ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : สระว่ายน้ำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




                อาทิตย์กว่าแล้วที่มินตริญาก้าวเข้ามาในชีวิตของฮิเดกิ ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันทั้งคืนเรียกได้ว่าตัวติดกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง จะมีก็เพียงแค่เวลาเข้านอนและเข้าห้องน้ำเท่านั้นที่เลขาสาวจะได้แยกออกมาได้หายใจหายคอบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าเจ้านายของเธอที่อาจจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิยากาวะที่ป่าเถื่อนกลับมีนิสัยเป็นคุณชายเจ้าระเบียบ ละเอียดลออ พิถีพิถันทุกขั้นตอน ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ การได้อยู่กับเจ้านายสุดโหดบางครั้งก็ทำให้เลขาอย่างเธออึดอัดเหมือนกัน

          มินตริญาคิดว่าจะได้เจอเรื่องผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมของเจ้านาย แต่...เธอกลับไม่เจออะไรที่มีพิรุธจากหน้าที่การงานของเขาเลย งานที่เขาทำมีแต่งานโรงแรม ค่าเช่าที่ในญี่ปุ่นซึ่งทั้งหมดก็ถูกต้องตามกฎหมาย เงินที่ได้เข้ามาก็มีแต่เงินปันผลจากหุ้น ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมเล็กใหญ่ของเขาเท่านั้น แต่ๆๆ นี่มันเพิ่งแค่อาทิตย์เดียว อาจจะยังมีเรื่องที่เธอไม่รู้อยู่อีกก็ได้ ถ้ามีจะแอบถ่ายรูปแล้วหาทางส่งไปขายให้เอริกะลงข่าวเลยคอยดู ทว่า...ในใจลึกๆแล้วมินตริญาก็แอบหวังอย่าให้เขาได้ทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามเลย เธอไม่อยากให้เขาไปยุ่งเกี่ยวกับมันจริงๆ

มันคงยากที่จะทำใจยอมรับ

เพราะ...อะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

            เรื่องเรียนหมอง่ายขึ้นมาในบัดดลเมื่อมินตริญาพยายามไตร่ตรองหาเหตุผลให้กับตัวเอง นั้นซิ...ทำไมพอคิดว่าถ้าเขาไปมีเอี่ยวกับเรื่องพวกนั้นแล้วใจเธอถึงห่อเหี่ยวเหมือนกับโลกจะแตกอย่างนี้ ทั้งที่ควรจะรู้สึกสะใจและทำทุกอย่างเพื่อแฉให้สังคมรู้เหมือนครั้งก่อนๆ

            "นี่...ฟังอยู่หรือเปล่า?"

            "ค...คะ? เอ่อว่าอะไรนะคะ?"

            "เฮ้อ...ทำไมถึงเอาแต่ใจลอย เวลาทำงานมีสมาธิหน่อย"

            “ข...ขอโทษค่ะ”

            เลขาสาวถูกดุอีกจนได้ ฮิเดกิยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิการาคาแพง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางเอานิ้วทั้งสองข้างกลัดกระดุมเอวเสื้อสูท

            "เมื่อเช้าเห็นคุณบอกว่าเย็นนี้จะไปซื้อของเข้าบ้านที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปกัน ผมหิวแล้ว"

            "เอ๋?! มิยากาวะซังจะไปด้วยเหรอคะ? ไม่ต้องก็ได้ค่ะเดี๋ยวฉันออกมากับแจยอลซังก็ได้"

            "ไม่ได้!" ฮิเดกิตะคอกดุจนเลขาของเขาหน้าเสีย มินตริญาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงจะต้องมาลงอารมณ์กับเธอด้วยกับอีแค่เรื่องไปซื้อของกับแจยอล

          นัยน์ตาดำคมฉายแววรู้สึกผิดแต่กลับไม่พูดมันออกมา ดวงตากลมโตสวยหวานเหลือบมองร่างสูงที่ยืนค้ำหัวแบบเคืองๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาแจยอล เรื่องนี้มันกวนใจฮิเดกิมาได้พักหนึ่งแล้วเพราะดูเหมือนว่าสองคนนี้จะสนิทกันเหลือเกิน เลขาของเขาคุยกับอารักขาส่วนตัวมากกว่าคุยกับเขาเสียอีก

            "ฮัลโหล แจยอลซังคะ ออกรถเลยค่ะ พวกเรากำลังจะไปซูเปอร์มาร์เก็ตกันค่ะ"

            แจยอลถูกสายตาพิฆาตส่งมาเป็นนัยๆว่าให้รออยู่ที่รถ ในซูเปอร์มาร์เก็ตจึงมีเพียงชายร่างสูงในชุดสูทพร้อมทั้งเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทเข็นรถไปเงียบๆและร่างเล็กของเลขาสาวที่หยิบจับของใช้จำเป็นในบ้านและอาหารตามที่ลิสมาใส่ตะกร้ารถโครมๆโดยไม่สนใจสายตารู้สึกผิดของคนข้างๆ

            "เอ่อ...อันนั้นคือซอสโคชูจัง เป็นซอสพริก" ฮิเดกิพยายามหาเรื่องคุยเมื่อเห็นว่าเลขาของเขาหยิบกระปุกสีแดงขึ้นมาดูแต่ก็อ่านไม่ออกเพราะเป็นภาษาเกาหลี ดวงตากลมโตเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ

            "ฉันรู้หรอกค่ะเจ้านาย...ที่ข้างกล่องมีรูปพริกใหญ่เบ้อเร้อขนาดนี้" เลขาสาวยังไม่หายงอนที่ถูกตะคอกเมื่อเย็น แต่ฮิเดกิก็ไม่ละความพยายามที่จะง้อตามแบบฉบับของเขาถึงจะไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนก็ตาม

            "ก่อนหน้านี้คุณทำอะไร นอกจากเป็นเด็กเสิร์ฟขายราเม็ง" เรื่องที่รู้ดีอยู่แล้วแต่ฮิเดกิกลับถามออกไปเพียงเพื่อจะได้สนทนาลดความตึงเครียดกันกับเลขาของตัวเอง

            "ฉัน...ก็เรียนหนังสือ"

            "เรียนอะไรล่ะ เอ่อ...เล่าให้ฟังยาวกว่านี้ได้ไหม"

            เลขาสาวขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะมันผิดปกติที่ผู้ชายนิ่งเฉยเย็นชาอย่างเขาอยู่ๆก็มาชวนคุยซักถามประวัติกัน

            "ก็เรียนคณะแพทยศาสตร์"

            "ทำไมถึงอยากเรียน"

          เลขาสาวยืนเท้าสะเอวหันไปมองหน้าเจ้านายตัวเองอย่างเอาเรื่องพลางถอนหายใจออกมาเหมือนไม่พอใจที่โดนถามเรื่องส่วนตัวด้วยซ้ำแต่...

            "เอาจริงๆเลยนะคะ ฉันอยากทำอาชีพที่ได้เงินมากๆ จะได้เลี้ยงพ่อให้สุขสบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อกันอีก แต่แรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันอยากเป็นหมอมาจากแม่ของฉันต่างหาก"

            เมื่อได้ลองพูดออกมาแล้วก็เหมือนกับก๊อกน้ำที่ถูกเปิดออก น้ำไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ฮิเดกิไม่ได้ห้ามเขากลับเดินเข็นรถแล้วฟังเรื่องที่เลขาสาวเล่าอย่างตั้งใจเพราะไม่เคยได้รู้ในแง่ความคิดของเธอมาก่อน เรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับมินตริญามันเป็นเพียงเรื่องผิวเผินที่ใครตามสืบก็รู้ได้เท่านั้น

            "เล่าต่อซิ"

            "แม่ฉันเป็นหมอนวดแผนโบราณที่มาจากประเทศไทย ท่านมักจะป่วยบ่อยๆเพราะเป็นโรคประจำตัว บางครั้งพวกเราก็ไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอ แต่แม่ก็ยังสู้อุตส่าห์ทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม ฉันเสียแม่ไปในปลายฤดูหนาวตอนฉันอายุได้สิบขวบ ตอนนั้นฉันเลยคิดว่าอยากจะเป็นหมอเพื่อที่จะรักษาคนป่วยให้หาย เอาเงินส่วนตัวมาเปิดคลินิกผู้ยากไร้ อะไรทำนองนั้น"

            ไม่น่าเชื่อ...มินตริญาในวัยสิบขวบจะคิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้างได้ขนาดนั้น เธอผ่านอะไรมามากมายจนทำให้เข้มแข็ง ชะตาชีวิตที่โหดร้ายทดสอบเธอครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เธอก็ยังยิ้มได้และต่อสู้มันมาตลอด ฮิเดกิแอบสงสัยไม่ได้ว่ามินตริญายังคงมองโลกในแง่ดีขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

            "เอ่อ...ผมเสียใจด้วย"

            "อือ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันทำใจได้นานแล้ว" เลขาสาวยิ้มได้ในที่สุดเพราะคนข้างๆพยายามจะแสดงความรู้สึกอื่นที่ไม่ใช่โกรธหรือโมโหออกมาบ้าง

 

            "มิยากาวะซังคะ คืนนี้ฉันขอโทรกลับไปบอกคุณลุงคุณป้าที่ร้านราเม็งได้ไหมคะ"

            "ไม่ได้...คุณก็คงจะรู้ว่าเพราะอะไร ผมจะให้คุณโทรไปบอกพวกเขาเมื่อถึงเวลา"

            คำว่าไม่ได้ในครั้งนี้ช่างนุ่มนวลกว่าเมื่อเย็นเป็นไหนๆ เหตุผลที่ไม่ให้โทรไปเธอเองก็รู้ดี เธอถูกลักพาตัวมาเพราะพ่อไปติดหนี้พนันจนถูกจับเอาไปขายซ่อง ตอนนี้ตำรวจเองก็คงตามหาตัวเธอเช่นกัน หากตำรวจรู้เรื่องทั้งหมด มีหวังได้ทำให้เธอกลายเป็นเป้านิ่งของกลุ่มมิยากาวะ ทั้งเขาและเธอต่างก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งต่อให้ฮิเดกิเป็นทายาทมิยากาวะ โทระ ก็เถอะ หากสมาชิกบางคนรู้เข้าและไม่พอใจขึ้นมาสองพ่อลูกคิคุชิได้ตายเป็นผีเฝ้าบ่อนเฝ้าซ่องแน่ๆ

            "แต่...พวกเขาคงเป็นห่วงฉันมาก ฉันสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรมากไปกว่าคำว่าสบายดี นะคะ นะ"

            ให้ตายซิ ดวงตากลมโตของเธอช่างอ้อนได้เย้ายวนอะไรได้ขนาดนั้น จิตใจที่หยาบเย็นชาของฮิเดกิอ่อนยวบลงทันใด "เฮ้อ...ก็ได้ แต่ผมให้เวลาคุณแค่สามนาทีเท่านั้นและต้องเปิดลำโพงให้ผมได้ยินด้วย"

            "ตกลงค่ะ! ขอบคุณมากค่ะ มิยากาวะซัง!" ดวงหน้าหวานสดใสขึ้นมาทันใด มินตริญาเองก็ไม่นึกไม่ฝันว่าเจ้านายสุดโหดของเธอจะยอมใจดีให้เธอได้โทรกลับไปหาครอบครัวโอดะ

            เมื่อเสร็จจากมื้ออาหารเย็น ฮิเดกิเดินไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาให้เลขาสาว เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอทำงานที่นั้นมาตั้งแต่เด็กแต่กลับจำเบอร์โทรของร้านไม่ได้เลย มีแต่เขาที่กลับบันทึกเบอร์ร้านเอาไว้เมื่อสองปีที่แล้วเพื่อนั่งดูเล่นๆจะโทรไปสั่งก็ไม่กล้า

            "ฮัลโหล โอดะราเม็งค่ะ" เสียงป้าโอดะที่หญิงสาวคุ้นเคยเป็นคนรับสาย มินตริญานั่งนิ่งไปชั่วครู่ น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้าด้วยความดีใจระคนคิดถึง "คุณป้าคะ นี่หนูเอง มิน ค่ะ"

            "มินจัง! มินจังจริงๆด้วย! ฮือๆ ตอนนี้อยู่ที่ไหน?! หายไปไหนมา?! รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงมาก! ฮือๆ" ป้าโอดะถามทั้งน้ำตา ดีใจก็ใช่แต่ความเป็นห่วงกลับมีมากกว่า ทุกคนในร้านที่ได้ยินวิ่งกรูกันเข้ามาเอาหูแนบที่โทรศัพท์ด้วยอารมณ์เดียวกัน รวมทั้งจินยะเองก็ด้วย บังเอิญเหลือเกินที่เขาเข้ามาหาพ่อกับแม่เพื่อบอกความคืบหน้าในการตามหาลุงโทชิ

            "ตอนนี้หนูสบายดีค่ะไม่ต้องเป็นห่วง หนูกำลังทำงานหาเงิน อีกไม่นานหนูจะกลับไปค่ะ"

            "ขอผมคุยหน่อย มินจัง! นี่เธออยู่ที่ไหน?!" จินยะแย่งหูโทรศัพท์ไปจากมือแม่ตัวเองได้ก็ตะโกนถามด้วยความร้อนรนทันที "จินจัง...คือตอนนี้ฉัน..."

            ปี๊บ...

            ยังไม่ทันที่มินตริญาจะได้พูดคุยกับจินยะดี มือใหญ่ก็รีบกดวางโทรศัพท์ตัดสายทันทีที่รู้ว่าเธอกำลังคุยอยู่กับใคร

            "หมดเวลาคุยแล้ว"

            "ด...เดี๋ยวก่อน คือฉัน!..."

            "ทำไม? อยากคุยกับแฟนจนตัวสั่นเลยเหรอ"

            "ม...ไม่ใช่...เขาไม่ใช่แฟนของฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ให้ฉันคุยกับคนทางญี่ปุ่น ทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวของฉัน คุณก็ได้ยินนี่ว่าพวกเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"

            "คุณได้คุยกับพวกเขาไปแล้ว"

            "ทำไมคุณถึงได้ใจดำแบบนี้กันนะ! ทำไมคุณถึงไม่เห็นใจฉันบ้าง!"

            "ขอโทษนะที่ผมไม่ได้ใจดีเหมือนแฟนตำรวจของคุณ!"

            "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่แฟน! ทำไมคุณถึงต้องคอยดุด่าเวลาที่ฉันจะคุยกับคนอื่นทุกทีเลย!" มินตริญาเหลืออดกับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพกระทั่งการพูดคุยกับใครต่อใคร ทั้งสองเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แจยอลพยายามยกมือปรามนายน้อยและห้ามไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกันแต่...

            "คนอื่นของเธอมีแต่พวกผู้ชาย! และเธอยังไม่รู้จักผู้ชายดีพอ! ถึงได้โดนไอ้ตำรวจนั่นหลอกให้รักแล้วก็ทิ้งไปไง!"

          แต่แจยอลห้ามไม่ทันเสียแล้ว นายน้อยของเขาเวลาเงียบก็เงียบเป็นเป่าสาก แต่เวลาจะโผงผางก็ดุอย่างกับช้างตกมัน คำพูดเหล่านั้นมันทำให้มินตริญายืนนิ่งตัวสั่นด้วยความโกรธ น้ำตารื้นขึ้นมาเต็มหน่วย เธอไม่รู้หรอกว่าเขารู้ความลับนี้ได้อย่างไร แต่มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปที่มาพูดแบบนั้น ร่างเล็กบางวิ่งหนีออกไปจากห้องนั่งเล่นกลับเข้าห้องตัวเองทันที ปล่อยให้ฮิเดกิยืนคิดทบทวนกับสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกสำนึกผิด

            "เฮ้อ...นายน้อยครับ อย่าหาว่าผมสอนเลย เธอเป็นผู้หญิงนะครับ กรุณาปฏิบัติกับเธออย่างนุ่มนวลด้วย ถ้าคิคุชิซังหนีไป ผมกับไอ้ยูอิจิจะไม่ช่วยตามหาเธอให้เลยคอยดู" แจยอลพูดด้วยความไม่พอใจกับเจ้านายตัวเองเป็นครั้งแรก ตามความเห็นของเขานายน้อยก็ผิดจริงๆนั้นแหละ

            "เออ...ให้มันได้อย่างนี้ซิวะ!" ฮิเดกิสบถอย่างหัวเสียเพราะอดสงสัยไม่ได้ว่าสรุปใครเจ้านายใครลูกน้องกันแน่ สุดท้ายก็ถูกแจยอลทิ้งให้อยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียวไปอีกคน

 

            เรื่องเมื่อหัวค่ำทำเอาฮิเดกินอนไม่หลับอย่างไม่เคยเป็น เขากระส่ายพลิกตัวไปมาบนที่นอน ดวงตากลมโตน้ำตาคลอคู่นั้นมันทำให้เขารู้สึกผิดอย่างรุนแรง จนสุดท้ายเลยเปิดผ้าม่านห้องเพื่อดูวิวทะเลและท้องฟ้ายามค่ำคืนแต่สายตาก็ไปสะดุดกับร่างบางที่นั่งกอดเข่าหน้างอเป็นหมาเหงาอยู่บนพนักเอนริมสระว่ายน้ำ

            "เอ่อ...นอนไม่หลับเหรอ? ดื่มนมนี่ซิ"

            "..." ดวงตากลมโตเหลือบมองร่างสูงที่เดินถือแก้วนมยื่นมาให้ ฮิเดกิรู้ตัวดี วันนี้เขาได้เห็นสายตาขุ่นเคืองจากเธอมองเข้าให้ถึงสองครั้งแล้ว

            "นั่งด้วยได้ไหม?" ถึงจะไม่ได้รับคำตอบจากเลขาสาว แต่เขาก็พยายามอีกครั้ง การง้อใครไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆโดยเฉพาะกับผู้หญิง

            "ก็นี่มันบ้านคุณ อยากจะนั่งตรงไหนฉันจะไปมีสิทธิ์ว่าอะไรเจ้าของบ้านได้ล่ะ" ลูกประชดมาเต็ม...มินตริญายังไม่หายโกรธจริงๆ แต่อย่างน้อยๆเธอก็พูดโต้ตอบกลับมาบ้าง และยอมรับแก้วนมไปดื่มอย่างว่าง่าย

            "เมื่อตอนหัวค่ำ...ยูอิจิโทรมาบอกเรื่องพ่อของคุณ" หัวข้อสนทนาทำให้เลขาสาวขี้งอนหันขวับกลับมามองหน้าหล่อคมคายทันทีด้วยดวงตาที่เปล่งประกายต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

            "พ่อฉันเป็นไงบ้าง?!"

            "พ่อคุณปลอดภัยดี วันนั้นวันที่คุณถูกอุ้มมาที่ซ่อง...เขาหนีขึ้นเรือประมงไปลงที่ไต้หวันเห็นว่ากำลังจะกลับ อีกสามวันคงถึงญี่ปุ่น"

            "ข...ขอบคุณ...ขอบคุณสวรรค์ที่พ่อยังไม่ตาย ดีจริงๆ และก็...ขอบคุณพวกคุณมากด้วยที่ช่วยตามหาพ่อของฉัน ขอบคุณจริงๆค่ะ" มือเล็กบางประสานกันแน่น ดวงตากลมโตเป็นประกายแวววับปิดแน่นด้วยความดีใจ เธอไม่รู้จะบอกขอบคุณอย่างไรดีถึงจะสมกับสิ่งที่ได้รับ

            "เอ่อ...เรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ...ผมขอโทษ" ในที่สุดฮิเดกิก็ยอมรับด้วยใจจริง วันที่ยูอิจิไปเห็นฉากสารภาพรักที่ผิดหวังของมินตริญาเขาก็ได้รู้ข้อมูลแทบจะทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ รู้ทั้งรู้...แต่ก็ยังจะไปพูดทำร้ายจิตใจเขาอีก ฮิเดกิก็แค่...อิจฉาผู้ชายคนนั้น

            "อืม...ช่างเถอะ แต่อยากให้คุณรู้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาหลอกอะไรฉัน เราสองคนเป็นแค่พี่น้องกัน” ถึงปากจะพูดว่าอย่างนั้นแต่ฮิเดกิก็แอบเห็นความเศร้าซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตของมินตริญา

            “ว่าแต่...คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง"

            "คือ...ผมก็แค่เดา ไม่คิดว่ามันจะไปจี้ใจดำคุณเข้า" ฮิเดกิอ้างไปเรื่อยเพื่อเอาตัวรอด และมินตริญาก็ไม่คิดจะติดใจเอาความซักถามให้มากเรื่อง เขาเองก็เป็นลูกค้าประจำที่ร้านคงจะเคยเห็นจินยะมาบ้างก็เลยเดาถูกอย่างที่เขาว่า

            "คุณไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยใช่ไหม?"

            "อ...อะไรกัน?! จู่ๆก็มาถามแบบนี้" ท่าทางเขาจะเดาเก่งจริงๆ แต่ละเรื่องที่พูดทำไมมันถูกเผงแบบนี้ มินตริญาพูดตะกุกตะกักหน้าแดงไปถึงหูด้วยความอาย

            "ไม่เคยมีแฟนจริงๆซินะ..." พอพูดได้ก็พูดไม่หยุด ผีเจาะปากให้มาพูดจริงๆ ไม่มีเรื่องไหนสร้างสรรค์เลย จนตอนนี้อารมณ์ของมินตริญาเริ่มเดือดดาลขึ้นอีกครั้ง นี่วันๆหนึ่งเขาทำให้เธอโมโหได้ตลอดไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

            "ก...ก็ทั้งเรียนทั้งทำงาน ใครมันจะไปมีเวลาทำเรื่องอย่างนั้นกัน"

            "จูบเมื่อสองปีก่อนกับผมก็จูบแรกด้วยใช่ไหม?"

            โอ้ย! มินตริญาอยากตบปากคนพูดจริงๆ! ใบหน้าสวยหวานได้แต่อ้าปากพะงาบๆ หายใจติดขัด ดวงตากระพริบถี่ ไม่คิดว่าเขาจะพูดเรื่องที่เธอพยายามจะลืมมันมาตลอด อาการทั้งหมดที่เลขาสาวแสดงออกมาเป็นคำตอบให้ฮิเดกิได้อมยิ้มภูมิใจอีกครั้ง

            "ใช่จริงๆด้วย มิน่า...จูบคุณมันช่างจืดชืด"

            "ครั้งนั้นถือว่าไม่ใช่! ก็ครั้งนั้นคุณพยายามที่จะ...เอ่อ..."

            "พยายามอะไร? อ้อ..." ฮิเดกิทำสายตากรุ้มกริ่มใส่แสร้งทำว่าเพิ่งนึกออกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน หน้าสวยหวานยิ่งแดงหนักเข้าไปใหญ่

            "ยัยป้าทึนทึก...ให้ผมสอนให้เอาไหม สอนฟรีไม่เอาไปรวมกับหนี้"

            "โอ้ย! ฉันจะไม่ทนให้คุณมาพูดจาแดกดันหรือเอาเปรียบอะไรอีกต่อไปแล้ว!" มือบางคว้าหมอนอิงมาทุบคนปากไม่มีหูรูด วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้เห็นอีกด้านของผู้ชายขรึมพูดน้อยเผด็จการแปลงร่างมาเป็นผู้ชายปากเสีย กวนอารมณ์เป็นที่หนึ่ง

            "โอ้ย! โอ้ะ! โอ้ะ! คิดจะสู้ผมงั้นเรอะ?! ยังเร็วไปร้อยปี!"

            "กรี๊ด! ปล่อยฉันนะ!"

            ร่างสูงลุกขึ้นยืน มือหนาจับร่างบางมาอุ้มแล้วพาดบ่า เขาทำเหมือนมินตริญาเป็นหมอนข้างน้ำหนักเบาที่นึกจะจับยกหรืออุ้มไปไหนต่อไหนก็ได้

            ตูม! ซ่า!           

            "ฮ่าๆๆๆๆ" นี่เป็นครั้งแรกที่ฮิเดกิได้หัวเราะออกมาเต็มที่แบบนี้ เขาไม่เคยมีความสุขและสนุกเท่าวันนี้มาก่อน แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันใดเมื่อเห็นร่างบางตะเกียกตะกายพยายามยื่นหัวขึ้นโผล่ให้พ้นน้ำเพื่อหายใจ ร่างสูงไม่รอช้ากระโดดลงน้ำเข้าช่วยทันที ร่างบางอยู่แค่เอื้อมมือ ฮิเดกิรีบคว้าเอวแล้วดึงขึ้นให้มินตริญาพ้นน้ำ ทว่ากลับมีมือเล็กๆเอื้อมมาจิกหัวเปียกปอนของเขาแล้วจับกดลงไปในน้ำแทน

            "นี่แหนะๆ! คิดว่าฉันจะยอมโดนแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ!"

            "กล้ามากนะยัยตัวแสบ!"

            "กรี๊ด!"

            ตูม!

            ร่างสูงโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ก็จับร่างบางอุ้มขึ้นจนตัวลอยแล้วจับโยนลงน้ำอีกครั้ง ทั้งสองเล่นด้วยกันเป็นเด็ก หัวเราะด้วยกัน สนุกด้วยกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในสระน้ำอย่างนั้น จนอากาศภายนอกมาทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกหนาวถึงได้ขึ้นจากสระ

            ฮิเดกิถอดเสื้อยืดมาบิดน้ำออกให้พอหมาด นี่จึงเป็นอีกครั้งที่เลขาสาวได้เห็นหุ่นกำยำล่ำสันกับรอยสักที่ยังไม่เสร็จอีกครา...หน้าท้องที่เป็นลอนกล้ามเนื้อและแขนกำยำที่มีเสน่ห์นั้นมันทำให้หญิงสาวละสายตาออกไปไม่ได้จริงๆ ยิ่งพยายามจะไม่มองแต่ตาเจ้ากรรมก็ยังแอบเหลือบไปมองอยู่ได้และก็ดูเหมือนเจ้าของเรือนร่างสุดเซ็กซี่เขย่าใจจะรู้อยู่เหมือนกัน

            "ผมขอเข้าห้องน้ำที่ห้องคุณหน่อย"

            "เอ๊ะ! เอ่อ ด...ได้ไง?! คุณก็ไปเข้าที่ห้องคุณซิ"

            "กว่าจะถึงห้อง น้ำเปียกบ้านหมด คุณจะลุกมาทำความสะอาดกลางดึกไหมล่ะ"

            "ก...ก็ได้  เดี๋ยวฉันรอข้างนอก" มินตริญาไม่กล้าอยู่ในห้องกับฮิเดกิสองต่อสอง มันเสี่ยงเกินไป สองปีที่แล้วก็เป็นบทเรียนชั้นดีที่คอยย้ำเตือนตลอดเวลาว่าผู้ชายอย่างเขามันอันตราย

            "คุณหนาวจนตัวสั่นปากซีดไปหมดแล้ว" มือใหญ่จับมือบางลากเข้าไปในห้องด้วยกันโดยไม่ฟังเสียงท้วงจากเลขาสาว

            ฮิเดกิเดินเข้าห้องน้ำไปทันที มินตริญาที่กำลังหนาวสั่นจนฟันขาวกระทบกันดังกึกๆได้ยินเสียงเปิดน้ำฝักบัว เขาคงกำลังล้างตัว มือบางร้อนรนรีบถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกเพื่อเปลี่ยนก่อนที่เขาจะออกมา

            แอ้ด... "นี่คุณผมขอ...ผ้า..." แต่ฮิเดกิกลับเปิดประตูห้องน้ำออกมากะทันหันเพราะในห้องน้ำไม่มีผ้าแห้งสักผืนเดียว

            แม้ว่าไฟในห้องจะมีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากห้องน้ำ แต่ภาพตรงหน้ามันช่างชัดเจนและสวยงามเกินบรรยาย ร่างบางที่กำลังถอดเสื้อผ้าที่เปียกปอนออกมีเพียงชั้นในชิ้นล่างติดตัวเท่านั้น ผิวขาวเนียนละเอียด เนินอกอวบอิ่มเกินตัวยอดอกสีหวานตั้งชูชัน เอวคอดบาง ขาเรียวเล็ก เธอสวยหมดจดทั้งตัว อารมณ์หนุ่มถูกจุดให้ร้อนจนลุกไหม้ นัยน์ตาดำคมไม่สามารถละสายตาออกไปจากเรือนร่างที่สวยงามราวกับสวรรค์มอบมันให้กับเธอเท่านั้น

            "กรี๊ด!" เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังลั่น ร่างบางรีบคดตัวงอลงนั่งท่ากอดเข่า มือหนึ่งก็พยายามปิดบังสรีระร่างกายตัวเองอีกมือหนึ่งคว้าอะไรได้ก็ขว้างใส่ร่างเปลือยที่โผล่พ้นประตูมาในสภาพหมิ่นแหม่ไม่ยั้ง

            "เดี๋ยว! ฟังผมก่อน!"

            มินตริญาหลับหูหลับตากรีดร้องขว้างปาสิ่งของ ฮิเดกิเห็นว่าข้างหลังร่างเนื้อขาวนวลมีผ้าเช็ดตัวอยู่จึงรีบวิ่งออกไปคว้าเอาไว้ ทว่าตัวเปลือยเปียกหยดน้ำของเขากลับพลาดท่าลื่นล้มเพราะความไม่ระวังและรีบร้อน

            โครม!

            ยิ่งรีบยิ่งลน ฮิเดกิไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้เลย มินตริญาเองก็เช่นกัน ร่างใหญ่เปลือยเปล่านอนทับร่างบางที่มีเพียงชั้นในตัวล่างเนื้อผ้าบางติดกายเท่านั้น นี่มันไปกันใหญ่แล้ว...ร่างบางพยายามดิ้นหนีแต่ยิ่งดิ้นหน้าอกอวบขาวเต่งตึงก็ยิ่งกระทบกับอกแกร่งรวมไปจนถึงใจกลางเพศหญิงและชายที่กำลังเสียดสีกันจนมินตริญาสัมผัสได้ถึงความเป็นชายของคนข้างบน มันแข็งขัน ใหญ่โต ดุดันและน่ากลัวเหมือนลายสักบนกลางหลังของเขา

            ฮิเดกิหายใจหอบแรง เขากำลังจะห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้ หญิงสาวใต้ร่างกำลังสาดน้ำมันใส่กองเพลิงที่กำลังโหมไหม้ให้กับเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ มือใหญ่จับรวบข้อมือบางที่กำลังทุบตีไหล่ล่ำของตัวเองไปไว้เหนือหัวของเธอ เมื่อกำลังจะก้มลงจูบ นัยน์ตาดำคมก็เหลือบไปเห็นน้ำตาของมินตริญา...เขาทำไม่ลง

            ฮิเดกิไม่สามารถสานต่ออารมณ์ใคร่ได้ เขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อสองปีที่แล้วที่ปล่อยให้อารมณ์พาไปล่วงเกินเธอจนโดนเกลียด สุดท้ายก็ไม่กล้าไปสู้หน้าแล้วแอบหนีมาอย่างเงียบๆ ช่วงสองปีนั้นเป็นระยะเวลาที่เขาเจ็บปวดหัวใจมากที่สุด

            "ฟู่ว์...หยุด...อย่าขยับ...ผมกำลังจะลุก หลับตาซะ" ร่างสูงหายใจลึกๆเข้าปอดเพื่อยับยั้งความปรารถนาในใจ มือใหญ่ค่อยๆปล่อยมือเล็กก่อนที่จะลุกไปเอาผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวแล้วรีบเดินไปที่ประตูห้อง

            เมื่อผละจากร่างใหญ่กำยำได้ร่างบางก็กระโดดไปที่เตียงนอนดึงเอาผ้าห่มมาห่อคลุมร่างเปลือยหมิ่นแหม่ของตัวเองพร้อมทั้งนั่งขดตัวลงเอาไว้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ

            "ผมขอโทษ" สายตาคมดุดันหันมามองร่างเล็กที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเสียขวัญอยู่ข้างเตียงอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป นี่คงจะเป็นเรื่องที่สามของวันที่ฮิเดกิทำให้เลขาของเขาโกรธและเสียใจ...ทำไมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอมันถึงไม่ราบรื่นเหมือนกับคนอื่นๆเอาซะเลย...

 

            แจยอลที่เพิ่งกลับมาจากไปรับยูอิจิที่สนามบิน ทั้งสองเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นนายน้อยของพวกเขาเดินหน้านิ่งออกมาจากห้องของมินตริญาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูพันเอว แจยอลรีบหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่กำลังยืนตาแดงๆ ตัวสั่นเทิ้ม นี่แหละความรัก

...มันห้ามใจกันไม่ได้...

            รักใครไม่รัก ดันไปรักผู้หญิงของนายน้อย รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องมีวันนี้ จะต้องเจ็บปวด แต่มันก็ตัดใจไม่ได้สักที แจยอลตบไหล่ยูอิจิเบาๆโดยไม่พูดอะไร เขารู้ดีว่ายูอิจิรู้สึกอย่างไรและไม่อยากซ้ำเติมทั้งๆที่เคยเตือนไปแล้ว





ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha