ดนตรีร้อนซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : งานที่รัก VS คนที่คิดถึง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


            



เร็วเข้าเถอะเก้า ฟางรายงานตัวไม่ทันแล้วนะ รติยาบอกเร่งเวลาเพื่อนสนิทให้รีบขับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพมาส่งที่ทำงาน

แล้วใครใช้ให้ตื่นสายล่ะ นพเก้าบ่นอุบอิบเขานัดเวลาเธอตั้งแต่เจ็ดโมง แต่เขาไปถึงหอเธอหญิงสาวก็ยังคงนอนซมไม่ยอมตื่นด้วยความขี้เซาไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนเขาก็ต้องเป็นคนปลุกเธอทุกเช้าจนตอนนี้เธอเองก็เรียนจบแล้ว และกำลังจะได้เข้าไปทำงานในบริษัทที่เคยฝันถึง

โธ่...อย่าบ่นได้ไหมขับไปเถอะน่า หญิงสาวยกมือเคาะหมวกกันน็อกของชายหนุ่มเชิงเตือนไม่ให้เขาพูดมาก ไม่นานมอเตอร์ไซค์ของนพเก้าก็เขามาจอดหาบริษัท BW รติยาลงจากรถแล้วเงยหน้ามองตึกสูงใหญ่รู้สึกใจเต้นแรงเมื่อเห็นโปสเตอร์ใหญ่ยาวของนักร้องชื่อดังที่

กำลังจะหวนกลับมาสู่เมืองไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึงสามปี

สู้เขานะฟาง ความพยายามสามปีของฟางจะต้องไม่เสียเปล่า ชายหนุ่มตบที่บ่าของหญิงสาวอย่างให้กำลังใจมองดูร่างบางที่มีแววตามุ่งมั่นไม่เคยเปลี่ยนแปลง แววตาที่ทำให้เขาหลงใหลและมีกำลังใจยืนเคียงข้างเธออยู่เสมอ

อือ สามปีแห่งความพยายาม ฟางจะทำให้ได้จะต้องไปเจอเขาให้ได้ รติยาหันกลับมาแล้วยกสองมือขึ้นกำหมัดพร้อมกันพยักหน้าให้กับชายหนุ่มเพื่อนสนิท เหมือนให้กำลังใจตัวเองและแสดงให้เห็นว่าเธอจะต้องทำได้

ชายหนุ่มยื่นกระเป๋าถือและของใช้บางอย่างที่เธอพกมา แล้วโบกมือไล่ให้รีบเข้าไปทำงาน รติยารับข้าวของมาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดเดินตรงสายตามุ่งมั่นไปยังประตูใหญ่ผ่านเข้าไปถึงจุดประชาสัมพันธ์

สวัสดีค่ะ รติยามารายงานตัว ทำงานวันแรกค่ะ

เด็กใหม่ชั้นสิบสองเลยจ๊ะ หญิงสาวที่หน้าจุดประชาสัมพันธ์แจ้งกลับอย่างรู้หน้าที่ แล้วยื่นบัตรพนักงานชั่วคราวให้กับเธอเพื่อขึ้นไปบนตึก รติยาเดินลิ่วไปที่ลิฟต์ซึ่งมีผู้คนหนาแน่นยืนรออยู่อย่างหนาแน่น เบียดเสียดเข้าไปในลิฟต์ซึ่งต่างคนต่างรีบเพื่อเขางานให้ตรงเวลา เมื่ออกจากลิฟต์รติยาก็เดินตรงๆไปยังฝ่ายบุคคล ณ ห้องรายงานตัว

สวัสดีค่ะ รติยา มารายงานตัวค่ะ หญิงสาวยกมือขึ้นสวัสดีอย่างสุภาพ กับพนักงานรุ่นพี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการดูเอกสารรับพนักงานใหม่

รติยา นามสกุล... รุ่นพี่ที่สวมแว่นสายตามองดูลอดแว่น แล้วพูดค้างให้รติยาบอกนามสกุลตัวเอง

เพิ่มพูนทรัพย์ค่ะ

รติยา เพิ่มพูนทรัพย์ อยู่ฝ่ายภาพ ไปหาคุณเนตรทราย หรือคุณเอ๋ที่ชั้นห้านะ เขาจะเป็นหัวหน้างานของเธอนี่ใบส่งตัว ฟางรับเอกสารส่งตัวมาจากหญิงสาวสวมแว่นตา แล้วเดินกลับไปยังลิฟต์ตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ตอนลงไม่ต้องเบียดกับใคร รติยาได้มีโอกาสจัดแจงตัวเองอีกครั้ง ให้ดูดีสมกับการได้มาทำงานกับบริษัทใหญ่โตที่เธอฝันถึง

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสิ่งที่ได้เจอก็คือทางสีขาวยาวไปจนสุดสายตามีประตูไม่กี่บานเท่านั้นที่อยู่บนชั้นนี้ หญิงสาวเดินไปตามทางกว้างมองดูเอกสารห้องที่เธอต้องเข้าประตูไป ตลอดเส้นทางมีรูปดารา นักร้องมากมายที่อยู่ในโปสเตอร์ต่างอยู่ในสังกัดของ BW ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ของวงการบันเทิง

แล้วฟางก็มาหยุดยืนที่หน้ารูปหนึ่งชายผมสีทองขอบตาดำที่เธอแสนจะคิดถึงและบอกกับตัวเองว่าจะต้องเจอกับเขาอีกครั้งให้ได้ ยังจำได้ดีเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานใบหน้าที่เนียนใสของเขายามเช้าที่เธอได้เห็น รสสัมผัสที่เธอยังคงจดจำได้ดี ภาพของชายหนุ่มที่ได้เห็นอีกครั้งทำเอาหญิงสาวนัยน์ตาร้อนผ่าว ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจติดขัดอยากจะปล่อยสะอื้นออกมาด้วยความคิดถึงเขาจับใจ

ดูเหมือนโรคหัวใจจะกำเริบอีกแล้ว หญิงสาวบนกับตัวเองยกมือขึ้นกุมที่ตำแหน่งของหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ ริมฝีปากเม้มแน่นหลับตาลงแล้วข่มใจ สะบัดใบหน้าอีกสองสามทีแล้วตั้งสติใหม่ หันหน้าไปมองดูประตูห้องถัดไปซึ่งเป็นจุดหมายของเธอ

ห้องสาม รติยาเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปมองดูผู้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมไฟ แสงและสีสำหรับการถ่ายแบบชิ้นใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นในเช้าวันนี้

สวัสดีค่ะ เออ...มาหาคุณเนตรทรายค่ะ รติยาหันไปทักชายหนุ่มสูงใหญ่ที่กำลังยกขาตั้งไฟผ่านหน้าเธอไปด้วยความยากลำบาก

อยู่กับกล้อง คำพูดง่ายๆสั้นๆของเขาแล้วเดินจากเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ด้วยความหนักของสิ่งของที่ถืออยู่และความรีบเร่งของเวลาการทำงาน จึงทำให้เขาไม่อยากจะเสียเวลาทักทายใครเท่าไรนัก

ฟางพยักหน้าอย่างง่ายๆแล้วเดินหลบเส้นทางของชายร่างสูงด้วยท่าทางหวั่นๆ

พยายามสอดส่องสายตามองดูกล้องที่ว่าก็เป็นเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมกล้องให้พร้อมใช้งานก็รีบเดินเข้าไปหาทันที

คุณเนตรทรายรึเปล่าคะ

ใช่ มีอะไร หญิงสาวในชุดกางเกงยีนสีดำสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพอดีตัวผมซอยสั้นทำสีเพลิงแต่งหน้าจางๆแบบธรรมชาติและมีท่าทางมาดแมนมากกว่าจะเป็นผู้หญิงจ๋าขานตอบแต่ไม่หันมามองคนทักสักนิดเดียว

เออ...สวัสดีค่ะ รติยาเป็น...รติยาเอ่อทักทายอีกครั้งพร้อมแนะนำตัว แต่ยังไม่ทันพูดจบคนที่ชื่อเนตรทรายผู้เป็นเจ้านายคนใหม่ก็หันกลับมาแล้วบอกสรรพคุณของเธอด้วยรู้ดีว่าวันนี้ต้องมีเด็กใหม่เข้ามาทำงาน

พนักงานใหม่ใช่ไหม

ค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะหญิงสาวยิ้มบางๆแล้วก้มหัวอย่างนอบน้อม เงยหน้าเล็กน้อยแล้วก้มลงไปอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมาจากผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนาย

เนตรทรายกวาดสายตามองดูชุดที่รติยาใส่มาทำงานกระโปรงเข้าชุดสีน้ำเงินเข็ม ดูสุภาพกับสูทที่ดูแล้วน่าจะร้อนถ้าออกไปเดินอยู่กลางถนน ไหนจะรองเท้าส้นสูงประมาณสองนิ้วสีดำที่เธอสวมมา ก็เข้าใจอยู่ว่าทำงานวันแรกของเธอคงไม่รู้ว่าต้องทำอะไรและไม่รู้ว่าต้องแต่งยังไงถึงจะเหมาะกับงานที่ต้องทำ เมื่อสำรวจการแต่งตัวของพนักงานใหม่เสร็จหญิงสาวมาดแมนก็ถอนหายใจ

เฮ้อ...พรุ่งนี้ไม่ต้องใส่ชุดแบบนี้มานะ ไอ้รองเท้าสูงๆหน่ะเก็บเข้ากล่องไปเลย ใส่อะไรสบายๆทำงานง่ายๆมาก็พอ กระเป๋านะไปเก็บในตู้ล็อกเกอร์ในห้องเพนทรี ตู้ไหนว่างมีกุญแจก็ใส่ไปเลย โทรศัพท์นะปิดเสียงซะ แล้วก็ห้ามใช้เสียงในเวลาทำงาน ตอนนี้รู้เท่านี้ไปก่อนนึกได้อีกแล้วจะบอกให้ก็แล้วกัน เนตรทรายพูดเร็วๆตามนิสัย พร้อมแนะนำการแต่ง ระเบียบง่ายๆ สั้นๆ ให้คนหน้าใหม่ได้ฟังเท่าที่เธอพอจะนึกออก

รติยาพยักหน้าอย่างเข้าใจ มองดูตัวเองที่แต่งตัวมาราวกับจะมาเป็นพนักงานนั่งโต๊ะแบบสาวออฟฟิตทั่วไป ก็เข้าใจที่รุ่นพี่เตือนเธอ เมื่อเห็นน้องใหม่เข้าใจง่าย หญิงสาวมาดแมนก็แนะนำตัวแล้วหันไปหยิบซองสีน้ำตาลส่งให้กับเด็กใหม่

เรียกฉันว่าพี่เอ๋ เข้าใจแล้วก็เอาเอกสารนี่ไปส่งที่ชั้นเจ็ด แล้วกลับมาพร้อมกับกาแฟดำเข้มๆให้ฉันแก้วหนึ่ง เร็วๆด้วย เมื่อพูดจบเธอก็หันไปทำงานต่อ ไม่ได้สนใจเลยว่ารติยาจะหาห้องเพนทรีที่ว่าเจอไหม แล้วเอกสารที่จะให้เอาไปส่งให้ใครก็ไม่ได้บอกให้ชัดเจน

หญิงสาวเม้มปากปิดสนิทมองดูซองสีน้ำตาลที่จ่าหน้าถึงผู้จัดการฝ่ายแสงสี ก็เข้าใจเรื่องบางอย่างคงไม่ต้องพูดมากงานใหม่ของเธอคราวนี้คงต้องใช้การจดจำและช่างสังเกตพอสมควร

รติยาเดินไปส่งเอกสารเสร็จก็เดินไปเก็บของแล้วเอากาแฟมาส่งให้กับผู้สั่ง เธอไม่ได้สนใจสักเท่าไรนักเพราะตอนนี้นายแบบที่ว่ามาแล้ว หญิงสาวมองดูคนที่กำลังถูกซับเหงื่อแล้วก็ยิ้มออกมา

ชายหนุ่มร่างสูงผิวพรรณเนียนขาว ผมถูกจัดเป็นทรงเหมือนเดิมที่เคยอยู่ในความทรงจำของเธอ อยู่ในชุดเปลือยอกกางเกงเข้ารูปแนบเนื้อ กับฉากหลังที่มีสีน้ำเงินดูเหมือนต้องไปตัดต่อภาพพื้นหลังเพิ่ม รติยามองดูแล้วก็ยิ้มออกมาจางๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงกรี๊ด

แทบคลั่งแน่นอนที่ได้อยู่ในระยะประชิดแบบนี้กับ มาโกโตะไค

กุ้ง เดี๋ยวพาเด็กใหม่ไปจัดเรียงเอกสารในห้องเก็บของแล้วกัน พวกหนังสือเก่าๆโละทิ้งให้หมดเลย เมื่อเนตรทรายเห็นรติยามองดูนายแบบหนุ่มอย่างไม่วางตา ก็ไม่อยากให้เป็นข้อครหารีบสั่งการหางานให้เธอทำทันที

ฟางเดินตามหญิงสาวร่างอวบที่เจ้านายของเธอเรียกว่ากุ้งไปยังห้องมุมสุดเปิดประตูออกมาฝุ่นคลุ้งและข่าวของที่ถูกโยนเข้ามาอย่างเกลื่อนกลาด

ลำบากหน่อยนะ พอดีไม่ค่อยมีใครว่างเก็บเลย กุ้งบอกพร้อมโบกมือปัดไรฝุ่นออกให้พ้นจากใบหน้า ทั้งคู่สำลักไอจามเล็กน้อยเมื่อสูดฝุ่นเข้าไปในโพรงจมูก

ไม่เป็นไรค่ะ ฟางทำได้อันไหนให้ทิ้งบอกมาเลยค่ะ สาวจอมอึดอย่างรติยาไม่สนใจงานหนัก เธอถอดเสื้อสูทแล้วพับแขนเสื้อขึ้นไปอย่างเอางานเอาการ

ก็เอกสารที่เป็นเอสี่นะ เก็บเข้ากล่องเรียงให้เรียบร้อยอันไหนเป็นแฟ้มก็เรียงเข้าตู้ หนังสือพิมพ์ดูวันที่ถ้าเป็นของเก่ามากก็ทิ้งไปเลย อันไหนไม่แน่ใจถามพี่อีกทีแล้วกัน หญิงสาวร่างอวบสั่งการพร้อมชี้นิ้วตามที่บอก  รติยาพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินเข้าไปเริ่มจัดเรียงเอกสารตามที่ถูกสั่งมา

หญิงสาวรวบรวมข้าวของที่ต้องทิ้งลงกล่องหนังสือพิมพ์มากมายก่ายกองอยู่สูงเท่าหัวเธอฝุ่นมากมายเกาะตามเสื้อผ้าและผมของเธอ หนังสือพิมพ์ที่ถูกเก็บไว้นานหลายปีจนเนื้อกระดาษแห้งกรอบเธอเอาลงกล่องไปอย่างไม่สนใจไม่ต้องดูวันที่ก็พอจะรู้ว่าของพวกนี้เก่าเก็บแค่ไหน เมื่อเรียงหนังสือพิมพ์ที่ต้องทิ้งไปสูงได้ที่เธอก็เริ่มยกออกเพื่อเดินไปทิ้งที่ถังขยะ ไม่ได้มีใครสนใจสักเท่าไรนักกับการทำงานที่ไร้สาระของเธอ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงการถ่ายแบบยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดพักทานข้าวเที่ยง ดูเหมือนทุกคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับงานจนลืมเวลา และตอนนี้ก็ปาเข้าไปบ่ายกว่า รติยาเองก็ลืมเวลากินข้าวไปกับเขาด้วยเช่นกัน เธอยังคงเดินวนเวียนเอาของไปทิ้งอยู่ประมาณสามรอบมือที่ถือของหนักมาหลายครั้งก็เริ่มล้า

เสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่เริ่มดำความสกปรกเริ่มมาเยือน จนหลายคนเริ่มหันมามองด้วยความเอ็นดู เด็กใหม่ที่ถูกใช่งานหนักไม่ได้ปริปากบ่นเลยสักคำ แถมยังตั้งหน้าตั้งตาทำไปแบบไม่ขอความช่วยเหลือ ไม่สนใจว่าตัวเองจะเลอะเทอะแค่ไหนแต่เมื่อถูกสั่งก็ทำตาม

อย่างไม่ปริปาก

แม้แต่คนที่สั่งงานเองก็พอใจกับการทำงานในวันแรกของเธอ มีไม่กี่คนที่จะไม่บ่นเมื่อถูกใช้งานเยี่ยงทาสแบบนี้เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่างานที่เอ๋สั่งให้ทำนั้นไม่ได้จำเป็นสักเท่าไร เป็นการลองใจและลองงานหนักของเธอเท่านั้นเอง

เดินระวังนะน้องพี่เพิ่งลากสายมาเพิ่ม เสียงผู้หวังดีบอกทางให้กับเธอเมื่อเห็นรติยาหอบกองหนังสือสูงแทบท้วมหัวของตัวเอง

รติยาพยักหน้าเชิงขอบคุณยังคงเดินยิ้มขอทางไปยังถังขยะแต่ด้วยความที่เส้นทางของเธอมีอะไรบางอย่างมาขวางกันเพิ่มปลายเท้าของรติยาสะดุดล้มไปกับสายไฟที่ผู้หวังดีเตือนไปเมื่อครู่

// โอ๊ย... // หญิงสาวล้มลงไปที่พื้นหน้าคว่ำเหมือนจับกบข้าวของที่ถืออยู่ก็หล่นลงไปกระจายเต็มพื้นด้านหน้าของเธอ เสียงร้องของฟางทำเอาคนในห้องหันมามองกันเป็นตาเดียว

พูดยังไม่ทันขาดคำเลย

ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะรติยารีบทรงตัวลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวด้วยความนอบน้อม เกรงว่าจะถูกต่อว่าที่ทำข้าวของหล่นเสียงดังรบกวนการทำงานของผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้มีใครว่าอะไรมากนักทุกคนหันไปทำงานต่อ เมื่อผู้เป็นตากล้องไม่ได้ว่ากล่าวอะไรออกไป

หญิงสาวรีบร้อนเก็บข้าวของให้เรียบร้อยจนไปถึงหนังสือพิมพ์เล่มสุดท้ายที่อยู่ปลายเท้าของใครบางคน กำลังเหยียบอยู่ ฟางเงยหน้ามองดูสาวสวยในชุดสูทเข้ารูปแนบเนื้อทุกสัดส่วนใบหน้าคมคายแต่งหน้าจัดแต่ไม่ถึงกับน่ากลัว แววตาคมกริบคิ้วถูกกันได้รูปโฉบเฉียวน่าดูแล้วรีบก้มหน้าจะเก็บแต่ก็ถูกเจ้าของปลายเท้าหยิบหนังสือพิมพ์เก่าๆขึ้นไปดูซะก่อน

ข่าวเก่าเรื่องฉาวของคังฮีราฟนี่ ยังมีคนเก็บไว้อีกเหรอ เจ้าของปลายเท้าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันมองดูภาพในหนังสือพิมพ์ไม่ยอมส่งคืนให้กับคนที่กำลังยืนขึ้นมองหน้าเธอเชิงขอคืน ความสูงของรติยาไม่ได้เทียบเท่ากับความสูงของสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าเธอเลยต่างกันสักสิบกว่าเซ็นได้ จนทำให้เธอดูแล้วกลายเป็นเด็กน้อยในทันที ไหนจะอกอวบที่อยู่ในเสื้อสายเดียวแบบบางเฉียบถึงจะมีเสื้อสูทคลุกเอาไว้ก็ดูแล้วอึดอัดแทน

หญิงสาวแปลกหน้าพิจารณาผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอสายตาที่เฉียบคมทำให้เธอรู้ความนัยอะไรบางอย่าง มองดูใบหน้าเลอะเทอะของผู้เป็นเด็กใหม่ ด้วยความสนใจสลับกับภาพข่าวในหนังสือพิมพ์เก่าด้วยไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเอง

เล่มนี้ไม่ต้องทิ้ง สาวแปลกหน้าพูดสั้นๆแล้วเดินจากไปทิ้งความสงสัยไว้กับใจของรติยา

คนอะไรสวยแต่ไม่น่าคุยด้วย ฟางคิดในใจแล้วก้มไปหยิบกองหนังสือพิมพ์เก่าที่เหลือไปทิ้ง แล้วก้มหน้าทำงานตามที่ถูกสั่งต่อไป

สาวสวยเดินโฉบเฉียวไปหามาโกโตะไคที่กำลังพักดื่มน้ำอยู่แล้วส่งหนังสือพิมพ์ที่เธอเพิ่งหยิบติดมือไปให้กับเขาดูข่าวเก่าของคังฮีราฟคู่อริ พร้อมโบกมือเชิงไล่บรรดาช่างแต่งหน้าและช่างทำผมที่กำลังแต่งเสริมเติมหล่อให้กับนักร้องหนุ่มออกห่างการสนทนาเป็นการส่วนตัวของเธอและเขา

มาได้สักทีนะ อลิสา นึกว่าจะมัวแต่ไปปั้นเด็กใหม่จนลืมหน้าที่ของตัวเองที่มีต่อผมซะแล้ว ชายหนุ่มทักทายสาวสวยด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายมองดูภาพเก่าของหนังสือพิมพ์แล้ววางไว้ข้างกายอย่างไม่สนใจเท่าไรนัก

ก็พูดไปเรื่อยนะ ไคล่ะก็ยังไงคุณก็ยังเป็นนักร้องคนเก่งทำเงินของฉันอยู่ดีล่ะค่ะ อลิสาแสยะยิ้มอย่างไม่เต็มใจมองดูชายหนุ่มตรงหน้าที่ใกล้จะหมดความสำคัญเต็มที ด้วยการเข้าวงการที่นานแล้วของเขาอายุที่มากขึ้นทำให้การเป็นนักร้องของเขาเริ่มติดขัด เพราะเด็กใหม่ที่มีความสามารถมากกว่าหรือเทียบเท่าเริ่มปรากฏตัวมากขึ้น

แล้วนี่อะไร เอามาให้ผมดูทำไมมาโกโตะไคมองดูหนังสือพิมพ์เก่าด้วยสายตารังเกียจฝุ่นหนาทำเอาเขากลัวว่าเสื้อผ้าหน้าตาของเขาจะเลอะตามไปด้วยก็ไม่กล้าที่จะหยิบมาดูอีก

ไม่เห็นอะไรเหรอคะ อลิสามองดูชายหนุ่มที่ยังไม่เข้าใจความหมายของเธอ กับภาพที่เกี่ยวข้องและสิ่งที่เธอพูดถึง

เห็นอะไร ก็ข่าวเก่าๆ กับหนังสือพิมพ์กรอบๆ ไคมองหน้าหญิงสาวที่ยืนกอดอกมีรอยยิ้มที่มุมปากเชิดขึ้น เข้ากับลิปสติกสีแดงทำให้รูปปากสวยดูดีมีเสน่ห์

คุณไม่คุ้นหน้าใครหนังสือพิมพ์บ้างรึไงไค หญิงสาวที่ไคเรียกว่าอลิสาเอ่ยถาม

น้ำเสียงเรียบสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างบาง ที่เดินหอบหิ้วข้าวของไปทิ้งไม่ยอมหยุดภายในสมองคิดการไกลถึงแผนการบางอย่าง ที่จะใช่ใครบางคนเป็นเครื่องมือ

คุ้นสิ ไอ้ราฟกับคู่ขาของมันข่าวฉาวตอนนั้นไง ชายหนุ่มหยิบหนังสือพิมพ์มาดูอีกครั้ง ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยหันไปมองคนข้างกายกับสิ่งที่เธอกำลังพูดมันช่างกำกวม และน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก

แล้ว...ไม่คุ้นคุ้นตาใครในห้องนี้บ้างเหรอคะอลิสากว้างปลายนิ้วไปรอบๆห้องกว้างใหญ่ ใจหวังให้ชายหนุ่มข้างกายที่หน้าตาดีมีลูกตาแต่ไม่รู้จักใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ มองไปตามปลายนิ้วของเธอเผื่อจะรู้ทันในสิ่งที่เธอต้องการจะบอกเขา

นี่ถ้าผมว่างมาสังเกตพนักงานเล็กๆทุกคนในนี้ ผมจะจ้างคุณมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวทำไมกัน ลิส มีอะไรก็รีบๆพูดเถอะชายหนุ่มถอนหายใจหันไปมองร่างบางที่น่าเย้ายวนด้วยอารมณ์หงุดหงิด รู้ดีว่าท่าทางของเธอตอนนี้กำลังดูถูกเขาที่คิดตามไม่ทันที่เธอพูด

ก็ดูเหมือนว่าเด็กสาวที่อยู่ในภาพเมื่อสามปีก่อนจะอยู่ในห้องนี้ด้วยน่ะสิมุมปากของลิสเชิงขึ้นมากกว่าเดิมแล้วปลายนิ้วของเธอก็หยุดชี้ไปที่เด็กสาวที่อยู่หน้าถังขยะ กล่าวเสียงเบาราวกับกระซิบให้คนข้างกายตาสว่างขึ้นสักที

พูดเป็นเล่นตอนนั้นข่าวประโคมจะตายว่าเป็นบทละครมาโกโตะไคส่ายหน้าไม่เชื่อสิ่งที่ผู้จัดการสาวกล่าวถึง เด็กมอมแมมอย่างเธอคนนั้นหรือจะเป็นคนที่ทำให้คังฮีราฟถึงกับต้องเต้นให้ผู้จัดการออกมาแก้ข่าวว่าเป็นการซ้อมบทละคร  ทั้งๆที่ปกติแล้วเขาไม่เคยสนใจว่าข่าวฉาวของตัวเองจะออกมาในรูปแบบไหนกับใคร แต่ตอนนั้นราฟกลับเลือกออกมาปกป้องเด็กคนนั้น

เหรอคะ แล้วไหนล่ะ ละครที่ว่าไม่ออนแอร์สักทีนะว่าไหมอลิสาทำเสียงสูงพูดจาชี้นำความคิดของชายหนุ่มรูปงามให้คิดตามสมองอันเฉียบคมของเธอ

ชายหนุ่มนิ่งหรี่ตามองแล้วคิดตามคำพูดของเธอ ถูกแล้วหลังจากการแถลงข่าวเรื่องราวทุกอย่างก็เงียบไปคังฮีราฟหายไปเป็นสัปดาห์กลับมาอีกครั้งก็ไม่ให้สัมภาษณ์ กลับจับเครื่องบินขึ้นเครื่องไปด้วยความสงสัยของทุกคน แม้แต่ตัวของเขาเอง

แล้วเธอคนนั้นไงคะ ที่ฉันพูดถึงลิสยังคงกระซิบต่อสายตาของเธอไม่เคยพลาดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นอีกครั้ง

ยัยเด็กนั้นนะเหรอไคมองนิ่งไม่อยากจะเชื่อสายตาก้มมองดูภาพข่าว แล้วเงยหน้ามองเด็กที่ว่าสลับกันไปมาอย่างไม่แน่ใจ

ใช่หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้งน้ำเสียงหนักแน่นสบสายตากับมาโกโตะไคอย่างมีความหมาย สายตาของชายหนุ่มที่ฉงนงงงวยเปลี่ยนเป็นเจ้าเสน่ห์ เพราะเอ่ยเรียกเสียงนุ่มนวลกับเด็กสาวที่เป็นพนักงานใหม่ของกองถ่ายภาพแห่งนี้

นี่เธอนะ รติยาได้ยินแว่วๆถึงใครบางคนเรียกหาก็หันหน้าไปมองดูมาโกโตะไคกับสาวสวยที่ว่าไม่น่าคุยด้วยสายตาสับสนมองซ้ายขาวดูเหมือนทุกคนก็กำลังมองมาที่เธออยู่เหมือนกัน

เธอนั้นแหล่ะมานี่สิเสียงสูงแหลมของผู้จัดการส่วนตัวพร้อมปลายนิ้วเรียว ที่ทาสีดำสนิทชี้ไปทางร่างบางที่อยู่หน้าถังขยะอย่างออกคำสั่ง

ฟางพยักหน้าปัดไม้ปัดมือที่เลอะฝุ่นออก โชคดีที่การทำงานของเธอในห้องเก็บของเสร็จพอดี จึงเดินเข้าไปหาคนที่เรียกอย่างงงๆท่ามกลางสายตาที่สงสัยของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

มีปัญหาอะไรกับเด็กฉันเหรอไคเนตรทรายผู้เป็นหัวหน้าของเด็กสาวก็ลุกขึ้น ละทิ้งจากงานที่ทำออกตัวถามแทนทุกคนในห้องด้วยความสงสัย รติยาไปทำอะไรให้ถึงต้องชี้หน้า

เรียกมาคุยเป็นการส่วนตัวแบบนี้

อ้อ เปล่าหรอกจ๊ะ เอ๋ พอดีว่าไคนะเขาอยากจะเจอเด็กใหม่ของคุณ ตามนิสัยคนที่ต้องร่วมงานกันนะจ๊ะอลิสาเปลี่ยนเสียงจากเฉียบขาดเป็นออดอ้อน เข้าหาผู้ที่เดินมาพร้อมท่าทางจริตจะก้านกลับหาเอ๋ แตะเนื้อต้องตัวด้วยคิดว่าความสวยของตัวเองจะสามารถใช่กับผู้หญิงมาดแมนอย่างเนตรทรายได้ผล

อ้อ...เหรอเอ๋ทำแสยะยิ้มแหยงหน้าตาที่แสนดัดจริตของผู้จัดการสาว ที่คิดว่าตัวเองสวยซะเต็มประดาลากเสียงยาวๆ เหมือนจะเชื่อแต่ในใจของเธอกลับไม่เชื่อว่ามันไม่มีอะไร พร้อมชายตามองดูเด็กใหม่ด้วยความเป็นห่วงจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนในวงการบันเทิง

ไปตั้งกล้องตั้งอะไรของเธอต่อเถอะลิสโบกมือเชิงไล่ให้เนตรทรายกลับไป

ทำงานของตัวเองต่อ ไม่ต้องสนใจบทสนทนาของมาโกโตะไคกับพนักงานใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น เอ๋เดินกลับไปอย่างไม่วางใจมือทำกล้องแต่ตายังคงมองอย่างไม่ลดละ

รติยามือไม้สั่นเมื่อเข้าใกล้มาโกโตะไคคนที่เธอเคยฝันถึง ไม่กล้าเงยหน้ามองด้วยเพราะรู้สึกตัวเองไม่คู่ควร และไม่คิดว่าการมาทำงานวันแรกของเธอจะถูกเรียกให้มาพบในระยะประชิดแบบนี้ เธออยู่ใกล้เขาซะจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวน้ำหอมราคาแพงที่คนอย่างมาโกโตะไคคงใช่อยู่

แต่กลิ่นของเขากลับไม่น่าหลงใหลอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้ เพราะกลิ่นบางอย่างที่อยู่ในใจของเธอกลับกลบเกลื่อนความหอมนี้ไปเสียสนิท กลิ่นของคังฮีราฟชายที่เธอรัก

ชื่ออะไรเสียงของมาโกโตะไคดังขึ้นทำเอาหญิงสาวตื่นจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ชายหนุ่มคิดว่าเธอคงจะตื่นเต้นมาที่ต้องอยู่ใกล้คนหล่ออย่างเขา

ระ..รติยาค่ะเสียงแผ่วเบาของฟางทำเอาชายหนุ่มแทบจะเงี่ยหูฟังสายตาของเขาจับจ้องมองดูเรือนร่างและใบหน้าด้วยความพินิจพิเคราะห์ในมือของชายหนุ่มยังคงถือหนังสือพิมพ์ที่ผู้จัดการสาวส่งให้ดู

ชื่อเล่นล่ะชายหนุ่มพยายามทำทีเป็นชวนคุยอยากจะรู้จัก

เออ...ฟางค่ะรติยายังคงก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาสองมือลูบลงที่กระโปรงเหมือนเช็ดมือที่เลอะฝุ่นให้สะอาดหรืออาจจะเขินจนไม่รู้จะทำอะไรดีกันแน่

เงยหน้าขึ้นสิมาโกโตะไคมองเห็นใบหน้างามไม่ชัดเจนด้วยความสงสัยอยู่ในใจก็สั่งให้เงยขึ้น ฟางเงยหน้าตามที่ชายหนุ่มสั่งอย่างว่าง่ายสบสายตาแสนหวานของไค แต่ไม่รู้สึกหลงใหลและใจเต้นแรงเหมือนอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้ กลับรู้สึกอึดอัดจนน่าขนลุก แววตาของเขาดูสวยก็จริงแต่ในความสวยกลับมีความเย็นชาสื่อออกมา ใบหน้าที่เนียนเรียบกลับรู้สึกเหมือนมันว่างเปล่าจนน่าแปลกใจ

เมื่อชายหนุ่มมองดูใบหน้าของหญิงสาวสลับกับหนังสือพิมพ์ไปมาอย่างสองสามครั้ง มองดูบางมุมของเธอด้วยความสงสัยยังไม่แน่ใจว่าเป็นคนๆเดียวกันสักเท่าไร อาจเพราะฝุ่นหนาที่เลอะอยู่ทั่วใบหน้าของเธอ ชายหนุ่มทำทีเป็นยิ้มกริ่มเอื้อมมือหนาไปลูบฝุ่นของจากใบหน้างามอย่างอ่อนโยน

รติยาตกใจจะก้าวถอยหลังแต่ก็ปะทะกับอกนุ่มของหญิงสาวร่างสูงที่ยืนเทียบหลัง

ของเธออยู่ สองมือสวยยกขึ้นจับต้นแขนบางของเธอเอาไว้มั่น ทำให้ร่างบางถูกมือหนาของชายหนุ่มสัมผัสอย่างไม่อาจจะขัดขืน ขนกายลุกเกรียวขึ้นทั้งตัวไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ใจไม่ได้เต้นแรงสักเท่าไรออกไปทางใจสั่นซะมากกว่า

เดี๋ยวสิ ไคเขาอยากปัดฝุ่นออกจากหน้าให้เธอนะ เสียงของหญิงสาวร่างสูงกระซิบบอกใกล้หูของฟาง จนน่าขนลุกหนักกว่าเก่า

เมื่อใบหน้าที่อ่อนวัยของหญิงสาวถูกปัดฝุ่นออกไปจนหมดท่ามกลางสายตาของผู้ที่อยู่ในกองถ่ายต่างแปลกใจและตกใจกับการกระทำของนักร้องชื่อดัง ที่อ่อนโยนกับเด็กหน้าใหม่จนหน้ากลัวแทน มาโกโตะไคก็พินิจพิเคราะห์อีกครั้งถึงสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้ากับร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดของฮีราฟ แล้วเขาก็ยิ้มกว้างออกมาพยักหน้าเบาๆ

ไปได้แล้ว

รติยาก้มหน้างุดแล้วเดินออกไปทันทีที่สองมือของอลิสาปล่อยต้นแขนของเธอให้เป็นอิสระ แล้วเดินไม่มองหน้าใครไปทางห้องน้ำไม่แน่ใจว่ากำลังเขินอาย หรือหวาดกลัวสายตาและการกระทำของทั้งสองคนนั้น

ว่าไงอลิสามองดูร่างบางไปจนพ้นสายตา แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังมองดูภาพข่าวด้วยความสนใจ

ใช่ จริงๆด้วยมาโกโตะไคพยักหน้ามองหน้าสาวสวยอย่างมีความหมาย

มีแผนอะไรใช่ไหม

แน่นอน งานนี้ดังระเบิดแน่ ลิสยิ้มพรายออกไปอย่างเท่าทันโอกาสทองของเธอและเขากำลังมาถึงแล้ว ในเมื่อตอนนี้งานของไคเริ่มจะน้อยลง ด้วยเพราะอายุมากขึ้นทำให้ค่ายเพลงเริ่มหานักร้องรุ่นใหม่ออกมาเป็นคู่แข่งมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญตอนนี้ข่าวของคังฮีราฟที่กำลังจะกลับมาเมือไทยอีกครั้ง

เธอคนนี้อาจจะให้เป็นเครื่องมือในการนำมาโกโตะไคให้ลงข่าวหน้าหนึ่งได้ เหมือนตอนที่ราฟเคยโดนและที่สำคัญเป็นคนๆเดียวกันแบบนี้การเขียนข่าวคงสนุกยิ่งกว่าเดิมแค่แต่งสีเติมกลิ่นสักหน่อยก็คงน่าสนใจไม่แพ้กัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ไม่ต้องตกใจสาวน้อย ฉันจะนุ่มนวลและทำให้คืนนี้ของเธอเป็นคืนที่แสนวิเศษ" ชายแปลกหน้าเชยใบหน้างามขึ้นมา พร้อมกับบดริมฝีปากสวยได้รูปของตัวเองลงไป ก่อนที่หญิงสาวจะคัดค้านหรือเอ่ยคำใดออกมา หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อรู้ว่ากำลังถูกพรากจูบแรกไปอย่างไม่สมยอม สองมือยกขึ้นพยายามดันชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่แขนขาเธอกลับไม่มีแรงจะต้านทาน"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha