ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ฉาบฉวย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




               "นี่มันอะไรกัน?! คุณแอบตามผมไปอย่างนั้นเหรอ?! ให้ตายซิ! รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป! คุณยังไม่มีข้อมูลอะไรแต่กลับเอาไปนั่งเทียนเขียนเอาเองอย่างนั้นเหรอ! นักข่าวอย่างคุณนี่มัน!"

            หลังจากที่จินยะได้อ่านข่าวหน้าหนึ่งในตอนเช้า เขาก็ควานหาตัวคนเขียนข่าวจนวุ่น สุดท้ายก็มารู้ตัวเจ้าของข่าว ยามาโมะโตะ เอริกะ ก็ยิ่งสร้างความโมโหให้กับตำรวจหนุ่มเป็นอย่างมาก ข่าวที่เขียนยังไม่มีมูลความจริง ที่สำคัญเขาโดนอ้างว่ากำลังตามสืบคดีนี้อยู่ด้วย จินยะจึงให้ลูกน้องเชิญตัวเจ้าหล่อนมาคุยที่โรงพัก

            "ก็คุณกำลังตามสืบอยู่จริงๆไม่ใช่หรือไง แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้นั่งเทียนเขียน โกดังร้างหมายเลขแปดนั่นมันเป็นของนักการเมือง"

            "คุณก็เลยโมเมเอาเองซินะว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงรอย แถมยังอ้างว่าพวกตำรวจกำลังตามสืบอีก อันที่จริงแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นก็ได้"

            "แต่คุณเก็บก้อนหินเปื้อนเลือดนั้นไปตรวจ สรุปเป็นเลือดมนุษย์ใช่ไหมล่ะคะ"

            ตำรวจหนุ่มถึงกับถลึงตาเล็กๆกลับไปมองนักข่าวสาวด้วยความตกใจ นี่เธอรู้ได้อย่างไรกัน

          เอริกะไม่ได้เป็นแค่นักข่าวกระจอกงอกหงอย เธอเองก็มีทั้งเงินและเส้นสายเยอะพอสมควรจึงมักทำให้เธอได้ข้อมูลเจ๋งๆอยู่ตลอดเวลา กับอีแค่ผลการตรวจทำไมเธอจะไม่รู้แค่ใช้เส้นนิดๆหน่อยๆก็ได้ข้อมูลมาแล้ว

            "แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังไม่ควรจะลงข่าวไปแบบนั้น คนที่เกี่ยวข้องอาจจะเดือดร้อนได้"

            "ใครล่ะคะที่เกี่ยวข้อง? พ่อแม่คุณ คนใกล้ตัวคุณหรือก็เปล่า ฉันยังไม่เห็นว่าจะมีใครจะเดือดร้อน"

            จินยะกำมือแน่นด้วยความโกรธที่นักข่าวสาวยังมาตอบลอยหน้าลอยตาไม่รู้สำนึก เปล่าประโยชน์ที่จะคุยกับนักข่าวไร้จรรยาบรรณ

            "ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว" นักข่าวสาวคว้ากระเป๋าสะพายข้างใบโตขึ้นมาแล้วเดินออกไปจากโรงพักโดยไม่แยแสว่าจินยะจะสอบถามอะไรอีก ด้วยความรีบทำให้เธอทำคีย์การ์ดของโรงแรมตกออกจากกระเป๋าที่ลืมรูดซิปของตัวเอง

            ถึงจินยะจะไม่ชอบนักข่าวสาวคนนี้มากแค่ไหนแต่เขากลับหยิบคีย์การ์ดแล้ววิ่งตามออกไป

            "คุณ! คุณ!" จินยะรีบวิ่งเข้าไปหาร่างบางสูงโปร่งที่กำลังเดินฉับๆอยู่ข้างหน้าห่างจากเขาไปไม่กี่เมตร แต่สายตาของตำรวจหนุ่มกลับไปสะดุดกับแสงสะท้อนจากตึกฝั่งตรงข้ามถนน

            ชายชุดดำสวมแว่นดำที่ยืนอยู่อีกฝากถนนยกปืนขึ้นเล็งมาที่นักข่าวสาวกลางวันแสกๆแบบไม่กลัวกฎหมาย

            ปัง! ปัง!

            กรี๊ด!

            เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวีดร้องจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทุกคนก้มลงนั่งและยกมือขึ้นปิดหูโดยอัตโนมัติ ร่างสูงกระโจนเข้าใส่ร่างสูงโปร่งของนักข่าวสาวจนล้มลงไปนอนกับพื้น เขาเอาตัวเข้าบังตัวเธอเอาไว้เพื่อความปลอดภัย

            เหตุเกิดใกล้กับสถานีตำรวจ เสียงปืนที่ดังเรียกตำรวจให้แห่กันออกมาหน้าโรงพักเพื่อตามจับคนยิงและเข้าช่วยเหลือจินยะและนักข่าวสาว

            "คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า?!" จินยะรีบสำรวจร่างกายนักข่าวสาวที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขา

            ในขณะที่เอริกะกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้ยินเสียงอื่นใดมันตื้ออื้ออึงไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ...นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองมารวมทั้งใบหน้าหล่อหวานๆที่ฉายแววห่วงใย สิ่งนี้ทำให้นักข่าวสาวจำได้แม่นยำ ใจของเธอเต้นแรงไม่ใช่เพราะกลัวตายแต่เพราะตำรวจหนุ่มที่กำลังเขย่าร่างเธอเพื่อให้ได้สติในตอนนี้ต่างหาก มันอาจจะเร็วเกินไปที่จะรู้สึกแบบนี้ แต่นักข่าวสาวขอสารภาพตามตรงเลยว่า...เขาเท่ชะมัด...

            หลังการตรวจสอบวิถีกระสุนมันเด่นชัดว่าคนร้ายชุดดำหมายจะทำร้ายนักข่าวสาว การกระทำของมันช่างบุ่มบ่ามยิงตอนกลางวันและที่สำคัญสถานที่เกิดเหตุพ้นจากประตูรั้วสถานีตำรวจไปเพียงแค่ร้อยเมตร

            "จะทำยังไงดีคะ?! ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย!"นักข่าวสาวระบายความเครียดออกมาให้ตำรวจหนุ่มได้รับฟัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นสายตาจริงจังและดุดันขึ้นมาทันใดเมื่อเขามองหน้านั่งข่าวสาวที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่ 

            ร่างสูงของจินยะเดินอ้อมร่างเอริกะไปด้านหลังก่อนจะเดินมานั่งตรงโต๊ะด้านหน้าที่เอริกะกำลังนั่งอยู่ "ทีนี้รู้แล้วหรือยัง...ว่าคนที่เกี่ยวข้องจะเดือดร้อนน่ะคือใคร..."

 

          เอริกะนั่งซึมจากผลของการกระทำของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าข่าวมั่วๆของเอริกะอาจจะมีบางข้อความหรือเนื้อหาที่ไปจี้จุดเจ้าของโกดังหมายเลขแปด หรือใครก็ตามที่อาจจะร้อนตัวจนต้องส่งคนมายิงเธอ งานนี้เริ่มซับซ้อนมากขึ้นแล้ว เอริกะจึงแจ้งความและร้องขอให้มีตำรวจไปช่วยคุ้มกันเธอซึ่งก็หนีไม่พ้นต้องลำบากให้ผู้กำกับการตำรวจอย่างจินยะออกคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้

            "ไม่เอาอ่ะ ฉันอยากให้คุณเป็นคนคุ้มครอง"

            "นี่คุณ...ผมไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอกนะ อีกอย่างนั้นไม่ใช่หน้าที่ของผม"

            "ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคนตามคุณเอง"

            "ไม่ได้! เฮ้อ...คุณนี่พูดไม่รู้เรื่อง ผมบอกแล้วไงว่าไม่ทำงานกับนักข่าว"

            "ฉันจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง สัญญา"

            "ก็บอกว่าไม่ได้ไง"

            "นี่คุณผู้กำกับการ...ขอยืมโทรศัพท์หน่อย"

            "จะเอาไปทำอะไร"

            "โทรศัพท์ฉันไม่รู้ตกหายไปไหน สงสัยจะตอนล้มลงเมื่อกี้"

            ถึงจะรู้สึกแย่แต่จินยะก็ยื่นโทรศัพท์ให้นักข่าวสาวจอมดื้อแต่โดยดี เอริกะกดโทรเข้าเครื่องตัวเอง แล้วอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ของเธอก็ดังขึ้น "อ้าว...อยู่นี่เอง แหม...คิดว่าหายไปเสียแล้ว ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันในวันนี้"

            ดูก็รู้ว่าเธอจงใจเอาเบอร์โทรศัพท์ของจินยะ เมื่อได้มาก็ยิ้มอย่างผู้มีชัยใส่เขา ร่างสูงโปร่งเขย่งเพียงนิดเดียวปากกระจับสีสวยของเธอก็ถึงแก้มของตำรวจหนุ่มแล้ว ความตรงไปตรงมาและลุกหนักของเอริกะเล่นเอาจินยะตกใจในความแรงของเธอ

            "เฮ้ยนี่คุณ!"

            เอริกะจุ๊บแก้มจินยะต่อหน้าตำรวจลูกน้องของเขา ทำเอาผู้กำกับการคนนี้เขินอายจนหน้าแดง ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ หมดกันมาดตำรวจหนุ่มคุมเข้มที่อุตส่าห์สร้างมาให้เป็นที่น่าเชื่อถือกับลูกน้องต่างอายุถูกเธอผู้นี้ทำลายแถมยังมายกมือโบกลากันแบบยั่วๆเสียด้วย

 

            ช่วงบ่ายจินยะตัดสินใจเดินทางไปพบผู้จัดการสถานเริงรมย์ A  เขาเป็นคนในกลุ่มมิยากาวะแต่ไม่ได้มีตำแหน่งระดับสูงอะไรก็แค่ผู้จัดการที่คอยเอาเงินผลกำไรแบ่งไปให้หัวหน้าสาขาและเขตที่เขาสังกัดเท่านั้น แต่จินยะเคยมีบุญคุณกับคนผู้นี้และหวังว่าคราวนี้เขาจะได้รับการช่วยเหลือกลับบ้าง ถึงแม้ว่าปกติแล้วตำรวจจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับกลุ่มมิยากาวะยกเว้นเรื่องผิดกฎหมาย ถือว่าครั้งนี้จินยะเข้าไปล้วงคองูเห่าถึงที่ เขาเข้าไปพร้อมกับภาพนิ่งที่ตัดมาจากกล้องวงจรปิด

            "หึ หึ ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่ผู้กำกับการเดินทางมาด้วยตัวเอง เชิญนั่งก่อนครับ" ชายวัยกลางคนที่มีแววเหี้ยมเกรียม ใบหน้ามีรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ สายตาไม่จริงใจใส่สูทผูกไทภูมิฐานผายมือให้ตำรวจหนุ่มแต่ตำแหน่งสูงเกินวัยได้นั่งบนโซฟาในห้องทำงานชั้นบนสุดของสถานเริงรมย์แห่งนี้

            "คนนี้ คุณรู้จักหรือเปล่า" จินยะวางรูปภาพลงบนโต๊ะแล้วยิงคำถามใส่ทันที ฝ่ายตรงข้ามหยิบขึ้นไปดู สีหน้าของเขากำลังคิดพิจารณารูปชายที่กำลังยกปืนขึ้นเล็งไปยังเป้าหมาย

            "ไม่รู้จักครับ มันไม่ใช่เด็กของผม"

          "อย่าหาว่าผมทวงบุญคุณ แต่ครั้งนี้คุณต้องช่วยผม มันกระทำการอุกอาจยิงคนท่ามกลางผู้คนมากมายหน้าสถานีตำรวจ"

            "หึ หึ ผู้กำกับการ...ผมก็อยากจะช่วยนะ แต่อย่างที่ผมบอก มันไม่ใช่เด็กของผม อีกอย่าง...มันเองก็ไม่ใช่คนในกลุ่มมิยากาวะด้วย ดูก็รู้ว่ามันถูกจ้างมาราคาถูก"

            "หมายความว่ายังไง?"

            "ถ้าเป็นคนในกลุ่มมิยากาวะจะไม่สักเลยคอขึ้นมาแบบนี้หรอกครับ" มือหยาบหนาที่กำลังคีบบุหรี่ด้วยนิ้วทั้งสองชี้ให้ดูคอของคนในภาพที่มีลายสักโผล่พ้นขึ้นมาจากปกเสื้อสูงเกือบถึงติ่งหู

            "แล้วอีกอย่าง...มันไม่ใช่วิธีของกลุ่มเรา ใครบางคนต้องการขู่จึงจ้างพวกกุเรนไต[1]ราคาถูก มันถึงได้กระทำการแบบสิ้นคิดแบบนี้ ไอ้คนในรูปก็แค่แต่งตัวให้เหมือนพวกเราเพื่อให้พวกตำรวจเข้าใจผิดไงครับ

ถ้าเป็นฝีมือของพวกเราจริงๆ ป่านนี้คนที่โดนปองร้ายคงไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้วล่ะครับ ที่สำคัญจะไม่ทำกลางวันแสกๆพยานรู้เห็นมากมายแล้วให้มาจับได้ในภายหลังหรอกครับผู้กำกับการ หึหึ"

            "นั่นหมายความว่าหากชายในรูปถูกตำรวจจับได้ก็จะพูดว่าเป็นคนในกลุ่มมิยากาวะอย่างนั้นใช่ไหมครับ"

            "หึ หึ...มันอาจจะตายก่อนที่จะถูกจับได้ด้วยซ้ำ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณทำคดีอะไรอยู่ แต่ผมบอกคุณได้เพียงเท่านี้"

            จินยะกลับไปโดยได้ข้อมูลมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี่คงจะถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของนักข่าวสาวเลยทีเดียว ถึงจะสมน้ำหน้าแต่พอเห็นสภาพของเจ้าหล่อนแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เห็นทีต้องแวะไปดูเสียหน่อยแล้ว...

           

            ตอนหัวค่ำจินยะได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องที่ไปคุ้มครองนักข่าวสาวว่าเธอแอบหนีออกไปจากโรงแรมช่วงที่พวกเขากำลังเผลอ ตำรวจหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ เขาปวดหัวกับพฤติกรรมของนักข่าวคนนี้เหลือเกิน ในขณะที่กำลังขับรถก็มีเสียงเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก

            "ฮัลโหล...คุณผู้กำกับการ...ฉันเองนะคะ"

            เสียงอ้อนๆจากปลายสายทำให้จินยะรู้ทันทีว่าใครโทรมา

            "นี่คุณ! ตอนนี้อยู่ที่ไหน?! ทำไมถึงหนีออกมา ไม่รู้เลยเหรอว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย!"

            "ขี้บ่นจังนะคะ ฉันก็แค่ออกมาดื่มแก้เครียดนิดหน่อย"

            "อยู่ที่ไหน?!"

 

            จินยะรีบบึ่งรถออกไปยังสถานที่ที่นักข่าวสาวอยู่ทันที มือใหญ่เปิดประตูเลื่อนร้านเหล้าเล็กๆเข้าไปก็เห็นว่านักข่าวสาวนั่งรินเบียร์ใส่แก้ว สภาพในตอนนี้ก็เริ่มเมากึ่มๆแล้วด้วย

            "อ้าว...คุณผู้กำกับ...นั่งก่อนซิคะ"

            "ทำไมคุณไม่อยู่ที่ห้อง ไม่รู้เลยหรือไงว่า..."

          นิ้วชี้เรียวยาวของนักข่าวสาวยกขึ้นมาทาบปากคนที่กำลังบ่น พร้อมทั้งห่อปากกระจับของเธอเปล่งเสียงจุ๊ บอกเป็นนัยว่าไม่อยากให้เขาพูด "ไม่เอาค่ะ ไม่เอา...เรามาดื่มกันดีกว่า ชีวิตมันสั้นนัก หาเรื่องสนุกใส่ตัวดีกว่า"

            "เกิดอะไรขึ้น?"

            เอริกะยังไม่พูดอะไร เธอหยิบแก้วเปล่ามารินเบียร์ให้ "คุณนี่น่ารักจังนะคะ เป็นห่วงฉันด้วย"

            "...กลับได้แล้วครับ...ผมจะโทรตามลูกน้องให้มารับคุณกลับ"

            "ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อเช้า ทั้งพ่อและแม่ของฉันยังไม่มีใครเป็นห่วงฉันเท่าคุณเลย"

            จินยะนิ่งเงียบไป เมื่อเห็นว่าดวงตารูปอัลมอนด์ของเธอน้ำตาคลอเพราะความเศร้า จินยะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ดูเห็นแก่ตัวไม่แคร์โลกอย่างเอริกะจะแคร์ครอบครัวมากขนาดนี้ ร่างสูงจึงยอมที่จะนั่งข้างๆร่างสูงโปร่งที่กำลังเอามือเรียวเล็กจับขย้ำผมด้วยความเสียใจ

            "เขาคงจะห่วงคุณในแบบของเขา"

            "ทั้งที่ฉันโทรไปเล่า แต่เขากลับตอบกลับมาว่ากำลังยุ่ง ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขา"

          อันที่จริงแล้วครอบครัวของเอริกะค่อนข้างมีฐานะ บ้านของเธอทำธุรกิจร้านอาหารชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น กิจการของพ่อและแม่ถูกสร้างขึ้นมารอเธอไปบริหารต่อแต่เธอกลับไม่ชอบ เธออยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และตอนนี้เอริกะก็กำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าเธอสามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่ได้ไร้อนาคตอย่างที่พ่อของเธอสบประมาทไว้ เรื่องนี้ทำให้เกิดข้อบาดหมางระหว่างเธอกับครอบครัวมาตั้งแต่เธออยู่มัธยมปลาย

            จินยะเปลี่ยนใจนั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนนักข่าวสาว แต่ละคนต่างมีปัญหาเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุผลนี้นี่เองที่ทำให้เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ข่าวถึงขนาดลงทุนใช้เงินซื้อข่าวจากมินตริญา พูดแล้วก็กลุ้มใจเขายังไม่ได้เบาะแสเพิ่มเติมกับการหายไปของน้องสาวคนสนิทเลย คนของเขาตามไปถึงบ่อนที่ลุงโทชิไปติดหนี้ไว้แล้วแต่คำตอบที่ได้กลับกลายเป็นมีคนใช้หนี้ให้และสองพ่อลูกก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย คำพูดจากพวกนักเลงในบ่อนจะเชื่อได้แค่ไหนกัน

            "คุณครับ ร้านเราจะปิดแล้ว ขอเก็บเงินนะครับ"

            เวลาผ่านไปเท่าไรแล้วไม่รู้ ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของจินยะเงยหน้าขึ้นมาดูนาฬิกาข้อมือก็พบว่าเวลานี้กำลังจะเข้าตีสามแล้ว

            "คุณๆ...เอิ้ก...กลับ...ได้...แล้ว" มือใหญ่พยายามเขย่าตัวร่างสูงโปร่งที่นั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เสียงของจินยะยานครางด้วยความเมายากต่อการควบคุมให้มันเป็นปกติเหมือนเคย

            "อา...เอาเบียร์...มาอีกขวด" แต่เอริกะกลับพยายามจะสั่งเพิ่มโดยไม่ดูร่างกายของตัวเอง จินยะใช้สติที่เหลืออยู่ควักเงินจ่ายให้เจ้าของร้านก่อนจะหอบหิ้วเอาร่างสูงโปร่งลุกขึ้นพากันเดินออกไปด้วยกัน

            ไม่ไหว...จินยะขับรถกลับไม่ได้ เขาเป็นผู้พิทักษ์กฎหมายจะมาแหกกฎเมาแล้วขับเสียเองไม่ได้เด็ดขาด นัยน์ตาน้ำตาลเข้มแดงก่ำมองหาโรงแรมใกล้ๆแล้วโอบเอวบางพาเดินเข้าไปเปิดห้องนอน

            ฟุ่บ!

            จินยะเหวี่ยงร่างสูงโปร่งที่เมาแอ๋ลงบนที่นอนนุ่มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระเพราะอั้นเบามานานจนแทบจะทนไม่ไหว เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จเขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกไป จินยะตกใจสะดุ้งโหย่งที่เห็นร่างสูงโปร่งยืนเอามือพาดกับประตูห้องน้ำ

            ดวงตารูปอัลมอนด์นัยน์ตาหยาดเยิ้มกำลังยืนจ้องร่างสูงในห้องน้ำปานจะกลืนกินคนที่อยู่ตรงหน้า

            "ร้ายนะ...พาฉัน...เข้าโรงแรม"

            เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้เมามากขนาดที่หลับไม่รู้เรื่อง เอริกะแกล้งทำต่างหากเพราะอยากจะดูปฏิกิริยาของตำรวจหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของเธอ

            "ผม...เมามาก...ขับรถไม่ไหว...คุณเองก็...อุ้บ..."

            เอริกะไม่ยอมปล่อยให้ปากบางนั่นได้ขยับพูดอีก เธอพุ่งเข้าจู่โจมกอดจูบนายตำรวจสุดเท่ห์จนทั้งสองเซถลา มือเล็กดันหลังใหญ่กว้างให้ติดกำแพงดังโครม เธอเอาแขนมาคล้องไว้ที่คอหนาดึงหน้าหล่อๆลงมาบดจูบอย่างไม่เกรงใจ

            จูบของผู้หญิงตรงหน้ามันช่างเร้าร้อน เธอส่งลิ้นหวานอ่อนนุ่มเข้ามาในโพรงปากของเขาจนตอนนี้อารมณ์หนุ่มลุกโชนยากต่อการขัดขืนกับจูบเอาแต่ใจของร่างสูงโปร่งที่อยู่ตรงหน้า หน้าอกหญิงสาวบดเบียดไปกับอกกว้างกำยำ เธอจงใจเอาส่วนกลางกายสาวมาถูไถไปกับกลางกายของเขา เซ็กส์ที่ทั้งสองห่างหายมานานเพราะการงานที่สุดแสนจะยุ่งถูกปลุกขึ้นมาจนยากจะต้านทาน

            มือเล็กพยายามดึงชายเสื้อยกขึ้นเพื่อถอดออก จินยะเองก็ไม่รอช้าเขาเองก็ช่วยถอดเสื้อยืดตัวบางออกไปพร้อมๆกับเสื้อชั้นในลูกไม้สีดำเซ็กซี่ให้เอริกะเช่นกัน หน้าอกขนาดเหมาะมือไม่เล็กไม่ใหญ่ไปแต่มันเต่งตึงสู้มือใหญ่เหลือเกินแถมสีสันของมันก็ชมพูสวยสดแม้ในห้องแสงไฟสลัว กางเกงยีนส์ของทั้งสองถูกปลดลงไปพร้อมๆกันอย่างเร่งรีบ มือใหญ่จับเรียวขายาวมาเกี่ยวกวัดไว้ที่เอวแต่ร่างเล็กกลับกระโดดเอาขาทั้งสองเกี่ยวเอวหนาของเขาเอาไว้จนแน่น

          ร่างใหญ่เดินตรงมาที่เตียงทรงกลมแล้วล้มตัวลงนอนไปพร้อมๆกับร่างบางที่เกาะเกี่ยวตัวเองอยู่ ทุกอย่างช่างเร้าร้อนและเกิดขึ้นไวเกินกว่าที่สติอันน้อยนิดจะคิดได้ว่าเรื่องที่ทำอยู่มันไม่ควรเกิดอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ชายหญิงทั้งสองไม่มีใครสนใจความถูกต้องแล้ว ยอดอกสีหวานถูกดูดดึงสลับกับปลายลิ้นที่รัวละเลงอย่างรวดเร็วจนเจ้าของบิดแอ่นไปมา

            "อ้า...อืม..."

            เรียวนิ้วยาวแทรกไปตามกลุ่มผมสีดำของคนบนร่างพร้อมทั้งจิกขยำไปตามความเสียวซ่าน ร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างเพื่อที่จะได้ดูดกินยอดอกไปพร้อมๆกับส่งเรียวนิ้วใหญ่ลงไปสำรวจใจกลางกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าลูกไม้สีดำตัวบาง เขาถอดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี มือหนาปาดละเลงกลีบดอกไม้ที่กำลังฉ่ำเยิ้มน้ำหวานขึ้นลงผ่านรอยแยก

            "อะ...อ๊ะ!"

            นิ้วยาวสาวเข้าออกบิดวนไปมาในถ้ำน้ำหวานจนสะโพกเล็กยกสูงส่ายวน นายตำรวจคนนี้เก่งเรื่องนี้พอตัวทีเดียวเพราะเพียงแค่นิ้วก็ทำเอานักข่าวสาวเกือบจะเสร็จ แต่เอริกะไม่ยอมมือบางรีบผลักอกแกร่งให้นอนหงายแล้วจับท่อนกลางกายร่างกำยำของเขาขึ้นมาดูดกินอย่างหิวโหย

            "ฮึ่ม...กรอด..."

            นักข่าวสาวเร้าร้อนทำเอาตำรวจหนุ่มขบฟันกรามด้วยความเสียวจนเหมือนมีไฟร้อนมาสุมที่ท่อนกลางกาย สะโพกสอบกระตุกเกร็งทุกครั้งที่ส่วนปลายโดนดูดดึงด้วยริมฝีปากรูปกระจับจนน้ำใสๆไหลออกมาให้เธอได้ดื่มกิน มือบางเอื้อมไปคว้าเอาถุงยางที่หัวเตียงมาแกะซองใส่ครอบให้จินยะเสร็จสรรพพร้อมทั้งส่งสายตายั่วยวนมาให้ได้เคลิ้มอีกครั้ง

          ร่างสูงโปร่งเอวบางลุกขึ้นมานั่งบนหน้าขาของจินยะที่กำลังนอนหงาย มือบางจับท่อนกลางกายไปจ่อกับกลีบดอกไม้ให้ถูกตำแหน่งก่อนจะกดร่างตัวเองลงไป

            "ซี้ด..." เสียงซูดปากจากทั้งสองดังออกมาพร้อมๆกัน และมันก็ยิ่งดังขึ้นเมื่อร่างสูงโปร่งข้างบนเริ่มเขย่าขึ้นลงตามแรงอารมณ์ มือหนาเอื้อมไปขย้ำสะโพกขาวเนียนจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้วแกร่ง

            คนข้างล่างเริ่มทนไม่ไหวกับการเคลื่อนตัวที่เร็วไม่ทันใจ สะโพกแกร่งจึงยกขึ้นเป็นฝ่ายกระแทกกระทั้นร่างบนด้วยความเร็วตามที่ใจต้องการ

            "อ๊ะ! อ๊ะ! แรงอีก! แรงอีก!"

            "ฮึ่ม!"

            "จ...จะ...จะเสร็จแล้ว!" เสียงเล็กๆครางร้องกระเส่า ยิ่งทำให้พายุอารมณ์ถูกโหมกระพือพัดให้รุนแรงมากขึ้น

            จินยะจับเอริกะพลิกตัวลงมานอนอยู่ใต้ร่างแล้วจัดการทำเองในตอนท้าย สะโพกสอบเร่งขยับเข้าออกถี่ยิบ แต่ละจังหวะก็หนักหน่วงตามคำขอของคนใต้ร่างจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง มือบางจิกกำผ้าปูที่นอนเพื่อระบายความสุขที่ได้รับ

            "อ้า! อ้า!"

            "ฮึ่ม! อ้า!"

            ทั้งสองจูงมือกันไปแดนสวรรค์ฉิมพลีด้วยความเร็วและแรงตามอารมณ์และความเมาที่ไร้สติยั้งคิด...ถึงแม้ว่าเอริกะจะรู้สึกชอบจินยะจากเหตุการณ์ในวันนี้ แต่มันเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฉาบฉวย ทั้งสองหลับไปด้วยความเหนื่อยและเมาทั้งยังไม่ได้คิดว่าจะต้องรับมือกับความสัมพันธ์แบบนี้หลังตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่อย่างไร...

 



[1] กุเรนไต คือพวกแก๊งป่วนเมือง อันธพาล ผู้ร้าย ไปจนถึงฆาตกรหรืออาชญากรที่รับจ้างทำทุกอย่างเพื่อเงิน

 




ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha