ดนตรีร้อนซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : น้ำตาลเรียกพี่ ทะเลเรียกป้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


            



มอเตอร์ไซค์พาฝันของชายหนุ่มขับพาหญิงสาวรับลมยามใกล้เที่ยง ไปหยุดอยู่หน้าร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งดูแล้วไม่ค่อยมีคนเข้ามาใช้บริการนัก แต่ดูเหมือนชายหนุ่มผมทองรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อหญิงชราเดินออกมาพร้อมกับตะกร้าจ่ายกับข้าวที่มีพืชผักมากมายอยู่ในนั้น คังฮีราฟเดินสาวเท้าก้าวเข้าไปหาหญิงสาวชราอย่างอารมณ์ดี

หวัดดีครับป้าใจ ชายหนุ่มทักทายหญิงชราพร้อมยกมือไหว้ รติยาพนมมือไหว้ตามอย่างงงๆไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้จักและคุ้นเคยที่นี่เป็นอย่างดี

คุณหนูมาเมื่อไรกันคะเนี่ย ไม่เห็นส่งคนมาบอกป้าเลย หญิงชราโน้มร่างชายหนุ่มเข้ามากอดน้ำตาคลอด้วยความคิดถึง มองดูใบหน้าเด็กน้อยที่เติบใหญ่ห่างหายหน้าจากเกาะแห่งนี้เป็นเวลาหลายปี

ก็มาได้สองสามวันแล้วครับ นี่รติยา เพื่อนผมเอง ชายหนุ่มหันมาแนะนำร่างบางที่พาไปด้วย และหญิงสาวชราที่เพิ่งเจอให้ได้รู้จักกัน

นี่ป้าใจแม่นม ผมตอนเด็กๆ

เรียกง่ายๆว่าฟางก็ได้ค่ะ หญิงสาวพยักหน้าท่าทางสดใสมองดูหญิงชราที่มีสายตาอบอุ่นมาทางชายหนุ่มแสดงให้เห็นความรักที่เธอมีต่อเขาเป็นอย่างมาก

สายตาของราฟเองก็เช่นกันจากที่เคยดูแล้วเป็นคนเอาแต่ใจและลึกลับ กลับดูเป็น

เด็กน้อยขี้อ้อนเมื่ออยู่กับหญิงสูงวัยตรงหน้า หญิงสาวเดินตามสองร่างที่ยังคงประครองกอดเดินเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มช่วยแม่นมของเขาถือข้าวของอย่างเอาใจพร้อมบอกสิ่งที่อยากกินด้วยสีหน้าและแววตาร่าเริงผิดวิสัยปกติของเขา

มองอะไรของเธอ มองแล้วยิ้ม ฮีราฟเดินกลับมานั่งเก้าอี้ข้างๆกับฟาง เมื่อหญิงสาวชราชี้สั่งเพราะเขากำลังก่อกวนการทำกับข้าวของเธอ

เปล่า ก็นายดูมีความสุขจังเลยนะหญิงสาวยักไหล่อมยิ้มพอใจที่ได้เห็นมุมมองใหม่ของเขา

แน่นอน ฉันมีความสุข...ฮีราฟทอดสายตาว่างเปล่าไปยังทะเลกว้างในใจคิดเรื่องราวที่ผ่านมาบางสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อาจจะทำใจกลับมาเหยียบที่นี่อีก จนกระทั่งผ่านมาเก้าปีเขาถึงจะทำใจได้และกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง

แววตาของชายหนุ่มที่ดูไม่ได้มีความสุขดังปากพูดทำเอาหญิงสาวมองดูด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามสิ่งในได้แต่นั่งนิ่งจับสายตามองเขาอย่างเงียบๆ มือก็ลูบคลำสิ่งล้ำค่าที่เขามอบให้กับเธออย่างหวงแหนใจอยากจะถอดเก็บไว้เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญ และด้วยหวานว่าของมีค่ามาจะหายไปถ้าเธอไม่ระวังตัว

ไม่นานอาหารทะเลก็ถูกนำมาเสิร์ฟโดยป้าใจ ท่าทางที่แก่เฒ่าของเธอทำเอารติยาคิดไปถึงมารดาที่อยู่ต่างจังหวัด ด้วยความกตัญญูรู้งานเธอรีบร้อนลุกขึ้นไปช่วยหญิงชราเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะในทันที

โอ้โฮ้...น่ากินจังเลยค่ะป้า รติยามองดูกุ้งตัวโตในจานอาหารที่ตัวเองถือมาด้วยความสนใจเกิดมายังไม่เคยเห็นกุ้งตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

กิโลคงจะเป็นพันเลยไหมคะเนี่ย

ไม่เท่าไรหรอกค่ะ ชาวบ้านเขาจับมาได้เขาก็เอามาแบ่งๆกัน วันนี้โชคดีเลยได้ของสดด้วย

เหรอค่ะ หญิงสาวสนอกสนใจกับกุ้งตัวใหญ่ไม่พอ ยังหันไปมองดูปูขนาดใหญ่ยังที่ถูกวางเรียงสวยในจานสีขาวกลิ่นหอมน่ากินของมันชวนน้ำลายสอเหลือเกิน

นี่เก็บอารมณ์ซะบ้างสิ ทำตาโตเป็นไข่ห่านเชียวดูสิป้าใจขำใหญ่แล้ว ชายหนุ่ม

สะกิดร่างบางข้างกายที่ไม่ระงับความตื่นตาตื่นใจของตัวเองแถมยังทำท่าทางกลืนน้ำลายอย่างไม่อายออกไปจนหญิงชรายิ้มออกมาด้วยความไร้เดียงสาของเธออย่างเอ็นดู

รติยาชายตามองแม่นมของชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นของเธอทำให้รู้สึกเป็นกันเองจนลืมตัว หญิงสาวรีบเก็บสีหน้าและแววตาทำยิ้มเจื่อนๆ มองชายหนุ่มอย่างอายๆ แอบเบือนหน้าหนีแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความอยากกิน เพราะกลิ่นที่หอมฉุยของมันเย้ายวนเธอเหลือเกิน หญิงสาวเอื้อมมือตั้งใจจะแกะ แต่มือนุ่มของหญิงชราก็โบกมือปัดอย่างสุภาพทำเอารติยานั่งนิ่งหันไปมองดูชายหนุ่มข้างกายเหมือนเขาจะรู้ว่าแม่นมของเขามีความชำนาญในการแกะอาหารทะเลแค่ไหน

นั่งเฉยๆเถอะค่ะคุณ เดี๋ยวป้าจะแกะให้ทานเอง หญิงชราค่อยๆบรรจงแกะกุ้งตัวใหญ่ให้กับชายหนุ่ม หัวกุ้งถูกวางไว้อย่างไม่สนใจ ตัวกุ้งค่อยๆเลาะเปลือกออกอย่างประณีตเหลือไว้แต่หางกุ้งสำหรับจับเข้าปาก ถูกวางลงที่จานเปล่าตรงหน้าของทั้งสองคน

แม่นมทำแบบนี้กับกุ้งตัวอื่นๆด้วยความช่ำชอง จนวางเรียงสวยตรงหน้าเกือบเต็มจาน ชายหนุ่มก็ใช้ช้อนตักแล้วเริ่มกินข้าวของตัวเองในขณะที่รติยายังคงสนใจกับหัวกุ้งแหล่ตามองดูมันในหัวที่เต็มแน่นน่ากินคลุกกับข้าวร้อนๆน้ำปลาสองสามหยด

กลืนน้ำลายอยู่ได้ หิวก็กินสิ ฮีราฟเข้าใจว่าร่างบางข้างกายไม่กล้ากินอาหาร ด้วยอาจเป็นเพราะขนาดของมันอลังการจนไม่กล้าที่จะกิน

คือ...หัวกุ้งนะ ป้าใจไม่แกะเหรอคะ รติยามองดูหัวกุ้งตาละห้อยอยากจะกินมันในหัวของกุ้งใจจะขาด คิดถึงเวลาที่ตัวเองอยู่กับพ่อแม่เดือนหนึ่งได้กินกุ้งสักครั้งก็ถือว่าเป็นบุญปาก แถมเวลาได้มาสักตัวสองตัวก็ต้องมาแบ่งกันกินกับน้องๆที่กำลังโตยังไม่เข้าเรียน

แม่ของเธอมักจะเอามันในหัวกุ้งมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ หัวกุ้งสองหัวคลุกกับข้าวหนึ่งกะละมังซึ่งจะได้รสชาติของมันกุ้งที่เจือจางพอสมควร แต่ตอนนี้หัวกุ้งมากมายกองอยู่ตรงหน้ารอให้คนอย่างรติยากินอยู่ทำให้เธอไม่อาจจะละสายตาไปจากมันได้เลย

คุณชอบทานเหรอคะหญิงชราใจดีถามหญิงสาวกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ค่ะ หญิงสาวพยักหน้าไม่ตอบเปล่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ จนคนข้างกายถึงกับขมวดคิ้วสงสัยเนื้อกุ้งดีๆมาไม่กินกลับอยากกินหัวกุ้งที่ไม่มีอะไรให้กินเลย

อะไรของเธอนะฮีราฟวางช้อนในมือเงยหน้ามองร่างบางข้างกายอย่างไม่เข้าใจ

ได้สิคะคุณฟาง ป้าจะทำให้นะ หญิงสูงวัยเริ่มเข้าใจสายตาของฟางเธอหยิบหัวกุ้งตั้งใจจะแกะให้

ป้าครับไม่ต้องหรอก แต่ชายหนุ่มผมทองกลับดักคอเอาไว้ด้วยความไม่เข้าใจรสชาติที่ซ่อนเร้นของมันกุ้งที่มีในหัว

กินเนื้อไปสิจะกินทำไมหัวกุ้ง

นายนะไม่เข้าใจหรอก รติยาถอนลมหายใจคนรวยอย่างเขาจะเข้าใจอะไรหัวอกของเธอ ใฝ่ฝันมานานแล้วที่จะได้กินกุ้งตัวโตๆกับมันกุ้งคลุกกับข้าวสวยอย่างเต็มคราบไม่ต้องแย่งรสชาติจางๆจากน้องๆที่หิวกระหาย หญิงสาวมองหน้าแม่นมของชายหนุ่มเชิงขอ

เมื่อหญิงสูงวัยพยักหน้าหัวกุ้งก็มาอยู่ในมือของเธอบรรจงแกะอย่างเบามือจนมันในหัวกุ้งสีส้มค่อยๆไหลเยิ้มออกมาลงที่ข้าวเปล่า เธอใช้ช้อนปาดมันกุ้งรีดออกทุกหยาดหยด หัวกุ้งที่มีเนื้อติดเล็กน้อยเธอก็ไม่เกรงใจอ้าปากกัดแล้วรูดเนื้อหวานๆเข้าปากท่าทางอร่อย

ฮีราฟมองดูอย่างอ่อนใจหันไปมองคนสูงวัยกลับยิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนจะมีเขาคนเดียวที่ไม่เคยกินมันหัวกุ้งและไม่เห็นด้วยกับการกินของเธอในครั้งนี้

คุณหนูคงไม่เข้าใจหรอกค่ะ ชาวบ้านบางคนนะเขาต้องประหยัด การจะอยู่จะกินอะไรก็ต้องเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดได้หัวกุ้งมาสักตัวก็ต้องกินให้คุ้มทั้งบ้าน ป้าใจอธิบายให้คุณหนูของเธอเข้าใจขณะที่สายตาก็มองดูรติยาคลุกมันกุ้งกับข้าวด้วยรอยยิ้ม สีหน้าที่หงุดหงิดของชายหนุ่มเริ่มเข้าใจ นึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวมาจากบ้านที่ยากจน จะได้กินอะไรสักอย่างก็ต้องอยู่อย่างประหยัด ยิ่งคิดยิ่งมองดูก็สงสาร

ใช่ๆๆๆ คนรวยอย่างนายนะไม่เข้าใจหรอก อีกอย่างมันอุตส่าห์ตายแล้ว เราก็ต้องเคารพโดยการกินมันให้ทุกส่วนสมกับที่มันตาย รติยามองดูข้าวสีขาวกลายเป็นสีส้มมันกุ้งเข้มข้นผสมกับข้าวสวยร้อนๆในจานกลิ่นหอมแตะจมูกยิ่งกว่าเดิม

หึ...ฉันนะไม่เข้าใจคนขี้งกอย่างเธอหรอก ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าทำเป็นปากร้าย แต่ก็หยิบเนื้อกุ้งใส่ลงไปที่จานของหญิงสาว

อย่าเอาแต่กินมัน เนื้อนะกินซะบ้างสิ

รติยาหันไปมองดูชายหนุ่มแล้วยิ้มให้ตักข้าวคำใหญ่เข้าปากอย่างอารมณ์ดี ทำหน้า

สุขสมอารมณ์หมายที่ได้กินของที่ชอบ ฮีราฟมองดูหญิงสาวกินด้วยท่าทางน่าอร่อยข้างคำใหญ่กับเนื้อกุ้งเต็มปากเต็มคำไม่หลงเหลือกุลสตรีไว้เลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ไม่น่าเชื่อว่าท่าทางของเธอแบบนี้มันช่างน่ามองและน่าหลงใหล ผิดไปจากดารานักร้องมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา วางท่าทางราวกับผู้ดีมีสกุลบางทีอาจจะเป็นพวกวัวลืมตีนซะด้วยซ้ำไป

นี่มองฉันกินอยู่ได้ อยากกินบ้างไหมล่ะ หญิงสาวรู้สึกได้ว่าถูกมองอยู่นานก็เกิดอาการเขินกลืนข้าวลงคอ หันไปมองหน้าชายหนุ่มตักขึ้นมาหนึ่งคำจ่อไปที่ปากของชายหนุ่ม ทำเอาป้าใจยิ้มให้แล้วลุกขึ้นเดินหนีเข้าครัวไปอย่างรู้งานเผื่อว่าเด็กทั้งสองจะอยากอยู่กันตามประสาหนุ่มสาว

ไม่เอาหรอกเธอนี่ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีกลืนน้ำลายลงคอ ต้องยอมรับว่ากลิ่นของมันเย้ายวนน่ากินจริงๆอย่างที่เธอพูดเอาไว้

เอาน่าคำหนึ่งถ้าไม่ชอบจะไม่บังคับเลย หญิงสาวยังคงมุ่งมั่นจี้ช้อนที่ปากของชายหนุ่มทำหรี่ตาหน้าเจ้าเล่ห์ยิ้มเล็กน้อยพยักหน้าเชิงบังคับให้ชายหนุ่มกิน

ไม่นานข้าวคำโตก็เข้าปากกลิ่นที่ชวนกินไม่ได้ทำให้ผิดหวังเมื่อรสชาติของมันทำให้รู้สึกถึงกุ้งทั้งตัว ความมัน ความหอมที่ขึ้นไปถึงจมูกมากว่ากลิ่นหอมที่อยู่ภายนอก เคี้ยวไปรู้สึกได้ถึงความเหนียวนุ่มหวานฉ่ำช่างเป็นการผสมผสานได้ดียิ่งกว่าอาหารในภัตตาคารหรูซะอีก

นี่เธอ... ชายหนุ่มตวัดสายตามองดูหญิงสาวที่กำลังทำมันกุ้งคลุกข้าวเพิ่ม การเรียกของเขาทำเอารติยาสะดุ้งด้วยความตกใจ

ไม่ชอบเหรอขอโทษนะหญิงสาวหน้าเสียเมื่อเห็นฮีราฟทำหน้าเครียดใส่หลังกินข้าวคำโตที่เธอบังคับให้เขากิน

ทำแค่นั้นจะไปพออะไร ไม่คิดจะทำเผื่อบ้างรึไงห๊า…” ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูแล้วอมยิ้ม เคี้ยวข้าวมันกุ้งตุ้ยๆอย่างสุขใจ หญิงสาวยิ้มกว้างหน้าบานเป็นการใหญ่รีบร้อนทำข้าวคลุกกับมันกุ้งให้ชายหนุ่มแต่โดยดี

นึกว่าจะไม่ชอบที่แท้ก็ติดใจ ฟางทำไปยิ้มด้วยความสุขชายตามองดูคนขี้เก๊กที่กำลังนั่งวางท่าตั้งตารอข้าวคลุกมันหัวกุ้งของเธออย่างใจจดใจจ่อ

พูดมากน่า รีบๆทำเข้า ยัยขี้งกถึงแม้คำพูดของเขาจะทำเป็นว่า แต่ร่างบางข้างกายก็ยังยิ้มกริ่มทำข้าวให้ชายหนุ่มกินอย่างอารมณ์ดี

ไม่นานชายหนุ่มก็กินอาหารอิ่มชายตามองดูท้องทะเลกว้างใหญ่ แล้วเหลียวกลับมามองร่างบางข้างกายที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆอยู่ไม่ยอมหยุด

นี่เธอ ยังไม่อิ่มอีกเหรอ ฮีราฟมองดูหญิงสาวร่างบอบบาง แต่ไม่คิดว่าเธอจะกินอาหารได้เยอะมากมายขนาดนี้ ข้าวสามจานถ้าเขานัดดูไม่ผิด กุ้งหลายตัวที่เธอกินเข้าไปแล้วยังจะกินต่อไม่ยอมหยุด

อิ่มสิอิ่มจะตายอยู่แล้ว ร่างบางพยักหน้าปากบอกว่าอิ่มแต่ก็ยังคงตักข้าวคลุกมันกุ้งเข้าปากไม่ยอมหยุด

อิ่มก็หยุดกินจะกินอีกทำไม ชายหนุ่มงงงันมองฟางด้วยความสงสัย ด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะกลืนไม่ลงของเธอมันทำให้เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่หยุดกินสักที ถ้าส่องกล้องดูภายในปานนี้อาหารที่กินเข้าไปคงล้นขึ้นมาถึงคอหอยเธอได้แล้วมั้ง

ก็เสียดายนี้ รติยาส่ายหน้าพยายามฝืนใจกินอาหารให้หมด

อีกอย่างป้าใจอุตส่าห์ทำของอร่อยๆให้กินถ้ากินเหลือคนทำเสียใจแย่เลย

ป้าแกไม่คิดแบบนั้นหรอก

ป้าไม่คิดแต่ฉันคิด แล้วก็คิดถึงคนที่เขาไม่มีอันจะกินด้วยนะ รู้ไหมที่เรากินเหลือนะเด็กกำพร้าคนยากจนนะกินได้อีกกี่ชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดมากแล้วนายเองก็ต้องช่วยฉันกินด้วย หญิงสาวไม่พูดเปล่าหยิบกุ้งที่แกะแล้ววางที่จานของชายหนุ่มเชิงบังคับให้ช่วยกินกุ้ง

ไม่ล่ะ เชิญเธองกไปคนเดียวเธอฉันอิ่มแล้ว ไม่อยากทรมานตัวเองราฟส่ายหน้าดันจานข้างออกห่างเขารู้สึกอิ่มกับข้าวมันกุ้งของเธอที่กินไปสองจานพูนๆแล้ว ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนกินข้าวเยอะเลย

ไม่ได้ต้องกิน ยิ่งนายนะ ยิ่งต้องกินเลยรู้ไหมรวยๆอย่างนายนะไม่รู้หรอก คนอื่นที่เขาลำบากนะลำบากกันจริงๆ ไม่มากินทิ้งกินขว้างแบบนี้หรอกสีหน้าแววตาของรติยาจริงจังจนชายหนุ่มรู้สึกผิด ด้วยเพราะร่างบางคิดไปถึงยามที่เธอไม่มีอันจะกิน สิ่งเหล่านี้จึงมีค่ามากกับเธอนัก บางเดือนแม้แต่มาม่าก็ยังไม่มีเงินจะซื้อด้วยซ้ำไป

โอ๊ย...เรื่องมากจริงเธอเนี่ย กินก็ได้ จะได้เลิกบ่น กินแต่กุ้งนะ ข้าวไม่กินแล้วชายหนุ่มเหนื่อยใจกับสายตาของหญิงสาวหยิบกุ้งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆตามเธออย่างเสียไม่ได้ ไม่อยากให้เธอว่าเป็นคนรวยแล้วไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งของ

กว่าอาหารบนโต๊ะจะถูกจัดการจนหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่นมของฮีราฟทำมาให้อย่างจุใจ ก็ปาเข้าไปบ่ายกว่า รติยากินจนพุงยื่น แขม่วไม่ไหวหายใจหายคอก็ไม่ค่อยถนัดเพราะถ้าทำอะไรเร็วหรือมากไปอาจจะทำให้เธออ้วกออกมาก็ได้ คังฮีราฟมองดูท่าทางที่จุดแน่นของหญิงสาวแล้วนึกขำ ความงกของเธอถึงจะมีค่ารู้คุณกับสิ่งของแต่ทรมานตัวเองแบบนี้มันออกจะเกินไปหน่อยในสายตาของเขา

ขอบคุณมากนะคะป้าใจ รติยายกมือขึ้นไหว้หญิงสูงวัยอย่างสุภาพ แต่ไม่ได้โค้งตัวมากนักเพราะด้วยอาหารอาจจะทะลักออกมาเพราะการโค้งตัวไหว้ของเธอ

ผมไปนะครับป้า ชายหนุ่มเองก็ยกมือไหว้แม่นมแล้วสวมกอดอย่างแนบแน่ หญิงชรากอดตอบน้ำตาคลอพึมพำบางอย่างไม่ได้ศัพท์ รติยาจับใจความได้เป็นบางคำเท่านั้น

เหมือนเหลือเกิน...ลืมเรื่องเก่าๆซะ... เพียงเท่านี้เมื่อชายหนุ่มถอนกายจากอ้อมกอดที่ดูน่าอบอุ่นก็หันมามองหญิงสาวทำเอาร่างบางก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

มอเตอร์ไซค์พาฝันออกเคลื่อนตัวอีกครั้ง แดดยามบ่ายนี้ช่างแสนทรมานผิวของทั้งสองคนเหลือเกิน ผิวของทั้งสองเริ่มแสบถึงแม้จะมีลมเย็นๆของทะเลปะทะเข้ามาก็ไม่ได้ช่วยให้หายร้อนผิวหนังเลยสักนิด ชายหนุ่มเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ร่างบางที่นั่งซ้อนอยู่ถึงจะไม่ปริปากบ่นออกมาว่าร้อน แต่ก็หดตัวห่อกายอยู่หลังเงาของเขาอยู่เงียบๆ ด้วยอาจเป็นเพราะอิ่มจุกจนพูดไม่ออกก็ได้

เราพักตรงนี้กันก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มจอดรถเทียบข้างชายป่าริมทะเลกว้างตั้งใจจะหลบจนกว่าแดดจะถูกเมฆบดบังไม่ทำให้แสบผิว ฟางรีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าหาร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลูบผิวกายของตัวเองรู้สึกได้ถึงความไหม้เกรียมจนแสบไปตามมือที่ลูบแขนขา

ชายหนุ่มมองดูร่างบางที่ตอนนี้เนื้อตัวแดงระเรื่อไม่ต่างไปจากเขา พวงแก้มสีชมพูอ่อนๆตอนนี้แดดจัดเพราะแสงแดดทำให้เลือดของเธอร้อนระอุขึ้นมาถึงใบหน้า เหงื่อโทรมกายจนเสื้อผ้าเปียกชื้นแนบเนื้อไปตามแนวหลัง หมวกสวยที่พกมาไม่ได้ช่วยให้คลายร้อนได้สักเท่าไรถึงแม้ร่างบางจะหยิบขึ้นมาแล้วโบกไปมาพัดให้คลายความร้อน

โอ๊ย...ร้อนชะมัดเลย ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อรู้สึกเย็นขึ้น เมื่อหญิงสาวโบกมือที่ถือหมวกพักให้ตัวเองแบ่งมาพักให้กับเขา

นายคงไม่ชินล่ะสิ อยู่เมืองหนาวมานาน

ชายหนุ่มพยักหน้าผ่อนลมร้อนออกจากปากหรี่ตามองดูแสงแดดที่ส่องลงมายังท้องถนนด้วยความขยาด ไม่อยากจะออกไปโดนแดดอีกเลยถ้าเป็นไปได้

เมื่อความร้อนของอากาศทำให้ทั้งสองรู้สึกเหมือนจะเสียพลังงานอย่างมากถ้าพูดออกไป ทำให้ความเงียบเข้าครองงำโดยที่ไม่รู้ตัว เวลาผ่านไปอีกหลายนาที รติยานั่งหยิบกิ่งไม้มาเขียนเล่นที่พื้นดินปนทรายปนที่ แห้งผากเป็นรูปต่างๆอย่างไร้สาระ

 ด้วยเพราะหันไปมองชายหนุ่มข้างกายตอนนี้กำลังปิดตาหลับอยู่ท่าทางกำลังสบาย เพราะไม่ไม่ต้องโดนแสงแดดแผดเผา ทำให้รู้สึกถึงลมทะเลเย็นๆอ่อนๆพักเข้ามาชายฝั่งจากอากาศที่ร้อนระอุราวกับเตาเผาก็กลายเป็นเย็นสบายกว่าเดิม ทำให้คนผมทองถึงกับปิดตาหลับลงอย่างง่ายๆ

เบื่อชะมัดเลย รติยาลุกขึ้นบิดกายอย่างเมื่อยล้าด้วยเพราะนั่งกอดเข่ามานานเกือบชั่วโมง หญิงสาวหันไปมองดูชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งไม่กระดิกก็ทำตัวย่องเดินเรียบๆเคียงๆแอบหนีเขาไปเดินเล่นตามแนวต้นมะพร้าวสูงใหญ่ที่ถูกปลูกไว้ราวกับรั้วบ้าน ปะปนกับต้นสนที่สูงยาวตามใจเจ้าของที่ดินผืนนี้

คนสอดรู้เดินมองดูอย่างสนใจ ยิ่งเข้าใกล้ชายหาดก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความร่มเย็น หัวใจดวงน้อยของรติยาเบิกบานราวกับได้เล่นสนุก จนกระทั่งเดินมาถึงชายหาดสีขาวสะอาดตา ดูสวยกว่าที่พักริมหาดของคังฮีราฟด้วยซ้ำไป น้ำใสจนเห็นเม็ดทรายมีศาลาทำพร้อมไว้สำหรับเชยชมธรรมชาติที่แสนสวย

ต้นไม้ใหญ่ใกล้ชายหาดมีชิงช้าผู้ไว้เป็นอย่างดี เหลียวหลังกลับไปมองยังเห็น

มอเตอร์ไซค์ของราฟอยู่ไม่ไกลเท่าไร สถานที่น่านั่งแบบนี้น่าจะมาสำรวจตั้งแต่แรกบางทีเขาและเธออาจจะได้มาหลบพักแดดได้ดีกว่านั่งหลบอยู่ข้างถนนก็ได้ หญิงสาวมองดูโดยรอบอีกทีก็เห็นระเบียงหน้าบ้านของใครบางคน สาวเท้าก้าวไปอย่างช้าๆจนได้เห็นเต็มตา รติยาถึงกับอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็น

นี่...ราฟตื่น...ราฟ หญิงสาววิ่งกระหืดกระหอบกลับมาหาชายหนุ่มที่ยังคงนั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

อะไรของเธอเนี่ย ชายหนุ่มขี้เซาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจสำเหนียกตัวเองว่ากำลังนอนอยู่ข้างถนนก็รีบลุกขึ้นปัดฝุ่นแล้วมองร่างบางที่ทำหน้ายังกับไปเจออะไรเข้า

มาดูนี่สิรติยาจูงมือชายหนุ่มโดยไม่ฟังเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ถูกกวนใจยามกำลังหลับสบายให้เดินตามเธอกลับไปยังที่ที่ทำให้เธอตาลีตาเหลือกวิ่งกลับมาลากเขาให้เข้าไปดูเป็นเพื่อน

ไม่นานร่างบางก็พาชายหนุ่มมาถึงจุดหมาย เสียงคลื่นคุ้นหูกับเสียงลมเย็นๆ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมชายหาดแสงแดดจัดจ้านไม่อาจจะมาทำให้แสบผิว ฮีราฟเองก็ถึงกับยิ้มออกมา เกาะแสนสวยแห่งนี้ยังคงซ่อนความสวยเอาไว้ในความงามอย่างไม่น่าเชื่อ

สวยไหมรติยามองดูอย่างชื่นใจราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ซะเอง

อือ...ก็สวยดีแล้วไงล่ะบุกมาแบบนี้เจ้าของที่เขาไม่ว่าเอาเหรอ ชายหนุ่มพยักหน้ามองดูรอบๆศาลา ชิงช้าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาตามธรรมชาติอย่างแน่นอน

ไม่หรอก หญิงสาวส่ายหน้าอย่างมั่นใจแล้วเดินไปยังที่ที่เป็นจุดหมายสำคัญที่จะให้เขาได้มาดูพร้อมกับเธอ ฮีราฟเดินตามร่างบางไปอย่างงงๆ จนกระทั่งหญิงสาวหยุดยืนนิ่งๆ สายตากว้างไกลมองผ่านร่างบางไปเห็นระเบียงบ้านและตัวบ้านสีขาวขุ่นอาจเพราะไม่ได้ถูกดูแลมานานจากเจ้าของบ้าน

ชายหนุ่มเดินผ่านหญิงสาวเข้าไปดู มีฝุ่น ใบไม้แห้งกรอบตกเต็มพื้นที่แสดงให้เห็นถึง

บ้านที่ไม่มีใครอยู่ดูแล รติยาถึงว่าไม่มีใครว่าเธอหรอกถ้ามาสำรวจที่นี่ กระจกที่คิดว่าเคยใสกลับหมองหม่นเพราะไม่ผ่านการเช็ดถูก ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝุ่นออกแล้วส่องดูภายใน

มีเฟอร์นิเจอร์ที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้น เหลียวกลับไปมองดูร่างบางที่ยืนนิ่งราวกับกำลังจินตนาการอยู่คนเดียวถึงบ้านหลังใหญ่คงกำลังฝันว่าจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มเดินกลับมาแล้วยิ้มให้หันกลับไปมองดูสัดส่วนบ้านหลังใหญ่ขนาดสองชั้นที่ถูกปกคลุมด้วย

ต้นไม้หนาทึบ

นายว่ามันจะแพงไหมรติยาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบามองดูตาละห้อย

ก็คงแพงอยู่หรอก ถึงจะดูโทรมไปหน่อยแต่สภาพโดยรวมยังดีอยู่ชายหนุ่มประเมินราคาให้ตามสายตาที่เขาเห็นสภาพจริงอย่างคราวๆ

คงแพงกว่าเงินห้าล้านที่นายให้ฉันใช่ไหมหญิงสาวยังคงคาดหวังชายตามองหน้าชายหนุ่มราวกับเด็กน้อยที่อยากได้ของเล่น

หึ...ก็คงงั้น ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วหัวเราะในลำคอหันกลับไปมองสีหน้าและแววตาของฟางแล้วยิ้มออกมาด้วยความขำกับความคิดอะไรเกินตัว เกินเงิน เกินความสามารถทั้งชีวิตของเธอที่จะซื้อบ้านหลังนี้ได้ นี่เธอคิดจะซื้อจริงๆเหรอ

อือ นายขึ้นค่าตัวให้ฉันหน่อยสิ ให้พอกับค่าบ้านฟางพยักหน้าทำสีหน้าจริงจัง ในเมื่อสิ่งที่เสียไปไม่อาจจะกลับคืนมันก็น่าจะได้เงินมาให้คุ้มกับสิ่งที่เสียไปหน่อย

บ้าเหรอ โง่แล้วยังงกอีกนะเธอเนี่ยฮีราฟได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมาถึงกับหงุดหงิดยกมือขึ้นขยี้ปลายจมูกอย่างขัดใจ แล้วเดินหนีร่างบางไปยังศาลาที่ยืนออกไปทางทะเลกว้าง

โง่ยังไง ผิดเหรอที่อยากจะมีของของตัวเอง หญิงสาวเดินตามไปอย่างไม่ลดละ

ไม่ผิดหรอก แต่เธอจะจมเงินทุกบาทไปกับบ้าน สภาพแบบนี้ปรับปรุงอีกหลายบาทเลยนะถึงจะอยู่ได้ แล้วไหนว่าจะไม่ขายตัวไง พูดแบบนี้มันส่อชัดๆชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ไม้บนศาลามองดูพื้นที่ดูผุเหมือนใกล้จะผุพังเต็มทีอย่างหวาดๆหากตกลงไปเขาคงลงน้ำทะเลอีก

แน่นอน

ก็ไหนๆก็ไหนแล้วนี่รติยามานั่งลงข้างๆกายทำน้ำเสียงเจื่อนๆ ราวกับเป็นสิ่งที่เธอเลี่ยงไม่ได้

ไร้สาระ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ชายหนุ่มส่ายหน้ายกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปยังเก้าอี้อีกตัวด้วยท่าทางสบายอารมณ์ไม่สนใจอาการกระเง้ากระงอดของหญิงสาว

ขี้งกชะมัดเลย ฟางบ่นชายหนุ่มในลำคอแต่ลงใจให้เข้าได้ยินมองค้อนสะบัดใบหน้าหนีหันไปทำสายตาอาลัยอารมณ์บ้านแสนงามด้านหลัง

อะไรฉันนะเหรอขี้งก นี้จะบอกให้นะ เงินที่ให้ไปน่ะไม่มีใครเขาควักจ่ายราคาแบบนี้กันง่ายๆหรอกนะ

ดีล่ะ งั้นค่าตัวฉันที่นายพามาอยู่ด้วยน่ะราคาห้าล้านใช่ไหม งั้นตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปนายจะทำอะไรฉันคิดครั้งละล้าน กอด จูบ คิดครั้งละแสน นั่งข้างๆไม่จับอะไรคิดครั้งละหมื่น จับมือคิดห้าหมื่น ทีนี้ฉันก็จะได้เงินสะสมมาซื้อบ้านแน่นอน หญิงสาวจอมงกนับรายการที่ชายหนุ่มเคยทำกับเธอไว้แล้วรีบโกงค่าตัวทันทีทำสายตาภาคภูมิใจที่คิดออกหรือบางทีน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว

โอ้โห่...แบบนี้ใครกันแน่ที่งก ชายหนุ่มถึงกันนั่งที่ติดมองดูร่างบางจอมงกแล้วขมวดคิ้วอะไรจะอยากได้ขนาดนั้นถึงกับยอมแลกตัวเองกับเงินเพื่อนจะซื้อบ้านหลังนี้กันเลยทีเดียว

ก็ช่วยไม่ได้ ฟางทำทีเป็นไม่สนใจราวกับถือไพ่เหนือกว่าซะเต็มประดา

ได้... ชายหนุ่มหรี่ตามองดูแล้วคิดแผนเอาคืนหญิงสาว

จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม งั้นฉันก็เอาบ้างถ้าใครเป็นฝ่ายเรียกร้องอีกฝ่ายก่อนต้องจ่ายเงินให้ดีไหม แต่ค่าตัวฉันทุกอย่างคูณราคาเธอสิบเท่า

หึ...ฉันไม่สนอยู่แล้ว ยังไงซะฉันไม่มีทางเรียกร้องหานายก่อน หรืออยากจะจูบนาย

ก่อนอยู่แล้วล่ะ หญิงสาวยิ้มอย่างสนุกคิดคำนวณเงินที่กำลังจะได้รับถึงจะไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มข้างกายจะควบคุมตัวเองไม่ต้องการเธอได้รึเปล่าแต่ก็เชื่อมั่นว่าเธอจะไม่มีทางเสียเงินให้เขาอย่างแน่นอน

งั้นเราก็กลับได้แล้วล่ะ แดดเริ่มไม่แรงแล้ว เมื่อตกลงค่าตัวกันได้ชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปทางรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ริมถนน รติยาเดินตามไปอย่างว่าง่ายทันคิดเท่าทันแผนการของชายหนุ่ม ถึงเขาจะต้องการเธอแค่ไหนแต่การเล่นเกมแบบนี้เขาเองก็ไม่เคยแพ้ใครเลยเหมือนกัน

ฮีราฟนั่งประจำที่คนขับหญิงสาวขึ้นนั่งซ้อนทายตามปกติแล้วเอื้อมมือบางไปจับร่างหนาของชายหนุ่มเหมือนครั้งแรกที่มา

อะอ่ะ จับตัวฉันคิดหกแสนนะ เพราะเธอกอดด้วย ชายหนุ่มซ่อนยิ้มแล้วทำที

เป็นพูดจริงจัง

อะ...อะไรนะ เริ่มเลยเหรอ รติยาตกใจรีบชักมือกลับใจหายวาบนี้เขาเจ้าเล่ห์จริงๆ

อ้าวก็เริ่มเลยสิ ดีเท่าไรแล้วไม่คิดค่านั่งซ้อนด้วยนะ ราฟพยายามเก็บน้ำเสียงขำๆ เอาไว้ในน้ำเสียงจริงจังอยากจะหันไปมองใบหน้างามที่กำลังตกใจระคนคิดหนักว่าจะน่ารักน่าชังขนาดไหน

ละ...แล้วฉันจะเกาะอะไรล่ะ เดี๋ยวก็ตกกันพอดี

ก็ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเกาะไม่ได้ แค่คิดเงินเท่านั้นเองชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจทำบิดคันเร่งให้รู้ว่าไม่ควรเสียเวลาคิดมากนัก

หนอยยย... หญิงสาวคิดคำนวณเงินที่เธอจะต้องเสียไปแล้วยังจะสิ่งที่ตามมาหลังจากนี้คงมีครั้งนี้ครั้งเดียวที่เธออยากจะถูกตัวของเขาก่อนและเชื่อมั่นว่าเธอจะต้องได้เงินคืนหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน

 

 ก็ได้หกแสนใช่ไหม ตกลงหญิงสาวจำยอมเสียเงินแสนให้กับชายหนุ่มพร้อมเกาะบ่าจับเอวให้กระชับไม่นานรถมอเตอร์ไซค์พาฝันก็เดินเครื่องกลับไปยังที่พักของทั้งสองคน

ไม่นานชายหนุ่มก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับมาถึงที่หมาย รติยาเดินค้อนชายหนุ่มไปยังที่พักของตัวเอง ราฟ มองตามร่างบางไปอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างคิดแผนยั่วยวนฝั่งตรงข้าม รติยาคงคิดได้ไม่อยากหรอก แต่ดูเหมือนราฟจะคิดหนักสำหรับการที่จะทำยังไงให้เธอเข้าหาและเรียกร้องตัวของเขาก่อนดี เพราะหากเขาทำได้เพียงไม่กี่ครั้งรับรองเงินที่เขาให้ไว้กับเธอก็คงหมดไปในไม่ช้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ไม่ต้องตกใจสาวน้อย ฉันจะนุ่มนวลและทำให้คืนนี้ของเธอเป็นคืนที่แสนวิเศษ" ชายแปลกหน้าเชยใบหน้างามขึ้นมา พร้อมกับบดริมฝีปากสวยได้รูปของตัวเองลงไป ก่อนที่หญิงสาวจะคัดค้านหรือเอ่ยคำใดออกมา หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อรู้ว่ากำลังถูกพรากจูบแรกไปอย่างไม่สมยอม สองมือยกขึ้นพยายามดันชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่แขนขาเธอกลับไม่มีแรงจะต้านทาน"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha