เกาะซ่อนสวาท

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ผจญภัย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3

ผจญภัย

 

 

 

 

 

“เกาะนี้มันไม่มีคนอยู่แน่ๆ ฉันมั่นใจว่าเราเดินมารอบเกาะแล้ว”

ภัคจิราพูดอย่างกระปลกกระเปลี้ยเพลียแรง ลากขามาตามพื้นทรายจนเจ็บไปหมด ขนมถุงใหญ่ที่หอบหิ้วมาด้วย ก็กินกันไปจนพร่อง เหลือน้ำเปล่าแค่ครึ่งขวด

“นั่น...ฉันจำหินก้อนนั้นได้” ชี้นิ้วไปยังหินก้อนใหญ่ที่เมื่อเช้ายังนั่งพิงกันอยู่ตรงนั้นกับเขา

กฤตภาคมองตาม เขาไม่ได้เหนื่อย...หิว...หรือร้อนจนตาลายหรอกใช่ไหม? เพราะคุ้นตาอยู่เหมือนกันว่าหญิงสาวพูดถูก

“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ” เอ่ยอย่างยอมจำนน ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อ ก่อนจะเงยหน้ามาเห็นสายตาเขียวปั๊ดของคุณเลขาของรัฐเขต

“ก็ไหนคุณบอกว่าไม่มีเกาะร้างในโลกนี้ไง?” เสียงแหวอย่างอารมณ์เสียสุดๆ เรื่องอะไรที่เขามาหลอกล่อให้เธอเดินตากแดดตากลมมาไกลขนาดนี้ แถมยังเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

“ผมก็ว่ามันไม่น่าใช่เกาะร้างนะ แค่ไม่มีคนอยู่เท่านั้นแหละ”

ดู...ดู๊...ยังมีหน้าเถียงมาข้างๆ คูๆ เอาสีข้างเข้าถูๆ ไถๆ

“แล้วมันต่างกันตรงไหนไม่ทราบเกาะร้าง กับเกาะไม่มีคนอยู่น่ะ?”

“เกาะร้างคือเกาะที่ไม่มีคนอยู่เลย ไม่มีเจ้าของ แต่ผมมั่นใจว่าเกาะนี้มีเจ้าของ เพียงแต่ว่าไม่มีคนอยู่” พูดพร้อมกับยกมือยกไม้ประกอบ

ภัคจิราฟังแล้วก็นึกอยากจะเอื้อมมือไปหยิกเขาให้เนื้อเขียวนัก คนบ้าเอ๊ย! ยังมีหน้ามาแถอีก

“แล้วทีนี้จะทำยังไงกันล่ะ?”

“ผมเชื่อว่าอีกเดี๋ยวจะต้องมีคนมารับเรา คนที่เล่นแผลงๆ พาเรามาที่นี่นะ” แววตาดูทอประกายอย่างมีความหวัง

“คุณคิดว่าถ้าเขาตั้งใจเอาเรามาปล่อยแล้วจะกลับมารับงั้นหรือ? เพื่ออะไร?”

“อาจจะมีใครอยากแกล้งเราก็ได้ คุณก็ใจเย็นๆ ก่อนสิ ตอนนี้มีอะไรเหลือบ้าง เอามากินหน่อยสิ ผมหิวจนจะกินปลาวาฬได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย” ก้มตัวลงเท้าฝ่ามือที่หัวเข่าอย่างปวดเมื่อย พร้อมกับหอบแฮ่กๆ ไอ้ที่เดินมารอบเกาะยังไม่เหนื่อยเท่าเถียงกับคุณเลขาหน้าหงิกนี่เลย

ภัคจิราค้อนขวับ ก่อนจะเปิดถุงออกดู เห็นขนมกรุบกรอบทานเล่นเหลือแค่ถุงเดียว ไม่พอแบ่ง...ไม่พอกิน...และก็ไม่พอประทังความหิวด้วย ในฐานะที่กฤตภาคสันนิษฐานผิดๆ จนทำให้เธอต้องเดินรอบเกาะ เหนื่อยหอบจนซี่โครงบานเขาไม่ควรจะได้กินขนมถุงนี้

“หมดแล้ว”

“ห๊า...อะไรนะ ก็เมื่อกี้ผมยังเห็นอยู่เลย”

“ก็มันหมดแล้ว”

“ไม่จริงคุณภัค เอาถุงมาดูเดี๋ยวนี้เลย ถ้ามันไม่มีอะไรเหลือในนั้น คุณจะหิ้วมาทำไม ต้องโยนทิ้งไปแล้วสิ” ยื่นมือมาหาเธอ แต่ภัคจิรารีบเอาถุงใบนั้นซ่อนด้านหลัง

“ไม่ให้ คุณหลอกให้ฉันเดินมารอบเกาะ จนเหนื่อย จนหิว และจนโมโหมากๆ คุณไม่ควรจะได้กินขนมถุงสุดท้ายที่เหลืออยู่” ว่าพร้อมกับหยิบแต่ถุงขนมออกมา ขมวดถุงใส่พลาสติกเปล่าที่ขยำเป็นก้อนกลมปาใส่เขา พร้อมกับวิ่งหนีไปอยู่ห่างๆ

“คุณภัค ทำไมใจร้ายอย่างนี้”

“ช่วยไม่ได้ เป็นผู้ชายต้องเสียสละสิ”

“เอามาแบ่งกันก็ได้ ขนมถุงตั้งเบ้อเริ่ม”

“แค่นี้ไม่พอยาไส้เสียด้วยซ้ำ อย่าทำมาพูดดีเลย” ว่าแล้วก็ฉีกปากซองขนมเปิดออก แล้วหยิบใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ อย่างหิวจัด

“ผมก็หิวเหมือนกัน แบ่งกันบ้างสิ” กฤตภาครีบวิ่งเข้าไปหา จะคว้าเอาถุงขนม ภัคจิรารีบชูขึ้นเหนือหัวหนี เกิดการยื้อแย่งกันขึ้นมา “ผมขอชิ้นเดียวก็ได้คุณภัคนะ...ชิ้นเดียวปิดปากพยาธิไม่ให้มันร้องเท่านั้น”

“ไม่ได้...ฉันไม่ให้” แย่งกันไปแย่งกันมา สุดท้ายขนมทั้งถุงในซองก็เทพรวดหล่นลงบนพื้นทราย ให้คนที่ยื้อแย่งกันชะงักงันมองตามตาละห้อย

“ขนมฉัน...โธ่! หมดกัน ไม่ได้กินแล้ว” ขาเรียวเกิดอ่อนแรงทรุดฮวบลงทันที ก่อนจะหยิบๆ ขนมที่เปื้อนทรายนั่นขึ้นมามอง น้ำตาแทบจะไหลพรากๆ

กฤตภาคหน้าจ๋อยเจื่อนสนิท กลืนน้ำลายเอื๊อกมองตามอย่างแสนเสียดาย และก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว แววตาครุ่นแค้นเหมือนโกรธกันมาแต่ช้าไหนๆ ก็เงยขวับขึ้นมามองหน้า

“เพราะคุณคนเดียว” เสียงแหวแว๊ดเข้าใส่ด้วยความโมโหสุดขีด ก่อนจะลุกพรวดจากพื้นขึ้นมา แล้วเดินตะบึงตะบอนจากไปอย่างโกรธๆ

“เดี๋ยวสิคุณภัค ใจเย็นๆ นั่นคุณจะไปไหน? เหลือน้ำอีกตั้งครึ่งขวดนี่ไง เอาลูบท้องประทังหิวไปก่อนก็ได้” กฤตภาคร้องตะโกนเรียกตามหลัง ใบหน้าฉุนเฉียวเหลียวขวับมามอง ก่อนจะวิ่งกลับมาแล้วคว้าเอาขวดน้ำที่เหลือแค่ครึ่งนั่นไปจากมือของเขา

“น้ำนี่ก็ควรจะเป็นของฉัน อย่าได้กินเลย” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าพรืดจากไป แต่เดินไปไม่ไกลนัก เสียงฟ้าร้องฟ้าคะนองมาแต่ไกล ก่อนเมฆดำก้อนใหญ่ทะมึนจะเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว

กฤตภาคมองคนที่กลับไปทรุดตัวนั่งลงที่เดิมเมื่อเช้านี้

“ฝนกำลังจะตกแล้วนะคุณภัค”

ภัคจิราไม่แม้แต่จะเสียเวลาหันกลับมามอง เธอยังมองไปที่เวิ้งทะเลกว้างตรงหน้าอย่างมีความหวังว่าใครที่บังอาจเล่นอะไรแผลงๆ อย่างนี้ จะรีบกลับมารับเธอไปให้พ้นจากเกาะบ้าๆ และผู้ชายบ้าๆ ที่พออยู่ใกล้ทีไร ก็มีเรื่องได้ทุกทีสิน่า แต่ดูเหมือนว่าความหวังนั้นจะเลือนลางเมื่อจู่ๆ ทะเลก็กลายเป็นสีทะมึน คลื่นสาดซัดแรงและสูง เสียงลมทะเลหวีดหวิว พัดกรรโชกแรง ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

“ลุกเร็วคุณภัค ไปหาที่ร่มกัน เร็วเข้า” กฤตภาควิ่งมาฉุดเธอให้ลุกขึ้น ร่างเปรียวลุกพรวดตาม แต่สะบัดปัดป้องมือของเขาอย่างรังเกียจ

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

“คุณจะอยู่ตากฝนหรือไง? ไม่เห็นหรือไงว่าทะเลกำลังคลั่ง ไม่มีใครเอาเรือออกมาตามหาเราตอนนี้หรอกนะ”

“มันก็เรื่องของฉัน ปล่อย”

“คลื่นแรงอย่างนี้ จะมีสึนามิหรือเปล่าก็ไม่รู้ เราควรจะวิ่งขึ้นที่สูง หาที่หลบฝนด้วย” คำพูดของเขามีเหตุและผล แต่หลังจากที่เธอเชื่อเขามาหลายครั้ง และทุกครั้งกลับเป็นความโชคร้ายเสียนี่ จะให้เธอเชื่อเขาง่ายๆ อีก คงไม่ใช่

“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ฉันไม่เชื่อคุณอีกแล้ว ต่อจากนี้ไป ฉันจะคิดและตัดสินใจทำอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง” ตะโกนแข่งกับเสียงลมเสียงฝนที่กระหน่ำแรง

“ไม่ไปงั้นหรือ? ไม่ไปจริงใช่ไหม?” ถามย้ำอีกครั้ง ตอนนี้เนื้อตัวเขาเปียกปอนไปหมด หัวหู่เลียบลู่

“ก็ได้ งั้นก็ตามใจคุณ” มือใหญ่ที่ยื่นไปหาอย่างปรารถนาดีหดกลับ ก่อนจะหันหลังมองไปยังทิวแถวของต้นไม้ที่พอคุ้มฝนให้ได้ แล้วสับขาวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

พอชายหนุ่มเอาตัวรอดอย่างที่เธอบอก โดยทิ้งให้อยู่คนเดียว ภัคจิราก็หน้าเลิ่กลั่ก มองไปที่ทะเลซึ่งกำลังคลั่ง สาดคลื่นสูงกระทบฝั่งอย่างแรง พร้อมกับสายฝนที่หนาเม็ดตกจนไม่ลืมหูลืมตา

“นี่คุณกล้าทิ้งฉันจริงๆ หรือคุณกฤต ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย” ทั้งๆ ที่ออกปากไล่เขาปาวๆ อยู่แท้ๆ

เปรี้ยง!!!!

เสียงฟ้าผ่าลงตรงไหนสักที่ที่ไม่ไกลนัก พร้อมกับแสงวาบสว่างทำให้ภัคจิราถึงกับผงะสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เหลียวมองหากฤตภาค เห็นเขาอยู่ใต้ร่มไม้ไกลๆ ก็รีบก้าวขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตทีเดียว

+++++++++

“จู่ๆ ฝนก็ตกไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้ แล้วจะทำยังไง?”

เจนนิสาโวยวายขึ้นมา มองฝ่าสายฝนที่กระหน่ำแรงข้างนอกหน้าต่างนั่นอย่างวิตกกังวล นึกเป็นห่วงคนที่ถูกพาไปปล่อยทิ้งไว้ที่เกาะร้างกลางทะเล

“คงจะเป็นฝนหลงฤดูน่ะ ตกหนักๆ แค่เดี๋ยวเดียวก็หาย”

“เดี๋ยวเดียวของนายนี่มันเมื่อไหร่กัน?” หันไปถามกับอภิวัชที่อุตส่าห์คิดในแง่ดีปลอบอกปลอบใจ

ภพธรที่กางร่มฝ่าสายฝนไปถามคนงานในรีสอร์ทกลับมาถึงหน้าบังกะโลที่พัก เนื้อตัวเปียกน้ำฝนไปครึ่งค่อนตัว รีบหุบร่มก่อนจะเข้ามาข้างในทั้งที่ตัวเปียกซ่ก

“ว่ายังไงบ้าง?” ทั้งเจนนิสาและอภิวัชรีบเข้าไปรุมถามเขา

“พายุเข้า เอาเรือออกไม่ได้ เพราะคลื่นลมแรงมาก”

“อะไรนะ? พายุเข้าอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่” ภพธรเองก็มีสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย

“แล้วอย่างนี้จะได้เอาเรือออกเมื่อไหร่ล่ะ?”

“เร็วสุดก็พรุ่งนี้เช้า...ไม่ก็ต้องรอไปก่อน ตอบไม่ได้เหมือนกัน”

เจนนิสาแทบเข่าทรุดเมื่อได้ยินอย่างนั้น แผนการสนุกๆ ตอนนี้ชักไม่สนุกเสียแล้ว

“แล้วที่เกาะแรมดาวล่ะ ฝนจะตกหนักอย่างนี้เหมือนกันไหม?”

ภพธรสีหน้ากังวล ส่ายหน้าไปมา

“ไม่ตกหรือ?” เจนนิสาใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง

“ไม่รอดหรอก ดีไม่ดีจะหนักกว่าที่นี่เสียอีก เพราะไม่มีอาคารบ้านเรือนตึกหรือต้นไม้สูงๆ ช่วยกำบังและทานทั้งลมพายุแลสายฝน”

“ตายแล้ว อย่างนี้คุณกฤตกับภัคจะเป็นยังไงบ้างล่ะนี่?”

สองหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อก ใบหน้าทุกคนกำลังเคร่งเครียดอย่างหนัก เพราะไม่อาจคาดเดาชะตากรรมของหนุ่มสาวทั้งคู่ได้เลย ไหนจะที่หลบฝน ไหนจะเสบียงที่เตรียมเอาไว้ให้ทั้งสองคนพอแค่วันเดียวเท่านั้น ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะเลยเถิดรุนแรงและอาจจะทำให้ทั้งสองคนตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตเลยก็ได้

“เราต้องบอกบอสแล้วล่ะ” ภพธรพูดขึ้นมาอย่างตัดสินใจ

“บอกบอสเหรอ?” เจนนิสาทวนคำพูดของเพื่อนร่วมแผนการ ทำหน้าช็อคเล็กๆ

“แทนที่จะได้โบนัสสิบสองเดือน ฉันจะว่าเราจะโดนงดโบนัสไปสิบสองปีแทนเสียละมังนี่” เลขาของกฤตภาคเบะปาก น้ำตาคลอแทบจะปล่อยโฮออกมา ไม่ได้นึกเสียดายโบนัส แต่กำลังเป็นห่วงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของทั้งเจ้านายหนุ่ม และเพื่อนร่วมงานต่างหาก

+++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha