เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

3

     เมษาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพราะมีนามาทานอาหารที่นี่กับเบนนิโต้บ่อยๆ และชอบไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่าเอาเรื่องนี้ไปเยาะเย้ยให้เธอได้เจ็บใจเสียมากกว่า

ทุกครั้งที่มาทานอาหารด้วยกัน มีนาบอกว่าเบนนิโต้จะเปิดห้องอาหารวีไอพีที่ใช้สำหรับผู้บริหารและแขกคนสำคัญเพื่อเธอโดยเฉพาะ โชคดีที่ว่าห้องอาหารดังกล่าวจะมีเพียงห้าห้อง

     สี่ห้องที่เหลือจะอยู่ด้านบนชั้นสาม ชั้นเก้า ชั้นสิบห้าและชั้นลอยเพื่อให้ลูกค้าได้กินลมชมวิวจากธรรมชาติริมแม่น้ำบางส่วนจะกั้นด้วยกระจกใสบางส่วนก็ปล่อยโล่ง จะมีก็แค่เพียงชั้นหนึ่งที่ปกปิดมิดชิด คนนอกไม่สามารถมองเห็นได้

     เมษารีบเปิดประตูวีไอพีห้องอาหารดาวดารา เพียงแค่เปิดเข้าไปเท่านั้น ปากและมือก็สั่นระริกกับภาพตรงหน้าที่เห็น โซฟาตัวใหญ่กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่ระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรไปเสียแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มคลุกเคล้ากับอกอวบขาวผ่องของม่ายสาวเสน่ห์แรงที่เพิ่งจะสูญเสียสามีไปในกองเพลิงเมื่อไม่ถึงเดือนมานี้เอง

     หญิงสาวกำมือแน่นสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ สะกดกลั้นใจตัวเองที่กำลังจะระเบิดและเลือดที่ไหลโทรมไม่ให้กรีดร้องกับภาพที่มันช่างกรีดลึกลงบนหัวใจ เธอพาขาที่สั่นระริกเดินไปเรื่อยๆ ขณะปรับสีหน้าให้อ่อนหวานสดชื่น ปากยิ้มกว้างทั้งที่หัวใจกำลังหลั่งน้ำตา

     “พี่บีขา ทำไมพี่บีทำอย่างนี้กับน้องเมย์ล่ะคะ” เมษาก้าวมานั่งแทรกลางระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรวาดแขนโอบรอบคอเบนนิโต้ ซบหน้ากับอกกว้าง แววตาสั่นระริก ปากเม้มเข้าหากัน น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่

     แทนที่เบนนิโต้จะสงสาร เขากลับสมเพศเวทนาขณะปลดมือเมษาออกจากคอและพูดจาบาดหัวใจคนฟังให้แทบจมกองเลือด

“ปล่อยฉันนะเมษา คาร์เมนอยู่ไหน ถึงได้ปล่อยให้หมาบ้าอย่างเธอวิ่งพล่านไล่จับผู้ชายถึงในห้องนี้”

     คำพูดที่ออกจากปากเบนนิโต้สร้างความช้ำชอกใจให้เมษาเป็นอย่างมาก แค่ไม่รักเธอไม่ว่า แต่ทำไมคำพูดแต่ละคำที่ออกจากปากเขาถึงเป็นเหมือนกับคมมีดที่กรีดใจดวงน้อยให้เจ็บช้ำจนน้ำตาไหลริน

     ศรีอัปสรเบ้ปากมองหญิงที่เขามาขัดจังหวะความสุขระหว่างเธอกับเบนนิโต้อย่างรำคาญระคนสมเพศเวทนากับความหน้าด้านของเมษาที่รู้ทั้งรู้ว่าเบนนิโต้ไม่รัก...ไม่ชอบ ไม่สนใจและยังคอยแต่ผลักไสไล่ส่งด้วยคำพูดหยาบคายรวมไปถึงการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ แต่หญิงหญิงสาวก็ยังตามตื้อเขาอยู่ได้

เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาใจถ้าเป็นน้องเป็นลูกเธอป่านนี้เธอคงจะตบคว่ำไปแล้ว

     แต่อย่างว่าละนะ พวกลูกคุณหนู อยากจะได้อะไรต้องเอาให้ได้ จะว่าไปเธอเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์จากปากสาวๆ ที่เบนนิโต้เคยควงอยู่เล่าเรื่องของเมษาให้ฟังบ้างแล้วเหมือนกัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาโดนกับตัวแบบนี้

     “พี่บีก็รู้นี่คะ คนอย่างน้องเมย์ ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ อีกอย่างคาร์เมนก็ไม่กล้าทำอะไรน้องเมย์หรอก” เมษาบอกเบนนิโต้เสียงสั่นระริก

พี่บีขา ทำไมพี่บีถึงใจร้ายกับน้องเมย์นักละคะ ไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมพี่บีไม่รักษาสัญญา กลับมาคั่วอยู่กับแม่ม่ายผัวตายคนนี้ล่ะคะ” เมษาดัดเสียงอ่อนหวานขณะชี้มือไปหาศรีอัปสร

     “เธอเอาอะไรมาพูดนะเมษา ฉันนี่นะ พาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น แค่เมืองไทย เธอก็ให้ฉันพาไปให้ได้เสียก่อนเถอะ” เบนนิโต้ผลักร่างเมษาออกจากตัว เขาลุกขึ้นยืนยื่นมือให้ศรีอัปสรจับ “อัปสรจ๋า เราอย่าอยู่แถวนี้เลยจ้ะ ผมรู้สึกว่าแถวนี้เริ่มจะมีกลิ่นเหม็นเน่าตุๆ ลอยมาจนผมหายใจไม่ออก” 

     เมษากลั้นอารมณ์โกรธกรุ่นที่กำลังพุ่งปรี๊ดเพราะปากเบนนิโต้ “อย่างนั้นเหรอคะพี่บี สงสัยที่พี่เอบอกน้องเมย์มา มันก็คงจะจริงเสียล่ะมั้ง” เมษาแอบอ้างถึงอันโตนิโอ้พี่ชายของเบนนิโต้ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ

     “พี่เอบอกอะไรเธอมาเมษา” เบนนิโต้ถามเสียงเกรี้ยวกราดมองเมษาที่นั่งเอามือกอดอกยกขาไขว่ห้างและกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า อย่างน้อยเบนนิโต้ก็ยังรักและเกรงใจพี่ชายคนเดียว ถ้าหากจะทำอะไรรุนแรงกับเธอก็ต้องคิดหนัก

     “ก็บอกว่า...” เมษาเล่นลิ้น “บอกดีหรือเปล่าน้า...ไม่บอกดีกว่า ถ้าพี่บีอยากรู้ก็ต้องทำตามที่น้องเมย์บอก ข้อแรกคือปล่อยยายแม่ม่ายผัวตายไปก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าไม่...คืนนี้พี่บีก็เตรียมตัวรับโทรศัพท์จากพี่เอได้เลย”

เมษายิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายอย่างสนุกสนาน ยิ่งมองเห็นหน้าตากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของเบนนิโต้ เธอยิ่งชอบใจจนแทบจะลุกขึ้นเต้นละตินได้ “ว่าไงคะพี่บี....จะเอายังไงดี” 

เมษาลอยหน้าลอยตาถามพร้อมกับส่งยิ้มให้กานพลูที่เดินตัดหน้าคาร์เมนเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเธอ

เมษายิ้มเยาะเย้ยคาร์เมนที่เดินหน้าตาถมึงทึงดวงตาคมดุเหมือนกับคมมีดมองเธอด้วยความเกรี้ยวกราด ก็รู้หรอกนะว่าคาร์เมนต้องโกรธจนอยากจะเอามือใหญ่ๆ นั่นมาบีบคอสวยๆ ให้หักเป็นท่อน เพราะปล่อยให้เธอเข้ามาขัดขวางความสุขของเจ้านายสุดที่รัก

     “อัปสรจ๋า วันนี้อัปสรกลับไปก่อนนะจ้ะ ผมจะให้คาร์เมนไปส่ง แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหา”

เบนนิโต้พูดเสียงหวานกับศรีอัปสรแล้วหันทำตาดุใส่คาร์เมน อยากจะโกรธเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่รู้ดีว่าถ้าเมษาต้องการอะไรแล้วเธอจะต้องทำให้ได้การขัดขวางก็ทำได้ยาก เพราะหญิงสาวชอบยกอันโตนิโอ้มาอ้าง ที่เขาเคยถามพี่ชายไป ทำไมยอมเป็นเครื่องมือให้เมษาข่มขู่น้องชายอย่างเขา พี่ชายก็เอาแต่หัวเราะและตอบแค่ว่า

“เอาน่าวันหนึ่งแกจะรู้คำตอบเอง แล้วแกจะต้องขอบใจพี่ที่ทำอย่างนี้ด้วย” จนถึงตอนนี้มันก็หลายปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้คำตอบที่พี่ชายเคยบอกไว้สักที และเริ่มที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะโดนเมษาก่อกวน

นายไปส่งอัปสรที่คอนโดให้เรียบร้อยนะคาร์เมน แล้วรีบกลับมา ก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ฆ่าหมาแถวนี้ตายไปเสียก่อน” 

เบนนิโต้หันหน้าไปทางเมษา ไม่รู้ทำไม่ผู้หญิงคนนี้ถึงชอบมาขัดขวางและทำลายอารมณ์สุนทรีในตัวเขาได้บ่อยๆ จะบอกว่าเป็นเพราะรัก ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาไม่อยากเชื่อ เพราะเมษาก็มีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งเขาก็เคยเจอกับตัวเองแล้วตอนที่ไปหามีนาที่บ้าน

เมษายืนดูผู้ชายพวกนั้นต่อยกันได้หน้าตาเฉยเสียด้วยซ้ำ ความจริงเขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน เมษามีดีอะไร ทำไมชายหนุ่มหลายคนถึงได้ติดใจเธอกันนัก แต่ติดเขารักและเกรงใจมีนา ไม่เช่นป่านนี้เมษาอาจจะสมใจ ได้มีอะไรกับเขาสมอยากไปแล้วก็ได้

เบนนิโต้ปลายตามองเมษาอย่างที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดเสียดสีของเขา

     “ครับนาย”

     “อัปสรจ๋า ฮันนี่กลับไปก่อนนะจ้ะ แล้วผมจะโทรหา” เบนนิโต้จุมพิตศรีอัปสรอย่างร้อนแรงต่อหน้าเมษา หวังว่าเธอจะลุกขึ้นเต้นห้ามและหลุดปากเรื่องพี่เอออกมาบ้าง แต่หญิงสาวกลับส่งเสียงหวานให้แก่แม่เพื่อนรักที่ช่างนำแต่สิ่งไม่ดีทำให้คนอื่นเขาหงุดหงิดได้เสมอแทน

     “กานจ๋า ตัวเองออกไปรอเราข้างนอกนะจ้ะ อย่าปล่อยให้อีตาน้ำแข็งตกผลึกหน้าเตารีดเข้ามาขัดจังหวะการพลอดรักของเรากับพี่บีได้ล่ะ” เมษายิ้มทำตาวับวาวใส่เบนนิโต้ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับน้ำเสียงหวานแสบไส้ของเธอ

     “ได้จ้าเพื่อนรัก เต็มที่เลยนะ ทางนี้เดี๋ยวเราจัดการเอง”

กานพลูรับคำ ก่อนจะเดินตามร่างสูงใหญ่ที่เลิกคิ้วมองเมษาอย่างสงสัย คาร์เมนจ้องหน้าเมษาเต็มๆ เพียงได้เห็นรอยยิ้มหวานและเชือดเฉือนจากดวงตาคู่นั้น ทำให้เขาอยากจะหัวเราะให้ลั่นห้อง ครั้งแรกที่ได้ยินฉายานี้เขาถึงกับโกรธจนควันออกหูรีบควานหาตัวคนตั้งฉายานี้ให้อยู่เป็นนานแต่ก็ไม่เจอเสียที

แล้วความจริงก็ปรากฏในวันนี้เอง เขาได้ฉายาบ้าๆ นี่มาจากยายจอมจุ้นเมษา คนที่ทั้งเขาและเบนนิโต้ไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ๆ นี่เองสงสัยว่าฝีมือของเขาจะตกเสียแล้ว ถึงได้มองข้ามเมษาไปได้

คาร์เมนสลัดศีรษะเล็กน้อยขณะเดินตามร่างศรีอัปสรไป

     “ไงคะพี่บี เสียดายมากหรือไงคะ” เมษาอดแขวะเบนนิโต้ไม่ได้

     “ใช่ เสียดาย” เบนนิโต้รับหน้าตาย เขามองหน้าขาวสวยของเมษาอย่างเกรี้ยวกราด

     “เสียดายมาก จะตามไปใหม่ก็ยังทันนะคะ น้องเมย์ไม่ได้ว่าไม่ได้ห้ามพี่บีสักหน่อย” เมษาพิงพนักเก้าอี้มองเบนนิโต้ตาเป็นประกาย ปากก็พูดจากประชดประชัน ถ้าตอนนี้คุณป้าดากับคุณลุงเปรโดยังอยู่ เบนนิโต้คงจะไม่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่เธอ คิดแล้วให้เสียใจและน้อยใจที่สุด ตอนที่ฝังศพท่านทั้งสอง คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างเบนนิโต้หาใช่เธอไม่ แต่กลายเป็นยายปีศาจมีนา

     เบนนิโต้กระชากแขนเมษาขึ้นมาจากโซฟา “เธอนี่มันนางแม่มดดีๆ นี่เองเมษา เมื่อไหร่ที่เธอจะตายไปจากชีวิตฉันซะทีห๊า..” เบนนิโต้เขย่าตัวเมษาอย่างไม่ปราณีปราศรัย ไม่สนใจว่าร่างบางจะเจ็บแค่ไหนกับการกระทำของตนรู้เพียงแค่ว่าเขารักเกียจและเกลียดหญิงสาวตรงหน้ายิ่งนัก

เมษาเม้มปากแน่นกลั้นเสียงร้องเพราะแรงจิกจากมือเบนนิโต้ที่เขย่าตัวเธอจนหัวส่ายคลอนไปมา “ถ้าน้องเมย์เป็นแม่มด มีนาคงจะเป็นนางฟ้าสำหรับพี่บีซินะคะ พี่บีถึงจะแต่งงานกับพี่มีนานะ”

     “ใช่น้องมีนาเป็นนางฟ้าสำหรับฉัน ทั้งสวยทั้งเก่งผิดกับเธอนังแม่มด ปากเสีย ร่านผู้ชาย คงคิดซินะว่าจะใช้ร่างกายเน่าเฟะและมีหนอนชอนไชของเธอมาจับฉันได้ บอกตรงๆ ต่อให้เธอแก้ผ้าล่อนนอนแบต่อหน้าต่อตา ฉันยังไม่อยากจะมองให้เสียสายตาเลย ฉันรับไม่ได้ กระเดือกเธอไม่ลงจริงๆ ” เบนนิโต้กวาดตามองเมษาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างสมเพศเวทนาและดูถูกดูแคลนปากก็ยิ้มเยาะ

     เมษาน้ำตาไหลพรากเพราะคำพูดบาดใจที่เบนนิโต้กล่าวหา อย่างเธอนี่นะ จะยอมแก้ผ้าให้ผู้ชายทำอย่างว่า ถึงจะรักเขาสักเพียงใด แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะยินยอมให้เขาทำเหมือนผู้หญิงข้างถนน

พี่บีคิดผิดแล้วละคะ ถึงน้องเมย์จะรักพี่บีขนาดไหน แต่อย่างหวังเลยว่าน้องเมย์จะยอมนอนแบให้พี่บีทำอย่างว่า ถึงจะเลวแค่ไหน แต่ก็ยังรักยังมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน จะไม่ยอมเป็นเหมือนกับผู้หญิงที่พีเอ่ยปากคำเดียวก็ยอมทอดกายให้เชยชมหรอกคะ”

     เมษาตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เบนนิโต้เหมือนกัน เรื่องอะไรจะให้เขาดูถูกเธออยู่ฝ่ายเดียวล่ะ ถึงจะเป็นฝ่ายวิ่งไล่จับ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ยกร่างกายให้เชยชมเช่นผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาหรอกนะ นอกจากว่าเขาจะใช้กำลังกับเธอเท่านั้น

     “ที่พูดมาแนะ แน่ใจแล้วใช่ไหมเมษา แต่ฉันระหว่างคำพูดกับการกระทำของเธอมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ ปากก็พูดว่ารักศักดิ์ศรีและเป็นกุลสตรีแต่เที่ยววิ่งไล่จับผู้ชาย หน้าไม่อายอย่างนี้ ฉันว่าเธอคงไม่เหลือความบริสุทธิ์มาตั้งแต่เด็กแล้วมั้ง” เบนนิโต้เอ่ยเชือดเฉือนใจอีกฝ่าย ยิ่งได้เห็นใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อค่อยๆ ซีดลงและซีดลงแล้วเขายิ่งสะใจ

     “ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะ ที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็น ไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆ แล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไรมา

     “รู้ก็ดีแล้วนี่ คนอย่างเธอ รูปร่างหน้าตาก็ดีอยู่ แต่นิสัยนะไพร่สถุลดีๆ นี่เอง ความคิดความอ่านก็ต่ำจนติดดิน”

     เพี๊ยะ!!

     ฝ่ามือเรียวของเมษากระทบใบหน้าเบนนิโต้อย่างรุนแรงจนแก้วหูสะเทือน ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ

เบนนิโต้ถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าเมษาจะกล้าทำร้ายเขา สายตาคมดุราวกับเหยี่ยวบนเวหาจ้องกายอรชรราวกับจะบดขยี้ให้แหลกละเอียด

“เธอกล้าทำร้ายฉันหรือเมษา”

     “ไม่รู้ซิค่ะกล้าหรือไม่กล้าแต่น้องเมย์ก็ทำไปแล้ว พี่บีคิดว่ากล้าหรือเปล่าละคะ แต่ก็ว่ากันไม่ได้นะคะ เพราะพี่บีก็ใช้คำพูดทำร้ายน้องเมย์เหมือนกัน” เมษาเถียงคำไม่ตกฟาก มองมือตัวเองสลับกับมองใบหน้าของเบนนิโต้ที่แดงเป็นรอยนิ้วอย่างงุนงง

     “อย่าคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าที่เธอเคยอ่านเคยดูนะเมษา ที่เธอตบมาแล้วฉันจะจูบตอบ อย่างเธอตบมาฉันตบกลับ” เบนนิโต้ชี้หน้าเมษาเงื้อมมือหมายจะตบหน้าหญิงสาวดังคำพูด

     “น้องเมย์รู้คะ ไม่ว่าน้องเมย์จะทำอะไร พี่บีจะโต้ตอบกลับมาโดยไม่คิดว่านี่คือผู้หญิงที่เคยรู้จัก” เมษาละคำพูดว่าเคยสัญญาว่าจะกลับมาหากันไว้ ตอกย้ำไปก็เท่านั้น ในเมื่อเขาคิดจะลืมเลือนไม่จดจำ

“ถ้าน้องเมย์ตบไปพี่บีก็อยากจะต่อยให้เบ้าตาแตก ไม่ก็อยากจะเตะให้ตัวหักเป็นสองท่อนได้เลยยิ่งดี”

     แม้จะเอ่ยเสียงสั่น แต่ใบหน้านวลผุดผาดกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดจะกลัวไปทำไม ในเมื่อหมากเกมนี้เธอยอมแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว

“แต่ถ้าวันนี้ น้องเมย์เจ็บจากฝีมือพี่บีสักนิด คืนนี้อย่างหวังว่าพี่บีจะนอนหลับเป็นสุขเลย”

     “นึกหรือว่าฉันจะกลัวเมษา” เบนนิโต้เงื้อมมือขึ้นสูง

     เมษายื่นใบหน้ารูปไข่ของตัวเองให้เบนนิโต้ “เอาซิค่ะ น้องเมย์รู้ว่าพี่บีทำได้อยู่แล้ว...ฮึ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคนที่น้องเมย์เคยรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ เคยเชื่อมั่นในตัวเขาจริงๆ ”

     เบนนิโต้ทิ้งมือลงไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ของเมษา แต่เขายังไม่อยากทำร้ายเธอตอนนี้ก็แค่นั้น “เธอกลับไปเลยเมษา ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนบีบคอเธอให้ตายคามือ”

     เบนนิโต้มองเมษาที่นั่งยกขาไขว่ห้างยิ้มกว้างเต็มใบหน้าอย่างเคียดแค้นและขุ่นเคือง นี่ถ้าสายตาเขาเป็นมีดป่านหนี้ใบหน้าขาวสวยคงจะเป็นแผลเหวะหวะเพราะคมมีดที่กรีดลงไป แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจ ยังนั่งยิ้มหน้าระรื่นจนเขาอยากจะบีบคอสวยๆ นั่นทิ้งตามคำพูดเสียจริงๆ

     “น้องเมย์ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะพี่บี”

     เขาไม่อยากจะเสวนากับเมษาเลย แต่น้ำเสียงหวานปนเศร้าก็ทำให้เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน “ฮื่อ”

     “พี่บีเคยคิดเคยสงสัยบ้างไหม ทั้งๆ ที่ถูกขับไล่ไสส่งอย่างกับหมูกับหมา แต่น้องเมย์ยังคงวิ่งไล่ตามพี่อย่างกับคนบ้า...มีเหตุผลอะไร ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้”

     “ฮึ! เพราะเธอต้องการฉันจนลืมคิดถึงความถูกต้อง คิดถึงพี่สาวที่รักและหวังดีกับเธอไง”

     “ยายปีศาจนั่นนี่นะ หวังดีกับฉัน” เมษาถึงกับหัวเราะแห้งๆ

“ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ บางคนฉลาดไปเสียทุกเรื่อง แต่กลับโง่” เมษาเน้นคำ โง่หนักๆ “อย่างนี้เขาไม่เรียกว่ารักแล้วล่ะ เรียกว่าหลงใหลในตัวปีศาจเสียมากกว่า”

“เธอว่าใครเมษา”

“อยู่กันสองคน ถ้าน้องเมย์ไม่ว่าพี่บี ก็คงว่าตัวเองมั่งคะ โง่เหลือเกิน หลงคิดว่าเขาจะรักษาคำพูด จะกลับมาตามคำสัญญา แต่นอกจากเขาจะลืมเลือนมันไปเสียจนหมดสิ้นแล้ว ยังจะกระทำย่ำยีต่อเราทั้งร่างกายและจิตใจ จนไม่เหลือเค้าความเป็นเพื่อนให้ด้วยซ้ำ”

“พูดบ้าอะไรเมษา” หัวคิ้วเบนนิโต้กระตุก คำพูดเหมือนกับล่วงรู้อดีตและรอยยิ้มเหยียดหยันของเมษาทำเอาเขาอารมณ์ไม่ดี 

“ไม่รู้ซิคะ น้องเมย์จะไปพูดอะไรได้ แค่หายใจอยู่ใกล้ๆ พี่บีก็ผิดมากแล้ว” เมษาประชด “กับคนที่ไม่ชอบ แค่เดินผ่านหน้าก็รู้สึกอยากหักคอทิ้ง”

“หยุดพูดซะทีเมษา รีบไปให้พ้นหน้าฉันดีกว่า ฉันไม่มีเวลามายืนฟังเธอพูดพล่ามไร้สาระแบบนี้”

“โถ...พี่บีขา จะรังเกียจรังงอนอะไรน้องเมย์นักละคะ มีคนรักดีกว่าถูกเกลียดนะคะ ถ้าถึงวันที่น้องเมย์เกลียด...ไม่สนใจเข้าจริงๆ พี่บีนั่งแหละที่จะเป็นฝ่ายเจ็บปวดและทรมาน...เพราะเฝ้าตามตื้อเท่าไหร่ ก็อยู่ในสายตาน้องเมย์อีกแล้ว”

คนเราถ้ามันเจ็บปวดมากๆ เข้า ความรักก็อาจจะกลายเป็นความเจ็บปวดที่หยุดได้ด้วยการหันหลังหนีไปไกลๆ ก็ได้ ตอนนี้เธอยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทำอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เจ็บปวดชอกช้ำเพราะน้ำคำและการกระทำของเบนนิโต้เช่นนี้

“คิดหรือว่าจะมีวันนั้นเมษา อย่างเธอนี่นะ จะทำให้ฉันไล่ตามตื้อ ช่างเป็นอะไรที่น่าหัวเราะและไร้สาระสิ้นดี สมองฝ่อจนคิดอะไรไม่ได้ ต้องใช้หัวแม่เท้าคิดซินะ ถึงได้เข้าข้างตัวเองขนาดนี้”

เมษาขบกัดฟันบนกลีบปาก “แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าคนที่ไม่รักษาคำพูดนะคะ”

เมษาย้ำคำนี้อีกแล้ว ที่บางครั้งมันก็สะกิดใจเขาเหมือนกัน แต่...หญิงสาวคงจะตู่คิดมันขึ้นมาเอง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา

“คิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะสนใจคิดหาคำตอบใช่ไหมเมษา แต่รู้ไว้นะ ฉันสมเพชเธอมากกว่า ต่อให้พยายามแค่ไหน เธอก็เป็นได้แค่ยายหนอนเน่าเฟะน่าสะอิดสะเอียนที่ฉันเหม็นเน่า อยากจะจับโยนใส่กองไฟ จะได้มาตามตื้อให้รกหูรกตา” เบนนิโต้แผดเสียงใส่ ก่อนจะเดินหนีจากห้องไปสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะทนไม่ไหว หักคอเมษาคาห้องนี้เสียก่อน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha