เกมส์รัก วิวาห์ลวง

โดย: เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : นางแบบจำเป็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 บทที่ 7 นางแบบจำเป็น

ซี้ดดดดด อ่า เอสคะ เสียง

ครางแห่งคาวมสุขสมดังก้องไป

ทั่วห้องนอนในคอนโดหรู

เมื่อร่างสะโอดสะองแอ่นกายรับแรงกระแทกของผู้ที่อยู่ด้านบนแขนทั้งสองข้างโอบคอให้หน้าหล่อ

โน้มลงมาสัมผัสริมฝีปากบางที่เคลือบ

ด้วบลิปสติกสีแดง  ลิ้นหนาพันเกี่ยวหาความหวานในโพรงปาก

ก่อนที่จะเร่งสะโพกให้หญิงสาวไปถึงฝั่งหล่อนเรียกชื่อของชายหนุ่มสลับ

กับเสียงครางฟังไม่ได้ศัพท์ มือจิกดึงผ้าปูที่นอนสีน้ำเงินเข้มจนยับยู่ยี่ 

และเขาก็ตามไปติดๆ

ทั้งสองนอนหายใจหอบเมื่อกิจกรรมบนเตียงสิ้นสุดลงมือหนาใช้กระดาษชิชู่จับไปที่โคนแก่นร้อนขนาดใหญ่แล้วรูดเอาปลอกอาวุธป้องกันที่เต็มไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่นออกโยน

ใส่ถังขยะใบย่อมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียง

หลังจากการดื่มกับเพื่อนรักในไนท์คลับทุกครั้งที่เค้าพบเจอหญิงสาวที่ละม้ายคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่เขาแอบรักเขามักจะพามาจบที่เตียงเสมอหากหญิงสาวยินดีที่จะมาด้วย และครั้งนี้

ก็เช่นกัน มือน้อยลูบคลำอยู่ที่แผงหน้าอกขาวของชายหนุ่ม พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนกระชับร่างบางเข้าไปกอด ริมฝีปากบาง

จูบที่ริมฝีปากหยักรัวๆ

            “นี่คุณอย่ายั่วผมนะ

แล้วคุณจะเหนื่อยอีกรอบ

ชายหนุ่มไม่รอช้าซุกไซร้ใบหน้าเข้าหาลำคอระหงส์ก่อนที่จะใช้มือบีบเค้นเนินเนื้ออกพอดีมือร่างอรชรเบียดตัวเองขึ้นคร่อมร่างสูงคราวนี้หล่อนจะเป็นคนคุมเกมส์เอง

            “ใจเย็นสิที่รัก ขอผมใส่อาวุธก่อน

พูดไปมือหนาก็ควานหากล่องถุงยางที่พึ่งแกะใช้ไปเมื่อครู่คงจะยู่แถวๆใต้หมอน ควานหาได้ไม่นานก็เจอของที่ต้องการและจัดการสวมใส่อาวุธป้องกันทันที กิจกรรมเข้าจังหวะก็ได้เริ่มอีกครั้งเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็จัด

การสวมปลอกนิรภัยให้กับแก่นกายขนาดใหญ่ของเขา เจ้าหล่อนก็ใช้ปากขบเค้นไปที่ซอกคอเพื่อไม่ให้ขาดตอน

แม้จะมีหญิงสาวเข้ามาเรื่อยๆแต่ก็ไม่มีใครสามารถเติมเต็มช่องว่างในหัวใจเขาได้สักคน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

เขาไม่ติดต่อกับผู้หญิงที่ผ่านรักข้ามคืนนั่นแม้ว่าพวกหล่อนพยายามจะติดต่อมากเพียงได

……………………………………………………….

ตายแล้ว ตายๆๆๆ ฉันตายแน่ๆ

เสียงพูดร้อนรนของ เจ้แหม่มกระเทยร่างใหญ่พูดอย่างกระวนกระวายสายตาจับจ้องไปที่สมาทโฟนเมื่อครู่ที่พึ่งวางสายจากใครบางคน

            “เกิดอะไรขึ้นครับ พี่แหม่ม

ศิลป์ชายหนุ่ม วัยสามสิบพอดีเอ่ยขึ้นหลังจากที่เซ็ตระบบกล้องดิจิตอลราคาหลักแสนเสร็จเรียบร้อย

            “ก็นายแบบที่น่ะสิ เกิดเมาแฮงค์มาถ่ายแบบไม่ไหว พี่ก็ย้ำแล้วนะว่ามีถ่ายงานวันนี้ตอน 6โมงเช้าน่ะ นี่จะ 8โมงอยู่แล้ว อีกไม่นานช๊อปก็จะเปิดแล้วเนี่ย โอ้ยยย แล้วฉันจะทำยังไงดี

พูดจบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ก็นวดคลึงที่ขมับของตัวเองหวังคลายความเครียด         วันนี้มีการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าอุปกรณ์กีฬาแบรนด์โครนอส จึงเลือกสถานที่ถ่ายแบบเป็นช๊อปที่มุกดาวทำงานอยู่เนื่องจากขนาดที่กว้างขางและมีอุปกรณ์ครบครัน

ฝ่ายการตลาดจึงเลือกที่นี่ แต่ทว่าปัญหาดันเกิดขึ้นเสียก่อน ตอนนี้ช่างกล้อง ฉากไฟ คอสตูม ช่างแต่งหน้าก็พร้อมทุกอย่างแล้ว

ขาดอย่างเดียวคือ นายแบบที่จ้างวานยังไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา

            “มีอะไรกันรึปล่าวคะ พี่เจตทำไมวันนี้ดูวุ่นวายแต่เช้าเลย มุกดาวก้าวขาเข้ามาภายในช๊อปยังไม่ทันได้ตอกบัตรก็ถามเจตรินผู้จัดการ

สาขาที่ยืนถือถาดใส่แก้วน้ำใว้คอยบริการทีมงาน

            “อ๋อวันนี้ทางฝ่ายการตลาดแจ้งมาว่า ใช้ช๊อปเราถ่ายแบบโฆษณาน่ะแต่ว่านายแบบสองคนที่รับงานยังไม่มา

เลยวุ่นวายนิดหน่อย เจตรินตอบคนตัวเล็กพร้อมกับก้มๆเงยเก็บ

แกว้พลาสติกที่ใช้แล้ววางบนถาด

            “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง มุกขอตัวไปเตรียมตัวทำงานก่อนนะคะมุกดาวกำลังถอดเสื้อแขนยาวเพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อวอร์มซึ่งเป็น

ยูนิฟรอมของพนักงานประจำร้านควานหากุญแจล๊อกเกอร์ในกระเป๋าเป้

            “จำได้ว่าอยู่ในช่องนี้นี่นาไปหล่นอยู่มุมไหน ร่างบางเดินวนหากุญแจโดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อวอร์มจนไปพบกับใครคนนึงที่วุ่นกับการโทรหาใครบางคน

            “อุ้ย ขอโทษค่ะ มุกไม่ทันมองว่ามีคนอยู่ตรงนี้

หญิงสาวขอโทษขอโพยชายในร่างหญิงที่ทุกคนเรียกว่าเจ้แหม่ม เจ้แหม่มนั้นเป็นเอเจนซี่มีเด็กในสังกัดหลายร้อยคนรับงานถ่ายแบบโฆษณาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้ารองเท้ารวมไปถึงโฆษณาทางทีวีที่โด่งดัง

ก็เป็นบริษัทของเจ้แหม่มด้วยกันทั้งสิ้น

            “ไม่เป็นไรจ่ะ หนูชื่ออะไรนะคะเจ้แหม่มถามพร้อมกับมองร่างบางที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงาม และไปสะดุดเอาตรงหน้าท้องที่มีซิกแพคเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

            “มุกดาวค่ะ เรียกว่ามุกเฉยๆก็ได้

           “มุกดาวจ๊ะ ช่วยอะไรพี่อย่างสิ เจ้แหม่มจับที่แขนหญิงสาวอย่างเอ็นดูยิ้มให้อย่างมีเลศนัย

สาม สอง หนึ่ง แช๊ะ! เสียงชัตเตอร์

ดังสลับกับเสียงบอกสัญญาณการจับภาพ ศิลป์ เป็นตากล้องมืออาชีพในบริษัทของ

เจ้แหม่ม ผมหยักศกถูกมวยขึ้นอย่างลวกๆถึงหนวดเคราที่ดูรังรังก็มิอาจบดบังใบหน้าที่หล่อคมของเขาได้แม้แต่น้อย

            “คราวนี้ให้นายแบบอุ้มนางแบบขึ้นโดยใช้มือยกที่ต้นขานะครับตากล้องมืออาชีพอธิบายการโพสท่าให้นางแบบกับนายแบบให้เข้าใจง่ายที่สุด

เจตรินที่ถูกรบเร้าให้มาเป็นนายแบบจำเป็นใช้แขนแกร่งอุ้มโดยยกที่ต้นขานวลของมุกดาวที่อยู่ในชุดออกกำลังกายขาสั้นรัดรูปที่เห็นแก้มก้นนวลวับๆแวมๆกับสปรอตบราเซ็กซี่ผมยาวประบ่าถูกดัดให้เป็นลอนคลายๆ

ดูเป็นธรรมชาติ ขึ้นเหนือศรีษะของตัวเอง

            “ดีครับ มองหน้ากันนะครับ ดีครับค้างใว้ศิลป์ผู้เป็นตากล้องพูดพร้อมกับกดชัตเตอร์รัวๆ

        “เรียบร้อยครับ เตรียมถ่ายเซ็ตต่อไปสิ้นเสียงของตากลล้องเด็กทีมงานก็กรูกันเข้ามายกฉากและอุปกรณ์เตรียมถ่ายเซ็ตสุดท้ายคือโซนขาย

อุปกรณ์ทางน้ำ

            “เร็วซับหน้าหน่อยเร็วเจ้แหม่มกวักมือเรียก

คอสตูมที่แปลงโฉมมุกดาว

ให้เป็นนางแบบสุดเซ็กซี่มา

เติมเครื่องสำอางค์ให้กับนางแบบนายแบบจำเป็น

มุกดาวเปลี่ยนเป็นชุดบิกินี่สีฟ้าสลับขาวเป็นลายทาง ส่วน

เจตรินนายแบบจำเป็นของเราอยู่ในชุดว่ายน้ำโชว์ให้เห็นสัดส่วนของร่างกายทั้งทั้งแขนที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด หน้าอก ซิกแพคเรียงกันได้รูป

            “นี่ผู้จัดการของเราหุ่นน่าเคี้ยวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย พนักงานคนหนึ่งซุบซิบกับเพื่อนร่วมงาน

            “กล้องพร้อม นะครับ นางแบบชิดนายแบบหน่อยครับ เจ้แหม่มจัดท่าให้หน่อยเสียงตากล้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าของงาน 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วจึงเดินเข้าไปจัดท่าทางนายแบบนางแบบให้ดูเหมือนเป็นคู่รักกัน

            อ้าว มาได้แล้วเหรอ พ่อคนดีไปรีบเปลี่ยนชุดเลยเร็วจะได้มาถ่ายเซ็ตสุดท้ายเจ้แหม่มที่กำลังจัดท่ามางให้กับนาง

แบบนายแบบจำเป็นหันมาพูดกับนายแบบที่พึ่งจะมาถึง

            อดัมนายแบบมืออาชีพอายุเพีย19 ปี ผ่านงานภ่ายแบบและละครทางโทรทัศน์มาบ้างแล้ว เจ้าของส่วนสูง183 เซ็นติเมตรร่างกายสมส่วนที่นั่งรถมอเตอร์รับทำให้ผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

 นายแบบที่มาใหม่ทำให้การทำงานผ่านปเร็วกว่าที่คิดด้วยความเป็นมืออาชีพทำให้หญิงสาวไม่เกร็งและงานออก

มาเป็นธรรมชาติอย่างที่เจ้แหม่ตั้งใจให้เป็น

            เจตรินกับมุกดาวไม่ใช่นางแบบนายแบบมืออาชีพจึงทำให้การทำงานล่าช้าไปจนเวลาล่วงเลยไปถึง บ่ายสองโมง

 สเปนเซอร์ เอวา โครนอส ที่พึ่งมาถึงช๊อปเมื่อเห็นภาพเมียว่าจ้างของตนเองกำลังกอดโอบกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แถมยัง

ใส่บิกินี่โพสท่าถ่ายรูป ก็ถึงกับโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที

            “ดีครับ นายแบบโอบนางแบบจากด้านหลังแล้วเอาคางมาชิดที่ใบหน้านางแบบ อย่างนั้นแหละครับดีมา….”

พลุบ! ยังไม่ทันที่ตากล้องได้รัวชัตเตอร์ร่างสูงก็ก้าวขาฉับๆฝ่าวงล้อมของทีมงานที่รายล้อมดูการทำงานอยู่รอบๆ

            “ว้าย !” มุกดาวถูกกระชากแขนออกมาจากอ้อมกอดของนายแบบหนุ่มทันที แรงกระชากทำให้หญิงสาวทรงตัวไม่อยู่เนื่องจากรองเท้าส้นสูง

ที่ใส่เพราะจากความสูงที่ห่างกันอย่างมากระหว่างนายแบบ อดัม จึงต้องพึ่ง

รองเท้าสั้นเข็ม ทำให้เธอโซเซตามแรงดึงของสามีปลอมๆของเธอ มายังห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นเจ้านาย สร้าง

ความงุนงง กับพนักงาน และทีมงาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเจตรินผู้จัดการหมุ่นในกางเกงว่ายน้ำตัวจิ๋ว

            “นี่มันอะไรกัน แต่งตัวทุเรศๆแบบนี้ แถมยังไปโอบไปกอดกับใครก็ไม่รู้ หน้าด้าน!” สเปนเซอร์สาดคำพูดทิ่มแทงให้กับหญิงสาวทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง

            “ปล่อยนะคะมุกเจ็บหญิงสาวพยายามแกะมือเหนียวที่ตอนนี้บีบข้อมือของเธอแน่นจนเลือดไม่เดินไปหล่อเลี้ยง

            “เจ็บสิดี อยากโชว์นักใช่ไหมผมจะได้แก้ผ้าคุณแล้วถ่ายรูปลงอินเตอร์เน็ตเลยดีมั้ย ปากพูดมืออีกข้างก็รั้งสายบิกินี่จนเกือบจะ

หลุดแหล่มิหลุดแหล่ ดีที่หญิงสาวใช้มือจับใว้

            คุณ มันบ้าไปแล้ว ตุ๊บ พลัก!ร่างบางที่ดึงตัวเองจากการกอบกุมของ

คนตัวสูงจนพลาดล้มลงไปกองกับพื้น รองเท้าที่สูงพลิกทำให้เธอเจ็บแปลบที่ข้อเท้าทันที

            โอ้ย  !!.มุกดาวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดมือกุมไปที่ข้อเท้าน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวด

เจ็บที่กายไม่เท่าไหร่เจ็บที่ใจนี่

สิมากกว่า คำพูดที่เจ็บแสบ

และการกระทำอันป่าเถือน

คนอะไรไม่เหตุผลเอาเสียเลย

สเปนเซอร์ก้มหน้ามองดูภรรยาว่า

จ้างของตัวเองที่นั่งพับเพียบมือ

สองข้างกุมไปที่ข้อเท้าเอาแต่ก้

หน้าเงียบงัน สมน้ำหน้าเที่ยว

ไปให้ท่าผู้ชายไปทั่ว นี่ถ้าเขา

ไม่มาเห็นป่านี้คงไปถึงไหนต่อไหนคนตัวสูงที่ปล่อยให้อารมย์อยู่เหนือเหตุตัดสินเพียงภาพที่เห็นเขาถอดเสื้อสูทตัวนอกแล้วคลุมให้กับภรรยาสาวที่นั่งร้องไห้เงียบๆอยู่ที่พื้น

            “ใส่ซะแล้วออกไปจาก

ห้องของผม ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณคำพูดทำร้ายจิตรใจสาดเข้าไปบาดลึกหัวใจดวงน้อยให้มีแผลเพิ่ม

ขึ้นไปอีก  มุกดาวรวบรวมกำลังพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ข้อเท้าข้างขวาที่ได้รับบาดเจ็บนั้นไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย มุกดาวเดินกระเผลกออก

มาจากห้องทำงานของสามีปลอมๆได้ไม่ไกลนัก เจตรินที่ยืนเฝ้าสถานการณ์อยู่จึงรีบเข้ามาพยุงหญิงสาว

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอมุก แล้วนี่ไปทำอะไรมาถึงได้เดินกระเผลกแบบนี้

เจตรินยิงคำถามรัวจนคนถูกถามตอบไม่ทัน

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ รองเท้าส้นสูงมุกเดินไม่ระวัง เลยขาพลิกน่ะค่ะ หญิงสาวใช้มือปาดน้ำตาแบบลวกๆแล้วก้มมองดูข้อเท้าของตัวเองที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง

            “อ้อ อยู่นี่เอง พี่เดินหาเสียตั้งนานเสียงของเจ้แหม่มดังขึ้นจากทางด้านหลังทั้งสองหันไปมองทันที

            “นี่คือ ค่าเสียเวลาของน้องและนี่คือนานบัตรของพี่

พี่สนใจอยากร่วมงานกับน้อง

นะคะหวังว่าน้องจะติดต่อมา เจ้แหม่มชายในร่างหญิงยื่นซองสีขาวพร้อมกับแนบนามบัตรให้หญิงสาว

            “ขอบคุณนะคะพี่ มุกดาว

ยื่นมือออกไปรับซองพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ

            “เดี๋ยวพี่ไปจัดการเก็บของ

เตรียมตัวกลับก่อนนะคะ

อ้อ แล้วก็ขอบคุณเจตริที่เอื้อเฟื้อสถานที่แล้วก็ทั้งสองคนเลยนะคะงานออกมาดีกว่าที่คิดใว้อีกค่ะ พี่ไปก่อนนะก่อนที่เจ้แหม่มจะหันหลัง เธอก็หัน

กลับยังทั้งสองที่ก้มๆเงยๆดูข้อเท้า

            “เอ่อ ขอถามหน่อยสิ เป็น

แฟนกันรึปล่าวคะเนี่ย

            “ป่ะ ปล่าวครับเป็นแค่เพื่อนร่วมงานน่ะครับ

เจตรินพูดพลางยกมือขึ้นมาลูบศรีษะด้วยความขวยเขิน

            “ดูเหมาะสมนะคะ พี่คิดว่า

เป็นแฟนกันเสียอีก

เจตรินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ใช่แค่เจ้แหม่มคนแรกที่พูดแบบนี้ ก่อนหน้านี้พนักงานในช๊อป ก็ลุ้นให้ทั้งสอง

คนลงเอยกันแต่ก็เป็นได้แค่เพื่อนร่วมงาน

                        คงไม่ได้หรอกครับเพราะมุกดาวเป็นภรรยาของผมสเปนเซอร์ระงับอารมณ์ลงถึงได้เดินออกมาดูภรรยาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

บังเอิญผ่านมาได้ยินบทสนธนาของคนทั้งสามพูดคุยจึงถือโอกาศนี้ประกาศให้เจตรินรู้สถานะของเขาและเธอจะ ได้ไม่มายุ่มย่ามกับคนของเขาเสียที

เขากระแทกเสียงพูดจนมุกดาวหลุบตามองต่ำที่พื้นไม่โต้ตอบอะไร

            “สัวสดีค่ะ คุณคือ คุณสเปนเซอร์ เอวา โครนอส

ใช่มั้ยคะดิฉันเคยเห็นคุณตามนิตยาสารน่ะค่ะไม่ยักรู้ว่าตัวจริงจะหล่อขนาดนี้ เจ้แหม่ม

พูดขึ้นโดยหวังว่าสถานการณ์ที่อ

บอวลไปด้วยอารมย์คุกล่นจะเบาบางลงได้บ้าง

            “ขอบคุณมากนะคะ ที่

วันนี้ให้ยืมสถานที่ในการทำงานแถมนางแบบนายแบบฝึกหัดก็น่ารักเหลือเกิน ขอตัวก่อนนะคะ

พูดจบเจ้แหม่มก็รีบสาวเท้าเดินจากไป

ปล่อยให้เจตรินงงกับคำพูดของ

เจ้านายอย่างมาก มุกดาวไปเป็น

ภรรยาของสเปนเซอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่

            “เอ่อ มุกขอตัวไปเปลี่ยน

เสื้อผ้าก่อนนะคะ หญิงสาวบอกกับผู้จัดการหนุ่มก่อนที่จะไปสบตากับ

สามีปลอมๆของเธอที่จ้องเธอตาไม่กระพริบ  สเปนเซอร์สับสนในใจทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นมุกดาวใส่ผ้าน้อยชิ้นแถมยืนโอบกอดกับผู้ชายอีกด้วย       ก่อนที่ร่างบางถูกพยุง

ด้วยลำแขนแกร่งของเจตริน

            “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวฉันพามุก

ดาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง นายเป็น

แค่เพื่อนร่วมงานคงมันไม่เหมาะ

เจตรินค่อยๆวางหญิงสาวลงช้าๆ

โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะถูก

ช้อนร่างด้วยผู้เป็นเจ้านาย

คำถามมากมายผุดขึ้นในความคิดเพราะสเปนเซอร์ผู้เป็นนายจู่ๆก็

ประกาศลั่นว่ามุกดาวเป็นภรรยาของเค้ามันเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้น และถ้าเขาเดาไม่ผิดมุกดาวที่กำลังได้รับ

บาดเจ็บสาเหตุน่าจะมาจากเขาแน่นอน

ได้แต่เก็บความอยากรู้ใว้ในใจ

      ร่างบางถูกอุ้มขึ้นโดยสามีผู้ว่าจ้าง

อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นของเขาที่แนบ

ชิดกับข้างใบหน้าสวยทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ในนั้น

ที่เขาทำเพราะห่วงเราจริงๆ

หรือทำเพราะแค่อยากจะแสดง

ให้เจตรินเห็นกันแน่ คิดแล้วก็

รู้สึกแน่นออก ไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้

สเปนเซอร์ค่อยๆวางร่างบางของภรรยาลงเบาๆที่โซฟาหรูในห้องทำงานของเขา

อย่างเบามือ พร้อมกับจับไปที่ข้อ

เท้าที่เริ่มจะบวมขึ้นมาเล็กน้อย

และถอดรองเท้าส้นเข็มออกอย่าง

เบามือ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันนี่เขาทำเธอเจ็บขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

            “รออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวผมไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน พูดจบ

ก็รีบสาวเท้ายาวๆออกจากห้องไปทันที

คนบ้าตบหัวแล้วก็ลูบหลัง มุกดาว

คิดในใจ เธอสบสนกับอารมย์ที่ขึ้นๆ

ลงๆของเจ้านาย เดี่ยวก็ร้ายเดี๋ยว

ก็มาทำดีด้วย รับมือไม่ถูก

      ไม่นานนักสเปนเซอร์ก็มาพร้อม

กับสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นถ้าเดา

ไม่ผิดเขาน่าจะหยิบมาจากแผนกกีฬาทางน้ำ

            “ผมไม่รู้ว่ากระเป๋าคุณอยู่ที่ไหนเลยหยิบจากในช๊อปก่อน รีบเปลี่ยนเถอะ

ผมจะได้พาคุณไปโรงพยาบาล

ดูสิช้ำหมดแล้ว ท่าทางเขาดู

กระวนกระวายใจไม่น้อย

หญิงสาวไม่ได้พูอะไรนอกจาก

ยื่นมือไปหยิบเสื้อผ้าที่เขายื่นให้

            “เอ่อ ผมจะหันหลังแล้วกันนะ

แล้วคุณก็จัดการ เอ่อ เปลี่ยนเสื้อผ้า

สเปนเซอร์พูดอึกอักแล้วหน้าไปอีกทาง

ปล่อยให้หญิงสาวจัดการตัวเอง

มุกดาวเพียงใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นทับชุดบิกินี่เป็นอันเสร็จเรีบยร้อย

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ เสียงหวานเอ่ยขึ้น

            “ป่ะเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะเดี๋ยวห้าโมงเราต้องไปทานข้าวที่บ้านกับ

คุณแม่ของผม ชายหนุ่มเดินเข้ามาอุ้มหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โซฟาแล้ว

เดินออกจากห้องทำงานทันที

            “ข้อเท้าพลิกน่ะครับ

ช่วงสองสามวันนี้อย่าพึ่งเดินมากนะครับหมอจะให้ยาแก้ปวดยาแก้อักเสบแล้วก็ยาคลายกล้ามเนื้อไปทาน

นะครับถ้ายังไม่ดีขึ้นให้มาหาหมออีกทีหมอหนุ่มแผนกกระดูกและข้ออธิบายอาการบาดเจ็บของหญิงสาวให้

เสเปนเซอร์และมุกดาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหมอโดยมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่กั้นระหว่างกลางฟัง ก่อนที่จะตวัดปลายปากาลงใบสั่งยาแล้ว

ยื่นให้กับพยาบาลวันกลางคนที่ยที่อยู่ข้างๆ

            “คุณประกอบอาชีพอะไรครับเดี๋ยวผมจะเซ็นใบลาหยุดให้หมอ

หนุ่มใจดีถามหญิงสาว

            “เป็นพนักงานร้านขายอุปกรณ์กีฬาค่ะมุกดาวตอบ

            “งั้นหมอจะให้คุณหยุดประมานห้าวันนะครับ แล้วภายในหนึ่งเดือนห้าม

เล่นกีฬาทุกประเภทอีกด้วยนะครับระหว่างนี้ให้คุณสามีช่วยดูแลและระวังการเข้าห้องน้ำการอาบน้ำให้ภรรยาด้วยนะครับเผื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะ

ได้ช่วยได้ทัน หมอหนุ่มพูดเสียยาวเหยียดทำเอาหญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่หมอพูดคำว่า สามี ภรรยา

เธอลอบมองชายหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่า

เป็นสามีของเธอสีหน้าของเขาเจือไปด้วยความวิตกกังวล ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยเสน่ห์นั้นดู

เรียบขรึม ไร้ความรู้สึกเสียจนมุกดาวอดคิดไม่ได้ว่าเขานั้นคิดอะไรอยู่หลังจากที่รับยาและชำระเงินที่เคาน์เตอร์

โดยสเป็นเซอร์เป็นคนจัดการเอง

ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ช่วยพยุงร่างบางของภรรยาว่าจ้างสาวมา

ที่รถพร้อมกับเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งข้างคนขับกอ่นที่ จะอ้อมไปเปิด

ประตูรถอีกทาง เมื่อเขาขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัยรถยนต์แล้ว ก็ล้วงเอากล่องกำมะหยี่สีแดงรูปหัวใจออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วเปิดกล่อง

ทำให้มุกดาวถึงกับตาโตไม่ใช่เพราะเห็นแหวนเพรชที่อยู่ในนั้น แต่เป็นเพราะว่าเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะได้มี

โอกาศนี้ โอกาศที่จะมีชายหนุ่มรูปงามมาเปิดกล่องสีแดงและมอบแหวนให้กับเธอ

            “นี่เป็นแหวนเพื่อแสดงให้คุณแม่ของผมเชื่อจริงๆว่าผมกับคุณแต่งงานกันแล้ว

พูดจบเขาก็สวมใส่ให้กับหญิงสาว มุกดาวมองแหวนเพรชเม็ดงามบนนิ้วข้างซ้ายของตัวเองแล้วก็อยากจะร้องไห้มากกว่ายินดี

  ถ้าเลือกได้ เธออยากให้แหวนที่อยู่บนนิ้วของเธอตอนนี้เป็นแหวนวงเล็กๆที่มาจากความรักความจริงใจมาก

กว่าผู้ชายที่ว่าจ้างเธอเช่นนี้

 

 

 

 

 

 

                     

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"มาเป็นกำลังใจให้หนุ่มหน้ามนต์ตาน้ำข้าวอย่าง เสปเซอร์ เอวาโครนอสกันด้วยนะคะ เรื่องที่แล้วกินแห้วเพราะโยทะกาไม่รับรัก มาเรื่องนี้พี่จะยอมกินแห้วอีกหรือปล่าวอย่าลืมให้เหรียญกำลังใจด้วยนะคะ เนื้อหาในเรื่องไม่เกี่ยวกับเกมส์รักจอมอสูรแต่อย่างใดแค่นำพระรองเจากเรื่องนั้นมาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ"

เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha