เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

4

     เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้ 

     “เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพร้อมกับถามเมษาเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าเบนนิโต้เดินหน้าแดงตาแดงราวกับไฟออกไปข้างนอกแล้ว สายตาที่ตวัดมองมายังเธอเมื่อครู่นี้ เหมือนกับอยากจะบีบคอเธอให้หักคามือด้วย

กานพลูโอบแขนรอบกายเมษาอย่างปลอบโยน เมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนสีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยระคนท้อใจ

     เมษาส่ายหน้ายกมือปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดและหันไปยิ้มให้กานพลู “เปล่าหรอกกาน พี่บีไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ก็คงจะโมโหฉันมากเหมือนกัน”

     “แล้วนี่จะเอาไงต่อ จะกลับบ้านหรือว่าจะไปเที่ยวต่อ” กานพลูถาม ความจริงเธออยากที่จะเห็นหน้าเรียบเฉยของคาร์เมนอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้าจะบอกเมษา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะสะดุดกับร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนที่เดินกลับเข้ามาในโรงแรม

กานพลูหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างแปลกใจ ทำไมคาร์เมนถึงได้กลับจากไปส่งศรีอัปสรเร็วนัก ก็ในเมื่อคอนโดที่พักของาม่ายสาวกับโรงแรมนี้ก็ไกลแถมรถก็ติดด้วย เขาไม่น่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ก่อนจะนึกได้ว่าเธอเคยดูรายการทีวีแต่จำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร

วันนั้นเขาเชิญศรีอัปสรไปเป็นแขกและม่ายสาวก็บอกว่าเธอติดการใช้บริการสปามาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนถ้าเห็น เธอจะต้องเขาไปแวะชมจะว่าไปใกล้กับโรงแรมนี้ก็มีร้านสปาชื่อดังอยู่สองสามร้าน คาร์เมนคงจะส่งศรีอัปสรไม่ร้านใดก็ร้านหนึ่ง

“มาหาเรื่องแกล้งคนกันดีกว่าหนูเมย์”

     “แกจะแกล้งใครกานเมษามองตามมือเรียวยาวของกานพลูก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง

     “หมายความว่าไงกาน”

     “แกก็เห็นใช่ไหม วันนี้ฉันแต่ตัวสวยจะตาย แกก็ยังชมเลย แต่อีตาบ้านั่นกลับไม่มองสักนิดเลย ฉันอดหงุดหงิดใจไม่ได้นะหนูเมย์” กานพลูกลบเกลื่อน ทั้งที่ความจริงแล้วเธออยากจะเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับคาร์เมนสักนิดอยากจะรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรเมื่อต้องมานั่งกินข้าวกับเธอ

     “จะดีเหรอกาน คาร์เมนไม่เหมือนกับพี่บีนะ ฉันไม่เคยเดาอารมณ์เขาถูกเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะโกรธหรือว่าดีใจ คาร์เมนไม่เคยแสดงออก” เมษามีสีหน้ากังวลและหันมองกานพลูอย่างแปลกใจก่อนที่จะถามไปตรงๆ

“แกสนใจคาร์เมนหรือไงกาน”

     “จะบ้าหรือไงหนูเมย์” กานพลูปฏิเสธแต่หน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่สุกดวงตาเป็นประกาย

     “อย่ามาโกหกฉันดีกว่ากาน ถ้าไม่ใช่จริงๆ แล้ว หน้าแกจะแดงเป็นผลท้อแบบนี้หรือไง แกตัดใจดีกว่าไหมเพื่อน ฉันไม่อยากที่จะเห็นแกเป็นทุกข์ใจเหมือนกับฉัน อีกอย่างคาร์เมนเองไม่เคยมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงเลย ไม่รู้ว่าอีตานี่เป็นเกย์หรือเปล่า”

เมษาเตือนกานพลูด้วยความหวังดี แต่เธอไม่รู้หรอกว่าได้เตือนกานพลูช้าไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนรักได้หลงรักคาร์เมนเข้าเต็มเปาและหมดหัวใจทีมีเสียแล้ว

     กานพลูพยักหน้ารับช้าๆ “ฮือ ฉันคงจะหลงรักอีตานั่นเข้าให้แล้วจริงๆ แหละหนูเมย์ แต่ทำไงได้ล่ะ จะให้ตัดใจตอนนี้มันก็คงจะสายเกินไป เหมือนกับแกนั่นแหละ ที่ทำยังไงก็ตัดใจจากพี่บีไม่ได้”

กานพลูมองไปที่ร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคม ดวงตาดุ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหนาสีแดงอมชมพูเหมือนกับปากผู้หญิง ไหล่กว้างผึ่งผาย ช่วงตัวที่ไม่เล็กและหนาเกินไปรับกับความสูง ยิ่งพิศยิ่งมองหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็ยิ่งเต้นตามจังหวะเสียงกลอง

อีกอย่างนะ แกไม่ต้องห่วงหรือเป็นกังวลกับเรื่องของฉันหรอกหนูเมย์ เพราะฉันรู้ว่าควรจะวางตัวยังไง และฉันก็จะไม่ยอมให้คาร์เมนล่วงรู้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขาเด็ดขาด”

กานพลูบอกเมษาให้คลายความกังวลใจ แต่ก็อดที่จะหันไปมองคาร์เมนไม่ได้ ยิ่งได้เห็นร่างสูงใหญ่เดินตรงมายังจุดที่เธอนั่งอยู่

อีกไม่กี่ก้าวก็ถึง กานพลูอายจนหน้าแดง จนเผลอบิดมือไปมาอยู่บนตัก ก็รู้อยู่เต็มอก คาร์เมนไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แต่หัวใจเธอกลับไม่เชื่อฟัง ดันมอบให้ชายหนุ่มไปจนหมดทั้งดวง

     “ขอโทษครับคุณเมษา”

     เมษาและกานพลูสะดุ้งกับน้ำเสียงเยือกเย็นที่ดังจากทางด้านหลัง สองสาวหันไปมองพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

     “มีอะไรคาร์เมน” เมษาถามน้ำเสียงเกรี้ยวกราดสะกดกลั้นอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจจากการกระทำของเบนนิโต้ไว้ในอก

     “นายอยากจะเชิญคุณสองคนเป็นเกียรติร่วมรับประทานอาหารแสดงความยินดีกับการหมั้นอย่างไม่เป็นทางการของนายกับคุณมีนาครับ”

     น้ำเสียงเรียบๆ ที่ออกจากปากคาร์เมน ทำเอาเมษาถึงกับเลือดขึ้นหน้า ใจหนึ่งก็โกรธคนที่พูดหน้าตาเฉย เห็นเธอเป็นท่อนไม้หรือไง ถึงไม่เจ็บปวดกับสิ่งที่พวกเขาสองคนร่วมกันทำ

ดวงตาที่มองคาร์เมนเป็นประกายวาววับ ถ้าเปลี่ยนเป็นมีดอันแหลมคมได้ เมษาก็อยากจะให้เป็น มันจะได้ทิ่มแทงชายตรงหน้าที่เห็นความเจ็บปวดของเธอเป็นเรื่องสนุก แต่อีกส่วนก็น้อยใจในตัวเบนนิโต้ ไม่รักก็ไม่ว่า แต่ทำไมจะต้องทำให้เธอต้องเจ็บปวดใจครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้

     อยากรู้นักว่าใจชายหนุ่มทำด้วยอะไรทำไม ถึงไม่นึกถึงความหลังครั้งเก่า ไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกรักที่เธอมอบให้ไปบ้าง ถึงจะไม่รักตอบแต่เพียงแค่เขาแสดงท่าทางดีๆ ไม่เฉยชาและพูดจาจิกกัดทุกครั้งที่เจอ แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว ดูซิเมื่อครู่ใหญ่เริงร่าอยู่กับศรีอัปสร มาตอนนี้ก็บอกว่าจะเลี้ยงฉลองงานหมั้นกับมีนาอีกแล้ว นี่เขาต้องการให้เธอตายไปต่อหน้าเลยใช่ไหม ถึงจะพอใจ!

     เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก 

     “ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่วมรับประทานอาหารด้วย ทั้งพี่บีและคุณคาร์เมนจะรับกระเดือกอาหารไม่ลงคอเสียมากกว่า ถ้าต้องทนเห็นผู้หญิงที่คุณสองคนแต่มองแต่เปลือกนอก ฟังแต่คำพูดของคนอื่นแล้วนำมาประณามว่าเขาเป็นเช่นนั้นนั่งร่วมโต๊ะด้วย”

กานพลูประชด แม้อยากจะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับคาร์เมน แต่เห็นว่าเวลานี้ไม่เหมาะสม เพราะตอนนี้เมษาไม่อาจทนฟังคำพูดและการกระทำที่หยามเหยียดของเบนนิโต้ได้ เชื่อเถอะ การชวนร่วมทานอาหารในครั้งนี้จะต้องมีอะไรทำให้เพื่อนเธอเจ็บปวดจนน้ำตาตกใน ต้องไปนอนช้ำกับอกเธอเป็นแน่

กานบีบมือเมษาเบาๆ ให้เมษาฮึดสู้  

     “ให้คุณเมษาตัดสินดีกว่าไหมครับคุณกาน” คาร์เมนถามเพราะจำชื่อผู้หญิงตรงหน้าได้

     “เอายังไงหนูเมย์ ถ้าแกไหว ฉันยังไงก็ได้นะ ไม่หวั่นต่อคนที่คิดว่าตัวเองแสนจะเก่ง แต่กลับมองบางคนไม่ออก หลงเชิญชูว่าเป็นนางหงส์สูงค่า แต่ความจริงก็เป็นได้แค่อีกาที่คุ้ยเขี่ยอาจมกิน”

     “พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกกาน บางคนเขาฝังหัวไว้แล้ว ตัวเองถูกเสมอ ไม่เคยมองหรอกว่ามันมีความจริงอยู่อีกด้านหนึ่ง”

     ฟังคำพูดของสองสาวแล้วคาร์เมนถึงกับส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ว่าแต่คนอื่นเขา หากตัวเองก็ไม่ต่างกัน ทับถมคนอื่นเป็นแค่กรวด เยินยอตัวเองเป็นนางฟ้านางสวรรค์ หากความจริงแล้วตัวเองนั่นแหละเป็นได้แค่ดินที่อยู่ในโคลนตม

“คุณสองคนอยากจะพูดให้ตัวเองดูดีแค่ไหนก็ได้ แต่ผมว่ายิ่งพูดไปแบบนั้น ยิ่งทำให้ผมมองว่าคุณสองคนมีแต่ความอิจฉาริษยาคุณมีนา ไม่อยากเห็นเธอได้ดีกว่าคุณสองคน”

     คำพูดของคาร์เมนทำให้เมษาและกานพลูหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน

     กานพลูกลอกตาพลางสะบัดศีรษะส่ายไปมา “ฉันว่าอย่างนี้...กู่ไม่กลับแล้วละหนูเมย์ หน้าตาก็หล่อดี แต่ไม่คิดว่าสมองจะ...เฮ้อ! น่าเสียดายจริงๆ ”

     “ตกลงคุณสองคนจะเอายังไง ไปทานอาหารกับนายผมไหม”

“ก็อยากทานอยู่หรอกนะ แต่กลัวจะโดนรุมกัดแทะจนเนื้อหนังไม่มีเหลือติดกระดูก ตอนนี้สมองฉันก็ยังเบลอๆ คิดอะไรไม่ค่อยจะออกอยู่ ควรอย่างที่ยิ่งจะไปผ่อนคลายสมองให้ปลอดโปร่งเสียก่อน จะได้คิดออกสักที ควรทำอีท่าไหนให้พี่บีตกอยู่ในอุ้งมือ...มาร”

กานพลูหัวเราะ “โธ่ อย่าพูดอย่างนั้นซิหนูเมย์ ตอนนี้มีคนเห็นเราสองคนเป็นยายปีศาจที่คอยรังควาญจนต้องหาทางไปเอาน้ำมนตร์มาขับไล่ให้ไปไกลๆ อยู่”

“ช่างหัวซิ ยังไงในสายตาเขาสองคน เราก็เป็นยายปีศาจเน่าเฟะอยู่ดี งั้นก็ทำให้เป็นไปเลย ราตรีนี้ยังอีกยาวนัก ยังมีเวลาให้พวกเราสองคนได้เที่ยวกันอีกนาน” เมษาพูดประชด เพราะคาร์เมนก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าเธอทำตัวเหลวไหลทำตัวไร้สาระไปวันๆ

“ได้เลยเพื่อน คืนนี้ไม่รุ่ง เราไม่ต้องกลับบ้านกัน” กานพลูรับคำเพื่อน “เอาไว้โอกาสหน้านะคะคุณคาร์เมน ฉันกับหนูเมย์ไม่พลาดการร่วมรับประทานอาหารกับคุณและเจ้านายของคุณแน่ แต่ฉันก็อยากจะเตือนเอาไว้ล่วงหน้า...ไปหัดฝึกระงับสติอารมณ์เอาไว้ เพราะฉันกลัวคุณจะทนไม่ไหว ฉีกทึ้งกัดแทะฉันกับหนูเมย์จนเหลือแค่กระดูก”

“ผมไม่ใช่หมานะ”

“อ้าว...ฉันก็นึกว่าใช่ จะเชื่อฟังกันก็ไม่ว่า แต่ควรมีสติคิดไตร่ตรองด้วย คนที่ถูกกล่าวหาเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า”

“ถ้าไม่เจอกับตัวเองจังๆ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อหรอก พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ สู้เอาเวลาไปผ่อนคลายอารมณ์แล้วจบลงด้วยการหิ้วผู้ชายกลับบ้านด้วยน่าจะง่ายกว่า ยังไงในสายตาเขา เราก็เป็นยายร่านราคะอยู่แล้วนี่”

“นั่นซินะ” กานพลูพยักหน้ารับคำเพื่อน เธอลุกขึ้นยืน ยกแขนขึ้นกอดอกเลิกคิ้วมองคาร์เมนอย่างกวนๆ แล้วเหมือนกับว่ามีเจ้าซาตานตัวน้อยในสมองยั่วยุให้เธอทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คาร์เมนจดจำเธอได้และอีกอย่างจะได้เป็นการเอาคืนที่เขาไม่สนใจกันด้วย

ขอเอาคืนด้วยการให้เขาต้องเจ็บตัวเล็กๆ น้อยๆ ก็แล้วกัน

อ๋อ...คุณคาร์เมนค่ะ ถ้ากานจะขออะไรจากคุณสักอย่างไม่ทราบว่าคุณจะว่าอะไรหรือเปล่า” กานพลูถามเสียงหวานพร้อมกับยิ้มหวานให้ชายหนุ่มด้วย

     “อะไรครับ” คาร์เมนถามอย่างเสียไม่ได้

     กานพลูยกเท้าขึ้นเตะที่น่องคาร์เมนเต็มแรงก่อนที่จะดึงแขนเมษาให้รีบวิ่งไปที่รถอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวเราะเสียงใสฝากกับสายลมให้คาร์เมนได้ยิน

     คาร์เมนลูบปลีน่องเบาๆ สายตามองตามร่างกานพลูไปอย่างสนใจนิดๆ ปกติแล้วจะไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าที่จะพูดคุยหรือเข้าใกล้เขา มีเพียงแค่ส่งสายตาและรอยยิ้มหวานๆ ให้ ผิดกับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังกล้าที่จะทำร้ายเขาอีกด้วย

     “เฮ้อ...” กานพลูถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะมองหน้าเมษาและหัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน

     “รีบขึ้นรถเถอะแก กลับไปหาข้อมูลและวางแผนกำจัดนังปีศาจมีนาดีกว่า ตอนนี้ปล่อยให้สองหนุ่มนั่นดีใจตีปีกพับๆ กันก่อน แล้วจะรู้ว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า”

     กานพลูเปิดประตูรถขึ้นนั่งก่อนจะสตาร์ทเครื่องขับออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายหันมองดูด้านหลังหวังว่าจะมีเงาของคาร์เมนมาดูเธอกับเมษาบ้าง แต่ก็ไม่มีแม้เงา

แกมีแผนแล้วใช่ไหมหนูเมย์”

     “ใช่ อ้าว....เมื่อกี้แกไม่ได้ฟังที่ฉันบอกเลยใช่ไหมกาน”

     กานพลูทำหน้าเหรอหนูเมย์บอกเมื่อไหร่หว่า “แกบอกฉันตอนไหนหนูเมย์”

     “เออ...ช่างเถอะ ฉันบอกแกใหม่ก็ได้ เพราะแกจะต้องช่วยฉันหาข้อมูลด้วยเหมือนกัน” เมษาเล่าแผนการอีกครั้ง กานพลูพยักหน้ากับแผนการของเพื่อน

     “แกจะให้ใครเป็นคนแสดงว่ามีอะไรกับมีนาล่ะหนูเมย์”

กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเธอกับเมษาคงจะตายหาศพไม่เจอเป็นแน่

     “ฉันก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน แล้วแกมีความคิดไหม เราจะใช้ใครดีคนที่เขาจะไม่มาแบลกเมย์กันทีหลัง” เมษาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด นึกหาผู้ชายมาแสดงละครตบตามีนา เบนนิโต้ และคาร์เมนยังไงดี ละครเรื่องนี้ที่ทุกคนจะต้องเชื่อสนิทว่ามีนามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผู้ชายคนนั้น

     “คิดไม่ออกจริงๆ หนูเมย์” กานพลูหยุดรถให้เมษาลงไปเปิดประตูบ้าน สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเหลือเพื่อน ขณะมือกำพวงมาลัยรถแน่นก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถ

พี่ต้น” กานพลูโถมตัวเข้ากอดพี่ชายอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชายยืนอยู่ตัดแต่งกิ่งกุหลาบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใจดีอยู่เป็นนิจ

     “พี่ต้น” เมษาร้องอุทานอย่างดีใจ ใบหน้าที่เบื่อหน่ายหม่นหมองเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู ดวงตาเป็นวาววับ อยากจะวิ่งเข้าไปกอดต้นรักษ์เหมือนที่กานพลูทำ แต่ทำไม่ได้เพราะเธอไม่ใช่น้องสาวหรือคนในครอบครัวจึงได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานๆ ไปให้แทน

     “ว่าไงสาวๆ ดีใจมากหรือที่เจอพี่” ต้นรักษ์ทักทายน้องสาวเลยไปถึงหญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขา เพียงแค่เห็นรอยยิ้มหวานของเมษาที่ส่งมาให้ ทำเอาเขาใจเต้นแรง อยากจะเดินเข้าไปใกล้ สวมกอดร่างบางให้สมกับความคิดถึง แต่ก็ต้องหักห้ามใจเมื่อรู้ว่าเมษาให้เขาได้เพียงแค่พี่ชาย

     “มากๆ เลยคะพี่ต้น ใช่ไหมกาน” เมษาหันไปพยักพเยิดกับเพื่อนรัก

     เพียงแค่นี้...ได้ยินเสียงหวานๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขแล้ว เวลาที่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด เขาจึงเร่งทำงานให้เสร็จ เพื่อที่จะได้กลับมาเห็นใบหน้าที่สดใส รอยยิ้มหวานละมุน กำลังใจส่วนหนึ่งให้เขาทำงานได้จนประสบความสำเร็จทุกครั้ง

ต้นรักษ์ยิ้มหวานให้เมษา ตอนที่บอกรักแล้วถูกเธอปฏิเสธ เขากลัวว่าจะมองหน้ากันไม่ติด แต่หญิงสาวกลับบอกว่าขอให้เขาเป็นเพื่อนเป็นพี่ชายที่แสนดีดูแลน้องสาวอย่างเธอเหมือนกับที่ดูแลกานพลูได้หรือเปล่า

     ตอนนั้นเขาก็อยากจะดื้อแพ่งทำตามความต้องการของตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่พอเห็นใบหน้าเศร้าๆ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของเมษาแล้ว มันทำให้เขาใจอ่อนต้องพยายามตัดใจ แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าหญิงสาว ใจเขาร่ำๆ อยากให้เธอรับรักเสมอ แต่ก็คงทำได้แค่แอบรักแอบมองอยู่อย่างนี้ ยินดี เมื่อน้องน้อยคนนี้มีสุข คอยปลอบใจและอยู่ใกล้ๆ เมื่อเธอมีความทุกข์

     “มีอะไรกันหรือเปล่า” ต้นรักษ์เอ่ยถาม เขาเสียววูบที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานปะเหลาะของเมษา

     “แกคิดเหมือนอย่างฉันคิดไม่กาน” เมษากระซิบถามกานพลู เมื่อหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกสีดำกลางเก่ากลางใหม่ มองไปยังต้นรักษ์อย่างมีความหวัง

     “คิดอะไรของแกหนูเมย์” คิ้วกานพลูผูกโบเข้าด้วยกัน มองเมษาก่อนจะหันไปมองพี่ชายที่ยืนยิ้มและส่งสายตาหวานๆ ให้เพื่อนรักไม่ยอมหุบ

     “ก็คนที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับมีนาไง ที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วออกไป ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแบลกเมย์กลับ แล้วเรายังได้กุนซือตัวฉกาจอีกด้วย” เมษากระซิบข้างๆ ใบหูกานพลูสลับกับมองต้นรักษ์อย่างมีความหวัง

     กานพลูคิดตามคำพูดเมษา “ใช่! แกพูดถูกทุกอย่างหนูเมย์ แต่ว่าพี่ต้นจะร่วมมือด้วยหรือเปล่า แกก็รู้ใจพี่เขาไม่ใช่หรือไง”

กานพลูยังมีคำถามตามมา พี่ชายเธอจะยอมเฉือนหัวใจตัวเอง เพื่อทำให้รักของเมษาสมหวังหรือ ไม่...ไม่น่าจะเป็นไปได้

     “เออน่า...ถ้าแกเห็นด้วย เดี๋ยวฉันกล่อมพี่ต้นเอง ไว้ใจฉันละกัน เมษาซะอย่าง” เธอเชื่อมั่น...ความรักที่ต้นรักษ์มีให้คือต้องการให้คนที่รักมีความสุข แม้จะต้องกล้ำกลืนฝืนใจตัวเอง เขาก็จะทำให้เธอมีความสุข

กานพลูมองหน้าเมษาอย่างใช้ความคิด เธอไม่อยากดึงพี่ชายมาร่วมเล่นเกมความรักของเพื่อน แค่เมษาไม่รักต้นรักษ์ก็เจ็บมากพอแล้ว นี่ยังจะต้องมาเป็นตัวช่วยให้เมษาและเบนนิโต้สมรักกันอีก พี่ชายเธอจะรับได้หรือเปล่า

     “แต่ว่าหนูเมย์ คือพี่ต้น...”

     “ฉันรู้เธอจะพูดอะไรกาน” เมษาดักคอดึงกานพลูเข้ามากอด

ฉันรู้ว่าพี่ต้นรักฉัน แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งฉันรู้ ความรักของพี่ต้นเป็นความรักที่มีแต่เสียสละ ต้องการเห็นคนที่รักมีความสุข ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนพี่ต้นก็ยินดี”

เมษายิ้มให้กานพลู เธออยากจะเปลี่ยนใจที่รักมั่นต่อเบนนิโต้มาให้กับต้นรักษ์ที่คงจะทำให้เรื่องราวทุกอย่างดีขึ้น เธอก็จะมีความสุขกับรักที่สมหวัง แต่ทำอย่างไร ใจนี้ก็ไม่เคยเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ในสายตา

     “มันก็จริงของแกนะหนูเมย์ เวลาแกทุกข์ พี่ต้นจะคอยปลอบใจให้แกคลายทุกข์ เวลาแกมีความสุข ใบหน้าพี่ชายฉันก็แย้มยิ้มอย่างยินดีและมีความสุขไปด้วยเสมอ” 

     “ฉันก็เสียดายนะกาน ทำไมฉันถึงไม่รักพี่ต้น จะได้ต้องมาทุกข์ เพียงเพราะต้องการให้รักของตัวเองสมหวัง จนต้องหาเรื่องทำร้ายคนอื่นแบบนี้”

     “ความรักมันไม่เข้าใครออกใครไงหนูเมย์ ถ้าเราหักห้ามความรักได้ โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นเป็นกองแล้วล่ะ เพราะไม่มีใครคอยแก่งแย่งช่วงชิงของคนอื่นกันไง”

กานพลูพูด เหมือนกับใจฉันนี่ไงหนูเมย์ที่ดันแอบหลงรักอีตาจอมเย็นชาหน้าเต้ารีดคาร์เมนอยู่ข้างเดียว เพียงแค่เห็นจากรูปที่แกเอามาให้ดูไม่กี่ครั้งเองนะหนูเมย์ เฮ้อ...คิดแล้วเซ็งดันไปเป็นเหมือนกับอิเหนาหลงรักรูปบุษบา อีตาคาร์เมนเองก็ไม่เห็นจะมีท่าว่าจะสนใจฉันสักนิดเลย คิดแล้วก็อยากจะเอาค้อนทุบหัวอีตาจอมเย็นชาหน้าเตารีดนั่นเสียจริง

เมษายิ้ม กานพลูพูดถูก ความรักไม่เข้าใครออกใคร อย่างเธอนี่ไง ดันไปหลงรักเบนนิโต้อย่างหัวปักหัวปำ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการความรักของเธอสักนิดเดียว แต่ก็ยังตะบึงตะบันดื้อรั้นดันทุรังรักเขาอยู่ได้ แต่กับคนที่รักอย่างจริงใจเช่นต้นรักษ์ เธอกลับไม่เหลียวมอง

เมษาถอนหายใจ สะบัดศีรษะดึงความคิดมายังปัจจุบัน สายตาก็จับจ้องไปที่ชายร่างสันทัดสูงประมาณ 165 ซม. ผมดกดำที่ก้มๆ เงยๆ ตัดแต่งกิ่งกุหลาบหน้าบ้านอย่างทะนุถนอมและหวงแหงน

ต้นรักษ์หันมากลับมามองเมื่อรู้สึกเหมือนมีมองเขาอยู่ ใบหน้าค่อนไปทางกลม ผิวพรรณและใบหน้าผ่องใส หน้าผากกว้าง คิ้วหนาดวงตาฉายแววใจดีและมีรอยยิ้มอยู่เป็นนิจเหมือนกับดวงตา จะว่าไปเมื่อมองรวมๆ แล้วต้นรักษ์ก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่แต่ไม่ถึงกับหล่อมากเหมือนเบนนิโต้ ชายหนุ่มยังมีความอบอุ่นอ่อนโยนให้กับคนที่อยู่ใกล้ๆ เสมอ 

เมษาส่งยิ้มไปให้ต้นรักษ์ มองกุหลาบพุ่มใหญ่ที่ออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม เพราะได้คนดูแลรักษาอย่างดี กุหลาบพวกนี้ไม่เคยมีใครตัดได้เลยแม้แต่กานพลู ที่จะต้องได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของ แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการต้นรักษ์จะเป็นคนยื่นกรรไกมาให้ซ้ำยังบอกอย่างใจดีว่า

น้องเมย์ชอบดอกไหนก็ตัดได้เลยจ้ะ” ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้นรักษ์ถึงยินยอมให้เธอตัดกุหลาบแสนรักแสนหวงของเขาได้ จนเมื่อเขามาสารภาพรักด้วยนั่นแหละ เธอถึงได้เข้าใจ

     ต้นรักษ์เห็นสองสาวนั่งหัวชนกันอย่างใช้ความคิด ทำให้เขาเกิดความสงสัย เมษากับกานพลูคงไม่หาเรื่องให้ตัวเองเดือนร้อนและลำบากหรอกนะ แต่ว่าไอ้ท่าทางแบบนี้คงต้องการตัวช่วยละมั้ง

“สาวๆ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า บอกได้นะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงพี่ช่วยเต็มที่”

     “บอกแล้วพี่ต้นจะช่วยน้องเมย์จริงๆ นะคะ” เมษาทำตาใสใส่ต้นรักษ์ส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวานน่ารัก

     “ถ้าช่วยได้พี่ก็จะช่วย ว่าแต่น้องเมย์มีอะไรให้พี่ต้นช่วยครับ” ต้นรักษ์ถามอย่างเอาใจ

     ยิ่งพิศยิ่งมองเมษายิ่งน่ารักและสวยวันสวยคืน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตแวววาวระยิบระยับ จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อล้อมด้วยผมหนาดกดำเป็นเงางาม ไม่ว่าจะกินจะนั่งจะนอนหรือว่าจะทำอะไรเขาจะต้องได้ยินเสียงหวานใสของเมษาถามอยู่เสมอ

     “พี่ต้นเหนื่อยไหมคะ”

พอเขาบอกว่าเหนื่อย เธอก็จะเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับผ้าเย็นคอยเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้

ต้นรักษ์ถอนใจเฮือกใหญ่ ทุกการกระทำของเมษา ไม่ว่าจะนั่งจะกินจะเดินมันซึมลึกอยู่ในจิตใจ จนเขาคิดว่าตัวเองเหมือนกับคนบ้าที่ทึกทักเอาเองเสมอว่าหญิงสาวเป็นคนรัก  

     “น้องเมย์อยากให้พี่ต้นแสดงละครว่ามีอะไรกับผู้หญิงสักคน พี่ต้นทำให้น้องเมย์ได้หรือเปล่าค่ะ” เมษาเอ่ยโพล่งออกไปอย่างไม่กลั่นกรองคำพูดให้ดี

     “เฮ้ย! น้องเมย์ทำไมให้พี่ไป...ไป…ต้นรักษ์ตกใจจนหัวใจหล่นกองปลายเท้า ดวงตายิบหยีเบิกกว้าง ซวยแล้วไหมล่ะเรา ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่

     “น้องเมย์อยากให้พี่ต้นช่วยแสดงละครว่ามีอะไรกับมีนาค่ะ จากนั้นน้องเมย์กับกานก็จะช่วยกันถ่ายรูปส่งไปให้พี่บีก็แค่นั้นเองค่ะพี่ต้น” เมษาพูดเสียงอ่อย

“พี่ต้นช่วยน้องเมย์นะคะ” เมษาออดอ้อน ส่งยิ้มหวานใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อขณะดวงตาคู่สวยกระพริบปริบๆ มองต้นรักษ์เหมือนกับว่าเขาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวไปช่วยนางเอกจากผู้ร้าย

     “นะคะ น้องเมย์รู้ว่าพี่ต้นเป็นคนเก่ง แค่รับปากว่าจะช่วย งานนี้ก็ประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” เมษายังพูดเหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเด็กเล่นขายของ ที่เธอกำลังเล่นอยู่กับต้นรักษ์และมีนา

ต้นรักษ์ปวดใจอย่างแรง ยังรับได้ที่เมษาให้เป็นพี่ชาย ที่เมื่อเจอคำขอร้องของเมษาที่ต้องการให้เขาช่วยเหลือให้เธอมีความสุขกับคนที่รัก...เขาก็แทบกระอักเลือดไปเหมือนกัน

ดวงตาต้นรักษ์ฉายแววเจ็บปวดจนต้องรีบหันหน้าหนีเมษาและกานพลูเพราะกลัวว่าทั้งคู่จะเห็น มือใหญ่กำแน่นจนปูดโปน ขบฟันจนกรามนูนเด่น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดผ่อนคลายความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและหันมายิ้มให้เมษาแทน

     “น้องเมย์นึกถึงผลของการกระทำครั้งนี้ไว้บ้างหรือเปล่า ถ้าคุณเบนนิโต้จับได้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแผนของน้องเมย์ เขาจะต้องโกรธแล้ว...แล้ว...”

ต้นรักษ์ถามอย่างเป็นกังวล เมื่อรู้ว่าเมษารักใคร เขาจึงหาข้อมูลเพื่อหวังจะ

เขารู้ว่าเมษารักเบนนิโต้มากเขาก็จำต้องหาข้อมูลของผู้ชายที่เมษารักไว้บ้าง เพราะคิดว่าหากได้รู้ เขาอาจจะหาทางทำให้หญิงสาวหันกลับมามองได้ แต่เอาเข้าจริงๆ สิ่งที่ได้รู้มาทำให้เขากลัวแทนเมษา

กิตติศัพท์ความร้ายกาจของเบนนิโต้ไม่ได้หยุดอยู่ แม้กระทั่งเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดก็ยังมีคนเอ่ยถึง ใครที่กล้าลูบคมชายหนุ่มจะต้องเตรียมตัวรับศึกหนักด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อไหร่ที่เบนนิโต้โกรธจัด ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าขัดขวางเขาจะต้องเจอกับเรื่องร้ายอย่างคาดไม่ถึง จนสาสมสาแกใจนั่นแหละเขาถึงจะหยุด

ต้นรักษ์ได้ภาวนาขอให้เมษาคิดใหม่ตัดสินใจใหม่ เลิกคิดที่จะทำร้ายมีนาเสีย แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางห้ามปราบหญิงสาวได้ คงรอฟังคำตอบของหญิงสาวที่ตัวเองแอบรักด้วยความเจ็บปวด

     “น้องเมย์ไม่กลัวคะพี่ต้น ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรน้องเมย์ก็พร้อมจะรับมัน”

น้ำเสียงมั่นใจเด็ดเดี่ยวจากปากรูปกระจับสีชมพูกับสายตาอ้อนวอนทำให้ต้นรักใจอ่อนยวบและเขาก็ต้องยอมแพ้อย่างหมดรูป แม้ตัวเองจะต้องพบกับความเจ็บปวดก็ตาม มีทางเดียวคือทำใจให้ชินชา และทำให้คนที่รักมีความสุขที่สุด เพราะนั่นก็คือความสุขของเขาเช่นกัน

     “แผนที่น้องเมย์กับกานวางไว้มีอะไรบ้างล่ะ จะให้พี่ช่วยยังไงตอนไหน” ต้นรักษ์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้หัวโล้นใกล้กับเมษาที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะสามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาช่วยได้

“ว่าไง แผนเป็นยังไงจะให้พี่ช่วยตอนไหน”

     ทั้งเมษาและกานพลูต่างส่ายศีรษะและหัวเราะแห้งๆ  

หนูเมย์คิดได้แค่ว่าจะหาคนมาเล่นละครว่ามีนามีอะไรกับผู้ชายคนอื่น แล้วหนูเมย์กับกานก็จะถ่ายรูปส่งไปให้พี่บีดูก็แค่นั้นเองค่ะ” เมษาพูดง่ายๆ

กานพลูมองพี่ชายยิ้มแหยๆ ตาปริบๆ

     “ตกลงว่ายังไม่มีแผน”

     “ค่ะ” เมษาและกานพลูตอบประสานกันอย่างกับนักร้องประสานเสียงในงานโรงเรียนมัธยมที่เขาเคยร้องเมื่อตอนเป็นเด็ก

เรื่องที่จะหลอกล่อให้มีนามาถึงที่นัดหมาย ไม่เป็นปัญหาเลยคะ น้องเมย์พอรู้วิธี แต่แผนการอื่นๆ นี่...ยังคิดไม่ออกเลยคะ คิดว่ารอให้พี่ต้นเป็นคนวางน่าจะดีกว่า พี่ต้นของน้องเมย์เก่งที่สุดเลย”   

     ต้นรักษ์ส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ลุกเดินไปเดินมา พลางครุ่นคิดหาแผนการช่วยเหลือเมษาให้สมหวังในรัก แม้อกตัวเองจะต้องกลัดหนองก็ยอม

อาทิตย์หน้าเพื่อนพี่จะไม่อยู่สองสามวัน พี่สามารถขอยืมห้องให้พวกเธอทำตามแผนได้ เรื่องหลอกมีนาให้มาที่ห้อง น้องเมย์คงจะไม่พลาดใช่ไหม”

“ค่ะ” เมษาพยักหน้ารับ

ส่วนยายกาน เป็นคนหายานอนหลับ หน้าที่สำคัญคือเธอสองคนจะต้องหาทางทำให้มีนากินให้ได้ หลังจากนั้นพี่จะเป็นคนจัดการเอง”

ที่ต้นรักษ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไอ้ที่คิดไว้กับการกระทำมันจะไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า ใจเขาหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก แต่...เมื่อคิดจะเดินหน้าแล้วก็ไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยมีเขาคอยดูแล ยังดีกว่าให้เมษาและกานพลูไปจัดการกันเองสองคน ที่เห็นจะมีแต่เสียมากกว่า

     “ค่ะ น้องเมย์ทำได้” เมษารับคำ

     “กานก็เหมือนกันค่ะ” กานพลูรับคำเช่นกัน

เราจะใช้เรื่องอะไรหลอกมีนาให้มาตามนัดล่ะหนูเมย์” กานพลูโพลงถามอยากอดปากไม่อยู่

     “เรื่องนี้ไม่มีปัญหามีนาต้องหลงกลฉันอยู่แล้วย่ะคุณหนูกานพลูคนสวย” เมษายิ้มกริ่ม เมื่อมีนาได้รับฟังเรื่องเธอพูด จะต้องร้อนรุ่มเป็นไฟเผา แม้จะไม่เชื่อนักแต่จะต้องคลางแคลงใจ จะต้องรีบมาเพื่อจะได้เห็นกับตาตัวเอง

     “ทำไงล่ะหนูเมย์ บอกหน่อยซิ” กานพลูเขย่าตัวเมษาอย่างอยากรู้

     “แกดูนี่ซิกาน” เมษายื่นโทรศัพท์มือถือให้กานพลูดู เป็นภาพการกอดจูบของเบนนิโต้กับศรีอัปสรในห้องอาหารดาวดารา

“ไม่ใช่เพียงแค่ภาพเท่านั้น แต่ฉันยังจำคำพูดที่พี่บีพูดกับยายแม่ม่ายผัวตายได้ คิดดูซิกาน ถ้ามีนาได้เห็น ได้ยินเข้า จะทนไหวไหม ยั่วไม่นานยายปีศาจนั่นก็ของขึ้น รีบวิ่งมาค้นหาความจริงจนตัวสั่นล่ะแก” 

ถึงจะเข้าหาเบนนิโต้เพราะต้องการเอาชนะเธอ แต่เชื่อเถอะ อย่างมีนาถ้าไม่มีใจให้ คงไม่ทำแบบนี้แน่ ถ้ายายปีศาจนั่นได้เห็นภาพที่เธอส่งให้กับคำพูดยั่วยุอีกสักหน่อย...

เมษาคลี่ยิ้ม นัยน์ตาวาวจ้า มีนาคงแทบจะคลั่งเมื่อได้เห็นภาพนี้ ใบหน้าที่ยิ้มเยาะเย้ยจะต้องเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ที่เธออยากจะหัวเราะใส่หน้ายายปีศาจนั่นบ้าง แต่ถ้าทำอย่างนั้น แผนก็จะเสีย รอหัวเราะทีหลังสะใจกว่ากันเยอะ เมื่อถึงวันที่เบนนิโต้ประกาศแต่งงานกับเธอ วันนั้นมีนาจะต้องเป็นคนร้องไห้เสียใจ

     “ภาพแค่นี้ ยายปีศาจมีนามันจะเชื่อหรือหนูเมย์” กานพลูยังถามต่ออย่างสงสัย ภาพที่อาจจะใช้เทคนิคตัดต่อเอาก็ได้ แค่นี้เป็นเธอก็ไม่เชื่อหรอกนะว่าพี่บีจะคิดจริงจังกับศรีอัปสร ในเมื่อพี่บีเองก็มีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตั้งหลายคน แต่ล่ะคนก็สวยๆ ทั้งนั้น

     “เอาน่ากานแกเชื่อมือฉันเถอะ แกรอดูมีนาวิ่งพล่านไปที่คอนโดวันอาทิตย์นี้ล่ะกัน”

เมษายิ้มตาเป็นประกาย เพราะสมใจที่หาทางเอาคืนมีนาได้ เธอลืมคิดไปว่า ถ้าเบนนิโต้จับได้ เธออาจจะต้องเจ็บกว่าที่มีนาเจ็บเป็นร้อยเท่าพันเท่า

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha