ชำระแค้นหนี้รัก18+ The revenge of tiger (อัพจบ)

โดย: เศวยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 29 : เผชิญหน้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



                ปังๆๆๆๆๆ

            เสียงกระสุนที่ยิงสาดเข้ามาในห้องประชุมยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฮิเดกิยิงโต้กลับจนพวกของทาคาชิล้มลงไปนอนกองกับพื้นไปหลายคนก็จริงแต่วิกฤตในตอนนี้คือกระสุนในแมกกาซีนดันมาหมดเสียก่อน ร่างสูงจึงพยายามหมอบคลานไปคว้าปืนของคนที่นอนตายอยู่มาเป็นของตัวเองแล้วยิงสวนกลับไปจนกระสุนหมดอีกครั้ง มือใหญ่คว้าเอาดาบคะตะนะของตนมาแนบกายและพยายามออกจากห้องไปให้ได้ แต่ก็โดนขวางเอาไว้ด้วยคนของทาคาชิ            

            ถึงทีที่ดาบในฝักจะได้ออกมาสังหารศัตรูแล้ว...นิ้วโป้งดันไปที่ซึบะออกเล็กน้อยเพื่อส่งตัวดาบให้ออกมา มือข้างถนัดจับด้ามไว้มั่นแล้วดึงดาบมันปลาบออกมาฟาดฟัน

            ฟึ่บ!

            "อ้าก!"

            ฮิเดกิเหวี่ยงดาบลงอาญาไปยังผู้ที่หันปลายกระบอกปืนเข้าหาตน แม้เพียงออกแรงเบาๆแต่กลับทำให้แขนของมันผู้นั้นขาดออกจากตัวได้ในพริบตาราวกับว่าแรงกดที่เหลือมันออกมาจากตัวดาบเอง

            ตุบ!

            เสียงของมือที่ถือปืนอยู่ล่วงหล่นสู่พื้น ความคมของดาบทำให้บาดแผลเรียบกริบแต่เลือดจากแขนพุ่งกระเซ็นออกมาอาบไปทั่วบริเวณ นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ดาบคะตะนะของฮิเดกิได้ดื่มเลือดของฝ่ายศัตรู เมื่อได้ลิ้มรสชาติของเลือดแล้วดาบยังคงโหยหากลิ่นคาวเลือดอย่างไม่รู้จบ ร่างสูงลงดาบไปที่คู่ต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่กลัวเกรง ใบหน้าหล่อคมคายแปดเปื้อนไปด้วยเลือดของอีกฝ่ายที่ถูกลงดาบอย่างโหดเหี้ยม เลือดที่ต้องหลั่งออกมามากพอๆกับเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด

            ฮิเดกิหนีออกมาจากห้องประชุมนรกแห่งนั้นได้ในที่สุด แต่ก็ไม่วายที่จะถูกไล่ยิงตามออกมาเช่นกัน เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมคนของทาคาชิเยอะเช่นนี้ คนเหล่านี้ล้วนเป็นกุเรนไตที่ถูกว่าจ้างมาทั้งสิ้นไม่มีใครที่เป็นคนในกลุ่มมิยากาวะเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงวิ่งหลบออกมาจนกระทั่งถึงหลังโรงแรม

            เสียงกระสุนลั่นดังแต่คนที่ล้มลงกลับเป็นคนของทาคาชิอีกสองที่วิ่งไล่กวดตามหลังฮิเดกิมา

            เหมือนจะดีที่มีอารักขาเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน แต่เมื่อหันไปหาต้นเสียง นัยน์ตาดำดุคมกลับวาวโรจน์ขึ้นทันใด

            "ยูอิจิ! ทำไมนายยังกลับมาที่นี่อีก?! แล้วมินล่ะ?!"

            นัยน์ตาสีน้ำตาลผลุบลงต่ำเพื่อหลบสายตาอันเดือดดาล ยูอิจิแสดงท่าทีอึกอักออกมาให้ฮิเดกิได้เห็นเป็นครั้งแรก

            "ฉันถามว่ามินอยู่ที่ไหน?!" ฮิเดกิคำรามกร้าวใจปวดหนึบขึ้นมาเพราะลางสังหรณ์บอกอะไรบางอย่างกับเขา ยูอิจิหายใจเข้าท้องลึกๆก่อนที่จะยอมบอกความจริงและรู้โทษของตัวเองดี

            "นายใหญ่ครับ...ตลอดเวลาที่ผ่านมา ขอแค่นายใหญ่สั่ง ต่อให้เป็นนรกผมก็จะไป แต่ในตอนนี้ผมกลับทำเรื่องที่นายใหญ่ไม่สมควรให้อภัย..."

            มือใหญ่กำหมัดแน่น กรามขบกันจนเป็นสันนูน ฮิเดกิเริ่มจะระงับโทสะไม่ไหวที่อารักขาคนที่ไว้ใจกลับมาพูดจาไม่รู้เรื่องอยู่ในขณะนี้

            "ผมส่งตัวคิคุชิซังไปให้จินยะ...นั่นก็เพราะ...ผมมันสะเพร่าเอง ผมไม่สามารถดูแลเธอได้ แจยอลก็ถูกยิงตกทะเล นายใหญ่ก็ตกอยู่ในอันตราย ผมต้องส่งเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัยในสถานการณ์แบบนี้ให้ได้เสียก่อน"

            "ฉันสั่งนายแล้วใช่ไหม! ตำรวจพวกนั้นมันไว้ใจไม่ได้สักคน! พวกของมันอยู่ในนั้นตั้งมากมาย! นายรู้ไหมว่าเหมือนกับส่งมินไปตาย!"

            สายตาดุดันเหลือบไปเห็นแขนและมือสั่นเทาที่อาบเลือดของยูอิจิทำเอาไฟอารมณ์โกรธปะทุมอดลงไปกึ่งหนึ่ง ฮิเดกิพอจะเข้าใจว่าเหตุใดยูอิจิถึงตัดสินใจทำแบบนั้นไป เพราะบาดเจ็บ...หากยังดันทุรังหนีต่อไปก็มีแต่จะพามินตริญาไปตายด้วยเท่านั้น

            "ผมขอโทษครับ...ผม...เข้าใจความรู้สึกของนายใหญ่ดี เพราะ...ผมเอง...ก็ รัก เธอไม่ต่างจากนายใหญ่เลย ผม...จ...จูบ..."

            ผลัก!

            พูดยังไม่ทันจบประโยคดี กำปั้นอันหนักหน่วงทรงพลังกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของอารักขาจนร่างสูงผมสีน้ำตาลล้มลงกลิ้งไปตามถนน ฮิเดกิกระโจนเข้าไปคร่อมบนร่างของยูอิจิ มือใหญ่คว้ากระชากคอเสื้อเชิ้ตเปื้อนเลือดขึ้นมาให้สายตาเย็นชาของอารักขามาเผชิญกับสายตาดุคม

            "ที่ผ่านมา...นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอ?!...ว่านายคิดยังไงกับมิน...แต่ฉันก็ยังไว้ใจ...คิดว่าสักวันนายจะถอนตัวออกไปเอง แต่นาย! โธ่เว้ย!"

            ฮิเดกิไม่อาจทนฟังประโยคหลังของยูอิจิได้ มือใหญ่สั่นเทา ดวงไฟแห่งโทสะปะทุเดือดดาลขึ้นอีกครั้งผ่านแววตาดุดัน แต่...เพราะความจงรักภักดีที่ผ่านมาของยูอิจิ จึงทำให้ฮิเดกิไม่อาจลงโทษขั้นเด็ดขาดกับคนที่เขารักประหนึ่งน้องชายคนนี้ได้

            "ไป...ไป ไปให้พ้นหน้าฉัน!"

            "นายใหญ่ครับ! ผมผิดไปแล้ว! ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!"

            ร่างสูงสะบัดคอเสื้อที่ยับยู่ยี่เพราะตนออกแล้วหยัดตัวลุกขึ้นยืน ยูอิจิรีบลุกขึ้นมาคุกเข่าก้มหัวหน้าแนบพื้นเพราะสำนึกในความผิดของตน แต่ยังไม่ทันจะได้ปรับความเข้าใจกันดี คนของทาคาชิก็วิ่งตามมาถึงจุดที่ชายทั้งสองยืนอยู่ แต่โชคดีเหลือเกินที่คนของปู่ฮิเดโนริเข้ามาช่วยได้อย่างทันควัน ทว่าก็เข้ามาพร้อมๆกับตำรวจด้วยเช่นกัน

 

            กองกำลังตำรวจจังหวัดโทะยะมะและหน่วยเฉพาะกิจทีมของจินยะทะลวงเข้ายับยั้งเหตุการณ์ยิงปะทะกันภายในโรงแรมได้ในที่สุด

            “นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ! ยกมือขึ้น! ทิ้งอาวุธปืนให้หมด!

            ตำรวจมาถึงเอาก็ตอนที่จำนวนผู้มีชีวิตเหลือน้อยลงเต็มทีแล้ว คนของทางฝั่งทาคาชิเองก็ล้มตายไปเสียหลายคน จินยะจึงใช้อำนาจหน้าที่สั่งการให้ตำรวจจังหวัดโทะยะมะรวบจับกุมคนในเหตุการณ์ทั้งหมดไปที่โรงพักจึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเล็กน้อยในการเข้าระงับเหตุและกวาดต้อนผู้มีอาวุธอยู่ในมือ

            บางคนก็โดนจับบางคนก็หนีไปได้ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฮิเดกิ อารักขาของปู่ฮิเดโนริคุ้มกันตัวเขาและยูอิจิขึ้นรถขับออกไปทางหลังโรงแรมได้ในที่สุด

            แต่เหมือนกับจินยะจะรู้ทัน เขาและทีมเฉพาะกิจตามต้องสงสัยที่ออกไปทางด้านหลังโรงแรม

            “ผู้กำกับการโอดะครับ! มีคนเห็นว่า มิยากาวะ ฮิเดกิ ขึ้นรถทะเบียนนี้ออกไปทางด้านหลังของโรงแรมครับ!

            จินยะไม่รอช้าเขาและทีมงานพากันขึ้นรถคันเดิมเพื่อบุกตะลุยไปตามจับคนที่เขาเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาเข้าคุกในทันที

            เอี๊ยด!

            “นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ! ลงมาจากรถแล้วมอบตัวเดี๋ยวนี้!

            รถของฮิเดกิก็ถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยรถตำรวจถึงสามคัน จินยะรีบเปิดประตูรถทำเป็นกำบังพร้อมทั้งพูดกรอกใส่ไมค์ภายในรถตำรวจเพื่อบอกให้คนในรถมอบตัว และแล้วในที่สุดตำรวจทุกนายก็ได้เห็นร่างสูงที่ก้าวออกมาจากรถเป็นคนสุดท้าย รัศมีของผู้นำเฉกเช่นเสือเจ้าป่าเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามทำเอาตำรวจที่ถือปืนเล็งไปที่เป้าหมายเดียวกันถึงกับต้องผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อระบายความกลัวที่โลดแล่นเข้าสู่จิตใจ

            ฮิเดกิเดินลงจากรถโดยไม่ได้ชูมือทั้งสองขึ้นตามคำสั่งของตำรวจและที่ยอมออกมาก็ไม่ใช่เพราะหมดทางหนีแต่เพราะเขาต้องการเผชิญหน้ากับตำรวจที่ตามไล่ล่าเขาอย่างบ้าคลั่งต่างหาก และ...ได้ให้ยูอิจิใช้ช่วงชุลมุนหนีออกไป

            “บอกให้ยกมือ!

            โครม!

            จินยะและเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรงเข้ามาจับกุม มือของเขาจับหัวของฮิเดกิคว่ำไปกับกระโปรงรถเพื่อค้นตัว ผู้กำกับหนุ่มไม่เจออาวุธอะไรในตัวของฮิเดกิแต่ก็คว้าเอากุญแจมือหมายจะเอามาสับข้อมือใหญ่ที่เขาอาจเอื้อมมาจับแต่กลับโดนบิดข้อมือจนกุญแจมือล่วงหล่นลงกับพื้น

            ร่างใหญ่ของฮิเดกิหันมาประจันหน้ากับจินยะ นัยน์ตาดำคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจินยะอย่างดุดัน ในเวลานี้ดวงตาของจินยะกลับสั่นระริกด้วยความกลัวจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ มือใหญ่หนาเอื้อมไปจับบ่ากว้างแล้วบีบมันเข้าอย่างแรงจนร่างของผู้กำกับการหนุ่มต้องหดตัวหนีคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเหมือนกับเขายอมสยบให้กับฮิเดกิ

            “บอกให้ยกมือขึ้น!

            สันปืนกระแทกเข้าไปที่ท้ายทอยของร่างสูงอย่างแรง มือใหญ่ที่จับไหล่หนาของจินยะคลายออกในที่สุด ขายาวแข็งแกร่งก็ถูกถีบที่ข้อพับให้งอไปข้างหน้าตำรวจอีกนายถึงสามารถเข้ามาจับกดร่างของฮิเดกิให้คุกเข่าลงกับพื้นได้ การจับกุมฮิเดกิไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ต้องใช้หน่วยสวาทถึงสามนายเข้าประชิดจับกุมจากทางด้านหลังถึงสามารถช่วยจินยะออกมาได้

            ฮิเดกิถูกสับกุญแจมือได้ในที่สุด เขาและอารักขาของปู่ฮิเดโนริที่ส่งมาถูกจับไปที่สถานีตำรวจของจังหวัดโทะยะมะในเวลาต่อมา

 

            เรือประมงออกหาปลายามค่ำคืนค่อยๆทยอยออกจากท่าเพื่อออกทะเลหาเลี้ยงชีพ ในขณะที่ภรรยาของผู้ขับเรือกำลังช่วยสามีของเธอเตรียมของออกจากกฝั่งพร้อมทั้งหยิบยื่นห่อข้าวไว้สำหรับกินให้อิ่มท้องยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บเธอกลับเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างลอยมาตามเกลียวคลื่นที่ค่อนข้างแรงเพราะลมของวันนี้

            “คุณคะ! ช่วยส่องไฟไปทางนั้นหน่อย! ฝ่ายภรรยาตะโกนบอกสามีที่กำลังก้มๆเงยๆจัดเรียงอวนลากอยู่ท้ายเรือ ฝ่ายสามีเดินไปเปิดสปอร์ตไลท์อันเล็กกลางเรือแล้วส่องไปตามทิศที่ภรรยาชี้ สามีภรรยาทั้งสองพยายามหรี่ตาเพ่งมองก้อนวัตถุอะไรบางอย่างที่ลอยขึ้นมาจนกระทั่งเกยฝั่ง ก้อนสีดำๆ...แต่กลับมีบางส่วนที่สีคล้ายผิวมนุษย์

            “เฮ้ย! นั่นมันคนนี่! พวกเราไปช่วยกันหน่อยเร็ว!ฝ่ายสามีตะโกนร้องบอกพรรคพวกทั้งลูกเรือและคนจากเรืออื่นให้เข้าไปช่วยกันดูร่างของคนผู้นั้นซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนหาดทรายปนเลนไม่ไกลจากท่าเรือมากนัก

            หนึ่งในกลุ่มคนที่เข้าไปมุงดูค่อยๆยื่นมือจับร่างที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้นมา พบว่าเป็นชายบาดเจ็บที่ศีรษะและมีเลือดไหลออกมาจากหลังของเขา

            “ยังหายใจอยู่! ยังไม่ตาย! รีบพาไปหาหมอที่คลินิกใกล้ๆนี้ก่อนเร็วเข้า!

            โชคดีเหลือเกินที่ชายผู้นั้นยังไม่ตาย ชาวบ้านช่วยกันนำร่างคนหมดสติไปส่งถึงมือหมออย่างรวดเร็ว

 

            ตุบๆๆ

            “หมอ! หมอ!

            ชาวบ้านช่วยกันร้องเรียกพลางทุบประตูบานเลื่อนกระจกคลินิกที่ปิดไปแล้วตามเวลาด้วยความร้อนใจ ไม่นานนักไฟหน้าคลินิกสว่างขึ้น มีเสียงเดินจากภายในค่อยๆดังขึ้นเรื่อยจนมาเปิดประตูบานเลื่อน

            “มีอะไรเหรอครับ?”

            แพทย์เจ้าของคลินิกเดินมาจากด้านหลังตึกพร้อมกับลูกชาย อุเอดะ โนบุยูกิ ของเขา เนื่องจากเพิ่งจะปิดคลินิกได้ไม่นานครอบครัวของแพทย์ผู้นี้จึงยังไม่ขึ้นนอนแต่นั่งกินและคุยกันอยู่บริเวณหลังบ้าน ทุกคนในบ้านจึงเดินออกมาดูรวมถึงร่างบางผมเปียยุ่งกับผมม้าหน้าเต่อด้วย

            “เอ๊ะ! นี่... ซง แจยอล นี่นา! ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน กันนิดามาเที่ยวและฝึกงานกับครอบครัวของเพื่อนซึ่งเปิดคลินิกเล็กๆที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้

            “กันจังรู้จักด้วยเหรอ?!”

            โนบุยูกิถามกันนิดาด้วยความสงสัย

            “เอ่อ...จะว่ารู้ก็ใช่อ่ะนะ

            “จะยังไงก็ช่าง! ตอนนี้มาช่วยกันหามเขาเข้าไปข้างในก่อนเร็ว!

            ทุกคนช่วยกันพาแจยอลที่บาดเจ็บเข้าไปในคลินิกอย่างทุลักทุเลเพราะร่างกายที่ใหญ่โตของเขา

            “ต้องผ่าตัดด่วน!

            “แต่อุปกรณ์เรามีไม่พอนะพ่อ ลูกชายค้านผู้เป็นพ่อด้วยประสบการณ์ที่ยังมีน้อยจึงไม่คิดว่าคลินิกเล็กๆของพ่อจะช่วยเหลือชายลึกลับที่บาดเจ็บนี้ได้

            “แล้วจะปล่อยให้เขาตายอย่างนี้ก่อนถึงโรงพยาบาลหรือไง?! ตอนนี้ต้องทำเท่าที่ทำได้ก่อน!

            “จริงด้วยนะ ตอนนี้อุณหภูมิตัวเขาต่ำมาก ชีพจรก็เต้นอ่อน แล้วก็เสียเลือดมากด้วย ฉันว่าเรารีบช่วยเขาก่อนดีกว่าไม่อย่างนั้นได้ตายก่อนถึงโรงพยาบาลแน่ๆกันนิดาตรวจสอบสภาพร่างกายด้วยสายตา ชายกำยำนอนหายใจแผ่ว ปากซีดจนเขียวเพราะน้ำทะเลที่เย็นจัด มือบางทาบที่ข้อมือเพื่อจับชีพจร เธอเห็นด้วยกับพ่อของโนบุยูกิจึงรีบเดินไปเตรียมตัวและอุปกรณ์ต่างๆมาเพื่อช่วยปฐมพยาบาลและผ่าตัดเบื้องต้น

 

            แคร๊ง...

          เสียงลูกกระสุนเปื้อนเลือดกระทบกับถาดสแตนเลส การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี หมอเจ้าของคลินิกสามารถผ่าเอากระสุนที่ฝังอยู่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายออกไปได้  กันนิดาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งของแพทย์ เธอเย็บแผลผ่าตัดและที่หัวให้กับแจยอลเป็นอย่างดี รอยสักตามตัวทำให้ทุกคนรู้ว่าชายผู้นี้เป็นบุคคลอันตรายซึ่งอาจจะขึ้นสังกัดอยู่แก๊งใดแก๊งหนึ่งในญี่ปุ่น แต่ด้วยจรรยาบรรณของผู้เป็นแพทย์แล้วก็ต้องช่วยไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นใครก็ตาม

            “กันจัง...เธอไปรู้จักกับคนแบบนี้ได้ยังไง

            “เอ่อ...ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาเป็น... กันทิดาไม่กล้าที่จะบอกไปว่าชายผู้นี้เป็นคนที่มินตริญารู้จัก เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าเพื่อนสาวคนสนิทของเธอจะไปผัวพันกับกลุ่มแก๊งเหล่านี้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะหมายความว่า ซง แจยอล ที่มินตริญาอ้างว่าเป็นเพื่อนร่วมงานและ มิยากาวะ ฮิเดกิ หนุ่มนักธุรกิจที่เธอแอบปลื้ม คงจะเป็น

            “เขาจะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้พาเขาไปส่งโรงพยาบาลต่อได้แล้ว"

            “ครับพ่อ"

          กันนิดาและโนบุยูกิช่วยกันลำเลียงร่างหมดสติของแจยอลขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลต่อไปพร้อมทั้งพยายามติดต่อหามินตริญาที่โทรหาเท่าไรก็ติดต่อไม่ได้สักที...



            ร่างเล็กนั่งสับสนกระสับกระส่ายอยู่ภายในห้องพักรับรองของแฟลตตำรวจในจังหวัดโทะยะมะ แว่วเสียงไซเรนรถพยาบาลดังมาเป็นระยะ มินตริญาเดินไปเดินมาในห้องด้วยความกระวนกระวาย เธอไม่รู้ว่าฮิเดกิจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ในใจได้แต่ภาวนาขออย่าให้ชายผู้เป็นที่รักปลอดภัย

            จิตใจที่กำลังสับสนและหวาดกลัวทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก มินตริญาจึงตัดสินใจนั่งสงบสติอารมณ์อยู่บนเตียงนุ่มชั่วครู่เพื่อรวบรวมสมาธิแล้วคิดหาทางหนีทีไล่ แต่...กลับมีภาพของยูอิจิผุดขึ้นมาในหัว มินตริญาไม่เคยรู้ว่ามาก่อนว่ายูอิจิคิดกับเธอแบบชู้สาว ถึงจะสับสนแต่จิตใจของมินตริญาบ่งบอกความรู้สึกที่ชัดเจนว่า...เธอไม่ต้องการสัมผัสนั้นจากยูอิจิ เพราะมินตริญามีแต่ฮิเดกิอยู่ในหัวใจเพียงผู้เดียว

            ไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุผลใดที่ทำให้ยูอิจิทำกับมินตริญาเช่นนั้น เธอก็พร้อมที่จะอภัยให้เขา เพราะที่ผ่านมายูอิจิคอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด มินตริญารู้ดีโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาบอก ถ้าไม่ใช่เพราะยูอิจิที่คอยเฝ้าตามสืบเรื่องของเธอ ป่านนี้ตัวเธอก็คงโดนขายซ่องไม่ทันให้ฮิเดกิมาช่วยหรอก เมื่อคิดได้อย่างนี้ความสับสนที่เกิดขึ้นก็ผ่อนลง มินตริญาสามารถจัดการกับเรื่องของยูอิจิที่มากวนใจได้แล้ว ในตอนนี้ตัวเธอเองต้องการไปหาฮิเดกิมากที่สุด

            ฟันขาวๆกัดไปที่ปากอิ่มของตัวเองเมื่อต้องใช้ความคิดว่าเธอจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ออกไปจากที่นี่ในยามคับขันแบบนี้ได้ หน้าห้องมีตำรวจเฝ้าเวรยามเพื่อรักษาความปลอดภัยให้เธออยู่เพียงแค่คนเดียว เพราะดูเหมือนว่าจะแห่ไปที่ที่โรงแรมที่เกิดเหตุกันหมด

            ผลัก! โครม!

            ในระหว่างที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น มินตริญาได้ยินเสียงต่อสู้กันดังลอดเข้ามา ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแล้วจ้องไปที่ประตู เสียงนั้นเงียบหายไป ใจดวงเล็กๆเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความกลัว

            "คิคุชิซัง เราต้องย้ายที่พักแล้วครับ เมื่อกี้มีคนจะเข้ามาแต่ผมจับมันไว้ได้แล้วครับ"

            เหมือนกับเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าห้องพยายามจะบอกมินตริญาแต่เธอยังไม่ปักใจเชื่อ ร่างเล็กย่องเบาๆไปส่องที่ตาแมวหน้าประตูก็พบว่าเป็นผู้ชายใส่หมวกตำรวจก้มหน้ายืนชิดประตูจนเธอมองไม่เห็นหน้าของเขา ดวงตากลมโตพยายามมองอีกครั้ง ชายที่อยู่หน้าประตูกำลังพยายามไขกุญแจห้องเข้ามาท่าทางมีพิรุธ เมื่อนั้นมินตริญารู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ตำรวจ

            ผลัก!

            ประตูถูกถีบเข้ามาอย่างแรง ชายผู้นั้นเอาหมวกตำรวจที่นอนสลบอยู่หน้าห้องมาใส่อำพลางแต่เมื่อเขาถอดหมวกแล้วเหวี่ยงทิ้ง และแล้วมินตริญาก็ได้เห็นสายตาอันเหี้ยมโหด แห้งและหยาบโลนของมัน

            "กรี๊ด!"

            ผลัก!

            ร่างเล็กปลิวกระเด็นไปตามแรงที่ถูกด้ามปืนตบเข้าที่ขมับ ดวงหน้าสวยหวานไปกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะ สติของมินตริญาดับลงในทันที...

            ในเวลานี้สถานีตำรวจจังหวัดโทะยะมะที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยนักเลงโตและพวกกุเรนไตที่มีค่าหัวตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงราคาแพง หลายๆคนเป็นบุคคลที่ทางการขึ้นบัญชีดำหมายหัวเอาไว้ มีการส่งภาพสเก็ตเผยแพร่ไปตามสถานีตำรวจทุกจังหวัด และหลายสิบคนก็มีใบหน้าตรงกันกับภาพเรียกได้ว่าอาชญากรทั้งหลายต่างมารวมตัวกันที่จังหวัดโทะยะมะในวันนี้อย่างพร้อมเพรียง

            ร่างสูงนัยน์ตาดำคมกริบถูกใส่กุญแจมือพาเดินเข้าโรงพักมากับพรรคพวก จินยะและตำรวจทีมเฉพาะกิจต่างทยอยเดินเข้ามาพร้อมกัน ฮิเดกิถูกนำตัวไปฝากขังในห้องขัง ลูกกรงถูกเลื่อนปิดทับใบหน้าหล่อใจดีของจินยะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าร่างสูง นัยน์ตาน้ำตาลเข้มมองดูฮิเดกิอยู่ในลูกกรงด้วยความพึงพอใจ มุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆเสมือนว่าหน้าที่การงานของเขามาถึงจุดสูงสุดที่สามารถจับกุมฮิเดกิเข้าคุกได้เสียที

            "คุณเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ช่างน่าสมเพชสิ้นดีที่จับผมมาขังคุกเพื่อสนองความผิดหวังในรักที่คุณไม่มีวันได้จากมินจัง"

            ฮิเดกิยืนมองจินยะซึ่งยืนอยู่ภายนอกลูกกรงด้วยสายตาดูถูกเย้ยหยัน จินยะจับเขาเข้าคุกทั้งที่ไม่มีข้อหาและหลักฐานใดๆ เหตุผลเดียวที่ทำก็คงไม่พ้นเรื่องส่วนตัว

            "อย่ามาพูดมาก ผมรู้ว่าคุณเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ผมอยากให้ถึงวันนั้นไวๆ วันที่ความชั่วช้าของคุณ...จะถูกประจาน ความยุติธรรมจะเป็นตัวตัดสินคุณเอง"

            "ฮึ...ความยุติธรรมอย่างนั้นเหรอ? แล้วเบื้องหลังที่ว่าน่ะเรื่องอะไร? ที่คุณทำอยู่มันไม่ได้ต่างจากพวกไร้ศีลธรรมปรักปรำคนบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย อย่ามาทำเท่อ้างความยุติธรรมในหน้าที่การงานไปหน่อยเลย!"  

            "เดี๋ยวได้รู้แน่"

            "ฮึ...คุณจับผมไม่ได้หรอก คุณเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ไอ้ตำรวจไร้น้ำยา คุณเอามินจังไปไว้ที่ไหน?! บอกมาเดี๋ยวนี้!"

            จินยะขบกรามแน่นเมื่อได้ยินคำก่นด่าดูถูกจากฮิเดกิ นั่นยิ่งทำให้เขาไม่อยากแพ้

            "อยู่ในที่ที่ปลอดภัยมากกว่าอยู่กับนักเลงโตอย่างคุณก็แล้วกัน"

            "คนอย่างคุณดูแลใครไม่ได้หรอก กระทั่งตัวเอง คุณปกป้องมินจังไม่ได้หรอก!"

            การปะทะคารมที่ไม่มีใครยอมใครยิ่งทำให้โทสะของทั้งสองมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใจของฮิเดกิในตอนนี้อยากจะจับหน้าหล่อใจดีแต่หยิ่งยโสนั่นกระแทกเข้ากับลูกกรงของขังให้ฟันหลุดออกจากกันเสียจริง 

            "เอ่อ...ผู้กำกับการโอดะครับ คือ...มีคนมาขอประกันตัวชายคนนี้ครับ" ตำรวจนายหนึ่งเดินห่อไหล่มาบอกข่าวที่จะทำให้จินยะไม่สบอารมณ์ด้วยหน้าตาเหยเก

            "ไม่ได้! ให้ประกันตัวไม่ได้เด็ดขาด!"

            "ทำไมถึงไม่ได้ล่ะครับผู้กำกับการโอดะ จินยะ"ชายชราหัวขาวโพลนรูปร่างสันทัดถอดหมวกปานามาปีกแคบสีดำออก นัยน์ตาสีเทาจางเย็นเยียบเหลือบมองตำรวจหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างท้าทาย ปู่ฮิเดโนริมาโรงพักพร้อมกับทนายประจำตัวเพื่อยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวฮิเดกิ ในขณะเดียวกันนายตำรวจก็เดินมาไขกุญแจห้องขังเพื่อปล่อยตัวฮิเดกิออกมา

            "ผู้กำกับการโอดะครับ พอเถอะ คุณใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ไตร่ตรองมากจนเกินไปแล้วนะ อย่าต้องให้เสียถึงท่านผู้บัญชาการตำรวจที่อุตส่าห์เสนอชื่อให้คุณได้เข้ามาอยู่ในทีมเฉพาะกิจของส่วนกลางเลยครับ"

            ชายหัวสองสีที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการและพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษเดินเข้าถึงห้องขังในภายหลังได้กล่าวตักเตือนให้สติแก่จินยะ เขาเคยได้เห็นฝีไม้ลายมือและได้ยินคำเอ่ยชมผลงานในการทำคดีของจินยะจากผู้บัญชาการอยู่บ่อยๆ แต่มาตอนนี้ตำรวจผู้สุขุมและตรงฉินกลับเดินหลงทางไปตามแรงอารมณ์ที่ตนเองไม่อาจควบคุมได้

            "ท่านครับ! มิยากาวะ ฮิเดกิ ผู้นี้เป็นคนอยู่เบื้องหลังการค้ายาค้าอาวุธที่จังหวัดอิชิกะวะนะครับ แถมยังก่อเหตุยิงกันในโรงแรมที่นี่อีก"

            ผู้บังคับการก้มหน้าถอนใจก่อนจะส่ายหัวเบาๆ เขามองจินยะด้วยสีหน้าที่ผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือมาจับบ่ากว้างของจินยะ

            "โอดะซัง ฟังนะ ผู้อยู่เบื้องหลังไม่ใช่มิยากาวะซัง แต่เป็น ชิราโทริ อิจิโร่ นักการเมืองท้องถิ่นของจังอิชิกะวะต่างหาก และคนที่ให้ข้อมูลหลักฐานทั้งหมดก็คือมิยากาวะซัง คุณกำลังจับคนร้ายผิดตัว"

            ฮิเดกิเดินมาประจันหน้ากับจินยะอีกครั้ง เขาพร้อมที่จะอธิบายให้คนอย่างจินยะได้ตาสว่างจะได้เลิกขัดแข้งขัดขาเขาเสียที ทนายความพยายามท้วงทักไม่ให้ฮิเดกิพูดอะไรมากเพราะอาจจะเสียรูปคดี แต่ฮิเดกิยกมือปราม

            "ผมจะขออธิบายให้คุณฟังตอนนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงแรม ผม...เป็นผู้เสียหาย ผมกำลังถูกตามฆ่าแต่คุณ! กลับมาจับผมเอาไว้!"

            ฮิเดกิพยายามสกัดกลั้นอารมณ์เดือดดาลเอาไว้แต่มันอดไม่ได้จริงๆ จินยะหันไปมองหน้าผู้บังคับการที่เขาเคารพ ท่านผู้นี้เป็นแบบอย่างการปฏิบัติงานที่ซื่อสัตย์ซึ่งจินยะนับถือและปฏิบัติตามมาโดยตลอดคงจะไม่มีทางถูกซื้อด้วยเงินของฮิเดกิได้เป็นแน่

            "และในตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดอิชิกะวะและทีมเฉพาะกิจบางส่วนได้เข้าจับกุมการลักลอบค้ายาค้าอาวุธไว้ได้แล้วพร้อมของกลาง แต่ตอนนี้กำลังออกค้นหาคนของมิยากาวะซังที่มาช่วยให้ข้อมูลและช่วยจับกุมคนร้ายอยู่ เขาถูกยิงตกทะเล"

            จินยะได้แต่ยืนนิ่งอ้ำอึ้งทำหน้าประหลาดใจ สิ่งที่เขาปักใจเชื่อกลับตรงกันข้ามทั้งหมด

            "แต่ว่าคดีฆ่าตัดคอ...มันเชื่อมโยงกับเรื่องภายในจังหวัดอิชิกะวะด้วยแน่ๆ เพราะหลักฐานที่ผมมีคือคนของกลุ่มมิยากาวะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย"

            "เกี่ยวข้องแน่นอนครับ เพราะนั่นคือพ่อของผมที่ถูกฆ่าเนื่องจากไปรู้ความลับของ ชิราโทริ อิจิโร่ ในจังหวัดอิชิกะวะเข้า มันแอบอ้างว่าเป็นคนของมิยากาวะทำแล้วคุณก็เชื่อฝั่งใจยังไงล่ะครับ และหลักฐานทั้งหมดผมได้มอบให้ตำรวจไปหมดแล้ว"

            ฮิเดกิอธิบายให้จินยะฟังด้วยตัวเอง สิ่งที่ฮิเดกิต้องการให้ตำรวจเข้าใจคือเรื่องจริงในความชั่วของ ชิราโทริ อิจิโร่ เท่านั้น นั่นก็เพื่อใช้ให้ตำรวจไปจัดการเรื่องของอำนาจทางการเมืองแล้วลากเอาไอ้นักการเมืองชั่วไปชดใช้กรรมในคุกเอาเอง

            ผู้บังคับการยื่นแฟ้มคดีที่อัดแน่นไปด้วยหลักฐานให้จินยะได้ดูด้วยตัวเอง ผู้กำกับการหนุ่มไฟแรงอย่างจินยะถึงกับต้องหลบตาออกจากนัยน์ตาดุคมของฮิเดกิที่มองมา หลักฐานทุกอย่างแน่นหนาระบุบอกชัดเจนว่าเป็นฝีมือของ ชิราโทริ อิจิโร่ และภรรยา

            จินยะถึงกับเข่าอ่อน เมื่อได้ใช้สติและความคิดพิจารณาทุกอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว...เขาละอายแก่ใจตัวเองเหลือเกินว่าที่ผ่านมานำเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานทำให้การสืบสวนของเขาไม่คืบหน้าไปถึงไหน นั่นก็เพราะเขามัวแต่เพ่งเล็งไปที่ฮิเดกิผู้เดียว ทั้งที่ตัวเองก็เคยตรวจสอบแล้วแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ในธุรกิจที่ฮิเดกิทำเลย

            "ทีนี้จะปล่อยผมไปได้หรือยัง"

            "ครับ...ผม...ต้องขอโทษคุณด้วย"

            ฮิเดกิกระชับเสื้อสูทเปื้อนเลือดที่ตนเองสวมใส่ ร่างสูงหันหลังให้กับจินยะเพื่อเดินออกไปจากโรงพักอย่างภาคภูมิไร้มลทินแต่ก่อนที่จะออกไปฮิเดกิหันกลับมาถามคำถามจินยะอีกครั้ง

            "คุณยังไม่ได้บอกผมเลย ว่ามินจังอยู่ที่ไหน?!"          "เอ่อ...คือ ผมจะถามตำรวจโทะยะมะให้ครับ"

            "นี่อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้ดูแลมินจังด้วยตัวเอง!"

            "เปล่า...คือผมให้ตำรวจโทะยะมะช่วยดูให้แล้วก็พาคุณมาที่นี่"

            มือใหญ่คว้ากระชากไปที่คอเสื้อของจินยะอย่างแรง นัยน์ตาดุคมวาวโรจน์ดั่งเสือจ้องตะครุบเหยื่อ เสียงทุ้มต่ำสั่นดังรอดไรฟันออกมาและเผลอหลุดสบถด่าหยาบคาย ฮิเดกิพยายามข่มความโกรธจนปากกระตุก    

            "มึงนี่มัน...ไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่ามินจังกำลังถูกตามเก็บเพราะเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์การฆ่าตัดคอพ่อของผม แล้วไม่ได้รู้เลยว่าสถานการณ์ของวันนี้มันเป็นยังไง ตำรวจแทบจะทั้งสถานีแห่ไปที่โรงแรมกันหมด แล้วจะมีใครเฝ้ามินจัง ฮะ!"

            "ฮิเดกิ! อย่า!" เสียงปู่ฮิเดโนริตะโกนห้ามผู้เป็นหลาน ฮิเดกิยอมปล่อยคอเสื้อไอ้คนไร้ความรับผิดชอบอย่างเสียมิได้ นี่ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มาคอยห้ามสาบานได้เลยว่าจินยะตายคามือเขาไปนานแล้ว

            "ผู้กำกับการครับ! ผู้กำกับการโอดะครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"

            เสียงตะโกนแสดงให้เห็นถึงเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ตำรวจนายหนึ่งวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามายังบริเวณห้องขัง

            "ผู้หญิงที่ผู้กำกับการโอดะฝากให้เราช่วยดูแล ตอนนี้เธอโดนลักพาตัวไปแล้วครับ!"

            ผลัก! โครม!

            สิ้นเสียงรายงาน ฮิเดกิปล่อยหมัดตรงใส่เข้าหน้าของจินยะด้วยแรงทั้งหมดที่มีทำเอาร่างของผู้กำกับการหนุ่มกระเด็นไปจนหลังติดลูกกรงเหล็กของห้องขัง ร่างสูงใหญ่เดินมาคร่อมร่างของจินยะที่มีเลือดออกมาจากปากเอาไว้ ฮิเดกิก้มลงมากระชากคอเสื้อรั้งให้หน้าของจินยะเข้าไปเผชิญกับหน้ากับเขาอีกครั้ง

            "ถ้ามินจังเป็นอะไรไป...มึงเตรียมตัวตายได้เลย" เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบจับไปถึงขั้วหัวใจ จินยะยอมรับเลยว่าในบางห้วงจังหวะชายที่อยู่ตรงหน้าทำเอาเขาหวาดผวาหลายต่อหลายครั้ง จินยะหลับตาลงแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความสำนึกผิด

            ฮิเดกิรีบรุดเดินออกไปจากโรงพักพร้อมปู่ฮิเดโนริและพรรคพวกที่เหลือ ในใจกระวนกระวายว้าวุ่นกับการที่มินตริญาถูกลักพาตัว

            "ที่ไม่บอกตำรวจไปว่าเป็นฝีมือของเจ้าทาคาชิคงเป็นเพราะจะเก็บไว้คิดบัญชีเองซินะ" ปู่ฮิเดโนริพูดขึ้นมาเมื่ออยู่ในรถกันแล้ว เขาพอจะเดาออกว่าหลานชายคนนี้คิดอะไรอยู่

            "ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับหัวหน้าสาขามินามิ คะนะยะ ทาคาชิ เราสามารถบอกกับทางตำรวจได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำไม่เกี่ยวกับกลุ่มมิยากาวะเพราะถูกขับออกจากกลุ่มไปนานแล้ว และเราได้ส่งสารนี้บอกกับทางตำรวจไว้หมดแล้ว ดังนั้นถ้าตำรวจจะมาอ้างเรื่องค้าอาวุธ ค้ายาเสพติดแล้วยื่นเรื่องขอปราบปรามกลุ่มเราก็ไม่สามารถทำได้ครับ ต้องไปจับที่ตัวบุคคล"

            ทนายความของปู่ฮิเดโนริอธิบายให้ฟังแทนฮิเดกิ ทำให้ชายชราหัวขาวยิ้มอย่างภูมิใจในความฉลาดทันคนทันโลกของหลานชาย

            Rrrr      Rrrr

            สายเรียกเข้าเบอร์โทรแปลกประหลาดโทรเฟสคอลเข้ามาหาฮิเดกิในขณะที่เขากำลังกระวนกระวายใจ เมื่อกดรับก็ปรากฏภาพของคนที่เขาอยากชำระแค้นใจจะขาดขึ้นมา

            "อ้าว นายใหญ่...ยังอยู่อีกเหรอครับ ผมก็คิดว่านายใหญ่ตายไปเสียแล้ว หึ หึ"

            "ไอ้ทาคาชิ! มึงเอาตัวมินไปไว้ที่ไหน?!"

            "อู้ว...ไม่เอา ไม่โมโหซิครับนายใหญ่ ใจเย็นๆค่อยๆพูดกัน" มือของทาคาชิค่อยๆเลื่อนโทรศัพท์ให้เห็นถึงร่างเล็กที่ถูกมัดมือมัดเท้าปิดปากนอนสลบอยู่กับพื้นที่ไหนสักแห่ง ทำเอาเลือดโมโหที่มีอยู่ในกายถูกจุดประทุพลุ่งพล่านขึ้นมา

            "ไอ้ทาคาชิ! ถ้ามึงทำอะไรเธอ กูจะไม่เอามึงไว้ให้อยู่รกโลกแน่นอน!" ยิ่งเห็นฮิเดกิโกรธจนเดือดได้ขนาดนั้นก็ยิ่งทำให้ทาคาชิพอใจ ไอ้คนชั่วก้มหน้าหัวเราะอย่างสะใจที่ได้ยั่วยุให้นายใหญ่อายุน้อยโมโหได้สำเร็จ

            "จุ๊ๆๆ นายใหญ่...ฟังผมให้ดีๆ ถ้าอยากได้อีนี่ไปเป็นๆ นายใหญ่ต้องมาคนเดียว ที่นี่เดี๋ยวนี้ภายในยี่สิบนาที ผมจะส่งที่อยู่ไปให้ทางข้อความอีกครั้ง ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว...ผมจะสั่งคนของผมให้รุมโทรมมัน แล้วก็ฆ่าตัดคอทิ้งลงทะเลเหมือนกับพ่อของคุณดีไหม?! ฮ่าๆๆๆๆ"

            ปี๊บ...

            "ไอ้ชั่ว! มึงห้ามทำอะไรเธอเด็ดขาด! ได้ยินไหม?! โธ่เว้ย!" ฮิเดกิยังคงตะโกนไม่หยุดทั้งที่ทาคาชิตัดสายทิ้งไปนานแล้ว ร่างสูงหายใจหอบแรงเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่ถูกยั่วยุจากอีกฝ่าย

            "ปู่จะส่งคนไปช่วย..."

            "ไม่ต้องครับ! มันทำอย่างที่พูดไว้แน่ๆ มินจะตกอยู่ในอันตราย"

            "แต่หลานจะไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด นี่มันเป็นกับดัก!"

            แต่ฮิเดกิโกรธจนควันออกหูจนไม่ฟังเหตุผลใดๆอีกแล้ว เขาคว้าเอาดาบคะตะนะที่ทางทนายความไปเบิกถอนมาจากตำรวจที่ยึดไปคืนมา ดาบ...อาวุธที่ไม่มีวันหมด ถึงแม้ว่าอาจจะสู้ความเร็วของปืนไม่ได้แต่หากลูกกระสุนหมดปืนก็เป็นเพียงเศษซากความชั่วร้ายที่ไร้ประโยชน์ ร่างสูงใหญ่ถอดเสื้อสูทอันแสนจะเกะกะออกแล้วกระโดดลงรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ทาคาชินัดพบโดยยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง

 



ชำระแค้นหนี้รักมีอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^

แถมฟรี!!! ตอนพิเศษ ยูอิจิ VS กรีนที จ้า!!!

Meb https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwOTU3OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjQ2NTg5Ijt9


Ookbee http://www.ookbee.com/shop/BookInfo?pid=a13efa77-9b4a-4a08-8544-c2e2137c48c1&affiliateCode=342fffd39f1c459ea917b117e447b49a 


hytexts https://www.hytexts.com/ebook/B009424-ชำระแค้นหนี้รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนค่ะ รักคนอ่าน ตอบทุกเม้นท์เสมอค่ะ ^^"

เศวยา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha