เจ้าสาวมาเฟีย

โดย: รักลดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ปัญหาใหญ่


ตอนต่อไป

 ตอนที่ 1 ปัญหาใหญ่

 

          เด็กหญิงตัวเล็กวัยสี่ขวบถูกจับแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องเหมือนกับเจ้าหญิงตัวน้อยยืนทะเลาะกับเด็กผู้หญิงอีกคนในวัยไล่เลี่ยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นมากมายแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มขมวดมุ่นเมื่ออีกฝ่ายประกาศว่าจะเป็นเจ้าสาวของกาเรนลูกชายเพียงคนเดียวของฟิเดลิโอมือขวาคนสนิทของเจ้าพ่อมาเฟียอิตาลี ทั้งที่เด็กชายเคยสัญญากับเธอไว้ว่าจะให้เธอเป็นเจ้าสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่ทำไมโรเซตาถึงได้บอกว่าจะเป็นเจ้าสาวของกาเรนเหมือนกับเธอด้วย

“ไม่จริง กาเรนสัญญากับเรียน่าแล้วว่าจะให้เรียน่าเป็นเจ้าสาวคนเดียวเท่านั้น”

“ไม่ กาเรนจะต้องแต่งงานกับโรเซตาต่างหากละ”

“ไม่ให้แต่ง เรียน่าไม่ให้กาเรนแต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากเรียน่าคนเดียว” ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความโกรธกลั้นน้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างสุดความสามารถ

“ฉันจะแต่ง”

“ไม่ๆๆๆ ฉันไม่ให้แต่ง” เด็กหญิงเรียน่าตะโกนก้อง ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ยอมยกกาเรนให้เป็นเจ้าบ่าวของใครนอกจากตัวเองไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาก็ตาม

“ทะเลาะอะไรกันเรียน่า โรเซตา” เอนริคที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกาเรนและฟิเดลิโอเพราะได้ยินลูกสาวตะโกนก้องจนได้ยินไปถึงห้องโถงด้านนอกชัดเจนถามลูกสาวสุดที่รักด้วยรอยยิ้ม

“กาเรน” เด็กน้อยในชุดเจ้าหญิงตะโกนเรียกชื่อหนุ่มน้อยวัยสิบขวบแล้ววิ่งผ่านพ่อและฟิเดลิโอเข้าไปกอดแขนเด็กหนุ่ม “กาเรน จะแต่งงานกับเรียน่าใช่ไหมจะให้เรียน่าเป็นเจ้าสาวคนเดียวใช่ไหม”

เอนริคมองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยรอยยิ้ม ด้วยวัยเพียงสี่ขวบคงไม่รู้ความหมายของการแต่งงานที่พูดถึงจึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่อย่างเขาและฟิเดลิโอจะไม่ใส่ใจคำพูดของเด็กแล้วก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ เมื่อเจ้าหญิงเรียน่าเอาแต่เขย่าแขนบุตรชายเพียงคนเดียวของฟิเดลิโอ ผู้ซึ่งเป็นมือขวาของเจ้าพ่อมาเฟียอย่างเขามาอย่างยาวนาน

“กาเรนบอกเรียน่ามาสิว่าจะแต่งงานกับเรียน่าคนเดียว” เด็กหญิงตัวน้อยยังคงอ้อนวอนขอคำตอบจากเด็กหนุ่ม เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจเรียน่าก็เขย่าแขนกาเรนด้วยความเอาแต่ใจตามประสาลูกคนเดียวที่ต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการ จนเมื่อเด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นตัวเก่งแล้วยื่นบางอย่างมาตรงหน้าเด็กหญิง เรียน่าจึงหยุดเขย่าแล้วจ้องมองสิ่งของในมือด้วยความสนใจ “มันคืออะไรกาเรน”

“แหวนไง” กาเรนยื่นแหวนเด็กเล่นที่ได้จากการหมุนตู้ไข่หยอดเหรียญให้เรียน่า ความจริงเขาอยากจะได้หุ่นยนต์มากกว่าแต่เมื่อได้แหวนน่ารักวงนี้ออกมาเขาก็คิดที่จะยกมันให้เด็กหญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าอยู่พอดี

“ให้เรียน่าเหรอ” เด็กหญิงเรียน่าถามด้วยดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ

“อืม...ให้ จองไว้เป็นเจ้าสาวของกาเรนในอนาคตยังไงละ” มือเรียวของเด็กหนุ่มจับแหวนวงเล็กสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเรียน่า ทำเอาเด็กหญิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

ถึงแม้ในสายตาของเอนริคและฟิเดลิโอจะเห็นว่าการกระทำของเด็กหนุ่มและเด็กหญิงตัวน้อยทั้งสองจะเป็นการพูดจากันตามประสาเด็กแต่ใครจะรู้ว่าเรียน่าและโรเซตาจะจำคำพูดและการกระทำนั้นมาตลอดไม่เคยลืม

 

ยี่สิบสองปีผ่านไป...

จากเด็กหญิงเรียน่าที่เอาแต่ใจในวัยเยาว์กลายเป็นประธานบริษัทส่งออกเหล็กกล้าขนาดใหญ่ของกลุ่มบริษัท ฟาลโค อินดัสตรี้ ที่มีสาขาครอบคลุมเมืองใหญ่ของอิตาลีถึงสี่เมืองทั้งโรม มิลาน ตูรินและเนเปิลส์ ฟาลโค อินดัสตรี้ ไม่ใช่แค่บริษัทส่งออกเหล็กกล้าขนาดใหญ่เท่านั้นแต่เบื้องหลังยังเป็นกลุ่มมาเฟียขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายอำนาจออกไปครอบคลุมทั่วประเทศ และลูกสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าใหญ่อย่างเธอก็คงหนีไม่พ้นต้องขึ้นเป็นผู้สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากบิดาแต่การจะขึ้นครองบัลลังก์อาณาจักรฟาลโคได้นั้นเธอจะต้องผ่านการแต่งงานที่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกิน

สวย โหด คือคำจำกัดความของเธอ การปลูกฝังให้รับช่วงต่อกลุ่มมาเฟียทำให้เธอต้องเข้ารับการฝึกฝนทั้งร่างกายเล็กจิตใจให้เข้มแข็งมาตั้งแต่เด็กทั้งศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง การใช้ปืนทุกรูปแบบ และจิตวิทยา เธอจึงกลายเป็นผู้หญิงที่อันตรายที่สุดจนไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สนใจเพราะหัวใจของเธอมีเจ้าของอยู่แล้ว แม้ภายนอกจะดูแข็งกระด้าง โหดเหี้ยมเอาแต่ใจแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายที่กุมหัวใจเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น

    กาเรน เอฟ เฟอร์ดินานโด ชายหนุ่มผู้เย็นชาจนได้ฉายาว่าเทพบุตรน้ำแข็ง ผู้ซึ่งเป็นทั้งมือขวาและบอดิการ์ดส่วนตัวของเจ้าหญิงแห่งวงการมาเฟียอิตาลี หน้าที่ที่ทำด้วยหัวใจไม่ว่าเจ้าหญิงของเขาจะอยู่ที่ไหนที่นั่นจะต้องมีร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่เคียงข้างตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจเปิดเผยความรู้สึกตัวเองให้ใครรับรู้ถึงแม้เรียน่าจะเปิดโอกาสให้เขาเข้านอกออกในห้องเธอได้ตลอดเวลาและเอนริคหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มฟาลโคซึ่งเป็นบิดาของเธอจะไม่ว่าอะไรแต่ความรู้สึกต่ำต้อยก็คอยย้ำเตือนให้เขายืนอยู่จุดที่สมควรจะยืนไม่เคยล้วงเกินมากไปกว่ากอดสักครั้ง

“เรียน่า มาหาพ่อที่ห้องหน่อยลูก” เสียงเข้มน่าเกรงขามแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดังมาตามสายโทรศัพท์ภายในเพื่อเรียกตัวลูกสาวสุดที่รักให้ไปพบ

“มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ เรียน่ากำลังอ่านรายงานของฝ่ายบัญชียังไม่เสร็จค่ะ” มือบางกดปุ่มสีแดงที่มีไฟกระพริบขึ้นเมื่อมีสายเข้าแล้วกรอกเสียงตอบรับบิดาลงไป

“ฝ่ายบัญชีมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ แค่ตรวจงานธรรมดา”

“งั้นเรียน่าก็มาหาพ่อก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่านรายงานต่อแล้วกัน”

“ค่ะพ่อ” ริมฝีปากเล็กตอบรับแล้วปล่อยมือจากแฟ้มเอกสารที่อ่านไปได้ครึ่งทางลงบนโต๊ะ “เรียน่าไปหาพ่อที่ห้อง กาเรนอยู่ที่นี่รอแล้วกันนะ”

ใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับหนุ่มอิตาลีแท้ที่ไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหนพยักหน้ารับแล้วหันกลับไปทำงานของตัวเองต่อ จนกระทั่งลับร่างระหงเสียงถอนลมหายใจก็ดังขึ้นสะท้อนไปทั่วห้อง ไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่ายแต่เป็นความอัดอั้นตันใจที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่อยู่ข้างในได้เวลาอยู่ต่อหน้าเธอ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้จึงได้แต่เก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจแล้วก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปขอแค่ได้ดูแลอยู่ใกล้ๆก็เพียงพอแล้ว

 

“มีเรื่องสำคัญจะคุยกับเรียน่าเหรอคะ”

“ใช่ นั่งก่อนสิ” เอนริคบอกลูกสาวที่เดินเข้ามาใกล้ชุดโซฟาตัวหรูที่จัดไว้สำหรับนั่งพักผ่อนในห้องทำงาน “งานเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหม”

“ก็ดีค่ะ ผลประกอบการเพิ่มขึ้นทุกปีระบบการทำงานทุกอย่างก็ลงตัวหมดแล้ว” เรียน่าตอบบิดาหลังจากที่เห็นรายงานจากฝ่ายบริหารและบัญชีที่ส่งเข้ามาให้ตรวจสอบไม่กี่วันก่อน

“แล้วคิดว่าตัวเองพร้อมจะรับงานใหญ่หรือยัง เรียน่า” เอนริคจ้องใบหน้าลูกสาวแล้วเอื้อมมือหยิบแก้วกาแฟใบเล็กขึ้นมาดื่มพลางสังเกตสีหน้าของเธอไปด้วย

“มีโครงการใหญ่เข้ามาเหรอคะ”

“ไม่ใช่หรอก แต่เป็นเรื่องการสืบทอดบริษัทและกลุ่มฟาลโคต่อจากพ่อต่างหากละ”

“เรียน่ายังไม่พร้อมหรอกค่ะ พ่อก็รู้ว่าผู้หญิงที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มฟาลโคจะต้องแต่งงานมีครอบครัวซะก่อน แล้วตอนนี้เรียน่าก็ยังไม่ได้แต่งงานจะขึ้นรับตำแหน่งนี้ได้ยังไงคะ” เรียน่าตอบบิดา ความจริงมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาผู้ชายสักคนมาแต่งงานแล้วขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มตามความต้องการพ่อ แต่เธอไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพื่อรับตำแหน่งที่ตอนนี้พ่อของเธอก็ยังสามารถดูแลตรงนี้ได้และยังมีเวลาอีกหลายปีด้วยซ้ำกว่าพ่อของเธอจะหมดแรง

“แต่พ่ออยากให้เรียน่าฝึกตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้ทุกคนนับน่าถือตาและเชื่อฟังในคำสั่งของลูก”

 ที่จริงทุกวันนี้ลูกน้องทุกคนก็กลัวเรียน่าจนหัวหดในความโหดและเด็ดขาดของเธอพอๆกับที่กลัวเขา แต่เขาก็อยากจะให้เธอได้รับการฝึกฝนตั้งแต่วันนี้ในตอนที่เขายังสามารถดูแลคุ้มครองได้เต็มที่ไม่ต้องรีบร้อนเมื่อกลายเป็นไม้ใกล้ฝั่งจนไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ก็รู้ว่าเรียน่าหัวรั้นและดื้อดึงไม่ยอมทำง่ายๆหากเรื่องนั้นขัดใจและความต้องการของเธอ

“แล้วยังไงคะ พ่อจะบังคับให้เรียน่าแต่งงานหรือไง”

“พ่อไม่ได้บังคับ แต่พ่ออยากจะให้ลูกเริ่มคบหาดูใจกับใครสักคนได้แล้ว”

“มันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ พ่อก็รู้ว่าเรียน่ารู้สึกยังไงแล้วทำไมต้องบังคับเรียน่าด้วยคะ”

“เรียน่าฟังพ่อนะ พ่อรู้ว่าลูกรู้สึกยังไงแต่บางสิ่งบางอย่างเราจะคอยไปจนแก่ไม่ได้ ในเมื่อเรายังมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลลูกต้องคิดถึงคนหมู่มากก่อนที่จะคิดถึงเรื่องตัวเอง”

เอนริคกุมมือลูกสาวไว้หลวมๆ เขารู้ว่าเรียน่ารู้สึกยังไงกับลูกชายของฟิเดลิโอซึ่งเป็นมือขวาของเขาและไม่เคยต่อต้านเพราะชายหนุ่มก็เหมือนลูกหลานที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก แต่กาเรนถ่อมเนื้อถ่อมตัวเหมือนพ่อของเขาที่ไม่กล้าทำอะไรจึงได้แต่ปล่อยให้ทุกวันผ่านเลยไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลย

“เรียน่ารู้ค่ะ แต่เรียน่าไม่เคยลืมสัญญาถึงแม้มันจะผ่านมากยี่สิบสองปีแล้วก็ตามและถึงแม้จะผ่านไปอีกกี่ปีเรียน่าก็จะรอ”

“แต่เราไม่รู้อนาคตวันพรุ่งนี้นะเรียน่า หากพ่อเป็นอะไรขึ้นมาลูกจะทำยังไง”

“พ่อไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกค่ะ และเพราะเราไม่รู้อนาคตไงคะเรียน่าถึงรอ รอว่าวันพรุ่งนี้เขาจะขอเรียน่าแต่งงานสักที”

ร่างบางลุกขึ้นแล้วขอตัวออกจากห้อง แต่เมื่อปิดประตูเรียบร้อยแล้วเรียน่ากลับยังไม่กลับเข้าห้องแต่เดินไปยังประตูกระจกที่สามารถเปิดออกไปยังสวนขนาดเล็กที่จัดไว้ที่ระเบียงด้านนอกแล้วยืนมองหิมะที่ตกลงมาไม่ขาดสายเป็นกองอยู่บนหลังคาตึกสูงที่แทรกตัวตามตึกรามบ้านช่องที่ก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลให้ความรู้สึกหดหู่เหมือนจิตใจที่หม่นหมองแล้วคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตของเธอ

คำสัญญาที่ไม่เคยลืม เฝ้ารอคอยมาตลอดว่าวันใดวันหนึ่งจะได้ยินคำนั้นออกจากปากคนที่เธอรักมาตลอดยี่สิบหกปี ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะยังจำคำสัญญานั้นได้อยู่หรือเปล่าแต่สำหรับเธอแล้วไม่เคยที่จะลืม อากาศหนาวข้างนอกหนาวเพียงไรยังไม่เท่าความเย็นชาของคนบางคนที่ปล่อยให้เธอรออย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าน้ำแข็งที่เกาะกินใจของเขาจะละลายลงเมื่อไหร่ แต่ใจเธอกำลังร้อนเป็นไฟเพราะภาระหน้าที่กำลังบีบบังคับใจให้ต้องเดินหน้าต่อไปแล้วจะให้เธอทำยังไงในเมื่อใจมันรักแค่เขาคนเดียว

“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นด้านหลัง เพราะความเป็นห่วงที่เห็นร่างบางออกจากห้องมานานพอมากจนผิดสังเกตจึงต้องออกมาตามหาด้วยกลัวว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรเพลินๆนะ” เรียน่าให้ไปยิ้มให้กับชายหนุ่ม มันเป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนมากเหลือเกินในสายตาของเขาถึงจะบอกว่าไม่มีอะไรแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“จะกลับบ้านเลยไหม” คำพูดที่เหมือนจะไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนเธอแอบดีใจขึ้นมาไม่ได้ทุกครั้งที่ได้ยิน ไม่ใช่คำพูดหวานหูแต่เป็นคำพูดที่ใส่ใจถึงความรู้สึกของเธอว่าต้องการอะไรมากกว่าจะเอาใจเพื่อเอาหน้าเหมือนลูกน้องคนอื่นๆ

“ยังค่ะ เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงเรียน่าอยากทำงานเสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ” กาเรนพยักหน้ารับ เธอจึงเดินกลับเข้าไปทำงานตามเดิม

 

บ้านหลังใหญ่สไตล์อิตาเลี่ยนคันทรี่เด่นสะดุดดาตั้งอยู่กลางเนินเขาขนาดย่อมชานเมืองกรุงโรมคือคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลเจอร์ราโด สิ่งก่อสร้างที่กลมกลืนกับธรรมชาติงดงามและภูมิอากาศสบายๆของประเทศอิตาลีคือบ้านที่อบอุ่นของเธอมาตั้งแต่เกิด รอบตัวบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้คอยให้ร่มเงาและสะท้อนเปลวแดดในตอนกลางวันที่คอยแผดเผาสิ่งมีชีวิตให้ร้อนระอุ ชานระเบียงประดับด้วยเถาองุ่นที่ให้ร่มเงาและความร่มรื่นกับตัวบ้าน ฝาบ้านทำด้วยอิฐที่ทาด้วยสีขาวตัดกับหินธรรมชาติให้ความรู้สึกเรียบง่ายและอบอุ่น แต่ในฤดูหนาวอย่างนี้คงไม่สามารถมองเห็นได้มากกว่าหิมะขาวโพลนไปทั่วบริเวณเท่านั้น

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าประตูบ้านในเวลาหนึ่งทุ่ม ร่างระหงของผู้ช่วยพ่อบ้านรีบเดินมารับเจ้าหญิงของบ้านและชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก เมื่อเปิดประตูด้านหลังร่างบางที่สวมเสื้อคลุมจนมิดก็ก้าวลงจากรถตามด้วยบอดิการ์ดหนุ่มที่เปิดประตูรถด้านหน้าแล้วก้าวตามร่างของผู้เป็นนายเข้าไปในบ้าน ถึงแม้ด้านนอกจะหนาวเพียงใดแต่เมื่อก้าวเข้าไปในบ้านความอุ่นสบายจากเครื่องทำความร้อนขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ทั่วบ้านก็ทำให้ร่างกายของเรียน่าอบอุ่นขึ้นจนสามารถถอดเสื้อคลุมหนาออกจากตัวยื่นให้โรเซตาแล้วเดินเข้าไปหามารดาในห้องนั่งเล่น

“โรเซตาถอดเสื้อคลุมให้นะ” เสียงหวานดึงความสนใจของเรียน่าให้หันกลับไปมอง

รอยยิ้มสดใสกระตือรือร้นถอดเสื้อคลุมตัวหนาออกจากร่างของชายหนุ่ม ร่างเล็กที่โอบเสื้อตัวใหญ่ไว้ในมือทั้งสองตัวเขย่งปลายเท้าปัดเศษหิมะที่ติดเส้นผมหนาหยักของชายหนุ่มจนริมฝีปากแดงอวบอิ่มเฉียดริมฝีปากของกาเรน เธอรู้ว่าโรเซตารู้สึกยังไงกับกาเรนแต่ผู้ชายคนนี้เป็นของเธอใครก็อย่าคิดมาแย่งเป็นอันขาด

“เสร็จแล้วตามฉันไปที่ห้องด้วยนะกาเรน” เรียน่าพยายามข่มเสียงตัวเองไม่ให้สั่นได้แต่ไม่อาจข่มความแข็งกระด้างในน้ำเสียงไว้ได้ด้วยความโกรธ

หลังจากที่ชายตามองคนทั้งคู่ให้รู้ว่าเธอไม่พอใจกับการดูแลจนออกนอกหน้าของโรเซตา เรียน่าก็เดินเข้าห้องนั่งเล่นที่มีร่างสมส่วนของมารดานั่งถักไหมพรมให้กับเธอและพ่อด้วยความสุข

หญิงไทยร่างเล็กหน้าตาอ่อนหวานไม่ว่าจะมองกี่ทีก็ไม่มีเค้าที่จะสยบเจ้าพ่อมาเฟียอย่างเอนริคได้ แต่เธอกลับสามารถกุมหัวใจและชีวิตของผู้ชายคนนี้ได้เพียงแค่ใช้ใจที่บริสุทธิ์ชี้นำทางในการเอาชนะใจที่แข็งกระด้างของชายหนุ่มลงได้ มาดามสิรา หญิงไทยแท้ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเป็นแม่บ้านแม่เรือนให้กับมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิตาลีจนมีโซ่ทองคล้องใจผูกพันรักทั้งคู่ไว้ด้วยกันมาตลอดเกือบสามสิบปีนั่นก็คือ เรียน่าหรือสรินา เจอร์ราโด เจ้าหญิงน้อยที่เติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงที่สวยงามวันนี้

แต่หากใครที่คิดว่ามาดามสิราจะอ่อนแอเหมือนนิสัยเรียบร้อยที่เห็นภายนอกแล้วละก็คงคิดผิดแน่นอน เพราะเธอสามารถหยิบปืนขึ้นมายิงศัตรูได้อย่างสบายๆในขณะที่คู่ต่อสู้แน่นิ่งลงไปด้วยลูกปืนที่ออกจากรังเพลิงเพียงลูกเดียวและการต่อสู้ระยะประชิดที่ไม่เป็นสองลองใครก็เก่งไม่แพ้เรียน่าผู้เป็นลูกสาว แต่เธอเลือกที่จะไม่อวดความสามารถของตัวเองให้ใครได้รู้ หากไม่ใช่คนในวงการมาเฟียที่เคยเห็นทุกด้านของเธอก็คงไม่มีใครรู้ว่าเธอก็คือมือปืนในร่างแม่บ้านแสนดีนั่นเอง

“แม่คะ” เสียงเรียกของเรียน่าทำให้สิราต้องเงยหน้าขึ้นมามองลูกสาวที่เดินเข้ามานั่งลงที่โซฟาด้านข้างด้วยใบหน้างอง้ำเหมือนคนที่ถูกขัดใจ

มือนิ่มเริ่มมีริ้วรอยตามวัยปล่อยมือจากไหมพรมในมือเอื้อมไปลูบศีรษะได้รูปที่ปกคลุมด้วยผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยของลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความรักใคร่ ใบหน้างามงอง้ำเหมือนเด็กถูกขัดใจกำลังออดอ้อนมารดาตามนิสัยของลูกคนเดียวและเรื่องที่ทำให้เจ้าหญิงเรียน่าหงุดหงิดได้ในโลกนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของชายหนุ่มคนนั้น กาเรน

“กลับมาแล้วเหรอ โมโหอะไรมาหรือว่าโมโหหิว แม่เตรียมของโปรดลูกไว้ด้วยนะจะทานเลยหรือเปล่าหรือจะรอพ่อเขากลับมาก่อน”

“ไม่ค่ะ วันนี้เรียน่าไม่อยากรอทานอาหารกับคุณพ่อ”

“พ่อเขาทำอะไรให้โมโหละถึงไม่อยากรอทานกับพ่อเขา”

“ก็คงมีอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละค่ะ”

สิรายิ้มน้อยๆให้ลูกสาว ไม่ว่าจะผ่านมากี่เดือนกี่ปีเรียน่าก็คือเด็กหญิงเรียน่าในสายตาของเธอตลอดเวลา มืออุ่นของสิราเลื่อนลงมาด้านข้างแล้วประคองใบหน้าของเรียน่าไว้แผ่วเบา ความรักจากแม่อ่อนหวานทะนุถนอมบอบบางหากแต่พ่อคือความแข็งแกร่งจนบางครั้งติดแข็งกระด้างจนไม่รู้วิธีพูดให้ลูกสาวเข้าใจถึงความหวังดีของตัวเอง และครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันเมื่อเรื่องที่เอนริคจะพูดกับลูกสาวนั้นคงไม่พ้นเรื่องคู่ชีวิตและการขึ้นครองตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม

“เรียน่า อย่าโกรธพ่อเขาเลยนะ พ่อเขาทำเพราะรักและหวังดีกับลูกนะ”

“เรียน่ารู้ค่ะแม่ แต่เรียน่า...”

 “แม่จะไม่พูดเรื่องนี้กับเรียน่าอีกเพราะพ่อเขาได้พูดไปแล้ว แต่ที่แม่อยากจะพูดกับลูกก็คือ การรอคอยมันไม่ผิดหรอกนะเรียน่า แต่การยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าสิ่งนั้นมาเป็นของตัวเองบางครั้งมันก็ดีกว่าการรอคอยที่ไม่มีจุดหมายนะลูก”

สิราเลื่อนมือลงมากุมมือบางไว้เบาๆ เธอรู้ว่าลูกสาวรู้สึกยังไงกับเด็กชายที่เคยเอ่ยคำมั่นสัญญาเอาไว้และจดจำทุกคำพูดไว้ในจิตใจตลอดเวลา บางทีอาจจะถึงเวลาที่เรียน่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกที่อาจเปลี่ยนไปของชายหนุ่ม

“เรียน่ารู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม”

“พร้อมหรือไม่พร้อมอยู่ที่ตัวเราคิดที่จะลงมือทำหรือเปล่านะเรียน่า หากเราไม่คิดที่จะลงมือทำมันก็ไม่มีคำว่าพร้อมแล้วคนคนนั้นก็จะไม่มีวันเป็นของเขา”

“แม่คะ...”

“เก็บคำพูดของแม่เอาไปคิดนะเรียน่า แต่ตอนนี้เราไปรอพ่อเขาที่ห้องอาหารดีกว่านะ”

ใบหน้างามงอง้ำ สุดท้ายเธอก็ต้องรอร่วมโต๊ะอาหารกับคุณพ่อทั้งที่อยากจะหลบหน้า แต่คุณแม่ก็ดันพูดถ่วงเวลาจนได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านเข้ามาของคุณลุงฟิเดลิโอกับคุณพ่อ ทำไมถึงมีแต่เรื่องน่าหงุดหงิดอย่างนี้นะ!

 

ฝากเข้าไปกดถูกใจเพจด้วยนะคะ อัพเดตผลงานติดตามการเคลื่อนไหวได้ที่...

https://web.facebook.com/Rakladawriter/


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

รักลดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha