เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

1   

หมั้น!!!

     เพียงได้อ่านบทความบนหน้าหนังสือพิมพ์ ในทรวงของเมษาก็เหมือนถูกเพลิงไฟเผาไหม้ โทสะทำให้เธอรีบเดินตรงปรี่ไปหามีนาพร้อมกับโยนหนังสือพิมพ์ใส่หน้าพี่สาวต่างมารดาด้วยความเจ็บปวดใจราวกับมีใครเอามีดมากรีดหัวใจจนเลือดไหลโทรม

     “ทำอย่างนี้ได้ยังไงมีนา เธอก็รู้ว่าฉัน...”

     หากคนถูกถามถอนหายใจขณะเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวางนิตยสารในมือลงบนโต๊ะ

“เป็นบ้าอะไรอีกล่ะเมษา มาถึงก็อาละวาดเหมือนกับหมาบ้าอย่างนี้” มีนาถามอย่างอิดหนาระอาใจ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เหล็กดัดด้วยมาดนางพญาก้มเก็บหนังสือพิมพ์ที่กระจัดกระจายรวบรวมขึ้นมาอ่าน เพียงแค่เห็นภาพบนหน้าหนังสือพิมพ์ แววตาของหญิงสาวก็สาแก่ใจขึ้นมาแวบหนึ่ง

“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว เธอเป็นบ้าเพราะข่าวนี้นี่เอง”

มีนามองข่าวหนังสือพิมพ์ที่เบนนิโต้ดึงเธอเข้ากอดแล้วให้นักข่าวถ่ายรูปยกให้เมษาดูอีกรอบอย่างสะใจ เมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาดซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าของน้องสาวต่างมารดา ก่อนจะอ่านพาดหัวข่าวเสียงดังเพื่อตอกมีดย้ำไปบนหัวใจเมษาอีกครั้ง

 “ประกาศกลางงานเลี้ยง แนะนำว่าที่คู่หมั้นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเบนนิโต้ ริชชี่”  มีนาล่ะดวงตาจากหนังสือเงยหน้าขึ้งมองเมษาด้วยรอยยิ้มเชือดเฉือน ก่อนจะเปิดหนังสือพิมพ์เพื่ออ่านข่าวหน้าต่อไป

ประกาศกลางงานเลี้ยงนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เมื่อนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อไฟแรง อายุเพียงแค่ 27 นามเบนนิโต้ ริชชี่ ลูกชายคุณเปรโด ริชชี่ มหาเศรษฐีติดอันดับหนึ่งในสิบของอิตาลี ประกาศด้วยรอยยิ้ม ขอจับจองลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ของเมืองไทยนามว่ามีนา สินอัครกุลมาเป็นแม่ของลูก

เบนนิโต้จบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากฮาร์วาร์ด หนุ่มรูปหล่อและคนเก่งหาตัวจับยาก ไม่ว่าจะหยิบจับธุรกิจใดก็จะเป็นเงินเป็นทอง เบนนิโต้มีธุรกิจทั้งทางด้านโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของและจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งในเมืองไทยและอิตาลี

ในขณะที่มีนาเป็นบุตรสาวของนายมงคล สินอัครกุลนักธุรกิจพันล้าน ครอบครัวทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนรักและพันธ์มิตรทางการค้า ข่าวจากคนวงในได้บอกว่าตอนที่มีนายังเป็นสาวน้อยวัยรุ่นเธอได้ไปเรียนต่างประเทศและพักอยู่กับครอบครัวของเบนนิโต้และนั่นจึงเป็นโอกาสให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันจนกลายเป็นความรัก

     “แล้วทำไม มันมีอะไรแปลกหรือไง” มีนาเลิกคิ้วมองน้องสาวต่างมารดาอย่างสมเพชเวทนาและสาสมใจ

ก่อนนั้นเธอได้แต่แอบมองเมษาที่ได้รับความรักจากสองพี่น้องเบนนิโต้และอันโตนิโอ้แสดงออกถึงความรักและความห่วงใยกันด้วยความอิจฉา เพราะไม่ใครหันมามองเด็กน้อยอีกคนที่ยืนหน้าละห้อยอยู่ด้านหลังเลย หากเมื่อวันที่เธอได้ไปเรียนต่ออิตาลี เธอได้ไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของเบนนิโต้ คุณลุงเปรโดและคุณป้าธิญาดาบิดามารดาของเบนนิโต้เองก็เป็นคนน่ารักดูแลเอาใจใส่เธอเหมือนลูกคนหนึ่ง จะมีก็เพียงแค่อันโตนิโอ้เท่านั้นที่ไม่ค่อยจะชอบใจที่เห็นเธอตามติดน้องชายสักเท่าไหร่

“ในเมื่อฉันกับพี่บีรักกัน” มีนาเน้นคำว่ารักหนักๆ ใส่หน้าเมษาน้ำเสียงเจือหัวเราะด้วยความสะใจอย่างที่สุด

“เราจะหมั้น...จะแต่งงานกัน มันผิดตรงไหน” มีนาฉีกยิ้มกว้าง สมน้ำหน้าเมษาที่เฝ้าปองใจหมายรักเบนนิโต้มาตั้งแต่เด็ก วาดฝันและเฝ้ารอคอยชายหนุ่มมาเป็นคู่รัก แต่กลับกลายเป็นเธอที่ได้รับรักจากเขา

อยากให้ถึงวันที่เบนนิโต้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอจริงๆ อยากเห็นหน้าเมษาในตอนนั้น...อยากเห็นยายตัวมารเจ็บปวดใจจนอกแตกตายไปต่อหน้า

มีนาหัวเราะเสียงดัง มันช่างเป็นการล้างแค้นที่แสนหวานจริงๆ

     “เป็นไงล่ะหนูเมย์ เธอดีใจกับฉันจนเนื้อเต้นเลยใช่ไหม” มีนาถามเมษาด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์

“เธอก็รู้ว่ามันไม่จริง พี่บีรักฉัน” เธอเชื่อเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เบนนิโต้ยังคงรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความห่างไกลบวกกันมีนาอยู่ใกล้ตัว เลยทำให้ชายหนุ่มไขว้เขวไป

“หือ...นี่เธอยังจะเชื่ออย่างนั้นอยู่อีกหรือเมษา เชื่อจริงๆ หรือว่าพี่บีรักเธอ ถ้าใช่...ทำไมเขาถึงขอหมั้นฉันล่ะ”

คำถามของมีนาเชือดเฉือนหัวใจเมษาให้เลือดอาบ ฟันขาวขบกัดบนกลีบปากอย่างแรง ขอบตาร้อนผ่าว มองพี่สาวต่างมารดาอย่างตัดพ้อ

เพราะอะไรกัน...ทำไมมีนาถึงได้จงเกลียดจงชัง จ้องแต่จะทำร้ายเธอมากนัก โกรธเกลียดเรื่องอะไรกันนักหนา

“เธอนี่นะ...ซื่อบื้อหรือโง่เง่ากันแน่ เธอน่าจะรู้ดีนะ ไม่ว่าจะรักหรือไม่รัก ฉันก็ไม่มีวันปล่อยพี่พีให้หลุดมือไป” เพราะเธออยากจะเห็นเมษาอกแตกตายไวๆ

มีนามองใบหน้านวลผุดผาดซีดเผือด น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าตาที่แดงก่ำ ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างสะใจ  

อย่างแกหรือจะมาสู้ฉันได้เมษา นับจากนี้ไปแกจะต้องเจ็บกว่าที่ฉันเคยเจ็บ ในเมื่อแกแย่งผู้ชายที่ฉันรักไป...ฉันก็จะเอาคนที่แกรักมาครอบครอง จะทำให้ต้นรักษ์ที่หลงละเมอเพ้อหาแต่แก ไม่เคยเห็นฉันคนนี้อยู่ในสายตา จะต้องเจ็บปวดเพราะแกไม่สมหวังในความรัก

มีนาหัวเราะขื่นๆ คนที่เธอรัก...ไม่เคยมีสายตาแล แม้กระทั่งเบนนิโต้เองก็ไม่ใช่คนของเธอ หัวใจเขามอบให้เมษาคนเดียว แต่ไม่ว่าจะยังไงตอนนี้คนที่อยู่เคียงข้างพี่เบนนิโต้คือเธอไม่ใช่ยายตัวมารเมษา

“ไม่จริง! พี่บีรักฉัน แต่เพราะเธอใช้มารยาสาไถ ยั่วยวนหลอกล่อให้พี่บีหลง เขาเลย...” เมษาพูดไม่ออก เพราะตัวเธอไม่รู้ว่าเหตุใดคนที่เคยบอกว่ารักและจะรอเวลาเพื่อมาสู่ขอเธอไปเป็นภรรยาถึงได้เปลี่ยนไป

“เขาเลยอะไรละเมษา จะต้องให้ฉันย้ำไหม” มีนาลอยหน้าลอยตาถาม ถึงคราวนี้แกจะต้องรู้ซะบ้างแล้วเมษา การโดนแย่งของรักน่ะ มันเจ็บปวดแค่ไหน

     “พี่บีรักฉัน...เขารักฉัน ได้ยินไหม พี่บีรักฉันคนเดียว”

     “ไม่จริง! 

เมษาผวาเข้าหามีนาอย่างลืมตัว ทั้งเขย่าและจิกเล็บคม ๆ บนแขนพี่สาวเต็มแรงจนแดงเป็นรอย

“เธอหาเรื่องใส่ร้ายฉันใช่ไหมมีนา บอกว่าฉันเป็นคนไม่ดี พี่บีไม่ควรรัก ทั้งที่คนเลวคือเธอ”

เมษาแผดเสียงถาม ภาพความทรงจำตอนอายุประมาณ 7-8 ขวบวิ่งผ่านเข้ามาในภวังค์ ตอนนั้นพ่อพาเธอและครอบครัวไปเที่ยวชายทะเล ตอนที่เธอกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่นั้น มีนาก็เดินเข้ามาใกล้ ใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่ากดศีรษะเธอจมลงในน้ำ

เพราะกลัวจนตัวสั่นไปมด ต้องรีบยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องพร้อมน้ำตา ขอให้มีนาหยุดการกระทำดังกล่าว แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะดังลั่น กับร่างป้อมๆ ที่ถูกลากไปจนถึงส่วนของน้ำที่ลึกจนเธอยืนไม่ถึง จากนั้นยายพี่สาวตัวร้ายก็ปล่อยเธอไว้อย่างนั้นพร้อมกับยืนหัวเราะราวกับคนบ้า มองดูเธอจมน้ำลงไปอย่างช้าๆ อย่างชอบใจ

เมษานึกว่าตัวเองจะตายไปแล้ว แต่ก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตามือเล็กเรียวที่ลูบไล้บนใบหน้าแล้วก็ถามหวานนุ่ม

“หนูเป็นอย่างไรบ้างจ้ะลูก” คำถามนั้นซึมเข้าไปในสมองของเด็กน้อยอย่างช้าๆ ร่างเล็กป้อมลุกขึ้นนั่ง หันมองหน้าคนโน้นคนทีคนนี้ที ก่อนจะถูกผู้หญิงคนนั้นก็โอบประคองร่างที่สั่นด้วยความกลัวและหนาวเย็น ถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้

จำได้ว่าวันนั้นเธอยิ้มหวานจนเห็นฟันซี่เล็กๆ ที่หักจนหลอ แขนเล็กโอบรอบลำตัวของผู้หญิงคนนั้นที่เธอมารู้ทีหลังว่าชื่อธิญาดา เป็นมารดาของเบนนิโต้ ป้าดาบอกว่าเธอชอบพาลูกๆ มาเที่ยวทะเลในช่วงนี้เพราะไม่ค่อยจะมีคน ตอนที่อันโตนิโอ้และเบนนิโต้กำลังเล่นเตะบอกกับลุงเปรโดอยู่ ก็แว่วเหมือนว่าได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พอหันไปก็เห็นว่าเธอกำลังจมน้ำอยู่ เลยรีบช่วยเหลือ

ถ้าในวันนั้นเบนนิโต้และอันโตนิโอ้ไม่เล่นอยู่แถวนั้นและช่วยเหลือเธอไว้ได้ทัน ป่านนี้ก็คงจะไม่มีคนชื่อเมษาอยู่ในโลกนี้แล้ว

ป้าดาและลุงเปรโดเป็นคนน่ารัก ใจดีและอบอุ่น ที่สำคัญทั้งสองคนรักเธอเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ความรักที่คอบครัวของเบนนิโต้มอบให้ทำให้เด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวและต้องการความรักความอบอุ่นจึงทุ่มเทใจทั้งหมดที่มีไปกับครอบครัวของเบนนิโต้อย่างไม่คิดเผื่อแผ่ความเจ็บช้ำและผิดหวังเอาไว้เลย

ทุกวันเธอก็จะรีบตื่นตอนเช้า เพื่อที่จะวิ่งมาหาเบนนิโต้และอันโตนิแม้ว่าจะจากกันไปแต่เธอก็ยังเขียนจดหมายติดต่อกับครอบครัวของเบนนิโต้เสมอ แรกๆ ก็ติดต่อกับชายหนุ่มได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จดหมายที่ได้รับจากเบนนิโต้เริ่มห่างไป...ห่างหายจนไร้การติดต่อ หากเธอก็ยังได้รับข่าวคราวจากอันโตนิโอ้ผู้เป็นพี่ชายอีกคนเสมอ 

     “ช่วยไม่ได้ เธอมันโง่เองนี่น่าหนูเมย์ รักใครไม่รักดันมารักพี่บี”

มีนายิ้มเยาะ เขาว่ากัน...แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ใช้เวลาระหว่างนี้คิดหาแผนการเพื่อเอาคืนศัตรูให้แพ้ยับเยิน แม้ใจจะเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยายามที่เห็นเห็นเมษา เบนนิโต้และอันโตนิโอ้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ที่เธอต้องท่องไว้เพียงว่าอดทน...อดทน ไม่นานจะต้องเป็นวันของเธอและมันก็เป็นจริง  

ตอนไปเรียนต่อเมืองนอก เธอจับได้ว่าเมษาจะส่งจดหมายไปหาเบนนิโต้และอันโตนิโอ้อยู่เสมอ ที่กลายเป็นโอกาสของเธอได้เอาคืนยายตัวมาร จดหมายที่ควรจะถึงมือเบนนิโต้กลับกลายเป็นขยะอยู่ในถัง

ฉบับแรกผ่านไป...เมษายังไม่สงสัย แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับหลายๆ ครั้ง ก็มีการถามไถ่พร้อมกับคำตัดพ้อต่อว่า  ทำไมเขาถึงไม่ยอมตอบจดหมาย ที่ทำให้เธอขำหัวเราะไม่หยุดเลยทีเดียว

“เข้าใจอะไรยากซะจริงนะเมษา” มีนาเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายใจ  หญิงสาวแกะมือเมษาออกจากแขน ก่อนจะผลักร่างโปร่งให้ไปไกลๆ

“ถ้าพี่บีรักแก จะขอหมั้นฉันทำไม” นี่ไงผลตอบแทนที่แกสมควรจะได้รับจากการแย่งคนที่ฉันรักไป

ต้นรักษ์ผู้ชายคนแรกที่เธอมอบทั้งร่างกายและหัวใจให้ แต่เขากลับไม่เคยเหลียวมอง พ่อที่แม้จะดุด่าว่ากล่าวเมษาอยู่เสมอ แต่ในใจกลับรักและเอ็นดู รวมถึงภาคภูมิใจในตัวน้องสาวที่ทั้งเรียนเก่ง การบ้านการเรือนก็เก่ง แม้แต่เบนนิโต้ก็ไม่เว้น ปากก็บอกว่ารักเธอ แต่ความจริงแล้วคนที่อยู่ในใจเสมอมานั้นก็เป็นเมษา

ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะไม่แค้นใจเท่านี้...ทำไมใครๆ ถึงได้หลงรักเมษากันนัก ยายตัวมารมีดีอะไรนักหนา

ฮึ! ในเมื่อรักกันมากนัก...ก็ให้มันเจ็บปวดอย่างที่เธอได้รับมันทุกคนไปเลย!

มีนามองรูปร่างของเมษา ที่เมื่อเห็นชัดๆ  ความเกลียดที่มีก็ทวีขึ้น ไหนจะความอิจฉาที่ทำให้อกร้อนเหมือนถูกไฟเผาเมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาด ผิวขาวผ่องเป็นยองใย ดวงตากลม ปากนิดจมูกหน่อย ขนตายาวงอน ปากเป็นสีแดงอมชมพูโดยไม่ต้องใช้เครื่องประทินผิวราคาแพงอย่างเธอมาเสริมแต่งเพื่อให้ดูสวยงามและดึงดูดใจผู้ชาย  

โธ่เอ๊ย! นังลูกเมียน้อย อย่างแกนี่นะ จะมาสู้ฉันได้ ไม่ว่าเพื่อน...แฟนแกกี่คนต่อกี่คน ก็ต้องหลงในเสน่ห์ของฉันทั้งนั้น” มีนายิ้มเยาะเย้ย ยกนิ้วจิ้มไปที่อกเมษา

“หล่อนน่าจะรู้ตัวเองได้แล้วนะเมษา ไม่มีผู้ชายคนไหนรักและจริงใจกับแก ขนาดผู้ชายคนแรกที่เอ่ยปากสารภาพรักกับหล่อน เพียงแค่ไม่ทันข้ามวันเขาก็มานอนหมอบอยู่แทบเท้าของฉันแล้ว”

     มีนายกไหล่ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ พูดอย่างได้ใจ ทั้งที่จริงแล้วผู้ชายแต่ละคนหวังเพียงใช้เธอเป็นสะพานข้ามไปหาเมษา แต่ละคนอ้อนวอนขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้ทั้งนั้น แม้จะใช้ร่างกายหลอกล่อให้ผู้ชายพวกนั้นหลงใหล แต่ก็ไม่เคยมีใครจริงใจหรือรักจริงเลยสักคน ต่างก็เพ้อหาแต่เมษา แม้ขนาดตอนที่กำลังหลับนอนกับเธอก็ตาม

     แต่ก็ดี ในเมื่อผู้ชายพวกนั้นแต่ละคนล้วนแล้วแต่อยากที่จะพิชิตใจยายลูกเมียน้อยคนนี้ เธอก็จะใช้ประโยชน์จากพวกหน้าโง่พวกนั้น หลอกให้พวกมันมาเผชิญหน้ากัน ให้ทะเลาะต่อยตีต่อหน้าเมษาและคนในบ้านที่ต่างก็คิดว่าเมษาเป็นผู้หญิงร่านรักชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายรุมรัก

     ส่วนบางรายก็หวังเพียงสัมผัสสวาทชั่วคราว เสร็จกิจก็แยกย้ายกันไปคนทิศคนละทาง บ้างยังหน้าหนาไปพะเน้าพะนอเอาใจเมษาที่ไม่เคยมีสายตามองชายคนใด นอกจากเบนนิโต้

     “หล่อนรู้ไหมนังเมย์ พี่บียอมตามใจฉันทุกอย่าง ชี้ไม้เป็นนก ชี้นกเป็นไม้ก็ได้ คำพูดคำจาก็หวานอย่างกับน้ำตาล ทำเอาใจฉันสั่นระรัว ตัวอ่อนระทวยอย่างกับขี้ผึ้งลนไฟ อยากที่จะนอนอิงแอบแนบชิดอกกว้างของพี่บีตลอดไป” มีนาทำท่าทางเหมือนสาวน้อยกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันและความที่ทั้งเป็นสุขและแสนหวาน

     ถ้อยคำของมีนากรีดเฉือนหัวใจเมษาจนปวดร้าวไปทั้งทรวง กายอรชรสั่นเทิ้มไปหมด ในหูเหมือนกับมีเสียงนกหวีดเป่าไม่ยอมหยุด

     “พี่บีทำให้ฉันคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง แล้วแกคิดหรือนังเมย์ ฉันจะปล่อยผู้ชายแสนดีแบบนี้ไปให้แก แต่แกไม่ต้องห่วงนะเมษา ฉันจะดูแลพี่บีให้ดีที่สุด รอฉันเบื่อเมื่อไหร่แกก็ค่อยรับดามหัวใจพี่บีต่อ ฉันก็ไม่ว่า”

เมษามองดูพี่สาวยกมือขึ้นป้องปาก หัวเราะเสียงแหลมเล็กราวกันนังปีศาจจากขุมนรกบาดหัวใจเธอให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง

“ฉันจะทวงพี่บีกลับคืนมา เรารักกันมาก่อนที่เธอจะแทรกตัวมาทำให้พี่บีไขว้เขว แต่ไม่นานพี่บีจะต้องรักฉัน”

     “อ๋อ...เหรอ” เมษาหัวเราะเสียงแหลมเล็ก “ดูแกจะมั่นใจเอาซะเหลือเกินนะเมษา ช่างน่าสงสารแท้ ยังอุตส่าห์คิดได้ แกคิดว่าฉันจะยอมให้มีวันนั้นรึไง”

     “มีสิ...ฉันนี่แหละจะทำให้พี่บีเห็นเช่นเห็นชาติ เห็นว่าเธอเลยระยำแค่ไหน”

     มีนาหัวเราะเสียงดังลั่น องเมษาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างสมน้ำหน้าและสะใจ “คิดว่าเธอทำได้รึเมษา แค่เข้าเข้าใกล้พี่บียังทำไม่ได้เลย แล้วจะใช้วิธีไหนทำให้พี่บีรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดีกันล่ะ”

ฉันให้เธอทำทุกวิถีทาง...ให้เธอรอไปจนตาย ฉันก็ไม่คืนเบนนิโต้ให้แน่เมษา แม้จะไม่รักไม่ต้องการ ก็ยังจะดึงเอาตัวไว้ให้มันทรมานกันจนตายไปข้างหนึ่งเลย

“พี่บีทั้งหล่อและรวย เป็นสุภาพบุรุษแสนดี ใครๆ ก็ต้องการอยากจะได้ผู้ชายแบบนี้เป็นคู่ชีวิต ไม่เว้นแม่แต่ฉัน” 

     เมษากัดฟันมือกำหมัดแน่น ใบหน้าและดวงตาเป็นสีแดงราวกับกำลังอยู่ในกองเพลิง โทสะที่มีทำให้หญิงสาวขาดสติ เธอเดินเข้าไปหามีนาอย่างเร็ว มือเล็กเรียวแต่กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลกระชากแขนพี่สาวต่างมารดาขึ้นจากเก้าอี้ เหวี่ยงจนมีนาเซถลาไปชนขอบโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า

     “โอ๊ย!! อีนังเมย์ อีนังน้องบ้า แกอยากตายมากหรือไง”

     มีนาหน้าตาแดงก่ำ ลุกขึ้นยืนกัดปากข่มกลั้นความเจ็บแปลบ มือเรียวข้างหนึ่งจับที่สะเอวที่ถูกเหวี่ยงไปชนกับขอบโต๊ะ อีกมือก็เงื้อมขึ้นสูงเพื่อจะฝาดลงไปบนใบหน้าเมษา แต่ก็ต้องลดมือลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็เงื้อมมือขึ้นสูงเช่นกัน

     มีนาได้แต่ฝากคำอาฆาตไว้ในใจ เพราะเมษาในตอนนี้ผิดกับเมื่อก่อนลิบลับ แม้ร่างกายจะบอบบางแต่ก็สู้คน ไม่ยอมให้ใครทำอะไรตัวเองง่ายๆ เหมือนกับเมื่อตอนเป็นเด็กอีกแล้ว

     “ฉันจะทำให้เธอเจ็บกว่านี้อีกมีนา ถ้าเธอยังจะยืนยันความคิดเรื่องหมั้นกับพี่บี”

เมษาจ้องมีนาตาเขม็ง บอกให้รู้ว่าเธอพูดจริง ถ้ายังไม่เลิกคิดเรื่องแต่งงานกับเบนนิโต้ เธอก็จะหาทางทำให้ทั้งสองแต่งงานกันไม่ได้

จะต้องมีโอกาสให้เธอทำอย่างนั้นแน่ๆ แต่...การได้เห็นมีนาลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยถากถางด้วยคำพูดและการกระทำ มันยิ่งตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ที่เธอได้รับ

     “โอ๊ย! ขำจริงๆ ” มีนาหัวเราะเสียงดังลั่น

“น้ำหน้าอย่างแกนี่นะเมษา จะทำให้ฉันเจ็บ แค่ทำให้พี่บียอมคุยด้วยดีๆ ยังทำไม่ได้เลย แล้วจะมีปัญญาที่ไหนแย่งเขาไปจากฉันกัน” เธอไม่ยอมให้นังลูกเมียน้อยแย่งคนที่รักไปได้อีกล่ะ ได้ต้นรักษ์ไปแล้วคนหนึ่ง แล้วยังคิดจะมาแย่งผู้ชายที่เธอรักไปอีกคน ไม่มีทาง คราวนี้ต่อให้ต้องตาย เธอก็จะไม่ยอมยกเบนนิโต้ให้เมษาเป็นอันขาด

คำพูดเยาะเย้ยเจือด้วยเสียงหัวเราะของมีนา ทำเอาเมษาปวดใจยิ่งนัก เพราะเธอพยามยามที่พาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับเบนนิโต้ แต่กลับถูกเขาไล่กลับออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาดูแล้วมันช่างน่าสมเพชจริงๆ

     “เอาว่าไงนังเมย์ แกจะทำอะไรฉันอีก” มีนาถาม ยิ้มตรงมุมปาก  ดวงตาแวววาวเมื่อเหลือบไปเห็นนายมงคลผู้เป็นบิดาเดินลงบันไดบ้านพอดี

     คิดจะสู้กับฉันใช่ไหมเมษา อย่างแกนะไม่ทีทางสู้ฉันได้หรอกนะยายตัวมาร

     เธอจะทำอะไรพี่ ถอยไปนะน้องเมย์” มีนาแกล้งถามเสียงสั่นพร่า  “อย่าเข้ามานะ ไม่! หยุดนะเมษา โอ๊ย!” หญิงสาวร้องออกมาสุดเสียง ก่อนจะรีบวิ่งไปซุกตัวอยู่ใต้โต๊ะตัวใหญ่

     “ไม่! หยุดนะเมษา พี่เจ็บ โอ๊ย!” ดูเหมือนเสียงของเธอจะยิ่งทำให้เมษาโกรธจัด ลงมือทุ่มแรงทำร้ายเธอลงมาไม่ยั้ง

เมษาใช้เล็บที่แหลมคมของตัวเองให้เป็นประโยชน์ จิกข่วนไปตามลำตัวและแขนเรียวยาว บ้างก็ฝาดลงไปตามใบหน้าและลำตัวของมีนา ไม่เลือกว่าจะถูกตามส่วนไหนก็ตาม รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เธอจะต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บ...เจ็บเหมือนที่ใจของเธอกำลังเจ็บอยู่ในตอนนี้

ขอให้เล็บคมๆ ของเธอมีเชื้อโรค ขอให้นังพี่สาวสารเลวได้รับเชื้อโรคร้ายแล้วตายไปเร็วที่สุด

“เจ็บให้ตายไปเลยมีนา” ใบหน้าและดวงตาเมษาแดงก่ำ น้ำหูน้ำตาไม่รู้ว่ามันมาจากไหนไหลล้นจากเบ้าตาและจมูก เธอหายใจเข้าหายใจออกอย่างรวดเร็วและรุนแรง

     “ปล่อยพี่เถอะน้องเมย์ อย่าทำอะไรพี่เลยพี่กลัว พี่เจ็บ อย่า...น้องเมย์พี่กลัวแล้ว อือๆ “ มีนาร้องอ้อนวอนเสียงสั่น หากดวงตาแข็งกร้าวและดุร้าย ใจก็พยายามบอกว่าทนอีกนิด...อีกนิดเดียวเท่านั้น จะมีคนเห็นความร้ายกาจของเมษา เมื่อถึงตอนนั้นเมษาก็จะต้องโดนลงโทษเพราะทำร้ายพี่สาวแสนดีอย่างเธอ

     “เธออย่ามาเล่นละครดีกว่ามีนา คนใจร้ายอย่างเธอไม่มีทางกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันแน่ เธอคิดจะทำอะไรร้ายๆ อีกแล้วใช่ไหมมีนา” 

     เสียงของมีนาที่ร้องไห้คร่ำครวญในสายตาคนนอกอาจจะมองว่าน่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่สำหรับเมษาแล้ว เสียงนั้นเป็นเหมือนกับแรงกระตุ้นให้เธอลงมือกับพี่สาวให้หนักขึ้น

เมษาฟาดและจิกทึ้งเนื้อตัวมีนาสุดแรงที่มี เพื่อระบายความเจ็บปวดในใจที่โดนพี่สาวแย่งคนที่รักไป

     “นังพี่สารเลว ทำไมต้องจ้องทำร้ายฉันตลอด ทั้งที่ฉันเป็นน้องสาวของแก นังงูพิษ นังหมาจิ้งจอก แกใส่ร้ายฉันทำให้ฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงร่านต่อหน้าทุกคนในบ้าน ทำให้พี่บีเข้าใจฉันผิด มาถึงตอนนี้แกคิดหรือว่าแค่คำพูดขอโทษแค่คำสองคำมันจะลบล้างความผิดที่เคยทำกับฉันไว้ได้”

เมษาพูดทั้งที่น้ำตาไหลนองหน้า เธอทำอะไรผิด ทำไมใครๆ ก็ไม่รัก ไม่เพียงแค่บิดาแต่ยังมีเบนนิโต้ที่เอ่ยทุกครั้ง...เขาไม่รัก!

ไม่รักแล้วยังมีพี่สาวอีกคน ที่นอกจากจะไม่รักแล้วยังหาเรื่องหาราวทำร้ายจิตใจทุกครั้งที่มีโอกาส เธอเคยถามว่าทำไมมีนาถึงได้ทำอย่างนั้น มีโอกาสไหมที่มีนาจะรักน้องน้อยคนนี้ แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องการความรักจากพี่สาวใจร้ายอีกแล้ว สิ่งที่ต้องการคือความรักจากเบนนิโต้กลับคืนมาเช่นเดิม ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร เธอก็จะต้องได้มันกลับคืนมา

     “นังพี่ชั่ว นังพี่เลว แกร้ายยิ่งกว่างูพิษ แค่มือและเล็บที่ฉันจิกทึ้งลงไปบนร่างกายที่เห็นข้างนอกมันก็สวยดีอยู่หรอกนะ แต่ข้างในกลับเน่าเฟะ มีแต่หนอนยั้วเยี้ยแค่นี้ไม่ทำให้แกเจ็บหรอก หนังหน้าหนาๆ อย่างแกไม่เจ็บหรอก”

     เมษาใช้แรงทั้งหมดที่มีตบจนมีนาหน้าหันไปอีกด้าน มือก็จิบไปบนแขนเรียวยาวแล้วลากเต็มแรงจนเลือดไหลซึมออกมา

     “โอ๊ย...ปล่อยพี่น่ะน้องเมย์ พี่เจ็บ...ปล่อย!” มีนาร้องเสียงดังขึ้นเพื่อเร่งให้บิดารีบมาช่วยเหลือเธอจากน้ำมือของเมษาโดยเร็ว ก่อนที่เธอจะทนไม่ไหวเผลอตัวตอบโต้ยายน้องสาวตัวร้ายไป

     “หยุดนะ! ยายเมย์”

เสียงตวาดดังมาจากด้านหลังเมษา ก่อนจะมือแข็งๆ กระชากร่างของของเธอให้ออกห่างจากมีนาอย่างแรง แรงกระชากเหวี่ยงกายบอบบางเซถลาชนกับขอบโต๊ะหินอ่อนจนทรุดกองกับพื้นห้อง

หนูเป็นยังไงบ้างมีนา ดูซิรอยเล็บข่วนจนเลือดออกแดงไปทั้งตัวเลย”

คุณมงคลจับแขนมีนาลูบตามรอยแผลเบาๆ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะเช็ดให้อย่างเบามือ แล้วปรายหน้าไปมองบุตรสาวอีกคนด้วยใบหน้าที่แดงจัด

     “แกเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกยายเมย์ ทำไมถึงทำกับพี่สาวขนาดนี้”

คุณมงคลตวาดและชี้หน้าลูกสาวคนเล็กอย่างเอือมระอาใจ ในดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราดและผิดหวัง เป็นเสมือนคมมีดกรีดลงไปบนตัวเมษาให้เป็นรอยแผลเหวอะหวะยิ่งกว่ามีนาเสียอีก

“แล้วทีมีนาทำหนูเมย์ละคะ” เมษาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ท่าทีประคับประคองระหว่างสองคนพ่อลูกช่างบาดตาบาดใจเธอยิ่งนัก หญิงสาวขบกัดฟันบนกลีบปากอิ่มที่สั่นระริก ขอบตาร้อนผ่าว น้ำเอ่อล้นซึมออกมา

ยิ้มเยาะเย้ยถากถางจากพี่สาวมันคือหนามที่ถูกบ่มอยู่ในหัวใจของเธอ ความรักที่พ่อมีให้มีนาคือมีดที่กรีดลึกลงในหัวใจของเมษาจนแยกออกเป็นสองซีก

     “ใจแกมันทำด้วยอะไรฮึยายเมย์ ทำไมถึงทำร้ายพี่สาวขนาดนี้” นายมงคลถามย้ำอีกครั้ง เพราะอยากได้ยินคำตอบจากปากบุตรสาวคนเล็ก

     เมษาขบกัดฟันบนกลีบปากจนได้รสเลือดปะแล่มๆ บ้านหลังนี้นอกจากแม่ที่จากไปแล้วกับคุณย่าที่แก่ชรามีอาการหลงๆ ลืมๆ แล้วก็ไม่มีใครรักเธอเลยสักคน คงเป็นจะเป็นเพราะเธอเป็นแค่ลูกเมียน้อย ลูกที่เกิดมาจากความพลาดพลั้งจากความเมา ลูกที่พ่อไม่ต้องการให้เกิด พ่อถึงไม่รัก...ไม่รักตลอดไป

     “ไม่ใช่ความผิดของน้องเมย์หรอกค่ะพ่อ หนูผิดเอง ทั้งที่รู้ว่าน้องเมย์รักพี่บี แต่ว่า...” มีนายังไม่ทันพูดจบ

แกจะบ้าหรือไงยายเมย์ มาตบตีแย่งผู้ชายจากพี่สาวทั้งที่ฝ่ายนั้นเขาไม่เคยคิดอะไรกับแกเลย แม้หน้าแกเขายังไม่อยากจะมอง แกน่าจะตัดอกตัดใจเลิกคิดแย่งตาบีจากมีนาได้แล้ว”

คุณมงคลเจ็บปวดใจเป็นที่สุด มีลูกสาวสองคนแทนที่จะรักใคร่ปรองดองกันกลับต้องมาตบตีแย่งชิงผู้ชายกัน นี่ถ้าคนอื่นๆ รู้เข้า เขาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วลูกสาวคนเล็กก็ช่างบ้าบิ่นเหลือเกิน รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายเขารักพี่สาว แต่ก็ยังหลงคิดเข้าข้างตัวเอง เชื่อว่าจะทำให้เบนนิโต้หันกลับมารักตัวเองได้ ไม่ว่าใครจะพูดจาห้ามปรามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง

แกเป็นอะไรไปอีกฮึยายเมย์ หึงผู้ชายจนลืมพี่ลืมน้อง ทำร้ายได้แม่กระทั่งพี่สาวที่รักและพร้อมยอมสละคนที่รักเพื่อแกมาตลอด แกคิดบ้างไหม ถ้าตาบีมาเห็นแกทำร้ายคนที่เขารัก คิดหรือว่าเขายังจะทนไม่ทำร้ายแกได้นะฮึ!” คุณมงคลถอนใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าเกิดเบนนิโต้เกิดมาเห็นตอนที่เมษาทำร้ายมีนาเข้าล่ะก็...

เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าลูกสาวคนเล็กจะมีสภาพเป็นอย่างไร เบนนิโต้จะอดทนไม่ทำร้ายเมษาได้หรือเปล่า เท่าที่ผ่านมาเขาเห็นเบนนิโต้อดทนกับลูกสาวคนนี้มากจนเขากลัว กลัวจริงๆ ว่าถ้าวันหนึ่งชายหนุ่มทนไม่ได้ เผลอทำร้ายเมษาไป เขาจะทนรับได้หรือเปล่า

ยายเมย์...ยายลูกไม่รักดี แกไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน ทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กไม่มีความคิด เมื่อไหร่แกจะโตสักที นี่ถ้าวิญญาณแม่แกบนสวรรค์รู้ว่าแกเป็นแบบนี้ เขาคงจะเสียใจ แกไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกของคนดีๆ อย่างคุณปรางค์เลย”

ใบหน้ามงคลเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและเหนื่อยหน่ายใจ นับวันเมษายิ่งร้ายกาจ ทำให้คนรอบข้างเอือมระอา ทำให้เขามีแต่ความเสียใจ เพราะไม่อาจทำตามคำพูดที่รับปากไว้กับคุณปรางค์ได้ ทำไมลูกสาวคนเล็กถึงได้ดื้อนัก เขาไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจจริงๆ

     “ค่ะ...แม่จะต้องผิดหวังและเสียใจที่ปล่อยให้หนูเมย์เกิดมา ได้เจอกับคนใจร้ายอย่างมีนา ต้องอยู่กับพ่อที่ไม่ได้รัก”

เมษาเอ่ยตัดพ้อ อย่าว่าแต่อ้อมกอดที่เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยได้รับเมื่อไหร่เลย คำเอ่ยชมก็ไม่มี หากคำติเตียนดุด่ามีกรอกหูบ่อยมาก วันนี้พ่อยังมีคำพูดที่เป็นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจจนเธอทนฟังไม่ได้

เมษาหันหลังวิ่ง...วิ่งไปอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการที่สำหรับซุกกายปรับหัวใจที่บอบช้ำให้มีกำลังแรงใจสู้กับสายตาและคำพูดเยาะเย้ยถากถางของมีนา หากภาพและเสียงพูดของพ่อที่ปลอบโยนมีนาและด่าทอที่ดังไล่หลังมา มันทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ในโลก

เมษายกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าปากก็พร่ำพูดอย่างน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง

     “ฮือๆ พ่อจ๋าพ่อรักน้องเมย์บ้างไหม ทำไมพ่อถึงไม่เคยกอดน้องเมย์เหมือนกอดมีนาเลย ฮือๆ “ เมษาวิ่งไปพร้อมกับพูดจาตัดพ้อต่อว่าบิดาไป หวังว่าคำพูดของเธอคงจะมีสายลมพัดเอาคำพูดนี้ไปกระซิบบอกให้บิดารับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอและหลังจากที่บิดารับรู้แล้วท่านอาจจะหันมามอบอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นให้เธอบ้าง

     “หยุดนะยายเมย์ กลับมาขอโทษพี่มีนาก่อน ยายเมย์! ดูซิดูมันทำ พอฉันจะดุด่าสั่งสอนก็วิ่งหนีไปอีกแล้ว นี่ถ้าฉันตายไป ไม่รู้ว่าจะมีหน้าไปพบคุณปรางค์หรือเปล่า”

เสียงบิดาร้องเรียกดังลอยมากับสายลม เมษาไม่อยากฟังจึงรีบยกมือปิดหูเอาไว้ ไม่อยากฟังไม่อยากได้ยินคำพูดเกรี้ยวกราดของบิดาและเสียงเยาะเย้ยของมีนา ไม่เห็นท่าทางประคับประคองกันอย่างรักใคร่ของสองคนพ่อลูกในขณะที่เธอคงจะเป็นเพียงแค่กาฝากเท่านั้น!

     เมษาวิ่งถลาเหมือนนกปีกหัก เธอทุ่มตัวนอนราบบนเตียงนอนขนาดเล็กในห้องส่วนตัว มือคว้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เก่าคร่ำครึและเต็มไปด้วยร่อยรอยของการปะชุนเพื่อให้อยู่ใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ตุ๊กตาหมีตัวโตเป็นตัวแทนของแม่พร้อมคำสัญญาที่ขอจากเธอก่อนท่านจะจากโลกนี้ไป คงจะมีเพียงสิ่งนี้ที่เธอรักมากและความรักจากคุณนวลน้อยผู้เป็นย่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเธอให้สามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้ตลอดมา

     “จำไว้น่ะหนูเมย์ คุณพ่อรักลูกเหมือนกับที่รักพี่มีนา แต่ท่านไม่อาจแสดงออกให้หนูเห็น ท่านบอกแม่เสมอนะ ท่านรักหนูมากที่สุดเลย ขอให้แม่บอกให้หนูรู้และขอให้คนเก่งของแม่เชื่อใจในความรักที่พ่อมีให้ หนูต้องสัญญากับแม่นะ หนูจะอยู่ที่บ้านหลังนี้ตลอดไป”

     “ไหนล่ะจ๊ะแม่จ๋า...ความรักของพ่อที่มีให้น้องเมย์ ทำไมน้องเมย์ถึงสัมผัสไม่ได้ แม่รู้ไหมน้องเมย์เหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน...สู้ไม่ไหวแล้ว....ไม่ไหวแล้วจริงๆ แม่จ๋า...”

     เธอยังจดจำภาพในวันที่แม่ขอคำสัญญาจากบนเตียงในโรงพยาบาลได้ดี ร่างกายแม่เต็มไปด้วยสายอะไรต่ออะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มไปหมด เธอจับมือเย็นเอาไว้สลับลูบไปบนแขนเล็กเบาๆ เพราะกลัวว่าแม่จะเจ็บ ดวงตาของแม่พร้อมจะปิดลงทุกเมื่อ รอเพียงคำสัญญาจากเด็กอายุ 8 ขวบอย่างเธอเท่านั้น ที่เพียงแค่เอ่ยคำสัญญาออกไป แม่ก็ยิ้มแล้วหลับตาไม่ตื่นมาอีกเลย

     แม่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด แม้ตอนที่ไปชายทะเลด้วยกัน แม่ก็ต้องนอนพักอยู่แต่ในห้อง พอกลับมาจากทะเล ก็ป่วยหนักต้องเข้าไปในนอนในโรงพยาบาล เมื่อครอบครัวของเบนนิโต้รู้ข่าว พวกเขาก็รีบรุดมาเยี่ยมโดยเร็ว และเมื่อถึงเวลาที่แม่ต้องจากไปจริงๆ

     วันนั้นเธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ร้องเรียกหาแม่จนหลับไปพร้อมกับน้ำตา พอตื่นมาก็ร้องเรียกหาแม่อีกครั้ง แต่ไม่เคยมีเงาของผู้เป็นพ่อมาพูดปลอบโยนปลอบใจหรือให้กำลังใจเธอแม้แต่น้อย

     ยิ่งคิดถึงความหลังครั้งเก่า น้ำตาของเมษาก็ยิ่งไหลอาบแก้มพร้อมเสียงสะอื้นฮัก ในวันที่ปราศจากอ้อมกอดและคำปลอบประโลมจากบิดา คงมีเพียงอ้อมกอดของผู้เป็นย่าและเด็กน้อยผิวขาวนามเบนนิโต้อยู่เคียงข้างกายเสมอ ไม่ว่าเธอจะก้าวเดินไปทางใด จะมีเขาตามติดเป็นเงาไม่ห่าง คอยหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟัง ชวนวิ่งเล่นไล่จับให้เธอคลายความโศกเศร้าและเสียใจ

     “แม่จ๋า...หนูเมย์ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ” เมษาพูดเสียงเบา ลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ยังมีน้ำตานองหน้า เธอยิ้มอย่างขมขื่น

     ภาพในวันวานที่ยังคงฝังลึกในความทรงจำ วันครบรอบวันเกิดอายุเก้าขวบ เธอขอให้พ่อซื้อตุ๊กตา แต่คำตอบที่ได้มา...มันทำให้หัวใจเด็กน้อยอย่างเธอแทบแหลกสลายไปในพริบตา...

     แกจะเอาไปทำไมยายเมย์ ฉันไม่เคยเห็นแกเล่นตุ๊กตาเลยสักครั้ง เห็นเอาแต่วิ่งเล่นเตะบอลกับเด็กผู้ชาย ถ้าอยากได้ของขวัญวันเกิด เดี๋ยวฉันซื้อลูกบอลให้ดีกว่า เอาเวลาที่ว่างไปอ่านหนังสือ เรียนให้เก่ง จะได้ทำให้ครอบครัวเรามีหน้ามีตาดีกว่า”

     “ต่อให้น้องเมย์ทำดีแค่ไหน ในสายตาพ่อ ยังไงมันก็ไม่ดีหรอกจ้ะแม่”  

เธอเชื่อคำที่แม่พร่ำบอกว่าพ่อรักเธอ ทว่าตั้งแต่เด็กจนโตจนถึงตอนนี้เธออายุ 22 ปี ยังไม่เคยสัมผัสกับอ้อมกอดของพ่อเลยสักครั้ง และตอนนี้ความรักของพ่อกำลังฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นและตายอย่างช้าๆ และทรมานที่สุด

     สายตาเมษาสะดุดเข้ากับกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กสีน้ำตาล ด้านบนแกะสลักเป็นรูปปลาเงินปลาทองที่แม่บรรจงแกะสลักด้วยตัวของแม่เอง แม้มันจะไม่สวยเหมือนกับกล่องที่วางขายทั่วไป แต่ก็มีคุณค่าทางใจกับเธอที่สุด หญิงสาวเอื้อมไปจับกล่องที่สภาพยังคงเหมือนกับตอนที่เธอได้รับจากมือของแม่พร้อมกับคำพูดอันแสนหวานและอ่อนโยน  

     “แม่ให้น้องเมย์เอาไว้ใส่ของสิ่งของสำคัญนะจ้ะ” ซึ่งเธอก็เก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี

     เมษาไขกุญแจกล่องมือไม้สั่น ฝากล่องเปิดออกพร้อมกับใจที่รวดร้าวปานจะขาดรอนไปในพริบตา เอื้อมหยิบของมีค่าชิ้นหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่เธอเก็บซ่อนมันไว้เป็นอย่างดี

     ต้องซ่อน...เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกทำลายเสียสิ้น!

     กล่องของขวัญสีขาวอมชมพูขนาดหนึ่งนิ้ว ที่มีสีกระดำกระด่างจากฝีมือเด็กไม่รู้จักโตอย่างเธอและเบนนิโต้ช่วยกันทำ ภายในบรรจุแหวนดอกไม้วงเล็ก แหวนที่เต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายสำหรับคนรับอย่างเธอ แต่สำหรับคนให้ ป่านนี้เขาคงจะลืมมันไปเสียหมดสิ้นแล้ว

     “แหวนวงนี้เป็นตัวแทนของพี่ที่มอบให้น้องเมย์ จำไว้ว่าพี่บีจะรักน้องเมย์เสมอ วันหนึ่งพี่จะกลับมา...เพื่อทวงสัญญา น้องเมย์จะรอพี่บีใช่ไหมจ้ะ”

     คำพูดนั้นแสนจะอ่อนหวานนักสำหรับเธอ รอยยิ้มของเด็กน้อยไร้เดียงสาดวงตากลมโตแก้มและปากแดงปลั่ง ตอบเบนนิโต้ออกไปตามใจคิด

ค่ะ น้องเมย์จะรอพี่บีกลับมา พี่บีอย่าลืมสัญญานะคะ” แล้วนิ้วอวบอ้วนสีขาวสองนิ้วเกี่ยวเข้าด้วยกันเป็นประกันในคำสัญญา

น้องเมย์รักพี่บีที่สุดในโลกเลย” ว่าแล้วร่างขาวอวบอ้วนก็โถมตัวเข้ากอดเบนนิโต้พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาของชายหนุ่มหลายต่อหลายครั้ง

เมษายังจำประโยคที่เธอตอบเบนนิโต้ได้เสมอ เพราะคำนั้นมันฝังอยู่ในใจในสมองของเธอไม่เคยลืม...

     แต่มาถึงวันนี้...ไหนเล่าคนที่เคยสัญญา เมษาหัวเราะอย่างขมขื่น ตอนนี้พี่บีของเธอกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม มีสาวๆ สวยๆ รุมรักรุมเอาใจ เขาถึงได้ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับเด็กนิสัยเสียอย่างเธอแล้วซินะ หญิงสาวก้มลงมองแหวนดอกไม้ในมือที่เหี่ยวแห้งเหมือนกับใจเธอตอนนี้...แห้งเหี่ยวอับเฉาราวกับนกไร้รัง

     เมษารีบเก็บแหวนวงเล็กใส่กลับไปไว้ในกล่อง เก็บมันไว้ที่เดิม ที่ซึ่งมันเคยอยู่ ที่ๆ เธอจำได้เพียงคนเดียวกับใจช้ำๆ ดวงเดิมที่ต้องเฝ้ามองคนที่รักอยู่ห่างๆ ด้วยความรักและความหวัง วันหนึ่งเขาจะจำสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอได้และกลับมาเพื่อทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้แต่วันวาน

     แต่แล้ววันนี้...

     ความหวังที่เคยมีกลับพังทลายไปเพราะเบนนิโต้ ริชชี่ เหยียบย่ำความรู้สึกที่เธอมอบให้ด้วยการประกาศแนะนำว่าที่คู่หมั้น... 

มีนา  สินอัครกุล พี่สาวที่แสนจะใจร้ายใจดำของเธอนี่เอง

     น้องเมย์คงจะทำใจได้บ้าง ถ้า.ผู้หญิงคนที่พี่จะหมั้นด้วยไม่ได้ชื่อ...มีนา สินอัครกุล พี่สาวต่างมารดาที่ไม่เคยรักใครเลยนอกจากตัวเอง ผู้หญิงหนึ่งในผู้หญิงสองคนที่น้องเมย์เกลียดที่สุดในชีวิต

     ไม่...เราจะต้องไม่ยอมแพ้มีนา ใช่เราจะต้องไม่ยอมแพ้มีนา ต้องสู้ซิเมษา ต้องสู้ ต้องดึงพี่บีกลับมาให้ได้

เมษากำมือแน่น ตอกย้ำความต้องการกับใจตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หมากเกมนี้ถึงแม้จะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แต่คนอย่างเมษา สินอัครกุลจะต้องได้ทั้งตัวและหัวใจของเบนนิโต้ ริชชี่มาครอบครอง! 

     เมษายิ้มอย่างมีความหวัง ตอนนี้ยังเป็นแค่ข่าว ยังมีเวลาให้เธอคิดหาหนทางดึงเบนนิโต้ให้กลับมาเป็นของเธอเช่นเดิมได้ รอยยิ้มหมาดหมายผุดขึ้นบนใบหน้านวลผุดผาด สวยดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหวัง

     “เราจะต้องทำได้...สู้!” 

     ใช่! ทำไมเธอจะสู้และทำไม่ได้ล่ะ ก็ไม่ได้หัวเดียวกระเทียมลีบสักหน่อยนี่นา ยังมีเพื่อนรักอย่างอย่างกานพลูอีกคนที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจมาตลอด

“ยิ้มดีใจไปก่อนเถอะมีนา เมื่อถึงวันที่ฉันทวงคืนพี่บีกลับมา เธอจะต้องดีดดิ้นเพราะเจ็บปวดกันบ้างล่ะ”

     แต่ตอนนี้เธอต้องไปตั้งหลักที่บ้านกานพลูก่อน ขืนอยู่นี่ถึงตอนทานอาหารร่วมกันตอนเย็น เธอจะต้องโดนพ่อดุต่อหน้ามีนาที่จะต้องยิ้มเยาะเย้ยและพูดจากระทบกระเทียบเปรียบเปรยให้เจ็บปวดใจอีกแน่นอน เรื่องอะไรจะอยู่ฟังคำที่ไม่สบายหูสบายใจกันละ ไปหาอะไรที่สบายหูสบายตาแล้วก็สบายใจแล้วก็สบายท้องที่บ้านกานพลูดีกว่า 

     เมษายิ้มเริงร่า หยิบกระเป๋าเป๋คู่ใจใบเก่าที่เธอแอบซื้อมาจากเงินก้อนแรกจากการแอบหนีบิดาและย่าไปทำงานหลังเลิกเรียนนำมาแอบซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แม้กระทั่งในเวลาเรียน เธอก็ยังแอบไปทำงานพิเศษและก็เหมือนเดิม ถูกพ่อด่าเป็นกระบุงโกยเพราะไม่เข้าเรียน

     “น้องเมย์ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจพ่อสักอย่าง แต่มีนาทำอะไร แม้จะผิดพ่อก็ยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก...”

     อย่าออกอาการหึงหวงและพูดจาจิกกัดอย่างนี้อีกนะมีนา ตาบีไม่แค่รูปหล่อแต่ยังเก่งด้วย มีหรือที่ผู้หญิงจะไม่หมายปองและหาทางแย่งชิง จะให้ผู้ชายแบบนี้อยู่ในอุ้งมือ หนูควรจะต้องหัดเป็นคนใจเย็นเหมือนกับน้ำที่ทำให้คนอยู่ใกล้เย็นชื่นใจ หนูเป็นคนสวยและเก่งนะลูก เข้าใจที่พ่อบอกไปใช่ไหม

     “ค่ะ...หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่พ่อให้คำแนะนำกับหนู”

     เมษาทำปากขมุบเลียนแบบคำพูดของมีนาขณะมือก็เร่งหยิบเอาเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ออกจากไม้แขวน โยนไปกองไว้บนเตียงนอนลวกๆ

     หญิงสาวรีบพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างรีบเร่ง เพราะไม่ต้องการใครเห็นว่าเธอแอบหนีออกจากบ้านไปเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้และไม่อยากจำอีกแล้ว ก็คนในบ้านนี้ล้วนแล้วแต่เป็นหูเป็นตาเป็นหมาตามหลังนาย ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ทุกเรื่องและทุกอย่างจะต้องรู้สึกหูมีนาและพ่อเสมอ

     เมษาสูดลมหายใจเข้าปอดอีกรอบ ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นหลัง แอบเดินออกจากห้องสายตาเหลียวซ้ายแลขวา จนเมื่อไม่เห็นใครจึงรีบหยิบรองเท้าผ้าใบคู่ชีพมาใส่ ก่อนที่ร่างบอบบางจะวิ่งถลาออกไปราวกับนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง หญิงสาววิ่งออกจากบ้านอย่างเร็วเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะมีหมาตัวไหนก็ไม่รู้นำความไปบอกมีนา บิดาและคุณย่า ที่บิดาจะด่าและก็ด่าเหมือนเดิม ส่วนย่าจะบ่นด้วยความเป็นห่วงเหมือนทุกครั้งที่เกิดเรื่อง




ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha