ชิงรักเสน่ห์ร้อน

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เพื่อนรัก ลักของเพื่อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ขณะที่น้ำผึ้งทำท่าทางง่วงปิดปากหาวทำตาปรือใส่ พร้อมชายตามองดูชายหนุ่มว่ากำลังมองอยู่รึเปล่า แล้วรีบกล่าวน้ำเสียงเพลียๆ

“ที่จริงนี่ก็ดึกแล้ว ผึ้งเองก็ชักไม่อยากจะขับรถกลับเหมือนกัน”

“ไหนว่ามานอนบ้านญาติ ญาติไม่รอแย่แล้วเหรอ” ปัดหันไปถามเป็นห่วงแทนเจ้าของบ้าน ที่กำลังรอเพื่อนสาวของตนกลับไปนอนด้วย

“ที่จริง...โทรไปบอกก็ได้นะคะว่าไม่ต้องรอแล้ว” มธุรสตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มปาก อันที่จริงก็รู้ดีว่าคนที่รออยู่นั่นห่วงตัวเองมาพอสมควรแล้ว เพราะนี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้วด้วย

“ไม่ดีหรอก มานอนบ้านเขาไม่ควรเสียมารยาทนะผึ้ง” ปัญชิกาทำน้ำเสียงดุๆ เมื่อเห็นเพื่อนสาวกำลังจะเสียมารยาทกับผู้ที่มาขอพักอาศัย

จังหวะเดียวกับเสียงโทรศัพท์ของน้ำผึ้งดังขึ้น เจ้าของเครื่องรู้ทันที

ว่าใครโทรมา คงจะเป็นคนที่รอหล่อนอยู่ที่บ้านนั่นแหละ

“ขอตัวรับสายก่อนนะคะ”

รู้แล้ว กำลังจะกลับเสียงน้ำผึ้งกล่าวกับปลายสายด้วยน้ำเสียงขัดใจที่โทรมาผิดจังหวะ หล่อนรีบตัดสายทิ้งแล้วหันกลับมายิ้มแห้งๆ

“ญาติโทรมาตามแล้วสิ” แอร์โฮสเตสสาวทำหน้าดุเหมือนรู้ดี แต่ก็ถูกผึ้งมองตาขวางใส่ที่พูดจารู้มากให้ชายหนุ่มได้ยิน

“ผึ้งกลับไหวไหม ถ้าไงให้พี่ไปส่งไหม” มุขพลไม่อยากให้รุ่นน้องถูกตำหนิจึงไม่เอ่ยปากชวนให้พักด้วย ทั้งที่ตอนแรกก็ว่าจะให้นอนด้วยกันกับปัด แต่เมื่อถูกโทรตามก็หวังดีจะไปส่งที่บ้าน

“ส่งกันไปส่งกันมาเมื่อไรจะได้นอนล่ะคะเนี่ย” ปัญชิการีบเสนอแนะออกมาทันที อย่างไม่อยากให้ชายหนุ่มตามเพื่อนสาวไปส่ง

“เออ ก็จริงนะ แต่พี่เป็นผู้ชาย ยังไงให้พี่ไปส่งจะดีกว่า เดี๋ยวพี่ให้คนรถขับตามไปก็ได้” มาร์คหัวเราะเบาๆ แต่ก็ยังคงยืนยันเจตนาเดิม เพราะ

เขามีคนขับที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

“ผึ้งไม่อยากรบกวนพี่เลยค่ะ พี่มาเหนื่อยๆ” น้ำผึ้งทำน้ำเสียงเหมือนไม่เต็มใจ แต่ใจจริงหล่อนรู้สึกลิงโลดขึ้นมาทันที

“ไม่เป็นไรครับ ผึ้งอุตส่าห์ไปรับพี่ แถมดูท่าจะไม่ค่อยสบายด้วย” ชายหนุ่มแสนดีหันไปเรียกผู้จัดการโรงแรมกะดึกเข้ามาสั่งให้ไปเตรียมคนขับกับรถไว้ให้ตนเอง

“เดี๋ยวปัดนั่งไปเป็นเพื่อนพี่มาร์คเองค่ะ ผึ้งจะได้หายห่วง” ปัญชิกาหวังดีกลัวเพื่อนจะเป็นห่วงชายหนุ่มก็เสนอตัวเองตามไปด้วย

“ปัดนอนพักก็ได้นะ ยังไงพี่มาร์คก็มีคนขับไปด้วย ไม่เหงา แล้วผึ้งก็ไม่ห่วงอยู่แล้ว” มธุรสรู้สึกเหมือนปัดพยายามเสนอตัวเองมากไปก็หันไปทำเสียงแข็งใส่

“ปัดเองก็มาเหนื่อยๆ พี่ว่าปัดพักเถอะ” ชายหนุ่มเห็นด้วยกับรุ่นน้องสาว

“ก็ได้ค่ะ” แอร์โฮสเตสสาวจำใจมองดูมุขพลและมธุรสเดินไปขึ้น

รถ ส่วนตัวเองก็ลากกระเป๋าเดินทางขึ้นไปบนห้องพักที่ชายหนุ่มจัดเตรียมไว้ให้เพียงลำพัง

 

เมื่อมธุรสได้มีโอกาสขับรถให้ชายหนุ่มนั่งเพียงลำพัง ก็เอ่ยราวกับเป็นความผิดที่ตนมีเพื่อนสาวมาด้วย

“ขอโทษนะคะ ที่วันนี้มีเพื่อนผึ้งมาด้วย”

“ไม่เป็นไรครับ พี่ว่าน้องปัดน่ารักดีนะ นิสัยก็ดี ดูเรียบร้อยอ่อนหวาน น่าปกป้อง แถมยังเก่งเป็นถึงแอร์โอสเตสด้วย” มาร์คส่ายหน้าอย่างไม่ถือโกรธ แถมยังกล่าวชื่นชมปัญชิกาไม่ขาดปาก แววตาและน้ำเสียงของเขาเป็นประกายจนทำให้คนฝันรู้สึกหวั่นใจ

“พี่ดูชื่นชมปัดมากเลยนะคะ” น้ำผึ้งพยายามไม่แสดงน้ำเสียงผิดหวังออกไปมากนัก แต่ก็อดไม่ได้เพราะใจของหล่อนสั่นเครือกับคำพูดของเขา

“ปัดดูเป็นเด็กน่าสงสารครับ สู้ชีวิต ไม่สบายเหมือนอย่างเรา แต่ก็

ยังเข้มแข็งมองโลกในแง่ดีด้วย” มุขพลยังจับน้ำเสียงของรุ่นน้องสาวไม่ได้ เขายังประทับใจร่างบางที่มีดวงตากลมโตอยู่ไม่รู้ลืม

“เหรอคะ แล้วผึ้งในสายตาของพี่มาร์คล่ะคะเป็นยังไง” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม อยากจะรู้นักในสายตาเขา เธอดูเป็นคนอย่างไร      จะชื่นชมเหมือนปัดบ้างหรือเปล่า

“เป็นสาวมั่น เด็ดเดี่ยว เฉียบขาด ยิ่งกว่าพี่เสียอีก ก็ตามประสาผู้หญิงเก่งทำงานเป็นเจ้านายคนตั้งแต่ไหนแต่ไรนี่” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงของเขาไร้ความอ่อนโยนไม่เหมือนตอนที่พูดถึงปัญชิกาสักนิดเดียว

“แต่ก็ไม่อ่อนหวานอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเหมือนปัดใช่ไหมคะ” คราวนี้หล่อนถึงกับเก็บน้ำเสียงหวั่นไหวเอาไว้ไม่อยู่

“พี่ว่าคนละแบบกันครับ ผู้หญิงเก่งดูแลตัวเองได้ก็ดีนะ ไม่ต้องง้อใคร ไม่มีแฟนก็สบายๆ มีแฟน แฟนก็หายห่วง” มาร์คหันกลับมามองแล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลงทันทีพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเธอ

“แต่บางทีก็อยากให้ใครสักคนปกป้องนะคะ” หล่อนตัดพ้อให้ชายหนุ่มได้รู้สึกถึงบางอย่างที่น้ำผึ้งพยายามอยากจะสื่อให้ถึงหัวใจของเขา

มุขพลหันไปมองหน้าหญิงสาว ที่ตอนนี้ในหน้างามกระทบแสงไฟตามท้องถนน มองเห็นแววตาที่เป็นประกายขุ่นๆเหมือนกำลังเสียใจ บางอย่างในใจของเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงสิ่งที่หญิงสาวสื่อออกมา หล่อนต้องการใครให้ปกป้อง พูดถึงเขางั้นหรือ

แต่ทว่าด้วยเพราะยามค่ำคืนของถนนกรุงเทพ รถที่ไม่ติดขึ้นทางด่วนไม่นานก็ถึงบ้านอันเป็นที่หมายของหญิงสาว ทำให้บทสนทนาที่มธุรสคาดหวังให้ยาวนานและลึกซึ้งกว่านี้จบลง ทั้งสองเปิดประตูลงจากรถเตรียมพร้อมจะส่งน้ำผึ้งเข้าไปในบ้าน

เธอหันไปกล่าวกับชายหนุ่มน้ำเสียงเศร้าๆ

“ขอบคุณนะคะ ทั้งที่ผึ้งควรไปรับแต่กลับให้พี่มาส่ง”

“ไม่เป็นไร พี่เองก็ต้องขอโทษวันนี้ไม่ได้คุยกันเลย” มุขพลเริ่ม

รู้สึกตัวว่าวันนี้เขาห่างเหินกับรุ่นน้องที่แสนดี อุตส่าห์เดินทางมาจาก

เชียงใหม่เพื่อมารับตน

“ไม่เป็นไรค่ะ ได้เจอหน้า ผึ้งก็ดีใจแล้ว” หญิงสาวยิ้มบางๆ เพียงเวลาแค่ไม่นานที่มีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่ม ก็ทำให้หล่อนดีใจมากแล้ว

“หลับผันดีนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นส่งไปให้หญิงสาว พร้อมโบกมือลาเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองที่คนขับคนขับขับตามมา

“กลับดีๆ นะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผึ้งจะไปหา” ร่างบางหัวใจพองโตเมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะได้เจอกันอีก โบกมือส่งชายหนุ่มขึ้นรถไปจนลับสายตา แล้วเดินเข้าไปในบ้านของตัวเอง ที่ตอนนี้เริ่มมีไฟส่องสว่างดูเหมือนคนที่รออยู่ภายในบ้านจะพร้อมรับการมาของเธอ

 

เมื่อหญิงสาวปิดประตูบ้านก็พบกับชายหนุ่มที่คิ้วเข้มริมฝีปากบาง หน้าตาไม่มีความคล้ายคลึงกันสักนิดเพราะไม่ได้เป็นญาติของตัวเองทางสายเลือด

เขาคือ ณัฐนนท์ มลธะชัย หรือ นนท์ อายุยี่สิบแปดปี หลานชาย

เพียงคนเดียวของ เณรีณี เคร่งอาจและณัฐชา มลธะชัย เจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า

“ทำไมถึงกลับดึกขนาดนี้ ไหนบอกไม่เกินสี่ทุ่มไง” ชายหนุ่มผู้นั่งรออยู่ในบ้านเอ่ยถามน้ำเสียงเครียด ที่น้องสาวต่างสายเลือดกลับดึกดื่น

“โอ้ยย บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปได้ โตแล้วนะไม่ใช่เด็กอายุสิบห้าที่มานั่งรอน่ะพี่นนท์” ผึ้งทำน้ำเสียงเบื่อหน่าย ตอกกลับทันทีเมื่อทำให้อารมณ์ดีๆของตนหมดไป

“ก็จะไม่ให้รอได้ยังไง คุณปู่โทรมาหาพี่เมื่อตอนหัวค่ำอยากคุยกับน้ำผึ้ง แต่ผึ้งยังไม่กลับ ความจะแตกเอาน่ะสิว่าพี่ปิดบังว่าน้องหนีไปรับผู้ชาย” นนท์กล่าวยาวเป็นชุดใหญ่ทำหน้าตาขึงขังจริงจัง หมายจะให้คนกลับดึกได้รู้สึกนึกความผิดของตัวเอง

“แล้วแตกไหมล่ะ” มธุรสย้อนถามทำหน้าทำตายียวนกวนอารมณ์คนเป็นห่วง

“ยัง” ณัฐนนท์ตอบกลับเสียงอ่อยลง เหมือนทุกครั้งที่ถูกน้องสาวตัวแสบย้อนคำพูดกลับมาเขามักจะเถียงหล่อนไม่ขึ้นทุกครั้งไป

“แล้วจะกลัวอะไร ดึกแล้วเหนื่อยๆคนอยากจะนอน” คนถูกบ่นทำน้ำเสียงเอือมใส่ อย่างไม่หวาดกลัวความอาวุโสของชายหนุ่ม

“น้ำผึ้งมาคุยก่อน” พี่ชายต่างสายเลือดพยายามเรียกน้องสาวกลับมานั่งคุย

“ไม่คุย จะนอนพรุ่งนี้มีนัดตอนเช้า” แต่หล่อนก็เดินหนีเข้าไปในห้องนอนปิดประตูดังโครม

“เด็กคนนี้นี่ ไม่รู้จักโต” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ได้แต่ยืนเกาหัวอยู่หน้าประตู ทำอะไรไม่ได้เพราะความเอาแต่ใจของหญิงสาวที่ถูกตามใจมากเกินไป

 

ขณะเดียวกันมุขพลเดินทางกลับมาถึงโรงแรมของตัวเอง ก็เดินขึ้นไปบนชั้นห้องพักของตัวเองด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย ขณะที่กำลังเปิดประตูห้องพัก ก็ได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ ถูกเปิดออก ใบหน้าสะอาดหมดจนของสาวตาโตเดินออกมาจากประตูห้อง

“อ้าว ปัดยังไม่นอนเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยความแปลกใจ มองดูร่างบางในชุดนอนที่เกือบจะบางเบาเย้ายวน แล้วก็รู้สึกใจหวั่นไหวขึ้นมาทันที

“ยังค่ะ ปัดนอนไม่หลับ” หล่อนกล่าวตอบเสียงหวานฉ่ำดวงตาหวานเยิ้ม เดินออกมาหาชายหนุ่มท่าทางเขินอาย

“ทำไมล่ะ” มุขพลหันกลับมาถามด้วยความเป็นห่วง หรือหล่อนจะไม่สบายไปหรือเปล่า

“ผิดที่ค่ะ แล้วก็เป็นห่วงพี่มาร์คกับผึ้งด้วย” หล่อนยกสองมือขึ้นโอบกอดตัวเองทำท่าทางเหมือนกำลังหวาดหวั่น ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นคนกลัวการเปลี่ยนที่นอน เนื่องจากหน้าที่การงานของตนเอง

“ผึ้งถึงบ้านแล้วครับ อาการดีขึ้น ส่วนพี่ไม่เป็นอะไร” ชายหนุ่มตอบอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเป็นห่วงเพื่อนของเธอ

“ดีแล้วค่ะ ปัดเป็นห่วง อีกอย่างคือ ปัดมีของเล็กๆน้อยๆจะให้พี่เป็นการตอบแทนด้วยค่ะ” ปัดยิ้มบางๆเดินเข้ามาประชิดร่างหนาของชายหนุ่มพร้อมยืนของที่ถืออยู่ในมือให้กับเขา

“ไม่ต้องหรอกครับ พี่ยินดีคนกันเองแท้ๆ” มาร์คยิ้มหวานโบกมือปฏิเสธของกำนัล

“รับไว้หน่อยนะคะ เป็นช็อกโกแลต” คนอยากให้พยายามยัดเหยียดใส่มือ

“ขอบคุณครับ” มุขพลรับมาอย่างไม่ให้เสียน้ำใจ มองดูกล่องช็อกโกแลตรูปหัวใจสีหวานแววตาเป็นประกาย

“ที่จริง ปัดอุ่นเป็นช็อกโกแลตร้อนเอาไว้ด้วย พี่มาร์คทานสักหน่อยนะคะก่อนนอนจะได้หลับสบายขึ้น” ปัดกุลุกุจอเข้าไปในห้องพัก แล้ววิ่งออกมาพร้อมกับแก้วช็อกโกแลตอุ่นๆที่เธอเตรียมเอาไว้ออกมา ด้วยเพราะห้องระดับวีไอพีทำให้มีเตาไมโครเวฟพร้อมอุปกรณ์ติดไว้นิดหน่อยให้ลูกค้าได้ทำอะไรทานเบาๆ ยามดึก

“ขอบคุณครับ งั้นเข้ามาก่อนสิ” ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธความหวังดี และด้วยเพราะกลิ่นหอมของช็อกโกแลตแสนหวาน ทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะเชื้อเชิญหล่อนเข้ามาในห้องของตัวเอง

หญิงสาวใจเต้นระทึกขยับกายนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ภายในห้องสุดหรู มองดูชายหนุ่มค่อยๆยกแก้วขึ้นดื่ม แล้วก็ยกแก้วของขึ้นดื่มตาม        ชายหนุ่มหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับความหวานปนขม

“ช็อกโกแลตยี่ห้อนี้อร่อยนะ แต่รสชาติมัน...เหมือนผสมเหล้าหน่อยๆรึเปล่า”

มุขพลสำรวจรสชาติแล้วก็ขมวดคิ้วหน้าเคร่งขึ้นมาทันที ยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้งให้แน่ใจ แล้วก็เงยหน้ามองหญิงสาว ความรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาบนใบหน้าทันที จนต้องผ่อนลมหายใจออกมาทางปาก เริ่มเอามือขยับคอเสื้อระบายความระอุที่เกิดขึ้นภายใน

“พี่มาร์คหน้าแดงจังเลยค่ะ” หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มมีใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความแปลกใจ แล้วก็ทำเป็นก้มลงมองกล่องของ

หวานที่ตัวเองให้ชายหนุ่มแล้วก็ทำท่าตกใจ

“แย่แล้ว ดูท่าจะผสมเหล้านะ” มาร์คกล่าวเสียงแหบพร่าเพราะลำคอที่เริ่มติดขัด คิดว่าร่างบางตรงหน้าอาจจะไม่รู้ว่าเครื่องดื่มที่ให้มาผสมเหล้า

“ตายล่ะ พี่มาร์คแพ้เหล้าด้วย ปัดขอโทษค่ะปัดไม่ได้ตั้งใจ ปัดไม่ทราบว่ามีเหล้าผสม” หญิงสาวตีหน้าซื่อใส่ หล่อนรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีอาการรวดเร็วกับแอลกอฮอล์ที่ผสมบางๆ เท่านั้น

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวทานยาก็น่าจะดีขึ้น ดีนะทานไปไม่เยอะเท่าไร เพราะถ้าเยอะล่ะก็แย่แน่ๆ เลย” ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนพูดลำบาก เดินไปรื้อค้นยาในกระเป๋า แล้วรีบกรอกยาเข้าปากไปหลายเม็ดพอสมควรดื่มน้ำตามเพื่อเจือจางฤทธิ์เหล้า

“พี่มาร์คเป็นยังไงบ้างคะ ปัดขอโทษจริงๆ” ปัญชิกาเดินเข้าประชิดด้วยความห่วงใย ใจหวังช่วยประคองร่างหนาไปนั่งที่เตียงกว้าง

“หายใจไม่ค่อยคล่องครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงอึดอัด

พยายามเงยหน้าขึ้นแล้วหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปาก

ร่างบางทำท่าทางเหมือนไม่ถนัดที่จะจับชายหนุ่มให้นอนราบลงไปที่เตียงใหญ่ แกล้งทำตัวเองเสียหลักแล้งล้มลงไปนอนบนที่นอนทำให้ชายหนุ่มที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ล้มทับทาบลงมาอย่างแนบสนิท ชายหนุ่มมองดูร่างบางด้วยสายตาพร่าเลือน

ฤทธิ์ยาแก้แพ้ที่กินเข้าไปบวกกับเหล้าที่ดื่มเพียงน้อยนิด ตามประสาคนคออ่อนไม่ค่อยได้กินทำให้เริ่มมึนงงขึ้นมาทันที เขามองเห็นดวงตากลมโตของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่ปลายริมฝีปาก พาเอาใจชายหนุ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แถมสัดส่วนที่แนบชิดสนิทกันทั้งร่างก็ยิ่งปลุกความปั่นป่วนภายในของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“พี่มาร์คคะ ลุกไหวไหมคะ” หล่อนทำเป็นเสียงอ่อน เหมือนจะผลักร่างหนาของชายหนุ่มออกให้พ้นกายไม่ค่อยไหว

“พี่ขอโทษน้องปัด พี่ขอโทษ พี่มึนหีวจัง” ชายหนุ่มพร่ำบอก

พยายามยันกายออกห่างหญิงสาว แต่ทว่ามือหนากลับไปยันถูกอกอวบเข้าเต็มทีราวกับมีอีกมือหนึ่งจับวาง ร่างบางเบื้องล่างร้องเหมือนจะเจ็บปวด แต่เสียงร้องของเธอกลับเป็นเสียงครางกระเส้าอย่างตั้งใจ

“โอ้ว... พี่มาร์คคะ อย่าเลยค่ะ” ปัญชิกาทำร้องห้าม แต่มือบางของหล่อนกลับโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น ยิ่งบดเบียดร่างกายของทั้งสองให้แนบชิดสนิทยิ่งกว่าเดิม

“พี่ขอโทษจริงๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างสับสนกับตัวเอง ยิ่งพยายามถอยห่าง แต่ก็ยิ่งสัมผัสถูกจุดเสียวกระสันของหญิงสาว ทำเอาเธอส่งเสียงครางไม่หยุดปาก ด้วยความตั้งใจของเจ้าของเสียงเองที่จะร้องวาวหวามให้ชายหนุ่มได้ฟัง ก็ยิ่งทำให้สมองของเขาว่างเปล่าหลงใหลไปกับเสียงหวานๆ ที่ร้องออกมาอย่างเร้าอารมณ์

“ปัดชอบพี่นะคะ แต่แบบนี้มันไม่ถูกต้อง” ปัดทำทีเป็นเล่นตัวแต่ก็แอ่นกายรับสัมผัสของชายหนุ่ม แถมยังลอบถกเสื้อบางเบาให้พ้นมือ ทำให้อกคู่งามถูกสัมผัสผิวเนื้อเข้าอย่างจัง

“พี่ก็ชอบน้องปัดนะครับ แต่...ตอนนี้พี่...” ชายหนุ่มพูดจาติดๆ ขัดๆ เหมือนพยายามต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่ถูกปลุกขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ บางอย่างที่หลบซ่อนอยู่ภายในตามสายเลือดที่สืบทอดกันมา อารมณ์ความร้อนรุ่มที่รุนแรงกำลังก่อตัวอย่างไม่อาจจะหยุดยั้ง

มุขพลไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง จริงอยู่เขามึนงงเพราะฤทธิ์ยาและแพ้เหล้า แต่อาการเข้าได้เข้าเข็มแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกสับสน     หรืออาจเป็นเพราะเขาหลงใหลในตัวหญิงสาวคนนี้จนไม่อาจจะห้ามใจ ร่างหนาที่ตอนแรกตัวชาไปจนถึงปลายนิ้ว เมื่อรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นใน    อุ้งมือก็ทำให้ดูเหมือนจะมีเรียวแรงขึ้นทันที

เรียวขางามแทรกขึ้นกลางระหว่างสองขาของชายหนุ่ม บุกรุกให้ภายในของเขาปั่นป่วนมากกว่าเดิม มาร์คผ่อนลมหายใจอย่างไม่อาจจะสะกดอารมณ์ความปรารถนาที่เกิดขึ้น เขาส่งเสียงครางแผ่วเบาเหมือนพอใจ แม้สมองคัดค้านการกระทำของตนเอง

คนใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสโน้มใบหน้าชายหนุ่มเข้ามาใกล้ ทำที

เป็นซุกไซร้ เหมือนกับเขาเองเป็นผู้กระทำ และตนคือผู้ถูกกระทำ สองมือของหล่อนว่องไวพอที่จะลอบที่จะปลดเปลืองพันธนาการของเขาและเธอ ให้ง่ายต่อจุดมุ่งหมายต่อไป

ชายหนุ่มเหมือนอยู่ในความฝันกึ่งหลับกึ่งตื่น มองเห็นดวงตากลมโตที่ดูไร้เดียงสาจูบรุกล้ำภายในช่องปากของตนอย่างไม่หยุด แทบจะสูบวิญญาณของเขาออกไปจากร่างให้ได้ ก็ยิ่งทำให้เขาจูบตอบกลับดูดดื่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตามความปรารถนาของตนเอง

ร่างบางไม่รอช้าฉวยโอกาสถอดเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกให้พ้นกาย แล้วลูบไล้เรือนร่างหนากำยาที่เปล่าเปลือยอย่างพอใจ ปลุกกระเส้าความปรารถนาของชายหนุ่มอย่างไม่หยุดมือ พร้อมยังส่งมือนุ่มสอดลึกเข้าไปภายในกางเกง รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของชายหนุ่มอย่างชำชอง

คนถูกกระทำไม่สำนึกตัวเองว่ากำลังตกเป็นเหยื่อเขาใจว่าตนกำลังเป็นผู้ปรารถนาหญิงสาว เขาไม่อาจจะควบคุมตัวเองเอาไว้ได้อีกต่อไป สองมือฟอนเฟ้นอกอิ่มอย่างเต็มแรงขึ้นเรื่อยๆ จูบไซร้ดื่มด่ำต่ำลงมาจนถึง

ซอกคอและเนินอก ดูดเม้มข่มอย่างตามใจ

ความทรมานที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จางหายไปอย่างช้าๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นความปวดร้าวที่ต้องการการปลอดปล่อยให้เร็วที่สุด เขาร่นกางเกงเนื้อบางเบาของหญิงสาวออก สัมผัสผิวเนื้อเนินอิ่มที่ไร้อาภรตัวจิ๋วปิดอย่างตั้งใจ แทรกปลายนิ้วเข้าอย่าลึกล้ำ

เรียวขางามตวัดคล้อยรอบเอวชายหนุ่มอย่างเปิดรับ สองมือก็ช่วยถอดกางเกงของเขาออกลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ส่งเสียงครางออกจาปากไม่หยุดหย่อน พอใจที่ถูกชายหนุ่มอย่างเสียวกระสัน จนกระทั่งร่างหนาค่อยแทรกความกำยำเข้าไปในเรือนร่าง

หญิงสาวกรีดร้องพอประมาททำหน้าเหมือนทรมาน ทั้งที่ภายในของเธอนั่นหยาดเยิ้มและไม่ได้คับแน่นสักเท่าไร แต่ชายหนุ่มที่มึนงงไม่ได้ใส่ใจ เขารุดหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดมือ เร่งจังหวะสอดประสานยิ่งเห็นสะโพกงอนงามขยับรับก็ยิ่งทำให้เขาใส่อารมณ์ความปรารถนาเข้าไปอย่างเต็มที่

อกอิ่มของเธอถูกบีบรัดด้วยมือหนาที่ลงน้ำหนักอย่างไม่อาจจะยั้งแรง แม้เจ้าของร่างจะรู้สึกปวดร้าวแต่ก็ยังสู้ทนส่งเสียงคราวเรียกหาเร่งเร้าให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจ ชายหนุ่มไม่ขัดศรัทธาพลิกร่างบางขึ้นมาอุ้มแล้วแลกจูบร้อนแรงกันอย่างดุเดือด

หญิงสาวก็ทำตามแต่โดยดีเร่งความเสียวซ่านให้กับชายหนุ่มใจหวังจะให้เขาประทับใจในความร้อนแรงของตัวเธอ แต่ทว่าร่างบางกลับถูกส่งไปถึงจุดหมายก่อน เขาพลิกร่างบางลงนอนคว่ำแล้วจัดความสุขให้อีกครั้งจากทางด้านหลัง เขาไม่สนใจความถูกผิดอะไรอีกต่อไป

ไม่มีความรู้สึกหวานฉ่ำในตอนนี้มีแต่ความรู้สึกอย่างจะปลดปล่อย ทั้งที่ใจของเขาอาจจะปรารถนาเธอสักแค่ไหน แต่ก็อยากให้มันดูโรแมนติกกว่านี้ กลายเป็นว่ามีแต่ความใคร่และตอนนี้เขาไม่อาจจะหยุดตัวเองเอาไว้ได้ ยิ่งได้ยิ่งเสียงเธอครวญครางใส่ก็ยิ่งเหมือนเร่งเร้าให้อารมณ์ของเขารุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำลมหายใจร้อนผ่าวของเขาผ่อนแรงรด

ต้นคอของหญิงสาว ผสมผสานกับลมหายใจร้อนรุ่มของหญิงสาวที่ถูกรุกเร้าไม่หยุดมือ เนื้อตัวของเธอเป็นรอยมือแต่หญิงสาวก็ยังกัดฟันทานทนกำลังของชายหนุ่มอย่างไม่ปริปาก

ก็ด้วยเพราะความเสียวซ่านที่เขามองให้มันถึงใจหล่อนจนไม่อาจจะหยุดได้ ปัดไม่คิดเลยว่าชายแสนดีที่ดูนุ่มนิ่มเรียบร้อยอย่างเขาจะกลายเป็นสัตว์ป่าเมื่ออยู่บนเตียง จนกระทั่งชายหนุ่มสุดจะทานทนหญิงสาวก็รีบพลิกกายขึ้นค่อมแล้วถอนกายออกมา แล้วเข้าคลอบงำชายหนุ่มด้วยริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รังเกียจ

ที่ไม่ยอมให้ปล่อยด้านในก็เพราะยังหวั่นใจชายหนุ่มจะไม่จริงจัง หากท้องขึ้นมาแล้วเกิดไม่รับมีหวังคนที่เสียหายก็เป็นเธอเพียงผู้เดียว     ชายหนุ่มนอนหายใจรวยระรินเหมือนจะหมดแรงแต่ยังไม่หมดกำลัง เขาถูกเธอรีดความสุขออกไปจนหมดแต่ก็ยังไม่หมดความปรารถนา แม้ร่างบางจะลุกไปล้างเนื้อล้างตัวแล้ว

ยามเมื่อหล่อนเดินกลับมาเฉียดข้างเตียง ชายหนุ่มก็เข้าคว้า     

หญิงสาวเอาไว้พร้อมซุกไซร้ไม่หยุดมือ เพราะความปรารถนาภายในของเขายังไม่ถูกดับสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นการเริ่มต้นของค่ำคืนนี้เท่านั้นเอง ปัญชิกาไม่รู้ตัวเสียแล้วว่ากำลังเล่นกับไฟ

“พี่มาร์คคะ อย่าค่ะ” หญิงสาวทำทีเป็นเล่นตัว คิดว่าชายหนุ่มจะแค่ดึงเข้ามากอดจำทำเป็นเหมือนไม่ยินยอมให้เขาเข้าหา

“ไม่... พี่ยังไม่พอ...” แต่ที่ไหนได้เสียงกระซิบของเขาหนักแน่นหิวกระหายเนื้อกายของเธอ แถมยังส่งมือหนาล่วงหน้าไปรุกล้ำเบื้องล่างของเธอทันที

ปัญชิกาตาโตแล้วร้องเสียงกระเส้า ชายหนุ่มปลุกเร้าเธออย่างไม่ปราณี ดูดดื่มดูดกลืนยอดถันอย่างรุนแรง สองมือบางพยายามป้องปัดแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เขาถอยหนี ถึงตอนนี้หล่อนใจหายวาบตอนนี้ร่างกายก็แทบจะหมดแรง แต่เขากลับดูไม่ลดความต้องการลงเลย

หญิงสาวถูกชายหนุ่มปรนเปรอความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน จากที่หล่อนตั้งใจเพียงแค่ครั้งเดียวให้สมเหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าตอนนี้มันลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะถอนตัว จากชายที่ตอนแรกกลายเป็นเหยื่อ ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นเหยื่อตัณหาของเขาเสียเอง

เสียงครางกระเส้าของหญิงสาวที่ถูกเขาเข้าหาไม่หยุด ส่งเสียงร้องจนเจ็บคอเสียงแหบพร่าแทบจะไม่มีแรงลุก ก็ถูกปล่อยนอนแน่นิ่งแทบหมดสติในตอนใกล้รุ่ง ชายหนุ่มเองก็สิ้นฤทธิ์หลังจากทำภารกิจผ่านไปนานหลายชั่วโมง เขาซุกใบหน้าลงที่อกอวบอิ่มเพราะฤทธิ์ยาที่เพิ่งทำให้เขารู้สึกง่วงซึม

 

เช้าวันรุ่งขึ้นมธุรสหนีพี่ชายต่างสายเลือดออกมาจากบ้านแต่เช้าตรู่ หล่อนตั้งใจจะไปปลุกชายหนุ่มยามเช้าก่อนที่ปัญชิกาจะตื่นขึ้นมาแล้วมาเป็นก้างขว้างคอหล่อนอีก เธอขับรถไปอย่างอารมณ์ดี แล้วเข้าไปในโรงแรมอย่างสบายอารมณ์

เธอจำได้ว่าชายหนุ่มพักห้องไหน เพราะตอนส่งกุญแจให้ลอบเก็บข้อมูลไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวยืนหน้าประตูก่อนตะเคาะห้องก็จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ วันนี้หล่อนสวมชุดที่ดูแล้วสบายๆ แต่ไม่พ้นความเซ็กซี่ตามความชอบของตัวเอง

หวังจะให้ชายหนุ่มได้เห็นตนในอีกแง่มุม แง่มุมที่มีดีไม่น้อยไปกว่าปัญชิกาเพื่อนสาว เผื่อว่าชายหนุ่มจะหันมาชื่นชมและมองเธอบ้าง ปลายนิ้วของเธอชูขึ้นแล้วกดลงไปที่กริ่ง เสียงดังก้องหนึ่งครั้งคิดว่าคนด้านในคงจะได้ยินแล้วออกมาเปิดรับโดยไม่ต้องเปิดซ้ำ

ประตูสุดหรูถูกเปิดออกมาอย่างช้าๆ น้ำผึ้งมองเข้าไปในห้องหวังจะได้เจอชายหนุ่มรูปงามของตัวเอง แต่สิ่งที่อยู่หลังประตูกลับทำให้เธอใจสลาย ปัญชิกาห่อตัวในผ้าห่มของโรงแรมเนื้อตัวแดงเป็นจ้ำๆ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับเธอ

“ปัด ทำไมปัดมาอยู่ห้องนี้ ผึ้งคงจำห้องผิด” มธุรสน้ำเสียงสั่นเครือ หันไปมองเลขหน้าห้องอีกครั้ง แล้วทำหน้าเคร่ง

“มาหาพี่มาร์คเหรอ นอนอยู่เลย” ปัดหน้าตางัวเงีย เปิดประตูออก

กว้างไม่ได้มีความละอายที่มาหลับนอนในห้องของชายหนุ่มในฝันของ

เพื่อนสาว

น้ำผึ้งใจหายวาบรู้สึกกายสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจกับคำพูดของเพื่อนสาว ทอดสายตาเข้าไปภายในห้องนอนพบร่างของชายหนุ่มในฝันของตัวเองนอนคว่ำหน้าลงที่เตียงกว้างในสภาพที่กึ่งเปลือย มีเพียงผ้าห่มสีขาวคลุมส่วนล่างเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

“ทำไมพวกเธอถึง” หญิงสาวที่มาถึงเสียงสั่น เดินเข้าไปภายในห้องพักด้วยความอยากรู้ความจริง

“พี่มาร์คเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมพี่กับปัดถึง...”

มุขพลสะลืมสะลือลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ยังมึนงงเพราะฤทธิ์ยาที่กรอกเข้าปากไปเป็นจำนวนมากเมื่อคืน ทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งคืนสติถึงกับจำต้นชนปลายไม่ถูก หันไปมองหน้าสาวรุ่นน้องที่มองตนด้วยสายตาผิดหวังระคนเสียใจ

แล้วหันไปมองปัญชิกาที่ยืนทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ด้วยร่างกายที่กึ่งเปลือย ก็เอาเขาหลับตาคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันเหมือนหนังเก่าที่มีภาพไม่ประติดประต่อ แต่ที่แน่ชัดก็คือเขามีความสัมพันธ์กับแอร์โฮสเตสสาวไปเสียแล้ว

“น้ำผึ้ง... ปัด... พี่... พี่”

“นี่มันอะไรกันปัด”  มธุรสกลับหันไปถามเพื่อนสาวที่ใจของหล่อนฝั่งลึกว่าจะต้องเป็นต้นเหตุของเรื่องบัดสีนี้แน่ๆ

“เมื่อคืนพี่มาร์คกลับมาแล้วกินช็อกโกแลตที่มีเหล้าผสมก็เลย...หน้ามืดแล้ว...” ปัดทำท่าทางเกรงๆหลบสายตาเพื่อนรัก ชายตามองชายหนุ่มกล่าวไม่เต็มปากท่าทางละอายใจ

“ไม่จริง พี่มาร์คแพ้เหล้าเขาไม่กินสิ่งที่เขาแพ้หรอก” น้ำผึ้งส่ายหน้าไม่เชื่อคำพูดของคนสองหน้า ถึงตอนนี้ใจของหล่อนแน่ชัดแล้วว่ากำลังถูกเพื่อนสาวแย่งคนรักไป

“ปัดไม่รู้ว่าช็อกโกแลตที่ให้พี่มาร์คเป็นการขอบคุณมันมีเหล้าผสมนี่ ปัดเสียใจ” คนตีหน้าซื่อทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันไปมองชายหนุ่มให้ช่วยเห็นใจเพราะหล่อนกำลังตกเป็นเหยื่อ

“ผึ้ง ไม่เชื่อหรอกว่าปัดไม่ได้ตั้งใจ ผึ้งไม่เชื่อ” หญิงสาวขึ้นเสียง ส่ายหน้าไปมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนกำลังสับสน

“น้ำผึ้งพี่ผิดเอง” มุขพลใช้ผ้าห่มปิดกายส่วนล่างของตัวเอง แล้วลุกขึ้นยืนเคียงข้างปัญชิกาออกตัวปกป้องตามประสาคนแสนดี

“ไม่ค่ะ ผึ้งขอคุยกับปัดเป็นการส่วนตัว” หญิงสาวทำเสียงแข็งสายตาไม่วางใจ เดินเข้าไปจูงมือเพื่อนสาวในสภาพที่เกือบเปลือยออกมาจากห้องนอนของชายหนุ่ม แล้วเข้าไปในห้องของเพื่อนสาวทันที จากนั้นก็ยิงคำถามอย่างไม่รอช้า

“ปัดตั้งใจใช่ไหม”

“ตั้งใจอะไร” คนถูกถาม ถามย้อนกลับ ท่าทางของเธอดูไม่สะทกสะท้านอะไร แถมยังมีหน้าเดินเข้ามาส่องกระจกจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้ยุ่งน้อยลง

“ก็ให้เกิดเรื่องบัดสีแบบนี้ไง” น้ำผึ้งพยายามข่มอารมณ์แต่ก็ยังไม่วายขึ้นเสียงใส่ เพราะรู้สึกเหมือนกำลังพูดกับคนปัญญาอ่อนต้องให้อธิบาย

มากความ

“ใครจะไปตั้งใจเสียตัวล่ะผึ้ง” ปัดยิ้มมุมปาก มองดูคนหึงหวงจนหน้ามืดด้วยแววตาขบขันเล็กน้อย เก็บความสะใจเอาไว้ใจอก

“ไม่จริง ปัดวางแผนเอาไว้แล้ว ทั้งเรื่องมากินข้าว หากุญแจบ้านไม่เจอ แล้วมานอนที่โรงแรมจนถึงขึ้น...” หล่อนเดินไปเดินมากวาดสายตาไปทั่วห้องด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจ

“ใครจะบ้าคิดล่วงหน้าได้ขนาดนั้น ปัดเพิ่งเจอพี่มาร์คกับผึ้งนะ” คำสันนิฐานของผึ้งทำเอาอีกฝ่ายยิ่งย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

สายตาที่กำลังกวาดไปมาของน้ำผึ้งกลับสะดุดตาเข้ากับพวกกุญแจที่วางอยู่ข้างกระเป๋าถือของเพื่อนสาว หล่อนเข้าไปแล้วหยิบขึ้นมาชู ในที่สุดความจริงก็กระจ่าง

“แล้วนี่อะไร ไหนว่าหากุญแจบ้านไม่เจอไง”

“ก็... มันอยู่ในกระเป๋าเดินทาง หาในกระเป๋าถือไม่เจอนี่” ปัญชิกาทำหน้าทำตาตกใจเอามือพาดอก ไม่วายทำหน้าซื่อใสให้คนกำลังเดือน

หงุดหงิดเล่น

“บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะปัด เลิกตีหน้าซื่อเป็นสาวไร้เดียงสาได้แล้ว ผึ้งมองออกนะว่าปัดกำลังแย่งพี่มาร์คไปจากผึ้ง” มธุรสปาพวงกุญแจเจ้าปัญหาใส่หน้า แล้วเข้าไปจับแขนทั้งสองข้างของคนที่พรากชายหนุ่มไปเขย่าอย่างคาดคั้นเอาความจริง

“ทำไมปัดต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ” ร่างบางถูกเขย่าจนเสียงสั่นคลอน

“ผึ้งไม่รู้หรอก ปัดบอกมาดีกว่าว่าผึ้งคิดถูกใช่ไหม” หญิงสาวที่กำลังโมโหไม่ยอมวางมือ ออกแรงเขย่าต่อเนื่องด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

“ก็ได้ บอกก็ได้ ใช่ ผึ้งคิดถูกแล้วพอใจรึยังล่ะ” ปัดสะบัดแขนแล้วเดินหนีหันมามองน้ำผึ้งด้วยสายตาชิงชังต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง

“ทำไมปัดทำแบบนี้กับผึ้ง” แม้จะไม่ได้ต่างจากที่สงสัย แต่ก็ทำเอามธุรสถึงกับอึ้งไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย ก็ในเมื่อเพิ่งเจอหน้ากันแท้ๆ แต่สิ่งที่ทำราวกับโกรธแค้นมานาน

“ผึ้ง ผึ้งจำไม่ได้เหรอ ว่าผึ้งเคยทำอะไรไว้กับปัด” ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผย ปัดเดินเข้ามาชายตามองด้วยสายตาที่มีชัยเหนือกว่า ทุกอย่างที่หล่อนทำเมื่อคืนเป็นการจงใจที่จะขัดขวางความสุขของน้ำผึ้ง และผลที่ได้เกินคาดก็ในเมื่อชายหนุ่มกลับมีใจให้ตนเองก็เข้าแผน

“ผึ้งไปทำอะไรให้” หล่อนถามกลับด้วยแววตาสงสัย

“รักแรกของปัดไงผึ้ง พี่เอก รักแรกของปัด ที่เขาไปหลงรักผึ้งจนหัวปักหัวปำ ผึ้งเองก็รู้ว่าปัดชอบเขาแต่ผึ้งก็ยังคบกับเขา” คนแค้นฝั่งลึกหันกลับมาตอบราวกับเจ็บปวดมาแสนนาน เธอปวดร้าวตั้งแต่ตอนนั้นน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดมาด้วยกว่า เทียบกับผึ้งไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ

“ก็เขามาชอบผึ้งเองนี่ แล้วเรื่องมันก็นานมากแล้วด้วย” น้ำผึ้งมึนงงกับคนผูกใจเจ็บในเรื่องสมัยเด็ก

“พี่มาร์คก็ชอบปัดเองเหมือนกัน แล้วที่เรามีอะไรกันก็ด้วยความเต็มใจของเราสองคน ไม่ว่าเรื่องจะนานแค่ไหน ผึ้งรู้ไหมว่าปัดต้องเสียใจขนาดไหน” ปัดย้อนตอบด้วยความรู้สึกสะใจ ที่ได้เห็นคนเพียบพร้อมอย่าง

ผึ้งต้องเสียหน้าให้กับคนไม่มีค่าอย่างเธอ

“ก็เลยแก้แค้นผึ้งด้วยการแย้งพี่มาร์คไปงั้นเหรอ” หญิงสาวแทบจะอ้าปากค้างกับการกระทำของอีกฝ่าย ยมลงทุนพลีกายเพื่อให้ได้แก้แค้นตน

“ก็ไม่เชิงอยากจะแก้แค้นหรอกนะ ปัดเองก็ชอบพี่มาร์คเขาเหมือนกัน ก็ทั้งหล่อ แสนดี แล้วก็รวยล้นฟ้า ใครจะไม่ชอบบ้าง เมื่อคืนสบโอกาสก็เลยฉวยเอาไว้เท่านั้นเอง” ปัญชิกาทำยิ้มกริ่มท่าทางสุขใจ ถึงตอนนี้เริ่มคิดจะขยับตัวเองขึ้นนั่งแท่นเป็นคุณนายกับเขาบ้างเสียที

“ผึ้งจะไปบอกให้พี่มาร์ครู้ว่าปัดหวังอะไร” มธุรสไม่ยอมเสียชายที่แอบรักไปโดยไม่ทำอะไร เธอเดินไปเปิดประตูหมายจะไปบอกความจริง

“บอกไปพี่มาร์คก็เชื่อ เขารู้แล้วว่าผึ้งแอบชอบเขา แล้วถ้าผึ้งพูดไปก็คงเหมือนพยายามทำลายความรักของปัดกับพี่เขามากกว่าเลยปั้นน้ำเป็นตัว” แต่เสียงของปัดก็ดังขึ้นทำให้อีกฝ่ายได้คิด หล่อนจะพูดอย่างไรดีให้รุ่นพี่ของเธอเชื่อในเมื่อตลอดเวลาปัดก็สร้างภาพแสนดีมาตลอด

มาร์คที่ฉวยโอกาสระหว่างที่สองสาวแยกตัวออกไปเจรจา เขาก็

แต่งตัวพอคราวๆแล้วเดินออกมาจากห้องเห็นผึ้งกำลังถกเถียงอยู่กับปัดก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

“มีปัญหาอะไรรึเปล่าสาวๆ”

“ปัดขอโทษนะผึ้ง ปัดขอโทษ ยกโทษให้ปัดด้วย” ปัญชิกาได้ยินเสียงชายหนุ่มก็ถกผ้าห่มห่อตัววิ่งเข้าหาเอนสาวกอดรัดราวกับสำนึกผิดจากใจ มธุรสไม่ทันตั้งตัวก็พยายามผลักไส้เพื่อนสาวออกให้พ้นกาย จนทำให้ภาพที่เห็นมันดูเหมือนหล่อนกำลังทำร้ายปัดไปในตัว

“อะไรกัน ปัดต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ” มุขพลเดินเข้าดึงร่างบางที่ดูเหมือนกำลังสะอื้นด้วยความเสียใจเข้ามาโอบกอด พร้อมทำสายตาตำหนิใส่สาวรุ่นน้อง

น้ำผึ้งมองหน้าชายหนุ่มอย่างมึนงง ตนเองไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างกลับถูกกล่าวหาในทาที่ผิดไปเสียได้ อ้าปากกำลังจะแก้ต่างและบอกความจริง แต่คนใจร้อนอย่างผึ้ก็ยังไม่ทันสาวสองหน้าอย่างปัด หล่อนชิงบอกก่อนทันที

“ปัดพยายามให้ผึ้งยกโทษให้ค่ะ ผึ้งโกรธที่ปัดมีอะไรกับพี่มาร์คคนที่ผึ้งรัก ผึ้งเลย...”

“ผึ้ง พี่ผิดเอง พี่...” มาร์คทำสีหน้าจริงจัง ยอมไม่ได้ที่จะให้หญิงสาวรับผิด ทั้งที่ตนเป็นคนกระทำให้เธอต้องบอบช้ำ

“ไม่ค่ะ...ผึ้งผิดเองตะหากที่ทำให้พี่มาเจอกับนังงูพิษอย่างปัด” น้ำผึ้งส่ายหน้าหันไปชี้หน้ากล่าวโทษปัญชิกาด้วยสายตาชิงชัง

“แรงไปหน่อยนะผึ้ง” มุขพลทำตาโตตกใจกับวาจาร้ายกาจของหญิงสาวรุ่นน้อง ไม่คิดว่าหล่อนจะต้องโกรธจัดขนาดนี้

“ผึ้ง... ปัดขอโทษ... ปัดขอโทษ...” ปัญชิกาทำกายสั่นสะท้านหวาดหวั่น พร่ำบอกแต่ขอโทษเหมือนสำนึกผิดจากใจจริง

“มีคำอื่นที่ดีกว่านี้ไหม ความจริงที่บอกผึ้งไปเมื่อกี้ไงว่าสิ่งที่ปัดทำมันคืออะไร” คนถูกชิงของรักขึ้นเสียงใส่ พยายามเข้าไปดึงร่างบางของเพื่อนสาวออกจากออกของชายที่ตนหลงรัก

“ปัดเองก็ชอบพี่มาร์คนะ เหมือนรักแรกพบ ผึ้งเข้าใจไหมว่าเราใจ

ตรงกัน” คนสองหน้าทำซบใบหน้าลงแนบอก บอกรักเสียงสั่นท่าทางหวาดกลัว

“เหรอ เลยถึงขั้นอ่อยแล้วแย่งกันไปใช่ไหม” มธุรสใจร้อนดังไหรน แทบทนมองความดัดจริตของเพื่อนสาวไม่ได้อีกต่อไป แต่ก็ไม่รู้จะกระชากหน้ากากของอีกฝ่ายอย่างไรดี

“เปล่านะ” ปัดส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง เงยหน้ามองเจ้าของอกแกร่งสายตาน่าสงสาร หมายใจจะให้ชายหนุ่มออกตัวปกป้อง

“พี่เลือกปัดเองนะผึ้ง” ชายหนุ่มก็ออกตัวทันที ด้วยความตั้งใจอยู่แล้วว่าจะรับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง ยิ่งเข้าแผน

“เลือก? เลือกเหรอคะ พี่รู้จักไม่ถึงวันพี่เลือกปัด แต่กับผึ้งพี่รู้จักมาตั้งหลายปีกลับไม่เคยเหลียวมอง” ผึ้งย้อนถามพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ทั้งที่ใจของหล่อนกำลังร้องไห้อยู่

“ผึ้ง...” มุขพลจุกแน่นพูดไม่ออก เมื่อนึกถึงสิ่งดีๆที่ผ่านมา หัวใจของเขาสั่นไหววูบ เริ่มเลือกไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี

“ปัด ขอโทษนะ ผึ้งยกโทษให้ปัดด้วย พี่มาร์คไม่ต้องรับผิดชอบปัดหรอกค่ะ ปัดไม่อยากแย่งของของใคร” ปัดเห็นชายหนุ่มเหมือนกำลังใจอ่อน ก็รีบเอ่ยปากพร่ำวิงวอนให้ชายหนุ่มคืนสติกลับมาสงสารตัวเอง

“พี่ต้องรับผิดชอบปัด ผึ้ง ผึ้งต้องเข้าใจพี่นะ” มาร์คข่มใจที่สับสนมองหน้าคนในอ้อมกอดมองดูร่องลอยการกระทำของตัวเองที่ยังหลงเหลืออยู่

“ผึ้งไม่เข้าใจ พี่ไม่ฟังผึ้งเลย ปัดหลอกพี่นะ” มธุรสพยายามอธิบาย แต่ก็ไม่ผิดคำของปัดชายหนุ่มไม่ฟังคำของหล่อนเลย

“ความจริงคือเรามีความสัมพันธ์กันพี่ต้องรับผิดชอบ” ชายหนุ่มน้ำเสียงเด็ดขาด แม้ใจจะยังสับสนอยู่บ้างแต่ด้วยการกระทำของตัวเองเขาไม่อาจจะละเลยได้

“พี่ไม่ได้รักปัด ไม่ต้องรับผิดชอบหรอกค่ะ” ปัญชิกาทำเป็นเจียมตัวเจียมใจ พยายามผลักกายออกจากอ้อมกอด

“พี่ชอบปัดนะ ชอบตั้งแต่แรกเจอ ถึงเราจะมีความสัมพันธ์กันเร็ว

เกินไป แต่พี่ก็มั่นใจในหัวใจของพี่” แต่ก็ถูกชายหนุ่มกระชับไว้อย่างมั่นคง

“ไม่จริง ไม่จริง” คำหวานที่มุขพลสารภาพออกมาจากปากทำเอาน้ำผึ้งพูดไม่ออกรับไม่ได้ สุดจะทานทนมองดูชายที่รักอยู่กับสาวอีก

“ขอโทษนะผึ้ง” ชายหนุ่มเงยหน้ามองกล่าวน้ำเสียงเศร้าจากหัวใจ มองดูร่างบางที่ส่ายหน้าไปมาเหมือนกำลังรับไม่ได้ วิ่งจากไปด้วยความรู้สึกปวดร้าว

“ปัดเสียใจ พี่มาร์ค ปัดกลัวท้อง” ปัดทำท่าหวาดหวั่นในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ริมฝีปากของเธอปรากฏรอยยิ้มบางๆ

“อย่าทิ้งปัดนะคะ”

“ไม่เป็นไรน้องปัด ยังไงพี่ก็รับผิดชอบน้องปัดเอง” มาร์คกระชับกอดแนบอก ถึงตอนนี้เขาไม่อาจจะลังเลใจอะไรได้อีก จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ร่างบางในอ้อมกอดไม่ใช่หญิงสาวที่จะละเลยความสัมพันธ์ได้ แม้จะเร็วเกินไปแต่ด้วยความเป็นลูกผู้ชายที่มีเต็มจนล้นออกมาของเขาต้องทำตามหน้าที่ของตนเอง

ขณะที่ชายหนุ่มหญิงสาวกำลังกอดประคองปลอบใจกันในโรงแรม มธุรสก็หอบหัวใจที่บอบช้ำของตัวเองออกมาด้วยน้ำตานองหน้า ทำใจไม่ได้ที่ผิดหวังกับความรักครั้งนี้ เป็นรักแรกที่เธอตั้งความหวังไว้สูงเพราะด้วยฐานะและอะไรหลายๆอย่างที่เท่าเทียมกันทำให้เธอหวังจะได้ครองคู่กับชายหนุ่ม

เมื่อเรื่องราวกลายเป็นแบบนี้หล่อนก็ไม่อาจจะทานทนต้องหอบหัวใจที่บอบช้ำกลับเชียงใหม่ ด้วยเพราะไม่เคยผิดหวังมากก่อนทำให้การอกหักครั้งนี้ของเธอเป็นรอยแผลครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่คิดเลยว่าการเจอเพื่อนในอดีตจะทำให้ชีวิตรักของเธอป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี

หล่อนขับรถไปร้องไห้ปาดน้ำตานองหน้าไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากพี่ชายต่างสายเลือดหล่อนก็ไม่สนใจจะรับ ตอนนี้สิ่งที่อยากทำอย่างเดียวคือกลับไปนอนกอดคุณปู่ที่รัก ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่และดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่รักเธอจากใจจริง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอคนหนึ่งคือปัจจุบันที่ผู้หลอกลวงชายหนุ่มให้หลงใหล เธออีกคนหนึ่งคือผู้เป็นเพียงภาพเงาในอดีตที่แสนหวาน และเขาคือผู้สูญเสียความทรงจำทุกอย่างไป"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha