเขามันช่างหนักแน่นทว่าอ่อนโยน หญิงสาวได้แต่ร้องอึกอักอยู่ในลำคอ ลมหายใจที่ขาดช่วงทำให้ฮิเดกิค่อยๆละจากกลีบปากบางสีหวานอย่างอ้อยอิ่ง

            ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่ผู้ชายคนนี้ที่จูบเธอ และครั้งนี้มินตริญาถูกจูบต่อหน้าสาธารณะชน เธออายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ตำรวจนายนั้นเห็นว่าเป็นแค่คู่หนุ่มสาวที่ยืนจูบลากันจึงเดินจากไปโดยไม่สงสัยพิรุธแต่อย่างใด มือใหญ่หนาของยูอิจิกำแน่นจนสั่นเขาพยายามหันไปมองทางอื่นแทนเพื่อให้ใจได้เจ็บน้อยลง

            "ร้องอีกซิ...ผมจะได้จูบคุณอีก และถ้าหนี...ผมจะทำมากกว่านี้"

            "..." มินตริญาเงียบลงทันใดเหมือนกดปิดสวิตช์ สายตาจริงจังดุดันของเขามันทำให้มินตริญาหน้าแดงรื้นขึ้นมากระทั่งหู และเธอก็รู้ด้วยว่าเขาทำจริงแน่ๆ ฉะนั้นไม่คุ้มเลยที่เธอจะทำอะไรแบบเมื่อครู่

            พาสปอร์ตและเอกสารสำคัญต่างๆที่มินตริญาทำหายไป บัดนี้มาอยู่ในมือเหมือนเขาเสกมาให้เธอ เรื่องทำพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรแค่เพียงมีเงินและอิทธิพลมากพอต่อให้เอาหน้าไปใส่ชื่อคนอื่นก็ยังสามารถทำได้

            "ยูอิจิ...ที่เหลือ...ฝากนายด้วย"

            "ครับ...นายน้อย"

            เมื่อเช้าหลังจากที่เดินทางไปทำธุระงานเอกสารให้มินตริญา ปู่ฮิเดโนริโทรมาบอกเรื่องที่โทระไม่กลับบ้านมาสองวันแล้ว ฮิเดกิไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะนั้นเป็นปกติของพ่อที่บางครั้งก็ไปติดผู้หญิง เล่นการพนันหรือไปพักผ่อนที่ไหนที่อยากจะไปโดยหายไปเฉยๆก็เคยทำบ่อยครั้ง

            เพราะฮิเดกิไม่ได้อยากจะกลับไปเหยียบบ้านหรือเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มมิยากาวะอีกดังนั้นเขาจึงต้องรีบกลับไปเกาหลีให้เร็วที่สุดจะดีกว่า แต่เพราะฮิเดกิยังรู้สึกคาใจว่าพ่อของมินตริญาหายตัวไปไหน? เขาจึงสั่งให้ยูอิจิออกตามหา

            นักธุรกิจหนุ่มไม่รอเสียเวลาพูดมากเขารีบฉุดข้อมือบางเดินเข้าเกทที่สนามบินไปด้วยกันซึ่งคราวนี้นักเรียนหมอให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี คงเพราะสิ้นฤทธิ์ไปกับจูบข่มขู่เมื่อครู่ไปแล้ว

 

            "นี่...เครื่องบินทั้งลำมีเราแค่สองคนหรือไง คนอื่นไปไหนกันหมด"

            "เฮ้อ..."

            บนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสมีเพียงมินตริญา ฮิเดกิ และแจยอลเท่านั้นจึงทำให้คนที่เพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิตตื่นเต้นและอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้คนหายไปไหนกันหมด

            ผู้หญิงคนนี้สงบปากไม่เป็นจริงๆ การขู่ก่อนจะขึ้นเครื่องด้วยจูบนั่นทำให้เธอเงียบได้แค่ครู่หนึ่งเท่านั้น วันๆหนึ่งฮิเดกิถอนหายใจกับมินตริญาไปไม่รู้กี่ครั้ง มือใหญ่คอนนวดเค้นขมับให้ตัวเอง ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือถูกกันแน่ที่เอาเธอมาด้วยแบบนี้

            "แล้วฉันจะต้องทำงานอะไร? ได้เงินเท่าไร? ที่สำคัญฉันต้องการติดต่อหาพ่อของฉัน"   

            "คนที่มาส่งแต่ไม่ได้มาด้วยกันเป็นเลขาฉันชื่อ นาระ ยูอิจิ ฉันใช้เขาให้ไปตามหาพ่อของเธอ ฉันจะไม่มีเลขา ฉะนั้นเธอต้องมาทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้ฉันเพื่อใช้หนี้ ต่อจากนี้ไปฉันมีฐานะเป็นเจ้าหนี้และเจ้านาย ส่วนเธอเป็นลูกหนี้และลูกน้อง เข้าใจรึยัง"

          "จ...จริงเหรอคะ?!" มินตริญาดีใจเป็นลิงโลดที่เขาแอบใจดียอมส่งคนไปตามหาพ่อของตัวเองให้และก็แอบโล่งอกที่เขาไม่ได้มีฐานะอื่นเพิ่มขึ้นมาอีก จึงต้องยอมรับชะตากรรมที่เขาให้ทำงานเป็นเลขาใช้หนี้ก็ดีกว่าโดนส่งไปขายในซ่องเป็นไหนๆ

          "เอ่อ...ฉ...ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย" อย่างไรเสียก็ต้องทำงานด้วยกันแล้วมินตริญาจึงต้องทำความรู้จักเจ้านายของตัวเองเอาไว้ก่อน

          "มิยากาวะ ฮิเดกิ"

            ให้ตายซิ! เขาเป็นคนในกลุ่มมิยากาวะจริงๆด้วย มินตริญาตาถลนจนแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า นี่เธอต้องมาอยู่กับใครก็แล้วแต่ที่อาจจะทรงอิทธิพลที่สุดในกลุ่มมิยากาวะที่ทำแต่เรื่องเลวทรามเอาไว้เป็นแน่...แต่เมื่อมาลองคิดดูให้ดีๆแล้ว...นี่เป็นโอกาสทำเงินให้กับเธอที่ติดหนี้สองล้านไม่ใช่เหรอ... มิยากาวะ ฮิเดกิ คนนี้นี่แหละที่จะเป็นข่าวเอาไว้ให้เธอเก็บข้อมูลแล้วขายมันให้กับเอริกะ ชายคนนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายมากมายแน่นอน ไม่แน่มินตริญาอาจจะปลดหนี้ได้หมดภายในหนึ่งปีแถมยังมีเงินส่งตัวเองเรียนต่อก็ได้

            "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉัน คิคุชิ มินตริญา จากนี้ไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะเจ้านาย ฮิฮิ" อยู่ๆใบหน้าสวยก็ยิ้มหวานแต่กลับมีนัยแอบแฝงให้กับเจ้านายของเธอ...ยิ่งอันตรายยิ่งปลอดภัย... เขาผู้นี้นี่แหละคือตัวเงิน(ตัวทอง)ที่จะเรียกทรัพย์ให้ เธอจะต้องหนีออกมาจากเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ได้เลยคอยดู!




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


ตัวเงินตัวทอง555
โดย sapay | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
  • ช่างเปรียบบบบบบบ หมายถึง ฮิเดกิทำเงินให้ อิอิ โดย pinuma824 | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกจัง
โดย Anonymous | 1 year, 3 months ที่ผ่านมา
  • ขอบคุณมากค่ะ^^ โดย pinuma824 | 1 year, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha