ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : อยู่ด้วยกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




                    เอริกะซ้อนมอเตอร์ไซค์ตามหารถที่คลาดกันแต่ดูจากเส้นทางแล้วนายตำรวจคนนั้นต้องมุ่งหน้ามาที่ท่าเรือแห่งนี้ไม่ผิดแน่ เธอให้คนที่ว่าจ้างมาขี่ไล่ดูไปทุกโกดังจนกระทั่งเห็นรถของจินยะจอดอยู่หน้าโกดังหมายเลขแปด ร่างสูงโปร่งคว้าเอากล้องดีเอสแอลอาร์ตัวโปรดออกมาจากกระเป๋าผ้าใบสะพายข้างค่อยๆย่องเข้าไปจนเจอตำรวจหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังโกดัง

            ร่างสูงกำลังนั่งยองๆดูกองของเหลวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากมองเผินๆมันเหมือนน้ำมันเครื่องไว้ใช้กับเรือใหญ่หกเลอะเทอะ แต่เพราะแมลงวันที่บินวนเวียนมาตอมมันคงไม่ใช่น้ำมันอย่างที่คิด มือใหญ่ฉีกกระดาษโน้ตเล่มจิ๋วที่พกติดตัวออกมาตักเศษหินที่ชโลมไปด้วยของเหลวแห้งกรังสีน้ำตาลใส่ถุงซิปล็อกเพื่อนำมันไปตรวจ 

            เมื่อลองไล่ดูตามรอยของเหลวที่คิดว่าเป็นเลือดซึ่งกระเด็นเปรอะเปื้อนตามพื้นและประตูโกดังแล้วจินยะสันนิษฐานชนิดอาวุธต้องเป็นของมีคม เมื่อกระทำการเสร็จอวัยวะส่วนนั้นคงตกลงตรงพื้นแล้วกลิ้งไปหยุดที่ประตู จินยะปะติดปะต่อเรื่องราวจากร่องรอยต่างๆที่พบพอจะทำให้เขารู้ว่า น้องสาวคนสนิทต้องมาเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมของใครเข้า และพวกฆาตกรก็อาจจะพยายามไล่ล่าเธออยู่ แต่มันจะเป็นพวกเดียวกันกับที่ลักพาตัวเธอไปหรือเปล่าจินยะเองก็ไม่แน่ใจ เพราะคุณป้าข้างห้องให้การว่าได้ยินผู้ชายชุดดำสองคนพูดถึงเรื่องหนี้พนัน คงเป็นลุงโทชิที่เข้าไปพัวพันกับคนในกลุ่มมิยากาวะจนหายตัวไปอีกคนอย่างไร้ร่องรอย

          แชะ แชะ

            นักข่าวสาวรัวกดชัตเตอร์อยู่ไกลๆ จนกระทั่งนายตำรวจหนุ่มเดินออกไปจากตรงนั้นเธอถึงได้แอบย่องเข้ามาถ่ายใกล้ๆกับสถานที่ซึ่งคิดว่าอาจจะเกิดการฆาตกรรมสยองเพื่อให้ได้ภาพคมชัดระดับฟูลเอชดี เอริกะมองขึ้นไปด้านบนของโกดัง หมายเลขแปด...มือบางรีบยกโทรศัพท์ส่งหาลูกน้องในทีมข่าวเพื่อให้สืบหาเจ้าของ กล้องวงจรปิด หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อาจจะมีเบาะแสให้เธอเอามาลงข่าวได้

            "ว่าไงนะ...ได้ข้อมูลมาแล้วใช่ไหม...ดี...เดี๋ยวฉันจะรีบกลับที่พักไปเขียนข่าวแล้วส่งให้นายตีพิมพ์วันพรุ่งนี้...ได้...แค่นี้นะ" นักข่าวสาววางสายพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เธอมักจะทำเมื่อรู้ว่ามีชัย คงจะเป็นสถานที่แห่งนี้ที่มินตริญาพยายามจะส่งคลิปมาให้เธอ ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้นักข่าวสาวมีความสุข เก้าอี้ บ.ก. เข้าใกล้มือเธอเข้าไปทุกที

 

            เมื่อมาถึงเกาหลีแทนที่จะกลับที่พักแต่ฮิเดกิกลับสั่งให้แจยอลตรงดิ่งไปห้างสรรพสินค้า มือใหญ่คว้ามือเล็กเดินเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิงไฮโซหรูหราราคาแพง เข้าร้านนั้นออกร้านนี้โดยที่มีฮิเดกิรูดบัตรดำวงเงินไม่จำกัดให้ทุกร้าน จนมินตริญาออกสีหน้าเป็นกังวลให้ได้เห็น

          "ไม่ต้องห่วง ผมจะคิดรวมกับหนี้สองล้าน"

            "หู้ย...อีตาบ้าขี้งก! ใครใช้ให้คุณซื้อของแพงๆพวกนี้มาให้ฉันกัน ฉันไม่ได้ร้องขอให้ซื้อ ฉันใส่ตัวละไม่กี่เยนก็ได้หรอก"

          "ไม่ได้ งานของผมภาพลักษณ์ค่อนข้างสำคัญ ดังนั้นเลขาของผมก็ต้องดูดีมีระดับเป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เด็กยากจนในย่านสลัม"

            "นี่มันจะมากไปแล้วนะ!"

            นิ้วเรียวยาวยกขึ้นมาชี้หน้าแล้วกระดิกส่ายไปมาต่อหน้าลูกหนี้อย่างมินตริญา "อย่าลืม...ผมเป็นเจ้าหนี้และเจ้านาย"

          เท้าเล็กในรองเท้าผ้าใบเก่าๆกระทืบลงบนพื้นด้วยความไม่พอใจ ปากบางสีสวยเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ ถ้าเธอไม่ติดหนี้เขา สาบานเลยว่าจะวิ่งเข้าไปตบปากกับการพูดแดกดันคนอื่นเสียให้เข็ด

            เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆที่ฮิเดกิอยู่กับมินตริญา ชายหนุ่มอมยิ้มมีความสุขอยู่บ่อยครั้งแต่มักจะไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ฮิเดกิกลับรู้สึกมีความสุขกับการพูดและสนทนามากขนาดนี้ทั้งที่มันเคยเป็นเรื่องที่เขารำคาญ

          ร่างสูงเดินนำเข้าไปในร้านเสริมสวยในห้างสรรพสินค้า เขาสั่งช่างทำผมเป็นภาษาเกาหลีซึ่งมินตริญาก็ไม่เข้าใจได้แต่มองๆยิ้มๆผูกมิตรให้ทุกคนในร้านตามนิสัย

          "อีกสองชั่วโมงผมจะมารับ เย็นนี้มีกินเลี้ยงผู้ถือหุ้น" เจ้านายคนใหม่ของมินตริญาพูดเพียงเท่านี้แล้วเดินออกไป มาวันแรกก็ใช้งานเลย ร่างเล็กๆโดนลากเข้าไปในห้องนวดหน้าอย่างงงๆเสร็จแล้วก็ออกมาตัดผมตามมาด้วยแต่งหน้า

          ฮิเดกิมารับมินตริญาก่อนเวลาที่กำหนด พนักงานต่างรีบเสิร์ฟน้ำชากาแฟของหวานให้เขาแทบไม่ทัน ทายาทกลุ่มมิยากาวะที่ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงยกโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข่าวสารรอฆ่าเวลา

          "เสร็จแล้วค่ะมิยากาวะซัง" พนักงานเดินมากระซิบบอก ร่างบางออกมาพร้อมกับลุคใหม่ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังตกใจกับภาพลักษณ์แบบนี้เหมือนกัน

            ชุดกระโปรงเกาะอกเข้ารูปตัดเย็บเรียบร้อยสีดำเปิดไหล่ตัดต่อกับผ้าซีทรูที่ทำเป็นคอและแขนเสื้อเพื่อดึงเสน่ห์ของเพศหญิงออกมาให้เห็นไม่มากจนเกินไป กระโปรงยาวถึงหัวเข่าโชว์เรียวขาขาวเนียนพร้อมรองเท้าส้นสูงสีดำที่ยิ่งเสริมให้คนใส่ดูสง่างาม กระเป๋าคลัชท์สีดำประดับคริสตัลใสดูเรียบหรู ผมถูกม้วนปลายเป็นลอนใหญ่ดูเป็นธรรมชาติเสริมดวงหน้าให้สวยหวานลงตัว หน้าตาถูกแต่งแต้มไว้พอดีไม่หนักเกินไป ทุกอย่างดูเรียบร้อยเป็นทางการแต่มีสไตล์ มินตริญาดูดีขึ้นผิดหูผิดตาจนใครๆก็ต้องมองมาทางเธอเป็นตาเดียวไม่เว้นแม้แต่เขา

            "อะ เอ่อ...มีอะไรผิดปกติไปหรือเปล่าคะ?" นักเรียนหมอสาวชักไม่มั่นใจในตัวเองเพราะสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอ เธอยกมือบางขึ้นมาลูบที่คอเพราะรู้สึกโล่งๆ

            "ใส่นี่ซะ" ฮิเดกิยื่นกล่องกำมะหยี่สีดำเล็กๆออกมายื่นให้มินตริญา ในนั้นเป็นต่างหูเพชรคู่เล็กน่ารักเหมาะกับหญิงสาววัยเท่าเธอ เขาเป็นคนเลือกให้เองกับมือ เมื่อใส่ก็ยิ่งเสริมให้ใบหน้าหวานดูโดดเด่นมากขึ้นไปอีกจนตอนนี้ไม่เหลือเค้าเด็กเสิร์ฟราเม็งหน้ามันคนนั้นอีกแล้ว

            ฮิเดกิกวาดสายตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าของร่างบางที่ถูกแปลงโฉมจนมินตริญาออกอาการเขินอายหายใจไม่ทั่วท้องกับสายตาเฉียบคมที่มองจนแทบจะทะลุไปข้างหลังของเขา มุมปากกระตุกเล็กๆเนื่องจากพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ อันที่จริงเขาค่อนข้างพึงพอใจกับหญิงสาวในลุคใหม่นี้มาก มือใหญ่จับจูงมือเล็กพาไปยังงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นทันทีไม่รอช้า

            "โอ้ย! มิยากาวะซังเดินช้าๆหน่อยได้ไหม ฉันเดินไม่ถนัด!" ขาเรียวเล็กเดินเก้ๆกังๆบนรองเท้าส้นสูงคู่สวย ชีวิตนี้ใส่มันนับครั้งได้เพราะโดยส่วนใหญ่นักเรียนหมอที่สมบุกสมบันทำแต่งานและเรียนจะใส่แต่รองเท้าผ้าใบไปเรียนไปทำงานคู่เดียวจบ

            "เฮ้อ เธอนี่..." ร่างสูงในสูทดำผูกหูกระต่ายเดินกลับไปคว้าข้อมือเล็กอีกครั้งเพื่อประคองให้เธอเดินได้ถนัดขึ้น 

            "ว้าย!" มินตริญาพลาดท่าจนได้ ส้นรองเท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดกับร่องทางเดินแล้วพลิกเข้าจนร่างบางเซหกล้ม

            ด้วยสัญชาติญาณมือใหญ่หนาคว้าเอวบางโอบกระชับเข้าหาตัว มือเล็กเองก็คว้าแขนกำยำเพื่อหาแหล่งเกาะยึดอัตโนมัติจนร่างสูงตัวเซไปตามแรงดึงจนปากบางสีสวยที่ถูกแต่งแต้มไปสัมผัสเข้ากับแก้มใบหน้าหล่อคมคาย

            "เป็นอะไรหรือเปล่า?" ฮิเดกิก็เอ่ยปากถามร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้มินตริญาใจเต้นแรงตาพร่ามัว แต่เมื่อตั้งสติได้มือบางก็รีบผลักอกกำยำออกห่าง

            "เออ...มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ... เฮ้ย! คุณ! ฉ...ฉันขอโทษ! ฉันทำแก้มคุณเปื้อน" เมื่อเหลือบไปมองหน้าหล่อคมคายก็ต้องเขินอายหน้าแดง เพราะที่แก้มเนียนของเจ้านายใหม่เปื้อนรอยลิปสติกจนต้องรีบใช้มือของตัวเองเช็ดให้วุ่นวายไปหมดด้วยกลัวว่าจะโดนด่า นิ้วเล็กๆนิ่มๆที่กำลังบรรจงเช็ดแก้มให้อย่างร้อนรนนั้นยิ่งทำให้ร่างสูงกำยำเคลิ้มจนแทบจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ สัมผัสจากมือนิ่มนวลมันทำให้หัวใจเขาเร้าร้อนสั่นไหว

            "พอแล้ว...ขึ้นเรือกันเถอะ" ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าท้องลึกๆแล้วผ่อนออกไปเพื่อสะกดอารมณ์ดิบในสัญชาติญาณเพศผู้ก่อนจะคว้ามือเล็กที่กำลังเช็ดแก้มให้ตัวเองมากุมเอาไว้ มือใหญ่จูงมือเล็กบางเดินไปด้วยกันเพื่อตัดบทก่อนที่อารมณ์หนุ่มของเขาจะลุกโชน

 

            งานเลี้ยงถูกจัดบนเรือล่องแม่น้ำฮัน ธีมงานและการจัดเลี้ยงช่างหรูหรา มีคนมาร่วมงานไม่กี่สิบคนและไม่มีสื่อมวลชนถือว่าเป็นงานเลี้ยงที่เป็นส่วนตัวมากๆ

            "คนพวกนี้เป็นผู้ถือหุ้นโรงแรมที่ผมทำอยู่ คุณต้องจำชื่อพวกเขาให้ได้ทั้งหมด พูดภาษาอังกฤษกับพวกเขาก็ได้ถ้าไม่รู้ภาษาเกาหลี...ว่าแต่ภาษาอังกฤษคุณคงไม่มีปัญหานะ?"

            ให้ตายซิ ฮิเดกิพยายามดูแคลนความรู้ความสามารถนักเรียนหมออย่างเธอ ได้...ถ้าอย่างนั้นเธอจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอก็มีดีไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร    'หนอย...รู้จักฉันน้อยไปแล้ว...ไอ้โหด!'

            ชายสูงอายุชาวอเมริกัน ร่างสูง อ้วนท้วม เดินได้ไม่คล่องนักเพราะน้ำหนักตัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นที่รู้จักกันดีกับฮิเดกิเดินเข้ามาสะกิดไหล่กว้างกำยำทักทายและทั้งคู่ก็โผเข้ากอดตบบ่าตบไหล่กันตามประสาคนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน

            "สวัสดีไรอัน ไม่เจอกันนานเลยนะ"

            "สบายดีนะไอ้ลูกชาย หึหึ" สายตาผู้บริหารอาวุโสอย่างไรอันหันมามองที่หญิงสาวบุคลิกดีหน้าตาสะสวยอย่างสนใจ

            "อ่อ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก เออ เธอเป็นเลขาคนใหม่ของผม"

            "โอ้ สวัสดีครับ ผมชื่อไรอัน เบิร์ต" ไรอันยื่นมือมาเพื่อจับทักทายตามธรรมเนียมตะวันตกเป็นภาษาอังกฤษหน้าตายิ้มแย้มใจดี

            "สวัสดีค่ะ ฉัน คิคุชิ มินตริญา เพิ่งจะมาเป็นเลขาให้ มิยากาวะซังวันนี้เป็นวันแรก ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เลขาคนใหม่แนะนำตัวกลับไปเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วพร้อมทั้งจับมือทักทายกลับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเช่นกัน เป็นที่ถูกอกถูกใจแก่ชายชราร่างท้วมเป็นอย่างมาก

            "คุณเป็นผู้หญิงคนแรกนะที่ฮิเดกิพาออกงาน ผมเชื่อว่าคุณต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ"

            "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ มันคืองาน ฉันเพียงแค่ทำตามคำสั่งมิยากาวะซังเท่านั้น"

            "สำเนียงภาษาอังกฤษคุณดีมากเลย"

            "ขอบคุณมากค่ะ ตอนฉันเรียนมัธยมปลายเคยเป็นตัวแทนไปสอบแข่งขันภาษาอังกฤษแล้วก็เคยทำงานพิเศษเป็นไกด์พาชาวต่างชาติเที่ยวในบางครั้งเลยทำให้ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆค่ะ"

            ไรอันหัวเราะชอบใจ เขารู้สึกถูกชะตากับเลขาใหม่ของฮิเดกิเป็นอย่างมาก ฮิเดกิเองก็แปลกใจไม่คิดว่าเลขาคนใหม่ของเขาจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขนาดนี้ ยิ่งทำให้เกิดความหลงใหลในความเก่งของเธอถ้าไม่นับเรื่องที่ชอบโวยวาย แสดงว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยูอิจิไม่ได้รายงานให้เขารู้ คงต้องใช้เวลาทำความรู้จักกับหญิงสาวคนนี้ให้มากขึ้นเสียแล้ว

            งานเลี้ยงเลิกไม่ดึกมาก การทำงานวันแรกของมินตริญาถือว่าผ่าน เธอทำได้ดีเสียจนคนจ้างแอบปลื้มอมยิ้มอยู่ห่างๆ ฮิเดกิและมินตริญายืนลาแขกผู้ถือหุ้นคนอื่นๆกลับกันจนหมดถึงได้เป็นเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริงเสียที

            รถยุโรปสีดำถูกแจยอลขับเคลื่อนไปเรื่อยๆออกห่างจากตัวเมืองพอสมควร จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปในรั้วบ้านบนเนินเขาติดริมทะเล บ้านหลังใหญ่สองชั้นที่มองจากด้านหน้าบ้านค่อนข้างแคบแต่ภายในกลับกว้างขวาง ของใช้เฟอร์นิเจอร์ก็ทันสมัยเพียงเดินเข้าไปไฟในบ้านก็เปิดเอง ภายในบ้านตกแต่งเหมือนบ้านที่ญี่ปุ่น เน้นที่ไม้และปูน มีการเล่นแสงไฟจากใต้เพดาน แปลนบ้านเป็นตัว L มองไปทางขวาของห้องนั่งเล่นก็เห็นสระว่ายน้ำเบื้องหน้าถัดไปเป็นทะเลสีดำมีจุดไฟจากเรือประมงส่องแสงแข่งกับดาวบนท้องฟ้า และห้องกระจกซึ่งปิดม่านไว้มิดชิดอยู่ติดสระว่ายน้ำอีกด้าน ชั้นบนที่อยู่บนห้องนั่งเล่นเป็นห้องนอนใหญ่ที่ตื่นมาก็คงจะเห็นวิวทะเลยามเช้าที่อาบแสงอาทิตย์สีส้มกลืนสีฟ้าในช่วงใกล้รุ่ง นักเรียนหมอแอบเบะปากมองบนใส่เจ้านายเผด็จการจากข้างหลัง บ้านและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของเขาคงจะได้มาจากธุรกิจมืดของเขาเป็นแน่

            "ต่อจากนี้ไปคุณต้องอยู่ที่นี่"

            "อ้าว แล้วนี่บ้านใครคะ?"

            "ที่นี่บ้านผมเอง"

            "เอ้า! นี่คุณจะให้ฉันมาอยู่บ้านเดียวกับคุณนี่นะ! ไม่เอาหรอก! ให้ฉันไปพักห้องเช่าราคาถูกก็ได้ค่ะ!"

            "ผมจะหักเงินเดือนของคุณเดือนละหกสิบเปอร์เซ็นต์มาใช้หนี้ ดังนั้นคุณคงไม่มีเงินเหลือพอไปเช่าบ้านหรือพอที่จะใช้ชีวิตได้ คุณไม่มีทางเลือก" ร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพลางเอามือแกะหูกระต่ายที่ผูกไว้ให้คลายปมออกพร้อมกับค่อยๆเดินมาหาร่างบางที่กำลังกระฟัดกระเฟียดแสดงความไม่พอใจออกมา ใบหน้าหล่อคมคายค่อยๆโน้มลงมาหาดวงหน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มจนนักเรียนหมอต้องย่นคอหนี

            "ถ้าไม่ทำอย่างนี้คุณอาจจะหนีหนี้ผม" นัยน์ตาคมดุดันเป็นประกายยั่วยวนใส่คนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าอย่างมีนัยยะแอบแฝงก่อนจะยืดตัวสูงขึ้นเหมือนเดิมเพื่ออธิบายเงื่อนไขต่อ

            "ผมอนุญาตให้คุณอยู่กินที่นี่ได้  แต่...คุณต้องทำงานบ้านแลก นอกจากงานเลขาแล้ว เมื่อกลับมาบ้านคุณต้องเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร เตรียมชุดให้ผม ดูแลเรื่องในบ้านทุกอย่างเข้าใจไหม?"

            "เอ้า! อีตาบ้า! หักเงินเดือนฉัน! บังคับให้ฉันมาอยู่บ้านเดียวกันกับคุณ! แถมใช้งานยังกับทาสอีก! โอ้ย! จับฉันโยนลงทะเลเสียยังดีกว่า!" นักเรียนหมอโวยวายออกมาในที่สุดเพราะสุดจะทนกับข้อเสนอของนายจ้าง

            "ถ้าอย่างนั้น...คุณก็ใช้หนี้สองล้านมา ผมรับแต่เงินสดบอกเอาไว้ก่อน"

            มือเล็กกำหมัดแน่น ปากบางสีสวยเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธเพราะเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินสดมาใช้ให้เขาจริงๆนั้นแหละ มินตริญาได้แต่ปลอบใจตัวเองมองโลกในแง่ดีว่าอย่างน้อยๆบ้านก็สวย อยู่ฟรีกินฟรีแค่ทำงานบ้านซึ่งปกติก็ทำอยู่ตลอดแลกข้าวแลกที่นอนเท่านั้นเอง

            "โอเค! ก็ได้ๆ"

            ฮิเดกิยกมุมปากยิ้มเยาะแต่นัยน์ตาดำคมดุดันของเขากลับมองร่างบางที่กำลังโมโหกระทืบเท้าอยู่ตรงหน้าด้วยความเอ็นดู

            แจยอลแอบเห็นสายตาของนายน้อยที่มองผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้อยู่ด้วยกัน มันเต็มไปด้วยประกายความอ่อนโยน ความห่วงใย อยากปกป้อง ดูท่าแล้วเธอคงจะเป็นตัวจริงของนายน้อยของเขาเสียกระมัง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็เห็นมีเธอคนนี้นี่แหละที่ได้เข้ามาเหยียบบ้านทั้งสองหลังของนายน้อย ผู้หญิงคนอื่นๆนะเหรออย่าหวังว่าจะได้มาเห็นชีวิตส่วนตัวของนายน้อยเลย จบกันบนเตียงแล้วก็เลิกกันทุกรายไป

            ร่างสูงเดินนำไปที่ห้องชั้นล่างอีกฝากของห้องนั่งเล่นพร้อมๆกับแจยอลที่ถือถุงกระดาษของห้างหรูพะรุงพะรังตามไปด้วยกัน

            "นี่ห้องของคุณ"

            ถึงจะแลดูเหมือนเป็นคนใช้ซึ่งก็ใช่ แต่ห้องนอนนี่มันดีเกินกว่าห้องเช่าที่มินตริญากับพ่ออยู่ด้วยกันเสียอีก หลังจากที่มือใหญ่ของฮิเดกิเปิดประตูเผยให้เห็นภายในห้องขนาดกลางมีห้องน้ำในตัว เตียงนอนเป็นไม้สีขาว ผ้าปูที่นอนลายดอกไม้น่ารักสีชมพูอ่อนหวานเข้าชุดกับผ้าห่มและปลอกหมอน โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าสไตล์เจ้าหญิงสีขาว มีเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้าครบครัน ท้ายห้องเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่เมื่อเปิดผ้าม่านออกก็จะเป็นสระว่ายน้ำของบ้าน มองไกลเลยสระน้ำไปก็เป็นวิวทะเลที่สวยงาม ร่างบางอ้าปากค้างเพราะตกหลุมรักห้องสวยห้องนี้พลางเดินสำรวจบริเวณรอบๆแล้วเผลอยิ้มออกมา นี่มันดีมากๆและดีเกินไปสำหรับเธอด้วยซ้ำ

            "หวังว่าคงจะพออยู่ได้" ร่างใหญ่เดินมาซ้อนตัวอยู่ข้างหลังร่างบางที่กำลังเพลินกับวิวท้ายห้อง

            "อืม...ค่ะ อยู่ได้ ขอบคุณค่ะ มิยากะวะซัง" นักเรียนหมอหันกลับมาขอบคุณแล้วเผลอยิ้มให้นายจ้าง เธอลืมเรื่องที่ทะเลาะกันเมื่อครู่ไปซะสนิท

            ถึงร่างใหญ่ใจจะนิ่งแค่ไหนแต่เขากลับสะท้านอายกับรอยยิ้มที่สดใสน่ารักของร่างบางที่อยู่ตรงหน้า เขาทำทีเป็นก้มไปดูนาฬิกาที่ข้อมือเพื่อซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง

            "เอาล่ะ นี่โทรศัพท์ของเธอมีเบอร์ของฉันอยู่ในนั้นแล้วไว้โทรติดต่องานและอื่นๆ พรุ่งนี้เธอต้องตื่นมาแต่เช้าทำอาหารและเตรียมเสื้อผ้าให้ฉัน ห้องครัวอยู่ทางนั้น ห้องฉันอยู่ข้างบน เสื้อผ้าก็อยู่ในห้อง"

            จริงซิ...โทรศัพท์มือถือ...วันๆหนึ่งเกิดเรื่องราวขึ้นมากมายเสียจนมินตริญาลืมเรื่องโทรศัพท์ที่พังไปเสียสนิท เธอต้องหาโอกาสเอาโทรศัพท์ไปส่งซ่อม...เรื่องนี้คงจะต้องพึ่งแจยอลที่รู้เส้นทางและภาษาเกาหลีดีเสียแล้ว

            "เข้าใจหรือเปล่า" ฮิเดกิเห็นว่ามินตริญานิ่งเงียบไปจึงถามย้ำ

            "เอ่อ...อ้า...เข้าใจค่ะ"

            "ดี ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว" ร่างสูงของชายทั้งสองก้าวเดินออกไปจากห้อง มินตริญารีบปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนาก่อนจะเข้าไปอาบน้ำนอน เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมใช้งาน ชุดเสื้อผ้าขนาดพอดีตัวกับมินตริญามีทุกโอกาส ชุดลำรอง ชุดทำงาน ชุดออกงาน กระทั่งชุดชั้นในก็เป็นขนาดเดียวกันกับที่ใส่อยู่เป็นประจำ แค่คิดก็หน้าแดงรื้นขึ้นมาอีกแล้ว นักเรียนหมอรีบดับความฟุ้งซ่านด้วยการเอาฝักบัวราดหัวก่อนจะแต่งตัวรีบเข้านอนเพื่อการทำงานในวันพรุ่งนี้

 

            ครืด!

            เสียงเปิดผ้าม่านในห้องดังไล่ๆกัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องเห็นละอองฝุ่นเล็กๆปลิวไปทั่ว ความสว่างแยงตาจนคนนอนต้องตื่น

            "ตื่นได้แล้วค่ะมิยากาวะซัง! จะนอนไปถึงเมื่อไรคะ?" เสียงดังเจื้อยแจ้วของเลขาคนใหม่บ่นไปเรื่อยตามประสา

            "อืม...อะไรกันเช้าแล้วเหรอ" ร่างใหญ่ค่อยๆบิดขี้เกียจและลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนอย่างเชื่องช้า

            "ใช่ค่ะ รีบลุกด่วนๆเลย คุณต้องถึงโรงแรม 8.30 น. คุณมีประชุม ชุดสูทคุณฉันแขวนไว้ให้ที่หน้าตู้แล้ว ทำธุระเสร็จก็ลงไปทานอาหารเช้าค่ะ!" มินตริญาทำหน้าที่ได้ดีเกินคาด เธอดูตารางงานในโทรศัพท์ที่ได้รับเมื่อคืน ร่างสูงเปลือยท่อนบนเดินลงมาจากเตียงพร้อมกับกางเกงขาสั้นถึงเข่าเนื้อบาง ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นแต่ ไหล่กว้าง อกผาย ใบหน้าหล่อๆกับผมเผ้าที่ยุ่งเล็กน้อยหลังจากเพิ่งตื่นนอนของเขามันช่างเซ็กซี่เสียจนสามารถไปเป็นนายแบบได้เลยจริงๆ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เตะตามากกว่านั้นก็คืออาการตื่นตอนเช้าของผู้ชายทุกคนมักจะทำให้ส่วนกลางร่างกายมันฟูผงาดพุ่งดันเนื้อผ้าบางๆขึ้นมา

            "กรี๊ด! ไอ้โรคจิต!" เลขาสาวร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเห็นในระยะประชิดขนาดนี้ มือบางรีบยกมือขึ้นมาปิดตาพลางรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าของอาการตื่นอดเอ็นดูและขำออกมาเบาๆไม่ได้

            กลิ่นอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแท้หอมตลบอบอวลไปทั่วบ้าน จานชามกับข้าวต่างๆถูกจัดเตรียมโดยแม่ครัวที่ฮิเดกิแต่งตั้งขึ้นเองเมื่อคืน

            นักเรียนหมอแปลงร่างเป็นเลขาสาวสุดสวยทันสมัย เสื้อเชิ้ตแขนกุดสีขาวกับกระโปรงมิดิลายปริ้นท์สีดำขาวยาวคลุมหัวเข่าแต่ถูกสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนกำลังยืนตักทามาโกะยากิใส่จานอย่างคล่องแคล่ว

            "อ้าว ลงมาแล้วเหรอคะ นั่งก่อนซิคุณ...ฉันเอาของที่เหลือในตู้เย็นมาทำก่อนนะ อาจจะไม่เลิศหรูเหมือนที่คุณกินตามโรงแรม ฉันทำได้เท่านี้แหละ" มือบางบรรจงเอาจานทามาโกะยากิเสิร์ฟให้นายจ้าง แต่เมื่อเห็นหน้าตาหล่อเหลาที่หวีปาดผมไปด้านหลังของเขาก็แอบหน้าแดงไม่ได้เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

            ใบหน้าหล่อนิ่งไม่พูดอะไรมากเขากินอาหารที่อยู่ตรงหน้าถึงจะเป็นอาหารญี่ปุ่นพื้นๆแต่ก็พบว่ามันคือรสชาติที่เขาโหยหา มันช่างอบอุ่นและอร่อยเหมือนฝีมือแม่เขาที่ตายจากไป เขายังจำรสชาติของแม่ติดลิ้นได้ดี

            "เป็นไงบ้างคุณ?" เลขาสาวกลัวว่ารสชาติจะไม่ถูกปากเจ้านายที่มีรสนิยมสูงส่งเหลือเกิน

            "ก็พอใช้ได้" มือใหญ่ยกถ้วยซุปมิโซะร้อนๆซดกินด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมดชามก่อนจะเอ่ยคำวิจารณ์แบบไม่ให้กำลังใจกันเท่าไร พอใช้ได้...แต่กลับกินหมดทุกอย่างไม่เหลือแม้แต่ข้าวติดก้นถ้วยซักเม็ดเดียว...

            แจยอลเตรียมเอารถออก ฮิเดกินั่งหลังอย่างเคยแต่มินตริญากลับเดินไปนั่งหน้าข้างคนขับเพราะเธอรู้ฐานะของตัวเองดีและที่สำคัญ...เธอต้องการตีสนิทกับแจยอลเพื่อขอให้เขาพาเธอไปร้านซ่อมโทรศัพท์

            "อรุณสวัสดิ์ค่ะแจยอลซัง ทานข้าวเช้าหรือยังคะ?"

            "อ่า ยังเลยครับเดี๋ยวส่งนายน้อยเสร็จผมถึงค่อยไปหาข้าวกินครับ" แจยอลเอียงคอยิ้มเขินตาเรียวเล็กหยีเข้าหากันจนปิดสนิท           

            "ว่าแล้วเชียว...นายน้อยของคุณคงใช้งานหนักมากซินะ เอ้านี่ฉันทำในส่วนของคุณมาให้ด้วย กินซะนะคะ" มือบางยื่นถุงผ้าที่ห่อกล่องอาหารถุงเล็กๆสีน้ำเงินให้กับแจยอลด้วยความจริงใจแต่มีอะไรแอบแฝง 

            "เอ๋?! ให้ผมเหรอ?! อ่า ขอบคุณมากครับ" แจยอลตกใจเล็กๆและซาบซึ้งใจที่ได้รับข้าวกล่องจากผู้หญิง...ของนายน้อย แต่แล้วก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบจนเหงื่อตก เมื่อเงยหน้าขึ้นดูกระจกหลังก็พบสายตาพิฆาตอานุภาพทำลายล้างสูงยิงพุ่งตรงเข้ามาอย่างโกรธแค้นจนเขาก้มหลบตาแทบไม่ทัน

            เลขาสาวชวนแจยอลคุย ถามนู้นถามนี้ไปตลอดทางเพื่อสานความสัมพันธ์ ในขณะที่บรรยากาศหลังรถเริ่มคุกรุ่น ร่างสูงในชุดสูทนั่งหงุดหงิดไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเลขาสาวนั่งคุยหน้าชื่นตาบานกับผู้ชายอื่น

            "จอดๆๆๆๆ!" ฮิเดกิคำรามถี่อยู่หลังรถ

            "มีอะไรหรือครับนายน้อย" แจยอลจอดตามคำสั่ง

            "เธอมานั่งข้างหลังกับฉัน!" ฮิเดกิเหลือบไปที่ร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้านหน้า

            "เอ้า! ทำไมล่ะ ฉันนั่งตรงนี้ก็ได้"

            "ฉันสั่ง ก็ต้องทำตาม!"

            เลขาสาวถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ มองบนไม่สบอารมณ์เจ้านายจอมโหดเผด็จการเอาแต่ใจเรื่องมากอย่างเขา แต่ก็ต้องทำตามเดี๋ยวจะอ้างสิทธิ์อื่นๆอีก

           

            ตลอดทั้งวันของการทำงานวันแรกในห้องประธานของโรงแรมหรูห้าดาว ฮิเดกิสอนงานที่จะให้เลขาสาวทำ แต่เพราะคนเรียนหัวไวเลยทำให้การทำงานง่ายขึ้นมาก มินตริญาไม่อยากจะเชื่อข้อกล่าวอ้างที่ว่าเขาไม่สะดวกหากจะต้องให้เธอที่เป็นเลขาไปนั่งหน้าห้องทำงานเพราะสอนงานลำบาก เลยยอมอือออห่อหมกไปกับเขา

            การทำงานในวันนี้ถึงมันจะสนุกกับสิ่งใหม่ๆแต่ใจของเธอกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตอนที่เขาเข้ามาสอนงานใกล้ๆระยะประชิดตัวแบบนี้จริงๆ ร่างสูงของเจ้านายมายืนอยู่ข้างๆเก้าอี้ของเธอ มือใหญ่อ้อมไปคว้าเม้าส์มาคลิกให้เธอดูข้อมูล เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานมีเสน่ห์ที่พูดอยู่ข้างๆหู เขาอยู่ใกล้ชิดกับเธอจนได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ปกติเธอไม่ชอบคนสูบบุหรี่แต่ไม่รู้ทำไมกับผู้ชายคนนี้มินตริญากลับชอบกลิ่นของเขาไปเสียแล้ว

 

            โทรศัพท์ของฮิเดกิดังขึ้น เขาปลีกตัวออกไปคุยข้างนอกห้อง นี่จึงเป็นเวลาที่เลขาสาวรอคอย เธอรีบเข้าไปเว็บไซต์แชร์ข้อมูลที่เธออัพโหลดไฟล์วิดิโอเก็บเอาไว้อย่างมีความหวัง แต่...เมื่อเข้าไปหน้าเว็บไซต์กลับให้เธอกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน...ตายล่ะ เธอไม่เคยจำได้เลยว่าใช้ชื่ออะไรและรหัสผ่านคืออะไรเพราะที่ผ่านเพื่อนก็สมัครให้แถมข้อมูลพวกนี้ก็ยังอยู่ในโทรศัพท์ที่พังอยู่อีก ดังนั้นมีทางเดียวคือต้องส่งของที่พังอยู่ไปซ่อมให้ได้ภายในวันนี้

            เมื่อมาดูตารางงานของเจ้านายแล้วช่วงบ่ายนี้เขามีประชุมสำคัญกับคณะผู้บริหารถูกจองคิวยาวกว่าสองชั่วโมง สายเรียกเข้าเมื่อครู่คงเป็นการโทรตามตัวให้ไปประชุมแน่นอน เลขาสาวค่อยๆเปิดประตูออกไปสำรวจดูก็ไม่เห็นเงาของนายจ้างแล้ว มินตริญาไม่รอช้ารีบกดโทรศัพท์ไปหาแจยอลสารถีให้ช่วยขับรถพาเธอไปห้างสรรพสินค้าทันทีโดยอ้างว่าจะออกไปซื้อกาแฟชื่อดังมาให้นายจ้างของเธอ

 

            เมื่อได้กาแฟมาอยู่ในมือแล้ว มินตริญาลากแจยอลให้ช่วยไปด้วยกันที่ร้านซ่อมโทรศัพท์เพื่อช่วยสื่อสาร

            "อะไรนะคะ?! ใช้เวลาซ่อมอาทิตย์หนึ่ง! แถมแอพทุกอย่างก็จะหายหมดด้วย!" นี่เป็นสิ่งที่มินตริญาไม่คาดคิด เธอไม่คิดว่าจะต้องใช้เวลาในการซ่อมนานขนาดนั้น ถึงแอพจะหายไป แต่ก็คงจะมีข้อมูลแบคอัพที่พอหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่มีทางเลือกเธอต้องซ่อมแต่โดยดี

 

            ผลัก! โครม!

            เสียงหนังสือพิมพ์ที่ฟาดลงไปบนหน้าหยาบของคนที่คุกเข่าตรงหน้าแรงเสียจนร่างคนโดนฟาดเซล้ม แล้วตามมาด้วยส้นรองเท้าหนังสีดำขัดมันกระทืบซ้ำไปที่ใบหน้าของชายผู้นั้นอีกหลายที

            "โธ่เว้ย!" เสียงสบถดังออกมาจากปากคนที่ยืนกระทืบร่างชายชุดดำที่กำลังนอนดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดอยู่กับพื้น "นักข่าวมันรู้ได้ไง?! ไหนพวกมึงบอกว่าเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วไง!" คำถามมากมายออกมาจากปากชายชุดสูทสีดำท่าทางภูมิฐานตามมาด้วยพายุลูกถีบและลูกเตะใส่คนข้างหน้าทั้งสองไม่ยั้ง

          ชายอีกคนที่โดนซ้อมน้อยกว่าพอจะมีแรงไปหยิบม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เอามาฟาดหน้าเพื่อนอีกคนจนตอนนี้มันนอนจมกองเลือดของตัวเองออกมาดู

 

            'เกิดเหตุสยองที่ท่าเรือโอซาก้า โกดังหมายเลขแปด ตำรวจกำลังสืบหารอยเลือดปริศนา คาดเป็นฝีมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพลกับธุรกิจที่ไม่ลงรอย'

 

            "นายครับ...คือ...พวกเราไม่รู้จริงๆว่านักข่าวและตำรวจมันรู้ได้ยังไง"

            "มีคนเห็นพวกมึงในวันนั้นหรือเปล่า?" ลูกน้องในชุดดำหน้าตาบวมปูดช้ำแสดงอาการอึกอักปิดบังความจริง "มีรึเปล่า?!" มือใหญ่หยาบคว้าปืนออกมาจ่อหัวชายที่เจ็บน้อยสุดจนมันเหงื่อแตก

            "ม...มีครับ! พวกเรากำลังตามหาตัวมันอยู่ครับนาย" ชายชุดดำรีบควักกระเป๋าสตางค์สีหวานออกมาจากกระเป๋าหลังเพื่อหยิบยื่นให้เจ้านายตัวเองดู "มันคงเห็นพวกเราแล้วพยายามหนีแต่ก็ทำกระเป๋าตกเอาไว้"

            ใบหน้าหญิงสาวโชว์หราอยู่บนบัตรประจำตัวนักศึกษาและบัตรประชาชน

            "แล้วทำไมจนถึงตอนนี้พวกมึงยังฆ่าอีนี้ไม่ได้! แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว!"

            "พวกเราไปตามหามันแล้วครับนาย แต่...มันหายตัวไปแล้วมีตำรวจเข้ามาทำคดีของมันด้วย ทำให้พวกเราเข้าถึงตัวมันได้ยากขึ้นครับ"

            "แล้วพวกมึงเอาแฟลชไดร์ฟอันนั้นไปทำลายทิ้งแล้วหรือยัง" ชายในสูทดำกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างเป็นกังวล

            "พวกเราเผาทิ้งไปแล้วครับนาย"

            "หึ...ดี...มึงคงรู้นะว่าต้องทำอะไรต่อ!"

            "ค...ครับนาย"

            "ถ้ามึงยังช้า...คอมึงหลุดออกจากหัวไปอยู่เป็นเพื่อนไอ้เหี้ยนั่นแน่"

            ใบหน้าเหี้ยมโหดเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับมือที่ดึงดาบโอคะตะนะออกมาจากฝักให้ลูกน้องที่ทำงานพลาดทั้งสองได้เห็นคมดาบชัดๆ

            "แล้วที่สำคัญ...พวกมึงช่วยส่งคนไปเยี่ยมไอ้นักข่าวที่เอาข่าวนี้มาลงทีซิ ให้มันรู้ว่ามันควรอยู่เงียบๆ"

            ชายร่างสูงกำยำในชุดดำที่อยู่ด้านหลังอีกสองคนโค้งรับทราบคำสั่งแล้วพากันเดินออกไปเหลือเพียงชายชุดสูทสีดำที่ในมือกำดาบโอะคะตะนะสีดำมันไว้แน่น...





ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha