เกาะซ่อนสวาท

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : แหย่แม่เสือ - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อะไรกัน แค่นี้ก็ต้องโกรธเป็นจริงเป็นจังด้วย”

คนบ่นงึมๆ หน้ามุ่ยว่า ก่อนจะเดินมานั่งกับรัฐเขตที่กำลังครื้นเครงกับคาราโอเกะหน้ารถ โดยมีบรรดาพนักงานผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร้องรำทำเพลงเพื่อให้บรรยากาศของการเดินทางไม่เงียบเหงาและน่าเบื่อเกินไป

รัฐเขตหันมามองหน้ายุ่งๆ ของญาติหนุ่ม

“อะไรกันเจ้ากฤต ฉันเห็นนายบ่นไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว เลิกทำหน้าเป็นตูดเสียที แล้วสนุกกับคนอื่นหน่อยสิ เรามาพักผ่อนกันนะเว้ย” กระทุ้งข้อศอกเข้าใส่เพื่อน ก่อนจะปรบมือตามจังหวะเพลงครื้นเครงร่วมไปพร้อมกับคนอื่นๆ

“ใครหน้าเป็นตูด เปรียบเทียบซะเสียหาย หน้าหล่อๆ อย่างฉันนี่ กงยูเว้ย”

“กงยง กงยูอะไรฉันไม่รู้จักหรอก”

“ก็คุณภัคน่ะสิ โกรธฉันเป็นจริงเป็นจัง แค่พามาสายแค่นี้ ก็ถึงกับไม่ยอมพูดด้วย นู่น คนนั้นต่างหากหน้าเป็นตูดของจริง หนีไปนั่งกับเจนนิสาโน่นแน่ะ” น้ำเสียงบอกให้รู้ว่ามู้ดดี้ไม่เบา

ดวงตาคมปรายมามองคนบ่น

“นายกับคุณภัคนี่ก็แปลกนะ เห็นมีเรื่องทะเลาะกันตลอด แต่ก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตกลงมันยังไงกันแน่?”

“อะไรยังไง?” กวาดตามองคนถามขึ้นๆ ลงๆ “หมายความว่ายังไง?”

“ก็หมายความอย่างที่ถาม ว่าตกลงนายสองคนนี่เป็นอะไรกัน?”

“ก็เป็นเพื่อนร่วมงานน่ะสิ นายสงสัยอะไร?”

“ก็จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง คุณภัคเป็นเลขาฉัน แต่ดันไปสนิทกับนาย”

“ก็แล้วมีเลขาที่ไหนสนิทกับเจ้านายตัวเองบ้างล่ะ?”

“เออ ว่าจะปรึกษาเรื่องนี้อยู่พอดี” รัฐเขตหน้าตาเป็นการเป็นงานขึ้นมา

“เดือนหน้ามิวก็จะกลับมาเมืองไทย ฉันอยากให้เขามาทำงานที่บริษัทเรา”

“จะมีปัญหาอะไร คนที่ใหญ่สุด มีอำนาจเซ็นต์อนุมัติรับใครเข้าไล่ใครออกก็เป็นนาย” พูดอย่างไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่หรือยากตรงไหน

“มันจะดูน่าเกลียดไหม? ที่จู่ๆ ฉันก็เอาแฟนตัวเองเข้ามาทำงาน โดยที่ไม่มีการสอบ สรรหา หรือว่ามีตำแหน่งไหนว่างรออยู่”

กฤตภาคแสร้งหัวเราะหึๆ ก่อนจะยกมือตบหน้าผากตัวเอง

“ตูจะบ้า แค่เอาแฟนมาทำงานที่บริษัท นายก็ยังคิดมากอีก ไม่มีใครว่านายหรอก เพราะถ้าในอนาคตนายได้แต่งงานกับมิวจริง เธอก็ต้องมาช่วยเราทำงานอยู่ดี ให้มาฝึกไว้ก้ดี จะได้เรียนรู้งาน”

“เฮ้ย! ยังไงฉันก็แต่งกับคนนี้แน่ๆ” ยืนยันหนักแน่น เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย

“ยังไม่ได้ว่าอะไร ทำเป็นร้อนตัว นี่นายคิดเรื่องแต่งงานแล้วหรือ?”

“ก็แน่นอนสิ อายุฉันไม่ใช่น้อยๆ ที่ยังแขวนป้ายรอเจ้าสาวก็เพราะรอมิวเขาเรียนจบ อย่าลืมว่าเขาอ่อนกว่าฉันตั้งสิบปี...สิบปีเชียวนะเจ้ากฤต” คนพูดทำหน้ากลุ้มเล็กๆ เหมือนกลัวจะถูกกล่าวหาว่ากินเด็ก ทั้งๆ ที่มนินญาก็ไม่ได้เด็กแล้ว เรียนจบปริญญาตรี อายุยี่สิบสองยี่สิบสามได้ ส่วนเขาสองคนสามสิบสองเท่ากัน

“สำหรับผู้ชายสามสิบคือวัยเริ่มต้น และผู้หญิงยี่สิบสามนี่ก็เพิ่งเรียนจบเองนะ นายจะรีบรวบรัดกินหัวกินหางเขาไปทำไม น่าจะปล่อยให้ไปหาประสบการณ์ชีวิตก่อน บางทีเขาอาจจะได้เจออะไรที่เหมาะกับเขามากกว่านาย”

“แกพูดงี้หมายความว่ายังไง?” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนไปอย่างฉุนเฉียวเล็กๆ

“นายรักมิวจริง หรือแค่รู้สึกผิดเรื่องพี่สาวเขากันแน่” แม้รัฐเขตจะคบหากับมนินญามาหลายปี แต่เขาก็อดจะแคลงใจไม่ได้อยู่ดี

รัฐเขตนิ่งไป ก่อนจะเป่าลมออกมาจากปาก

“ฉันรักเขาจริงๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเมย์ เป็นเรื่องของมิวกับฉัน...เรื่องของเราสองคนเท่านั้น”

“ถ้าเรื่องของนายสองคน จะยากอะไร อยากทำอะไรก็ทำสิวะ ชีวิตมันสั้นจะตายไป” คนว่ายักไหล่

“แล้วฉันควรให้มิวมาทำงานในตำแหน่งอะไรดีล่ะ?”

“เขาเรียนจบอะไรมาหรือ?”

“เศรษฐศาสตร์”

“ก็เข้าทาง บริษัทเราก็วิเคราะห์การตลาด ไปฝากพี่เอื้อยคำเดียว รับรองฉลุย” เอ่ยชื่อหัวหน้าของแผนกนั้น

“แต่ฉันอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ แค่คอยเอาอกเอาใจ แต่มิวคงไม่ยอมแน่ เขาทำงานมาตั้งแต่เรียนมอปลาย หาเงินเรียนเองมาตลอด ทำงานทุกอย่าง คงไม่ยอมมาอยู่เฉยๆ นั่งยิ้มหวานๆ คอยพูดเพราะๆ เพื่อเอาใจฉันหรอก” ว่าอย่างกลุ้มเล็กๆ คนไม่มีแฟน ไม่เข้าใจอารมณ์อันไร้เหตุผลที่อีกฝ่ายพูด จึงไม่กล้าออกความเห็น

“ตอนนี้เราก็ออกจากเขตกรุงเทพฯ แล้ว ทุกคนผลัดกันร้องเพลงจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ยังไม่ได้ยินเสียงจากสุดหล่อดูโอ้ของเราเลย....ไหนใครอยากฟังคุณเขตกับคุณกฤตร้องเพลงบ้าง ขอเสียงหน่อยค่า” เจนนิสาที่ร่าเริงยึดไมโครโฟนไปครอง รวบตำแหน่งพิธีกร ป้องหูขึ้นมาฟังเสียงเชียร์ที่มีทั้งปรบมือและเป่าปากกันดังลั่นรถ สไตล์ฉิ่งฉาบทัวร์ของแท้

รัฐเขตหันไปมองหน้ากฤตภาค ก่อนจะชี้มือบุ้ยบ้ายไปที่คนข้างๆ

“บอสขา สาวๆ เรียกร้องมานะคะ อยากฟังเสียงบอสสุดหล่อทั้งสองคน ออกมาหน่อยค่า” เจนนิสากวักมือหยอยๆ เรียกว่ากัดไม่ปล่อยเลยงานนี้ รัฐเขตที่นั่งแถวหน้าจึงลุกขึ้นยืน หันไปด้านหลังโบกไม้โบกมือก่อนจะโค้งให้กับทุกคน

“คุณกฤตด้วยค่า คุณกฤตขา ช่วยลุกหน่อยเร็ว...”

กฤตภาคจำต้องลุกขึ้นยืนยิ้มจืดๆ โบกไม้โบกมือทักทาย ก่อนที่รัฐเขตจะก้าวออกไปกล่าวต้อนรับทุกคนสู่การสัมมนา แล้วร้องเพลงหากินของทั้งสองคน ที่เรียกกรี๊ดร้องอย่างพออกพอใจของเหล่าสาวๆ คือเพลงสามสิบยังแจ๋ว ต่อด้วยขาดคนหุงข้าว

“ต่อค่าบอส...ขออีกสักเพลงค่า” เสียงเรียกร้องหนาหูเกินกว่าจะทำเป็นไม่สนใจ รัฐเขตจึงผายมือไปที่กฤตภาค

“ใครอยากฟังนายกฤตร้องเพลงคู่บ้างครับ?”

ทั้งคนยกมือ ปรบมือ และโห่ฮากันขรม

“งั้นผมขอเชิญคุณภัคจิรา เลขาคนสวยของผมมาเป็นตัวแทนฝ่ายหญิงครับ” รัฐเขตผายมือไปที่ภัคจิราซึ่งนั่งหน้าเซ็งอยู่คนเดียวในรถ หญิงสาวเหลียวหน้าเลิกลั่กก่อนเม้มปากแน่น ส่งสายตาอาฆาตมายังเขา แต่ก็ยอมลุกขึ้นมาในท้ายที่สุดด้วยเสียงเชียร์ของคนอื่นๆ

“เอาจูบเย้ยจันทร์นะคะคุณกฤต ฮิ้ว” เสียงฮิ้วร้องต่อกันเป็นทอดๆ

รัฐเขตกลับมานั่งอมยิ้ม มองสองหนุ่มสาวท่าทางกระเง้ากระงอดใส่กันร้องเพลงสไตล์พ่อแง่แม่งอนอย่างได้อารมณ์จริงๆ เพราะฟิลลิ่งมาเต็ม ตอนที่ฝ่ายหญิงผลัก มือเล็กๆ นั่นดูจะผลักสุดแรงกระทั่งกฤตภาคถึงกับหน้าหงาย และหน้าเหวอไปเลยทีเดียว

จบเพลงเจ้าตัวไม่ยอมตามใจคนอื่น เมื่อตะบึงตะบอนกลับไปนั่งที่ แล้วแกล้งหลับเสียอย่างนั้น

รัฐเขตมองญาติหนุ่มที่ยิ้มแหยๆ ทำตัวไม่ถูก ก่อนจะคืนไมโครโฟนให้เจนนิสา แล้วกลับมานั่งที่ด้วยสีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจ เหมือนมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ ไม่ร่วมสนุกไปกับคนอื่นๆ เลย

ดูท่าสองคนนี่แปลกๆ ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานโกรธเคืองกันธรรมดา แต่เหมือนคู่รักหนุ่มสาวที่งอนกันอยู่เลย เห็นทีเขาต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว

+++++++++

 

“อย่ามายุ่ง เดี๋ยวฉันยกเอง กระเป๋าใบแค่นี้เอง”

ทันทีที่รถบัสจอดที่รีสอร์ทที่พัก ทุกคนต่างก็มาหยิบจับสัมภาระของตัวเอง เพื่อจะรับกุญแจเข้าที่พัก ซึ่งเป็นบังกะโลติดทะเลเป็นหลังๆ แยกโซนกันไปชายหญิง

เจนนิสา ภพธร และอภิวัช คือผู้ที่รับความไว้วางใจและมอบหมายหน้าที่การติดต่อประสานงาน รวมถึงคิดกิจกรรมทั้งหมดระหว่างสามวันสองคืนที่สัมมนาอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นรีสอร์ทญาติของภพธรนั่นเอง

รัฐเขตยืนอยู่เคาน์เตอร์เช็คอินหันไปมองที่มาของเสียง ก็เห็นว่ากฤตภาคพยายามจะเข้าไปช่วยภัคจิราหิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมซึ่งมีล้อลาก แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมด้วย จึงเกิดการปะทะคารมและโต้เถียงกันเล็กๆ

“ใครไม่รู้ คงคิดว่าสองคนนี่เป็นแฟนกัน” รัฐเขตว่า

“แต่เป็นคู่ที่โหด มัน ฮา นะครับ เรียกว่าถ้าเปรียบมวยนี่สูสี แต่เท่าที่เห็นคุณกฤตแพ้คุณภัคทุกที” ภพธออกความเห็น

เจนนิสาหัวเราะคิกคัก ก่อนจะผสมโรง

“ตั้งแต่ที่เจนมาทำงานที่บีดับเบิ้ลยูเค ก็เห็นคุณกฤตกับภัคทะเลาะกันตลอด แต่น่าแปลก ที่ทั้งสองคนทำงานร่วมกันกลับทำออกมาได้ดี แถมไม่พอ ยังชอบไปไหนมาไหนด้วยอีก”

“ภาษาชาวบ้านว่า ยิ่งทะเลาะกันลูกยิ่งดก แต่ลูกของคุณภัคกับคุณกฤตคงจะเป็นงานแทน”

รัฐเขตเกาคางอย่างใช้ความคิด จะว่าไปนายกฤตภาคญาติเขาก็ไม่ค่อยสนใจหรือไปวอแวกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีสาวๆ มาทอดสะพานให้ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยรูปร่างหน้าตา หน้าที่การงาน เรียกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายเพอเฟ็กคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่กลับไม่คบใครจริงจัง หรือแม้แต่เล่นๆ ก็ดูไม่คิดเลยด้วยซ้ำ เว้นก็แต่ภัคจิรานี่แหละ ที่เห็นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด แต่ก็ช่วยกันทำงานออกมาได้ดี อย่างที่เจนนิสาว่า

“หนุ่มหล่อกับสาวสวย ดูๆ ไปก็เหมาะสมกันนะ คุณกฤตกับคุณภัคก็โสดทั้งคู่ หรือว่าบางทีที่ทั้งสองคนทะเลาะกันนี่จะแค่ตบตาพวกเราให้ตายใจ”

“นายหมายความว่ายังไง?” เจนนิสาหันไปถามอภิวัช

“เขาอาจจะชอบกันอยู่ก็ได้” ออกความเห็นตามความคิด

“บ้า ไม่มีทางหรอก ฉันเป็นเลขาคุณกฤต ฉันรู้ดี คุณกฤตน่ะชอบผู้หญิงสไตล์ลูกครึ่ง ออกเซ็กซี่ๆ เพราะนอกจากหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ แกยังหยิบๆ นิตยสารที่น้องชมพู่ขึ้นปกมาดูอยู่บ่อยๆ”

“จะว่าไปน้องชมพู่กับคุณภัคก็ดูคล้ายๆ กันนะ รูปร่างสูงโปร่ง แต่งตัวเก่งๆ มั่นใจในตัวเองสูง หน้าตาหยิ่งๆ เอาเรื่อง” ภพธรออกความเห็นบ้างหลังจากฟังคนนั้นคนนี้อยู่นาน

“แล้วบอสละคะ มีความเห็นว่ายังไง?”

รัฐเขตที่ถูกโบ้ยคำถามมาให้ ยิ้ม ก่อนจะแบมือและยักไหล่

“ถ้าเป็นอย่างที่อภิวัชว่า ผมคงจะดีใจ ใครทำให้สองคนหันหน้ามาจูบปากกันได้ ผมจะมีรางวัลใหญ่ เป็นโบนัสปลายปีสิบสองเดือนให้เลย” รัฐเขตเอ่ยรางวัลหลอกล่อที่ทำเอาทั้งสามคนตาโตขึ้นมา

“นี่ค่ะ ได้แล้วค่ะ กุญแจ” รีเซฟชั่นยื่นกุญแจห้องพักให้รัฐเขตที่พักอยู่กับ กฤตภาคในบังกะโลหลังเดียวกัน ชายหนุ่มรับมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ ก่อนจะขอตัวเอาสัมภาระไปเก็บที่ห้องพัก

“โบนัสสิบสองเดือน สิบสองเดือนนี้มัน...สามแสน...สามแสนหก โอ้พระเจ้าทรงโปรด ลูกไม่ได้หูแว่วไปใช่ไหม?”

“ใช่...ผมก็ได้ยินนะว่าสิบสองเดือน” ภพธรและอภิวัชหันมาสบตากับเจนนิสาที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้า

“อะไร?”

“ปฏิบัติการรักลับๆ ฉบับเร่งด่วน ทำให้คุณกฤตกับคุณภัคหันหน้าเข้าหากันเพื่อโบนัสสิบสองเดือนไง ใครจะเอากับฉันบ้าง?” ถามพร้อมกับมองหน้าสองหนุ่มสลับกัน

“ผมเอาด้วย” อภิวัชวางมือลงไปบนหลังมือของเจนนิสาเป็นพันธะสัญญาว่าจะร่วมมือกัน

“ฉันอีกคนแล้วกัน โบนัสสิบสองเดือน ช่างยั่วใจกันเหลือเกิน” ภพธรว่า ก่อนที่ทั้งสามคน จะสุมหัวเข้าหากัน ซุบซิบหาวิธีที่จะให้สองหนุ่มสาว ลงเรือลำเดียวกันให้ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha