ดนตรีร้อนซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ติดตาตรึงใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


            



ชายหนุ่มถึงกับหงุดหงิดเขวียงของขวัญทิ้งไปอย่างไม่ใยดี หญิงสาวที่ร่างกายเขาถวิลหาแท้จริงแล้วกลับต้องการอ้อมกอดของชายอีกคน คิดแล้วก็ยิ่งขัดใจสาวท้าวก้าวเดินจะไปอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายและดับอารมณ์ที่ขุ่นมั่ว แต่ปลายเท้าก็เหยียบเข้ากับอะไร

บางอย่างที่ตกอยู่

รติยา เพิ่มพูนทรัพย์ ชายหนุ่มมองดูชื่อของหญิงสาวจากบัตรพนักงานที่หล่นจากอกเสื้อ ตอนที่เขาถอดออกด้วยความสนใจ แล้วยิ้มให้บัตรพนักงานมองดูสถานที่ทำงานของหญิงสาว แล้วกำบัตรพนักงานเอาไว้แน่น สมองคิดสนใจจะไปคืนบัตรพนักงานให้กับเจ้าตัวด้วยตัวของเขาเอง

วันรุ่งขึ้น เวลาเกือบเที่ยง หญิงสาวในชุดทำงานถูพื้นร้านอยู่สีหน้าเครียด ด้วยเพราะโดนเจ้านายด่าเรื่องที่เธอทำบัตรประจำตัวพนักงานหาย และไหนจะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำเอาเธอนอนไม่หลับ ความรู้สึกวาบหวามที่เกิดขึ้นทำยังไงก็ไม่จางหาย รู้สึกอับอายต่อตัวเองที่เผลอไผลจูบและร่างกายตอบโต้แทบจะสมยอมคนแปลกหน้าง่ายเกินไปจนทำให้สูญเสียสิ่งที่น่าหวงแหนที่สุดของชีวิตลูกผู้หญิง

ไหนจะความเจ็บปวดที่กลางลำตัวทุกครั้งที่เดินหรือขยับ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาทำงานคืนนี้เธอคงจะนอนซมด้วยพิษไข้ โชคดีที่เมื่อเช้าตื่นมาซัดยาเข้าไปหลายเม็ด ทำให้พอมีแรงที่จะมาทำงานต่อ ในสถานการณ์อย่างเธอการขาดงานก็เท่ากับทำให้ขาดเงินใช้ ดังนั้นถึงจะป่วยเจียนตายแค่ไหน ถ้าลุกได้คนอย่างรติยายังไงก็ต้องทำงานสู้ชีวิต

ไงฟาง เมื่อคืนเป็นไงบ้าง นพเก้า ชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานของหญิงสาวเดินเข้ามาตบที่บ่าเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง การบุกเดียวของเธอเขาเองก็พอจะรู้อยู่บ้าง แต่ที่แปลกไปคือ ปกติแล้วเธอจะต้องรีบมาเล่าให้เขาฟัง ด้วยความที่เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ

เออ...ก็ไม่มีอะไรหรอก เก้าหญิงสาวกลบเกลื่อนใบหน้าแดงจัด เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนจะให้เธอเล่าได้ยังไงกันในเมื่อเธอเองก็รู้ดีว่า เก้าคนนี้คิดอะไรกับเธอเกินเพื่อน แล้วเรื่องที่เขาถามก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะเล่าให้ใครฟัง เพราะเท่ากับเธอโฆษณาความขายหน้าของตัวเอง

ไม่มีอะไรได้ไง เมื่อวานโทรไปหาที่ห้องฟาง ไม่เห็นสายเลยนะนพเก้าจับไม้ถูกพื้นของหญิงสาว ดึงออกมาจากมือบางเบาๆ สายตาเป็นห่วงและค้นหาความจริง

เออ...ก็ตกรถนะ ขึ้นรถไม่ทัน เลยเดินกลับรติยารีบโกหกทันที พยายามแย่งไม้ถูพื้นกลับมา แล้วถูพื้นต่อไม่สบสายตาของเพื่อนสนิท ที่จ้องมองมาอย่างล้วงลึกความคิดของเธอ

อะไรกันทำไมไม่โทรมาบอกเก้าจะได้ไปรับชายหนุ่มไม่ปักใจเชื่อ แต่ก็พยักหน้าเข้าใจว่าเพื่อนสาวคงจะมีเหตุอะไรทำให้ไม่สามารถบอกได้ เพราะปกติฟางไม่ใช่คนที่ชอบพูดเรื่องของตัวเองเท่าไรนัก

ฟางเกรงใจนะหญิงสาวฝืนยิ้มเดินเอาไม้ถูพื้นเข้าไปเก็บในห้องเก็บของ โดยมีชายหนุ่มเดินตามไม่ห่างกายด้วยเพราะงานที่ต้องทำในส่วนของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้มีเวลาว่างมาเดินถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

เกรงใจอะไร คราวหน้าไม่ยอมให้ไปคนเดียวแล้วนะ เมื่อคืนนะถ้าไม่ติดเข้ากะเราคงไปด้วยแล้ว

จ้า รู้แล้วว่าเก้าเป็นห่วง ไม่ต้องห่วงนะ เห็นไหมว่าฟางนะยังอยู่ดี...อ๊ะ ลูกค้าเข้าร้านแล้ว หญิงสาวหันมายิ้มให้กับความมีน้ำใจของชายหนุ่ม แล้วมองดูหน้าร้านที่มีชายหนุ่มท่าทางดูดีเข้าร้านมาและกำลังมองหาที่นั่ง ฟางจึงหาโอกาสเลี่ยงแล้วออกไปรับลูกค้าทันที

สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ // สวัสดีครับ เชิญครับเสียงพนักงานภายในร้านเอ่ยทักทายลูกค้าคนแรกของวัน

ชายหนุ่มร่างสูงผอมสวมแว่นตาสีดำชุดลำลองธรรมดา สวมหมวกปกปิดใบหน้าเก็บผมไว้ใต้หมวกอย่างมิดชิด มองดูรติยาที่เดินตรงมายังเขาแล้วโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม รอยยิ้มทรงเสน่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาจางๆแล้วพยักหน้าตอบรับคำทักทายของหญิงสาวอย่างสุภาพ

กี่ที่คะ เสียงหวานทักทายชายหนุ่มพร้อมยิ้มรับลูกค้าอย่างเอาใจ แววตาสดใสของเธอทำเอาชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย

มาคนเดียวครับ ชายหนุ่มกล่าวตอบกลับเสียงแผ่วเบา แล้วเดินตามพนักงานสาวอย่างว่าง่าย นั่งลงที่เก้าที่เธอเชิญนั่ง

เมนูค่ะ อีกสักครู่จะมารับออเดอร์นะคะ รติยายื่นเมนูให้กับลูกค้าแล้วเดินหันหลังไปรินน้ำมาเสิร์ฟให้กับแขกตามปกติ

พร้อมจะสั่งอาหารรึยังคะ

เออ...ครับ ผมขอเป็นสปาเก็ตตี้เป็นอาหารหลักนะครับ และอีกอย่างขอเป็นจูบหวานๆ ของพนักงานเสิร์ฟที่ชื่อรติยา มาเป็นของหวานก็แล้วกันครับ ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาว ยกมือขึ้นถอดแว่นตาสีดำออก เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่เธอยังจดจำมันได้ดี นัยน์ตาที่สะกดเธอให้หลงใหลทั้งจูบหวานและลีลารักอันเร่าร้อนที่เขามอบให้กับเธอเมื่อคืน

นาย…” รติยาใจหายวาบมือไม้สั่นทำใบรับออเดอร์ ถาดเสิร์ฟน้ำ และเมนูอาหารหล่นลงพื้น รนลานรีบก้มลงไปเก็บ จนชายหนุ่มที่สั่งอาหารจานพิเศษถึงกับยกมือขึ้นปิดปากขำออกมาเล็กน้อย หญิงสาวมือไม้สั่นก้มลงเก็บของที่ทำหล่น เธอรีบร้อนจนไม่ทันระวังตัว เงยหน้าจะลุกขึ้นยืนหัวก็ดันไปชนกับมุมโต๊ะอาหารด้วยความซุ่มซ่ามของตัวเอง

โอ๊ย เจ็บชะมัดเลยสองมือบางยกขึ้นกุมหัวปล่อยข้าวของที่เพิ่งจะเก็บขึ้นมาหล่นลงไปที่พื้นอีกครั้ง นั่งคุกเข่ากับพื้นทำหน้าย่นน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดหัวตุ๊บขึ้นมาทันที ชายตามองค้อนชายหนุ่มที่ทำให้เธอเสียสมาธิในการทำงานความวูบวาบภายในเกิดขึ้นอีกครั้ง ภาพหวือหวาของเมื่อคืนกลับมาปั่นหัวใจของเธอให้เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

ฟางเป็นอะไรไหม นพเก้าเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงรีบเดินไปหาหญิงสาว เข้าประครองร่างบอบบางด้วยความเป็นห่วง มองดูหัวของเธอที่เริ่มปูดนูนและมีรอยแดงปรากฏ

ไปข้างหลังร้านก่อนเถอะฟางเดี๋ยวเรารับลูกค้าเอง

ขอโทษด้วยนะครับ จะรับอะไรดีครับ เก้ามองดูร่างบางที่เดินก้มหน้าเข้าไปหลังร้านแล้วหันกลับมาถามชายหนุ่มน่าสงสัยตรงหน้า ที่พูดอะไรออกไปจนเพื่อนสาวของเขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ ทั้งที่ปกติฟางเป็นคนทำงานดีไม่เคยทำงานพลาดหรือเสียสมาธิเลยสักครั้งเดียว

เธอคนนั้นไปไหนครับ แต่ชายแปลกหน้ากลับไม่สนใจจะสั่งอาหาร เขามองหาร่างบางที่ก้มหน้าก้มตากุมหน้าผากเดินไปข้างหลังร้านด้วยสายตาเฉียบคม แถมยังจับสังเกตท่าทางที่ดูห่วงใยเกินเพื่อนของนพเก้ากับหญิงสาวที่เขาอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของเธอ

เออ...มีอะไรรึเปล่าครับ นพเก้าสำนึกได้ถึงน้ำเสียงสนใจรติยาของชายหนุ่มตรงหน้าเช่นกัน จึงเอ่ยถามกลับด้วยความสงสัยทันที

ก็พอดีเมื่อคืนเธอทำของหล่นในห้องนอนผมไว้นะครับ เลยจะเอามาคืนชายหนุ่มแปลกหน้าเองก็แน่เหมือนกัน เขาหยิบบัตรพนักงานวางลงที่โต๊ะอาหาร พูดขึ้นลอยๆมีรอยยิ้มผุดที่มุมปาก แล้วชายตามองดูนพเก้าเมื่อพูดจบด้วยความสะใจ

งั้นผมจะเอาไปคืนให้ ขอบคุณคุณมากที่เอามาคืน เก้ากำมือแน่นด้วยความหงุดหงิด คำพูดคำจาแสดงตัวเป็นเจ้าของของชายแปลกหน้าทำให้เขาเริ่มไม่พอใจ เอื้อมมือไปจะหยิบบัตรพนักงานของหญิงสาว แต่ก็ไม่ทันความไวของชายหนุ่มรูปงาม ที่รีบหยิบบัตรเก็บเข้าที่กระเป๋าเสื้อด้วยความรวดเร็ว

แต่ผมอยากจะคืนกับมือของเธอเอง รบกวนไปตามเธอออกมาให้หน่อย ชายหนุ่มรูปงามพูดเบาๆนั่งเคาะโต๊ะไปเรื่อยๆไม่สนใจสายตาดุๆแสดงถึงความหึงหวงของพนักงานเสิร์ฟชาย แต่กลับยิ่งรู้สึกสนุกที่ได้เห็นสายตาตกใจของอีกฝ่าย ดูเหมือน พนักงานเสิร์ฟชายคนนี้คงจะมีความรู้สึกอะไรกับหญิงสาวคนนั้นที่เขาถามหาแน่นอน

ต้องขอโทษด้วยครับ เพราะเธอต้องไปทำงานส่วนอื่น ถ้ามีอะไรที่ผมช่วย...นพเก้าสะกดอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ไหนจะคำถามที่เกิดขึ้นในสมองเรื่องเมื่อคืน

ที่หญิงสาวไปทำมา คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งทำให้เขาอยากรู้มากยิ่งขึ้น

คุณช่วยไม่ได้หรอก แต่ไม่เป็นไรผมรอเจอเธอทีหลังเองก็ได้ ขอบคุณ แต่คำเสนอที่จะช่วยของเก้าก็ถูกตัดบทเมื่อชายหนุ่มรูปงามกลับลุกขึ้นยืนพร้อมทำสีหน้าหงุดหงิด หันไปมองผู้จัดการร้านราวกับกำลังไม่พอใจท่าทีของพนักงานคนนี้เป็นการทิ้งระเบิดก่อนกลับให้นพเก้ามีปัญหาก่อนที่เขาจะไป

อะไร ลูกค้าเป็นอะไรทำไมถึงออกไปล่ะ เมื่อชายหนุ่มลูกค้าคนแรกพ้นไปจากร้าน ผู้จัดการร้านก็เดินเข้ามาหาด้วยความสงสัยคิดในใจ ว่านพเก้าอาจจะทำกริยาไม่ดีกับลูกค้าของเขา

เออ...เขาเข้าร้านผิดนะครับ ถามหาอาหารญี่ปุ่นที่ร้านอาหารฝรั่ง จะให้ผมรับออเดอร์ได้ยังไงล่ะครับ นพเก้ารีบแก้ตัว ในมือกำแน่นด้วยความหงุดหงิด เดินเลี่ยงผู้จัดการเข้าไปในร้าน ตั้งใจจะไปถามหาความจากหญิงสาวทันที

เขาไปแล้วล่ะนพเก้าปิดประตูห้องแต่งตัวให้กับหญิงสาวมองดูร่างบางที่นั่งเอาน้ำแข็งประคบที่หัวสายตาเป็นห่วง เดินมานั่งลงข้างๆ แย่งน้ำแข็งออกไปจากมือบาง แล้วเชยใบหน้างามให้หันมาทางเขาประคบหน้าผากให้เบาๆอย่างอ่อนโยน

เจ็บไหม

หญิงสาวส่ายหน้าทำเหมือนไม่เจ็บ แต่ก็ใบหน้าแหย่เกเมื่อชายหนุ่มเอาน้ำแข็งมาประคบให้ เธอชายตามองดูนพเก้าอย่างไม่แน่ใจในคำถามที่เธอจะถามเขาออกไป

เขากลับไปแล้วล่ะชายหนุ่มพูดราวกับรู้ใจคำถามที่หญิงสาวคิดเอ่ยถามเขา

เหรอ รติยาพยักหน้าลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

แล้วเขาพูดอะไรอีกไหม

ก็เปล่าหรอก ถึงจะมีคำถามมากมายอยู่ในสมอง แต่ชายหนุ่มก็เก็บมันไว้ในใจไม่ยอมถามเธอออกมาตรงๆ ด้วยเข้าใจว่าถ้าเธอพร้อมก็คงอยากจะเล่าให้เขาฟังเอง หญิงสาวพยักหน้าภายในใจเริ่มกังวล ชายหนุ่มเมื่อคืนตามหาเธอมาถึงที่นี่ เขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่นะ

ร่างกายของเธอก็ได้ไปหมดแล้วยังจะมาหาทำไมอีก จะเอาบัตรพนักงานมาคืนดีๆก็ไม่ได้ ต้องทำให้มันเป็นเรื่องแล้วไหนจะพูดถึงเรื่องนั้นอีก คืนที่ทำให้เธอเองก็ตราตรึงคิดถึงรสของมัน แค่คิดถึงใบหน้าก็ร้อนผ่าวราวกับไฟรนไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเธอกำลังหน้าแดงจัด มีเพียงคนที่กำลังมองดูเท่านั้นที่รู้แต่ก็ได้แต่เงียบไว้ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามเธอออกไป

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง การทำงานที่หนักมาทั้งวันทำเอาหญิงสาวถึงกับล้าไปทั้งตัว อาการไข้ก็ดูเหมือนจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ทั้งวันถ้าไม่ได้นพเก้าคอยช่วยเหลือ มีหวังเธอคงเดือนร้อนเพราะทำงานพลาด ด้วยสมองที่มึนงงเพราะฤทธิ์ยา ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้ลูกค้าในร้านถึงเยอะนัก ทำเอาเธอแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน แถมจะต้องทำโอทีจนดึกอีก ถึงจะดีใจมากก็เถอะที่จะได้เงินเพิ่มขึ้นแต่ก็รู้สึกเหนื่อยมากจนกลัวว่าร่างกายจะรับไม่ไหว

ฟาง ให้เราไปส่งนะเก้าอาสาไปส่งหญิงสาว เมื่อมองดูร่างบางที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าแทบจะหมดแรงเดิน

ขอบใจนะเก้า รบกวนแย่เลยหญิงสาวยิ้มกว้างตอบกลับพร้อมรับไมตรีจิตที่ชายหนุ่มเสนอกลับมาให้กับเธอเหมือนเคย

งั้นรอเราตรงนี้นะ เดี๋ยวเราไปมอเตอร์ไซค์ก่อน ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปข้างหลังร้านอย่างอารมณ์ดี รติยาเดินไปมาอยู่ด้านหน้าบิดกายไปมาด้วยความเหนื่อยล้า ยกมือขึ้นปิดปากหาวด้วยความง่วงนอน

ขณะที่เธอกำลังปิดปากหาวรถสีดำคันหรูก็มาจอดเทียบหน้าร้าน ฟิล์มสีดำมืดสนิททั่วทั้งคันมองไม่เห็นว่าใครอยู่ในรถ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆมองดูรถไม่ถนัดตา ประตูสวยด้านหน้าถูกเปิดออกชายหนุ่มชุดดำลงมาจากรถพยักหน้าให้กับเธอ หญิงสาวพยักหน้าตอบยิ้มอย่างมีมารยาทเข้าใจว่าคงจะเป็นลูกค้าคนหนึ่ง ชายชุดดำสูงใหญ่เดินทำเหมือนจะเข้าไปในร้านทั้งๆที่ไฟในร้านมืดสนิทแล้ว

เออ...โทษนะคะ ร้านปิดแล้วค่ะ หญิงสาวหวังดีหันไปบอก ชายหนุ่มที่กำลังชะเงยมองภายในร้านราวกับกำลังหาคน เขาหันกลับมายิ้มกว้างแล้วสาวท้าวเดินเข้าหาหญิงสาวทันที รวบร่างบางขึ้นบ่าแบกเอาง่ายๆด้วยความที่ตัวของเธอเล็กกว่ามาก

 กรี๊ดอะไรนะปล่อยนะหญิงสาวกรีดร้องเสียงหลงรู้สึกว่าร่างกายตัวเองถูกเหวียงเข้าไปเต็มที่ ที่เบาะนุ่มๆ จนหัวกระแทกกับขอบประตู เพราะคนอุ้มไม่ทันระวัง ฟางไม่รู้ตัวเลยว่าประตูด้านหลังของรถเปิดเมื่อไร แต่ดูเหมือนมันจะเปิดรอเธออยู่แล้วจากคนที่นั่งอยู่ข้างในรถ และมันถูกปิดเมื่อร่างบางของเธอเข้ามาอยู่ภายในรถ

โอ๊ย...เจ็บนะ หญิงสาวยกมือกุมขมับด้วยความเจ็บ                

วันนี้เป็นวันซวยอะไรของฉันนะ ตอนเช้าหัวก็ชนโต๊ะตกเย็นก็ถูกอุ้ม หญิงสาวคิดในใจ ฟางยันกายขึ้นนั่งพยายามจะเปิดประตูออกไปจากรถ แต่ประตูเจ้ากรรมก็ดันไม่สามารถเปิดได้จากภายใน ได้แต่กรีดร้องต่อว่าคนขับและคนที่พาเธอเข้ามา สายตามองดูมอเตอร์ไซค์ของเก้าเพื่อนสนิทที่กำลังขับออกมา พยายามกระจกเคาะจนมือเจ็บเพื่อให้เขาเห็นเธอและเข้าช่วยเหลือ

เก้า...ฟางอยู่นี่ เก้าช่วยด้วย เก้า…”

นี่หนวกหูน่า ตะโกนไปเขาก็ไม่ได้ยินหรอก เสียงชายหนุ่มที่ฟังดูแล้วคุ้นหูดังขึ้นจากข้างหลัง รติยาเหลียวไปมองเห็นเงาลางๆของคนที่นั่งอยู่ก่อน ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร

นายเป็นใครปล่อยฉันลงนะหญิงสาวขยับกายหันหน้าเข้าหาคนแปลกหน้า ยันกายออกห่างจนติดประตูพยายามเพ่งสายตามองดูใบหน้าในความมืด แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากรอยยิ้มกว้างและซี่ฟันสีขาวที่เรียงตัวสวยดูแล้วน่ามอง และผมสีทองที่ตัดกับความมืดมิดภายในรถคันหรู

นายต้องการอะไร บอกมานะ เงินเหรอ เดี๋ยวฉันจะหาให้ ปล่อยฉันลงเถอะนะ หญิงสาวพยายามถามหาสิ่งที่คนแปลกหน้าต้องการมือก็พยายามควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเพื่อกดโทรหาใครสักคนให้ช่วยเหลือ

เงินนะฉันมีเยอะ ไม่ต้องการเงินจากเธอหรอก ที่ฉันต้องการนะ... ชายหนุ่มหันหน้ามามองหญิงสาว ขณะที่รถคันหรูวิ่งผ่านไปตามเส้นทางที่เขากำหนดเอาไว้ถึงจุดหมายที่อยากจะไปถึง

คืออาหารและของหวานที่ฉันสั่งไปเมื่อเช้านี้ตะหาก

คำพูดของชายหนุ่มหญิงสาวฟังดูแล้วเริ่มจะคุ้นหู น้ำเสียงแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายโรคจิตในคืนนั้น เขาขยับกายเข้าหาเธอคว้ามือบางที่ซุกอยู่ในกระเป่าถือ ราวกับจะรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ มือถือราคาถูกของเธอถูกเขาหยิบไปในทันทีแล้วโยนทิ้งออกนอกกระจกรถอย่างไม่สนใจ

ไอ้โรคจิตเหรอ ไอ้บ้ากามปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยเมื่อได้ยินสิ่งที่คนโรคจิตต้องการและการกระทำที่ไม่น่าไว้ใจของเขา หญิงสาวก็ใจหายวาบรีบร้อนตะโกนออกไป พยายามถีบเขาออกห่างสองมือ พยายามเปิดประตูทุบกระจกเอาตัวรอดสุดกำลัง

ชายหนุ่มแกล้งหัวเราะราวกับบ้าคลั่งด้วยความสนุก ขยับกายเข้าหาหญิงสาวอีกครั้งและสวมกอดเอาไว้จากข้างหลัง รติยาลืมตัวไปว่าด้านหลังเธอไม่มีอะไรป้องกัน แต่ก็สายเกินไปเมื่อร่างบางของเธอเข้าไปสู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มแล้ว มิหน่ำซ้ำยังถูกขโมยหอมแก้มไปอีกหลายฟอดใหญ่ๆ จนคนถูกหอมใบหน้าร้อนผ่าวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

อันนี้ ถ้าว่าเป็นออเดิร์ฟ แล้วฉันก็ชื่อ คัง ฮี ราฟ ไม่ได้ชื่อ ไอ้โรคจิต ชายหนุ่มกระซิบบอกอย่างพอใจแต่ไม่ได้ทำให้ร่างบางในอ้อมกอดหยุดดิ้นได้เลย เธอยิ่งดิ้นหนักกว่าเก่า หลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัวคิดไปถึงอาหารจานหลักที่เขาพูดถึง

จินตนาการถึงตัวเองที่เปลือยเปล่าอยู่บนจานอาหารพร้อมเสิร์ฟด้วยท่าทางยั่วยวนเขา ตกแต่งด้วยพืชผักนานาชนิดสำหรับเป็นเครื่องเคียงชวนน่ารับประทาน ในมือของคนโรคจิตที่ว่าคงจะมีช้อนซ้อม สายตาของเขาที่จ้องมองมาคงพร้อมกันจะดื่มกินเธอไปทั้งตัว

ไหนจะรสสัมผัสที่แสนวาบหวาม ความรู้สึกเมื่อคืนเกินขึ้นมาทั้งน่าลิ้มลองน่าติดใจจนเธอเองก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวไปกับการกระทำของเขา ยิ่งคิดใจก็ยิ่งเต้นแรงไม่แน่ใจว่าอยากจะเป็นอาหารจานหลักของเขารึเปล่า ความคิดของเธอจินตนาการไปไกลจนไม่ทันรู้ตัวเลยว่า

ร่างกายของเธอถูกเขาอุ้มกึ่งลากลงมาอยู่ที่พื้นแล้ว แถมยังถูกพานั่งลงไปที่เก้าอี้นุ่มๆ รู้สึกตัวอีกทีร่างกายก็ไม่ได้ถูกกอดรัด แต่ลมเย็นๆของแอร์กำลังพัดผ่านร่างกายของเธอจนหนาวไปถึงขั้วหัวใจ พิษไข้ที่ตอนแรกดูเหมือนจะตกใจจนหายป่วยเริ่มกลับมาทำให้เธอต้องนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้า

แต่ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอกำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละนิดแล้วก็มองเห็นบรรยากาศแสนหรูภายในห้องสุดหรูที่เขาพามา นี่เธอเผลอใจคิดอะไรไปไกลนานจนถึงขนาดที่เขาพาเธอมาถึงไหนกันเนี่ย ร่างบางมองดูคนนั่งข้างที่กำลังยิ้มกริ่มอย่างพอใจ

นายโรคจิตพาฉันมาที่นี่ทำไมย่ะ ฟางตะโกนถามชายหนุ่มจนเสียงของเธอดัง

ก้องไปทั่วห้อง ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทุกครั้งที่พูดใส่เขา

เสียงเธอนี่สิบแปดหลอดเลยนะ ไม่ต้องใช้ไมค์ก็ดังจะตายอยู่แล้ว พูดเบาๆก็ได้นั่งกันอยู่แค่นี้เอง ชายหนุ่มทำท่าทางแคะขี้หูใส่เธอ พร้อมชี้ให้เธอมองดูรอบๆห้องว่าไม่มีใครอยู่นอกจากเธอและเขา

นายเป็นใคร ต้องการอะไร แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไมหญิงสาวสูดลมหายใจข่มความรู้สึก ทำใจดีสู้เสือสายตาจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ แต่คนที่ถูกถามกลับยิ้มกริ่มเหมือนเดิม แถมยังทำท่าทางขำเล็กน้อยที่ได้เห็นดวงตาคู่โตของใบหน้ากลมๆของเธอดุใส่

ก็บอกชื่อไปแล้วไง ว่าฉันเป็นใคร แล้วต้องการอะไรจากเธอ ส่วนที่นี่ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าโต๊ะอาหาร

ชื่อเหรอ...คัง...คังอะไรนะ หญิงสาวขมวดคิ้วทวนความจำ เธอไม่แน่ใจว่าเขาชื่ออะไรกันแน่ แต่ที่สำคัญดูเหมือนเขาจะพูดถูกเขาบอกเธอมาหมดแล้วตั้งแต่อยู่ในรถ

คัง ฮี ราฟ เรียกสั้นๆว่า ราฟ ก็ได้ ชายหนุ่มแนะนำตัวอีกครั้งทำน้ำเสียงภาคภูมิใจ เข้าใจว่าเธอคงจะต้องตกใจเมื่อได้ยินชื่อและนามสกุลของเขาอย่างแน่นอน

คนบ้าอะไรชื่อยีราฟคิดว่าเท่ห์นักรึไงทำท่าทางแบบนั้นนะแต่กลับผิดคาดเมื่อร่างบางกลับแสดงท่าทีไม่รู้จักเขาอย่างสิ้นเชิง

ฮีราฟ ไม่ใช่ยีราฟ นี่เธอไม่รู้จักฉันเหรอ ชายหนุ่มหันขวับความมั่นใจในตัวเองตกวูบในทันที เมื่อเห็นท่าทางของฟางที่ไม่สนใจชื่อและหน้าตาของเขา ทั้งๆเขาเองก็มีชื่อเสียงในวงการอยู่ไม่น้อยเลย แถมหน้าตาระดับเขาต่อให้ไม่บอกชื่อไป ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็แทบจะวิ่งตามเข้ามาหาอยู่แล้ว

แล้วทำไมฉันต้องรู้จักนายด้วยล่ะ รติยาหันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างเย้อหยัน มองดูใบหน้าหล่อเหลาของเขาชัดๆพยายามคิดว่าเคยเห็นที่ไหนไม่แน่ใจ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนกันนะ ชายหนุ่มเขียนขอบตาเข้มแต่ก็ไม่เข้มเท่าคืนนั้น ใบหน้าดูขาวซีดเพราะทาแป้งและรองพื้นหนา ริมฝีปากไม่ได้แต่งแต้มสีอะไร ดูไปดูมาก็เหมือนผู้ชายโรคจิตที่อยากจะแต่งหน้าเหมือนผู้หญิงมากกว่า

เอาเถอะ ตอนนี้ไม่รู้ เดี๋ยวอีกหน่อยก็รู้เองแหล่ะ ชายหนุ่มสบสายตากับหญิงสาวตรงๆ ส่ายหน้าเล็กน้อยอ่อนใจกับเธอที่ไม่รู้จักเขาดูเหมือนชื่อเสียงของเขาคงจะยังไม่มาก

พอที่จะให้เธอได้รู้จัก ก็อย่างว่าลักษณะท่าทางของเธอไม่น่าที่จะฟังเพลงสไตล์ของเขาเลย

ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟทำให้บทสนทนาของทั้งสองจบลง ชายหนุ่มหยิบ

ช้อนส้อมขึ้นมาม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปาก หญิงสาวมองดูแล้วกลืนน้ำลายลงคอ น่าตาการตกแต่งอาหารต่างจากร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่มากมายนัก ดูแล้วน่าจะวางไว้เฉยๆมากกว่าตักกินให้เสียเวลาการตกแต่งมาอย่างสวยหรู กลิ่นก็หอมยั่วน้ำลายเธอเหลือเกิน แต่รติยาก็ข่มใจไม่ยอมกินด้วยกลัว ว่าคนแปลกหน้าอาจจะใส่ยาให้เธอกินเพื่อมอมเมาเธอก็เป็นได้

ทำไมไม่กินล่ะ คนโรคจิตเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางข้างกายไม่ยอมขยับ ทั้งๆที่เสียงท้องของเธอร้องดังไปถึงในครัวแล้วด้วยซ้ำ

ไม่ย่ะ ฉันไม่หิว ฟางทำเชิดหน้าใส่ชายหนุ่มพยายามกลืนน้ำลายลงคอช้าๆไม่ให้เขาจับสังเกตได้ว่าเธออยากจะกินใจจะขาด

อะไรกัน กลัวฉันใส่ยามอมเธอรึไงราฟรู้ทันความคิดของหญิงสาวม้วนเส้นเข้าส้อมเป็นเกลียวใหญ่แล้วยื่นไปจ่อที่หน้าของร่างบางอย่างยั่วยวน

รติยากัดปากแน่นหลบสายตาพยายามคิดถึงสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อาหารตรงหน้า แต่ก็แทบไม่เป็นผลเมื่อกลิ่นของมันยั่วยวนน้ำลายของเธอเหลือเกิน จนถอนหายใจลืมตาขึ้นมามองค้อนชายหนุ่มโรคจิตราวกับจะกลืนกิน

ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...นี่รู้ไหมแกล้งเธอแล้วสนุกจัง คังฮีราฟหัวเราะออกมาเสียงดังก้องด้วยความสนุก ยิ่งได้เห็นดวงตากลมโตพยายามทำหน้าดุใส่ ทั้งๆที่หน้าตาของเธอก็หวานหยาดเยิ้มก็ยิ่งขำ

ก็ได้ ไม่แกล้งแล้ว

ชายหนุ่มปิดปากแล้วหยิบจานอาหารของเธอมาวางตรงหน้า รติยามองตาละห้อยแต่แล้วก็ข่มใจเชิดหน้าต่อคิดในใจ

ไม่ได้อยากจะกินอยู่แล้วนี่น่า

กินจานฉันสิ เธอคงไม่คิดว่าฉันจะวางยาตัวเองหรอกนะ ชายหนุ่มเสนอทางเลือกให้กับหญิงสาว ฟางหันกลับมามองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง มันเป็นจานของเขาที่กินไปเกือบครึ่ง ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะมั่นใจว่าจะไม่มีอันตรายแต่ก็ยังลังเลที่จะกินเข้าไปอยู่ดี จนชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดใจที่ร่างบางเล่นตัวนัก

นี่กินสักทีเถอะ ถ้าไม่กินดีๆนะ ฉันจะป้อน สาบานได้ว่าจะไม่ป้อนด้วยส้อมแน่นอน ชายหนุ่มทำน้ำเสียงหงุดหงิดมองแววตาของหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์ คาดหวังจะได้ป้อนเธออย่างที่พูดไว้จริงๆ นิ้วเรียวของเขายกขึ้นแล้วลูบไปมาที่ริมฝีปากของตัวเองยิ้มเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย

หญิงสาวเห็นเข้าก็อ้าปากค้าเชื่อว่าเขาคงจะป้อนเธอด้วยปาก จินตนาการไปไกลถึงความวาบหวามที่จะตามมา แค่คิดใบหน้าก็แดงจัดอย่างเห็นได้ชัด

กิน...กินแล้ว อย่าป้อนฉันด้วยปากนะ ฉันเขิน รติยารีบหยิบส้อมขึ้นมาม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เป็นวง มือไม้สั่นใจทั้งหวั่นใจและอยากจะลอง จนคนที่นั่งด้วยหัวเราะออกมา

ฮ่า..ฮ่า..อยู่กับเธอแล้วขำจัง บอกสักคำรึยังว่าจะป้อนด้วยปาก ลามกนะเนี่ยเรานะ หญิงสาวเงยหน้ามองทั้งๆที่เส้นสปาเก็ตตี้คาปาก แล้วหลับตาอย่างอับอายที่ดันพูดความคิดของตัวเองออกมาให้เขาฟัง

ช่างเป็นความคิดที่น่าขายหน้าที่สุด แต่เมื่ออาหารเลิศรสเข้าไปในปากรสชาติความอร่อยของมันก็ทำให้เธอลืมเรื่องหงุดหงิดใจไปในทันทีตั้งหน้าตั้งตากินอาหารตรงหน้า ชายหนุ่มโรคจิตก็เลิกแกล้งเธอเช่นกันเมื่อเห็นใบหน้ากลมข้างกายดูหิวจัดคงเพราะทำงานใช้แรงหนักมาทั้งวันแล้ว

ไม่นานอาหารตรงหน้าของทั้งสองก็เกลี้ยงจากรติยาดื่มด่ำรสชาติอาหารจนพอใจ หยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดปากเห็นชายหนุ่มกระซิบกระซาบอะไรกับคนขับรถ สายตาไม่น่าไว้วางใจของเธอก็ผุดขึ้นในดวงตาคู่สวยทันที

ฉันจะกลับได้รึยังหญิงสาวพูดห้วนๆมองชายหนุ่มไม่ไว้ใจอีกครั้ง มือข้างซ้ายเอื้อมขึ้นไปหยิบส้อมที่วางอยู่ข้างๆแล้วเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากระโปรง

ไม่อยากจะกินของหวานเหรอ คนโรคจิตวางมือขึ้นโต๊ะ แล้วท้าวคางมองดูดวงตากลมโตที่ทำสายตาดุใส่อีกครั้งอย่างพออกพอใจ นานมาแล้วที่ไม่ได้เห็นใครขัดขืนความต้องการของเขาแบบนี้ ยิ่งขัดขืนเขาก็ยิ่งอยากได้มาครอบครอง

ม่ะ...ไม่เดี๋ยวอ้วน รติยาส่ายหน้าทำตาเหลือกใบหน้าร้อนผ่าวในมือกำส้อมแน่นใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ สมองแยกกันออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคิดว่าจะต่อสู้กับเขาด้วยส้อมนี้ยังไงดี อีกส่วนหนึ่งก็คิดว่าของหวานที่ว่าคงจะเป็นจูบหวานที่เขาเคยมอบให้เธอ คิด

แล้วก็ใจสั่นมันช่างเป็นจูบแสนหวานราวกับขนมหวานอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ

ไม่อ้วนหรอกของหวานของฉันนะชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นยืนจ้องมองใบหน้ากลมโตราวกับกำลังอ่านใจ เขาหย่อนกายนั่งลงที่มุมโต๊ะแล้วก้มหน้ามองหญิงสาว ดวงตาสีเขียวมรกตตัดกับการแต่งหน้าที่จัดจ้านทำให้คนที่ถูกมองนิ่งสนิทราวกับถูกมนต์สะกดเคลิบเคลิ้มไปกับแววตาคู่สวยของชายหนุ่ม

แต่นั้นก็มีความหมายกับฟางได้เพียงไม่นานเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำ รติยากลั้นใจยกมือที่กำส้อมเอาไว้จะทิ่มเข้าไปที่หลังของเขาอย่างเต็มแรง แต่ชายหนุ่มก็ไหวทันเขารับมือบางนั้นไว้ทันที ก่อนที่มันจะทิ่มลงที่ตัวของเขา หญิงสาวอ้าปากค้าง ได้จังหวะชายหนุ่มก็ประกบริมฝีปากที่ร้อนรุ่ม

แล้วสอดแทรกลิ้นร้ายเข้าไปในช่องปากอย่างช่ำชอง ดันกายจนหัวของคนที่ถูกจูบติดลงไปกับผนังเก้าอี้ทรงสูง มือที่พยายามขัดขืนค่อยๆหมดแรงไปอย่างช้าๆ สมองที่คิดแยกออกเป็นสองส่วนค่อยๆ กลับมารวมตัวกันพร้อมใจเผลอไผลไปกับของหวานที่ชายหนุ่มมอบให้

ไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายของตัวเองถูกขยับให้มานั่งที่ตักของชายหนุ่มลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของเธอสอนคนไม่ประสีประสาให้ช่ำชองไปกับการจูบ ดวงตากลมโตค่อยๆหลับลงอย่างเคลิบเคลิ้มของหวานที่ชายหนุ่มกำลังดื่มกินทำเอาเธอแทบขาดใจ

สองมือหนาลูบไล้ขึ้นลงไปตามแผ่นหลังกอดกระชับร่างบางแน่นขึ้นพอใจที่เธอไม่ขัดขืน เขามอบของหวานให้เธอนานจนร่างบางแทบจะขาดอากาศหายใจ ความร้อนระอุภายในร่างกายทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยพิษไข้ที่ไม่ยอมลดลงและพิษความร้อนรุ่มที่ชายหนุ่มปลุกให้

ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของอุณหภูมิของร่างบางก็รีบถอนจูบออก มองดูดวงตาคู่โตที่ยังหลับอยู่ด้วยความหลงใหลริมฝีปากคู่สวยเผยอเล็กน้อยเพราะกำลังหายใจทางปาก ใบหน้ากลมเนียนของเธอค่อยๆซบลงมาที่อกกว้างของเขาราวกับจะหมดแรงและหมดสติ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ไม่ต้องตกใจสาวน้อย ฉันจะนุ่มนวลและทำให้คืนนี้ของเธอเป็นคืนที่แสนวิเศษ" ชายแปลกหน้าเชยใบหน้างามขึ้นมา พร้อมกับบดริมฝีปากสวยได้รูปของตัวเองลงไป ก่อนที่หญิงสาวจะคัดค้านหรือเอ่ยคำใดออกมา หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อรู้ว่ากำลังถูกพรากจูบแรกไปอย่างไม่สมยอม สองมือยกขึ้นพยายามดันชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่แขนขาเธอกลับไม่มีแรงจะต้านทาน"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha