เกลียวสวาทซาตาน

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : คุณอาเจ้าเสน่ห์


ตอนต่อไป

บทนำ

 

สายลมกรรโชกแรงในยามดึกสงัดของราตรีกาล ที่มีฝนฟ้าคะนอง ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งเปิดแง้มเอาไว้ทำให้ชายผ้าม่านปลิวไสว บ้างก็แล่นฉิวเข้ามาในห้องกระทบกับมุ้งซึ่งถูกผูกโยงคลุมเตียงนอนขนาดใหญ่อีกทีเพื่อป้องกันยุงและริ้นไรไม่ให้มาไต่ตอม แม้ว่าบ้านไม้ริมน้ำหลังนี้จะติดมุ้งลวดรอบบ้านแล้วก็ตาม

แสงอสุนีบาตที่แลบแปลบๆ ราวกับแสงแฟลชจากกล้องขนาดใหญ่เป็นระยะ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของสองร่างบนเตียงใหญ่ได้อย่างชัดเจน

อา...

เสียงครางต่ำลึกดังขึ้นอย่างสุดกระเส่าจากเรียวปากหยักลึก ในขณะที่สองมือเล็กได้แต่กำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ปากนุ่มที่บวมเบ่งจากแรงจุมพิตสุดเร่าร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนหน้านี้กำลังจะเผยอร้อง แต่ก็ถูกปิดทับด้วยปากร้อนเสียก่อน

จุมพิตดูดดื่มเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เอวสอบเริ่มขยับโยกไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าใจจริงแล้วอยากจะรุกเร้าหนักหน่วงตามใจปรารถนาก็ตาม

ฝนเม็ดหนาทึบตกลงมากระทบหลังคาดังซ่าๆ นำพาความเย็นฉ่ำแผ่มาโอบล้อมทั่วอาณาบริเวณ สายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบชายมุ้งเป็นระยะจนผ้าสีฟ้าปลิวไสวไม่ได้ทำให้สองกายหนาวซ่านแต่อย่างใด ตอนนี้บนเตียงใต้มุ้งอันบางเบานั้นกำลังเร่าร้อนด้วยอุณหภูมิของไฟสวาทที่โหมกระพือ มือเล็กยกขึ้นโอบร่างใหญ่ไว้แน่นยามที่เขาพาโลดทะยานไปพานพบความซ่านสยิวแปลกใหม่ เสียงครางหวานกระเส่าเริ่มดังขึ้นไม่ขาดสาย หลังจากปากร้อนผละออกจากการจุมพิตปากนุ่มแล้ว ก็ค่อยๆ เลยไปเชยชมพรมจุมพิต ตามส่วนอื่นๆ


คุณอาเจ้าเสน่ห์

 

สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร

ดวงตาคู่สวยกำลังกวาดมองตัวหนังสือบนป้ายดิจิตอล ซึ่งกำลังขึ้นตัวหนังสือแจ้งว่า ขณะนี้สายการบินที่เดินทางมาจากประเทศแคนาดากำลังลงจอดที่รันเวย์ของสนามบินอันใหญ่โตกว้างขวางแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว และในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาบุรุษหนุ่มรูป ร่างสง่างาม เจ้าของใบหน้าหล่อคมติดดุดัน แต่ทว่ากลับเปี่ยมล้นด้วย เสน่ห์อันน่าหลงใหลก็ก้าวเข้ามาในอาคารผู้โดยสารขาเข้าพร้อมๆ กับผู้โดยสารอื่นๆ ที่เริ่มทยอยออกมาอย่างไม่ค่อยหนาตามากนัก

ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างสูงนั้น หัวใจของ สายน้ำผึ้ง สาวน้อยวัยยี่สิบสองปีก็เต้นแรงระรัวราวกับมีกองทัพกำลังกระหน่ำกลองศึกอยู่ภายในนั้นก็ไม่ปาน มือไม้เกิดอาการสั่นอย่างไม่อาจระงับ เมื่อร่างสูงสง่าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

แต่แล้วอาการตื่นเต้นของสายน้ำผึ้งก็ค่อยๆ หายไป ใบหน้าเนียนใสเจื่อนลงเพราะเขาไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลมาทางเธอด้วยซ้ำไป

สวัสดีค่ะ...อาภีม

อันดามันยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่มีศักดิ์เป็น อาของตนเอง ที่เรียกว่ามีศักดิ์เป็นอาก็เพราะ ภีมภัทรกับเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง ทางสายเลือดใดๆ เลยแม้แต่นิด ปู่แท้ๆ กับย่าบุญธรรมของเธอเป็นม่ายลูกติดทั้งคู่ พ่อของเธอเป็นลูกติดพ่อ ส่วนภีมภัทรเป็นลูกติดแม่ และเมื่อปู่กับย่าแต่งงานกันจึงมีลูกด้วยกันอีกหนึ่งคน คือจอมทัพซึ่งเป็นอาคนเล็กของเธอนั่นเอง

มาได้ยังไง

ภีมภัทรถามด้วยน้ำเสียงห่างเหินเช่นเดียวกับทุกครั้ง แต่ตาไม่ได้คลาดไปจากใบหน้าเนียนใสของอันดามันเลยแม้แต่เศษเสี้ยวนาที แต่คนถูกมองแสร้งทำเป็นไม่สนใจอากัปกิริยาใดๆ ของคนมอง ทำเพียงแค่พยายามจะยิ้มและควบคุมน้ำเสียงให้ร่าเริงสดใสเท่านั้น

“มิ้มไม่มีเรียนช่วงบ่าย เห็นว่าอาภีมจะกลับวันนี้ก็เลยมารับ”

แน่ใจเหรอว่าอยากมารับอาจริงๆ โดยที่ไม่มีอะไรแอบแฝง

ตาคู่คมหรี่มองอย่างจับพิรุธขณะถามอย่างรู้ทัน ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมองแบบนั้น ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้ญาติดีกันมากว่าสองปีแล้ว

แน่ใจสิคะ

ปากยืนยันอย่างหนักแน่น หากแต่พฤติกรรมกลับตรงกันข้าม หลังจากพูดจบก็หันไปทางเพื่อนสาวของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ และแนะนำให้ผู้เป็นอารู้จักทันที

นี่สายน้ำผึ้ง อาเรียกว่าหยีก็ได้ หยีเป็นเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนที่มิ้มรักที่สุดในมหาวิทยาลัยค่ะ

สวัสดีค่ะอาภีม

สายน้ำผึ้งยกมือขึ้นไหว้อย่างขลาดๆ สายตาคมดุที่ปรายมามองแค่แวบเดียวสั้นๆ นั้นทั้งเย็นชาและมีแววรำคาญปนอยู่อย่างเปิด เผย ภีมภัทรไม่ได้เอ่ยทักทายตอบแต่อย่างใด แค่ยกมือขึ้นรับไหว้แล้วหันไปทางหลานสาวของตัวเองต่อ ทำเอาใบหน้าที่เจื่อนอยู่แล้วกลายเป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษในทันที

มิ้มกับเพื่อนกลับไปเถอะ อามีคนมารับแล้ว

อันดามันหันไปตามสายตาของภีมภัทร ก็เห็นว่ามีสาวสวยในวงสังคมชั้นสูงยืนยิ้มให้เขาอยู่ แม้จะไม่ผิดจากที่คาดไว้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็อดเคืองไม่ได้ เธอไม่ได้อยากมารับเขาสักนิดถ้าไม่เห็นแก่สายน้ำผึ้ง ด้วยเพราะรู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบภีมภัทรมานานแล้ว เลยอยากจะถือโอกาสแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที วันนี้จึงเสี่ยงพาสายน้ำผึ้งตากหน้ามา และแอบลุ้นลึกๆ ว่าภีมภัทรอาจจะถูกตาต้องใจเพื่อนสาวของตน ซึ่งเขาก็ดับความหวังของเธอตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว

สรุปว่าอาภีมจะไม่กลับพร้อมมิ้ม”

ไม่ล่ะอามีคนมารับแล้ว อามีธุระส่วนตัวต้องทำต่อภีมภัทรเน้นคำว่าธุระส่วนตัว แค่นั้นก็ทำให้อันดามันและสายน้ำผึ้งเดาได้แล้ว ว่าเขากับสาวสวยคนนั้นจะไปทำอะไรกันต่อ

งั้นก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ

อันดามันเผลอสะบัดหน้าพรืดใส่เจ้าของร่างสูงสง่าเป็นเชิงเคืองๆ ที่เขาฉีกหน้าเธอกับสายน้ำผึ้งอย่างไม่มีชิ้นดี 

พาเพื่อนเรากลับได้แล้ว อาไปล่ะ

ว่าแล้วอาหนุ่มวัยสามสิบแปดปีของอันดามันก็ตรงไปหาสาวสวยที่ยืนรออยู่ทันที เขากับสาวสวยคนนั้นโผเข้ากอดกันและบดจูบกันอย่างเร่าร้อนท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังเดินขวัก ไขว่ในห้องผู้โดยสารขาเข้า โดยไม่มีทีท่าว่าจะเขินอายใดๆ แม้แต่นิด

“เชอะ แกล้งทำเก๊กดุ ที่แท้ก็หื่นแถมหน้าไม่อายอีกต่างหาก”

อันดามันเบ้ปากใส่แล้วเมินหน้าหนีจากภาพที่เห็น

หยีบอกแล้วว่าอาของมิ้มน่ะไม่สนหยีหรอก ดูแฟนอาภีมสิ สวยจะตาย สายน้ำผึ้งบอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ภีมภัทรแสดง ออกชัดว่าเขาไม่สนใจเธอเลย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ

ผู้ชายตาถั่วก็แบบนี้ล่ะหยี หยีสวยขนาดนี้ ทำเป็นไม่มอง

ขนาดผู้หญิงสวยๆ อาของมิ้มยังเมิน แล้วเขาจะมามองเด็กกะโปโลอย่างหยีได้ยังไง

มิ้มไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก หยีไม่ได้กะโปโลเสียหน่อยออกจะน่ารัก นิสัยก็ดี ยังไงซะ มิ้มก็ต้องทำให้หยีเป็นอาสะใภ้ของมิ้มให้ได้อันดามันบอกอย่างมุ่งมั่นขณะพากันเดินกลับไปยังลานจอดรถ

เลิกคิดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะมิ้ม

มิ้มจะเลิก ถ้าหยีบอกมิ้มมาคำเดียว ว่าหยีไม่ได้ชอบอาภีม

อันดามันหันไปจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างล้อเลียน รู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบอาของตัวเองมานานแล้ว เพราะเคยเห็นอัลบั้มภาพของภีมภัทรที่ปรากฏเป็นข่าวออนไลน์และนิตยสารต่างๆ อยู่ในคอมพิว เตอร์ส่วนตัวที่สายน้ำผึ้งแอบบันทึกเอาไว้ในอัลบั้มหลายสิบภาพ

หยีก็เคยบอกมิ้มไปแล้วนี่นา ว่าหยีแค่ชื่นชอบอาภีมของมิ้มเท่านั้น ไม่ได้ชอบทำนองชู้สาวเสียหน่อย สายน้ำผึ้งยืนยันหนักแน่นแต่กลับหลุบตาลงหลบสายตาของอันดามัน

จริงน่ะ

อื้อ...จริงสิคนถูกจ้องพยักหน้าทั้งที่ยังหลบตา

ถ้างั้นเดี๋ยวพอกลับไปถึงหอพักของหยี มิ้มจะลบรูปผู้ชายเจ้าชู้แถมเย็นชาแบบอาภีมออกจากโน้ตบุ๊กของหยีเอง หยีเก็บไว้ก็เปลืองเมมโมรีเครื่องเปล่าๆ

ไม่ได้นะมิ้ม หยีเก็บของหยีมาตั้งหลายปี

สายน้ำผึ้งรีบเงยหน้าขึ้นบอกอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ เธอเก็บรูปของภีมภัทรมาตั้งหลายปีตั้งแต่ยังไม่รู้จักกับอันดามันด้วยซ้ำ จะให้ลบทิ้งง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีได้ยังไง มันทำใจยากพอๆ กับที่จะลบเขาออกจากหัวใจนั่นล่ะ

นั่นแน่...ในที่สุดผู้ร้ายปากแข็งก็ยอมหลุดปาก

อันดามันหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มอย่างล้อเลียนอีก ทำให้สายน้ำผึ้งหน้าแดงซ่านเป็นลูกแตงโมผ่าซีกด้วยความขวยเขิน  

เลิกล้อหยีแล้วพาหยีกลับได้แล้วมิ้ม หยีมีรายงานต้องทำ เสร็จแล้วต้องไปทำงานพาร์ตไทม์อีก เดี๋ยวเข้างานไม่ทัน หยีไม่อยากโดนผู้จัดการดุแถมจะต้องโดนหักเงินอีกต่างหาก สายน้ำผึ้งรีบเปลี่ยน เรื่องและเร่งให้อันดามันพากลับหอพักทันที

ต้องอย่างนี้สิ...คุณสมบัติของอาสะใภ้ที่คู่ควร น่ารัก ขยัน แถมยังนิสัยดี เรียนจบแล้วไปทำงานกับอาภีมนะหยี หยีจะได้ใกล้ชิด กับอาภีมเผื่อจะได้แต่งงานกันเร็วๆอันดามันยังคิดจะเดินหน้าแผน การจับคู่ให้สาวน้ำผึ้งกับภีมภัทรต่ออีกในระยะยาว

เลิกคิดเลิกวางแผนได้แล้ว ออกรถเสียทีเดี๋ยวหยีก็ไปทำงานไม่ทันหรอก

ก็ได้ๆ อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันนะว่ากำลังเขิน

อันดามันหัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นแก้มของสายน้ำผึ้งแดงปลั่ง สักพักจึงสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปยังหอพักของสายน้ำผึ้ง

 

นักศึกษาชั้นปีที่สี่ของคณะบริหารธุรกิจและการจัดการทยอยกันเข้าห้องบรรยาย เพื่อฟังเลกเชอร์ชั่วโมงสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคในสัปดาห์หน้า การบรรยายวันนี้เป็นการบรรยายของอาจารย์ พิเศษ ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามการันตีด้วยตำแหน่งซีอีโอของบริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดัง

ภีมภัทรรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งๆ ที่งานล้นมือ เพราะคณะบดีซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเชิญมา ทำให้ปฏิเสธไม่ได้

เมื่อเห็นว่าอาจารย์พิเศษที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องคือ ภีมภัทร อเนกโชติภูมินทร์นักศึกษาสาวๆ ในห้องนั้นต่างตื่นเต้น บ้างก็มองตาปรอย เพราะถูกดึงดูดด้วยความหล่อเหลา บุคลิกเต็มไปด้วยความ สง่างาม เคร่งขรึม และเสน่ห์อันเข้มข้นของเขา

หลังจากที่อาจารย์หนุ่มหล่อเริ่มบรรยาย ห้องทั้งห้องก็เงียบเสียงลง ใบหน้าและน้ำเสียงทุ้มชวนฟังสามารถสะกดนักศึกษาให้ตั้งใจฟังบรรยายชนิดแทบจะไม่มีใครละสายตาไปจากใบหน้าของเขาได้เลย แม้กระทั่งอันดามันเองก็เผลอจ้องมองเครื่องหน้านั้นจนไม่ได้ยินว่าอาจารย์พิเศษกำลังบรรยายอะไร ภาพบางอย่างผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำก่อนที่มันจะถูกสลัดทิ้ง เมื่อเพื่อนชายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ

มิ้ม...

“หือ” หญิงสาวขานรับพลางหันไปทางคนเรียก

“พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า” เอกวุธกระซิบกระซาบถามเบาๆ

“ว่าง...ทำไมเหรอ”

“เอกอยากรบกวนให้มิ้มมาช่วยติววิชานี้ให้หน่อย เอกขาดเรียนตั้งหลายวันกลัวจะตก เอกอยากจบพร้อมเพื่อนๆ น่ะ” เอกวุธเอ่ยขอร้องอย่างอ้อนๆ แถมมองด้วยสายตาเว้าวอน

“แน่ล่ะก็มัวแต่ไปเที่ยวกับสาวๆ นี่ มิ้มขอคิดดูก่อนแล้วกัน” อันดามันแสร้งทำยักท่า ไม่ยอมรับปากง่ายๆ 

“โธ่มิ้มก็...นะๆ อย่าใจร้ายกับเอกนักเลย” เอกวุธอ้อนทั้งปากทั้งตาอีกรอบ รู้ดีว่ายังไงเสียอันดามันก็ต้องใจอ่อน แม้ว่าเรื่องอื่นเธอจะใจแข็งมากก็ตาม แต่สำหรับเรื่องเรียนผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ตอนนี้ไม่เคยแล้งน้ำใจกับตน

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวชวนหยีมาเป็นเพื่อน”

“เอกว่าแล้วมิ้มต้องไม่ใจร้ายกับเอก งั้นติวเสร็จเดี๋ยวเอกเลี้ยง ข้าวนะ”

“ไม่ต้องก็ได้ ช่วงนี้มิ้มใจดีติวให้ฟรีไม่คิดตังค์” เสียงหวานใส เอ่ยสัพยอกเพื่อนชายกลับด้วยเสียงที่เบาเท่ากระซิบ ก่อนจะหน้าชาวาบเมื่อเสียงของอาจารย์พิเศษดังแทรกขึ้น

เวลาที่อาจารย์บรรยาย พวกคุณควรจะตั้งใจฟังนะ ถ้าหากจะคุยกันหรือจีบกันก็เชิญออกไปนอกห้อง จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น

ภีมภัทรซึ่งยืนบรรยายอยู่บนโพเดียมหน้าห้อง เดินลงมายืนหน้าอันดามันและเอกวุธ ก่อนจะเอ่ยตำหนิผ่านไมโครโฟน เสียงทุ้มดุนั้นได้ยินชัดแจ๋วทุกถ้อยคำ พอสิ้นเสียง...สายตาของคนในห้องต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองมายังทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน

อันดามันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เพราะสายตาของเพื่อนๆ ในห้องมองมาอย่างตำหนิ แน่ล่ะแม้ทุกคนจะเป็นเพื่อนร่วมคณะ แต่ตอนนี้เธอเชื่อว่าเพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจะต้องเข้า ข้างอาจารย์หนุ่มหล่ออย่างภีมภัทรมากกว่าเธอกับเอกวุธแน่นอน อีกทั้งใครๆ ก็รู้ว่าเอกวุธเคยตามจีบเธออยู่พักหนึ่ง ที่ภีมภัทรใช้คำว่า จีบกัน ก็ไม่ผิดนักหรอก

“ขอโทษครับอาจารย์” เอกวุธกล่าวขอโทษแล้วก้มหน้าลงมองสมุดเลกเชอร์ของตัวเอง

“แล้วคุณล่ะ”

ขณะเอ่ยประโยคนั้นอาจารย์พิเศษหันมาทางอันดามัน สายตา ของเขาดุแกมตำหนิ แม้จะอยากลุกขึ้นต่อต้านเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่สถานการณ์ก็ทำให้เธอต้องเอ่ยขอโทษอย่างเสียมิได้

“ขอโทษค่ะ”

ผมหวังว่าคุณสองคนจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ในชั่วโมงเรียน อื่นๆ อีกนะ เป็นนักศึกษาควรจะต้องตั้งใจเรียนในเวลาเรียน ส่วนเรื่อง อื่นๆ เอาไว้นอกเวลา

ภีมภัทรกล่าวตำหนิแรงๆ อีกหนึ่งประโยคโดยไม่ได้สนใจว่าหลานสาวกับหนุ่มหล่อคนนั้นจะอายเพื่อนในห้องแค่ไหน จากนั้นเขาก็กลับไปยังหน้าห้องแล้วเริ่มสอนต่อ คราวนี้ไม่มีใครกล้าคุยกันในห้องเรียนอีก ทุกคนล้วนแต่นั่งฟังเขาบรรยายอย่างตั้งใจทั้งสิ้น

เลกเชอร์ชั่วโมงนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ภีมภัทรแจ้งกับนักศึกษาหลังจากจบการบรรยายว่า เรื่องที่เขาสอนจะมีรวมอยู่ในข้อสอบของวิชานั้นหนึ่งข้อ

หลังจากสอนจบ...อาจารย์หนุ่มหล่อก็ก้าวออกจากห้อง มีนัก ศึกษาทยอยเดินตามหลังออกไป หลายคนเข้าไปแนะนำตัวเป็นกรณีพิเศษ เพราะรู้ว่าภีมภัทรเป็นซีอีโอของบริษัทชื่อดัง ด้วยหวังว่าอย่างน้อยการที่ฝากเนื้อฝากตัวกับผู้บริหารระดับสูง ก็อาจจะทำให้การสัม ภาษณ์และผ่านเข้าทำงานในบริษัทของเขาง่ายขึ้น

“ไม่เป็นไรนะมิ้ม” สายน้ำผึ้งลุกขึ้นมาเอ่ยปลอบใจขณะที่คนอื่นๆ ออกจากห้องไปหมดแล้ว

มิ้มไม่เป็นไรหรอก แต่หมั่นไส้อาภีมที่สุด ทำเก๊กดุใส่มิ้ม

อันดามันบ่นปอดแปดและยังไม่ยอมลุกไปไหน เธอคร้านจะไปเห็นภาพที่ภีมภัทรถูกล้อมหน้าล้อมหลัง

ไม่เห็นจะเก๊กตรงไหนเลยมิ้ม อาภีมออกจะวางตัวดี น่าเกรงขามคราวนี้เป็นสายน้ำผึ้งที่แก้ต่างให้ เพราะเธอเห็นเช่นนั้นจริงๆ

ก็ทำดุไปอย่างนั้นล่ะ เบื้องหลังเป็นไงหยีก็เห็นสาวสวยย่นจมูกอย่างหมั่นไส้

นั่นมันเรื่องส่วนตัวของอาภีมนี่นา

ไหนบอกจะเลิกชอบอาภีมแล้วไง นี่แสดงว่ายังตัดใจไม่ได้ใช่มั้ย ถึงได้เข้าข้างกันออกนอกหน้าแบบนี้อันดามันตลบหลังและหัน ขวับมามองหน้าเพื่อนรัก แล้วก็ต้องหัวเราะคิกอย่างถูกใจเมื่อเห็นสาย น้ำผึ้งหน้าแดง

ไม่ใช่เสียหน่อย...เลิกล้อหยีได้แล้วน่า อาภีมไม่สนหยีหรอก หยีว่าเรากลับกันดีกว่า ในห้องเหลือแต่เราสองคนแล้วนะสายน้ำผึ้งเอ่ยเตือน

“กลับก็กลับ ป่านนี้อีตาอาจารย์ขี้เก๊กคงจะถึงรถแล้วล่ะ”

ร่างอรชรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบเอากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาสะพาย กำลังจะเดินออกไปพร้อมกับสายน้ำผึ้ง แต่สายน้ำผึ้งหันไปเห็นบางอย่างวางอยู่บนโพเดียมเสียก่อน

นั่นแฟ้มเอกสารของอาภีมหรือเปล่ามิ้ม

สายน้ำผึ้งถามขึ้น อันดามันมองตามอย่างไม่แน่ใจนัก จึงขึ้นไปยังเวทีโพเดียมด้านบน แล้วหยิบเอาแฟ้มนั้นขึ้นมาพลิกดู

ใช่จริงๆ ด้วย แฟ้มนี้เป็นรายงานการประชุมของบริษัท อาภีมคงจะถือติดมือมาด้วยแล้วลืมไว้

งั้นรีบเอาไปคืนอาภีมเถอะ เผื่ออาภีมต้องใช้

สองสาวเร่งฝีเท้าออกมาจากห้องบรรยาย เดินตามภีมภัทรไปยังลานจอดรถเพื่อเอาแฟ้มดังกล่าวไปคืนให้เขา แต่ล็อกซึ่งเป็นที่จอดรถของอาจารย์พิเศษไม่มีรถจอดอยู่แล้ว

อาภีมคงกลับแล้วล่ะ เราคงต้องเอาไปคืนที่คอนโดฯ หยีไปเป็นเพื่อนมิ้มนะประโยคนั้นอันดามันเป็นคนบอก

ก็ได้จ้ะ แต่มิ้มพาหยีกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหม หลังจากที่เอาเอกสารไปคืนอาภีมเสร็จแล้ว หยีจะได้เลยไปที่ทำงานเลย

ตกลงจ้ะ

อันดามันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะปกติก็ไปส่งสายน้ำผึ้งอยู่แล้ว อีกทั้งทางไปคอนโดมิเนียมของภีมภัทรกับหอพักของสายน้ำผึ้งก็ไปทางเดียวกัน  

หลังจากที่พาสายน้ำผึ้งกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเรียบร้อย แล้ว อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง...อันดามันก็ขับรถเข้ามาจอดยังหน้าคอนโด มิเนียมสุดหรูกลางกรุง

ขึ้นไปด้วยกันนะหยีอันดามันหันมาชวนหลังจากที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว 

แต่หยีว่า...”   

ไม่ต้องแต่จ้ะหยี ขึ้นไปด้วยกันเดี๋ยวนี้

หญิงสาวไม่ยอมให้เพื่อนปฏิเสธ หลังจากดับเครื่องแล้วก็อ้อมมาอีกฝั่งที่สายน้ำผึ้งนั่งอยู่ แล้วดึงข้อมือเล็กๆ เป็นการบังคับให้ขึ้นไปด้วยกันกลายๆ

มือเรียวบางกดลิฟต์เลขชั้นห้องของภีมภัทรอย่างจำได้แม่น พอๆ กับที่จำห้องของจอมทัพได้ เพราะในช่วงเวลาที่ภีมภัทรและจอม ทัพไปต่างประเทศนานๆ คุณอารยาก็มักจะมาดูแลความเรียบร้อยของห้องให้น้องชายทั้งสองคนของสามีอยู่เสมอ

ก๊อก...ก๊อก...

อันดามันยกมือขึ้นเคาะประตูหน้าห้องของผู้เป็นอาอยู่หลายครั้ง ทว่าคนข้างในนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาเปิด

อาภีมทำอะไรอยู่นะ ทำไมไม่มาเปิด อันดามันบ่นปอดแปดอีกตามเคย

หรือว่าอาภีมจะยังไม่กลับมา สายน้ำผึ้งออกความเห็นบ้าง

ก็เป็นไปได้ งั้นเดี๋ยวมิ้มเอาแฟ้มไปไว้ในห้องเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

“มิ้มมีกุญแจกับคีย์การ์ดเหรอ”

“มี...มีทั้งห้องอาภีมและอาภูนั่นแหละ อาภีมกับอาภูให้แม่ไว้ คราวที่แล้วแม่ฝากใส่กระเป๋ามิ้มไว้ แล้วก็ยังไม่ได้เอาคืนจ้ะ”

ถ้างั้นมิ้มเข้าไปคนเดียวเถอะนะ หยีขอรออยู่ข้างนอกก็แล้วกันสาวขี้อายนึกกระดากเมื่อจะต้องเข้าห้องผู้ชายที่ตัวเองแอบปลื้มอยู่จริงๆ ที่จริงเธอตื่นเต้นตั้งแต่ตอนที่อันดามันจอดรถหน้าคอนโดมิ เนียมแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นอันดามันไม่ยอมให้รออยู่ข้างล่าง

ก็ได้ๆ แม่คนขี้อาย ถ้างั้นหยีรอแป๊บหนึ่ง มิ้มเข้าไปไม่นานหรอก

อันดามันควานหากุญแจกับคีย์การ์ดห้องของภีมภัทรในกระ เป๋า ก่อนจะลงมือไขประตูแล้วผลักเข้าไป โดยที่สายน้ำผึ้งยืนรออยู่หน้าห้อง

ร่างอรชรในชุดนักศึกษาก้าวเข้าไปในห้องที่กว้างขวางหรูหรานั้น วางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะกลางห้อง โดยตั้งใจว่าจะรีบกลับออก ไปเลย แต่เมื่อเข้ามาอยู่ข้างในห้องนี้จริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจห้องของเขา เกือบหกเดือนแล้วที่เธอไม่เคยย่างกรายมาที่นี่เลย แม้ว่าแม่จะชวนมาก็ตาม ภีมภัทรย้ายออกมาอยู่คนเดียวหลายปีแล้วตั้งแต่ปู่กับย่ายังไม่เสีย ทั้งๆ ที่บ้านก็หลังใหญ่โตและแบ่งเป็นสัดส่วนของใครของมัน เธอเดาว่าที่เขาย้ายออกมาคงเป็นเพราะอยากมีความเป็นส่วนตัว อยากพาใครมาทำอะไรก็ได้ เหมือนอย่างที่วันก่อนเขาพาผู้หญิงมา และสังเวียนรักของเขาก็คงจะเป็นห้องนอนที่อยู่ชั้นบนนั่นล่ะ ครั้งสุดท้ายที่เธอมาที่นี่กับมารดา เธอเอาเครื่องนอนชุดใหม่เปลี่ยน ให้เขา ป่านนี้ผ้าปูที่นอนผืนนั้นคงจะถูกโละทิ้งไปแล้วกระมัง เพราะถ้าเขามีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทด้วยอย่างที่เธอเห็นในสนามบิน ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเอาเครื่องนอนชุดใหม่มาเปลี่ยนแทนแล้ว

ความคิดนั้นทำให้เท้าเล็กๆ ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นบนซึ่งเป็นห้องนอนของภีมภัทรอย่างเป็นอัตโนมัติ มือเรียวผลักประตูห้องเข้าไปอย่างไม่ลังเล และกวาดสายตามองสำรวจคร่าวๆ ก็เห็นว่าผ้าปูที่นอนผืนเดิมยังคงถูกปูอย่างเรียบตึง ผ้าห่มก็ถูกพับอย่างเรียบร้อย คล้ายดั่งว่าไม่เคยมีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้นบนเตียงนั้นเลย

“บ้าแล้วยัยมิ้ม...”

หญิงสาวเอ็ดตัวเองเมื่อรู้ตัวว่าล่วงล้ำและสนใจเรื่องของเขามากเกินไป จึงรีบกลับลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่หูได้ยินเสียงซ่าๆ แว่วดังออกมาจากห้องน้ำ ตอนแรกคิดว่าตนหูฝาด จึงลองขยับเข้าไปใกล้ๆ ประตูห้องน้ำ แล้วแนบหูฟังอย่างตั้งใจ 

ผลัวะ!

จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอย่างกะทันหันทำเอาร่างอรชรถึงกับเสียหลักถลันไปด้านหน้า ปะทะกับร่างสูงของคนที่อยู่ข้างในจนเสื้อเปียกเพราะภีมภัทรยังไม่ได้เช็ดตัว รอยเปียกของน้ำทำให้เห็นลายลูกไม้ของบราเซียร์สีชมพูอ่อนที่ซ่อนในเสื้อสีขาวอย่างชัดเจนทันที

ว้าย!

เสียงหวานอุทานดังอย่างเป็นอัตโนมัติที่ตัวเองทั้งเสียหลักและเสียหน้า

มิ้ม!

ภีมภัทรเองก็แปลกใจไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ร่างของหลานสาวก็ถลาเข้ามาปะทะกับร่างของเขา แต่กระนั้นมือแกร่งก็ถือโอกาสสอดเข้าที่เอวเล็กแล้วกกกอดเอาไว้ทันที

ปล่อยมิ้มนะอาภีม มากอดมิ้มทำไม อันดามันโวยวายและดิ้นขลุกขลัก ทั้งอาย ทั้งต้องการกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองที่แอบ เข้ามาสำรวจห้องของเขาอยู่นานสองนาน

เรามาทำอะไรที่ห้องอา

อาภีมลืมเอกสารไว้ที่ห้องบรรยาย มิ้มก็แค่เอามาคืน

อันดามันเพิ่งสังเกตว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของภีมภัทรมีเพียงผ้าเช็ด ตัวผืนเดียวพันอยู่ตรงเอวสอบ ผมเปียกลู่เพราะเพิ่งจะสระผมมาหมาดๆ แถมตอนนี้ร่างกำยำของเขาก็แนบอยู่กับร่างของเธอแทบจะทุกสัดส่วน แต่กระนั้นก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจเข้าไปในห้องน้ำ เผื่อว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้อาบน้ำคนเดียวก็ได้

แค่เอามาคืนจริงน่ะเหรอ แล้วนั่นมองหาอะไร

เปล่า...มิ้มก็แค่ จู่ๆ อันดามันก็คิดไม่ออกเอาดื้อๆ ว่าจะตอบ เขาแบบไหนดี

อยากรู้ว่าอาทำอะไรกับใครในห้องน้ำหรือเปล่าอย่างนั้นใช่ มั้ย ภีมภัทรเป็นฝ่ายตอบอย่างรู้เท่าทันความคิดของอันดามันเสียเอง

ใช่ก็ได้...แล้วอาภีมทำแบบนั้นจริงหรือเปล่าล่ะ 

ถ้าอาจะทำอย่างนั้นมันก็เป็นสิทธิ์ของอานี่ อายังโสด เราลืมไปหรือเปล่า

ไม่ลืมหรอกค่ะว่าอาภีมยังโสด มิ้มก็เลยช่วยหาผู้หญิงน่ารักๆ มาให้ แต่อาภีมก็ไม่ยอมสน อาตาถั่ว” อันดามันพูดพร้อมกับทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ผู้ชายที่ได้ชื่อว่า อา

แล้วทำไมไม่ลองเสนอตัวเองดูบ้างล่ะ เผื่ออาจะสนใจ

ภีมภัทรก้มหน้าลงไปเกือบจะชิดใบหน้าหวานสวย ทำให้อันดามันต้องรีบเอนหน้าหนี

บ้า...ผู้ชายไม่มีหัวใจ เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นอย่างอาภีม...มิ้มไม่มีทางชอบเด็ดขาด

ปากว่าไม่ชอบ...แต่ทำไมหัวใจกลับหวั่นไหวแปลกๆ ชอบกล โดยเฉพาะตอนที่มีลมหายใจอุ่นๆ และร่างกายกำยำของเขาอยู่แนบชิดแบบนี้ อันดามันรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นระรัวเร็วกว่าเดิม

ก็เลยเสนอเพื่อนมาให้อา ทั้งที่รู้ว่าอาไม่มีหัวใจอย่างนั้นเหรอ มิ้มนี่ช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีจริงๆ เลยนะ

ภีมภัทรว่าประชดอย่างแสบทรวงพลางเหยียดยิ้มเยาะหยัน ทำให้อันดามันถึงกับเดือดดาลขึ้นมาทันที

ถ้าเลือกได้มิ้มก็ไม่อยากให้หยีชอบผู้ชายอย่างอาหรอก แต่ในเมื่อหยีชอบอาภีม มิ้มก็แค่อยากช่วยให้หยีสมหวัง” ใบหน้ารูปไข่ขาวเนียนเชิดขึ้นและขึงตาใส่คนเป็นอาอย่างเคืองขุ่น

“อ้อ...ริอ่านจะทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักนี่เอง ไม่กลัวว่าจะเป็นวัวพันหลักเสียเองหรือไง คำโบราณว่าไว้ไม่คิดจะกลัวหน่อยเหรอ”

“ไม่กลัวค่ะ เพราะมิ้มไม่มีวันคิดอะไรกับอาแบบนั้น มิ้มเกลียด อา” เสียงหวานประกาศดังลั่น

อาเพิ่งรู้นะว่าเราเกลียดอาภีมภัทรหัวเราะเบาๆ ไม่ได้มีทีท่า จะเดือดร้อนอะไรกับคำว่า เกลียดที่หลุดจากปากหลานสาวเลยสักนิด

งั้นก็รับรู้ไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยว่ามิ้มเกลียดขี้หน้าอา

เกลียดมากแค่ไหน

เกลียดที่สุด!

อาชักอยากรู้แล้วสิ ว่าความเกลียดของมิ้มมันจะรสชาติเป็นยังไง

พูดจบมือข้างหนึ่งที่ว่างจากการกอดเอวเล็ก ก็ตวัดขึ้นมาช้อนไว้ที่ท้ายทอยของอันดาอันแล้วตรึงเอาไว้ ทำให้หญิงสาวเอนตัวหนีไปไหนไม่ได้อีก

อาภีมจะทำอะไร! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ปล่อยมิ้ม อุ๊บ...

เสียงร้องอุทานในตอนท้ายเงียบกริบลงไป เพราะโดนภีมภัทร ประกบปากและจูบอย่างเร่าร้อน หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมือของภีมภัทรที่ตรึงอยู่ท้ายทอยของเธอนั้นแข็งแรงเหลือเกิน

ภีมภัทรบดคลึงใช้ความมากชั้นเชิงบีบบังคับให้เรียวปากอิ่มเผยอขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายรุกเร้าแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มชื้นด้วยลีลาชิวหาสวาท

ทันทีที่ลิ้นของอาหนุ่มพุ่งวาบเข้ามาสะกิดกับลิ้นนุ่มภายในปาก อันดามันก็รู้สึกเสียววูบและคล้ายดั่งว่าร่างกายไม่ได้ถูกสั่งการด้วยสมองอีกต่อไป

อย่าค่ะอา...อย่า...

ปากอิ่มพยายามจะร้องห้ามปราม ทว่าเสียงที่ร้องออกมาช่างผาดแผ่วเหลือเกิน เขาจูบเต็มอารมณ์สวาทโดยไม่คิดว่าเธอคือหลาน สาวแม้แต่น้อย ซ้ำยังเลื่อนไล้มือใหญ่ขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกไปทีละเม็ดอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานสาบเสื้อสีขาวก็แยกจากกัน ร่างกายท่อนบนจึงเหลือแต่เพียงบราเซียร์แบบครึ่งเต้าที่โอบประคองสองทรวงอกสาวเอาไว้เพียงช่วงล่างเท่านั้น

มือของภีมภัทรประกบลงที่เต้าทรวงกลมกลึงทั้งสองข้าง ขยำคลึงและใช้อุ้งมือเสียดสีตรงปลายถัน ไม่นานเม็ดบัวก็เริ่มแข็งตัวเต่งเสียดสีกับบราเซียร์ที่เธอสวมอยู่จนเสียววาบไปหมด

ท่ามกลางกระแสความวาบหวามที่แผ่ซ่านเป็นริ้วๆ ไปทั่วร่าง คนถูกรุกรานพยายามกลั้นเสียงครางของตัวเองไว้อย่างเต็มที่ แต่คนมากชั้นเชิงกว่าดูออกว่าตอนนี้เธอกำลังมีอารมณ์ร่วมแค่ไหน เพราะร่างเล็กนั้นอ่อนระทวยไปหมด จึงไม่รีรอที่จะใช้มือถลกขอบบราเซียร์ด้านบนให้เลื่อนลงมาด้านล่าง เพียงเท่านั้นเนื้อแท้อวบอิ่มขาวโพลนก็เปลือยโล่ง

เขาเพ่งมองความงดงามนั้นเพียงครู่เดียว แต่ก็ครางฮึมอย่างพอใจ ก่อนจะใช้ลิ้นตวัดเลียละเลงเลียวนไปรอบๆ เม็ดบัวสีชมพูจน ยอดทรวงสาวไหวระริกแข็งชันขึ้นภายใต้อุ้งปากของเขา

อาภีม...อย่าค่ะ...อย่ารังแกมิ้มอีกนะมิ้มเกลียดอา

ปากร่ำร้องว่าไม่ให้เขารังแก แต่อกสาวกลับแอ่นหยัดตอบสนอง อันดามันสับสนไปหมด ลิ้นเขาช่างชื้นสากเหลือเกิน แต่ทำไมเวลาที่ถูกเขาโลมเลีย เธอกลับร้อนวูบวาบไปสองเต้าทรวงเช่นนั้น

ภีมภัทรมีหรือจะสนคำว่าเกลียดของหลานสาว ก็ในเมื่อมันหอมหวานฉ่ำร้อนขนาดนั้น ปากร้อนอ้าครอบเม็ดบัวพร้อมกับใช้ลิ้นดุนวนคลึงเคล้าไปรอบๆ เม็ดหวานอย่างชำนาญ ทำเอาความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสองเต้าสาวอย่างรุนแรง อันดามันถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หมดเรี่ยวแรงจึงปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์และครางออกมาเป็นระลอก

โอว...อาภีม

ภีมภัทรคลุกเคล้าไปทั่วทรวงอกอิ่มอีกข้างอย่างไม่มียั้งตัวเอง ส่วนข้างเดิมใช้นิ้วบี้คลึงไปพร้อมกันจนร่างอรชรสั่นสะท้านแล้วสะท้าน อีก

ความหฤหรรษ์ที่ทั้งวาบหวามและร้อนซ่าน ทำให้มือเรียวยก ขึ้นโอบศีรษะได้รูปแล้วกดให้ใบหน้าหล่อเหลาลงมาคลุกเคล้าแนบชิดกว่าเดิม อันดามันแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป รู้แต่เพียงว่าอยากให้ปากร้อนๆ นั้นดูดดื่มเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม เหมือนว่า ที่เขาทำอยู่มันยังไม่พอกับความต้องการของเธอ

 

       สายน้ำผึ้งซึ่งยืนรออยู่หน้าห้องเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนสาวเข้าไปในห้องของภีมภัทรนานผิดปกติ จึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปตามด้วยความเป็นห่วง ดวงตากลมโตกวาดมองไปยังห้องกว้าง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะถูกดึงให้หันไปตามเสียงครางกระเส่าที่แว่วมาจากหน้าห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ภาพที่เห็นทำให้ใบหน้าเนียนแดงก่ำในทันที ตอนแรกสายน้ำผึ้งนึกว่าภาพนั้นจะเป็นภีมภัทรกับผู้หญิงอื่นเสียอีก แต่เธอไม่ได้ตาฝาดแน่ ผู้หญิงที่กำลังถูกภีมภัทรกอดจูบอย่างเร่าร้อนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น...

       มิ้ม!

       เสียงที่อุทานขึ้นของบุคคลที่สามซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคยทำให้อันดามันได้สติและหลุดออกจากห้องภวังค์แสนวาบหวาม พร้อมกับกลับสู่โลกของความเป็นจริง หญิงสาวรีบหันหลังให้เพื่อนรักอย่างทำอะไรไม่ถูก ภีมภัทรจึงขยับมาช่วยกลัดกระดุม

       อย่ามายุ่งกับมิ้มนะ!” อันดามันแหวลั่นด้วยความโกรธขึ้ง

        “ถ้าอาไม่ยุ่งเมื่อไหร่จะติดกระดุมเสร็จล่ะ ติดผิดติดถูกอยู่แบบ นี้ เพื่อนมิ้มคงยืนรอขาแข็งพอดีมั้ง หรือว่าอยากโป๊ต่อหน้าเพื่อน

ภีมภัทรไม่ได้มีท่าทีจะกระดากอายสักนิดที่สายน้ำผึ้งเข้ามาเห็น มีแต่อันดามันคนเดียวที่ทั้งโกรธเขาทั้งโกรธตัวเองแล้วไหนจะเป็นห่วงความรู้สึกของสายน้ำผึ้งอีกล่ะ

       มิ้มเกลียดอา บอกว่าอย่ามายุ่ง!

อันดามันตะโกนใส่หน้าภีมภัทรอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขาเอื้อมมือช่วยกลัดกระดุมให้เสร็จ

อารู้แล้ว...อาไม่ใช่คนความจำสั้น อาก็แค่อยากรู้ว่าความโกรธ ของมิ้มรสชาติมันเป็นยังไง ตอนนี้รู้แล้วล่ะว่ามันทั้งหวานทั้งร้อน

ภีมภัทรจงใจยั่วให้อันดามันโกรธยิ่งกว่าเดิม

เลวที่สุด!

อันดามันรั้งอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ยกมือขึ้นจะฟาดที่ใบหน้าหล่อๆ ของเขา แต่ภีมภัทรฉวยข้อมือของเธอไว้ได้ทัน!       

อย่าทำตัวก้าวร้าวกับอา อาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนตบหน้า ถ้ามิ้มคิดจะทำ คราวนี้อาจะจูบให้หนักกว่าเดิมและจะไม่ทำแค่กอดจูบลูบคลำหรอกนะ ไม่สนด้วยว่าเพื่อนมิ้มจะยืนดูอยู่

ภีมภัทรจ้องตาอย่างเอาจริง กระตุกข้อมือเล็กแล้วรั้งร่างบางเข้ามาใกล้ ทำท่าเหมือนจะจูบอีก อันดามันกลัวจนลนลานรีบสะบัดมือ ออก พอเป็นอิสระก็ด่าทอเขาอีกครั้งเพื่อระบายความคับแค้น       

คนเลว! หยาบคายที่สุด!

ร่างอรชรรีบขยับเข้าไปหาสายน้ำผึ้งที่ยืนนิ่งงันเป็นหุ่นขี้ผึ้ง จากนั้นก็ฉุดข้อมือของเพื่อนสาวพากันออกไปจากห้องของภีมภัทร โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมองตามด้วยประกายตาบางอย่างพร้อมกับยกมือแตะริมฝีปากตัวเองแล้วยิ้มร้าย 

มิ้มขอโทษนะหยี อันดามันเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกด้วยน้ำตาคลอเบ้า หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน

       ขอโทษเรื่องอะไรมิ้ม

       เรื่องที่อาภีมกับมิ้ม...” อันดามันพูดไม่ออกและไม่อยากจะคิด เลยว่า ถ้าเมื่อครู่นี้สายน้ำผึ้งไม่เข้าไปขัดจังหวะเรื่องจะเลยเถิดไปถึงไหน

       มิ้มก็แค่ทำตามหัวใจตัวเอง มิ้มจะมาขอโทษหยีทำไม

น้ำเสียงของสายน้ำผึ้งอ่อนโยนเต็มไปด้วยการปลอบประโลมและเข้าใจสถานการณ์ดี ตั้งแต่คบกันมาเธอยังไม่เคยเห็นอันดามันมีอาการสับสนและทำหน้าเจื่อนเหมือนจะร้องไห้แบบนี้มาก่อน

       ไม่จริง...มิ้มเกลียดอาภีม เกลียดความกักขฬะ เกลียดความมักง่ายของเขา หยีเองก็เลิกชอบอาภีมเถอะ อาภีมเป็นผู้ชายที่แย่ที่ สุด หยีก็เห็นมาสองครั้งแล้ว

       “อือ...” สายน้ำผึ้งพยักหน้า ไม่ใช่เพราะเธอเชื่อคำพูดของอันดามันที่บอกว่าให้เลิกชอบภีมภัทร เรื่องของหัวใจมันไม่มีใครสั่งใครได้หรอก เธอเข้าใจตอนที่เข้าไปเห็นภาพอันแสนวาบหวามระหว่างภีมภัทรกับอันดามันนั่นเอง แม้จะเห็นแค่ไม่กี่วินาที ทว่าปฏิกิริยาทางร่างกายที่สองหนุ่มสาวแสดงออกต่อกันนั้น มันช่างห่างไกลกับคำว่าคน เกลียดกันโดยสิ้นเชิง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


สนุกจังชอบพะเอกอะ
โดย Anonymous | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมากอยากอ่านต่ิอ
โดย Anonymous | 1 year, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha