ดนตรีร้อนซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ฝันที่เป็นจริง รึเปล่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


            



อะไรกันเนี่ย คนพวกนี้ รติยาก้มล้างหน้าในอ่างแล้วสะบัดใบหน้าไปมารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องสายตาของมาโกโตะไคที่เธอเคยคิดเอาไว้กับตัวจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

เอาไว้เลย การกระทำของพวกเขาความรู้สึกของเธอตอนนี้ยิ่งทำให้คิดถึงคำพูดของราฟ

ทุกอย่างมันเป็นการสร้างภาพ ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวเจ็บปวดที่เคยเข้าใจผิดมาโดยตลอด คนที่ควรจะชื่นชอบกลับไม่ได้รับการชื่นชม ใจของราฟจะเจ็บแค่ไหนที่ได้ยินคนที่อยู่ในอ้อมกอดคิดถึงชายอื่น คิดแล้วหญิงสาวก็นัยน์ตาร้อนผ่าวอีกครั้งสองมือกำแน่น ยิ่งอยากทำให้ถึงจุดมุ่งหมายโดยเร็วสะบัดใบหน้าตั้งสติใหม่แล้วออกไปทำงานตามเดิม

โชคดีที่ตอนหญิงสาวกลับไปมาโกตะไคถ่ายแบบเสร็จแล้วจึงขอตัวกลับไปก่อน ทำให้เธอไม่ต้องไปเจอหน้าเขาอีกครั้ง แค่คิดว่าต้องสบสายตาอีกครั้งก็ทำเอาเธอขนลุกเกรียวไปทั้งตัว หน้าที่ของหญิงสาวในครั้งนี้คือการเก็บข้าวของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ ไม่ได้มีใครเอ่ยถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยสักคนเดียวทำเอารติยาโล่งใจพอสมควร

ฟางเดี๋ยวงานเสร็จแล้วเย็นนี้ไปกินเลี้ยงกับพวกพี่นะเนตรทรายหันมาบอกหญิงสาว ขณะที่กำลังเก็บกล้องเข้ากระเป๋า

เออ...หญิงสาวลังเลใจที่จะไปกับคนที่เพียงรู้จักได้เพียงวันเดียว แล้วเธอก็ยังไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ การไปกินข้าวด้วยอาจทำให้เธอหรือทุกคนอึดอัด

เป็นการเลี้ยงรับน้องใหม่เข้าสู่ทีมนะเอ๋ตบที่บ่าของเด็กใหม่แววตาใจดีต่างจากตอนที่ทำงานด้วยอย่างสิ้นเชิง

ใช่ๆ มั่งแต่ยุ่งๆเรื่องงานพวกพี่เลยไม่ได้ต้อนรับอะไรเลยกุ้งเดินเข้ามาสมทบเพิ่ม ยิ้มกว้างสดใสให้กับรติยาเหมือนกับทุกคนที่กำลังยิ้มให้กับเธอ

ไม่เป็นไรหรอกค่ะฟางมองดูแววตาเริ่มรู้สึกอุ่นใจ แต่ก็ยังไม่กล้าไปเพราะด้วยความที่เธอยังใหม่อยู่

ไม่ได้ ต้องทำความรู้จัก ทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวเจอกันหน้าบริษัทนะหญิงสาวมาดแมนชูนิ้วชี้ขึ้น แล้วส่ายไปมาพร้อมกันไปสั่งการกับทุกคนสำหรับปาร์ตี้รับน้องใหม่

พี่เอ๋คะ แล้วฟาง...รติยามองดูทุกคนที่เหมือนจะรู้หน้าที่ของตัวเองดีกันอยู่แล้ว หันไปหาหัวหน้างานชี้ที่ตัวเองซึ่งกำลังไม่มีงานทำ

ก็งานของวันนี้เสร็จแล้ว ที่เหลือเป็นส่วนของคนอื่นเขา เรานะกลับบ้านไปทำสวยแล้วมากินข้าวดีกว่า ห้าโมงเจอกันนะทุกคนเนตรทรายบอกอย่างอารมณ์ดี พร้อมสะพายกระเป๋ากล้องขึ้นบ่า หันไปบอกเวลากับเพื่อนร่วมงานทุกคนถึงเวลานัดหมาย

คร้าบ...ค่าเสียงสดใสตอบกลับของคนที่ทำงานหนักมาทั้งวัน นานๆทีจะมีเด็กใหม่เข้ามาให้มีงานเลี้ยงรับเป็นลาภปาก รติยามองดูทุกคนที่กำลังอารมณ์ดีเพราะงานเสร็จ รู้ตัวอีกทีมือของเนตรทรายก็ตบลงมาที่ไหล่ของเธอเบาๆ

ไปได้แล้วฟาง วันนี้ทำดีมากรอยยิ้มของพี่เอ๋ทำเอารติยายิ้มใหญ่ แล้วออกไปเก็บของกลับที่พักเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนรับเธอในคืนนี้

ภายในห้องอาหารที่เย็นฉ่ำกลิ่นหอมฉุยของกับข้าวหลากหลายชนิดรวมกัน กลิ่นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่คละคลุ้งไปทั่ว แก้วของรติยาถูกผสมด้วยเหล้าจางๆ ตามประสาเด็กสาวที่ไม่ดื่ม ดื่มไม่เป็นแต่จำใจต้องกินตามรุ่นพี่ที่อุตส่าห์ร่วมกันจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้กับเธอ

เย้...ยินดีต้อนรับน้องใหม่สู่ทีมของเราแก้วของเพื่อนร่วมงานที่แสนดีของหญิงสาว ทุกคนต่างยกขึ้นแล้วชนฉลองกันเด็กใหม่ที่เขามาร่วมทีม รติยาถูกบังคับให้ดื่มรวดเดียวหมดเหมือนกับที่ทุกๆคนก็ดื่มหมดแก้วเช่นกัน

ขอบคุณนะคะพี่ๆหญิงสาวก้มหันนอบน้อมอย่างสุภาพด้วยความถ่อมตัวเอง และรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับคนกลุ่มนี้

ถึงในตอนที่ทำงานอาจจะดูทุกคนเคร่งขรึม คงเป็นเพราะอยากตั้งใจและทำให้งานออกมาดีนั้นเอง และมาตอนนี้ทุกคนต่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หลายคนต่างยกแก้วต่ออย่างสนุกหันมาขอชนแก้วกับฟางเป็นครั้งคราวไม่ได้มีใครกล่าวถึงเรื่องงานเลยสักคนเดียวเหมือนกำลังปลดปล่อยอารมณ์ให้สนุกสุดๆ

นี่ว่าแต่เรานะรู้จักกับมาโกโตะไคด้วยเหรอเนตรทรายหันไปถามรติยา เมื่อเห็นร่างบางกำลังนั่งนิ่งมองคนนั้นทีมองคนนู้นทีแล้วยิ้มออกไป

เปล่าค่ะ ฟางเคยชอบเขาหญิงสาวแทบสำลักเครื่องดื่มที่ยกเข้าปาก แล้วปฏิเสธส่ายหน้าหนักแน่นถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเขา

เคยหมายความว่าตอนนี้ไม่ชอบแล้วกุ้งที่นั่งข้างใช้ข้อศอกสะกิดเอวบางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

รติยานั่งนิ่งไม่ตอบยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มไปอึกใหญ่ ท่ามกลางสายตาของผู้อยากรู้อยากเห็นความนัยของการสนทนาปริศนาเมื่อตอนกลางวัน

ไม่ชอบ แล้วไปชอบใครล่ะเนตรทรายเห็นฟางไม่ตอบจึงไม่ได้คิดจะคาดคั้น ก็เปลี่ยนหันไปถามความสนใจของเธอแทน

ฮีราฟนะคะรติยาพูดเสียงเบาแต่ชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะได้ยินกันอย่างทั่ว ถึงแววตาของเธอที่พูดถึงเขาเปลี่ยนไปในทันที

หญิงสาวมาทแมนสังเกตได้ถึงน้ำเสียงที่โหยหา จากประสบการณ์ที่มีมันต้องมีอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน เพราะคนปกติหาพูดถึงคนที่ชื่นชอบนักร้องที่พอใจน้ำเสียงจะต้องสดใสและร่าเริง อยากรู้อยากเห็นเอ่ยถามว่าพวกรุ่นพี่อย่างพวกเธอได้รู้จักบ้างไหม

แต่กับเด็กสาวคนนี้กลับนิ่งไม่ถามสักนิดว่าเคยร่วมงานด้วยรึเปล่า หรือโอกาสที่จะเจอ

ราฟมีบ้างไหม แถมสายตาที่พูดถึงก็เปลี่ยนไปเป็นแดงก่ำ ราวกับจะร้องไห้ออกมาด้วยความคิดถึงคนรักที่ลาจาก ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งราวกับกำลังย้อมใจของตัวเอง

อ้อสาวมาดแมนช่างสังเกตพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ รินเครื่องดื่มเติมให้ใหม่

ไม่เอ่ยถามความในใจของรติยาอีกเลย

แหม ฟางเห็นแบบนี้ฟังเพลงแนวเหมือนกันนะเนี่ยสาวร่างอวบที่กำลังสนุกกับการสัมภาษณ์เด็กใหม่มองดูท่าทางของฟาง ที่ไม่น่าจะชื่นชอบเพลงแนวร็อกได้เลยสักนิดเดียว เธอดูใสๆมากกว่าที่จะฟังเพลงหนักของนักร้องที่พูดถึง

หญิงสาวได้แต่ยิ้มจางๆ ไม่กล่าวกลับอะไรจะให้พูดได้ยังไงที่เธอชื่นชอบไม่ใช่แนวเพลง แต่เป็นทุกอย่างที่เป็นคังฮีราฟซึ่งไม่มีใครเคยได้รู้จักหรือสัมผัสนอกจากตัวของเธอเอง

ว่าแต่สงสัยจังเลยทำไม ยัยผู้จัดการคนสวยกับมาโกโตะไคถึงเรียกเธอเข้าไปหาสติของกุ้งเริ่มลดลงเมื่อคำถามบางอย่างที่ติดใจของทุกคนหลุดมาจากปากของเธอ สายตาทุกคู่ในงานหันมามองเป็นตาเดียวจนคนที่ถูกถามเริ่มจะอึดอัดใจ

ไม่ทราบสิคะ เขาแค่มองฟางเฉยๆโชคดีที่รติยาเองก็ไม่ได้มีความหลังอะไรกับสองคนที่ถามถึง คำตอบจึงออกมาแบบง่ายๆและชัดเจน ไม่มีแววตาหรือความนัยแอบแฝงให้คนที่โตกว่าจับสังเกตได้

นั้นสิพี่เอ๋ ว่าไหมมันแปลกๆอยู่น้าสาวร่างอวบที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหันไปถามความเห็นชอบจากผู้เป็นเจ้านายด้วยรู้นิสัยของคนในวงการดีว่าเล่ห์เหลี่ยมจัดกันแค่ไหน

ไม่มีอะไรหรอก พวกแกนะคิดมากพูดแบบนี้น้องเขากลัวหมดแล้วเนตรทรายโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ หันไปชวนฟางยกแก้วขึ้นดื่มอึดใหญ่ จนลืมคิดไปว่าเด็กสาวดื่มไม่เก่ง แต่แล้วเครื่องดื่มก็แทบจะสำลักออกมาจากปาก เมื่อเสียงสูงแหลมของคนที่กุ้งพูดถึงนั้นดังขึ้นมาใสโสตประสาทของหู

นั้นสิพูดแบบนี้ไม่ดีนะ ทำยังกับว่าไคกับฉันนะเป็นตัวอันตรายทุกคนใน

ห้องอาหารต่างหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างเป็นตาเดียว แม้แต่รติยาเองที่เริ่มจะมึนๆเพราะฤทธิ์เหล้า ก็แทบจะสร่างเมาเมื่อเห็นร่างเย้ายวนควงคู่มากับชายร่างสูงรูปงามราวกับเจ้าชายที่เธอเคยฝันถึงสวมชุดลำลอง สวนแว่นตาสีชาสีหน้าและแววตาเย็นชายจนน่าขนลุก

ความเงียบปกคลุมทั่วห้องเมื่อแขกไม่ได้รับเชิญเดินทางมา แถมยังทำท่าทางราวกับถูกเชิญมาอย่างดีจากเจ้าของงาน ที่กำลังนั่งหน้ามึนอ้าปากค้างกับการมาเยือนของคนไม่

คาดคิด

แหม ทำหน้ายังกับเห็นผี ก็ไคนะ เห็นว่าวันนี้มีร่วมงานกับพวกเธอแล้วได้ข่าวว่าจะเลี้ยงเด็กใหม่ เขาก็เลยอยากจะมาสังสรรค์ด้วยผู้จัดการสาวสวยชี้แจงเจตนารมณ์ของตัวเองและมาโกโตะไค

งั้น...ก็เชิญนั่งสิตามสบายนะ คนกันเองทั้งนั้นเจ้าของงานลุกขึ้นขยับกายหาที่ว่าง พลางเชิญผู้มาใหม่นั่งอย่างมีมารยาท ถึงแม้จะไม่ได้เข้าใจเจตนาในการมาสักเท่าไรนัก แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธการมาของคนที่ไม่ได้รับเชิญได้

หลบไปสิย่ะอลิสาโบกมือไปมากับผู้ร่วมงานตำแหน่งเล็กๆ อีกหลายคนแล้วเดินผ่านเข้าไปถึงที่นั่งของรติยาที่ยังนั่งมึนทำอะไรไม่ถูกอยู่กับที่ของตัวเอง

มาโกโตะไคนั่งลงที่ข้างซ้ายของหญิงสาว ด้านขวาก็มีผู้จัดการคนสวยที่ใส่น้ำหอมมาทั้งตัว ราวกับอาบมาทั้งวันได้กลิ่นแล้วคนที่ดื่มเหล้าเข้าไปอย่างเธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียน อยากอาเจียนขึ้นมาในทันทีทันใด

อุ้ย...แหม น้องใหม่ได้นั่งข้างไคเลย น่ารักจังนะ พอไม่มีฝุ่นติดตามตัวแล้วนะคำแซวของลิสไม่ได้ทำให้ใครในห้องอาหารภาคภูมิใจสักเท่าไรนัก กลับรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิมเพราะถูกขนาบข้างด้วยคนตัวสูงกว่าทั้งสองด้านแบบนี้

พูดอะไรแบบนั้นลิส ฟางนะเขาน่ารักจะตายไป ต่อให้มีฝุ่นเต็มหน้าเธอก็ยังดูน่ารักอยู่นะฉันเห็นชายหนุ่มหยอดคำหวานทันทีที่ถูกชงมาจากผู้จัดการคู่ใจมองดูผิวหน้าเนียนใสของรติยาถึงอลิสาไม่ชงมาเขาก็อยากจะบอกกล่าวให้เจ้าของใบหน้าได้ฟังอยู่แล้วตามนิสัยที่แท้จริงของตัวเอง

ขอบคุณค่ะ รติยาฝืนยิ้มรู้สึกร้อนวูบวาบ ไม่ได้เพราะคำชมที่ออกมาจากปากของมาโกโตะไค แต่เป็นเพราะเหล้าที่ดื่มเข้าไปเยอะจัดจนตอนนี้มันตีตื้นขึ้นมาจนจะถึงปากของเธอ

ดื่มสิจ๊ะดื่มผู้จัดการคนสวยเชิญชวนทุกคนให้ร่วมดื่มอย่างเป็นกันเอง แววตาเฉียบคมของเธอจับจ้องมองรติยาอย่างพอใจ รอดูจังหวะเพื่อทุกอย่างสำหรับแผนการที่วางเองไว้

ว่าแต่ฟางพี่ว่าฟางหน้าคุ้นๆนะ

เหรอคะ หน้าโหลมั่งคะฟางพยายามไม่สบสายตากับคนตาคมที่กำลังพูดกับเธอสายตาที่พินิจพิเคราะห์ ทำให้เธอต้องอึดอัดอีกครั้ง มาโกโตะไคก็นั่งใกล้เธอจนแทบจะไม่มีที่ว่างสำหรับการขยับกาย แถมความสนุกเฮฮาก็ลดลงตั้งแต่ทั้งสองมาร่วมด้วย

ไม่โหลหรอก น่ารักจะตายใสๆ แบบนี้นะ หายยากนะ ไม่เหมือนบางคนหาง่ายตามท้องถนนทั่วไปเนตรทรายมองดูลิสอย่างรู้เท่าทัน ถึงจะไม่รู้ความนัยของการมาเยือนแต่ก็พอจะรู้ว่ามีบางอย่างแอบแฝงอยู่

หึๆ แหม...พี่เอ๋คะ ที่ลิสว่าหน้าคุ้นๆนะหมายถึงเคยเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์ตะหากค่ะอลิสาตวัดสายตากลับไปหาคนที่แก้ต่างให้กับฟาง แล้วพยายามดังเรื่องราวกลับมาสู่แผนการของเธอ

หนังสือพิมพ์เหรอ?เนตรทรายไม่ทันเล่ห์เพราะไม่รู้แผนการที่ทั้งสองวางไว้ มองหน้าฟางด้วยความสงสัยทำเอาทุกคนที่อยู่รอบวงต่างมองหน้าฟางกันอย่างพร้อมเพียงกัน

คุณลิสคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะรติยาอึดอัดเข้าไปใหญ่ที่ถูกจ้องมองโดยคนมากมายขนาดนี้ เธอพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะปลีกตัวไปจากคนร่างสูงที่นั่งมองหน้าเธออยู่ได้อย่างไร

ไม่หรอก พี่นะจำได้ดีก็เหมือนกับผู้หญิงที่ลงข่าวหน้าหนึ่งกับฮีราฟไงจ๊ะลิสเอื้อมมือไปจับฟางเอาไว้มันน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แววตาแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

รติยากายร้อนวูบครั้งนี้ไม่ได้เพราะฤทธิ์เหล้าอย่างเดียว แต่ความทรงจำครั้งเก่าที่เข้ามาสะกิดต่อมความรู้สึกอ่อนไหวของเธอให้ทำงานอย่างหนัก

เธอคนนี้รู้เรื่องเธอกับฮีราฟงั้นเหรอเป็นไปได้ยังไง รติยาคิดในใจด้วยความสับสนและว้าวุ่นหวั่นใจเรื่องในอดีตที่เคยมีกับฮีราฟจะเปิดเผย ทั้งที่มันถูกฝังแน่นปิดตายไปแล้ว ถ้ามีคนรื้อฟื้นขึ้นมาความจริงของเธอ ที่เป็นเจ้าของจูบนั้นถูกเปิดโปงจะทำอย่างไรดี

ว่าไปเรื่อยลิสล่ะก็ชายหนุ่มทำตัวราวกับเป็นเทพบุตร เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ผู้จัดการของตัวเองพูดให้เด็กสาวตายใจ คนร่วมโต๊ะต่างสะกดลมหายใจอยากจะฟังสิ่งที่ทั้งสองกำลังสนทนา เริ่มคิดทบทวนความทรงจำครั้งเก่าเทียบใบหน้ากับภาพข่าวที่เลือนรางในความทรงจำของตัวเอง

จริงนะไคอลิสาพยักหน้าทำสายตาจริงจังมองดูใบหน้าของหญิงสาว แกล้งทำเป็นพินิจพิเคราะห์เป็นการใหญ่ให้หลายคนที่อยู่ในวงเห็นด้วยกับเธอ

เออ ฟางขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะฟางอดรนทนอยู่ไม่ได้ก็ผุดลุกขึ้นเดินหนีไปในทันทีด้วยความรีบร้อนรนลาน จนสะดุดเกือบจะล้มไปชนประตูแต่ไม่ได้มีใครขำออกไปเพราะกำลังสงสัยกันอยู่ มีเพียงรอยยิ้มอย่างมีชัยของผู้ที่จุดชนวนทั้งสองซึ่งซ่อนไว้อย่างมิดชิด

ดูนี่สิผู้จัดการสาวสวยดำเนินการตามแผนต่อให้จบขั้นตอน หันไปหยิบหนังสือพิมพ์ในกระเป๋าเพื่อยืนยันความเหมือนเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง

ผมขอตัวไปดูน้องก่อนแล้วกันมาโกโตะไคพลางลุกขึ้นขอตัวไปดูเด็กสาว

ไม่ต้องหรอกค่ะ กุ้งไปดูเองแต่ในฐานะรุ่นพี่ที่ร่วมงานกุ้งก็รีบออกตัวด้วยรู้นิสัยเจ้าชู้เงียบๆแต่ร้ายกาจของชายหนุ่มเป็นอย่างดี

ไม่เป็นไรน้ำเสียงนุ่มนิ่มอ่อยโยนของมาโกตะไค แต่ใบหน้าและแววตาไม่ได้อ่อนโยนตาม ทำเอาสาวร่างอวบไม่กล้าขัด รู้ดีว่าเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้ร้ายกาจพอกัน

เออ...ก็ได้ค่ะกุ้งหันไปสบสายตากับเนตรทรายแล้วนั่งลงด้วยไม่อยากจะมีปัญหา มองดูร่างสูงของชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องอาหารตามร่างบางที่วิ่งออกไปเมื่อครู่

มาโกโตะไคในชุดลำลองยืนทอดสายตาอยู่ที่ห้องประตูห้องน้ำหญิง แว่นตาที่สวมไว้อยู่ถูกถอดออกมาคล้องไว้ที่คอเสื้อของตัวเอง ราวกับตั้งใจจะเปิดเผยตัวตนของเขาให้ใครๆได้รูป พร้อมยิ้มให้กับบรรดาสาวสวยที่เดินเข้าออกผ่านประตูใหญ่ของห้องน้ำ จนเป็นทีจับสังเกตและคุ้นตาของคนมากหน้าที่ได้พบเห็นเขา จนกระทั่งประตูเปิดออกมาแล้วรติยาปรากฏกายเขาก็เข้าไปประครองด้วยความห่วงใย

เป็นอะไรรึเปล่าฟาง

เออ เปล่าค่ะ สงสัยฟางจะดื่มมากไปหน่อยหญิงสาวพยายามฝืนยิ้มสะบัดตัวออกห่าง ด้วยความรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา การใกล้ชิดแบบนี้ของเธอและเขาอาจจะทำให้เป็นข่าวและใครบางคนที่เธอแคร์เห็นเข้า อาจจะเข้าใจผิดเธอไปใหญ่โต

ระวังครับ พี่ช่วยดีกว่านะชายหนุ่มเจ้าเล่ห์พยายามประคองกอดร่างบางที่เดินชนนั้นชนนี่ไปตามทาง ไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างสนใจ

เออ...ไม่ต้องหรอกค่ะ ฟางเอ๋อๆ แบบนี้เป็นประจำแหล่ะฟางพยายามปลีกตัวออกจากอ้อมกอดอย่างสุภาพ ยกมือขึ้นกุมหัวถอนหายใจฝืนยิ้มออกไปแกล้งขำในความเพี้ยนของตัวเอง

เหรอครับ ฟางรู้ไหมว่าฟางน่ารักดีนะ อ่อนหวาน ใสๆ...ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพยายามหยอดคำพูดหวานใส่เธอ เหมือนอย่างที่ตั้งใจจนหลายคนที่มองอยู่เริ่มรู้ตัวตนของเขาที่ไม่ได้ตั้งใจจะหลบซ่อน

เออ ฟางกลับไปในห้องดีกว่าแต่รติยากลับไม่สนใจเดินหนีเขาไปหาห้องอาหารที่จากมา

ชายหนุ่มหุบยิ้มอย่างขัดใจ ร่างบางไม่หลงใหลรอยยิ้มของเขาตามแผนก็รีบแกล้งยื่นเท้าไปข้างหน้าขัดขาให้เธอสะดุดล้มทำราวกับเป็นอุบัติเหตุ

 ว้าย...

ชายหนุ่มเสแสร้งแกล้งทำเป็นเข้ารับร่างบางที่เสียหลัก แล้วทำท่าทางให้เป็นราวกับอุบัติเหตุที่ริมฝีปากของทั้งสองประกบกันอย่างแนบแน่น ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับประตูห้องอาหารที่บรรดาเพื่อนร่วมงานนั่งอยู่เปิดออกโดยกุ้ง ที่ใจหมายจะออกมาดูฟางว่ายังอยู่เรียบร้อยดีไหม ก็ต่างตกใจกับภาพที่ได้เห็น

เมื่อริมฝีปากของฟางประกบเข้าหากับมาโกโตะไคอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นความจงใจของคนที่ทำให้เธอล้ม ภาพที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือของคนในห้องเปรียบกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้ามันชัดเจนแทบทุกมุม ราวกับเหตุการณ์เดียวกันต่างก็ตรงที่คนจูบไม่ใช่ผู้ชายคนเดิม

อุ้ย...ช็อดเด็ดเสียงแหลมสูงของผู้จัดการแสดงออกมาอย่างลืมตัว ความพอใจในน้ำเสียงทำเอาหลายคนฮือฮา ร่างบางรีบพละกายออกห่างจับริมฝีปากของตัวเอง ดวงตาแดงกำตกใจที่ต้องจูบกับชายที่เคยฝันถึง แต่รสจูบของเขาไม่ได้หอมหวานเหมือนที่เคยคิดเอาไว้เลยสักนิดเดียว

ตายแล้ว นั่นมาโกโตะไคนี่ เสียงของแฟนคลับที่เริ่มจะจำได้ว่าชายรูปหล่อที่มาจูบกลางร้านอาหารนั้นคือใครทำเอาหลายคนฮือฮาเป็นการใหญ่ ต่างลุกขึ้นมาดูช็อดเด็ดของลิสกันอย่างมากหน้าหลายตา

แล้วนั้นใครนะใบหน้าของฟางชาวาบเมื่อถูกรุมชี้หน้าเอ่ยถามถึงชื่อเสียงและฐานะของตัวเอง ท่ามกลางความสับสนและวุ่นวายภายในร้านอาหาร

ขณะที่รติยายังคงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกด้วยความที่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ มาโกโตะไคก็รีบทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวดึงร่างบางเข้ามากอด ทำทีเป็นปกป้องไม่ยอมให้ถ่ายรูป เพราะอยู่ๆดูเหมือนแสงของกล้องถ่ายรูป ก็ส่องวาบขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อถ่ายภาพเด็ดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

เนตรทรายและเพื่อนร่วมงานต่างลุกขึ้นมาออกตัวปกป้องนักร้องดังอย่างรู้งานเป็นการใหญ่ ฟางได้แต่ยืนห่อตัวเองไว้ในอ้อมอกของคนที่เคยฝันถึงว่าสักวันจะได้ใกล้ชิด ดูเหมือนนักข่าวที่ไหนไม่รู้ต่างโผล่ออกมาราวกับนัดไว้เป็นอย่างดีเหมือนมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าสำหรับข่าวฉาวที่เกิดขึ้น

คุณมาโกโตะกับแฟนสาวใช่ไหมคะ ถึงจูบกันดูดดื่มแบบนั้นเหยี่ยวสาวที่ดูเหมือนจะบังเอิญจนเกินไป มาพร้อมอุปกรณ์บันทึกเสียงยื่นเข้าหามาโกโตะไคและผู้จัดการสาวสวย

ไม่นะ...รติยาเงยหน้ามองดูนักข่าวพยายามส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็ถูกมือหน้าของไครั้งหัวของเธอเอาไว้แน่นแนบกับอกเหมือนอยากจะปกป้อง แต่ดูเหมือนจริงแล้วเขาไม่อยากให้เธอปฏิเสธคำถามที่ถูกถามมามากกว่า

เราจะยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆค่ะอลิสาลอยหน้าลอยตาโบกไม้โบกมือปฏิเสธ พลางทำทีพนักหน้าให้ไคพาร่างบางออกห่างฝูงชน

ช่วยตอบหน่อยค่ะนี้เป็นแผนการโปรโหมดรึเปล่าเหยี่ยวข่าวชายถือกล้องส่องหน้าลิสที่มีสายตาไม่น่าไว้ใจ

คนอย่างไคไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้หรอกค่ะ ในการโปรโหมดตัวเองผู้จัดการคนสวยประสานมือเข้าหากันแล้วยิ้มให้กับนักข่าวบางคนอย่างมีความหมาย พยักหน้าเล็กน้อยยิ้มพรายราวกับวางแผนเอาไว้อย่างดี

เอ๊ะ..เด็กคนนี้ใช่คนเดียวกับที่เคยมีข่าวกับคังฮีราฟรึเปล่าครับเมื่อได้รับสัญญาณจากผู้จ้าง คำถามที่ไม่น่าจะมีใครคิดถึงก็ถูกเอ่ยขึ้นจนน่าตกใจ ทำเอารติยาชะงักหันไปมองหน้าผู้ที่ถาม และคนที่กำลังกอดเธออย่างปกป้องด้วยความสับสน

พูดอะไรแบบนั้นคะอลิสายังคงตอบปัดหน้าตาเฉยชายตามองดูไคอย่างมีเลศนัย

นั้นสินักข่าวอีกหลายคนที่ถูกจ้างวานมาให้ป่วนที่เกิดเหตุ ก็ช่วยกันพยักหน้าเห็นด้วยไปกับคำถามของผู้ที่ถาม

คล้ายกันมากเลยทำให้นักข่าวตัวจริงหลายคนเริ่มเห็นพ้องต้องกันกับความคล้ายคลึงของคนทั้งสอง เมื่อเรื่องราวซับซ้อนเป็นที่น่าสนใจ ก็ทำให้ยิ่งมีการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้นรติยาได้แต่ก้มหน้านิ่งทำอะไรไม่ถูก

จะมีศึกสายเลือดขึ้นรึเปล่า

พวกคุณแย่งผู้หญิงคนเดียวกันใช่ไหม เสียงของนักข่าวอีกหลายคนดังขึ้น เริ่มแย่งกันถามคำถามและต่างต้องการคำตอบในทันที ทำเอาคนฟังเริ่มฟังไม่ทันและไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี

เธอคนนี้เป็นใครกันแน่ครับ

ขอตัวนะคะ ยังไม่ให้ข่าวค่ะอลิสาแกล้งทำหน้าเครียดพาร่างบางและนักร้องชื่อดังไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ พร้อมกับบรรดาเพื่อนร่วมงานของรติยา ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือการพาทั้งสองออกจากการสัมภาษณ์ แต่ก็ยังไม่วางถูกรุมทึ้งจากผู้ที่ต้องการคำตอบจนทำให้รถทั้งคันโยกไปมา

ชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งอยู่ในรถคันใหญ่ หลังจากปล่อยหน้าที่ที่เหลือไว้ให้กับผู้จัดการส่วนตัวและเนตรทราย รอยยิ้มของลิสและไคปรากฏขึ้นในความมืดมิด ราวกับสื่อถึงด้วยจุดมุ่งหมายของพวกเขาประสมความสำเร็จไปได้เป็นอย่างดี คนขับรถของมาโกโตะไคออกตัวไปอย่างรู้งานไม่ต้องออกให้ใครสั่ง ก็รู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้ขับหนีอย่างเดียวดีที่สุด

ขอโทษทีนะที่ทำให้เป็นแบบนี้ชายหนุ่มเสียงนุ่มทำทีเป็นปลอบโยนให้ร่างบางวางใจ พร้อมยกมือขึ้นโอบไหล่บางเชิงกอดกอย่างทะนุถนอม

เออ...ฟางผิดเองค่ะที่ไม่ระวังตัวหญิงสาวส่ายหน้าพยายามขยับกายหนี แต่ก็ไม่อาจจะทำได้เมื่ออ้อมกอดของเขากระชับเข้าหาเธออย่างแนบแน่น

ใครว่าฟางนะ ระวังตัวจะตายไป ไคเอื้อมมืออีกข้างไปกุมมือบางเอาไว้มองดู

ร่างบางด้วยแววตาหวานเยิ้ม จนคนที่ถูกมองอยู่ขนกายลุกไปทั้งตัวเพราะไม่ได้รู้สึกเสน่หาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

คุณไค...ฟางพยายามดึงมือบางออกอย่างสุภาพ รวมถึงการเอาตัวเองออกจากอ้อมกอดที่ไม่น่าหลงใหลให้ดูแล้ว เป็นการสงวนตัวเองมากกว่าท่าทีที่หวาดกลัวคนที่โอบกอดอยู่

กลัวฉันเหรอเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเอ่ยถามร่างบางข้างการรอยยิ้มและขบขัน ท่าทางของเธอถูกซ่อนไว้ภายในใบหน้าที่ดูกังวลได้ด้วยความเป็นมืออาชีพ

ปะ...เปล่าค่ะ ฟางเหนื่อยอยากกลับรติยาส่ายหน้าพยายามสบสายตากับชายหนุ่มในความมืดมิดภายในรถคันใหญ่ แล้วชายตามองดูสองข้างทางเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร

ฉันจะไปส่งเหมือนชายหนุ่มจะรู้ความคิดของหญิงสาว ข้อเสนอของเขาทำเอาร่างบางใจหายวาบ หวั่นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วมันจะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน

ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวฟางกลับเองได้หญิงสาวขยับตัวอีกครั้งมือควานหน้ากระเป๋าถือ ที่คิดว่าหยิบติดมือมาด้วยแต่ก็ไม่เจอ

คงไม่ได้หรอก ก็เธอไม่ได้หยิบกระเป๋ามานี่เหมือนชายหนุ่มจะรู้ดีว่าหญิงสาวกำลังหาอะไร เขาก็พูดดักคอร่างบาง เพราะตอนที่เธอเดินออกมาจากห้องอาหารไปห้องน้ำไม่ได้หยิบอะไรติดมือออกไปด้วย ป่านนี้กระเป๋าถือของเธอถ้าไม่หายก็คงจะโชคดีที่เจ้านายหรือใครที่รู้จักเก็บเอาไว้ให้แล้ว

รติยาก้มหน้านิ่งพยายามคิดหาทางออกให้กับตัวเอง รู้สึกหงุดหงิดที่ดื่มจะลืมตัวไม่หยิบของส่วนตัวติดเอาไว้ตลอดเวลา

ให้ฟางยืมสักสองร้อยก็ได้ค่ะ ฟางกลับเองดีกว่า หญิงสาวยื่นข้อเสนอ ทั้งที่รู้ดีว่าชายข้างกายน่าจะปฏิเสธ แต่ก็ยังดีกว่าที่เธอจะไม่ลองคิดหาทางอะไรให้ตัวเองออกไปจากรถคันนี้

อย่าดื้อสิเสียงหนักๆของชายหนุ่มเข้มขึ้นจนร่างบางไม่กล้าขัดใจ สถานการณ์ของตัวเองเป็นรองเกินกว่าที่จะโต้เถียง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะดีใจและมีความสุขอยู่ไม่น้อย ที่ต้องนั่งข้างเขาแบบนี้แต่ทำไมตอนนี้เธอกลับไม่รู้สึกอะไรนอกจากหวาดกลัว และภาพของคังฮีราฟเป็นเหมือนดังเครื่องเตือนใจเธอตลอดเวลา

รติยาบอกทางเป็นระยะๆให้คนขับรู้ว่าต้องไปทางไหน พยายามไม่หันไปมองชายหนุ่มข้างกาย ที่ดูเหมือนกำลังมองดูเธออย่างสำรวจพินิจพิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา ด้วยสงสัยร่างบางข้างกายเป็นหญิงสาวที่เคยผ่านมือของฮีราฟมาก่อนจริงรึเปล่า

ถึงจูบตอนนั้นจะออกโด่งดัง แต่ก็ไม่มีข่าวคราวสืบเนื่องจากนั้นอีกเลย ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้เธอเป็นเครื่องมือความอยากรู้อยากลองตามนิสัยของเขา คงจะพาเธอไปส่งที่ที่พักของตัวเองมากกว่าจะไปส่งเธอที่บ้าน

ไม่นานรถคันหรูก็เข้ามาจอดอยู่หน้าตึกโทรมๆที่หญิงสาวเช่าอยู่ ชายหนุ่มชายตามองดูเริ่มไม่แน่ใจคังฮีราฟจะให้คนที่เคยคบด้วยอยู่ที่แบบนี้เหรอ แต่เขาก็ซ่อนความสงสัยเอาไว้ในความสุภาพของตัวเอง รีบลงจากรถไปเปิดประตูให้กับเธออย่างรู้งาน

ขอโทษทีนะที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ยังไงซะพรุ่งนี้ฉันจะให้ลิสจัดแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมบอกกล่าวอย่างสำนึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น

ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเองหญิงสาวส่ายหน้าคาดคิดว่าเรื่องจะจบลงง่ายๆเหมือนครั้งที่ราฟเคยเป็นข่าวกับเธอ

ไม่ได้หรอกฉันไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อนมาโกโตะไคก้าวเข้าหาในระยะประชิดตัว เอื้อมมือไปกุมมือบางขึ้นมาจูบราวกับเจ้าชายจูบเจ้าหญิง

ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรฟางมองดูการกระทำของเขาพลันคิดถึงคังฮีราฟขึ้นมาขณะจิต ความอ่อนโยนของชายตรงหน้าไม่ได้ลบเลือนความทรงจำที่เขาเคยทิ้งไว้ให้กับเธอเลยสักนิดเดียว

หลับผันดีนะ สาวน้อย ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่รถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาผู้จัดการคู่ใจทันที

เป็นไงบ้าง เป็นไปตามแผนไหมลิส

แน่นอนค่ะ มือชั้นนี้แล้ว ลิสนัดนักข่าวออกแถลงข่าวไว้แล้วนะคะ พรุ่งนี้เราก็ออกข่าวได้เลย ผู้ใหญ่เต้นกันใหญ่แน่คราวนี้ แล้วทางคุณล่ะเสียงของอลิสาดังตอบกลับมาก้องเล็กน้อยราวกับกำลังอยู่ในห้องน้ำ

ส่งถึงบ้านแล้วชายหนุ่มกล่าวตอบกลับเสียงเรียบๆ สายตาทอดยาวไปสองข้างทางอย่างไม่มีความหมาย ใจลึกๆเสียงดายที่ไม่ได้สัมผัสความไร้เดียงสาของเธอ

บ้านคุณหรือบ้านเด็กคนนั้นคะอลิสาถามกลับอย่างรู้ทันนิสัยของชายหนุ่ม ด้วยเพราะร่วมงานกันมานานหลายปีแล้ว

หึ ก็บอกแล้วไง ถ้าเธอยังไม่ให้ฉันกิน ก็จะยังไม่กิน ไคตอบกลับน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดาย ที่ดันไปรับปากว่าจะยังไม่ทำอะไรจนกว่าจะใช้ เด็กคนนี้เสร็จแล้วค่อยจัดการเขี่ยทิ้งทีหลัง

ดีค่ะ เพราะเด็กนั้นยังใช้ได้อีกนาน รีบกินตอนนี้เดี๋ยวคุณเบื่อก่อนจะเสียแผนหมดอลิสาเจ้าวางแผนทำน้ำเสียงพอใจ ที่นักร้องหนุ่มเชื่อฟังเธอเป็นอย่างดี

อือ งั้นฉันกลับก่อนนะ

ตามสบายเลยค่ะ ให้จัดใครไปให้ไหมพร้อมเอ่ยถามน้ำเสียงขี้เล่นด้วย รู้ใจเจ้านายของตัวเองว่าเป็นคนอย่างไงยามค่ำคืนที่ต้องจูบกับเด็กสาวน่ารัก แต่กลับไม่ได้กินหรือแตะแม้แต่ปลายเล็บแบบนี้

ก็ดี ขอบใจ เธอนี่รู้ใจฉันจริงๆ ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมากอย่างพอใจ แล้วพยักหน้ากับคนขับคู่ใจให้ไปยังที่พักของตัวเอง รอของหวานที่ผู้จัดการสาวสวยจัดส่งมาให้ แล้วดื่มด่ำกันเนื้อหนังที่แสนหวานของสาวๆที่น่ากิน

ร่างบางมองดูเขาจากไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นห้องพักของตัวเองด้วยความเหนื่อยหน่ายกับการทำงานมาทั้งวัน และเรื่องน่าปวดหัวที่เกิดขึ้นทำเอาตั้งตัวไม่ติด

โธ่...ยัยฟางโง่ก็กุญแจอยู่ในกระเป๋าแล้วจะเข้าห้องยังไงล่ะทีเนี่ย รติยายกมือเกาหัวด้วยความหงุดหงิดใจ เมื่อมาถึงหน้าห้องพักแล้ว แต่ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยสักอย่างเดียว เงินสักบาทของเธอก็ไม่มีเหลืออยู่ จะโทรหาเก้าให้มาช่วยก็ไม่รู้จะเอาปัญญาที่ไหนโทรดี

เฮ้อ...ทำไมทำงานวันแรกของฉันวันวุ่นวายแบบนี้นะ หญิงสาวบ่นกันตัวเองด้วยความขัดใจทรุดกายนั่งลงที่หน้าห้องด้วยความหงุดหงิดใจ หวังจะรอคนดูแลห้องกลับมาจากที่ทำงานแล้วเอากุญแจสำรองมาใช้ก่อน แต่กว่าคนดูแลหอจะกลับก็คงทำเอาเธอหลับไปหลายตื่นเลยทีเดียว 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

""ไม่ต้องตกใจสาวน้อย ฉันจะนุ่มนวลและทำให้คืนนี้ของเธอเป็นคืนที่แสนวิเศษ" ชายแปลกหน้าเชยใบหน้างามขึ้นมา พร้อมกับบดริมฝีปากสวยได้รูปของตัวเองลงไป ก่อนที่หญิงสาวจะคัดค้านหรือเอ่ยคำใดออกมา หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อรู้ว่ากำลังถูกพรากจูบแรกไปอย่างไม่สมยอม สองมือยกขึ้นพยายามดันชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่แขนขาเธอกลับไม่มีแรงจะต้านทาน"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha