ดนตรีร้อนซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : สูงสุดคืนสู่สามัญ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


            



และถูกปล่อยทิ้งบนผ้าเช็ดตัวที่อยู่ไม่ไกล และชายหนุ่มก็เริ่มศึกหนักกับเธอราวกับอยากจะตอกย้ำความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ ให้เธอได้รับรู้และยอมรับความปรารถนาและสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจของตัวเอง จนหญิงสาวที่ถูกกระทำอ่อนเพลียหมดแรงไปกับบทรักของเขา หมดสติไปในยามเย็นหลังจากผ่านหลายศึกที่เขามอบให้เธอด้วยความหงุดหงิดใจอย่างไม่หยุดไม่พักเลย

คราบน้ำตาจางๆผสมกับเหงื่อที่ซึมออกมาตามผิวกาย ริมฝีปากแห้งผากด้วยความขาดน้ำสั่นระริก ร่างกายอ่อนแรงซุกกายนอนลงที่เตียงตามท่วงท่าที่เขายังค้างคาไว้อยู่ ลมหายใจเข้าออกหนักๆเหมือนราวกับว่าหายใจไม่ทัน มองดูเนินอกตำแหน่งของหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ของเธอมันเด่นชัดเจน ถึงขนาดนี้แล้วรติยายังคงปากหนักไม่ยอมพูด

คิดแล้ว... ฮีราฟก็น้อยใจถอนกายออกห่างสองมือกำแน่นอารมณ์หงุดหงิดยังไม่จางหาย

จำเอาไว้นะฉันคนเดียวเท่านั้นที่เธอจะใจเต้นแรงได้เขาเข้าไปกระซิบแผ่วเบา

ก่อนที่จะหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่แล้วหยิบโทรศัพท์สั่งการสองสามคำกับผู้ที่ส่งข้อความมาหาถึงเขาเพื่อจัดการเรื่องราวทุกอย่างตามที่เคยสัญญาเอาไว้ แล้วเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายด้วยจิตใจที่แสนหดหู่ กับตัวเองที่ต้องกลับไปเผชิญชะตากรรมที่ไม่ได้เลือกไว้

และจิตใจที่เศร้าหมองกับร่างบางที่ทำให้เขาต้องคิดน้อยใจอยู่คนเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวลืมตาขึ้นมาเมื่อความเมื่อยล้าของร่างกายกำลังทวีความรุนแรงปวดเมื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ รติยาพลิกตัวบนเตียงนอนเงยหน้ามองดูเพดานห้องนอนที่คุ้นตา แล้วกระพริบตาถี่ๆราวกับเป็นความฝัน เพดานสีขุ่นตีฝ้าเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมธรรมดา โคมไฟที่เคยเห็นว่าระย้ากลับหายไป เป็นไฟทรงกลมที่มีฝุ่นจับอยู่หนาเตอะ

รติยาชันกายขึ้นมามองดูรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างคุ้นเคยดีเพราะมันเป็นห้องนอนของตัวเอง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับมาที่นี้ได้ยังไงเหมือนกับที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปที่นั้นได้ยังไงแน่ ทุกอย่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันราวกับความฝัน นี้เธอไม่สบายหลับแล้วฝันไปรึไงกัน ช่างเป็นความฝันที่เป็นจริงเหลือเกิน

ชายหนุ่มในฝันของเธอเป็นคนที่พรากความสาวของเธอไปในคืนนั้นเขายังคงพรากความฝันที่แสนหวานของเธอไปอย่างไม่หวนกลับมา อาการปวดเมื่อยคงเพราะทำงานหนัก รติยาถอนหายใจราวกับโล่งอกรู้สึกดีใจปนเสียใจที่ทุกอย่างเป็นความฝันอย่างที่เธอเข้าใจ เหลียวมองดูนาฬิกาแขวนราคาถูกที่อยู่บนผนังก็รีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปในห้องทันทีไม่ทันสังเกต

เมื่ออาบน้ำเสร็จหญิงสาวก็ยืนมองดูตัวเองอยู่หน้ากระจกแล้วก็ตกใจเมื่อสิ่งที่หลงเหลือไว้ตกย้ำสิ่งที่เกิดขึ้นหาใช่ความฝัน เมื่อรอยแดงเป็นจ้ำอยู่ทั่วตามเนินอก และแผ่นหลังของเธอ รติยาใจเต้นแรงเมื่อเห็นเรือนร่างของตัวเอง ภาพที่แสนวาบหวามผุดขึ้นในสมองรสสัมผัสสวาทของชายหนุ่มทำให้เนื้อหนังของเธอยังจดจำ

เพียงแค่คิดภาพตามก็ทำเอาเธอใจเต้นแรง ชายหนุ่มคงจะโกรธที่เธอโกรธไม่บอก

ความจริง ว่าเขาทำให้เธอใจเต้นแรงยิ่งกว่ามาโกโตะไค แต่แล้วคำว่านางบำเรอก็ผุดขึ้นในสมองเล็กของหญิงสาว สะบัดใบหน้าขับไล่ความรู้สึกออกไปจากสมอง อย่าไปใจเต้นแรงกับคนแบบนั้น คนที่พรากทุกอย่างไปจากเธอ

รติยาสูดลมหายใจเข้าปอดเหมือนตั้งสติใหม่ แล้วเดินนุ่งผ้าขนหนูออกไปเพื่อแต่งตัวเตรียมไปทำงานแต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะหนังสือ มันระยิบระยับสะท้อนกับแสงแดดที่สอดส่องเขามาทางหน้าต่างปลายเตียง

หญิงสาวเดินเข้าไปหาแล้วก็ทิ้งกายนั่งลงที่เก้าอี้ หยิบของขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

มองดูมันด้วยแววตาเป็นประกายเพราะความคิดถึงคนให้มันคือเครื่องประดับที่ชายหนุ่มคนนั้นซื้อและมอบให้กับเธอที่เกาะนั้น มันถูกจัดวางอย่างดีในกล่องที่แสนสวยไม่เหมาะกับห้องนอนราคาถูกของเธอแม้แต่นิเดียว

ใต้กล่องที่เก็บเครื่องประดับมีกระดาษบางอย่างถูกทับไว้ ใจลึกๆคาดหวังให้มันเป็นจดหมายที่เขาเขียนถึงเธอ แต่กลับไม่ใช่ดูเหมือนจะเป็นเช็คราคาสิบล้านที่ชายหนุ่มฝากเอาไว้ คงเป็นค่าตัวของเธอที่เขาซื้อมาและเพิ่งขึ้นเล็กน้อยตามที่เธอเคยเรียก

รติยามองดูแล้วน้ำตาตกกัดปากแน่นกำเช็คไว้ในมือราวกับจะฉีกให้มันขาด ข่มใจไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เขาไปโดยไม่ลาจาก ไปจากเธอด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมั่ว แล้วยังเอาเงินมาฟาดหัวเพราะคงเป็นว่าเธอยากจนถึงซื้อตัวให้เป็นนางบำเรอเพียงเท่านั้น

คนใจดำ

เมื่อทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้รติยาก็เก็บความทรงจำที่เลวร้ายลงในกล่องปิดผนึกพร้อมกับเช็คจำนวนมหาศาลที่ทั้งชีวิตคนอย่างรติยาไม่มีทางได้จับ ตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ยามจำเป็นจริงๆ แล้วแต่งตัวออกไปทำงานตามปกติ

ขณะนั่งรถคำตอบมากมายที่เธอคิดเอาไว้ในสมอง คำแก้ตัวต่างๆนานาทั้งเจ้านายจะถามถึงการหายตัวไปของเธอ และที่สำคัญนพเก้าเธอจะบอกเขายังไงดีว่าเธอหายไปกับผู้ชาย ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งกลุ้มใจ แต่เมื่อเธอเดินไปถึงภายในร้านสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

ฟางมาทำงานแล้วเหรอ แม่เป็นไงบ้าง ฤดี เพื่อนร่วมงานสาวของรติยาเดินเข้ามาทักทายด้วยความห่วงใย

เออ...แม่เหรอ รติยาจับต้นชนปลายไม่ถูกมองดูเพื่อนร่วมงานที่มีสายตาห่วงใยเธออย่างแท้จริง

ก็ใช่นะสิ รู้ไหมว่าวันนั้นทุกคนเป็นห่วงมากเลยนะที่นายเก้ามาบอกว่าเธอนะหายไปเล่นเอาซะวุ่นวายกันยกใหญ่ แต่ตอนเช้าพอมาทำงาน ผู้จัดการบอกว่าฟางขอลาด่วนไปดูแลแม่ที่กำลังป่วยหนัก ฤดีชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นราวกับน้ำที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากปากตามนิสัยของผู้หญิงที่พูดเก่งอย่างเธอ

อะ..อือ ขอโทษทุกคนด้วยนะ พอดีวันนั้นฟางรู้ข่าวก็รีบไปเลยนะ หญิงสาวเออออไปตามน้ำรู้สึกโล่งใจที่ไม่มีใครไม่สงสัย แต่ก็แปลกใจใครกันที่โทรมาขออนุญาตให้กับเธอจนผู้จัดการถึงยอมให้เธอลาได้เป็นสัปดาห์ พร้อมชายตามองดูนพเก้าที่กำลังถูพื้นหน้าเครียดทำทีเป็นไม่สนใจการกลับมาของเธอจนหญิงสาวรู้สึกผิด

                เข้าไปคุยหลังร้านเถอะฟาง ผู้จัดการคงดีใจที่ฟางกลับมาได้ ไม่มีฟางอยู่ที่ร้านยุ่งมากเลย ฤดีจับเพื่อนร่วมงานเข้าไปหลังร้านเพื่อถามไถ่เรื่องราว โดยที่รติยายังคงมึนงงและสับสนอยู่ไม่น้อยเลย

                ขณะที่หญิงสาวกำลังแต่งตัวเพื่อนช่างพูดของรติยากำลังนั่งพร่ำบอกถึงงานที่หนักหนาเมื่อไม่มีฟางอยู่ทำงานให้เพื่อนสาวได้รับรู้ เธอได้แต่พยักหน้ายิ้มบางๆให้กับฤดี แต่ไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนเท่าไรนักด้วยรู้ดีว่าเธอเป็นคนขี้บ่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

และภายในใจของเธอเองก็กำลังคิดกังวลเรื่องของฮีราฟอยู่ไม่จางหาย การลาจากของเธอตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาทำ เขาจัดการเรื่องงานให้กับเธออย่างดีไม่เดือดร้อน เขามอบของมีค่าและเงินทองให้เธอเป็นจำนวนมาก แต่บางอย่างที่ยังติดอยู่ในใจทำให้หญิงสาวลืมไม่ลง

                ฟาง ยังฟังเราอยู่รึเปล่านะ เพื่อนสาวช่างพูดสะกิดเรียกเมื่อเห็นแววตาของฟางเหม่อลอย

อ้อ...อือฟังอยู่ แม่ฟางไม่เป็นไรมากหรอกรติยาฝืนยิ้มออกไปรู้สึกอยากอยู่เงียบๆใช้ความคิดเพียงคนเดียวเหลือเกินใจอยากจะปลีกตัวออกห่าง แต่ก็เห็นใจเพื่อนสาวที่รับทำงานหนักแทนเธอมาหลายวัน

ฤดี ออกไปดูหน้าร้านได้แล้ว มัวแต่พูดอยู่ได้ แล้วเหมือนเสียงสวรรค์ระฆังช่วย เมื่อนพเก้าเข้ามาขัดจังหวะการพูดของฤดี

ฟางเองก็เหมือนกัน ไปทำงานเถอะ

                เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็เดินออกไปอย่างไม่สนใจหญิงสาวทั้งสองคน ฤดีทำปากขมุบขมิบเหมือนบ่นที่ถูกขัดคอส่วนรติยารู้สึกได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปของเพื่อนชาย บางอย่างในใจของเขาที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ เพราะน้ำเสียงและท่าทางที่ห่างเหิน หรืออาจเป็นเพราะเธอกำลังร้อนตัวอยู่กันแน่

เมื่อกลับมาสู่โลกแห่งความจริงหญิงสาวยังคำทำงานหนัก เวลาผ่านหนึ่งวันราวกับหนึ่งปีความเหนื่อยหน่ายที่ทำงานทำเอาเธอแทบท้อ แถมกลับมาก็ไม่เหมือนเดิมเมื่อคนที่เคยสนิทก็ตีตัวออกห่าง ไม่ยอมกินข้าวด้วยกันอ้างพักไม่ตรงกัน ทำงานร่วมกันเขาก็ทำเป็นยุ่งจนเธอรู้สึกอึดอัดใจ

เพียงหนึ่งวันของการกลับมาทำงานทำให้เธอได้รู้บางอย่าง การหายตัวไปของเธอมาทำให้บางอย่างเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้เชียวเหรอ รติยาถามตัวเองในใจขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมกลับ เธอยืนรอรถเมล์อยู่คนเดียวด้วยความหงอยเหงาหันไปมองดูป้ายโฆษณาด้วยพื้นหลังสีขาวที่ดูราวกับเจ้าชายปีกขนนกสีขาวที่ตกแต่งอยู่ด้านหลังของนายแบบทำให้ดูสง่างามน่าหลงใหล

มองดูนายแบบในภาพแล้วยิ้มออกไปด้วยความสุขใจ แต่ความสุขของเธอไม่เหมือนเก่าอีกแล้ว ยามที่ได้เห็นรูปของมาโกโตะไค ในตอนนี้เธอได้แต่ยิ้มจางๆและชื่นชมว่าเขาน่าตาดี แต่หัวใจของเธอกลับไม่ได้เต้นแรงเหมือนอย่างที่เคยเป็น

มันเหมือนยิ่งตอกย้ำความเจ็บเพราะมันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอและราฟต้องผิดใจกัน รติยาถอนหายใจแล้วเหลียวไปมองดูภาพข้างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพื้นหลังสีดำสนิท พร้อมปีกขนนกแบบเดียวกันใบหน้าของนายแบบก็ดูแล้วคุ้นตาเธอเหลือเกิน

ราฟนี่ หญิงสาวเดินเข้าหาราวกับฝันไป ขอบตาเขียนเข้ม แต่งหน้าจัดเหมือนตนที่ได้เจอกันครั้งแรกของเขาไม่อาจทำให้เธอลืมตัวตนของชายหนุ่มได้  เขาคือนักร้องชื่อดังที่เป็นคู่แข่งกับมาโกโตะไคของเธอ จุดใต้ตำต่อนี่เองที่เป็นเหตุผลให้เธอไปเข้าห้องผิดในคืนนั้น

และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาโกรธเพราะเธอกลับไปชื่นชอบคู่แข่งของตัวเอง คำพูดที่เขาเคยพูดว่ามากกว่านางบำเรอ การกระทำ และความรู้สึก ใบหน้าที่แท้จริงของชายหนุ่มมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้เห็น คำถามที่เขาเคยถาม ความรู้สึกและการกระทำที่เขาเคยมีให้มันพรั่งพลูขึ้นมาในสมองเป็นฉากๆ

คำพูดที่หญิงสาวปากแข็งใส่เขาทำเอาเธอเข้าใจเมื่อรู้ฐานะของชายหนุ่ม เขาไม่เคยโฆษณาตัวเองเลยว่าเป็นใคร ไม่เคยพยายามให้เธอรู้ ตัวตนของเขาที่ราฟอยากจะให้เธอรู้จักและเธอก็รู้จักแล้วเธอเธอกลับโง่ บางที่ตอนนั้นถ้าเธอบอกไปว่าใจของเธอเต้นแรงเหลือเกินยามที่อยู่กับเขา

การลาจากของเธออาจแตกต่างไปจากตอนนี้ กว่าจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นทำให้

ชายหนุ่มเจ็บปวดก็สายไป เมื่อการจากไปของเขามันทำให้รู้ใจตัวเองว่าการได้อยู่กับเขานี่แหล่ะคือสิ่งที่ใจของเธอปรารถนาและทำให้หัวใจของเธอละลายได้มากกว่ามาโกโตะไค

ยัยโง่ฟาง เธอทำอะไรลงไป ปากแข็งไม่เข้าเรื่อง รติยาบ่นว่าตัวเองมองดูรูปภาพน้ำตาคลอเบ้า ใจของเธอเต้นแรงเพียงมองภาพนิ่งของเขา ตอนนี้มันเต้นด้วยความเจ็บ การลาจากราวกับถูกทอดทิ้งก็ไม่ปาน สองมือยันที่ภาพสวยของชายหนุ่มก้มหน้านิ่งด้วยความปวดใจ

ใจของเธอไม่เต้นแรงยามอยู่กับเขาและยามเห็นภาพของเขาเท่านั้น แต่ในตอนนี้เวลาเห็นภาพมันก็ช่วงเจ็บปวดและทรมานเหลือเกิน บางทีเธอนั้นแหล่ะที่พรากทุกอย่างไปจากตัวของเธอเองเพราะแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นคนหยิบยื่นทุกอย่างให้กับเธอ

ยืนร้องไห้กับภาพ เขาก็ไม่รู้หรอก ว่าฟางกำลังเสียใจ ขณะที่หญิงสาวกำลังทรมานใจเสียงของชายหนุ่มที่ไม่ยอมพูดคุยกับเธอมาทั้งวันก็ดังขึ้นจากข้างหลังพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ประจำกายจอดรออยู่หน้าป้ายรถเมล์

เก้ารติยาหันไปมองแล้วรีบปาดน้ำตาทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขึ้นรถสิเดี๋ยวจะไปส่ง นพเก้าซึ่งแอบดูร่างบางอยู่เงียบๆนานแล้วเสนอความหวังดีเหมือนอย่างที่เขาทำให้เธอเป็นประจำ แต่ร่างบางที่กำลังสำนึกผิดกลับรีรอลังเลใจที่จะไปกับเขา

เร็วๆเข้าเถอะฟางอย่างคิดมากเลย

หญิงสาวเดินเข้าหาชายหนุ่มรับหมวกกันน็อกเข้ามาใส่ แล้วขยับกายนั่งซ้อนท้ายเหมือนที่เคยนั่งประจำกับเพื่อนสนิท แล้วสะท้อนใจคิดถึงยามซ้อนท้ายฮีราฟ ร่างบางที่เคยกอดเอวเพื่อนรักเปลี่ยนมาเป็นเกาะบ่าและดึงเสื้ออย่างที่ราฟเคยสอน

น้ำตาตกในอีกครั้งเมื่อคิดถึงภาพแสนหวานที่เขาเคยขับให้เธอนั่งด้วย ทำไมมันถึงตราตรึงเช่นนี้ทำไมเธอถึงจดจำมันได้ดีทั้งที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง ทำไมเธอถึงซ้อนท้ายนพเก้าแล้วไม่รู้สึกโหยหาเขาแบบนั้นบ้างเลยทำไมกัน ความรู้สึกนี้มันคืออะไร

ฟางทำไมไม่กอดเราเหมือนแต่ก่อน เมื่อนพเก้าขับรถมาได้สักพักเธอเอ่ยถามสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุดและไม่ลึกซึ้งอะไรเลยของหญิงสาว

ก็มีคนเคยบอกไว้ ให้เกาะแบบนี้จะดีกว่ารติยาพูดน้ำเสียงเบาบางเจือจางไปกับ

สายลม ใจยังเต้นแรงเพียงคิดถึงยามที่ลมทะเลแสนหวานพัดผ่านใบหน้าเธอและเขาในตอนนั้น

แต่นี่เก้าไม่ใช่คนๆนั้น กอดแบบเดิมดีกว่า นพเก้าฉวยโอกาสติดไฟแดงจับมือบางสองข้างของหญิงสาวมาโอบเอวไว้เหมือนอย่างที่เธอเคยทำ แต่หญิงสาวจำได้ดีถึงความหมายของการกอดมันทำให้คนขับลำบากใจ

ไม่ล่ะเก้า ฟางเกาะธรรมดาก็พอแล้ว ฟางยังคงยืนยันหนักแน่นถึงสิ่งที่เรียนรู้มาใหม่และเธอยังคงจดจำได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มได้แต่ทำเป็นนิ่งไม่ขัดเขาขับรถมาถึงหน้าหอพักของเธอ และเหมือนทุกครั้งชายหนุ่มจะเดินไปส่งเพื่อนสาวที่หน้าห้องและตรวจดูความเรียงร้อยเหมือนอย่างเค้นด้วยความที่รู้ดีว่าร่างบางอยู่คนเดียว

ขอบใจนะเก้า หญิงสาวเปิดประตูห้องพักแล้วเหลียวกลับมาบอกคำลาเหมือนอย่างที่เธอเคยทำ ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ขยับทั้งที่ปกติแล้วเขาจะลูบหัวเธออย่างเอ็นดูแล้วเดินจากไปอย่างเจียมตัว แต่ด้วยครั้งนี้คำถามมากมายมันอยู่ในหัว วนเวียนอยู่ในสมอง

เกิดอะไรขึ้นฟาง หายไปไหนมาเป็นอาทิตย์

ก็แม่ฟางไม่สบายไง รติยายังคงยืนยันคำเดิมที่ฤดีและทุกคนเข้าใจในการหายไปของตัวเอง

หึ...หลอกคนอื่นนะหลอกได้นะ อย่างหลอกตัวเองเลยฟาง เรานะโทรไปหาแม่ฟางมาหลังจากที่รู้ข่าวจากผู้จัดการว่าแม่ฟางป่วย แต่ดูเหมือนแม่ฟางก็ยังดีอยู่นี่ นพเก้าพูดความจริงที่ล้นอยู่ในอกของตัวเองให้หญิงสาวได้รับรู้สองมือกำนิ่งข่มใจสงบท่าทีของตัวเองไม่อย่างให้อารมณ์ขุ่นมั่วทำให้จิตใจของเขาวู้วามทำอะไรที่ไม่ดีเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากเธอ

นี่เก้าโทรหาแม่เราเหรอ และแม่เรารู้รึเปล่าว่าเราหายไป รติยาใจหายวาบเข้าใจว่าชายหนุ่มคงบอกแม่เธอซะหมดเปลือกถึงการหายไปของตัวเธอ

วางใจเถอะ เราไม่ได้บอกอะไร ว่าแต่ฟางไปไหนมา ชายหนุ่มสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ขายความลับของคนที่รักให้ใครหรือแม่เธอรู้ให้ฟางเดือดร้อน

คือฟาง...ไปเที่ยวมานะ หญิงสาวฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความจริงใจ อยากจะปิดประตูใส่หน้าเพื่อนสนิทที่ถามมากมายด้วยความรำคาญ แต่ก็ยั้งใจไว้เพราะนพเก้าเป็นคนดี

มากคนหนึ่ง

เที่ยวเหรอ กับใครสายตาเฉียบคมและสมองที่ชาญฉลาดของชายหนุ่มไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวของหญิงสาวได้ง่ายเลย

คนเดียว

แล้วหลอกทุกคนว่าแม่ไม่สบายเนี่ยนะคำพูดของเธอไม่ได้ฟังขึ้นเลยสำหรับเขา

อือ ไม่งั้นฟางจะได้ไปเหรอ เก้าก็รู้งานบริการหยุดยากจะตายรติยาทำยิ้มแบบเจ้าเล่ห์เหมือนอย่างที่เธอชอบทำเป็นประจำ แต่น่าเสียดายที่แววตาของเธอไม่ได้เจ้าเล่ห์ตามไปด้วย

 เหรอ น่าแปลกนะเพราะเก้าเห็นฟางร้องไห้กับภาพของไอ้หมอนั้นอยู่ตั้งนาน นพเก้าเผยความจริงที่เขาเฝ้ามองดูเธอตั้งแต่เลิกงานด้วยความเป็นห่วง ถึงจะทำเป็นเคืองที่เธอหายไปไม่ยอมบอกเขาแต่ก็ไม่อาจจะละทิ้งหวานใจให้กลับบ้านคนเดียวในยามค่ำแบบนี้

หญิงสาวใจเต้นแรงจัดเมื่อถูกจับได้ ใบหน้าร้อนผ่าวดวงตาร้อนวูบขึ้นมาน้ำตาจุกขึ้นมาที่อกรีบฝืนกลืนลงคอไปอย่างเจ็บปวดที่ถูกจี้ใจดำ

คนๆเดียวกันกับที่เขามาในร้านแล้วทำให้ฟางใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัววันนั้นใช่ไหม นพเก้ายังคงจี้คำถามที่พลั่งพลูอยู่ในสมองเพื่อเอาคำตอบจากตัวเธอ

แต่ก็พยายามกลั่นกรองคำพูดให้ดีที่สุดและข่มอารมณ์ของตัวเองไม่ให้รุนแรงกับเธอทั้งๆที่ภายในใจของเขาเดือดดาล ใจของเขาเต้นแรงด้วยความว้าวุ่นตลอดหลายวันที่เธอหายไปเขากลุ้มใจมาตลอดยิ่งได้รู้ข่าวว่าเธอไม่ได้ไปหาแม่ก็ยิ่งคิดมากเพราะความห่วงใย

 หญิงสาวยืนตัวชาอยู่ระหว่างประตูทางเข้าห้องพักของตัวเองเมื่อถูกเพื่อนสนิทซัดทอดเป็นชุดๆ และแต่ละคำถามของเขาก็ทำเอาเธอใจสั่นตอบไม่ถูกจี้ใจที่บอบช้ำของเธอยิ่งนัก

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของหญิงสาวไม่ขยับ ด้วยใจตั้งมั่นอย่างดีว่าวันที่เธอกลับมาเขาจะคาดคั้นเอาความจริงจากเธอมาให้ได้ โดยวิธีแรกของเขาจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบ และคำพูดเหล่านี้สำหรับเขาก็เย็นมาแล้วในการคาดคั้นเธอ

ไหนจะเรื่องข่าวจูบลงหน้าหนึ่งกับไอ้นักร้องดังนั้นอีก ดูยังไงก็เป็นฟาง เก้าจำได้ แม้กระทั่งเส้นผม เก้าจำได้ดีจำทุกอย่างที่เป็นฟางได้ ถึงจะมีการออกมาแถลงข่าวแก้ต่างก็

เถอะ ยังไงเก้าก็รู้ว่าเป็นฟางชายหนุ่มพูดราวกับเจ็บปวดเขายังจำได้ดีเมื่ออาทิตย์ก่อน

ข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ลงหน้าหนึ่งภาพของคนที่เขาจำได้ไม่ผิดตาคือ คังฮีราฟ ซึ่งเข้ามาถามหาฟางในร้านวันนั้นและเป็นวันเดียวกับที่ฟางเริ่มมีความลับกับเขานั้นเอง และหลังจากที่ฟางทำตัวแปลกไปทั้งวัน เลิกงานฟางก็หายไปรู้อีกทีผู้จัดการก็บอกว่าแม่ฟางป่วย

ถึงในวงการจะมีการออกแถลงข่าวว่า คังฮีราฟกับสาวปริศนาที่ว่านั้นคือใคร หลายคนอาจจะเชื่อว่าเป็นเพียงการแสดงของละครเรื่องใหม่ที่ คังฮีราฟ รับเป็นดารารับเชิญ แต่ผู้หญิงที่เข้าฉากด้วยไม่ผิดคนแน่ ต้องเป็นฟางอย่างแน่นอนไม่เพียงแต่เขาที่เชื่อทุกคนที่รู้จักฟางต่างเชื่อว่าเป็นเธอเหมือนกัน

หญิงสาวใจหายวาบเมื่อนพเก้ากล่าวถึงเรื่องจูบ น่าแปลกใจว่าทำไมฤดีถึงพยายามพูดกับเธอนัก หลายคนในร้านก็มองเธอแปลกๆ แต่ไม่มีใครกล้าถามถึงก็ตามที

ว่าไงล่ะฟาง เก้าพร้อมที่จะฟังฟางเสมอนะ ชายหนุ่มมองดูหญิงสาวในความมืดสองมือกำแน่น ยิ่งเธอนิ่งเขาก็ยิ่งอย่างรู้อยากจะคาดคั้น

มัน...มันไม่มีอะไรหรอกเก้า รติยาปฏิเสธเสียงสั่นพยายามกลั่นใจไม่ให้น้ำตาไหลออกมาด้วยเกรงว่าเพื่อนรักจะหักขาสมน้ำหน้าเอาที่พลีกายให้กับชายแปลกหน้าและก็เจ็บปวดกลับมาหาตน

ไม่มีอะไรได้ยังไง ฟางไปกับมันมาใช่ไหม นพเก้าไม่โง่พอที่จะเชื่อและไม่ได้ไร้เดียงสาเกินกว่าที่จะไม่รู้ความนัย มีอะไรบ้างที่คนอย่างฟางจะปิดบังเขานอกเสียจากมันจะเป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม ที่เธอไม่กล้าบอกเพราะกลัวเขาจะต่อว่าเธอ

เก้าพอเถอะ ฟางเหนื่อย หญิงสาวส่ายหน้าพยายามปิดประตูห้องพักของตัวเองเป็นการตัดบท

ไม่ได้ฟาง วันนี้ยังไงเก้าก็ต้องรู้ให้ได้ เกิดอะไรขึ้นฟางบอกเก้ามาเถอะ ฟางไม่เชื่อใจเก้าแล้วเหรอ นพเก้าจับขอบประตูรั้งแรงของหญิงสาวเอาไว้มั่นด้วยใจที่แน่วแน่กับการกระทำของตัวเอง

โธ่...เก้า ยิ่งถูกคาดคั้นเสียงของฟางก็ยิ่งสั่นเครือเงยหน้ามองดูดวงจันทร์ราวกับขอความช่วยเหลือแต่ดูเหมือนจันทราจะถูกเมฆหนาบดบังไม่อาจจะช่วยเธอได้ เหลียวมองดูดาราที่เคยส่องประกายสดใสแต่ในค่ำคืนนี้กลับไม่มีเหมือนเงาร้ายในหัวใจของเธอบดบัง

ความงามในค่ำคืนกลืนไปกับกลีบเมฆ

เขาทิ้งฟางใช่ไหม ชายหนุ่มเหมือนได้ยินเสียงสะอื้นในหัวใจของหญิงสาวแววตาของเธอที่เรียกท้องฟ้าให้ช่วยเหลือมันกำลังฟ้องเขาให้กอดและปลอบใจเธอมากกว่าที่จะคาดคั้นให้เธอปวดใจ

ฮือ...เก้า ฟางขอโทษ หญิงสาวผู้กำลังปวดใจไม่อาจจะทนอดกลั่นความรู้สึกภายในที่กำลังท่วมท้นออกมา ทิ้งกระเป๋าถือแล้วยกสองมือปิดหน้าร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนสนิทที่ตนรักราวกับพี่ชายคนหนึ่ง

ชายหนุ่มมองดูรติยาน้ำตานองหน้าก็อ่อนใจยกสองมือที่เคยก่ำแน่นไว้ด้วยความโกรธเข้าหาโน้มร่างบางที่กำลังสะอื้นหนักเข้าหาอกกว้างของตนที่มักจะคอยปกป้องและซับน้ำตาให้กับเธอ

ไม่เป็นไรฟาง เก้าอยู่นี่แล้ว ชายหนุ่มปลอบประโยนหญิงสาวที่กำลังร้องไห้หนักด้วยหัวใจของเขาเองก็เจ็บปวดตามที่ต้องเห็นคนที่ตนรักมานานเสียน้ำตาให้คนที่เขาทอดทิ้งเธอให้เดียวดายแบบนี้

เกิดอะไรขึ้นบอกได้ไหม นพเก้ากระซิบถามเรื่องราวที่ยังคงข้องใจถึงจะรู้ดีว่าไม่ควรให้ร่างบางพูดถึงแต่บางอย่างมันต้องถูกเปิดเผยออกมา

หญิงสาวยังคงก้มหน้านิ่งส่ายหน้าไม่กล้าพูด ไม่กล้าระบายความในใจที่น่าอับอาย

ของตัวเองให้ใครได้รับรู้ถึงแม้เขาคนนั้นควรจะเป็นคนที่น่าละเว้นก็ตามที

ฟางไม่ไว้ใจเราเหรอเก้ารั้งร่างบางออกจากอกแล้วปาดน้ำตาที่นองหน้ากับมาสคาร่าราคาถูกที่เปรอะพร้อมกับคราบน้ำตาจนขอบตาของเธอดำคล้ำไปหมด พยายามพูดโน้มนาวหญิงสาวให้เปิดใจระบายความคิด ความรู้สึกและเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมา พลางประครองร่างบางให้นั่งที่โชฟาข้างประตูหันไปเปิดทีวี เพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่หญิงสาวกำลังจะเล่าให้ฟัง ด้วยกลัวเพื่อนร่วมหอจะได้ยินเรื่องที่ไม่ได้ไม่งามของเธอ

ไม่ใช่อย่างนั้นเก้า ฟางไว้ใจเก้าแต่เรื่องมัน...

มันจะน่าอับอายแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้นอกจากฟางและเก้า ชายหนุ่มพูดต่อให้จบคำแทนคำพูดของหญิงสาวราวกับรู้ใจ รติยามองดูแววตาที่หนักแน่นของชายหนุ่มใจลึกๆถึงเขาไม่พูดก็รู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันเอาเรื่องของเธอไปบอกให้ใครได้รับรู้อย่างแน่นอน

เขาทิ้งฟางใช่ไหมเมื่อมองดูหญิงสาวยังคงปากหนักตามนิสัยชายหนุ่มก็เริ่มเดาเรื่องราวไปตามความเข้าใจของตัวเอง

สายตาของหญิงสาวทอดไปยังข่าวของวงการบันเทิงที่บังเอิญเปิดอยู่ภายของคังฮีราฟกำลังขึ้นเครื่องกลับไปประเทศของตัวเองทำเอาหญิงสาวตัวชาหนักทำอะไรไม่ถูกมือไม้สั่น เขาไปไกลเกินกว่าจะรู้ความเจ็บปวดของเธอ

ฟางผิดเองเก้า ฟางผิดเองหญิงสาวพยักหน้าแต่ก็พึมพำบอกว่าเป็นความของตัวเองที่ทำให้เขาต้องทิ้งเธอไป ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่เพราะคำพูดและการกระทำของเธอมันตรงกันข้ามกัน

ผิดยังไง โธ่...ฟางบอกเก้ามาเถอะ ให้เก้าได้แบ่งเบาความรู้สึกที่เจ็บปวดของฟางนะนพเก้าจับต้นแขนบางของเธอเขย่าเบาๆ เหมือนกำลังเตือนสติว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ยังมีเขาอยู่ทั้งคนที่พร้อมจะยืนอยู่ข้างเธอถ้าเธอต้องการ พร้อมกับไปเปลี่ยนช่องทีวีให้เป็นละครน้ำเน่าหลังข่าว ไม่ให้เธอสนใจความเจ็บปวดที่คนใจร้ายทิ้งไว้ให้

หญิงสาวพยายามหาคำพูดที่จะระบายออกไป แต่ทุกอย่างมันมากมายจนไม่สามารถระบายออกไปเป็นคำพูด ไม่มีคำไหนจะสามารถถ่ายทอดให้ใครเข้าใจถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของเธอ นอกจาก...

ฟาง...คงรักเขา...แต่ฟางรู้ตัวช้าไป ฟางทำทุกอย่างพัง รติยาพูดคำว่ารักออกไปเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ใจของเธอปรารถนา ใจของเธอเต้นแรงยามอยู่กับเขา ยามเห็นภาพของเขาก็ทำให้เธอปวดใจ อยากได้ยินเสียงคิดถึงใบหน้าใสๆ รสสัมผัสที่แสนหวานการกระทำที่แสนอ่อนโยนของเขาที่มีแต่เธอเท่านั้นที่ได้รู้ แต่นั้นเธอก็เพิ่งจะรู้ตัวเมื่อยามที่ต้องเสียเขาไป มันช้าไปเสียแล้วเขาไปจากเธอไกลเหลือเกิน

รักเหรอ?” นพเก้าตัวชาไม่คิดไม่ฝันสิ่งที่หญิงสาวพูดระบายออกมาคือคำๆนี้ สิ่งที่เขาคิดในใจคือเธอจะร้องไห้ที่ถูกย้ำยี เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นี้เธอกลับเสียใจที่ต้องจากคนๆนั้นทำเอาชายหนุ่มปรับความคิดไม่ถูก

ฟางเจอเขาได้ไม่นานเองนะ

แต่เขาก็ทำให้ฟางรักหญิงสาวอธิบายเสียงสั่นเครือให้นพเก้าได้รับฟังราวกับวิ่งวอนขอให้เขาช่วยนำคนรักของเธอกลับคืนมา

เขาย้ำยีฟางไม่ใช่เหรอชายหนุ่มกัดกรามนิ่งข่มอารมณ์ของตัวเองด้วยความคิดที่กำลังสับสน ยอดดวงใจของเขากลับหลงรักคนที่ลักพาตัวของเธอไปย้ำยี

แต่ฟางก็รักเขานี่เก้าถึงเขาจะทำแบบนั้น แต่...ฟางรู้ว่าสิ่งที่เขาทำให้ฟางมันแตกต่างรติยาพยักหน้าและส่ายหน้าสลับกันไปมาราวกับสับสนกับตัวเองพร้อมพยายามพูดให้เพื่อนสนิทเชื่อว่าสิ่งที่ราฟทำคือเขารักเธอ

เขาเป็นเพลย์บอยนะฟาง มันเป็นธรรมชาติของเขาที่ทำให้คนไร้เดียงสาอย่างฟางหลงใหลเขานพเก้ามองดูหญิงสาวด้วยความสงสารความไร้ดียงสาของเธอทำให้ชายอย่างคังฮีราฟหลอกเอา

ฟางไม่เชื่อหรอกหญิงสาวส่ายหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เก้าพูด เธอเชื่อสิ่งที่เธอสัมผัสมามากกว่า และยังจำได้ดีถึงคำพูดของฮีราฟบางอย่างมันเป็นการสร้างภาพดังนั้นสิ่งที่เก้าและทุกคนเห็นอาจเป็นการสร้างภาพเหมือนกัน แต่สิ่งที่เธอเห็นและสัมผัสมามันเป็นสิ่งที่เป็นตัวตนจริงของเขา

ถ้าไม่เชื่อแล้วฟางไปทำอะไร เขาถึงทิ้งฟางมาชายหนุ่มเริ่มทำเสียงแข็งกับท่าทีและคำพูดที่ดื้อดึงของหญิงสาวในเมื่อรักกันทั้งคู่แล้วกลับมาน้ำตาเช็ดหัวเข่าให้เขาปลอบใจเธอทำไมกัน

ฟางไม่ได้บอกให้เขารู้ เพราะตอนนั้นฟางไม่รู้ว่าฟางรักเขา ฟางไม่รู้ว่าความรักเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฟางรู้แต่เจ็บหัวใจจังเลย...เก้าคำพูดจากหัวใจของหญิงสาวพลั่งพลูออกมาราวกับเข็มเป็นพันเล่มที่ทิ่มแทงจิตใจของผู้ที่กำลังฟังคนที่มีรักมั่นคงอย่างเขาถึงกับพูดไม่ออก

ได้แต่โน้มร่างบางแล้วซับน้ำตาให้กับเธอ ไม่ต้องเล่าถึงฉากไหนๆ ไม่ต้องเล่าลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คนอย่างเขาก็พอจะรู้ได้ทันทีว่ารติยาได้มอบทั้งกายและใจให้กับเขาคนนั้นไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอที่ผสมปนกับน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมา

เก้าพอจะช่วยเหลืออะไรฟางได้บ้างไหม

แค่นี้ก็พอแล้วเก้า แค่นี้ก็พอแล้ว รติยาส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีของชายหนุ่มรั้งกายตัวเองออกจากอกอุ่นของชายหนุ่ม แล้วปานน้ำตาออกสูดลมหายใจเข้าลึก

ฟาง...ถ้าเจ็บเพราะรักเขาก็อย่ารักเขาอีกเลย นพเก้าเอื้อมมือหนาไปกุมมือบางไว้

ด้วยความห่วงใยพยายามกลั่นกรองคำพูดออกไปให้พ้นเขื่อนน้ำตาของตัวเอง

มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอกเก้าหญิงสาวฝืนยิ้มเริ่มรู้สึกตัวเองว่ากำลังอยู่ในภาวะที่ไม่ควรกับเขาตามลำพัง

ไม่ง่ายหรอก แต่ก็ไม่ยากนะ ชายหนุ่มพยายามพูดอย่างใจเย็น

แค่ฟางรักคนอื่น

เก้า ฟางขอโทษรติยารีบผุดลุกขึ้นในทันทีเมื่อคำนี้ของชายหนุ่ม มันเผยความในใจของเขาออกมา

เก้าพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและปกป้องฟางเสมอนะ จะไม่ทำให้ฟางเสียใจเก้าลึกขึ้นตามหญิงสาวมองดูร่างบางที่กำลังทำตัวห่างจากเขาด้วยท่าทางหวาดๆเห็นแล้วปวดใจ

เก้า...ฟางขอโทษ มันไม่ใช่ตอนนี้ เวลานี้ ฟางยังลืมเขาไม่ได้รติยาส่ายหน้าไปมาอย่างสำนึกผิด เธอลืมไปว่านพเก้าคิดยังไงกับเธอสิ่งที่เธอระบายออกไปอาจจะทำให้เขาปวดใจ และการกระทำของเธออาจจะทำให้เขาต้องทรมาน

ลืมไม่ได้ หรือยังไงก็รักเก้าไม่ได้กันแน่นพเก้ากล่าวน้ำเสียงสั่นก้มหน้าน้อยใจคนที่รักไม่รักตอบ

หญิงสาวนิ่งมองดูชายหนุ่มที่แสนดีตรงหน้า หัวใจที่กำลังเจ็บปวดเพราะถูกทอดทิ้งกลับต้องมาทรมาน เพราะการปฏิเสธคนดีๆอย่างนพเก้าอาจทำให้เธอเสียเพื่อนแท้ไปก็ได้

ความเงียบเข้าครอบงำอยู่หลายนาทีรติยาไม่มีคำใดจะเอ่ย จะบอกให้กลับไปก่อนแล้วค่อยพูดกันก็ดูจะใจดำกับคนที่มีน้ำใจกับเธอ จะตอบรับไปก่อนก็เป็นการทำร้ายเขาทางอ้อม เพราะใจเธอไม่เคยมีเขาอยู่เลยไม่ว่าตอนไหนก็ตาม เหมือนชายหนุ่มกำลังนับหนึ่งถึงสิบ

นับซ้ำไปมาหลายครั้งหลายคราอยู่ในใจ เขาก็เงยหน้าฝืนยิ้มออกไปเหมือนโล่งใจที่ได้บอก เพราะเก็บความรู้สึกมานานไม่เคยให้เธอได้รู้ แม้การกระทำของเขามันจะชัดเจนมานานแล้วว่าเขารักและห่วงใยเธอแค่ไหน แต่ก็ยังไม่เคยชัดเจนเท่าครั้งนี้เลย

ช่างเถอะฟาง เก้าน่าจะรู้ดี เก้าก็ลองถามไปงั้นแหล่ะ เผื่อฟางจะเปลี่ยนใจนพเก้าพูดไปราวกับไม่มีอะไรเกินขึ้น ทำเอาหญิงสาวอึ้งพูดไม่ออก

เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้วชายหนุ่มกล่าวอย่างขมขื่นใจ พร้อมฝืนยิ้มให้กับหญิงสาว

ฟางของโทษนะเก้ารติยาพูดออกไปได้เพียงคำๆเดียว ไม่อาจจะมีคำอื่นหลุดออกมาได้ ความรู้สึกผิด เจ็บปวดและทรมานตอนนี้เธอเข้าใจดี เก้าเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน

เด็กโง่ ขอโทษทำไมชายหนุ่มยกมือขึ้นยีหัวหญิงสาวเหมือนอย่างที่เขาเคยเล่นด้วยกันเธอ พร้อมชี้ที่อกของตัวเองแล้วยิ้มออกไปอย่างขมขื่นใจ

อกของเก้ายังว่างสำหรับฟางเสมอนะ

หญิงสาวพยักหน้ายิ้มให้ชายหนุ่มเจื่อนๆ มองดูร่างหนาที่เปิดประตูเดินออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกผิด

พักผ่อนล่ะ อย่าคิดมาก พรุ่งนี้มารับนะ คำพูดทิ้งท้ายก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดประตูลงทำเอาหญิงสาวปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความปวดใจการกลับมาครั้งนี้หลายอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิม ความรู้สึกของเธอที่เปลี่ยนไปแล้วจะเปลี่ยนไปอีกนาน

ขณะที่ร่างบางทรุดกายนั่งลงที่หน้าประตูห้องแล้วร้องไห้ ชายหนุ่มผู้หัวใจถูกย้ำยีก็น้ำตาไหลขณะขับรถกลับที่พักของตัวเอง ไม่คิดเลยเช่นกันการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะทำให้หลายคนเจ็บปวด การกระทำของคังฮีราฟทำให้หลายคนต้องทรมาน คนสร้างปัญหาจะเจ็บปวดเหมือนคนที่ถูกทิ้งไว้บ้างรึเปล่าไม่มีใครได้รู้

ดวงตาแดงก่ำที่ถูกซ่อนไว้ในแว่นกันแดดแบรนแนมสีดำสนิทใบหน้าคมเข็มแต่งหน้าจัดตามสไตล์มองดูบรรยากาศนอกหน้าต่างเครื่องบินอย่างเหม่อลอย ความมืดมิดของท้องฟ้าเหมือนดังความรู้สึกในจิตใจที่มืดสนิท ในมือมีรูปยามหลับของคนที่เขาหลบหนีนักข่าวไปอยู่ด้วยเป็นสัปดาห์ น้ำตาของฮีราฟไหลอยู่ในอกแต่ไม่มีใครได้เห็น ไม่มีใครได้รับรู้ความเจ็บปวดที่อยู่ภายในของเขาเช่นกัน

วันเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดในจิตใจของรติยาถูกเยียวยาด้วยตัวของเธอเอง หญิงสาวที่เคยมุ่งมั่นจะเข้าไปทำงานที่เดียวกับมาโกโตะไค ในตอนนี้ความฝันของเธอกำลังจะเป็นจริง จะต่างก็ตรงที่ชายในฝันที่เธออยากเจอในตอนนี้ยังเป็นมาโกโตะไคอยู่รึเปล่า

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ไม่ต้องตกใจสาวน้อย ฉันจะนุ่มนวลและทำให้คืนนี้ของเธอเป็นคืนที่แสนวิเศษ" ชายแปลกหน้าเชยใบหน้างามขึ้นมา พร้อมกับบดริมฝีปากสวยได้รูปของตัวเองลงไป ก่อนที่หญิงสาวจะคัดค้านหรือเอ่ยคำใดออกมา หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อรู้ว่ากำลังถูกพรากจูบแรกไปอย่างไม่สมยอม สองมือยกขึ้นพยายามดันชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่แขนขาเธอกลับไม่มีแรงจะต้านทาน"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


สงสารนพเก้า
โดย Anonymous | 1 year, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha