ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 23 : นโยบายมือสะอาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




                           หลังจากที่เอริกะรู้ข่าวว่าจินยะบาดเจ็บจากนายตำรวจในโรงพักเธอก็รีบรุดไปยังโรงพยาบาลด้วยใจที่ร้อนรุ่ม ร่างบางสูงโปร่งวิ่งและวิ่งไปยังห้องผู้ป่วย เอริกะรีบร้อนเสียจนเลื่อนประตูออกด้วยความรุนแรง เสียงประตูเปิดดังโครมสร้างความตกใจให้ผู้ที่อยู่ในห้องไม่น้อย

            “เอริกะ ทำไมคุณถึง...

            ร่างบางสูงโปร่งไม่พูดอะไร เธอรีบวิ่งมาที่เตียงแล้วโอบกอดร่างสูงช้ำในที่นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียงเอาไว้แน่น น้ำตาใสๆไหลออกมาด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกเจ็บแทนผู้กำกับการหนุ่มคนนี้ ดีที่สองสามีภรรยาครอบครัวโอดะไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นจินยะต้องมานั่งอธิบายพ่อกับแม่ของเขาให้วุ่นวายอีกแน่ๆ

            “คุณไม่เป็นไรนะ ฉันเป็นห่วงคุณแทบแย่

            คำพูดหายกลืนลงคอ จินยะนิ่งไปชั่วขณะมือใหญ่ค่อยๆยกขึ้นมาลูบผมยาวประบ่าของเอริกะ ไม่เชิงอ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้รังเกียจกับสัมผัสนี้ของหญิงสาว ในชั่วขณะหนึ่ง...อ้อมกอดของเอริกะทำให้เขาคิดถึง...มินตริญา...มันคงจะดีกว่านี้ถ้าคนที่มาเยี่ยมและคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาเป็นน้องสาวคนสนิทคนนั้น....

            “ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นมากและวันนี้ก็เป็นวันที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปทำงานต่อเสียที

            ร่างใหญ่นั่งนิ่งให้เอริกะกอดอยู่แบบนั้น ไม่ได้ขัดขืนหรือท้วงทักกับการที่นักข่าวสาวมาแสดงความห่วงใย เมื่อได้ยินดังนั้นเอริกะถึงยอมคลายกอดออกเพื่อมองใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ

            “มาค่ะ...ฉันช่วยเอริกะช่วยจินยะเก็บข้าวของในขณะที่จินยะก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

            ในใจของผู้กำกับหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน ตอนนี้เขารู้ใจของตัวเองแล้วแต่กลับมารู้สึกเอาในช่วงที่มีความสัมพันธ์กับนักข่าวสาว ถึงแม้ว่าจะเป็นเพราะความเมาแต่เขาก็ไม่อาจจะกระทำเยี่ยงผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบที่เมื่อได้ปลดปล่อยแล้วแยกทาง ทว่า...ในตอนนี้หัวใจของจินยะกลับโหยหาน้องสาวที่เลือกหันหลังให้กับความถูกต้องแล้วไปจมอยู่กับผู้ชายที่เขาเชื่อเหลือเกินว่าเป็นพวกฉ้อฉล...จินยะอยากจะดึงมินตริญาเข้ามาสู่อ้อมอกเขาอีกครั้งเหลือเกิน...

 

             “วันนี้เราจะไปไหนกันเหรอคะ?” มินตริญาหันไปถามฮิเดกิที่กำลังนั่งปั้นหน้านิ่งอยู่ หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเขาก็พยักพเยิดนัดแนะอะไรบางอย่างกับแจยอลก่อนจะขับรถออกมา

            “ผมมีคนที่อยากจะแนะนำให้คุณรู้จัก

            “หืมใครกันคะ?” ใบหน้าหล่อคมพร้อมทั้งนัยน์ตาดุดันหันไปมองนอกหน้าต่างรถไม่ได้ให้คำตอบ แต่ในชั่ววินาทีหนึ่งมินตริญาแอบเห็นเงาใบหน้าที่สะท้อนกับกระจกหน้าต่างเป็นใบหน้ายิ้มเล็กๆอย่างมีความสุข เธอเลยไม่คะยั้นคะยอถามต่อ

            รถยุโรปสีดำมันปลาบขับออกไปแถวชานเมืองและแวะจอดที่ร้านดอกไม้แห่งหนึ่ง ทันทีที่ฮิเดกิเดินลงไปก็พบกับคุณป้าร้านขายดอกไม้ที่กำลังจัดของให้เข้าที่เข้าทาง หญิงวัยกลางคนตัวผอม ผมยาวประบ่า ใส่ถุงมือผ้าและผ้ากันเปื้อนอย่างที่แม่บ้านชอบใส่กันยืดตัวขึ้นมาหลังโต๊ะซึ่งเธอทำมันเป็นที่จัดดอกไม้ มีกรรไกรตัดกิ่งไร้สนิมวางไว้พร้อมกับอุปกรณ์อื่นๆ วินาทีที่เธอหันมาสบตากับชายหนุ่มร่างสูง รอยยิ้มแห่งความดีใจถูกฉายออกมาอย่างอบอุ่น

            "ฮิเดกิคุง...ไม่ได้กันนานเลยนะ ป้าคิดถึงเหลือเกิน ดูซิ...หล่อขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ" หญิงวัยกลางคนที่แทนตัวเองว่าป้ารีบเดินออกมาจับหน้าหล่อคมคายโน้มลงไปหอมแก้มซ้ายและขวาราวกับฮิเดกิยังเป็นเด็กตัวน้อยๆที่เธอเคยเลี้ยงดู

            มินตริญาเห็นแล้วอดขำปนเอ็นดูปฏิกิริยาของฮิเดกิไม่ได้ เขาเขินอายจนหน้าขึ้นสีที่ป้ายังคงกอดและหอมด้วยความคิดถึง มือไม้ก็พยายามจะดึงมือเล็กแตกกร้านนั้นออกแต่ก็เกรงใจอยู่ในที

            "คุณป้ายูอิโกะครับ ผมขอดอกไม้"

            "จะไปไหว้เรโกะเหรอ ได้ซิ...รอเดี๋ยวนะ" นัยน์ตาสีน้ำตาล หางเชิดขึ้นแต่มีริ้วรอยแห่งวัยลอบเหลือบมองหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังฮิเดกิด้วยความอยากรู้เสียจนคนร่างสูงต้องดึงเธอออกมาจากที่ซ่อนซึ่งเป็นแผ่นหลังกว้างของตัวเอง

            "เอ่อ...นี่ป้ายูอิโกะ เป็นพี่สาวแม่ผม คุณป้าครับเธอชื่อ คิคุชิ มินตริญา" ฮิเดกิเว้นวรรคฐานะของมินตริญาไว้ในฐานที่เข้าใจเพราะดูเหมือนว่าป้ายูอิโกะจะรู้ดีอยู่แล้วเพราะตั้งแต่เล็กจนโตเติบใหญ่ได้ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มแทนพ่อของเขาฮิเดกิไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาหาเลยแม้แต่คนเดียว

            "เป็นแฟนฮิเดกิเหรอจ๊ะน่ารักจัง หนูเป็นคนแรกเลยนะที่ฮิเดกิพามาหาป้า" ฐานะที่ป้ายูอิโกะพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขทำเอามินตริญาอายหน้าแดงแข่งกับคนตัวสูงในชุดสูทดำที่ยืนอยู่ใกล้ มือเล็กที่เกี่ยวประสานกันไว้ด้านหน้ากระโปรงสีชมพูกำลังใช้เล็บขบกันไปมาเพื่อแก้เขิน

            ป้ายูอิโกะนึกขึ้นได้ว่าทั้งสองรอดอกไม้เธอจึงรีบเดินอ้อมไปหลังโต๊ะแล้วหยิบดอกเบญจมาศสีขาวสะอาดตาแลดูนุ่มนวลมาสองกำพร้อมกับดอกไม้แซมและจับพวกมันมารวมช่อด้วยความช่ำชองจนได้ช่อดอกที่สวยงาม

            "ฮิเดกิคุง...เธอขึ้นเป็นนายใหญ่ของกลุ่มมิยากาวะแล้วใช่ไหม" สีหน้าของป้ายูอิโกะที่แสนจะใจดีกลับหุบยิ้มลงทันใดเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

            "ครับ...คุณป้า ผมรู้ดีว่าคุณป้ารู้สึกอย่างไรแต่ผมจะเข้าไปทำให้มันถูกต้องเสียทีหลังจากที่พ่อตาย"

            ป้ายูอิโกะเดินถือดอกไม้ที่จัดเสร็จแล้วยื่นให้ร่างสูงก่อนจะถอนหายใจออกมา เธอยืนมองตาดุดันแหลมคมของฮิเดกิชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไปจัดปกชุดสูทให้หลานชายสุดที่รัก

            "ก็ได้...แล้วแต่เธอ ป้ารู้ว่าเธอไม่เหมือนเจ้าโทระ ป้าขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปงานศพพ่อของเธอ"

            "ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี"

          เพราะอดีตที่ฝังใจ...ทำให้คนหัวสองสีทั้งสองโกรธเกลียดกันเสียจนไม่ยอมไปเผาผี นั้นก็เพราะพ่อของฮิเดกิทำให้น้องสาวของเธอซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนายแม่ของกลุ่มมิยากาวะ เป็นเมียของโทระ และเป็นแม่ของฮิเดกิต้องตายอย่างอนาถ แต่เพราะมีฮิเดกิหลานชายที่ป้ายูอิโกะรักและช่วยเลี้ยงดูเหมือนลูกเลยทำให้เธอยังพอได้รู้ข่าวสารความเป็นไปในกลุ่มมิยากาวะอยู่บ้าง ไม่ได้ตัดขาดอย่างเช่นความสัมพันธ์กับน้องเขย

            "ฝากขนมพวกนี้ไปให้เรโกะด้วย ว่างๆก็มานั่งกินขนม จิบชาที่ร้านป้านะ ป้ายินดีต้อนรับเสมอ" รอยยิ้มอันอบอุ่นส่งไปให้ร่างเล็กดวงหน้าสวยหวาน ทำให้มินตริญาคิดถึงแม่ที่ตายจากไปนานแสนนาน ชายหญิงทั้งสองโค้งและโบกมือลาป้ายูอิโกะก่อนจะกลับมาขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังวัดประจำตระกูลมิยากาวะ

 

             รถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูซุ้มไม้มีหลังคาโค้งมนและป้ายชื่อวัดอยู่เหนือประตูทางเข้า ฮิเดกิเดินถือดอกไม้และเดินนำเข้าไปภายในวัดโดยที่มีแจยอลถือชุดอาหารและน้ำเดินตามเข้าไป หลังกำแพงไม้วัดที่อยู่เบื้องหน้าดูเหมือนเป็นบ้านธรรมดามากกว่าซึ่งเป็นที่พำนักของพระและครอบครัว ร่างสูงเดินไปหยิบถังไม้ใบเล็กที่ตั้งเรียงรายพร้อมไม้ตักก่อนที่จะเดินไปเปิดก๊อกทองเหลืองเพื่อเอาน้ำใส่ถัง ร่างเล็กรีบอาสาช่วยถือช่อดอกเบญจมาศแล้วพากันเดินไปท้ายวัดพร้อมๆกัน

            ฮิเดกิเดินนำเข้าไปตรงทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินสีเทาแคบๆไม่เกินสองเมตร สองข้างทางสุสานมีป้ายหลุมศพที่เป็นหินแกรนิตสีเทาบ้างดำบ้างอัดแน่นเบียดเสียด บางป้ายก็มีดอกไม้สดใหม่มาวางพร้อมน้ำและของกินแสดงถึงความเอาใจของลูกหลานต่อบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไป แต่บางป้ายก็เก่าคร่ำครึฝุ่นจับไม่มีแม้แต่กลีบดอกไม้แห้งที่ล่วงหล่นราวกับว่าไร้ญาติขาดมิตรมาดูแลป้ายหลุมศพของตัวเอง

            เมื่อเดินไปจนถึงท้ายสุสานแล้วเลี้ยวขวาจนพ้นกลุ่มป้ายหลุมศพที่แออัด เบื้องหน้ายังคงเป็นทางเดินแผ่นหินแต่ป้ายหลุมศพกลับอยู่ห่างกันไม่ติดถี่เหมือนเมื่อครู่ ข้างทางที่ติดกับรั้วไม้เป็นทิวต้นซากุระยืนเรียงราย หากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิสถานที่แห่งนี้คงจะเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สงบร่มเย็นมากกว่าเป็นเพียงสุสาน

            ร่างสูงเดินมาจนหยุดอยู่ที่ป้ายหลุมศพหินอ่อนสีเทาออกขาวละมุนตาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใต้ต้นซากุระพอดี ป้ายหลุมศพนี้ไม่เบียดเสียดแต่กลับตั้งห่างออกมาและมีพื้นที่โดยรอบกว้างขวาง ฮิเดกิยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนำผ้าที่ติดตัวมาด้วยไปปัดฝุ่น มือใหญ่หยิบกระบวยไม้และถังไม้ที่ใส่น้ำมาเมื่อครู่ตักราดไปที่ป้ายหินพร้อมทั้งเช็ดถูทำความสะอาดอย่างดี แจยอลและมินตริญาช่วยนำอาหารและน้ำมาวางเรียงบนแท่นสำหรับวาง มือใหญ่หยิบช่อดอกเบญจมาศไปวางไว้ข้างป้ายก่อนจะเลี่ยงตัวเพื่อให้หญิงสาวที่เขาพามาด้วยได้นำดอกไม้ไปวางบ้าง

            ฮิเดกิยืนพนมมือหลับตาอยู่ชั่วครู่ในขณะที่มินตริญาเดินมายืนอยู่ข้างๆเขา แจยอลหลังโค้งคำนับป้ายเสร็จก็เดินเลี่ยงออกไปอยู่ไกลๆเพื่อความเป็นส่วนตัวของชายหญิงทั้งสอง

            "แม่ครับ...นี่ คนรัก ของผมชื่อ คิคุชิ มินตริญา" การแนะนำสั้นๆนี้ทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่ยังคงทำหน้านิ่งไร้อารมณ์มองตรงไปยังป้ายหลุมศพแต่ในขณะเดียวกันที่ดวงตากลมสวยกลับมีน้ำตาคลอพร้อมกับค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา ใจดวงเล็กมันพองโต ดีใจจนตัวเหมือนกำลังลอยบินวนอยู่ท่ามกลางกลีบดอกซากุระสีชมพูและหมู่ผีเสื้อหลากสีสันที่บินไปมาเพื่อร่วมยินดีกับเธอ

             มือใหญ่ค่อยเอื้อมไปโอบไหล่บางและดึงร่างเล็กจนเซถลาเล็กๆให้เข้ามาอยู่ใกล้ๆตัวจนแทบจะจมกลืนเข้าไปในร่างสูงของเขา "และเราจะแต่งงานกันทันทีหลังจากที่สะสางเรื่องการตายของพ่อได้ครับ"

            นี่ถือว่าเป็นการขอแต่งงานได้ใช่ไหมเมื่อคืนที่เขาพูดว่า 'มาเป็นนายแม่ให้ผม' มินตริญาคิดว่าเขาคงแค่ขอให้เธอมาเป็นคนรักแบบอ้อมๆ แต่วันนี้...เขากลับพูดคำว่าจะ แต่งงาน อย่างชัดเจน เพียงแต่เขาเลือกที่จะพูดในสุสาน มันอาจจะดูโรแมนติกแบบแปลกๆแต่มินตริญาเข้าใจดีเพราะฮิเดกิต้องการจะพูดคำนั้นต่อหน้าแม่ผู้ล่วงลับของเขา..

             ปึก...

            กำปั้นเล็กๆทุบเบาๆไปกลางอกแกร่งในชุดสูทเพื่อแก้เขิน ในตอนนี้ถ้าฮิเดกิไม่รั้งร่างของเธอไปโอบกอดแล้วล่ะก็ ร่างเธอคงลอยไปถึงไหนต่อไหน

            "ใครไปตกลงแต่งงานกับคุณกัน"

            คิ้วเข้มขมวดติดกันเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่ถูกใจเข้าให้มือใหญ่กระชับโอบบ่าเล็กแน่นขึ้นอย่างเอาเรื่อง "ก็เมื่อคืนก่อนที่เรา...มีความสุขด้วยกัน แล้วคุณก็ตอบตกลงว่าจะเป็นนายแม่ให้ผม คุณสัญญาไว้แล้ว อย่ามาหักหน้าผมต่อหน้าหลุมศพแม่แบบนี้ซิ"

            ปึก!

            มือเล็กทุบลงแรงกว่ารอบที่แล้วนั่นเพราะฮิเดกิมาพูดเรื่องเมื่อคืนครั้งที่เขาและเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อหน้าหลุมศพของแม่เขา  คนบ้ามาพูดเรื่องอย่างนี้ต่อหน้าแม่คุณได้ไง คุณไม่อายแต่ฉันอายนะ!

            หลังจากคืนนั้นมินตริญารู้สึกได้เลยว่าฮิเดกิยิ้มบ่อยขึ้น และเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจที่มีความสุขอิ่มเอมอย่างแท้จริง หากวิญญาณแม่ของเขามีจริงและได้เห็นคงจะต้องแอบยิ้มตามเหมือนอย่างที่มินตริญายิ้มอย่างในตอนนี้แน่นอน

 

            เช้าวันถัดมา รถยุโรปสีดำทยอยขับเข้ามาจอดในบริเวณบ้านของอดีตนายใหญ่ของกลุ่มมิยากาวะเพื่อเข้าประชุมแบบเร่งด่วนตามสารที่ได้รับ ทำให้บ้านญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีบรรยากาศทึบทึมกลับสว่างไสวขึ้นอีกครั้งจากบรรดาเหล่าหัวหน้าสาขาและลูกสมุนมือดีทั้งหลายที่ต่างก็เป็นคนของเสือภายใต้อำนาจกลุ่มมิยากาวะ

            น่าแปลกที่ปกติแล้วทุกคนจะต้องมารวมตัวกันจนครบเสียก่อนนายใหญ่ของกลุ่มถึงจะเข้ามาในห้องประชุมภายหลัง ทว่าครั้งนี้ต่างกัน คนที่นั่งอยู่บนฟูกหัวโต๊ะเตี้ยรอการเข้ามาของหัวหน้าสาขาและผู้อาวุโสทุกคนอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือการให้เกียรติที่ทางฮิเดกิมีให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคนเพราะเขาเป็นเด็กอายุน้อยกว่าถึงแม้ว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มก็ตาม

            เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ฮิเดกิก้มหัวลงเพื่อทำการคำนับทักทายตามธรรมเนียมและเขาก็ได้ความเคารพที่มีให้ก่อนกลับมาเช่นกัน

            "ที่ผมเรียกทุกท่านให้มาในวันนี้ ก็เพื่อจะมาหารือกันสองเรื่องด้วยกัน"

            ผู้อาวุโสหัวหงอกหรือหัวดำจากการย้อมต่างก็เงียบเพื่อฟังในสิ่งที่นายใหญ่คนใหม่กำลังจะพูดด้วยความระทึกเพราะรัศมีของเด็กหนุ่มผู้นี้สามารถทำให้ผู้ใหญ่บางคนเกรงกลัวได้แต่ก็มีบางคนที่กำลังยิ้มเยาะอยู่ในใจปรามาสว่าฮิเดกินั้นช่างอ่อนประสบการณ์แล้วจะมาออกคำสั่งหรือดูแลกลุ่มได้อย่างไร

            "เรื่องแรกคือเรื่องการสานต่อสิ่งที่พ่อผมเคยทำเอาไว้แต่ไม่สำเร็จเสียที นั้นก็คือ...การยกเลิกธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมายทั้งหลาย" เพียงแค่ฮิเดกิเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ก็ทำเอาสายตาจิกคมของผู้อาวุโสหลายๆคนหันมามองเป็นตาเดียว

            "ผมรู้ดีว่าบางสาขาก็ยังไม่ยกเลิกกิจการพวกนี้ได้อย่างเด็ดขาด แต่ที่ผมมาวันนี้ไม่ได้มาเพียงสั่งการ แต่จะมาบอกถึงวิธีการด้วย"

            "ชิส์...ไอ้เด็กโอหัง"

            มีใครบางคนสบทออกมาให้ได้ยิน นัยน์ตาดำคมดุดันเหล่มองด้วยหางตาไปหาต้นเสียงอย่างหัวหน้าสาขานิชิ โยชิดะ เรียวตะ ทันที ด้วยสายตาที่เฉียบขาดทำเอาคนที่นั่งข้างๆรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันใด

            "ฟังนายใหญ่พูดให้จบก่อน เรียวตะ" ปู่ฮิเดโนริออกเสียงสั่งเพื่อปรามให้ทุกคนในที่ประชุมสงบ

            เมื่อนั้นฮิเดกิจึงได้พูดต่อและหันหน้าไปที่จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งถูกกางอยู่ข้างฝาห้องด้านใน มือใหญ่หยิบพอยท์เตอร์มากดแล้วชี้ไปที่จอเห็นเป็นจุดไฟสีแดงวนไปวนมากางผ้าใบ

          "อันดับแรกเราจะยกเลิกการค้าอาวุธเถื่อน ยาเสพติด และค้ามนุษย์ บ่อนเล็กๆทั้งหลายจะถูกยกเลิกและขายที่ทิ้ง ส่วนบ่อนเถื่อนในเมืองจะทำให้เป็นบ่อนคาสิโนถูกต้องตามกฎหมาย จากคำนวณเราจะสามารถมีรายได้โดยคิดจากจุดคุ้มทุนแล้วอยู่ที่ปีละสามแสนล้านเยน โดยที่ไม่ต้องไปเปิดบ่อนเถื่อน ค้าอาวุธ และซ่องโสเภณี อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆให้เสื่อมเสียเกียรติของพวกเรากลุ่มมิยากาวะ”

          เมื่อพูดถึงตัวเลขอันมหาศาล ทำเอาเหล่าหัวหน้าสาขามหาโหดถลึงตาโตในเม็ดเงินที่ฮิเดกิพูดถึงและทำการบ้านคำนวณมาไว้อย่างดี ผู้อาวุโสในกลุ่มเองต่างก็พยักหน้าและตั้งใจฟังเป็นอย่างดีในขณะที่เด็กหนุ่มรุ่นใหม่อย่างฮิเดกิกำลังอธิบายอย่างไร้ข้อกังขาเพราะผลงานส่วนตัวของเขาที่ผ่านมาก็ประจักษ์แก่สายตายของทุกคนอยู่แล้ว

          เรา...จะเอาเงินส่วนหนึ่งไปกว้านซื้อตึกในย่านการค้าตกแต่งเพื่อปล่อยเช่า ทั้งที่เป็นร้านค้าและที่อยู่อาศัย โดยจะให้ในแต่ละเขตเป็นผู้ดูแลเก็บค่าเช่าเอาเอง แล้วเอาผลกำไรห้าเปอร์เซ็นต์แบ่งมาให้สาขาหลัก เพื่อที่จะเอาไปกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม และจะให้ทุกสาขานำเงินลงตลาดหลักทรัพย์ซึ่งผมจะมีแนวทางในการเล่นให้ ขอเพียงให้ทุกคนทำตาม ผมขอให้ทุกสาขาทุกเขตดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนหน้าเพราะผมถือว่านายใหญ่คนเก่าได้ดำเนินนโยบายนี้มากว่าสองปีแล้วซึ่งมันเป็นเวลาที่นานเกินไปแล้ว"  นัยน์ตาดำคมดุดันหันไปมองรองหัวหน้าสาขาคิตะที่กำลังส่งสายตาสงสัยและตั้งท่าจะถามคำถามสำคัญมายังนายใหญ่คนใหม่

          “ส่วนงานของสาขาคิตะ ในระหว่างที่กำลังทำการคัดเลือกหัวหน้าสาขาคนใหม่ ผมจะเข้าไปดูแลแทนจนกว่าจะได้หัวหน้าสาขาที่เหมาะสมโดยจะให้ผู้อาวุโสของกลุ่มเป็นคนเลือกขึ้นมา”
            ผู้อาวุโสและรองหัวหน้าสาขาคิตะพยักหน้ารับรู้ ฮิเดกิหยุดเว้นวรรคให้ทุกคนได้คิดตามครู่หนึ่งก่อนที่จะใช้แขนกำยำในชุดสูทสีเทาเข้มทั้งสองข้างหยัดลงบนโต๊ะเตี้ยข้างหน้าเพื่อโน้มตัวเข้าหาทุกคน สายตาดำคมดุดันนั้นตวัดมองสมาชิกในห้องด้วยสีหน้าจริงจัง 

            "ผม...ขอให้ทุกสาขาลงไปถึงทุกเขตจัดการลงทะเบียนสมาชิกในกลุ่มขึ้นบัญชีให้เป็นคนของมิยากาวะทุกคน เราจะต้องรู้ว่าในกลุ่มของเรามีใครอยู่บ้างเพื่อที่หลังจากนี้ไปทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรทุกๆสองไตรมาสเป็นโบนัส และที่สำคัญ..." 

            “แล้วถ้าไม่ทำตามล่ะ...” เรียวตะ หัวหน้าสาขานิชิ พูดแทรกขึ้นมาและยังคงค้านด้วยอคติ ส่งสายตาท้าทายไปยังคนหนุ่ม เขาเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของ ซาโตชิ ที่ตายไปแล้วว่าเวลาถูกเด็กหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าออกคำสั่งใส่มันรู้สึกเสียหน้ามากแค่ไหน

          “ผมต้องขอพูดไว้ในที่นี้เลยว่า หากมีตำรวจจับได้ทางกลุ่มจะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ และจะขอตัดคนๆนั้นออกไป เขาจะไม่ได้เป็นคนของมิยากาวะอีก”

            “ไม่เอาน่า...นายใหญ่คนใหม่ ให้เวลาเขาหน่อย พวกเราไม่ได้ทำอะไรถูกต้องมาตั้งแต่ต้นนะ บางทีการจะถอนตัวออกมามันยากยิ่งกว่าการเริ่มทำเสียอีก และพวกลูกค้าบางคนก็ไม่ได้เข้าใจว่ากลุ่มเราต้องการจะทำอะไร ถ้าจะไปป่าวประกาศว่าจากนี้ไปเราจะเลิกธุรกิจพวกนี้ ลูกค้าอาจจะไม่ชอบใจจนเกิดการนองเลือดก็ได้”

            คะนะยะ ทาคาชิ ช่วยพูดแก้ต่างให้กับ เรียวตะ ที่ตอนนี้เบือนหน้าหลบตาฮิเดกิไปทางอื่น ด้วยความเป็นคนช่างเจรจา ทาคาชิ ยกเหตุผลมาอ้างเพื่อต่อรองนายใหญ่คนใหม่ได้อย่างไหลลื่น

 

            “ฮึ...ไหนพวกคุณ เคยบอกกับผมเมื่อสองปีที่แล้ว ว่า...กลุ่มมิยากาวะช่างยิ่งใหญ่ มีอิทธิพลมากมาย ใหญ่คับฟ้า แม้ตำรวจทั้งกรมก็ยังต้องเกรงกลัวเรา มาตอนนี้คุณจะบอกว่ามันทำได้ยากแล้วอย่างนั้นน่ะเหรอ...ฮึ...ช่างตลกสิ้นดี...ที่มีอำนาจแต่กลับไม่เอาออกมาใช้ในยามที่ควรจะใช้...”

            ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปอยู่หน้าผืนผ้าใบสีขาวที่กำลังฉายแสดงรายละเอียดที่ฮิเดกิได้พูดไปเมื่อครู่ ใบหน้าหล่อคมถมึงทึงถูกเคลือบด้วยเนื้อหาที่ถูกฉายแสงออกจากโปรเจคเตอร์สะท้อนเข้ากับแววตาเฉียบขาดและดุดันเสริมความน่าเกรงขามให้กับนายใหญ่คนใหม่คนนี้เป็นทวีคูณ 

            “อย่าคิดว่าผมโง่...ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า...”มือหนาเอื้อมไปคว้าดาบคะตะนะประจำตำแหน่งของตนออกมาจากขาตั้งวางดาบพร้อมทั้งค่อยๆดึงมันออกมาเพื่อชื่นชมความสวยงามของไอสังหารที่ค่อยๆพวยพุ่งออกมาจากฝักดาบสีดำมัน

            ฟึ่บ!

            มือใหญ่แกว่งดาบแล้วฟาดมันลงไปกลางโต๊ะเตี้ยในห้องประชุมตรงหน้า เรียวตะ ด้วยความเร็ว แรง และความคมของดาบถูกวาดผ่านหน้าชายวัยกลางซ่อนแววเจ้าเล่ห์ โต๊ะเตี้ยตัวนั้นค่อยๆแยกออกจากกันแล้วล้มครืนไปต่อหน้าต่อตาทุกคนโดยมีเพียงเสียงดาบแหวกอากาศดังออกมาเพียงแผ่วเบาเท่านั้น

            "หากมีผู้ใดที่ยังคงลักลอบทำ...มันผู้นั้นจะต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากโต๊ะตัวนี้” เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบพูดเรียบๆ แต่กลับมีสายตาดุดันไร้แววปราณีซึ่งในขณะนี้มองตรงไปยังหัวหน้าสาขาผู้เปี่ยมไปด้วยทิฐิ เรียวตะไม่ได้กลัวตาย แต่เพราะรัศมีของไอสังหารมหาโหดที่แผ่ออกมาจากตัวนายใหญ่ผู้นี้ทำเอาชายเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยมถึงมือสั่นตัวสั่นด้วยความกลัวระคนโกรธที่ถูกเด็กอย่างฮิเดกิลูบคมกดให้ผู้ใหญ่อย่างเรียวตะตกอยู่ใต้อาณัติได้ในที่สุด อย่างน้อยๆก็ในเวลานี้...

 

            ร่างสูงเดินตรงเข้ามาในบ้านพร้อมกับดาบคะตะนะประจำตำแหน่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาตัดสินใจที่จะเอามันมาเก็บไว้ที่บ้านของตัวเองมากกว่าจะปล่อยทิ้งเอาไว้ที่บ้านของพ่อ

          การคุยให้พวกโหดเหี้ยมไร้ความปราณีไร้ความถูกต้องให้ยอมรับนโยบายมือสะอาดนี้มันเป็นเรื่องยากเอาการ จนเขาต้องสำแดงฤทธิ์พระเดชออกมาก่อนพระคุณให้ได้เกรงกลัวกันซึ่งนั่น...มันผิดขั้นตอนการบริหารของฮิเดกิ เขามักจะได้ความเกรงใจจากลูกน้องลูกจ้างก็เพราะพระคุณมากกว่า 

            เมื่อได้ยินเสียงรถจอดมินตริญารีบวิ่งออกมาจากห้องแล้วก็ต้องพบว่าคิ้วหนาดกดำมันขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกติดกันเป็นโบ สิ่งเดียวที่มินตริญาจะทำได้ก็คือ ทำให้เขาผ่อนคลาย... 
            "กลับมากันแล้วเหรอคะ กินข้าวกัน แจยอลซังด้วยนะคะ"  มินตริญารีบชวนแจยอลหลังเห็นว่าเขารับดาบคะตะนะจากฮิเดกิแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ แจยอลยิ้มจนตาหยีก่อนจะพยักหน้าตอบรับในน้ำใจ ร่างเล็กรีบเดินเข้าไปในครัวจัดโต๊ะอาหารอย่างช่ำชอง 
            "คุณคงเป็นแม่บ้านที่ดีให้ผมได้" ถึงจะไร้รอยยิ้มแต่นัยน์ตาดำคมที่มองมากลับทำให้ใจดวงเล็กเต้นตึกตักและหันหลังแอบยิ้มอย่างเขินอาย

            ไม่นานนักแจยอลก็กลับมาร่วมกินข้าวกับคู่หนุ่มสาวจะขาดก็เพียงยูอิจิที่หายไปตามสืบเรื่องที่ฮิเดกิสั่งไป แต่ชายผู้นี้ก็ตายยากเสียเหลือเกิน เพียงนึกถึงเขาก็เดินเข้าบ้านตรงมาที่โต๊ะกินข้าวทันที 
            "อ้าว ยูอิจิซัง กลับมาแล้วเหรอ มาทานข้าวด้วยกันค่ะ" มินตริญายิ้มเชื้อเชิญเหมือนเช่นทุกครั้งด้วยไมตรีจิตทำให้ยูอิจิได้แรงใจเพิ่มหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เขาค่อยๆหย่อนร่างอันเหนื่อยอ่อนลงบนเก้าอี้พร้อมกันกับที่มินตริญานำสำรับกับข้าวมาให้ 
            "ได้ความว่าไงบ้าง" ฮิเดกิถามพลางคีบข้าวด้วยตะเกียบเข้าปากเคี้ยวโดยที่ตาก็มองไปที่อาหารที่อยู่ตรงหน้า 
            "เอ่อ...คุยตอนนี้จะดีเหรอครับนายใหญ่" ยูอิจิพลางเหลือบมองไปที่มินตริญาด้วยความลังเลเล็กน้อยในขณะที่มือก็หยิบตะเกียบกำลังจะคีบข้าวเช่นกัน 
            "ไม่เป็นไร พูดมาเลย ยังไงซะอีกหน่อยมินจังก็จะกลายมาเป็นนายแม่ในอนาคตอันใกล้นี้อยู่แล้ว เธอควรได้รับรู้เรื่องราวที่เราทำกันอยู่ด้วย" ทุกคนหันขวับมามองคนพูดเป็นตาเดียว ในขณะที่มินตริญาอายที่คนหัวโต๊ะพูดและแจยอลก็ออกอาการดีใจจนออกนอกหน้าแต่มีเพียงยูอิจิเท่านั้นที่ทำหน้านิ่งแต่แววตาฉายความเศร้าออกมา มือที่ถือตะเกียบสั่นเล็กน้อยพอให้นายใหญ่ของเขาได้เห็นอาการนั้น
            "เป็นอย่างที่นายน้อยคาดการณ์ไว้ครับ รายชื่อลูกค้าพวกนั้นเคยเป็นลูกค้าของซาโตชิซังมาก่อน หลังจากที่นายใหญ่คนเก่าสั่งยกเลิกธุรกิจมืด เขาเป็นคนแรกที่ทำตามนโยบาย ส่วนลูกค้าพวกนั้นก็คงไปหาแหล่งของจากคนอื่นเอา" 
            "ไปเช็คทีว่าลูกค้าพวกนั้นไปรับของจากใครต่อ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้พ่อฉันเซฟข้อมูลพวกนี้มา" 
            "ได้ครับ" ยูอิจิพยักหน้ารับก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่ออีกสองสามคำก่อนจะรายงานอีกเรื่อง 
            "ส่วนวันที่ซาโตชิซังตายนั้น ก่อนตายเห็นว่าไปกินเหล้ากับผู้จัดการบ่อนและตำรวจท้องถิ่น คนที่รู้เรื่องนี้ดีเป็นเลขาของซาโตชิซังครับ" 
            "แล้วมันว่าไงบ้าง" 
            ยูอิจิรายงานผลการสอบปากคำตามแบบฉบับของตัวเอง เลขาของซาโตชิที่หนีหัวซุกหัวซุนถูกยูอิจิจับได้แล้วเอามาซ้อมเพื่อเค้นให้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ไม่ได้เล่าให้ในสภาฟังเมื่อครั้งที่ซาโตชิตายเพราะกลัวว่าตัวเองจะได้ตายตามไปอีกคน 
            "มันบอกว่าตำรวจในจังหวัดโทะยะมะได้ข่าวมาจากเพื่อนตำรวจระดับสูงของจังหวัดอิชิกะวะว่ากำลังสงสัยว่าคนในกลุ่มมิยากาวะมีส่วนในการลักลอบค้ายา และอาวุธ ที่จังหวัดอิชิกะวะครับ"

            มือใหญ่วางตะเกียบลงกับโต๊ะอย่างแรงเมื่อได้ยินสิ่งที่อารักขาผู้ซื่อสัตย์รายงาน ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งตกใจจนหน้าสวยๆขมวดยุ่ง เพราะเธอผู้นี้ทำให้ฮิเดกิเบาแรงการกระทำ

            "มันจะเป็นไปได้ยังไง?! ในเมื่อจังหวัดอิชิกะวะไม่ได้เป็นถิ่นการดูแลของสาขาคิตะเลย!"

            "ครับ...ผมเลยว่าจะไปสืบเพิ่ม"

            "ไม่ต้อง อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ตอนนี้" มือใหญ่ยกขึ้นปรามพร้อมทั้งหยิบผ้ามาเช็ดปากเพราะเริ่มจะกินไม่ลงหลังจากได้ฟังเรื่องไม่ถูกใจ

            "ทำไมล่ะครับ?"

            มินตริญาสงสัยแต่ก็มีแจยอลได้เอ่ยปากถามแทน

            "วันนี้ฉันประกาศให้ยกเลิกธุรกิจชั่วทุกอย่างไปแล้ว นี่อาจทำให้พวกมันเงียบไปสักพัก แต่ก็ดีเหมือนกัน...เรากำลังจะได้คนดิ้นพล่าน พวกมันเงียบได้ไม่นานหรอก ฮึ!"

            แจยอลพยักหน้ารับรู้แต่ในขณะที่เจ้าเพื่อนนักสืบกลับนั่งนิ่งกินข้าวต่อเสมือนรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร

            ร่างสูงยืนขึ้นเดินอ้อมโต๊ะกินข้าวเพื่อไปคว้าข้อมือบางที่กำลังเก็บจานชามไปใส่อ่างล้างจานเตรียมล้างให้ขึ้นไปบนห้องชั้นสองด้วยกันโดยไม่สนใจอารักขาทั้งสอง

            ยูอิจิวางตะเกียบลงแล้วพาร่างเหนื่อยอ่อนของตัวเองออกไปจากบ้านเช่นกันโดยมีแจยอลวิ่งตามออกไป

 

            รถยุโรปขับออกไปหยุดอยู่ที่ชายทะเลอันเงียบสงบและหนาวเหน็บ ร่างสูงลงจากรถถอดรองเท้าถุงเท้าปล่อยให้เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับเม็ดทรายที่หยาบดำในยามค่ำคืน มือใหญ่ข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาคลายเนกไทออก ส่วนมืออีกข้างก็ถือกระป๋องเบียร์ยกขึ้นมากระดกเข้าปาก จนกระทั่งมาหยุดนั่งฟังเสียงคลื่นใกล้ๆกับน้ำทะเลที่กำลังซัดสาดเข้าหาฝั่ง

            ไม่นานนักก็มีเสียงรถอีกคันขับเข้ามาจอด เสียงฝีเท้าที่เดินลงมาจากรถกลับหายไปทำให้เดาได้ไม่ยากว่าร่างนั้นกำลังเดินตะลุยทรายตรงมาหาเขา

            แจยอลวางถุงใส่เบียร์กระป๋องที่ไปเหมาซื้อมาเป็นโหลวางไว้ข้างๆก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งตาม

            "เสียใจเรื่องที่นายใหญ่จะแต่งงานกับคิคุชิซังล่ะซิ ไม่เอาน่า...นายไม่เห็นเหรอว่านายใหญ่ของเรามีความสุขมากแค่ไหน พวกเขาเหมาะสมกันออก" ดูเหมือนว่าแจยอลจะเข้ามาเยาะเย้ยยูอิจิมากกว่ามาปลอบใจ

            "มาทำไมกัน ฉันอยากอยู่คนเดียว" เสียงเย็นชาจากคนเงียบขรึมแสร้งพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับใจขึ้นมาใส่เพื่อนสนิทที่รู้ใจของเขา

            "ฮึ ฮึ นายขาดฉันไม่ได้หรอกยูอิจิ"

            "ไม่มีนายฉันก็อยู่ได้"ตาเรียวยาวคมจิกหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนคนอกหักช้ำรักช่างประชดประชันก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาดื่มแล้วมองตรงออกไปยังทะเลมืดดำที่อยู่เบื้องหน้า

          "คนเราบางที...ยามเศร้าเสียใจ ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าคนที่คอยอยู่เคียงข้าง ฉันอาจจะปลอบใจไม่เก่ง แต่ฉันจะอยู่เคียงข้างนายเสมอ"

            นัยน์ตาสีน้ำตาลอันเศร้าหมองลอบหันมามองเพื่อนรักก่อนจะหันกลับไปมองทะเลเหมือนเดิม นานๆทีที่เพื่อนรักจอมพูดมากของเขาจะพูดถูกใจ ก็จริงอย่างที่แจยอลว่า...เขากำลังเสียใจและลึกๆในใจก็ต้องการใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อน แจยอลไม่ต้องเข้าใจในสิ่งที่ยูอิจิคิดทั้งหมดก็ได้ เพียงแค่เขามานั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนแค่นี้ก็ทำให้จิตใจของยูอิจิสงบลงมากแล้ว...

 

            มือใหญ่หยาบที่มีแหวนทับทิมสีแดงวงใหญ่อยู่ที่นิ้วชี้ข้างขวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย

            "มีอะไรอีกรึ" ต้นสายกรอกเสียงไปหาปลายสายด้วยความรำคาญเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษามารยาทอยู่ในที

            "ช่วงนี้ผมจะเข้าไปยุ่งกับถิ่นของคุณไม่ได้สักพัก เพราะไอ้เด็กนั่นมันจะให้ยกเลิกกิจการผิดกฎหมายทุกอย่าง แล้วมันจะเข้าไปดูแลสาขาคิตะเองด้วย"

            มือใหญ่สวมแหวนทับทิมกำโทรศัพท์ไว้แน่นด้วยความโกรธ "คุณนี่มันจะขี้กลัวไปถึงไหน! แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนทำเอาคุณหงอได้ขนาดนี้!" น้ำเสียงทุ้มตวาดใส่ปลายสายไปในที่สุด

            "ฮึ ฮึ...กลัวว่าเงินจะไม่เข้ากระเป๋าเหรอไงครับ ไม่เอาน่า...แต่ละครั้งผมให้เงินส่วนแบ่งไปก็ตั้งเยอะ น่าจะพอให้คุณใช้ได้อย่างสุขสบายไปหลายชาติ แค่ไม่ได้สักระยะคงไม่ทำให้คุณตายหรอก ไอ้เด็กคนนี้มันไม่ใช่เล่นๆ ผมว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะพากันซวย"

            มือใหญ่สวมแหวนทับทิมกดตัดสายไปด้วยความโมโห เพราะความขี้ขลาดของเพื่อนร่วมธุรกิจทำเอาเขาชวดเงินส่วนแบ่งที่ควรจะได้มาเสวยสุขขาดหายไป

            "ในเมื่อมึงไม่ทำ เดี๋ยวกูทำเองก็ได้"

          เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจการห้ามปรามของปลายสายที่โทรมา ปากบางสีคล้ำคาบซิการ์ดูดควันเข้าปอดพลางยกมุมปากยิ้มเยาะดูถูกเพื่อนร่วมธุรกิจผู้ขลาดเขลา

 

 



ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha