เกาะซ่อนสวาท

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ดวลเดือด - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ปล่อยคุณกฤตกับภัคไว้อย่างนั้นมันจะดีหรือ?”

เจนนิสาเพิ่งรู้สึกเป็นกังวล ก็เมื่อนั่งเรือเร็วกลับมาถึงรีสอร์ทที่พักเป็นที่เรียบร้อย

“ไม่รู้สิ...แต่ผมมั่นใจว่า....งานนี้มีได้เสีย” ภพธรพูดสีหน้าดูเครียดๆ

เจนนิสาตาโตขึ้นมา ฟาดมือลงที่แขนอีกฝ่ายระรัวทีเดียว

“อะไรได้ อะไรเสีย พูดมาให้เคลียร์ๆ นะนายภพ”

“โอ้ยๆ ใจเย็นๆ สิเจ้ ผมหมายถึงว่า ที่ได้น่ะ เราจะได้โบนัสสิบสองเดือนกัน ส่วนที่เสียน่ะ คือแลกกับค่าเสียเวลานิดหน่อย และที่อาจจะหวังผลเพิ่มเติมได้ คือเสียคนโสดในบีดับเบิ้ลยูเคไปสองคนไงล่ะ” รีบอธิบายความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย ที่มานึกห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกผู้หญิงด้วยกันเอาตอนนี้

“เอาน่า อย่าคิดมากๆ ไว้ค่ำๆ เราก็กลับไปรับสองคนนั่นกลับมาแล้ว” ... ทั้งคู่คงไม่มีเวลา ได้เสีย อย่างที่คนอื่นเข้าใจกันหรอก ของอย่างนี้มันต้องใช้เวลา ท่าทางทั้งกฤตภาคและภัคจิราไม่ใช่พวกไวไฟ เพราะไม่อย่างนั้นก็คงสปาร์คกันไปนานแล้ว

“ใช่...ให้เวลาเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง ช่วยเหลือกันและกัน คนจะเห็นใจกันก็ยามตกทุกข์ได้ยากนี่แหละ” รีบพูดให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ

“พวกนายคิดว่าแผนนี้จะได้ผลจริงๆ หรือ?”

“แหม! มันก็ต้องมีแนวโน้มบ้างแหละ เจ้เคยดูละครไหม? ละครไทยหลังข่าวน่ะ ที่พระเอกนางเอกหลงป่าด้วยกัน ติดเกาะด้วยกัน พอกลับมาก็รักกันทุกที” อภิวัชเกริ่นถึงที่มาของแรงบันดาลใจแผนการครั้งนี้

“นั่นมันในละคร แต่นี่ชีวิตจริงนะ” เจนนิสาแย้ง...เพราะชีวิตจริง มันไม่ได้หวานชื่น เหมือนในนิยายหรือในละครเสียหน่อย ไม่งั้นเธอก็คงมีคนอัญเชิญขึ้นเกี้ยวลงจากคานไปนานแล้วสิ แต่ก็เพราะหาผู้ชายดีๆ ไม่ได้นี่แหละ ถึงยังค้างเติ่งอยู่บนคานมานานจนตอนนี้ ชิล เสียแล้ว

“นิยายละครอะไรมันก็เอามาจากชีวิตจริงนั่นแหละ ลองไม่เคยเห็น ไม่เคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง เขาจะสร้างมันขึ้นมาเป็นเรื่องราวได้ยังไง?”

“แล้วไอ้เกาะแรมๆ อะไรนี่มันปลอดภัยจริงนะ? ไม่ใช่พอกลับไปรับสองคนนั่นไม่หายไปอยู่ในท้องเสือ หรือท้องอนาคอนด้าแล้วนะ?”

“โหย! เจ้เจนนี่ท่าจะดูหนังดูละครเยอะไป เกาะแรมดาวน่ะ แค่เกาะร้างไม่มีคนอยู่นะเจ้ ไม่ใช่ทุ่งหญ้าสะวันน่า หรือป่าอะเมซอนเสียหน่อย มากสุดที่มีก็คงเป็นพวกลิงค่างบ่างชะนีกระมัง” ภพธรอธิบายในฐานะเจ้าถิ่นที่รู้จักทะเลและเกาะแก่งแถวนี้ดีกว่าใคร

“แทนที่จะมากลุ้มอกกลุ้มใจในเรื่องที่ทำลงไปแล้ว ผมว่าเจ้น่าจะมาลุ้นผลเย็นนี้ดีกว่าว่า จะออกมายังไง? และรอรับโบนัสปลายปีใสๆ จากเจ้านายดีกว่า” อภิวัชรีบปัดความกังวลของเจนนิสาทีทำให้พวกเขาพลอยวิตกตามไปด้วย

“แล้วเกิดคุณเขตหรือใคร ถามหาคุณกฤตกับคุณภัคจะบอกว่ายังไงล่ะ?”

ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันเชิงปรึกษา

“ก็บอกว่าเห็นสองคนนั่นไปด้วยกัน ส่วนจะไปไหนอะไร เราก็ไม่รู้”

“อื้อๆ ตอบอย่างนั้นก็ดี รอไว้มีคนถามก่อนเถอะ ตอนนี้เราก็แค่ทำตัวให้เป็นปกติอย่ามีพิรุธอะไรก็แล้วกัน” หลังได้ข้อสรุป ทั้งสามคน เจนนิสา ภพธร และอภิวัชก็แยกย้ายกันกลับไปยังบังกะโลที่พักของตัวเอง และทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

+++++++++

 

“เรามาอยู่ที่นี่ด้วยกันได้ยังไง?”

หลังผลัดกันอ้วกผลัดกันลูบหลังกระทั่งระบายของตกค้างในท้องออกมาจนไส้หมดพุง กฤตภาคกับภัคจิราก็ประคองกันสะโหลสะเหลกลับมานั่งพิงหินก้อนเดิมอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ดวงตาคว้างเหม่อมองไปยังเวิ้งทะเลกว้างเบื้องหน้า เห็นแต่ผืนน้ำกับท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย

“ไม่รู้สิ จำได้แค่ครั้งสุดท้าย...ครั้งสุดท้าย...” กฤตภาคพึมพำ พยายามนึกถึงสติสัมปชัญญะสุดท้าย ก่อนจะเหลียวหน้ามามองหน้าภัคจิรา

“ที่บาร์เครื่องดื่มของรีสอร์ท” เอ่ยออกมาพร้อมกันในสิ่งที่ระลึกได้

ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายกลับเข้ามาในหัวเหมือนภาพยนตร์รีรัน พวกเขาสองคนดวลเหล้ากัน แก้วต่อแก้ว เริ่มจากว้อดก้า เตกีล่า และหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเหล้าอะไรต่อมิอะไรอีกบ้าง ไม่รู้ว่ากินไปทั้งหมดกี่แก้ว รู้แต่เมาจนไม่ได้สติ และคงไม่มีทางที่จะเดินหรือมาได้ไกลถึงนี่ได้แน่ ถ้าเกิดว่าไม่มีใครพามา

แล้วใครที่ว่า...มันใครกันล่ะ?

“ฉันคุยกับอภิวัชเมื่อคืนนี้...อภิวัชน่าจะเห็น”

“ผมก็คุยกับเจน...เจนนิสาน่าจะรู้เรื่องนี้”

“แล้วพวกเขาหายไปไหน?” ความสงสัย จึงมองไปรอบๆ ตัว ก็ไม่พบบุคคลที่สาม นอกจากแผ่นน้ำกับผืนฟ้า ซึ่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มองไปไม่เห็นฝั่ง คล้ายกับว่าที่นี่เป็น...

“ฉันว่าที่นี่เหมือนเกาะร้างกลางทะเล”

“ดูหนังมากไปหรือเปล่าคุณ สมัยนี้จะมีที่ไหนเกาะร้างกลางทะเล ตั้งแต่มีจานดาวเทียมคนก็บุกรุกเข้าไปถึงทุกที่แหละ”

“งั้นไหนล่ะคน? คนอยู่ไหน?” ถามคนขัดคออย่างหาเรื่องนิดๆ

“ไม่รู้สิ” ตอบกำปั้นทุบดิน จนโดนค้อนเข้าไปวงใหญ่

“ฉันอยากนอนพัก บนที่นอน ไม่ใช่พื้นทรายอย่างนี้” ภัคจิราดีดขาดิ้นเร่าๆ อย่างขัดอกขัดใจ

“ผมก็ด้วย ก้อนหินนี่แข็งชะมัด” แหงนหน้ามองหินก้อนใหญ่ที่นั่งพิงอยู่

“หิวชะมัดเลย หิวจนตาลาย” เพราะถ่ายเทของเก่าที่ไม่ยอมย่อยในท้องออกไปจนหมดเกลี้ยง

“นั่นสิ...แถวนี้มีอะไรกินได้บ้างเนี่ย?” หันมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งข้างๆ

ภัคจิรารีบเอนตัวออกมาให้ห่าง เพราะท่าทางและแววตาของกฤตภาคยามนี้ไม่น่าไว้วางใจ คนเราเวลาหิวขึ้นมา สามารถลืมตัวทำอะไรก็ได้

“เล่นบ้าๆ น่าคุณ มองไปทางอื่นเลย” ว่าแล้วรีบเบือนหน้าหนีมาเสีย พลันสายตาหันไปเห็นถุงพลาสติกใบใหญ่สกรีนตราร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงพร้อมสโลแกน...หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา จึงรีบคลานไปคว้าเอามาเปิดดู

ดวงตาสวยเป็นประกายเรืองรองเหมือนพบขุมทรัพย์

“สวรรค์ทรงโปรด เจอแล้วของกิน รอดตาย” ภัคจิราหยิบรื้อของกินในถุงหลายอย่างออกมาดูอย่างดีอกดีใจ ทั้งขนมถุง ขนมปัง แครกเกอร์ แซนวิซ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังจะน้ำดื่มขวดใหญ่ๆ อีกสี่ขวดพอที่จะประทังหิวไปได้

“ไหนๆ คุณภัค แบ่งผมมั่ง” กฤตภาครีบคลานตามมา ก่อนจะคว้าหยิบถุงขนมขึ้นมาดูมือไม้สั่นด้วยความหิวกระหาย

“นมกล่องก็มีนะคุณ” ยื่นให้เอื้อเฟื้ออย่างมีน้ำใจ

“ท้องว่างไม่กินนมดีกว่า ขอน้ำผลไม้นี่” ว่าแล้วก็รีบเจาะหลอดดู ฉีกซองขนมออกกินอย่างเอร็ดอร่อยๆ

“ล้างมือก่อนสิคุณ เชื้อโรคทั้งนั้น” ว่าพร้อมกับหมุนเปิดฝาขวดน้ำดื่มให้เขาล้างมือ และเธอเองด้วย

“โอ้ยๆ แซนวิชติดคอ” กฤตภาคร้องโวยวายเสียงแหบเสียงแห้มก่อนจะทุบอกตัวเองปั๊กๆ

“ค่อยๆ กินสิคุณกฤต จะรีบไปไหน” ภัคจิราดุไม่จริงจังพร้อมกับช่วยลูบหลังให้

หลังจากอิ่มหนำสำราญเอร็ดอร่อยกับเสบียงกรังที่วาบหายไปครึ่งหนึ่งด้วยความหิวจัดแล้ว ทั้งสองก็มานั่งแผ่พิงหินก้อนเดิม ขณะที่แสงแดดจัดจ้าขึ้นเรื่อยๆ

“คุณไม่ร้อนบ้างหรือ นั่งตากแดดอยู่ได้?” ยูวีในแสงแดดจะทำให้ผิวเธอเสีย ยิ่งตอนออกแดดโดยไม่ได้ทาโลชั่นเอสพีเอฟสูงๆ ช่วยด้วยแล้ว

“ร้อนสิ แต่เราจะไปไหนกันล่ะ? ที่นี่ที่ไหนก็ไม่รู้”

“แล้วมานั่งรออยู่อย่างนี้ คงได้คำตอบหรอกนะ ลุกไปเดินหาคนอื่นๆ กันเถอะ” ภัคจิราชวน พร้อมกับลุกขึ้นก่อน

กฤตภาคเกาคางอย่างครุ่นคิดไม่ตก

“คุณไม่คิดว่ามันแปลกๆ บ้างหรือไง? ทำไมจู่ๆ เราสองคนมาอยู่ที่นี่ ยังจะอาหารนั่นอีก เหมือนมีคนเตรียมการเอาไว้ พาเราสองคนมาที่นี่”

“ห๊า?” ร้องเสียงหลง ก่อนจะมองไปรอบๆ กาย “อย่าบอกนะว่ามีคนพาเรามาปล่อยเกาะจริงๆ เดี๋ยวนะ เดี๋ยว ไอ้กิจกรรมสัมมนานี่ มันมีโปรแกรมนี้อยู่ด้วยหรือ?”  ถามอย่างไม่แน่ใจนัก

“วันนี้ฟรีสไตล์ไง จะไปเที่ยวหรือไปไหนก็ได้ ถ้าไม่ไป ก็พักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ท”

“แล้วไหนล่ะรีสอร์ท?”

“นั่นสิ”

“ลุกเดี๋ยวนี้เลยคุณกฤต ฉันไม่ยอมอยู่ที่นี่รอราชรถมาเกยหรอกนะ”

“แล้วคุณรู้หรือว่าเราจะไปไหน ทางซ้ายหรือทางขวา” หันหน้าซ้ายขวา แล้วหันมาถามเธอ

“ไม่ แต่เดี๋ยวเดินๆ ไปก็น่าจะเจอคนเองแหละ ก็คุณบอกเองไม่ใช่หรือว่า ตั้งแต่มีจานดาวเทียมก็ไม่มีเกาะไหนเป็นเกาะร้างแน่ๆ” อ้างคำพูดของเขา งัดเอาก้นคนขี้เกียจขึ้นมาจากพื้นทรายที่นั่งอืดเป็นงูหลามอยู่

“พออิ่มหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน” ยื่นมือไปให้หญิงสาวให้ช่วยฉุดเขาลุกขึ้นมา

ภัคจิราส่ายหน้าเบาๆ แต่ก็ยอมยื่นมือไปฉุดร่างใหญ่ยักษ์กว่านั่นให้ลุกขึ้น ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินไปบนหาดทรายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาอย่างไม่รู้จุดหมาย

+++++++++

 

ร่างสูงรูปร่างแข็งแรงอย่างนักกีฬาสวมเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีกรมท่าสวมหมวกและแว่นตากันแดดยืนหันรีหันขวางเหมือนกำลังมองหาใครอยู่

“ไปไหนคะบอส?”

รัฐเขตหันมา พอเห็นคนทักเป็นเจนนิสาก็รีบถามทันที

“คุณเจนเห็นเจ้ากฤตไหมครับ?”

เจนนิสาเสียวสันหลังวาบขึ้นมา ก่อนจะส่ายหน้าดิก

“ไม่เห็นค่ะ”

“นั่นสิ...มันไปไหน เมื่อคืนนี้ก็ไม่ได้กลับมานอนที่ห้องพักเสียด้วยสิ”

“อาจจะกลับมานอนทีหลัง แล้วตื่นก่อนบอสก็ได้นี่คะ?” พยายามหาข้ออ้างให้

“เจ้ากฤตมันทำอะไรเสียงดังจะตาย ถ้ากลับมาผมก็ต้องได้ยินเสียงสิ แต่นี่เงียบกริบ ไปดูที่ห้องก็เห็นเตียงนอนของมันยังเรียบกริ๊บเหมือนกับไม่มีคนนอนมาทั้งคืน” ตั้งข้อสงสัย

“แล้วนี่บอสจะไปไหนคะ?”

“อ้อ...ผมจะชวนมันไปพายเรือคายัคเล่นน่ะ อากาศดีๆ มาทะเลทั้งที ก็อยากไปพายเรือเล่นเสียหน่อย”

“นั่นค่ะ นั่น” ชี้มือไปด้านหลังเขา รัฐเขตเหลียวหน้ามองตาม แต่กลับไม่ใช่คนที่กำลังตามหาอยู่ “วัชมาพอดี นี่วัช บอสกำลังหาคนไปพายคายัคด้วย นายว่างหรือเปล่า ไปกับเจ้านายหน่อยสิ”

อภิวัชที่ผ่านเข้ามาพอดีสะดุ้งน้อยๆ ประสาคนมีชะนักติดหลัง

“บอสจะชวนผมไปพายคายัคหรือครับ?”

รัฐเขตกวาดตามองวิศวกรหนุ่มหน้าทะเล้น ก่อนจะส่ายหน้า

“เปล่า ผมหากฤตภาคอยู่ คุณเห็นบ้างไหม?”

“เอ่อ...เห็น...เห็น...” ชี้มือชี้ไม้ ไม่รู้จะไปทิศทางไหนดี

“เอ้า ว่ามาสิ ตกลงเห็นหรือไม่เห็น แล้วถ้าเห็น เห็นที่ไหน?”

“อ่า...คุณกฤตไปกับคุณภัคครับ” โพล่งขึ้นมา

“ไปกับภัคจิราเหรอ?”

“ครับๆ” ผงกหน้ารัวเร็วทีเดียว

“แล้วพวกเขาไปไหนกัน?”

“อ่า...อันนี้ก็....นั่นครับ...พี่ภพมาพอดี ถามพี่ภพดีกว่า เจ้าถิ่น” อภิวัชยิ้มร่า รีบโบ้ยไปให้ภพธรทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเฉียดเข้ามาในลานสายตา

“ภพๆ เฮ้! ภพ มานี่หน่อย บอสเรียก” เจนนิสาป้องปากเรียก ตามด้วยกวักมือหยอยๆ เรียกภพธรเข้ามาช่วยแก้ตัวกับเจ้านาย

“บอสเรียกผมมีอะไรหรือครับ?”

“คุณเห็นกฤตภาคกับภัคจิราไหม?”

“อ่า...” ภพธรอ้าปากค้าง เหลือบตาไปมองทั้งสองคนที่ปะหน้ากับรัฐเขตก่อน ก่อนจะสั่นหัวดุกดิก “ไม่เห็นครับ”

“อ้าว! ตกลงยังไงกันนี่ ตกลงพวกคุณเห็นหรือไม่เห็นกันแน่?”

“เห็น/ไม่เห็น” พูดพร้อมกันสามคน แต่พูดคนละอย่าง

“ไม่เห็น/เห็น”

“ตกลงยังไงกันแน่ เห็นหรือไม่เห็น” ชักมีโมโหขึ้นมา

“อ่า...เห็นครับ คุณกฤตกับคุณภัคออกไปด้วยกัน ส่วนไปที่ไหนพวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน บอสใจเย็นๆ เดี๋ยวค่ำๆ สองคนนั่นก็คงกลับมาครับ” เพราะมันต้องเป็นอย่างนั้น ถึงตอนเย็นค่อยเฉลยแผนการ รอไว้มันสำเร็จลุล่วง ค่อยไปเอาหน้าตอนนั้นยังไม่สาย ส่วนตอนนี้ พวกเขาพร้อมใจกันสลายตัวโดยไว เพราะไม่อยากถูกเจ้านายซักไซ้จนจนมุม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha