ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 27 : ข่าวหน้าหนึ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




                เอริกะเดินออกมาจากโรงพักหลังจากได้รู้ว่าจินยะส่งคดีฆ่าตัดคอ มิยากาวะ โทระ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มมิยากาวะให้ลูกน้องตามสืบต่อเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปทำงานกับหน่วยเฉพาะกิจ ด้วยเชื่อว่าการตายของชายผู้นี้จะนำไปสู่เส้นทางการค้ายาเสพติดและอาวุธ คดีนี้คงเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ที่ไม่ลงรอยถึงจะยังไม่มีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมแต่จินยะก็เชื่อว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น ในตอนนี้ทางตำรวจกำลังพยายามติดต่อหาเจ้าของคลิปเพื่อมาเป็นพยาน แต่ในตอนนั้นเอริกะได้แต่นิ่งเงียบไม่ได้บอกไปว่าใครเป็นเจ้าของคลิป

            กลางดึกไร้ซึ่งผู้คนร่างสูงโปร่งค่อยๆเดินกลับโรงแรมหลังจากที่ตามทำข่าวเรื่องศพปริศนาฆ่าตัดคอด้วยความเหนื่อยอ่อน เหนื่อยกายไม่เท่าไรแต่เหนื่อยใจ...มันช่างบั่นทอนพลังของเอริกะเสียเหลือเกิน

             หลังจากคืนนั้นที่เธอได้รู้ถึงความรู้สึกจากก้นบึ้งจากจิตใจของจินยะแล้ว มันทำให้เอริกะเศร้าเสียใจ อับอาย และที่สำคัญเธอกลับรู้สึกโกรธมินตริญาอย่างไม่มีเหตุผล ในคืนนั้นเอริกะเหมือนโดนมินตริญาตบหน้า ในห้วงแห่งความคิดอันฟุ้งซ่านเมื่อหลับตาทีไรก็เห็นภาพจินยะและมินตริญากำลังโอบกอดกันแล้วมองมายังเธอด้วยสายตาที่รังเกียจและเหยียดหยาม

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลเรียวหางชี้มีแต่น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย ยังดีที่เวลานี้ผู้คนไม่พลุกพล่านเอริกะจึงร้องไห้อย่างไม่อายสายตาใครมากนัก เมื่อก้าวเท้าเข้าไปหัวมุมถนนซึ่งอยู่ใต้สะพานเหล็ก มันทั้งมืดและเปลี่ยวต่างจากเวลาอื่นที่เต็มไปด้วยผู้คนยิ่งนัก

            เอริกะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนอื่นนอกเหนือไปจากของตัวเอง เมื่อลองหยุดเดิน เสียงนั้นก็หยุดตาม และเมื่อเริ่มเดินอีกครั้ง เสียงฝีเท้าด้านหลังก็ออกเดินตามเช่นกัน ความกลัวคืบคลานเข้ามาในจิตใจ ก่อนหน้านี้ที่เคยโดนดักยิงหน้าโรงพักยังผ่านไปไม่ทันไร ตอนนี้กลับมีคนน่าสงสัยเดินตามมาอีกแล้ว

            เอริกะเร่งฝีเท้าก้าวเดินให้ไวยิ่งขึ้น ไวขึ้นอีกจนเปลี่ยนเป็นวิ่ง เสียงฝีเท้าพวกนั้นมันเข้ามาใกล้ตัวของเอริกะมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่ตื่นกลัวหันไปมองข้างหลัง มีผู้ชายสวมชุดดำวิ่งตามเธอมาจริงๆและในตอนนี้ห่างกันแค่ไม่กี่เมตร ข้อมือเอริกะถูกคว้าแล้วฉุดกระชากเข้าไปในตรอกแคบๆระหว่างตึกข้างทาง

            "กรี๊ด! อุ้บ!"

            ปากที่กำลังส่งเสียงร้องถูกปิดด้วยมือหยาบหนา พร้อมๆกับมีดเล่มยาวมาจ่อที่คอหอยของเธอ มีผู้ชายอีกคนหนึ่งใส่ผ้าปิดจมูกสีดำเดินออกมาอย่างใจเย็นจากด้านหลังชายคนที่กำลังปิดปากและเอามีดจี้คอเธออยู่

            "ใครเป็นเจ้าของคลิปฆ่าตัดคอ มึงใช่ไหม?!"

            มือหยาบหนาคลายออกเพื่อให้เอริกะได้ปริปากพูด ความกลัวตายแล่นเข้ามาในจิตใจ เหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากทั้งที่อากาศก็หนาว เอริกะไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าคมมีดจะกินลึกเข้าไปในคอของตน

            "ม...ไม่ใช่! ไม่ใช่ฉัน!" เอริกะบอกปฏิเสธปัดไปให้พ้นตัว

            "กูให้โอกาสมึงอีกครั้ง...ใคร...เป็นเจ้าของคลิป ใช่อีนี้หรือเปล่า?!"

            ผู้ชายใจหยาบหยิบเอาบัตรแข็งๆออกมาชูให้เอริกะเห็นตรงหน้า ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนั้นจะมืดแต่ก็ยังมีแสงสว่างจากตึกฝั่งตรงข้ามส่องรอดเข้ามาพอให้เห็นรายละเอียดในบัตร มีชื่อและรูปภาพประจำตัวที่บัตร ไม่ผิดแน่มันคือบัตรประจำตัวประชาชนของมินตริญา ด้วยอะไรบางอย่างในความนึกคิด สมองสั่งให้เอริกะพยักหน้าช้าๆเป็นการตอบรับ

            "รู้ไหมว่ามันอยู่ไหน?!"

            "ม...ไม่รู้! ฉันไม่รู้!"

            "กูให้โอกาสมึงแล้วนะ แต่มึงเสือกไม่พูดเอง เฮ้ย! ฆ่าแม่ง!" ชายผู้นั้นพยักพเยิดส่งสัญญาณชายที่ถือมีดจ่ออยู่คอหอย เอริกะลืมตาโพลงให้กับคำสั่งของชายผู้นั้น เธอกำลังจะถูกฆ่าตาย!

            "เฮ้ย! ทำอะไรกัน!"

            เดชะบุญของเอริกะ มีตำรวจนายหนึ่งเดินมาตรวจเวรยามตามเวลาที่กำหนดพอดีเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงได้วอเรียกเพื่อนตำรวจเพื่อบอกพิกัดให้มาช่วยเหลือ แสงไฟฉายจากตำรวจผู้นั้นสาดส่องเข้ามายังจุดที่เอริกะยืนอยู่กับชายแปลกหน้าอีกสองคน

            "ช่วยด้วยค่ะคุณตำรวจ! ช่วยฉันด้วย!"

            ชายแปลกหน้าทั้งสองรีบวิ่งหนีสะบัดทิ้งร่างของเอริกะจนล้มลงกับพื้น ตำรวจเข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทัน เอริกะรีบยกมือขึ้นลูบคอของตัวเอง มีบาดแผลจากมีดเมื่อครู่บาดเข้าเนื้อแต่ก็ไม่ได้ลึกมากแต่ก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาถัดมา

 

            หลังจากทำแผลเสร็จ เอริกะมานั่งทบทวนถึงเรื่องราวเมื่อครู่ พวกมันมีบัตรประชาชนของมินตริญา นั้นก็แสดงว่านอกจากเธอแล้วมินตริญาเองก็ถูกตามล่าตัวในฐานะเจ้าของคลิป แต่พวกมันรู้ได้อย่างไรในเมื่อตอนที่เอริกะปล่อยคลิปนั่นลงโซเชียลเธอไม่ได้ใส่ชื่อใครไปด้วยซ้ำ แสดงว่า...พวกมันคงจะรู้อยู่แล้วว่ามินตริญาเป็นเจ้าของคลิปและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนทั้งๆที่ที่อยู่ในบัตรประชาชนก็ชัดเจนออกจะขนาดนั้น ความคิดชั่วๆแล่นขึ้นมาในจิตใจทันใด...เอริกะจับโทรศัพท์ได้ก็กดข้อความส่งหามินตริญาทันที

            "มินจัง ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน..."

          เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็มีข้อความตอบกลับมา

            "ฉันอยู่โทะยะมะค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

            เอริกะอ่านข้อความพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มไร้ซึ่งความปราณีเสียเหลือเกิน...

 

            ติ้ดๆ ติ้ดๆ ติ้ดๆ

            เสียงนาฬิกาปลุกซึ่งดังจากมือถือติดๆกันทำเอามินตริญาต้องรีบตื่นมาเอื้อมมือไปกดปิดเสียงที่หัวเตียง ทำเอาคนร่างใหญ่ในรอยสักที่กำลังนอนกอดร่างเล็กต้องตื่นจากภวังค์ด้วยความงัวเงียและหัวเสียกับการขัดจังหวะการพักผ่อนหลังกิจกรรมรักเร้าร้อนที่เพิ่งจะจบไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าของเขา

            มินตริญาพยายามยกแขนหนักๆออกจากกายของตนแล้วหยัดตัวลุกเพื่อลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำแต่กลับกลายเป็นว่าไปปลุกให้ฮิเดกิตื่นไปเสียนี่

            "คุณจะไปไหนแต่เช้า?" เสียงทุ้มดุเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่ามินตริญากำลังลุกออกจากเตียงนอนยับยู่ยี่ที่ผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน

            "เอ่อ...มีนัดค่ะ ที่หน้าโรงแรมนี่เอง"

            "เช้าขนาดนี้นี่นะ? นัดกับใคร?!"

            "เอ่อ...กับเพื่อนค่ะ"

            "เพื่อน? เพื่อนคนไหน?! ผู้หญิงหรือผู้ชาย?! แล้วทำไมถึงมาเช้าขนาดนี้"

            "ผู้หญิงค่ะ! ทำไมต้องดุด้วย คุณก็นอนต่อไปซิคะ จะตื่นมาทำไมกัน ฉันลงไปเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละค่ะ" มินตริญาปัดมือที่โอบเอวของตนด้วยอาการงอนที่ฮิเดกิขึ้นเสียงใส่เธอทำเอาร่างใหญ่ในรอยสักสะอึกเมื่อโดนโกรธ

            "เอ่อ...ไม่งอนนะ ผมขอโทษ เดี๋ยวผมจะไปด้วย คุณก็รู้ว่ามันไม่ปลอดภัยเท่าไร ผมไม่อยากให้คุณไปคนเดียว"

            มินตริญามองค้อนคนตัวสูงรอยสักพร้อยไปทั้งตัว แต่สายตาเคืองๆก็ค่อยๆอ่อนลงเพราะเขาเพิ่งจะขอโทษอย่างจริงใจไปเมื่อครู่ ฮิเดกิลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาแต่งชุดลำลอง  ทั้งสองรีบออกไปจากห้องพร้อมๆกัน

 

            มินตริญาแอบมองฮิเดกิด้วยความหลงใหล เขาในวันสบายๆไม่ได้ทำงานแบบนี้มันช่างดูละมุนน่ารัก เหมือนชายหนุ่มทั่วไปสมวัย ไม่ใช่นักธุรกิจหรือนายใหญ่ของกลุ่มมิยากาวะที่กุ่มอำนาจ คุมชายฉกรรจ์ใจโฉดกว่าหมื่นคนจนเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีรัศมีความน่ากลัวแผ่ออกมาให้เกรงขาม

            ผมที่เคยจัดทรงใส่เจลหวีเสยไปด้านหลังวันนี้มันปลิวไปตามแรงลมปรกหน้าผาก เสื้อเชิ้ตสีดำไม่ติดกระดุมคอ ชายเสื้ออยู่ในกางเกงผ้าสีดำขายาวถึงเพียงข้อเท้าตามสมัย รองเท้าหนังสีดำมันและเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำที่ถูกถอดพาดไว้กับพนักเก้าอี้ แผ่นหลังกว้างกำยำนั่งพิงไปกับเก้าอื้อย่างผ่อนคลาย ขายาวๆที่นั่งไขว่ห้างประกอบกับใบหน้าหล่อคมยามก้มอ่านหนังสือพิมพ์มันช่างเซ็กซี่เย้ายวนดูโดดเด่นด้วยคิ้วคมเข้มของเขา

          แค่เพียงมือใหญ่ยกแก้วกาแฟร้อนรสเข้มขึ้นมาจิบก็ทำเอาพนักงานในร้านต่างพากันกรี๊ดก๊าดใจละลายไปตามๆกันไม่เว้นแม้แต่มินตริญาเอง แต่แปลกที่เธอกลับไม่หึงแถมชอบใจเสียด้วยที่ว่าที่สามีของตัวเองเป็นที่นิยมขนาดนี้ มันรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้นั่งเคียงข้างผู้ชายซึ่งหลายๆคนต่างก็หมายปอง

            "ก็ดีเหมือนกัน ได้มาดื่มกาแฟที่อื่นที่ไม่ใช่ในโรงแรมบ้าง" ฮิเดกิพูดพลางจิบกาแฟร้อนในแก้วมีหูสีขาว มือก็จับคลี่กระดาษหนังสือพิมพ์ออกขึ้นอ่านตามแบบนักธุรกิจเสพข่าวเยี่ยงเขา ไม่นานนักคนที่มินตริญารอคอยก็เดินเข้ามาในร้าน

            “มินจัง รอนานไหม

            “กันจัง! คิดถึงจังเลย

            สองสาวกระโดดกอดกันกลมด้วยความคิดถึง เมื่อคืนนี้กันนิดาส่งข้อความมาหามินตริญาว่าเธอเองก็จะมาเที่ยวและช่วยเพื่อนอีกคนที่มีกิจการเปิดคลินิกในจังหวัดอิชิกะวะช่วงวันหยุด กันนิดาจึงแวะมาหามินตริญาที่จังหวัดโทะยะมะก่อนเพื่อเอาแลคเชอร์มาให้เพื่อนรักด้วย สายตาของกันนิดาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น มินตริญาจึงทำท่าจะแนะนำให้รู้จัก

            “เอ่อ...นี่คือ…”

            “มิยากาวะ ฮิเดกิ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีรายได้ต่อปีติดหนึ่งในสิบของญี่ปุ่น! กันนิดากลับโพลงพูดออกมาเสียงดังด้วยท่าทางตื่นตระหนกแต่รายละเอียดครบถ้วน มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก เธอเป็นแฟนคลับของฮิเดกิหลังจากที่ได้อ่านนิตยสารเล่มหนึ่งในทันที แต่วันนี้ไม่คิดว่าเธอจะได้มาเห็นตัวเป็นๆแถมยังมากับเพื่อนสาวคนสนิทเสียด้วย

            “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ.... ฮิเดกิเว้นวรรคชื่อของเพื่อนสาวมินตริญาเอาไว้ให้เธอได้แนะนำเองพร้อมกับยื่นมือเพื่อทักทายและโปรยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเพื่อนสาวของมินตริญา

            “ก...กัน...กันนิดา ฉัตรกุล ป...เป็นเพื่อนกับ...ม...มินจังค่ะ!

เพียงเท่านี้ก็ทำเอากันนิดาหน้าแดงฉ่าออกอาการตื่นเต้นพูดจาติดขัด เธอรีบยื่นมือไปจับทักทายตอบทันควันโดยไม่ต้องรอให้ใครมาเชื้อเชิญ

            “กันจัง ขอบคุณนะที่อุตส่าห์เอาแลคเชอร์มาให้ถึงที่นี้ พอดีแจยอลซังเองก็ไม่ว่างเลย

            “ไม่! ไม่เป็นไรเลย! ดีเสียอีกที่ได้มาเจอ...เธอด้วย...แหม เอ่อ...แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่กับ...

            “คือผมเป็นคู่หมั้นมินจัง เรากำลังจะแต่งงานกันครับ ฮิเดกิโอบไหล่บางกระชับเข้าหาตัวปนยิ้มหวาน ทำกันนิดาหุบยิ้มแทบจะทันใด อยู่ๆคนที่แอบปลื้มยกให้เป็นไอดอลกลับมีแฟนแล้วและที่สำคัญคนนั้นก็คือเพื่อนของตัวเอง แต่กระนั้นแล้วกันนิดาก็รู้สึกดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น

            “ที่แท้ที่เธอหายไปก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง มินจัง...วันหลังบอกฉันมาตามตรงก็ได้นะ ไม่เห็นต้องโกหกว่าพ่อเอาเงินไปเล่นพนันเลย แต่ก็...ดีใจด้วยนะมินจัง ยินดีด้วยจริงๆ!

 

ทั้งสามนั่งคุยกันอยู่ได้อีกพักใหญ่ๆ กันนิดาก็ขอตัวไปหาเพื่อนที่จังหวัดอิชิกะวะซึ่งนัดกันเอาไว้ กันนิดาโบกมือลาไม่วายส่งยิ้มยั่วๆให้ฮิเดกิเพื่อหยอกล้อตามประสาคนอารมณ์ดี

            “อย่าลืมนะคะมิยากาวะซัง ถ้าเบื่อมินจังเมื่อไร แวะมาหาฉันได้ทันที

            “ฮ่าๆ ได้ครับ อ๊ะ! แจยอลมาพอดี ไปด้วยกันกับเขานะครับ ผมจะให้เขาไปส่งคุณที่จังหวัดอิชิกะวะ

            กันนิดาหันขวับไปมองคนตัวใหญ่ตาตี่ที่เพิ่งเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์และพยายามจะปฏิเสธฮิเดกิไปแต่

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ คุณเป็นเพื่อนกับมินจัง ผมก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด อีกอย่างแจยอลก็กำลังจะไปจังหวัดอิชิกะวะเหมือนกัน ให้เขาไปส่งคุณเถอะนะครับ

            เหตุผลที่อ้างมาไม่ได้ทำให้กันนิดาใจอ่อนแต่เธออ่อนระทวยให้กับสายตาดุคมแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์รวมไปจนถึงรอยยิ้มพิมพ์ใจแต่ดูแบดบอยแบบผู้นำมีอำนาจนั้นต่างหากที่ทำให้กันนิดาปฏิเสธไม่ลง

            ร่างเล็กในชุดสไตล์โมริที่ถึงแม้จะดูรุ่มร่ามแต่ก็ดูน่ารักเข้ากับผิวขาวและผมม้าสั้นเต่อของกันนิดาเดินตามหลังชายหนุ่มตาตี่เล็กแต่ตัวสูงใหญ่อย่างกับตึกออกไปจากร้านด้วยความจำใจ

            ฮิเดกิเองก็เอื้อมมือไปหยิบเสื้อโค้ทและคว้ามือบางเอาไว้เตรียมจะจูงกันกลับเช่นกันแต่มินตริญาก็รั้งเขาเอาไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยวค่ะ ยังมีอีกคนแต่เธอยังไม่มา มินตริญาไม่กล้าบอกกับฮิเดกิว่าเธอนัดเจอกับเอริกะนักข่าวสาวไว้ด้วยเช่นกัน

            ถึงแม้ว่าเหตุผลในการเจอกันครั้งนี้จะเป็นเพียงการขอบคุณก็เถอะ มินตริญาพยายามบอกปฏิเสธไปแล้วแต่เอริกะก็ยังยืนยันว่าจะขอเข้ามาขอบคุณเรื่องคลิปที่เคยได้จากมินตริญาไป โดยอ้างว่าอาจจะไม่กลับมาญี่ปุ่นอีกเพราะข่าวที่ได้จากมินตริญาทำให้เอริกะได้เลื่อนตำแหน่งและจะได้ไปเป็นนักข่าวที่ต่างประเทศขอเพียงได้เข้ามาขอบคุณเล็กน้อยก่อนจากลา มินตริญาจึงจำยอมตอบตกลงไป

            แต่จนแล้วจนรอดเอริกะก็ยังไม่มาเสียที มินตริญาจึงส่งข้อความไปหาอีกครั้งเพื่อสอบถาม แต่เอริกะกลับส่งข้อความกลับมาขอโทษที่ไม่สามารถไปได้แล้วเนื่องจากติดธุระสำคัญ ทำเอามินตริญาถอนหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจที่เอริกะปล่อยให้เธอและฮิเดกินั่งรออยู่นานสองนาน เมื่อแน่ใจว่าเอริกะไม่มาแล้วมินตริญาก็ชวนคู่รักหนุ่มจูงมือกันกลับเข้าไปในโรงแรมด้วยกันในช่วงสาย

          ทว่าตรงข้ามฝากถนนในร้านสะดวกซื้อซึ่งเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงกลับมีหญิงร่างสูงโปร่งใส่แว่นตาดำกันแดดอำพรางนั่งจิบกาแฟในถ้วยกระดาษ มือบางยกเอากล้องถ่ายรูปขึ้นมาใส่เลนส์ซูมแล้วกดปุ่มชัตเตอร์รัวๆเมื่อเห็นคู่หนุ่มสาวเดินออกมาจากร้านกาแฟ เมื่อทั้งสองหายเข้าไปด้วยกันในโรงแรมแล้วมือบางนั้นจึงหยุดถ่ายภาพแล้วเก็บกล้องถ่ายรูปใส่ลงกระเป๋าไว้เช่นเคยพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมา 

            "ฮัลโหล ฉันจะส่งรูปไปให้นายช่วยลงข่าวตามที่ฉันเขียนและลงมันทุกทาง ตอนนี้เลย!" ปากบางสีสวยจิบกาแฟในแก้วกระดาษที่ขอบเปื้อนรอยลิปสติกอีกครั้งก่อนจะยกยิ้มมุมปากเยี่ยงผู้ชนะ...

 

            กันนิดาคอยเหลือบมองชายที่นั่งหน้านิ่งขับรถเงียบๆเป็นพักๆ ขบวนรถคันสีดำที่ขับออกมาพร้อมๆกันอีกสามสีคันมันทำให้กันนิดานั่งไม่ค่อยติดเบาะเท่าไร ในใจได้แต่คิดภาวนาขออย่าให้ชายพวกนี้เป็นนักเลงของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเรื่องความโหด เถื่อน ไร้ความปราณีพวกนั้นเลย แต่เมื่อนึกถึงมิยากาวะ ฮิเดกิ แล้วมันทำให้กันนิดาค่อยเบาใจลงไปได้มากเมื่อพยายามหลอกกับตัวเองว่าคนพวกนี้คงจะเป็นลูกน้องหรือบอร์ดี้การ์ดในบริษัทเพียงเท่านั้น

            "คุณปวดฉี่เหรอ ทนอีกนิด ใกล้ถึงแล้วครับ" แจยอลเอ่ยออกมาทั้งที่ตาก็มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่คิดว่าประโยคที่แสดงความเป็นห่วงนั้นจะทำให้กันนิดาต้องอายจนหน้าแดง

            "อี...อีตาบ้า! ฉันไม่ได้ปวดฉี่สักหน่อย"

            "อ้าว ก็เห็นคุณนั่งกระสับกระส่ายแล้วเอาแต่จ้องหน้าผม ก็คิดว่า..."

            Rrrr    Rrrr

            "ฮัลโหล"

            "แจยอล รีบหน่อยนะ เดี๋ยวจะไม่ทันนำหลักฐานชิ้นนี้เข้าที่ประชุม"

            "รับทราบครับนายใหญ่ ผมส่งเพื่อนคิคุชิซังเมื่อไรจะรีบไปทันทีครับ"

            ฮิเดกิโทรมาย้ำเกี่ยวกับงานที่มอบหมายให้แจยอลได้ทำ เป็นงานชิ้นสำคัญที่เขาจะทำพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด เมื่อวางสายเสร็จ หน้านิ่งที่ค่อนไปทางเครียดกลับหันมายิ้มให้กันนิดาตามนิสัยคนเจ้าชู้ชอบเอาใจผู้หญิง ถึงแม้ว่าการเจอกันครั้งแรกระหว่างเขาและเธอจะดูไม่ค่อยโสภาเท่าไรก็ตาม

            "คุณจอดให้ฉันลงตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้านั้นก็ได้ คุณรีบไม่ใช่เหรอ หลังจากนี้ฉันไปต่อเองก็ได้ไม่ต้องลำบากหรอก"

            "แต่ว่า...นายใหญ่สั่งมา"

            "ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่ขับรถมาส่งฉันจนถึงในเมืองขนาดนี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว ฉันลงตรงนี้แหละ"

            ถึงแม้ว่าแจยอลจะไม่ค่อยชอบใจที่ไม่สามารถดูแลผู้หญิงได้สมบูรณ์แบบเหมือนอย่างเคยเท่าไรนักแต่ก็ตัดสินใจจอดรถส่งกันนิดาที่ป้ายรถเมล์เมื่อเธอยืนยันว่าจะไปต่อเอง

            "ขอบคุณนายมาก ฉันไปล่ะ"

          กันนิดาปลดเข็มขัดนิรภัยออกพร้อมกับก้มหัวแสดงความขอบคุณตามมารยาทและไม่ลืมที่จะยิ้มตอบกลับไปให้เมื่อแจยอลยิ้มให้เธอก่อน ร่างบางในชุดยาวรุ่มร่ามสะพายเป้หนังสีน้ำตาลใบเล็กไปนั่งรอรถเมล์ในขณะที่รถคันสีดำที่เพิ่งมาส่งค่อยๆขยับเคลื่อนออกไปข้างหน้าช้าๆ

 

แจยอลอดแอบมองผู้หญิงผมหน้าม้าเต่อถักเปียหลวมๆสองข้างที่นั่งรอรถเมล์อยู่ รอยยิ้มเมื่อครู่ทำเอาหัวใจอารักขาสุดโหดอย่างเขากระตุกวูบวาบอย่างไม่มีสาเหตุ

            "จะตื่นเต้นทำไม? จะห่วงเธอทำไมกัน? นั่นยัยรุ่มร่ามนะ! โธ่เว้ย! แจยอล! ตั้งสติๆ!" เมื่อดึงสติของตัวเองกลับมาได้แจยอลรีบเหยียบคันเร่งไปยังจุดหมายปลายทางที่รออยู่

            คนที่เขากำลังจะไปหา ไม่ใช่ซิ ต้องเรียกว่าวางอุบายเพื่อตามล่าเดินมาตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง หลักฐานทุกอย่างอยู่ที่เธอผู้นั้น ชิราโทริ ซายูริ และเขากำลังจะไปเค้นถามด้วยมือของตัวเอง ไอ้คนที่คิดคดทรยศต่อกลุ่มมิยากาวะจะต้องได้รับบทลงโทษอย่างสาสม

 

            "นายใหญ่ครับ แจยอลติดต่อมาแล้วครับ" ยูอิจิยื่นโทรศัพท์ที่มีแจยอลอยู่ปลายสายให้กับฮิเดกิก่อนถึงเวลาการประชุมใหญ่

          "ขอบใจมากแจยอล ทันเวลาพอดี อืม...ฉันฟังคลิปเสียงแล้ว นายติดต่อทางการของจังหวัดอิชิกะวะไว้แล้วใช่ไหม...อืม...เป็นไปตามแผน ดี...นายไปอยู่รอที่ท่าเรือในจังหวัดอิชิกะวะได้เลย"

            ปี๊บ...

            นิ้วเรียวใหญ่กดปุ่มวางสาย ดูเหมือนทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผน หลักฐานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านเอกสารและบุคคลพร้อมหมดแล้ว จะเหลือก็เพียง...รอเวลาให้เหยื่อเดินมาติดกับ

 

            เมื่อวานหลังจากที่ยูอิจิได้ทำทีเป็นขอข้อมูลทางบัญชีตามที่ฮิเดกิสั่งไว้ก็เจอสิ่งผิดปกติตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้จริงๆ ผู้นำกลุ่มสูงสุดอย่างฮิเดกิไม่รอช้า เขาได้ติดต่อหัวหน้าสาขาและเขตต่างๆมาประชุมที่จังหวัดโทะยะมะ ถึงเวลาที่ต้องเปิดม่านฉากการแสดงและเผยตัวคนร้ายฆ่าตัดคอหัวหน้าสาขาคิตะและอดีตนายใหญ่แล้ว...

            เมื่อถึงเวลาตามที่ได้นัดหมาย ผู้อาวุโส หัวหน้าสาขาและเขตทุกคนต่างพากันเดินทางเข้าไปในห้องประชุมของโรงแรมที่ถูกจัดเอาไว้ ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่ภายนอกชายคาบ้านอดีตนายใหญ่ในรอบสิบปีเลยทีเดียว ทุกคนไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่ถูกเรียกให้มามากนักรู้แต่เพียงว่าเป็นเรื่องด่วนและสำคัญเท่านั้น

            หลังจากวันที่ฮิเดกิลงดาบบนโต๊ะจนขาดเป็นสองท่อนก็ไม่มีหัวหน้าสาขาและเขตคนไหนกล้าต่อกรกับนายใหญ่คนนี้อีก อันที่จริงเพียงแค่โต๊ะพังไปตัวสองตัวมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรนักหนา ทว่า...สีหน้าที่เหี้ยมโหดดุจเสือร้ายที่กำลังอ้าปากคำรามแย่งเขี้ยวขู่ใส่คู่ต่อสู้และแววตาดำนิลคมกริบที่เพียงแค่มองไปทางไหนก็เหมือนมีดาบคะตะนะมาฟาดฟันจนร่างขาดเป็นสองท่อนได้ในพริบตานั่น...ไหนจะกลิ่นอายสังหารที่แผ่กระจายออกมาจากฮิเดกิมันทำให้ทุกคนหนาวสันหลังไปตามๆกัน และนั้นก็ทำให้ทุกคนยอมทำตามนโยบายของฮิเดกิอย่างแข็งขัน จนทำให้ในสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีความคืบหน้าของโครงการมือสะอาดไปมากกว่า 70%

          รถสีดำคันใหญ่ทยอยมาจอดหน้าโรงแรม กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหัวหงอกหัวดำท่าทางน่ากลัวเดินลงมาจากรถสร้างบรรยากาศน่าอึดอัดให้กับแขกคนอื่นในโรงแรมได้ไม่น้อย

            อุปกรณ์ทุกอย่างภายในห้องประชุมช่างทันสมัย โต๊ะยาวต่อกันเป็นตัวยูหันหน้าเข้าหากัน บนโต๊ะมีเล่มเอกสารปึกหนึ่งวางไว้ประจำที่ของแต่ละคน มีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่เคลือบด้วยแสงไฟสีฟ้าจากเครื่องฉายแขวนอยู่ที่ฝาผนังตรงหัวโต๊ะ โน้ตบุ้คคอมพิวเตอร์สองตัวถูกวางไว้ติดกันบริเวณโต๊ะด้านหน้าสุด เครื่องดื่มและของว่างถูกจัดไว้มุมห้องแสดงให้เห็นว่าการประชุมนี้คงจะกินเวลานานพอสมควร

            บรรยากาศการประชุมอย่างเป็นทางการแบบนี้ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับหัวหน้าสาขาและหัวหน้าเขตรุ่นเก่าที่บางคนก็อายุคราวพ่อของฮิเดกิไปแล้ว พวกเขาเคยชินอยู่กับการทุบโต๊ะเตี้ยชี้หน้าตะโกนด่าใส่กันในห้องขนาดสิบสี่เสื่อเสียมากกว่า

            จะมีสิ่งหนึ่งที่ขัดกับเทคโนโลยีทันสมัยนี้ก็คือดาบคะตะนะของฮิเดกิที่ถูกวางเอาไว้บริเวณหัวโต๊ะด้านหน้าสุด เขาให้มันเป็นตัวแทนของพ่อที่ตายไปเสมือนมีร่างอดีตนายใหญ่มาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

            และก็เหมือนอย่างทุกครั้ง ฮิเดกิมายืนรอทุกคนในห้องประชุมอยู่แล้ว ทว่าในขณะที่สมาชิกหัวหน้าสาขาและเขตทยอยเดินเข้ามานั่งจนเกือบจะครบ ยูอิจิที่กำลังเบิกตาโพลงกับข่าวในอินเตอร์เน็ตต้องสาวเท้าก้าวยาวๆมาจากหลังห้องเพื่อยื่นโทรศัพท์ให้ฮิเดกิได้ดู

            "นายใหญ่ครับ...ดูนี่ซิครับ" ยูอิจิยกมือป้องปากตนแล้วกระซิบไปที่ข้างหูของผู้นำกลุ่มมิยากาวะที่กำลังนั่งตีหน้านิ่งแต่ดุดัน แล้วยื่นโทรศัพท์ให้นายใหญ่ของเขาได้เห็น สิ่งที่เห็นในหน้าข่าวทำเอานัยน์ตาคมเปิดกว้างขึ้นด้วยความตกใจเพียงชั่ววินาทีก่อนจะตีหน้าขรึมเช่นเดิม ทั้งสองพากันออกไปนอกห้องชั่วครู่ในระหว่างที่รอให้สมาชิกมาครบ

            "ยูอิจิ! หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล นายต้องรีบพามินจังหนีทันที! ไม่ต้องห่วงฉัน พาเธอไปที่บ้านป้ายูอิโกะและห้ามส่งเธอให้ไอ้จินยะหรือตำรวจโดยเด็ดขาด!"

            "ครับ นายใหญ่" ร่างสูงผมสีน้ำตาลโค้งรับคำสั่งของฮิเดกิซึ่งในตอนนี้ซ่อนความกังวลไว้ภายใต้สีหน้านิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป

            "อ้าว นายใหญ่ ยังไม่เข้าห้องประชุมอีกเหรอครับ?" น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเสียงขู่ของงูพิษดังฟ่อมาจากด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสอง เจ้าของเสียงนั้นเป็นของ คะนะยะ ทาคาชิ ผู้มาเยือนคนสุดท้ายที่ทุกคนต่างก็รอเพียงเพราะจะได้เริ่มการประชุมเสียที

            "ทุกคนกำลังรอคุณอยู่ เชิญครับ" ฮิเดกิผายมือให้เกียรติตามมารยาท นัยน์ตาดำคมดุดันเยี่ยงเสือร้ายช้อนมองไปที่ดวงตาเรียวเล็กจิกชี้ที่เจ้าเล่ห์เหมือนอสรพิษของทาคาชิอย่างไม่กลัวเกรง

            "นายใหญ่ต้องเข้าใจนะครับ ผมอยู่ใต้สุด นี่ก็ถือว่าเดินทางมาเร็วมากแล้ว"

            "หรือไม่ก็...คุณอาจจะอยู่แถวนี้อยู่แล้วแต่ติดธุระเสียจนมาสาย แต่ไม่เป็นไรครับ สายนิดสายหน่อยไม่เป็นไร เชิญครับ"

            ฮิเดกิปะทะคารมไม่ยอมลดละอ่อนข้อให้กับหัวหน้าสาขามินามิ คะนะยะ ทาคาชิ แต่จะแตกต่างกับการเถียงโดยทั่วไปก็ตรงที่ไม่มีการโวยวายใส่กันแต่อย่างใด มีเพียงการพูดกระทบกระเทียบกันให้เกิดความคุกรุ่นเล็กๆเท่านั้น ทาคาชิเหลือบมองฮิเดกิด้วยสายตาที่ปรามาสว่าเขาเป็นเพียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมที่จัดไว้กับอารักขาอีกสี่คน

            "สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องขอโทษทุกท่านที่เรียกมาประชุมด่วนในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับโครงการมือสะอาดเป็นอย่างดี ทุกอย่างดำเนินไปเร็วกว่าแผนที่ผมตั้งไว้เสียอีก แต่ที่เรียกมาในวันนี้เนื่องจากผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องการชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบ...ผม...จะไม่ขออ้อมค้อมอีกต่อไป นั้นคือเรื่องการตายของหัวหน้าสาขาคิตะ มัตซึโมะโตะ ซาโตชิ และอดีตนายใหญ่ของกลุ่มเรา มิยากาวะ โทระ"

            สิ่งที่ฮิเดกิพูดเรียกเสียงสบถดังอื้ออึงไปทั่วห้องประชุมได้เป็นอย่างดี ดวงตาดำคมของเสือร้ายเหลือบมองไปยังคนบงการที่นั่งอยู่ท้ายห้องประชุมอย่างท้าทาย...การแฉกำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้

 

            จินยะและทีมเฉพาะกิจได้ข่าวจากสายตำรวจว่าคืนวันนี้จะมีการลักลอบส่งยาและอาวุธที่ท่าเรือในจังหวัดอิชิกะวะ ดูเหมือนว่าข่าวที่ได้จะเป็นข่าวกรองเพราะเพื่อนของจินยะที่ประจำการอยู่ที่นั่นก็ยืนยันมาเช่นเดียวกันและในตอนนี้ก็กำลังจัดวางกำลังซุ่มดักจับอยู่อย่างเงียบๆ

            ช่วงบ่ายของวันก่อนจะไปจังหวัดอิชิกะวะ จินยะแวะเข้าไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีฆ่าตัดหัวกับลูกน้องเพื่อเอามาประกอบกับการสืบสวนที่ตัวเองทำอยู่กับทีมเฉพาะกิจ แต่ก็มีตำรวจนายหนึ่งในทีมที่ทำคดีนี้ลุกขึ้นพรวดพราดวิ่งเอาหนังสือพิมพ์พร้อมทั้งโทรศัพท์ไปให้จินยะได้ดู

            "ผู้กำกับการครับ! แย่แล้วครับ! ดูข่าวนี่ซิ!"

            "มีอะไรกัน?!" จินยะรับหนังสือพิมพ์มาดูข่าวที่พาดอยู่หน้าหนึ่ง

            นายตำรวจทุกคนเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดลงของจินยะ ทุกคนในทีมเมื่อเห็นข่าวที่ถูกตีพิมพ์และข่าวในอินเตอร์เน็ตต่างก็มีอาการไม่ต่างกัน ข่าวที่ว่าเป็นภาพของมินตริญาเดินจับมือกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างมิยากาวะ ฮิเดกิ ถ้าไม่ได้อ่านเนื้อความตัวอักษรก็จะคิดว่าข่าวนี้เป็นข่าวหน้าสังคมหรือบันเทิงที่เล่าถึงสถานะความสัมพันธ์ของชายหญิงทั้งสอง ทว่า...เนื้อข่าวกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เผยโฉมใบหน้าพยานคนสำคัญคดีฆ่าตัดคอทิ้งทะเล

คาดปมค้ายาค้าอาวุธที่ไม่ลงรอยในกลุ่มมิยากาวะ

            จินยะกำหนังสือพิมพ์จนยับยู่ยี่ด้วยแรงโทสะ ภาพใบหน้าของมินตริญาอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ใบหน้าแต่อย่างใดแถมยังบอกที่อยู่ของมินตริญาไว้ในกรอบข่าวเล็กๆข้างรูปของเธอและฮิเดกิเอาไว้อย่างจงใจ ทั้งชื่อสำนักข่าวและสไตล์การเขียนข่าวแบบไร้จรรยาบรรณเช่นนี้จินยะรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของเอริกะและก็รู้ด้วยว่าเธอจงใจทำให้ข่าวออกมาเป็นเช่นนี้...แต่ที่จินยะไม่รู้ก็คือ...เอริกะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร

            "ท...ทำไงดีครับผู้กำกับการ เธอต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ"

            "มีใครบอกกับนักข่าวหรือเปล่าว่าเรากำลังติดต่อให้เธอมาเป็นพยาน?!"

            ทุกคนนั่งเงียบก้มหน้างุดเพื่อหลีกหนีความผิดเพราะรู้ดีว่าหนึ่งในทีมเผลอปากพล่อยบอกเรื่องนี้กับนักข่าวสาวไปด้วยอยากให้เอริกะได้สานสัมพันธ์ต่อกับผู้กำกับการแต่กลับกลายเป็นความหวังดีที่ไม่ต้องการไปเสียได้

            "โธ่เว้ย! รีบประสานงานไปยังตำรวจที่โทะยะมะด่วนเลย!" จินยะสั่งการเสร็จก็รีบติดต่อไปยังหน่วยเฉพาะกิจของตนแล้วรีบออกเดินทางไปยังจังหวัดโทะยะมะก่อนจะไปจังหวัดอิชิกะวะเป็นการด่วน เขามั่นใจมากกว่าคดีฆ่าตัดคอและการลักลอบค้ายาอาวุธสงครามที่จังหวัดอิชิกะวะจะต้องเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน

            แต่ในเวลานี้ดวงใจของจินยะกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มินตริญากำลังตกอยู่ในอันตรายหากใครก็ตามแต่ที่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าตัดคอมันคงกำลังตามเก็บพยานเหมือนอย่างที่เอริกะเคยโดนแน่ๆและสิ่งหนึ่งที่ทำให้จินยะคิดได้นั่นก็คือการที่มินตริญายังอยู่รอดปลอดภัยดีอย่างทุกวันนี้ก็คงเป็นเพราะอยู่กับฮิเดกินี่เอง

           



ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha