ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 24 : ไม่ถูกกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




                หลังจากที่วางสายกับผู้ร่วมธุรกิจที่ตัดสินใจหยุดการค้าขายสักระยะหนึ่งก่อนด้วยความกลัวให้กับนายใหญ่คนใหม่ เจ้าของนิ้วหนาหยาบใส่แหวนทับทิมกดโทรศัพท์หาใครบางคนทันที

            "ฮัลโหล นี่เธออยู่ที่ไหน?"

            "คุณเคยสนใจฉันด้วยเหรอคะ?"

            "ฮึ...อย่ามาต่อปากต่อคำ เธออยู่ที่โอซาก้าล่ะซิ"

            "มีอะไรก็รีบว่ามาค่ะ"

            "ฉันอยากให้เธอเอาเรือของเธอไปรับของให้หน่อย"

            "ของ?! ของอะไรอีกคะ?! แค่ครั้งที่แล้วที่คุณให้คนมาทำเรื่องระยำที่โกดังของฉันก็มีแต่เรื่องเดือดร้อนเข้ามาไม่หยุดหย่อน ดีนะที่ฉันให้พี่ชายไปคุยกับตำรวจให้เรื่องเลยเงียบๆไป"

            "คราวก่อนข่าวของเธอก็ทำฉันขายขี้หน้าเหมือนกัน! เงินที่เธอมีเอาไปใช้เปย์ให้ผู้ชายที่โฮสผับน่ะ มันเงินฉัน! และอีกอย่างคนที่บอกให้เอาไอ้หมอนั้นไปฆ่าทิ้งที่โกดังเธอมันก็เป็นความคิดของพี่ชายเธอทั้งนั้น ถ้าจะด่าก็ไปด่าพี่ชายของเธอเอา! แต่ตอนนี้พวกเรากำลังจะลำบากเงินนั้นกำลังจะหายไปถ้าเธอและฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง!"

            มือบางขาวสะอาดถูกแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดที่เล็บกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ถึงจะโมโหแต่ก็ไม่มีทางเลือกให้เธอมากนัก อย่างไร เงิน ก็เป็นสิ่งมีค่าทำให้ชีวิตเธอสุขสบายมีความสุขใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปวันๆ

            "ว่ามา! จะให้ไปรับของอะไรที่ไหน!"

            "ฮึๆ...เธอไม่ต้องรู้หรอก อาทิตย์หน้าแค่เอาเรือของเธอมา แล้วฉันจะจัดการส่งคนลงเรือไปรับของเอง อ้อ...แล้วถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูพี่ชายของเธอแล้วล่ะก็...เงินก็ไม่ต้องเอา!" การสนทนาของทั้งสองสิ้นสุดลงอย่างจำใจ

 

            มือใหญ่ปลดกระดุมเอวเสื้อสูท ร่างเล็กยืนช้อนอยู่ด้านหลังร่างกำยำเพื่อช่วยถอดเสื้อสูทออก อันที่จริงฮิเดกิไม่ได้สะทกสะท้านกับความเจ็บที่แผลเท่าไรแต่เขาแสร้งทำเป็นเจ็บปวดจนเหมือนคนพิการเสียเต็มประดาเพียงเพื่อเรียกคะแนนสงสารและให้ลูกแมวน้อยของเขามาคอยดูแล

            "โอ้ย!" ร่างกำยำงอตัวยกมือขึ้นมากุมบริเวณบาดแผลที่ท้องทำเป็นเจ็บเมื่อพยายามจะถอดเสื้อเชิ้ตตัวในออก

            "เป็นอะไรมากไหมคะ?! เจ็บมากหรือเปล่า?! มา...ฉันช่วยถอดให้ค่ะ"

            การเสแสร้งของฮิเดกิได้ผลเสียเหลือเกิน มินตริญาทำหน้าตื่นตกใจรีบวิ่งเข้ามาดูที่แผลของเขาทันที มือเล็กช่วยประคองถอดเสื้อเชิ้ตสีเทาออกเผยให้เห็นรอยสักที่เธอมักจะหวาดหวั่น กับอีกความรู้สึกหนึ่ง...มินตริญายังไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้ตัวเองว่าเธอมักมีความปรารถนาในร่างรอยสักทุกครั้งยามที่ได้เห็นเสือโคร่งกัดกินมังกร

            "อาบน้ำก่อนนะคะ แล้วก็อย่าให้แผลโดนน้ำ ออกมาแล้วก็กินยาและเดี๋ยวฉันจะทำแผลให้ค่ะ"

            "ช่วยผมอาบน้ำหน่อยซิ"

            "จ...จะบ้าเหรอ?! เมื่อวานคุณยังอาบเองได้เลย! วันนี้ก็อาบเองซิคะ!"

            ร่างสูงค่อยๆย่างเดินเข้ามาประชิดร่างเล็กที่กำลังถอยหลังอย่างหวาดกลัว สายตาดุคมหรี่ตามองผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าด้วยแววตาคนเจ้าเล่ห์ มินตริญาสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าหลังของตัวเองชนกับกำแพงห้อง ฮิเดกิยกแขนรอยสักทั้งสองข้างขึ้นมายันกำแพงปิดล้อมทางหนีของร่างเล็กเอาไว้ ใบหน้าหล่อคมคายค่อยๆโน้มต่ำเข้ามาหาปากอิ่มสีหวาน แต่เจ้าของกลับเบือนหน้าหนีเลยทำให้ปากบางสีช้ำพลาดเป้ากลายเป็นว่าเข้าไปจูบแก้มนวลหอมกรุ่นแทน

            ฮิเดกิยกใบหน้าตัวเองขึ้นเพื่อกระตุกยิ้มขำในความน่ารักนี้ มินตริญาใช้ช่วงนาทีที่เขาเผลอม้วนตัวออกมาจากกรงเล็บเสือก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่ประตูห้อง

            "ร...รีบอาบน้ำซะนะคะ แล้วฉันจะกลับมาทำแผลให้"

            ปึง!

            มินตริญาละล่ำละลักพูดแล้วรีบหนีออกไปนอกห้องทันที ยอมรับเลยว่าเวลาที่อยู่กับเขาสองต่อสองเธอรู้สึกใจคอไม่ดีทุกครั้งไป

            "ฮึ...คิดว่าจะหนีผมได้เหรอ ไม่มีทาง..."

 

            ปากบางสีช้ำยิ้มยกมุมปากอย่างผู้ชนะ มีเหรอที่เสืออย่างเขาจะปล่อยให้เหยื่อหนี นี่เขาแค่ปล่อยให้เหยื่อตายใจไปก่อนเท่านั้นเอง

 

            "เฮ้อ...น่าเบื่อชะมัด" ร่างเล็กกดรีโมทปิดทีวีแล้วนอนเกลือกกลิ้งไปมาบนโซฟาหนังสีดำด้วยความเบื่อหน่าย วันๆหนึ่งของมินตริญาผ่านไปโดยนั่งหายใจทิ้งไปวันๆ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อกับการที่ต้องมานั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน งานที่เกาหลีเธอก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แถมยังโดนห้ามไม่ให้ออกไปไหนเพราะฮิเดกิเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เรื่องเรียนก็ดรอปทิ้งไปแล้ว จากคนที่เคยต้องทำงานและเรียนอย่างหนักทุกวันกลายมาเป็นผู้หญิงที่เดินวันหนึ่งไม่ถึงร้อยก้าวมีหน้าที่แค่เพียงทำความสะอาด เตรียมอาหาร เหมือนชีวิตแม่บ้านที่รอสามีกลับมาก็ไม่ปาน...

            มือเล็กหยิบโทรศัพท์มากดดูเล่นๆเพื่อเช็คข่าวสารและเข้าไปดูโซเชียลเน็ตเวิร์ก มือเล็กเลื่อนฟีดข่าวไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาเจอเพื่อนสนิทของเธอโพสต์รูปภาพส่วนตัวในร้านเค้กเจ้าประจำที่มักจะไปกินด้วยกันบ่อยๆ เพื่อนคนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่คอยสอนเรื่องการใช้แอพพลิเคชั่นตั้งแต่การสมัคร ใช้งาน รวมถึงตั้งรหัสผ่านให้มินตริญา คบกันมาตั้งแต่ปีการศึกษาที่หนึ่ง คอยรับฟังปัญหาและช่วยเหลือกันและกันมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทมากที่สุดของเธอเลยก็ว่าได้ 

            "ฮัลโหล กันจัง...นี่ฉันเองนะ..."

            "มินจัง?! มินจังเธออยู่ไหน หายไปไหนมา?! รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแทบแย่!"

            มินตริญาตัดสินใจโทรหาเพื่อนสาวคนสนิทต่างวัยชาวไทยที่ชื่อ กันนิดา ด้วยความคิดถึง

            "เอ่อ...คือ...เรื่องมันยาวน่ะ ไว้มีโอกาสฉันจะเล่าให้ฟังนะ เธอสบายดีไหม?"

            "ฉันต่างหากที่ควรจะถามเธอ! ตอนนี้อยู่ที่ไหน ออกมาเจอกันได้ไหม?"

            "เอ่อ...คือ...ตอนนี้ฉัน..."

            "ทำไม? เธอไม่สะดวกงั้นเหรอ..."

            แต่ความเหงาและเบื่อมันเข้ามาแทรกซึมในใจมากกว่ากลัวเกิดเรื่อง "แต่ถ้าเป็นที่ใกล้ๆ ก็ได้นะ"  

 

            หลังจากที่นัดแนะตกลงสถานที่และเวลากันเสร็จสรรพ มินตริญายอมทำตามข้อตกลงที่ฮิเดกิและแจยอลเสนอนั้นคือหากจะออกไปไหนให้บอกทุกครั้ง เธอจึงยอมเสียมารยาทโทรบอกแจยอล ดีกว่าเธอออกไปเองคนเดียวเพราะครั้งล่าสุดที่ออกไปก็เกิดเรื่องราวมากมายดังนั้นในครั้งนี้ยอมที่จะบอกหนุ่มๆเอาไว้จะดีเสียกว่า 
            "ขอโทษนะคะแจยอลซังที่รบกวน" มินตริญารู้สึกผิดและเกรงใจเป็นอย่างมากที่ต้องทำให้แจยอลผละออกมาจากงานเพื่อมาขับรถและดูแลเธอตามที่ฮิเดกิสั่ง แต่เขากลับไม่ถือสาหันกลับมายิ้มให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยกันด้วยความเต็มใจ 

            รถหรูสีดำจอดหน้าร้านคอฟฟี่ชอปแถวๆมหาวิทยาลัย คนจึงค่อนข้างพลุกพล่านพอสมควร มินตริญาชะเง้อคอยมองหาเพื่อนอยู่หน้าร้านขณะเดียวกันกับที่สายตาชี้จิกคมของแจยอลคอยสอดส่องดูความปลอดภัยและผู้ต้องสงสัย 
            ปลายตาชี้คมเหลือบเห็นว่ามีร่างของคนๆหนึ่งพุ่งเข้ามาด้านหลังตรงจุดที่มินตริญายืนอยู่ ปฏิกิริยาของอารักขามือหนึ่งตอบสนองทันตามสมองสั่ง มือใหญ่คว้ามือที่พยายามพุ่งเข้ามาคุกคามจากด้านหลังไว้ได้ก็บิดข้อมือนั้นม้วนตวัดทันที  จนร่างนั้นทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น 
            "โอ้ย! เจ็บๆๆๆๆๆ โอ้ย! ปล่อยฉันนะ! โอ้ย!" เจ้าของมือที่ถูกบิดร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด มินตริญารีบหันกลับไปด้วยความตกใจ 
            "กันจัง! แจยอลซังปล่อยค่ะ! นี่เพื่อนฉันเอง!" 
            ได้ยินอย่างนั้นมือใหญ่รีบปล่อยมือคนที้นั่งกองอยู่กับพื้นทันที พร้อมทั้งรีบพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นมายืนเช่นเดิม 
            "ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นเพื่อนของคิคุชิซัง" ร่างสูงใหญ่โค้งขอโทษอย่างจริงใจ ในขณะที่กันนิดายืนสะบัดมือให้คลายความเจ็บปวด สีหน้าเธอดูไม่ดีนัก 
            แจยอลมองสำรวจเพื่อนสาวคนนี้ของมินตริญา ให้ตายเหอะ เธอผู้นี้ไม่มีเสน่ห์เพศหญิงให้น่าหลงใหลเลยสักนิด ตัวเตี้ย แต่งตัวรุ่มร่าม กระโปรงผ้าพื้นเมืองตัวใหญ่และยาวคลุมข้อเท้าขอบยางยืดนั่นถึงจะดูแปลกตาแต่สีมันมอซอจนเหมือนผ้าขี้ริ้วมากกว่ากระโปรง เสื้อคอกว้างสามชั้นสีตุ่นๆถูกสวมทับด้วยเสื้อสเว็ตเตอร์ตัวยาวถึงสะโพกยิ่งทำให้เธอดูตัวเตี้ยเข้าไปอีก ผมยาวยุ่งเหยิง ครึ่งหนึ่งถูกมัดเป็นก้อนซาลาเปาเสียบด้วยปิ่นปักผมที่ทำจากไม้ หน้าไม่แต่ง ใส่แว่นตาหนาเตอะ เป็นผู้หญิงที่แจยอลคิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันเข้าไปอยู่ใกล้ๆด้วยเด็ดขาด 
            "ไอ้ผู้ชายชอบใช้กำลัง นี่คุณเห็นใครเดินเข้าใกล้ไม่ได้เลยใช่ไหม คุณต้องจับทุกคนบิดมือหมดเลยหรือไง?!" 
            ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนด่าแจยอลขนาดนี้มาก่อน เธอผู้นี้ทำให้แจยอลเกิดอารมณ์เดือดคุกรุ่นอยู่ภายในจนแสดงออกมาทางสีหน้า
            "ข...เข้าไปข้างในกันเถอะ อยู่ข้างนอกนานๆมันหนาว" มินตริญาเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบชวนให้ทั้งสองเข้าไปในร้านด้วยกันก่อนจะเกิดศึก 

            ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันมานาน หญิงสาวทั้งสองคุยกันไม่หยุด โดยมีแจยอลนั่งจิบกาแฟอยู่โต๊ะข้างๆ  แต่เพราะพวกเธอคุยกันเป็นภาษาไทยจึงทำให้ชายร่างใหญ่ไม่รู้ตัวว่าถูกนินทา 
            "นี่มินจัง อย่าบอกนะว่าไอ้โหดนี่เป็นแฟนเธอ" 
            "ป...เปล่า ไม่ใช่เลย! คือเขา...เขาเป็น...เพื่อนน่ะ" 
            "นี่มินจัง...คบคนน่ากลัวอย่างนี้ด้วยเหรอ อบ่าบอกนะว่าหายไปนี่คือไปติดผู้ชายที่โฮสผับ!" 
            "ไม่ใช่ๆ ไปกันใหญ่แล้วกันจัง จริงๆเขาเป็นคนดีมากๆเลยนะ" 
            "อ้าว ใครจะไปรู้ก็ท่าทางยังกับพวกคนคุมโฮสผับ ช่างมันเถอะ ว่าแต่เธอจะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมถึงต้องดรอปเรียน แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน ฉันโทรหาเธอเป็นร้อยสายเลยนะ" 
            "ขอโทษนะกันจัง คือว่าพ่อของฉันเอาเงินไปเล่นพนันหมดก็เลย...แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ฉันดรอปเรียนเพื่อออกมาทำงานก่อน แล้วแจยอลซังก็เป็นเพื่อนร่วมงาน" 
            มินตริญาไม่ได้โกหกกันทิดาแต่เพียงแค่ไม่ได้บอกหมดทุกเรื่อง เธอรู้ดีว่าอาจจะไม่เป็นผลดีในภายหลัง ตอนนี้เธอต้องอยู่อย่างเงียบๆไปก่อน 

            "ฉันมีเรื่องจะรบกวนกันจัง" 
            อืม...มีอะไรล่ะว่ามาซิ" กันทิดาตักเค้กเข้าปากเคี้ยวก่อนจะยื่นหน้ายิ้มให้มินตริญา ถึงตอนนี้พวกเธอพูดภาษาญี่ปุ่นกันแล้ว 
            "ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ฉันขอเลคเชอร์ของกันจังมาอ่านเตรียมไว้ก่อนจะกลับเข้าไปเรียนได้ไหม?" 
            "โธ่เอ้ย นึกว่าเรื่องอะไร ได้ซิ ไม่มีปัญหา" กันทิดายิ้มให้เพื่อนรักอย่างจริงใจก่อนจะมีเสียงใครพูดแทรกขึ้นมา 
            "ถ้าอย่างนั้นผมจะมาเอาให้เองครับ คิคุชิซังจะได้ไม่ต้องออกมาบ่อยๆ”

            “นี่ๆ เดี๋ยวก่อนเลยนายอ่ะ มีสิทธิอะไรมาห้ามเพื่อนฉันไม่ให้ออกมาเจอฉันแบบนี้”

            “ผมก็ไม่ได้บอกไม่ให้พวกคุณมาเจอกันนี่ครับ คุณฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกหรือไงกัน”

          “ตกลงค่ะๆ รบกวนแจยอลซังด้วยนะคะ กันจัง...คืองานของฉันยุ่งมากน่ะ คงจะออกมาเจอเธอบ่อยๆไม่ได้ วันนี้ฉันคงต้องกลับก่อนแล้วล่ะ แล้วเดี๋ยวฉันทักไปทางข้อความนะ” มินตริญาต้องห้ามศึกระหว่างชายหญิงทั้งสองอีกครั้งก่อนที่มันจะลุกลามไปไกล ก่อนที่แจยอลและมินตริญาทำท่าจะกลับกันทิดาก็ร้องทักเพื่อบอกเรื่องบางอย่างให้มินตริญาได้รู้เอาไว้

            "เออ...ตอนช่วงที่มินจังไม่อยู่ มีผู้ชายท่าทางน่ากลัวสองคนมาถามหาเธอด้วย"

            "ค...ใครเหรอ?!"

            "ไม่รู้จัก เขาเอาบัตรนักศึกษาเธอมาถามหาทั่วมหาวิทยาลัยเลย"

          แจยอลหันขวับมาหามินตริญาที่กำลังหน้าซีดเผือดทันที ในที่สุดเรื่องที่เธอไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น กระเป๋าผ้าที่เธอทำตกไว้คงถูกพวกนั้นเก็บไปได้จริงๆ

            "ข...ขอบใจมากนะกันจัง เราขอตัวก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ บาย" มือเล็กรีบจูงแขนชายร่างยักษ์ออกไปจ่ายเงินแล้วขับรถกลับออกไปอย่างรีบร้อน สิ่งนี้คาใจกันทิดาเป็นอย่างมาก เธอรู้ว่ามินตริญาเพื่อนรักต้องปิดบังอะไรเอาไว้แน่ๆ

 

            หลังจากที่แยกออกมาจากคอฟฟีช็อปแล้ว แจยอลหันหัวรถกลับมุ่งหน้าไปรับฮิเดกิเพื่อพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลตามที่นัดเอาไว้พร้อมๆกับมินตริญาที่นั่งรถไปด้วยกัน

            “อืม...แผลดูดีมากเลยครับ หายสนิทแล้ว เดี๋ยวหมอจะตัดไหมให้ครั้งหน้าก็ไม่ต้องมาโรงพยาบาลแล้วครับ”

            นอกจากหมอที่ยิ้มให้แล้ว เจ้าของบาดแผลก็ยิ้มกรุ้มกริ่มยิ่งกว่าหมอของเขาเสียอีก ตาเสือออกล่าเหยื่อแล้ว แววตาเจ้าเล่ห์เหลือบมามองร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆทำเอามินตริญาร้อนๆหนาวๆ เธอรู้ความหมายของมันดี...แต่เธอยังโชคดีพอ

 

            เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างแยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง มินตริญารีบพุ่งเข้าห้องนอนของตัวเองและล็อกประตูอย่างดี แต่พอมานึกขึ้นได้ว่านี่มันเป็นบ้านของฮิเดกิเธอก็ได้แต่นั่งถอดใจเพราะเขาอาจจะใช้กุญแจสำรองไขเข้ามาตอนไหนก็ได้จึงเดินไปปลดล็อกเพราะทำไปก็ไม่มีประโยชน์

            ก๊อกๆ

            ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเสมือนมีพญามัจจุราชมาเคาะประตูเรียกเธอแต่ก็แปลกที่เขากลับไม่เข้ามา ฮิเดกิเพียงส่งเสียงบอกอยู่หน้าประตู

            “มินจัง รีบเก็บเสื้อผ้า พวกเราจะไปจังหวัดโทะยะมะกันแต่เช้ามืด”

            “ค...ค่ะ”

            ฮิเดกิหย่อนตัวลงนั่งบนที่นอนนุ่มข้างๆร่างเล็ก มือใหญ่ก็ยกเกลี่ยไปตามแก้มนวลพร้อมกับกระซิบบอกเบาๆที่ข้างหูพอให้หวาดเสียว 
            "แผลผมหายแล้วนะ"
 
            เห็นได้ชัดว่าแมวน้อยของฮิเดกิกำลังตื่นกลัวทั้งๆที่ก็เคยผ่านค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนลึกซึ้งมาด้วยกันแล้วแท้ๆแต่เธอก็ยังอายทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้อยู่กันสองต่อสอง
 
            "อ...เอ่อ ค่ะ คุณก็รีบไปจัดเสื้อผ้าของคุณส่วนฉันก็จะรีบจัดของฉัน ว้าย!"
 
            มินตริญาลุกขึ้นหนีแต่ก็ไม่ทันการ ร่างเล็กถูกช้อนอุ้มขึ้นมาและถูกจัดให้นั่งอยู่บนตักกำยำ มินตริญาไล่ปัดมือไม้ซุกซนที่จับนู้นคลำนี้ไม่อยู่สุขให้วุ่นวายไปหมด
            "ทำไมคุณต้องคอยหนีผมตลอดด้วย คุณไม่รักผมแล้วเหรอ? คุณเป็นอะไรบอกผมมาซิ"
 
            เมื่อมินตริญาเจอลูกอ้อนของพ่อเสือใหญ่เข้าไปจิตใจก็อ่อนระทวยอีกครั้ง อันที่จริงเธอก็อยากจะแสดงความรักเพียงแต่...
 "คือ...คือฉัน...อายค่ะ" 
          เหตุผลนี้ทำเอาฮิเดกิหงายหน้าหัวเราะ ใบหน้าสวยหวานแดงจัดจนเหมือนโดนน้ำร้อนลวก เธอน่ารักเสียจนฮิเดกิอดใจไม่ให้หอมไม่ไหว จนต้องกดจมูกโด่งๆเข้าไปที่แก้มบางสองสามที ฮิเดกิเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป ตลอดเวลาก่อนหน้านี้พวกผู้หญิงที่เขาคบด้วยมีแต่พวกประสบการณ์สูง แรกๆปากก็บอกว่าอายแต่การกระทำกลับตรงข้ามพวกเธอจัดจ้านไม่มีความอาย 
            "ไม่เป็นไร คุณก็ต้องทำบ่อยๆจะได้ไม่อาย"
 

            "จ...จะบ้าเหรอ?! ไม่เอาค่ะ! พอแล้ว! รีบไปนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้า"

            "ถ้าอย่างนั้นผมขอนอนที่นี้ก็แล้วกัน" ฮิเดกิรั้งให้ร่างบางล้มตัวลงนอนไปพร้อมๆกับตัวเอง และหลับตาลง ถึงอยากจะรักกับภรรยาในอนาคตแค่ไหน แต่วันนี้เขาก็ใช้สมองมากเสียจนปวดหัวอยากหลับตาลงนอนเพื่อพักผ่อนมากกว่า ส่วนมินตริญาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร เธอเองก็แอบมองดวงหน้าหล่อคมที่หลับไปอย่างรวดเร็ว เมื่อได้มาพิจารณาใกล้ๆมินตริญากลับพบว่าฮิเดกิเป็นผู้ชายที่มีขนตาดกดำและยาวราวกับผู้หญิง...

 

            ช่วงเช้ามืดทุกคนขึ้นรถพาออกจากบ้านด้วยความรีบร้อนซึ่งคงจะมีเพียงมินตริญาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรีบไปทำไมกัน น่าแปลกที่คราวนี้ไม่มีอารักขาคนอื่นๆมาตามประกบเหมือนอย่างทุกวัน พวกเขาเลือกเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงสถานีปลายทาง

          ช่วงสายมีรถยุโรปสีดำมาจอดรอพวกเขาอยู่ที่หน้าสถานีแล้ว คนนั้นก็คือรองหัวหน้าสาขาคิตะเป็นคนออกมารับด้วยตัวเอง มินตริญาหลบตาแทบไม่ทันเมื่อได้สบตากับชายร่างสูงใหญ่พอๆกับแจยอล หัวไถเกรียน ใบหน้าหยาบ นัยน์ตาแฝงความโหดเหี้ยมเอาไว้ เขาเปิดประตูรถพร้อมทั้งโค้งคำนับให้กับฮิเดกิ มินตริญายังไม่ชินกับชายที่มีลักษณะกร้านโลกดุดันเหล่านี้สักที

            รถมาจอดเอาที่หน้าโรงแรมที่หรูที่สุดในจังหวัดโทะยะมะอยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มมิยากาวะ ที่นี่จะเป็นทั้งที่พักและที่ทำงานของฮิเดกิ

            "วันนี้ตอนสิบโมงช่วยเตรียมข้อมูลทุกอย่างที่ผมต้องการมาให้ด้วย"

          "ได้ครับนายใหญ่ ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ตอนนี้เชิญนายใหญ่พักผ่อนก่อนนะครับ สิบโมงเมื่อไรผมจะมารับนายใหญ่ไปที่ห้องทำงานครับ"ชายหัวเกรียนและลูกน้องอีกสี่คนโค้งทำความเคารพอีกครั้งก่อนลา

            แจยอลและยูอิจิแยกไปพักที่ห้องอีกฝั่งซึ่งเยื้องไปด้านในสองห้อง ส่วนมินตริญาก็โดนฮิเดกิลากเข้าไปในห้องซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน

            "เดี๋ยวนะคะ! นี่ฉันต้องนอนห้องเดียวกับคุณเหรอ?!"

            "อืม...ใช่..." เขาตอบมินตริญาที่กำลังตื่นกลัวอย่างไม่ยี่หระ ฮิเดกิเดินนำเข้าไปในห้อง มือปลดกระดุมเสื้อสูทและคลายปมเนกไทให้หลวมแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป มินตริญาแอบเห็นแววเหนื่อยอ่อนในแววตาของเขา แทนที่มินตริญาจะโวยวายเธอจึงอยู่เงียบๆและตามใจเขาจะดีกว่า

            เมื่อร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำเขาก็ตรงไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า ฮิเดกิรู้สึกได้ถึงความยวบยาบของเตียงนอน ไม่นานนักก็มีมือเล็กๆมาบีบนวดที่ขมับและต้นคอให้เขารู้สึกผ่อนคลาย นับว่าการเอาใจครั้งนี้เรียกรอยยิ้มจากฮิเดกิได้อีกครั้ง

            "พักสักเดี๋ยวนะคะ แล้วค่อยไปทำงาน"

            มือใหญ่จับมือบอบบางข้างหนึ่งดึงมาจูบเป็นกำลังใจให้ตัวเอง "คุณนวดเก่งจัง"

            ตาดำคมหลับพริ้มใบหน้าเปื้อนยิ้มเปี่ยมสุข คนอย่างฮิเดกิไม่ได้ต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมายเขาขอเพียงกำลังใจจากคนรักก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีแรงก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว

            "ที่คุณบอกว่าเริ่มนโยบายมือสะอาด...เป็นไปด้วยดีไหมคะ" มินตริญาชวนคุยเล็กๆน้อยๆเผื่อว่ามีเรื่องไหนที่เขาติดขัดเธออาจจะสามารถช่วยเขาได้บ้าง

            "อืม...ไม่ยากมากแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับ"

            "สู้นะคะ เรื่องดีงามมันทำยากกว่าเรื่องเลวทราม เมื่อมีคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางคนที่เคยชินในเรื่องชั่วที่ทำได้โดยง่ายก็ไม่แปลกที่จะมีคนต่อต้าน"

            ใช่...จริงอย่างที่มินตริญาพูด ฮิเดกิเองก็แอบท้ออยู่ลึกๆ เขากำลังสู้อยู่กับนักเลงที่วนเวียนทำแต่เรื่องเลวทรามชั่วช้ามานาน การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องยากพอสมควร ถึงจะท้อแท้แต่เมื่อได้รับกำลังใจและคำปลอบใจก็ทำให้ฮิเดกิมีแรงลุกขึ้นมาสู้ได้อีกครั้ง

            "แล้ว...ที่คุณเคยบอกว่าสงสัยพวกหัวหน้าระดับสูง...ครั้งที่แล้วที่คุณประชุม มีอะไรน่าสงสัยหรือเปล่าล่ะคะ"

          "ไม่...ไม่มีเลย ผมพยายามจับผิดและลอบสังเกตแล้วแต่กลับไม่เจออะไรผิดสังเกตเลยแม้แต่น้อย มันแนบเนียนตีหน้าได้เก่งมาก จะมีก็เพียง...คนคัดค้านซึ่งผมคิดว่ามันเป็นปกติที่เขาผู้นั้นจะต้องค้านเพียงเพราะทิฐิ ไม่ใช่เพราะ...เรื่องฆ่าพ่อ" ฮิเดกิขมวดคิ้วยุ่งพยายามนึกคิดถึงความเป็นไปได้แต่ก็ไม่สามารถชี้ตัวได้โดยปราศจากหลักฐาน แต่เขาเชื่อเหลือเกินว่าหากเขาทำทีเข้ามาคลุกคลีและดูข้อมูลการทำธุรกิจทุกอย่างของสาขาคิตะแล้วจะต้องเจออะไรเข้าอย่างแน่นอน

            "หรือว่ามันจะไม่ใช่หัวหน้าระดับสูงคะ?"

            "ไม่...ไม่มีทาง มันต้องเป็นสมาชิกระดับสูงนี่แหละผมมั่นใจ เพียงแค่ผมต้องหาหลักฐานมัดตัวมันให้ได้ก่อน"

            "ขมวดคิ้วจนยุ่งไปหมดแล้วค่ะ" มือเล็กจับคิ้วที่ผูกกันยุ่งยืดให้มันคลายออกจากกันจนฮิเดกิอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนี้

            ก๊อกๆ

          เสียงเคาะประตูห้องบอกสัญญาณ ฮิเดกิยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปไวเสียเหลือเกิน เขาต้องรีบเตรียมตัวไปทำงานต่อแล้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้นมาด้วยความเสียดาย

            "ผมขอโทษที่ลากคุณมาด้วย มันอาจจะทำให้คุณเบื่อแต่ผมก็ทิ้งคุณไว้คนเดียวไม่ได้มันเสี่ยงเกินไป"

            "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ"

            ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาขอจูบเรียกกำลังใจเบาๆให้กับตัวเองซึ่งมินตริญาก็ยอมให้เขาทำแบบนั้น

 

          ฮิเดกิเดินออกจากห้องไป แจยอลและยูอิจิตามประกบซ้ายขวาโดยมีรองหัวหน้าสาขาคิตะเดินนำไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้

          บนโต๊ะมีแฟ้มกองโตวางเรียงรายอยู่เพียงห้าหกแฟ้ม ภายในเป็นข้อมูลย้อนหลังสองปี พวกผู้ชายเถื่อนพวกนี้หามาเท่าที่หาได้เพราะซาโตชิเป็นพวกไม่เก่งงานเอกสาร ไม่เคยจัดเก็บอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ข้อมูลทุกอย่างสะเปะสะปะไม่ต่อเนื่อง แต่มีเพียงอย่างเดียวที่จัดเก็บไว้อย่างดีนั้นก็คือรายชื่อลูกค้าเมื่อสองปีที่แล้ว

            "ส่วนใหญ่ อาวุธ ยาเสพติดและผู้หญิงจะมาจากจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันครับ มีมาจากรัสเซียบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธครับ"

          รองหัวหน้าสาขาคิตะอธิบายเขาพอจะเดาใจนายใหญ่ถูกเพราะเห็นว่าสายตาดุดันมองไปที่ชื่อลูกค้า

            "ตอนนี้ลูกค้าพวกนี้ไปไหนกันหมดแล้ว"

            "เอ่อ...ผมให้คนของผมไปสืบมา มันบอกว่าตอนนี้ไปรับของทางจังหวัดอิชิกะวะครับ"

            ตรงตามข้อมูลที่เขาได้รับมาจากยูอิจิ สายตาดำคมพยายามหาเอกสารอย่างอื่นมาดูแต่ก็ไม่เจออะไร

            "จังหวัดอิชิกะวะ เป็นเขตของพวกนายด้วยหรือเปล่า"

            "เปล่าครับนายใหญ่ จังหวัดนั้นไม่เคยเป็นเขตการดูแลของพวกเราเลยและไม่มีวันจะเข้าไปเหยียบด้วยครับ"

            "ทำไม?" ร่างสูงลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋าเมื่อได้ยินสิ่งที่รองหัวหน้าสาขาคิตะพูด นัยน์ตาวาวโรจน์จับจ้องไปที่ชายหัวเกรียนหน้าโหด ทำเอาชายผู้นั้นพูดตะกุกตะกักด้วยความหวาดกลัว

            "เอ่อ...แต่ก่อนและปัจจุบันมันเป็นจังหวัดที่นักการเมืองตระกูลชิราโทริดูแลอยู่ครับ ท่านซาโตชิไม่ถูกกับตระกูลนี้มาก่อนเลยไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งครับ"

            "เรื่องอะไร?"

            "อ่ะ...เอ่อ...ผมไม่รู้รายละเอียดครับ เคยถามซาโตชิซังแต่ก็โดนไล่เตะออกมาทุกที"

            "นักการเมืองอย่างนั้นเหรอ ฮึ..." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยโทสะ มุมปากสีช้ำยกขึ้นคล้ายๆจะดูถูก เมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากรองหัวหน้าสาขาคิตะแล้วมันทำให้ฮิเดกิคลายข้อสงสัยไปได้มากทีเดียว รูปการมันชัดเจนขึ้นมาก นับวันเขายิ่งเดินเข้าใกล้ความจริงและฆาตกรที่ฆ่าพ่อเขาเข้าไปทุกทีๆ



 

ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha