เกาะซ่อนสวาท

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : บทนำ


ตอนต่อไป

บทนำ

 

 

 

 

 

 

 

“จเข้าไปจริงหรือคะพี่เขต?”

มนินญาถามคนที่กึ่งลากกึ่งจูงแขนพาเธอมาด้วยกันกระทั่งหยุดหน้าประตูห้อง ซึ่งติดป้ายชื่อตัวอักษรสีน้ำเงินบนพื้นโลหะสีเงินวาวดูเรียบหรูหราเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล

กฤตภาค วรภาพโรดม

ตามด้วยตำแหน่งที่ระบุเอาไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บอกให้รู้ว่ามีอำนาจเป็นรองเพียงแค่รัฐเขต เวศน์วินวัธแฟนหนุ่มของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นภายในบริษัทใหญ่โตแห่งนี้

“มาจนถึงนี่แล้วนะมิว จะยังลังเลอะไรอีก ไม่มีเวลาไหนที่จะเหมาะไปกว่าเวลานี้อีกแล้วนะ” รัฐเขตที่ถูกทักท้วงจนเสียจังหวะหันไปอธิบาย

“แต่การเข้าห้องทำงานของคนอื่น โดยที่เจ้าของห้องไม่อยู่ มันเป็นการเสียมารยาทมากเลยนะคะ” คนพูดทำหน้ามุ่ย บอกให้รู้ว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการกระทำของเขานัก

“ในบริษัทนี้ พี่เป็นผู้จัดการใหญ่ ย่อมหมายความว่ามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้โดยชอบธรรมเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทจ๊ะ” ยกเป็นเหตุผลขึ้นมาอ้าง ทั้งที่เธอไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวตรงไหน

“แม้กระทั่งละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของคนอื่น  งั้นหรือคะ?” คิ้วเรียวเหนือดวงตากลมใสขมวดมุ่นนิดๆ บอกให้รู้ว่าไม่ค่อยจะสบายใจกับสิ่งที่กำลังได้ทำอยู่

“มิวล่ะก็มาชักใบให้เรือเสียซะเรื่อย ที่พี่ทำนี่ก็เพื่อเจ้ากฤตมันโดยตรงเลยนะ เอาล่ะ ถ้ามิวไม่สบายใจ ก็รอดูต้นทางอยู่ตรงนี้แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะเข้าไปข้างในคนเดียว” ว่าแล้วก็ปล่อยข้อมือเล็ก หันไปจับที่เปิดประตูแทน กำลังจะดันเข้าไปข้างใน แต่มนินญาก็รีบคว้าหมับที่ข้อมือหนารั้งเอาไว้ เรียกให้ใบหน้าคร้ามคมเข้มแบบไทยๆ ต้องเหลียวกลับมาดู

“ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราเข้าไปด้วยกันดีกว่าค่ะ”

รัฐเขตยิ้ม หันกลับไปผลักบานประตูห้องทำงานของกฤตภาคเปิดกว้าง แล้วก้าวเท้าเข้าไปภายใน โดยมีร่างเปรียวอรชรเดินตามเข้ามา ค่อยๆ วางเท้าเบากริบราวกับแมวย่อง ทำเหมือนพวกตีนแมว ทั้งๆ ที่พูดออกปาวๆ ว่าตัวเอง มีสิทธิ์มีเสียงจะเข้านอกออกในห้องไหนก็ได้ภายในบริษัทแห่งนี้

จุดหมายแรกคือโต๊ะทำงานของกฤตภาค ข้าวของทุกอย่างวางเป็นระเบียบ และค่อนข้างจะโล่ง บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวเคลียร์งานเรียบร้อยแล้วก่อนออกไป

“ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย” ดวงตากลมใสกวาดมองไปรอบๆ ก่อนหันมาพูดกับรัฐเขต

“อื้ม...” เขาครางในลำคออย่างใช้ความคิด

“แต่พี่รู้สึกได้ถึงกลิ่นความไม่ชอบมาพากล”

“ยังไงคะ?” หัวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นด้วยความสงสัย

“เจ้ากฤตมันมีอะไรบางอย่างที่ปิดบังเราอยู่ และอะไรที่ว่า ก็อยู่ในห้องนี้ พี่รู้สึกได้อย่างแรงกล้าว่า...ในห้องนี้แน่ๆ”

มนินญาหัวเราะขำกิ๊กคิกคักจนเขาต้องหันมามองหน้าฉงน

“มิวหัวเราะอะไร?”

“พี่เขตจะไปแข่งกับคุณเจน ญาณทิพย์หรือคะ? เขตรู้สึก เขตสัมผัสได้” ท้ายประโยคล้อเลียนเขาเจ้าตัวยังคงหัวเราะไม่หยุด

รัฐเขตหน้ามุ่ย หัวคิ้วเข้มหนาขมวดแทบชนกัน

“หัวเราะขำเข้าไปเหอะ” ว่าแล้วมองหาสิ่งผิดปกติ ดวงตาของเขาสะดุดเข้ากับลิ้นชักโต๊ะทำงาน

แขนยาวๆ เอื้อมมือไปดึงเพื่อจะเปิดออก แต่ลิ้นชักถูกล็อกกุญแจเอาไว้

นี่ไงล่ะ...ความผิดปกติอย่างแรก

ในลิ้นชักโต๊ะทำงานจะมีของสำหลักสำคัญอะไรนักหนาอยู่ในนั้น ถึงขนาดว่าจะต้องล็อกกุญแจเอาไว้ด้วย

แต่ยังไม่ทันได้ใช้สมองขบคิดให้หายสงสัย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนมุ่งตรงมาทั้งนี้ ทำให้ผู้บุกรุกทั้งสองหน้าตาตื่น

“ไหนมิวบอกว่าเจ้ากฤตไม่อยู่ออกไปข้างนอกไง?”

“ก็คุณภัคบอกมิวอย่างนั้นจริงๆ นี่คะ บอกว่าไปติดต่อลูกค้าแล้วจะไม่กลับเข้ามาอีก”

“แล้วทีนี้จะทำยังไงดี ขืนมันรู้ว่าเราสองคนแอบเข้ามาในห้องตอนไม่อยู่ จะแก้ตัวว่ายังไง?” ถามสีหน้ากลัดกลุ้ม

“หลบสิคะพี่เขต หาที่หลบเร็ว” มนินญารีบเข้ามาคว้าแขนแฟนหนุ่มดึงไปหาที่หลบซ่อน

“ที่ไหนล่ะ? ในห้องนี้ไม่มีที่ซ่อนตรงไหนจะปลอดภัยเลย”

“ใต้โต๊ะไงคะ...ไปสิ พี่เขตเข้าไป” มือเล็กลากเขามาหลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะดันให้มุดลงไปอยู่ข้างใต้นั่น

“เราหลบอยู่ใต้นี้ทั้งสองคนไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างถ้าเข้ากฤตกลับมาทำงาน ยังไงมันก็เห็นเราแน่”

“แล้วตรงไหนล่ะ? ตรงไหนดี” ถามอย่างรนๆ กวาดตามองหา ก่อนจะสะดุดกับชุดโซฟารับแขกในห้องทำงานของกฤตภาคที่เอาไว้สำหรับรับรองแขก และนั่งพักผ่อนหย่อนใจหรือคุยงาน

“นั่นไงคะ...ตรงนั้น” ชี้มือไปที่ชุดโซฟารับแขก

“จะให้พี่มุดไปอยู่ใต้โซฟนั่นหรือไง คงไม่ได้หรอก ดูสิ มันห่างจากพื้นนิดเดียวเอง”

“โธ่! พี่เขต ถามเอาขำหรือไงคะ ใครจะไปแอบตรงนั้นได้ มิวหมายถึงด้านหลังโซฟานั่นต่างหากเล่า เราช่วยกันดันโซฟาออกห่างจากผนัง แล้วก็ไปหลบซ่อนตัวอยู่ข้างหลังนั่น”

“เออจริงสิ ฉลาดนะนี่ แฟนใครกัน” ว่าพร้อมกับรีบขโมยหอมเร็วๆ ที่แก้มเนียนใสฟอดหนึ่งเป็นรางวัล

“บ้าจริงพี่เขต หน้าสิ่วหน้าขวานก็ยังมาล้อเล่นอยู่ได้” ทุบแขนเขาไปทีหนึ่ง ก่อนจะรีบพากันไปที่ชุดรับแขก ดึงโซฟาที่ชิดติดผนังออกห่างพอประมาณ ก่อนจะรีบพากันก้มตัวหลบคุดคู้อยู่ตรงนั้น ทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะพอศีรษะของทั้งสองผลุบหายลงไปหลังโซฟา บานประตูหน้าห้องทำงานก็เปิดออกพอดิบพอดี

“เอาล่ะ ทีนี้คุณมีอะไรก็พูดมา คุณกฤต” น้ำเสียงคนถามฟังดูเอาเรื่องทีเดียว

“ผมไม่ชอบให้คุณไปหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายอื่น โดยเฉพาะนายเพ้อเจ้ออะไรนั่น”

“เขาชื่อโรเจอร์...โรเจอร์ แฮมมิงตัน” ทุกคำย้ำชัดชื่อบุคคลที่สามที่กล่าวถึง ทำให้คนฟังยิ่งเดือดปุดเพราะมันแสดงถึงความใส่ใจที่อาจจะหมายถึงสนใจ และให้เกียรติชื่นชมอย่างเหลือเกิน

“เออ...นายโรเจอร์นั่นแหละ แต่ผมจะเรียกเขาว่านายเพ้อเจ้อ มีอะไรไหม?”

ใบหน้าสวยทันสมัยทาลิปสติกสีพีชส่ายหัวไปมากับท่าทางเหมือนเด็กไม่รู้จักโตของอีกฝ่าย

“ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เมื่อไหร่คุณจะรู้จักโตเสียที”

“ไม่รู้จักโต” ทวนคำพูดของอีกฝ่าย “หมายความว่ายังไง? ผมอายุเท่าคุณนะ”

“ฉันหมายถึงความคิดของคุณ และก็นิสัยที่แสดงออกนี่ มันเด็กชัดๆ” คนพูดกอดอก ส่ายหน้าเบาๆ

“อ๋อ...คุณชอบคนแก่อย่างนายโรเจอร์งั้นสินะ”

“คุณโรเจอร์ไม่แก่สักหน่อย ผู้ชายอายุสี่สิบห้า หน้าที่การงานดี มีอารมณ์ขัน และไม่ทำตัวเรียกร้องความสนใจเหมือนใครบางคน เขาเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ดูอบอุ่นและภูมิฐานต่างหากล่ะ”

คำพูดถึงอย่างชื่นชมเยินยออีกฝ่าย ทำให้คนฟังควันออกหูทีเดียว

“นี่คุณชอบหมอนั่นจริงๆ เหรอ? ชอบทั้งๆ ที่คบเป็นแฟนกับผมอยู่เนี่ยนะ?” ถามเสียงสูง รู้สึกเคืองจนแทบจะเป็นโกรธทีเดียว

แฟน!!!

คำที่ทำให้สองคนที่แอบอยู่หลังโซฟาหันมามองหน้ากันตาโตทีเดียว

ภัคจิราแบมือ พร้อมกับยักไหล่

“ฉันยังไม่เคยพูด หรือรับปากว่าจะเป็นแฟนคุณสักหนอย”

“คุณ...คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไงกันคุณภัค จะไม่รับผิดชอบผมงั้นหรือ?”

“รับผิดชอบ” ภัคจิราถามกลับมาเสียงสูง ทำหน้าฉงน “ฉันต้องรับผิดชอบอะไรคุณ?”

“อ้อ...งั้นจะบอกว่าที่เรากิ๊กกั๊ก ปั๊บปะดูวู้ ชูวิดูวั๊บกันนี่ ก็เพราะคุณเป็นผู้หญิงรักสนุก และใช้ผมเป็นที่ระบายอารมณ์อย่างว่างั้นสิ”

“อะไรคือปั๊บปะดูวู้ ชูวิดูวั๊บ” รัฐเขตอ้าปากพะงาบๆ ถามมนินญาที่หน้าจ่อใกล้กันจนแทบติดอยู่หลังโซฟา

“ชู่ว....ฟังเขา...” กลีบปากเล็กได้รูปตอบกลับมาไม่มีเสียง

“มันจะเกินไปแล้วนะคุณกฤต”

“อะไรเกินไป คุณเองนี่ ที่เป็นคนบอกว่าไม่แคร์ความสัมพันธ์ของเรา ทั้งๆ ที่เราสองคนก็...”

จู่ๆ กฤตภาคก็หยุดพูดขึ้นมาเสียดื้อ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ออกว่าทั้งสองกำลังพูดคุยหรือทำอะไรกัน กระทั่งโซฟาที่พวกเขาแอบซ่อนตัวอยู่ถูกกระแทกอย่างแรงจนดันตัวทั้งรัฐเขตและมนินญาก็อปปี้ติดกับฝาผนัง ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรหนักๆ ดิ้นกุกกักอยู่บนนั้น

“อ๊ะ...อย่านะคุณกฤต นี่มันในห้องทำงาน อื้อ...”

“น่าคุณภัค...ไม่มีใครอยู่แล้ว ทุกคนเลิกงานกลับบ้านไปหมด”

“แต่ว่า...อื้อ...” เสียงทักท้วงไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงอึกอักครู่หนึ่ง แล้วเสื้อชั้นในของผู้หญิงก็ถูกถอดเหวี่ยงห้อยร่องแร่ง ทำท่าว่าจะร่วง ไม่ร่วงแหล่ลงมาด้านหลังของพนักโซฟา

ทั้งรัฐเขตและมนินญาตาเหลือกถลนขึ้นมาพร้อมๆ กัน เพราะอะไรบนโซฟายังดิ้นแรงไม่เลิก

“อ๊ะ...ไม่ได้นะคุณกฤต...เราจะทำอะไรกันตรงนี้ไม่ได้...มันไม่เหมาะ”

“ได้สิคุณภัค ไหนๆ ก็ถอดหมดแล้ว”

“อย่านะ...รับผิดชอบหน่อยสิ”

“โอ้ย...” เสียงร้องพร้อมกับเสียงอะไรหนักๆ บางอย่างหล่นลงบนพื้นตามด้วยเสียงครางโอดครางโอยของกฤตภาค

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวผมไปหยิบคอนด้อมก่อน” เสียงฝีเท้าเดินออกไปห่างจากโซฟา

“คอนด้อม” ทั้งรัฐเขตและมนินญาทวนคำพร้อมกันด้วยปากพะงาบๆ ไร้เสียง ตาเบิกโต หัวใจสั่นระทึกไม่เป็นส่ำ ทั้งเสื้อยกทรงที่พาดห้อยร่องแร่งอยู่ที่โซฟา และก็คอนด้อม หมายความว่าทั้งสองคนกำลังจะ...

“ผมรับผิดชอบตัวเอง คราวนี้โอเคหรือยังล่ะครับคุณผู้หญิง?”

คนที่ยังนุ่งเพียงกางเกงในตัวจิ๋วค้อนขวับชีเปลือยที่ทั้งตัวเหลือแต่ถุงเท้า

“คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกกับคุณยังไงนะคุณภัค” โซฟายวบลงอีกครั้งพร้อมรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวบนนั้น

ขาเรียวยาวนวลเนียนถูกจับพาดโผล่พ้นมาจากพนักของโซฟา รัฐเขตกับ มนินญาแหงนหน้ามองอย่างเหวอๆ เสียวสันหลังวาบกลัวว่าทั้งสองคนจะพบพวกเขาในเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้

“อะ...อ๊ะ....อ๊า....เบาๆ หน่อยสิคุณ”

“ขอโทษ ผมใจร้อนไปหน่อย ผมคลั่งคุณจนอกจะระเบิดแล้วนะคุณภัค...คุณสวยเหลือเกิน...สวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยรู้จัก...อ่า...”

“ทำพูดดี” น้ำเสียงประชดว่า

“ก็แค่พูดความจริง” ว่าพร้อมกับกระทั้นผลักดันตัวเองเข้าหาหญิงสาว ฝากความต้องการที่ตอนนี้รุ่มร้อนแข็งกร้าวเข้ามาในส่วนซอกที่กระชับอ่อนนุ่มของเธอ เสียงภัคจิราครางหวิว แล้วถอนใจแผ่วยาว

แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดอะไรเล็ดลอดออกมาอีก นอกจากเสียงจ๊วบจั๊บ...เสียงครวญครางอย่างพึงพอใจ เสียงร้องแห่งความกระสันเสียว แรงกระแทกกระทั้นหนักๆ ซึ่งส่งผลให้คนที่แอบด้านหลังที่ถูกอัดติดกับผนังซ้ำๆ จนแทบแบนบี้ สลับกับเสียงลมหายใจหนักๆ ถี่ๆ ที่ฟังแล้วขนลุกซู่ชูชัน ทำให้หัวใจเต้นกระหน่ำแรง

รัฐเขตตวัดแขนโอบกอดแฟนสาวเอาไว้ เพื่อเอาตัวปกป้องรับแรงกระแทกกระทั้นไม่ได้หยุดหย่อนนั่น มนินญาหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากแน่นอย่างแสนจะหวาดเสียวหูไปด้วยกับเสียงร้องครวญครางผสานกันระงมฟังไม่เป็นส่ำของหญิงชายที่ปล่อยอารมณ์ไปไกลลิบสุดกู่ เอาใจช่วยให้พวกเขาไปถึงเส้นชัยโดยเร็ว

 

 

 

 
กฤตภาคและภัคจิราใช้เวลากว่าสิบนาทีสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะที่ส่งกระแสเสียงสู่หูคนฟังจนซ่านเสียวตามไปด้วย ก่อนจะยินเสียงกรีดร้องลั่นห้องตามด้วยเสียงแหบห้าวแผดดัง และแรงกระทั้นครั้งสุดท้ายก็ค่อยๆ สงบลง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha