เกาะซ่อนสวาท

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : เพียงสองเรา - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ห้ามแอบดูฉันอาบน้ำนะ”

สายตาคาดคั้นปรามเอาไว้ ทำให้หน้าหล่อๆ ชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา

“นี่คุณภัค ผมไม่ใช่พวกถ้ำมอง และก็เป็นสุภาพบุรุษพอก็แล้วกัน”

แต่ถึงเขาจะยืนยันอย่างนั้น เธอก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี เพราะที่ลำธารน้ำใสกลางเกาะร้างแห่งนี้ มันช่างโล่งโจ้งเสียนี่กระไร แมกไม้สูงโปร่งปกคลุมโดยรอบ สายฝนยังปรอยๆ หากกระนั้นก็ยังไว้ใจไม่ค่อยได้ เมื่อท้องฟ้าเบื้องบนยังขมุกขมัวและอัดแน่นไปด้วยก้อนเมฆสีทึมๆ ไม่มีแสงแดดสาดส่องลอดผ่านมาแม้แต่นิดเดียว แต่เพราะว่าตอนนี้เหนียวเนื้อเหนียวตัวเหลือกำลัง จึงทำให้เธอทนไม่ได้ ปกติภัคจิราก็ไม่ใช่พวกคุณนายสะอาดอนามัยจัดอะไรนักหรอก แต่นี่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็นวัน แถมยังอยู่ในชุดที่เปียกจนแห้งคาตัว ซึ่งตอนนี้เริ่มส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยชาย

“ถ้าคุณไม่เชื่อผมสาบานก็ได้ ขอให้เจ้าป่าเจ้าเขา อุ๊บ”

คำสบถสาบานนั่นไม่ทันกล่าวจบ ฝ่ามือบางก็ตะปบปิดปากเขาเอาไว้แน่น พร้อมกับถลึงดวงตาเข้าใส่เป็นการปราม

“อยู่กลางป่ากลางดงอย่างนี้ อย่าพูดอะไรพล่อยๆ นะคุณ”

กฤตภาคทำเสียงอู้อี้ จนอีกฝ่ายต้องรีบคลายมือออก

“ห้ามพูดอะไรกระทบถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรที่ตามองไม่เห็น เข้าใจไหม?” สั่งเสียงเข้ม

“คร๊าบ...เข้าใจครับ...ทีนี้คุณอาบน้ำได้หรือยัง จะได้เสร็จไวๆ และมาเปลี่ยนให้ผมได้อาบบ้าง เดี๋ยวฝนก็ได้เทโครมลงมาให้อาบน้ำฝนอีกรอบหรอก” แหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างไม่ไว้ใจ

ภัคจิราจึงก้าวลงจากโขดหินลงไปยังสายน้ำที่ไหลเย็นเจี๊ยบจนขนลุกนึกจะเปลี่ยนใจ แต่ถ้าจะให้ทนอยู่ทั้งวันโดยไม่อาบน้ำ คงไม่ได้แน่เพราะมันไม่สบายเนื้อสบายตัวเอาเสียเลย

กำลังจะปลดเสื้อแขนยาวย้วยกรุยกรายออกจากตัว แต่เห็นกฤตภาคยังยืนหันหน้ามาทางนี้ ก็รีบตะปบคอเสื้อปิดบังหน้าอกที่โล่งโจ้งข้างในเอาไว้

“บอกให้หันไปไงเล่า...หันไปสิ”

คนถูกสั่งได้สติ หันมามองหน้าเหรอหรา ก่อนจะจิ๊จ๊ะปากแล้วค่อยๆ หมุนตัวหันหลัง

“ให้ไวหน่อยนะคุณ” ยกมือขึ้นกอดอกแน่น ทำตัวเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ

“อย่าหันมานะ” ยังตะโกนสั่งความอย่างไม่ไว้ใจ

กฤตภาคได้แต่ส่ายหน้า

“โธ่! คุณภัค เวลาไปผับไปบาร์น่ะ สาวๆ มาเปิดนั่นเปิดนี่โชว์ ผมยังไม่ค่อยจะอยากดู แล้วนี่อะไรที่เจ้าของเขาไม่เต็มใจให้เห็นให้ดู ผมมีจรรยาบรรณพอหรอกน่า” บ่นงึมงำตามประสา

ภัคจิราเงยหน้าขึ้นมาค้อนขวับให้กับแผ่นหลังของเขา ก่อนจะปลดเสื้อและกางเกงออกจากตัว วางเอาไว้บนโขดหิน ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงในสายน้ำเย็นๆ พร้อมกับครางเบาๆ อย่างขนลุกขนชันปากคอสั่นขึ้นมา รีบวักน้ำขึ้นมาขัดถูเนื้อตัวให้สะอาดโดยไว้ เพื่อจะได้ผลัดให้ใครอีกคนอาบน้ำบ้าง

โดยปกติเธอเป็นคนที่ใช้เวลาในห้องน้ำค่อนข้างจะนานพอควร พิถีพิถันบรรจงขัดถูทุกส่วนซอกจนแน่ใจว่าสะอาดหอมกรุ่นดีแล้ว เพราะวันๆ ต้องออกไปผจญมลพิษทั้งออกไซต์งานไปกับเจ้านาย ทั้งฝุ่นผงควันต่างๆ ที่มองไม่เห็น หากไม่รู้จักทำความสะอาดให้หมดจด ก็จะทำให้ผิวเสียเอาได้ และหากมีโอกาสสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ที่จะต้องหาเวลาอบซาวน่าหรืออาบน้ำนม

เมื่อขัดถูเนื้อตัวจนกระทั่งมั่นใจว่าสะอาดพอแล้ว จึงวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตา น้ำเย็นก็จริง แต่เมื่อแช่อยู่นานเข้าก็ชินกับอุณภูมิเลยไม่รู้สึกหนาวมากเหมือนตอนแรก

พออาบน้ำเสร็จสะบัดเนื้อตัวพอประมาณ ก็หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ พลันสายตามองเห็นอะไรบางอย่างที่เกาะอยู่หน้าแข้ง ทีแรกคิดว่าเป็นใบไม้จะเขี่ยออก แต่พอสัมผัสกับ ตัวดำๆ มันๆ หนืดๆ ก็กรี๊ดลั่นป่าเลยทีเดียว

“ว้าย...ปลิง...ปลิง...” กฤตภาคหันขวับมามองด้วยความตกใจ

“อะไรคุณภัค เกิดอะไรขึ้น”

เธอเงยหน้าขวับลืมเรื่องปลิง เมื่อเห็นดวงตาเรียวยาวจ้องมาเบิกตาโต

“ว้าย...หันไปนะ หันไปเดี๋ยวนี้ คนบ้า คนลามก ไหนบอกจะไม่มองไง” ร้องเสียงหลงสั่น

กฤตภาครีบหันขวับกลับหลังอย่างเดิม

“แล้วคุณเป็นอะไรล่ะ?”

“ปลิง...มันติดที่ขาฉัน จะทำยังไงดี จะทำยังไง ช่วยด้วย”

“คุณก็ดึงมันทิ้งไปสิ”

“ไม่เอา ฉันไม่กล้าจับหรอก”

“ไอ้ปลิงพวกนี้มันมีเชื้อโรคนะคุณ เดี๋ยวมันก็จะปล่อยพยาธิเข้าไปในเลือดคุณติดเชื้อไม่รู้ด้วยนะ”

“จริงเหรอ?” ถามหน้าตาตื่น “แล้วฉันจะทำยังไงดี?”

“ก็เอาออกสิ”

“ฉันจับมันไม่ได้ ฉันกลัว”

“งั้นคุณก็หลับตา หลับตาเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” เขาบอก

อารามตกใจ ภัคจิรารีบหลับตาปี๋ตามคำแนะนำของเขา รู้ตัวอีกที ก็เมื่อชายหนุ่มมาดึงปลิงออกจากหน้าแข้งให้

“แค่นี้เอง มันกลับบ้านเก่าไปแล้ว”

ดวงตางามลืมพรึบขึ้นมามอง เธอยังไม่ทันจะได้นุ่งใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แค่เอามันขึ้นมาปิดส่วนสงวนทั้งข้างบนข้างล่างเอาไว้เท่านั้นเอง

“คนบ้า คุณมองฉันโป๊เหรอ?”

“เปล่านะ” รีบยกสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจ อารามว่าลืมตัวไปเหมือนกัน เลยไม่ทันได้หากำไรกับเนื้อขาวจั๊วะที่ชวนให้ก่อกิเลส กฤตภาครีบกลืนน้ำลายเอื๊อก ด้วยรู้สึกคอแห้งผากเหลือกำลัง

“เอ้าๆ ผมหันหลังให้แล้ว คุณรีบใส่เสื้อผ้าให้เสร็จเลยไว”

“อย่ามองนะ” สั่งความแล้วก็รีบสวมเสื้อกับกางเกงเข้าเนื้อตัวมือสั่นหมด หน้าร้อนวืดขึ้นมา เขาจะเห็นหรือไม่เห็น ทันมองหรือไม่ก็ไม่รู้แหละ แต่เธออายมาก แทบจะเอาหน้าแทรกก้อนหินหนีเลยทีเดียว

“เสร็จแล้ว คุณจะอาบก็รีบๆ เลย” เป็นฝ่ายก้าวไปยืนบนก้อนหินนั่นบ้าง

กฤตภาคหันกลับมา เห็นแก้มแดงๆ แล้วก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ น้อยครั้งที่ภัคจิราจะอายให้เขาเห็น เวลาที่เห็นผู้หญิงอาย มันรู้สึกกระชุ่มกระชวยอมยิ้มขึ้นมายังไงก็ไม่รู้

“แต่ผมไม่หวงนะ ถ้าคุณอยากมองก็มองได้เลย เต็มที่” ตอนที่เดินสวนกันยังแอบกระซิบไปเสียอย่างนั้น

คนได้รับคำอนุญาตตาโต เกือบขว้างค้อนเข้าใส่ แต่ไม่อยากเห็นสายตาวับๆ ของเขา จึงยืนหันหลังพร้อมกับสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้

“อู้ย...น้ำเย็นมากเลยนะนี่ คุณอาบลงไปได้ยังไงกัน” เสียงครางลั่น พร้อมกับเสียงน้ำป๋อมแป๋มดังมาตลอด

“เร็วหน่อยสิ เดี๋ยวฝนก็ตกลงมาอีกหรอก” พอได้ยินเสียงฟ้าคำรามลั่นมาแต่ไกล ก็รีบเร่งเขา

“ผมยังไม่ทันขัดขี้ไคลเลยนะ ว่าแต่ไอ้ปลิงทะลึ่งตัวเมื่อกี้นี่ มันอิ่มเลือดคุณหรือยัง?”

จะไปรู้เหรอ? เธอไม่ได้พูดกับปลิงรู้เรื่องเสียหน่อย

“หวังว่ามันคงไม่มาชอนไชอะไรผมหรอกนะ...นี่คุณภัค คุณเคยได้ยินเรื่องปลิงเข้าตรงนั้นผู้หญิงไหม?”

ใบหน้างามขมวดมุ่น...ตรงนั้นนี่มันตรงไหน?

“เขาบอกว่ามันเข้าไปอยู่ในตัว แล้วออกลูกออกหลานดูดเลือดจนตายเลยนะ” ทำไมต้องเล่าเรื่องอะไรที่มันน่าสยดสยองให้ฟังตอนนี้ด้วย

“มันเข้าตรงไหนเหรอ?” อดถามอย่างกริ่งเกรงไม่ได้

“ก็ตรงไหนที่มันมีช่องมีรูให้ปลิงชอนไชเข้าไปได้น่ะสิ”

ภัคจิราตาโตขึ้นมา

“มะ...ไม่หรอกมั้ง?”

“แล้วคุณจะแน่ใจได้ยังไง? ในเมื่อตอนมันเกาะขาดูดเลือดคุณ กว่าจะเห็นจะรู้สึกก็ตั้งนาน”

กฤตภาคนี่ต้องเป็นพวกจิตวิทยาแย่มากๆ แน่ สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ควรจะมีอะไรมาเขย่าขวัญสั่นประสาทเธอเพิ่มจากการถูกนำมาปล่อยเกาะไว้กับเขาอีก

“นี่ เลิกพูดอะไรบ้าๆ เสียทีเถอะ แล้วรีบๆ อาบน้ำเร็วเข้า”

“เร่งจัง เร่งอยู่ได้ นี่ถ้าเราอาบน้ำเสียด้วยกันแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเวลา และปลิงตัวนั้นมันอาจจะเปลี่ยนใจมาดูดเลือดผมแทนก็ได้นะ” ตอนเด็กๆ เขาเคยโดนไก่จิกปากหรือไง ถึงได้พูดไม่หยุด พูดเป็นต่อยหอย จนน่าจะต่อยปากอย่างนี้   

ภัคจิราต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างหนัก กว่าจะรอให้พ่อคุณชายเอ้อระเหยอาบน้ำเสร็จสิ้นกระบวณความ

“คุณเบื่อกินกล้วยหรือยัง?” ถามเมื่อเดินกลับมาที่ถ้ำด้วยกัน

“ถ้าฉันเบื่อแล้วจะมีอย่างอื่นให้กินหรือไง?” ตวัดสายตาถามกลับไปอย่างรวนๆ

“คุณว่าถ้าเราจะจับปลาในลำธารมากิน”

“มันยุ่งยากเกินไปนะ อีกอย่างฉันไม่อยากให้คุณทำบาปด้วย กินกล้วยมาแค่สองมื้อเอง ทนๆ ไปเหอะ”

“แล้วคุณว่าไอ้เม็ดๆ พวงแดงๆ นั่นมันจะกินได้ไหม?” ชี้มือไปยังพวงของอะไรสักอย่างที่ออกผลดกเกี่ยวกับกิ่งเถาวัลย์ “สีของมันเหมือนจะอร่อย”

“อย่าเสี่ยงดีกว่า ที่นี่ไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาล มีแค่ฉันกับคุณ”

“อื้ม! นั่นสินะ มีแค่เราสองคน” จู่ๆ ทำไมเขาถึงพูดขึ้นมาอย่างนี้ก็ไม่รู้ ภัคจิราเหลือบสายตามอง หวังว่ากฤตภาคคงไม่คิดอะไรบ้าๆ ขึ้นมาตอนนี้หรอกนะ คอสโมยิ่งบอกว่า พวกผู้ชายน่ะ มีอารมณ์ได้ตลอดเวลา และถูกกระตุ้นได้ง่าย เมื่อกี้เขาเห็นเธอโป๊ด้วย

เท่าทันความคิด...จึงรีบขยับตัวออกห่างเพื่อความปลอดภัย เดินเร็วๆ มุ่งตรงกลับไปที่ถ้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก แต่ความเงียบงันระหว่างกันกลับยิ่งน่าหวั่นเกรงมากกว่า จึงพยายามหาเรื่องชวนเขาคุย

“ถ้าเราต้องอยู่ที่นี่ไปอีกหลายวัน ฉันว่าบางทีเราน่าจะประยุกต์เมนูกล้วยๆ ของเราให้เป็นแบบอื่นบ้างนะ จะได้ไม่เบื่อ”

“ประยุกต์ยังไง?”

“ก็อย่างทำกล้วยปิ้งไง คุณเคยทานไหมกล้วยปิ้งมันปิ้งเจ้าอร่อยที่หน้าออฟฟิศน่ะ ราดน้ำเชื่อมกะทิชุ่มๆ โอ้ย! อร่อยขาดใจเลยแหละ” คนว่าทำหน้าทำตาเหมือนอร่อยมากจริงๆ

ทำไมจะไม่เคยทาน เพราะเจนนิสาซื้อมาฝากเขาออกบ่อยๆ และเขาก็ชอบทานด้วย

“อื้ม! ดีเหมือนกัน ถ้าต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน เราต้องสรรหาอย่างอื่นมากินบ้าง อย่างกล้วยปิ้งที่คุณว่า ก็แค่เอากล้วยดิบมาผิงไฟ เอาก้อนหินทับให้แบน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะออกไปหาตีรังผึ้งมาแทนน้ำเชื่อม ส่วนกะทิ...อ่า...ต้องคั้นมาจากลูกมะพร้าวสินะ แต่ว่าต้นมันสูงไปนะ คิดว่าผมคงปีนไม่ไหวหรอก เราก็ไปหาลูกที่มันหล่นๆ ใต้ต้นก็แล้วกันนะ เขาว่ามะพร้าวยิ่งแก่ น้ำกะทิก็ยิ่งมัน” ชวนกันคิดเป็นปี่เป็นขลุ่ย ภัคจิราเงยหน้ามองเขาเผลอยิ้มกับใบหน้าเคลิ้มๆ นั่นอย่างไม่รู้ตัว

“แล้วคุณจะเอาอะไรขูดมะพร้าวล่ะ เราไม่มีกระต่ายเสียหน่อย”

หันไปมองรอบๆ ตัว

“ถ้าผมมีปัญญาปอกมะพร้าวให้คุณได้ เราก็คงคิดหาวิธีคั้นกะทิออกเองแหละน่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่รู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ดูแต่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสที่ค้นพบทวีปอเมริกา หรือว่ากัปตัน เจมส์ คุกที่ค้นพบนิวเซาท์เวลล์สิ ตอนนี้ทั้งอเมริกาและออสเตรเลียเจริญก้าวหน้าไปมาก”

“แล้วคุณคิดว่าลำพังเราสองคนจะทำให้ไอ้เกาะนี้เจริญขนาดอเมริกาหรือออสเตรเลียได้หรือไง?”

“อื้ม! นั่นสินะ เราก็ต้องออกลูกออกหลานมาช่วยเป็นแรงงานและมันสมองเยอะๆ” พูดไปไม่ได้คิด แต่คนฟังหน้าเหวอไปเลยทีเดียว เพราะไอ้คำว่า ออกลูกออกหลาน ที่เริ่มต้นจากเธอกับเขามันหมายถึงอะไรล่ะ?

“ทีนี้เราก็จะพัฒนาอาณาจักรของเรา ให้ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ ฮะ...ฮะ...ฮ่า...” คนว่าชูมือพร้อมทำเสียงหัวเราะ เลียนแบบพากย์หนัง

ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ จากคนที่สนทนาด้วย จึงหันไปมองภัคจิรา ที่ทำหน้าตาอิหลักอิเหลื่อ

“ฉันว่าเรารีบนอนเถอะ ท่าทางคืนนี้ฝนคงตกหนักอีกแน่ๆ”

“คุณง่วงแล้วหรือ?” ถามอย่างแปลกใจนิด

“ก็...นิดหน่อยแหละ”

“ผมยังไม่ง่วงเลย อยู่ที่เกาะนี้น่าเบื่อจะตาย เรามาหาอะไรทำกันดีกว่าแก้เซ็ง”

คนถูกชวนตาโตขึ้นมากับคำพูดกำกวมของเขา

“อะไรของคุณนี่มันอะไร?”

“ก็อะไร...อะไรก็ได้ สนุกๆ แก้เบื่อ”

“ไม่เอาล่ะ ฉันง่วง ขอนอนก่อนดีกว่า” ว่าแล้วก็รีบปัดที่ปัดทางล้มตัวลงนอนอยู่คนละฝั่งกองไฟกับกฤตภาคเหมือนที่ทำเมื่อคืนนี้ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ถึงเขาจะแสดงตัวเป็นสุภาพบุรุษมาตลอด แต่ผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ในที่บรรยากาศเป็นใจอย่างนี้ก็ไว้ใจไม่ได้

แล้วค่ำคืนที่มีเพียงกันและกัน บนเกาะที่ไม่รู้ว่าตั้งอยู่ละติจูดลิปดาไหนในโลกกลมๆ ใบนี้ แต่คาดเดาว่ายังอยู่ในแผนที่ประเทศไทยก็ผ่านพ้นไปอีกคืนหนึ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha