เกมส์รัก วิวาห์ลวง

โดย: เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : กับดักหัวใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 9

กับดักหัวใจ

            เธอเป็นบ้าอะไรทำไมถึงใส่เสื้อคลุมอาบน้ำทับชุดนอนอย่างนั้น สเปนเซอร์ดีดตัวขึ้นทันทีเมื่อเห็นภรรยาสาวในชุดคลุมอาบน้ำกับ

กางเกงนอนขายาวที่โผล่พ้น

ใต้เสื้อคลุมออกมา

            “ก็มุกไม่ชินนี่คะ ตอนกลางคืนหากคุณละเมอปล้ำมุกขึ้นมาเผื่อการ

ที่มุกใส่เสื้อผ้าที่ถอดยากคุณ

จะได้หมดอารมย์ก่อน

  ร่างสูงหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูทัน

ทีที่คำพูดแสนจะตรงไปตรงมา

ของภรรยาสิ้นสุดลง เขาโกรษ

ที่หญิงสาวพูดคล้ายกับว่าเขา

พยายามอดกลั้นอารมย์นั้นใว้

โอ้ย ฉันเป็นคนที่จะต้อง

พูดคำนั้นมากกว่านะ

เธอไกลมาตรฐานของ

ฉันเป็นโขล ร่างถึกตึก

นรกอย่างเธอไม่ใช่สเปคฉัน

คนตัวสูงพูดอย่างเด็ดขาด

            “’งั้นก็ดี ถ้าคุณผิดสัญญา

เมื่อไหร่หน้าที่ของฉันถือว่าเป็นโมฆะ

แล้วคุณต้องโอนค่าจ้างที่เหลืออีก

ครึ่งนึงให้ฉันทันทีคนตัวเล็กที่เต็มงไปด้วยกล้ามเนื้อแขงแกร่ง สะบัด

หน้าหนีหันไปอีกฝั่งของเตียง

กว้างที่มีหมอนข้างกั้นกลาง

หึ! เขาหันไปทำเสียงจิ๊จ๊ะ

อย่างหงุดหงิดที่หญิงสาวพูด

เรื่องผลประโยชน์ออกมา

ที่เธอฝืนทำทุกอย่างก็เป็นเพราะ

เงินตัวเดียวสินะทั้งหมดคงเป็น

การแสดงแค่ที่แนบเนียนของ

หญิงสาวแค่นั้น เธอไม่ได้ตั้งใจ

จะเข้าเติมเต็มช่องว่าบ้าบออะไร

นั่นสักหน่อย

   เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง

มุกดาวที่นอนไม่หลับได้แต่นอน

พลิกไปพลิกมาจนคนที่

นอนข้างๆรู้สึกรำคาน

            “นี่ คุณ จะนอนได้รึยัง

ดิ้นปลาไหลโดนต้มเปรตขนาดนี้

ใครเค้าจะไปหลับลง ร่างสูงลุก

ขึ้นนั่งพร้อมกับดึงผ้าห่มมาทาง

เขาจนหมดเผยให้เห็นร่างบาง

ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ

นอนดิ้นอยู่บนเตียงนอน

            “ก็มันผิดที่นี่นา คุณเป็น

ผู้ชายทำไมไม่นอนไปโซฟา หรือ

ไม่ก็ไปนอนที่พื้นสิมุกดาวเหวใส่

            “คุณจะบ้าเหรอ ผมเป็น

เจ้าของห้องนี้ แล้วก็เป็นคน

จ้างคุณมาด้วยเงินที่ไม่ใช่น้อยๆ

เลยนะ แล้วทำไมผมต้องทรมาน

ตัวเองแบบนั้นด้วยไม่ทราบ พูด

จบก็ล้มตัวลงนอนทำเป็นไม่รู้ร้อน

รู้หนาว  ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างเตียง

ได้แต่พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

คนบ้าอะไรไม่มีความเป็น

สุภาพบุรุษเอาเสียเลย

            “อ้อ นี่ แล้วผมจะเตือนคุณ

อีกอย่าง บ้านผมน่ะผีอาม่า อากง

เค้าขี้เล่น ถ้ามีอะไรผิดสังเกตล่ะก็

หืยนั่นแหละ ใช่เลย เขาเอา

มือมาลูบที่ต้นแขนของตัว

เองทำท่าขนลุกขนชันก่อน

ที่จะมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา

 มุกดาวมองหันซ้ายหันขวา

ก่อนที่จะค่อยล้มตัวงนอน

ที่เตียงแล้วมุดคลุมโปงไปอีกคน

  คิก คิกๆ สเปนเซอร์ลอบ

หัวเราะในลำคอกับท่าทีของภรรยาสาว

            “หัวเราะอะไรไม่ทราบ ย่ะ

            “นี่ที่รัก คุณไม่ดูเลย

ว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว เวลานี้อ่ะ

เวลาผีตื่นนะคุณจะรอให้ผีออกมา

ขอส่วนบุญก็ตามใจ ตอนนี้ผมง่วงผม

ขอนอนก่อนนะ ไอ้คนบ้ามาวาง

ระเบิดแล้วก็หันหลังใส่ซะงั้น

หญิงสาวค่อยๆมองซ้ายขวา

แล้วมุดคลุมโปรงไปอีกคน

    เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น มุกดาวลง

มาเตรียมตัวช่วยแม่ครัวจัด

เตรียมอาหารเช้า อาการ

เจ็บปวดที่ข้อเท้าเริ่มดีขึ้นมา

บ้างแล้วเพียงแค่ตอนเดินยังรู้

สึกแปลบๆอยู่นิดหน่อย เมนูที่

เธอนำเสนอแม่ครัวคือสลัดโรลอกไก่และไข่ต้ม เมนูอาหารคลีนเป็นเมนูที่หญิงสาวถนัดที่สุด เธอจัดแจงนำ

ไข่ไก่3-4 ฟองลงไปต้มแล้วก็นำ

อกไก่ไปต้มในลำดับต่อมา เมื่อได้

ไข่และเนื้อไก้ที่สุกแล้วก็นำมาวาง

พักใว้หายร้อนก่อนจะหันมาล้าง

ผักสดได้แก่ ผักกรีนสลัด แตงกวา

มะเขือเทศและถั่วแดงต้ม เมื่อผักสดถูกหั่นเรียบร้อยแล้วก็นำแผ่นแป้งข้าวสาลีสำเร็จรูปมาตัดเป็นสามเหลี่ยมที่ต้องการจัดแจงนำผักเนื้อสัตว์เรียงกันตามใจชอบ

แล้วม้วนให้เป็นคำ

            “สัวสดีทุกคน เสียงของ

ชายวันห้าสิบปลายเอ่ยทักขึ้น

เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับหนุ่มหล่อใส่สูทสีดำสองคนที่เดนตามมาข้างหลัง

เพอร์ซี่ กับจัสตินที่เป็นทั้งบอดี้การ์ดและมือเท้าให้กับคุณอังเดร ถึงแม้อังเดรอายุจะเตะหกสิบแต่ท่าทางเขายังแข็งแรงรูปร่างที่ได้สัดส่วนเผย

ให้เห็นแม้จะอยู่ในสูทที่รัดรูป

            “คุณผู้ชายสวัสดีค่ะ มาเมื่อไหร่คะเนี่ย เสียงของคนรับใช้ที่อาวุโสที่สุดเอ่ยทัก

            “ปมพึ่งมาครับ เขาพยายามพูดภาษาไทยให้ไกล้เคียงเจ้าของ

ภาษาที่สุด พร้อมกับหันมามอง

หญิงสาวที่อยู่ในชุดนอนแล้ว

มีผ้ากันเปื้อนใส่อีกที

            “สวัสดีครับ เขาเอ่ยทักทายหญิงสาวก่อนอย่างไม่ถือตัวถ้าให้เธอเดาไม่ผิดน่าจะเป็นคุณอังเดร

สามีของคุณหญิงมะลิ

พ่อของสามีในนามของเธอนั่นแหละ

            “สวัสดีค่ะ หญิงยกมือ

ไหว้ชายสูงอายุข้างหน้าพร้อมกับ

ก้มศรีษะต่ำลงเล็กน้อย  เขาหันไปมองคนรับใช้อาวุโสคล้ายกับว่าอยากได้คำตอบว่าหญิงสาวสวยคนนี้เป็นใคร

            “เอ่อ นี่คือคุณมุกดาวเป็น เอ่อภรรยาของคุณสเปนเซอร์ค่ะหญิงรับใช้แนะนำมุกดาวให้คุณ

ผู้ชายประมุขของบ้านได้รับรู้

ส่วนเธอได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆกลับไป

            “ว้าว กู้ดเกลอ แอนด์เวอรี่บิวตีฟูลเกลอ เขาเอ่ยน้ำเสียงที่ยินดีพร้อมกับจับมือของหญิงสาวขึ้นมาประทับจุมพิตที่หลังมือ

ก่อนที่จะประกบมือน้อยๆ

ด้วยมือหนาย่นด้วยความเอ็นดูลูกสะใภ้

            “มุกเดา คุณสวยมากๆ

ปมอังเดรครับ เขาแนะนำ

ตัวอย่างเป็นกันเองการแสดง

ออกของพ่อสามีทำให้เธอ

รู้สึกอบอุ่นมาก ทั้งแม่และ

พ่อของเขาไม่มีใครตั้งแง่รัง

เกลียดเธอแม้แต่คนเดียว ผู้หญิงที่จะได้มาเป็นสะใภ้ของที่นี่คงจะโชคดีมากๆ

หญิงสาวทั้งดีใจปนเสียใจในเวลาเดียวกัน

แม้รู้ว่าความสุขที่เธอได้รับภายใน

ครอบครัวนี้มันเป็นความสุขที่

ชั่วคราวเท่านั้นแต่เธอจะจดจำมันไปจนวันตาย

            ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอังเดร

            งั้น ปมขอตัวก่อนนะ

เขาปล่อยมือน้อยของเธอแล้วหันไปบอกกับทุกคนในครัว แล้วก็สาวเท้า

ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านคงจะ

เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง

อันยาวนานและอยากจะพักผ่อน

    สเปนเซอร์ตื่นจากนิทรา

เพราะเสียงนาฬากาปลุก เขา

ลุกขึ้นนั่งขยี้ตาและก็ดีดตัวลงจาก

ที่นอนทันทีเพราะไม่เห็นร่างของ

ภรรยาสาวที่นอนข้างๆ เขารีบสาวเท้าออกจากห้องนอน ระหว่างทาง

เดินก็โมโหปนเป็นห่วงเนื่องจาก

หญิงสาวขข้อเท้ายังไม่หายดีแล้ว

นี่ดันหายไปจากห้องนอนเสียได้

เขาเดินหาเธอเสียรอบบ้าน

บ้านก็ใหญ่โตเดินหาจนเหนื่อยหอบก็

มาสะดุดเสียงพูดคุยกันในครัว

จึงเดินไปหาต้นเสียงทันที

            “อ้าวคุณพ่อ กลับมาตั้งแต่

เมื่อไหร่ไม่เห็นบอกกันเลย

สเปนเซอร์ทักทายบิดาที่ยังคง

หล่อเหลาอยู่ไม่น้อยแม้อายุจะ

เหยียบหกสิบ นั่งจิบกาแฟอย่าง

สบายอารย์ในมือถือหนังสือพิมพ์

            “แหม บอกก็ไม่เซอร์ไพร์สิ

คิดว่าแกเซอร์ไพร์เป็นคนเดียวรึไงพร้อมกับหลิ่วตามองลูกชายตัวดี

            “ครับ ผมไปทำอะไรเหรอครับเขาถามบิดาอย่างงๆ

อังเดรผู้เป็นบิดายื่นหน้ามาไกล้

ลูกชายกระซิบกระซาบบ่างอย่าง

            “ก็เมียของแกน่ะ ไม่เห็นบอกพ่อเลยนี่มันยิ่งกว่าเซอร์ไพร์อีกนะเนี่ย

''คุยไรกันคะ แลเคลิ้นเคลงเชียว'' เสียง

คุณหญิงมะลิแห่งบ้านโครนอสดังมาแต่ไกล ภายใต้อาภรเรียบง่ายแต่ดูหรูหราตามแบบฉบับของเธอเอง  

สองคนพ่อลูกที่กำลังคุยกันอย่างออกรสอยากชาติตามปะสา

ผู้ชายหันไปตามต้นเสียงทันที

"อ้าวคุณแม่ ลงมาทานมื้อเช้าด้วยกันสิครับ วันนี้มุกดาวอาสาทำอาหารคลีนด้วยตัวเองเลยนะครับ"

สเปนเซอร์รีบลุกจากเก้าอี้แล้วตรงไป

ที่เก้าอี้อีกตัวที่ยังว่าง ดึงออกมาเพื่อให้มารดานั่งแล้วเลื่อนไปชิดโต๊ะทาน

ข้าวหลังจากที่ผู้เป็นมารดาหย่อนก้นลงเก้าอี้    ไม่นานนักอาหารที่ไม่ค่อยคุ้นตาก็ถูกนำมาวางเรียงรายโดยคนรับใช้ มีทั้งข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นแตะ

จมูกยั่วยวยชวนน้ำลายไหล สลัดโรลถูกห่อม้วนเรียงกันสีสันน่ารับประทานและน้ำเต้าหูร้อนๆที่เด็กรับใช้ปั่นจักรยานไปซื้อที่หน้าปากซอย

"แล้วหนูมุกไปไหนล่ะ ทำไม

ไม่ออกมาทานพร้อมกัน"

คุณหญิงชะเง้อชะแง้มองหาสาวผิวน้ำผึ้ง

"เธอขอตัวไปอาบน้ำน่ะครับ สัก

ครู่เดี๋ยวก็คงลงมา" สามีของ

เจ้าหล่อนตอบทันควัน

"นี่เจ้าเอส กลับมาคราวนี้พ่อขอยืมตัวแม่แกไปฮันนีมูลที่ยุโรปสักเดือนได้มั้ย พ่อไปทำงานแล้วไม่มีคุณหญิงโครนอสไมค่อย่มีสามาธิทำงานเลย" คุณอังเดรจับมือภรรยาขึ้นมาแล้วชิดหลังมือเข้ากับใบหน้าของตัวเองเสียงออดเสียงอ้อนจนคนรับใช้พากันยิ้มให้กับความน่ารักของคู่สามีภรรยา

"นี่คุณ ทำบ้าอะไรไม่อายลูกอายเต้าบ้าง"คุณหญิงมะลิพยายามดึงมือของตนเอง

ที่นาบกับหน้าสามีด้วยความเคืองปนเขินแต่กลับไม่เป็นผล ทั้งมือทั้งใบหน้า

หล่อคมนั้นคล้ายกับทากาวใว้ไม่มีผิด

"อายทำไม คนเยอะแยะ" ไม่พูดปล่าวเขาดึงภรรยาสุดที่รักไปจู๊บที่ปากเบาๆทำเอาหญิงสูงวัยหน้าแดงก่ำคล้ายคนเป็นไข้

"โอ้ย!!" คุณอังเดรร้องลั่นเมื่อถูกภรรยาหยิกเข้าที่สะเอว

"เล่นอะไรไม่ดูเวล่ำเวลา" คุณหญิงมะลิ

งืมงำเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะใช้ส้อมจิ้มสลัดโรลมาจิ้ม

น้ำสลัดแล้วพาเข้าปากแก้เขิน  ทั้งคนรับใช้และลูกชายพา

กันขำขันกับท่าทีหยอกเย้าของคู่สามีภรรยา

มุกดาวอาบน้ำเสร็จกำลังจะเดินไปร่วมทานอาหารเช้าก็ยืนมองดู

บรรยากาศในครอบครัวที่แสนจะ

อบอุ่นก็รู้สึกอิ่มเอมใจไปด้วย ในคราเดียวกันก็แอบคิดว่าอยากจะมาเป็นสมาชิกภายในครอบครัวนี้จริงๆไม่ใช่เพราะพวกเขาร่ำรวยเงินทอง

แต่เพราะพวกเขาไม่ตัดสินคนอื่น

จากภายนอกและรักใคร่กลมเกลียวกัน

"มุกดาว มาครับทานข้าวกัน"เขาลีบลุกจากเก้าอี้แล้วดึงเก้าอี้ว่างข้างตัวออกให้หญิงสาวอย่างสุภาพบุรุษ

"อร้อย มักมาก" คุณอังเดร

ใช้ส้อมจิ้มที่สลัดโรลชูขึ้น

พยายามพูดให้สำเนียงเหมือน

เจ้าของภาษาที่สุด

แต่ทุกคนพากันหัวเราะเบาๆ

เพราะความน่ารักของเขาทั้งคู่

"อร่อยก็ทานเยอะๆเลยนะคะคุณอังเดร" มุกดาวพูดพร้อมกับยิ้มไปให้

"เอ่อ....แม่ครับ พ่อกับแม่

เจอกันได้ยังไงเหรอครับ"

จู่ๆสเปนเซอร์ก็โพล่งคำ

ถามเป็นภาษาไทยกับมารดา

คุญหญิงมะลิวางช้อนข้าวต้มกุ้ง

ดวงตาฉายแววแห่งความสุข

"อ๋อ....คืองี้ วันนั้นน่ะแม่ไป

เที่ยวไทม์สแควเลี้ยงฉลอง

วันเรียนจบกับเพื่อน แล้วจู่ๆ

ก็มีผู้ชายคนนึงเมามาก มา

ขอเบอร์เพจเจอร์ของแม่ แต่แม่ไม่ให้แล้วเค้าก็มาฉุดมา

ดึงแขนแม่ แต่ก็มีผู้ชายมา

เข้าช่วย" คุณหญิงมะลิทำหน้ายินดีกับการละลึกถึงเหตุการณ์วันนั้น

"พ่อเป็นคนมาช่วยแม่ใช่มั้ยครับ"สเปนเซอร์ตื่นเต้นพูดเดาเหตุการณ์ขึ้นมาแทรก

"เปล่า...พ่อแกอ่ะคือคนที่

มาดึงมือแม่" พูดจบก็โยน

ผ้าขาวเช็ดปากลงข้างๆจานข้าวต้มพร้อมทำหน้าไม่สาบอารมย์

พล่วด!!!!   ทั้งมุกดาวและสเปน

เซอร์สำลักข้าวต้มพร้อมๆกัน

คนรับใช้รอบๆ ได้ยินเช่นนั้น

ก็พากันขำกับมุกของคุณหญิง

ไม่น่าเชื่อว่าคุณหญิงที่สง่างาม

และทรงเสน่ห์จะมีมุมนี้กับ

เขาด้วยเหมือนกัน

คุณอังเดรเงยหน้าขึ้นมาจากชาม

ข้าวต้มก็ทำหน้าเหรอหราเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ภรรยาและลูกกำลังคุยกันนั่นเอง

มื้ออาหารจบลงไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

มุกดาวยืนถือเสื้อสูทตัวนอกรอส่ง

ผู้เป็นสามีอยู่ที่หน้าประตูไม้สักขนาดใหญ่ของบ้านซึ่งมีรถหรูจอดรออยู่

"แล้วผมจะรีบกลับมานะครับที่รัก"พูดจบก็หอมแก้มนวลของ

ภรรยาฟอดใหญ่ทำเอาหญิงสาวกัดฟันกรอดๆด้วยความ

เขินปนโกรษเพราะมีคนรับใช้อยู่รอบๆเพื่อการแสดงที่แนบ

เนียนจึงปล่อยให้ไหลไปตามน้ำกลับมาก่อนเหอะ แม่จะคิดบันชีทีหลังทบต้นทบดอกให้สาสมเลยหญิงสาวคิดในใจ

"ใส่เสื้อให้ผมหน่อยสิที่รัก" ไม่พูดปล่าวร่างสูงกางแขนออก

พร้อมใส่เสื้อ หญิงสาวแอบยิ้มด้วยความอายแต่ก็ยอมสวม

เสื้อสูทสีเข้มตัวนอกใส้ผู้เป็นสามีแต่โดยดี ร่างสูงขยับเสื้อให้เข้าที่เข้าทางก่อนติดกระดุม  

เขาอาศัยจังหวะที่เจ้าหล่อนเผลอขโมยหอมอีกฟอด ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือกใช้มือมาทาบบริเวณที่ถูกคนเอาแต่ใจขโมยหอม แล้วก็เผยยิ้มบางๆออกมา อีกมือหนึ่งไล่ตีที่ไหล่กว้างของสามีรัวๆส่วนสามีในนามเมื่อขโมยหอมได้แล้วก็รีบสาวเท้าขึ้นรถหลีกหนีผ่ามือเล็กที่กำลังไล่ตีเข้าอยู่นั่น

"ผมไปทำงานก่อนนะ

ที่รักแล้วจะกลับมาหอมใหม่"เขาโพล่หน้ามาทางกระจกรถยนต์พูด

แหย่หญิงสาวที่เขินจนหน้าแดงแล้วก็ขับรถออกไปทันที  คนรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นได้แต่ยืนยิ้ม

กับท่าทีหยอกล้อของทั้งคู่   

สเปนเซอร์ออกมาทำงาน

ด้วยจิตใจที่พองโตใบหน้านวล

ไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอางค์

ที่แสดงอาการเขินอายนั้นตราตึง

อยู่ในจิตใจคล้ายกับว่ามันฝังลากลึกลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 ไม่....เธอก็แค่เมียที่จ้างมา

เล่นตบตาทุกคน เสียงอีกใน

ห้วงความคิดตะโกนออกมาอย่างนั้น

                                 ...............................

"เส้นนี้เพรชน้ำงามมากเลยนะคะ"

เสียงของมะลิพูดชื่นชมเครื่อง

ประดับราคาแพงที่คุณหญิง

นันธิดารับซื้อมาจากพวก

เศรษฐีร้อนเงินทั้งหลายและ

มักจะนำมาขายต่อให้เพื่อนสนิทมิตรสหายตามบ้านในราคามิตรภาพส่วนมุกดาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ริมสระน้ำ

ตาเริ่มปรือเพราะฤธิ์ยาปฏิชีวนะเดินกระเผลกผ่านมาพอดี

"อ้าว หนูมุกมานี่หน่อยเร็ว

นี่คือคุณหญิงนันธิดา" หญิงสาวผิวน้ำผึ้งผ่องเดินเข้าไปหาตามเสียงเรียกพร้อมกับยกมือไหว้คุณหญิงอาวุโสที่คุณแม่สามีแนะนำให้รู้จัก

"แล้วก็ นี่คือมุกดาว เป็นภรรยาของตาเอสค่ะ" คุณหญิงมะลิแนะนำมุกดาวให้กับคุณหญิงนันธิกาที่ตกตะลึงกับข่าวดีสายฟ้าแล่บ

"แต่งกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ไม่เห็นได้ยินข่าวเลย"

"ก็แต่งได้ไม่นานเท่าไหร่หรอกค่ะเราเชิญเฉพาะญาติที่สนิทจริงๆเพราะไม่อยากให้เป็นข่าว" 

คุณหญิงมะลิแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

"แหม น่าตาน่ารักมากเลยนะคะเนี่ยดูสิผิวพรรณก็ผุดผ่อง" คุณหญิงนันธิดาพูดชมเชยพร้อมยิ้มแก้มปริมุกดาวได้แต่นั่งนิ่งๆยิ้มรับคำชมจาก

ผู้ใหญ่สายตามองมายังโต๊ะที่ถูกโซฟาหรูห้อมล้อมที่เต็มไปด้วยเครื่องเพรชตระการตา

"อ้อ...นี่หนูมุกจ๊ะ นี่เป็นสร้อยไพรินล้อมเพรช ตกทอกมาตั้งแต่รัชกาลที่6 เลยนะเนี่ย

อยากอลงใส่มั้ยล่ะ คุณหญิงนันธิดาขายเค้าให้ราคาที่แสนจะถูก

คุณหญิงมะลิยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดง

ที่ข้างในบรรจุสร้อยไพลินล้อมเพรช

ส่องประกายสู้กับแสงไปนีออนภายในห้องระยิระยับ ในนั้นมีต่างหูและข้อมือเป็นเซ็ตเดียวกันมุกดาวหยิบขึ้นมาพินิจความสุกประกายของเครื่องเพรชเลอค่านั้นไม่กี่วินาทีก็เงยหน้าขึ้น

            “สวยมากเลยค่ะ

            สวยก็ซื้อเก็บใว้สิลูก ของดีแล้วราคานี้น่ะไม่ได้หากันได้ง่ายๆเลยนะ คุณหญิงคะยั้ยคะยอลูกสะภ้

            “เสียดายนะคะคุณหญิงนันธิดาให้ราคาแค่หนึ่งล้านห้าแสนเองถ้าไม่ติดว่าดิชั้นมีอีกชุดที่คล้ายๆกันดิชั้นจะซื้อเก็บใว้เอง

มุกดาวได้ยินราคาที่แม่สามี

บอกว่าไม่แพงเธอถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ คนมีเงินนี่ดี

ไปเสียหมดเลยเนาะ

            “มุกไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ เธอค่อยๆวางกล่องกำมะหยี่ลง เธอไม่คิดอยากจะได้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก ใช่ว่าเครื่องเพรชนั้นไม่สวย มันสวย

และมีค่าเกินกว่าจะมาอยู่บนลำคอของเธอ เธอที่เป็นแค่ก้อนกรวด

            “หนูก็อ้อนตาเอสให้ซื้อให้สิถ้าหนูต้องการ คุณหญิงมะลิปรายตามองดูปฎิกิริยาของลูกสะใภ้ว่าจะเป็นเช่นไร ที่เธอคะยั้นคะยอหญิงสาวนั้นก็แค่อยาก

จะลองเชิงว่าเจ้าหล่อนจะ

เป็นพวกบูชาเงินหรือไม่ก็แค่นั้นเองเจ้าหล่อนที่ไม่มีท่าทางอยากจะได้ของพวกนี้ก็เลยคุณหญิงจึง ตัดสินใจบางอย่าง

            “มาเดี๋ยวแม่โทรไปขอตาเอสให้ก็แล้วกัน เธอหยิบมือถือขึ้นมาจะกดโทรหาลูกชาย

            “อย่าค่ะคุณแม่ มุกไม่อยากได้หรอกค่ะ เครื่องเพรชชุดนี้สวยงามมากแต่มุกคงไม่มีโอกาสได้ใส่มันหรอกค่ะ แล้วก็มันสิ้นเปลืองเปล่าๆขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะที่กรุณามุก

งั้นเหรอ เสียดายจังคุณหญิงมะลิยังทำหน้าอาลัยอาวรเครื่องเพรชชุดนั้นอยู่

            “มุก กินยาไปรู้สึกง่วงมุกขอตัวไปพักผ่อนก่อนดีกว่าค่ะขอตัวนะคะ พูดจบเธอก็เดินกระท่อนกระแท่นขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านคุณหญิงมะลิยิ้มที่มุมปากเห็นทีว่าการลองใจในครั้งนี้ของคุณหญิงจะไม่เป้นไปตามที่คุณหญิงคาดคิด

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"มาเป็นกำลังใจให้หนุ่มหน้ามนต์ตาน้ำข้าวอย่าง เสปเซอร์ เอวาโครนอสกันด้วยนะคะ เรื่องที่แล้วกินแห้วเพราะโยทะกาไม่รับรัก มาเรื่องนี้พี่จะยอมกินแห้วอีกหรือปล่าวอย่าลืมให้เหรียญกำลังใจด้วยนะคะ เนื้อหาในเรื่องไม่เกี่ยวกับเกมส์รักจอมอสูรแต่อย่างใดแค่นำพระรองเจากเรื่องนั้นมาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ"

เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha