เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่ 6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

6

     เบนนิโต้ยิ้มตาวาวจ้า เมื่อลูกน้องของคาร์เมนที่เฝ้าอยู่หน้าบ้านของกานพลูโทรมารายงานว่าต้นรักษ์ได้หิ้วกระเป๋าออกไปจากบ้านตั้งแต่ไม่ทันพระอาทิตย์จะขึ้นแตะที่ขอบฟ้า เมื่อวานหลังจากที่คาร์เมนกลับมาพร้อมกับแผนที่บ้านของเมษา พร้อมทั้งบอกว่าให้คนเฝ้าดูหญิงใจร้ายสองคนนั้นไว้แล้ว

     แผนการทุกอย่างไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่เบนนิโต้และคาร์เมนจะไปจัดการเมษาและกานพลู เขาก็ต้องรีบไปจัดการปัญหาที่โรงแรมฟ้าดาราก่อน เมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องว่าภายในโรงแรมเกิดเรื่องขึ้นมีเรื่องชกต่อยกันของพนักงาน เขาคงจะไม่เข้าไปดูเอง ถ้าหากคนที่มีเรื่องอยู่นั้นไม่เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยว่าทุจริตยักยอกเงินของบริษัทไป

     แล้วยังมีลูกค้าวีไอพีที่เช็คเอ้าค์กะทันหันโดยไม่บอกสาเหตุและแจ้งต้องการจะพบผู้จัดการใหญ่ จนเขาและคาร์เมนต้องเข้าไปสะสางจัดการเรื่องราวทุกอย่างเอง ซึ่งกว่าจะจัดการเรื่องราวทุกอย่างได้เสร็จก็ปากไปเกือบเที่ยงคืนถึงได้มาจัดการยายตัวร้ายอย่างเมษาให้ได้รับโทษอย่างสาสม!

     อ็อด อ็อด  

เสียงกริ่งประตูบ้านกานพลูดังขึ้นกลางดึกจนสองสาวต้องหันมองหน้ากันด้วยความสงสัย

“ใครมากดประตูบ้านแกดึกๆ แบบนี้นะกาน” เมษาถามขึ้น เธอและกานพลูยังไม่นอน เพราะถ่างตาดูหนังเกาหลีที่กานพลูยืมมาอีกครั้งหลังจากที่มั่วยุ่งๆ จนไม่ได้ดูกันอาทิตย์ก่อน

พี่ต้นหรือเปล่ากาน” 

     “ไม่น่าจะใช่นะหนูเมย์ เพราะพี่ต้นมีกุญแจบ้าน”

     “งั้นใครกันที่มากดอ็อดเล่นดึกๆ แบบนี้ ผีหรือเปล่าแก ฉันกลัวนะโว้ย” เมษาตัวสั่น ในมโนสำนึกหวนนึกถึงคำขู่ของเบนนิโต้ขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะสะบัดอย่างไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ตอนนี้ชายหนุ่มคงจะอยู่ปลอบใจยายปีศาจมีนาที่บ้านมากกว่าที่จะมาหาเรื่องกับเธอและกานพลู

      “จะบ้าหรือไงหนูเมย์ บ้านฉันไม่มีผีย่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ใครมาหาดึกๆ ดื่นแบบนี้ เราลองลงไปดูกันหน่อยไหม เผื่อว่าเป็นพี่ต้นจริงๆ พี่แกอาจจะลืมกุญแจบ้านก็ได้” กานพลูชวน แต่เมษาสั่นศีรษะและถอยหนี

     “ไม่เอาฉันกลัว” เมษาเอื้อมมือไปหยิบหมอนบนหัวเตียงมากอดแนบอก

     “นึกว่าแกกลัวเป็นคนเดียวหรือหนูเมย์ ฉันก็กลัวเหมือนกันนะเฟ้ย แต่ถ้าเราไม่ลงไปดู มันก็จะกดอยู่นั่นแหละ เห็นหรือเปล่าว่ามันกดอีกแล้ว” กานพลูให้เหตุผล พลางยกมือปิดหูกับเสียงอ็อดที่ดังติดๆ กันหลายครั้งจนเริ่มจะรำคาญ

     “ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

     “ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก

     “นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ

     “ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง

เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”

เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”

กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ

มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน

     “แกก็เหมือนกัน”

สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืนอยู่หน้าประตู ถึงแม้จะอยู่ในความมืดของราตรีที่แม้จะมีแสงสว่างจากไฟฟ้าและดวงดาวเบื้องบนอยู่เพียงเล็กน้อยซึ่งมันทำให้เธอทั้งคู่รู้สึกเหมือนกันว่าใบหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนเรียบเฉยแต่แววตาเป็นประกายโกรธเกรี้ยวและน่ากลัว

     “พี่บี คาร์เมน” เมษาเอ่ยทักเบนนิโต้มือก็ดึงรั้งกานพลูให้รีบถอยห่างจากประตูรั้วอย่างเร็ว

     “คุณเบนนิโต้” กานพลูร้องเรียกอย่างตกใจมือและเท้าเย็นเฉียบยังจำสีใบหน้าโกรธเกรี้ยวที่เธอและเมษาทำร้ายมีนาของคนตรงหน้าได้ติดตา

“คุณมาทำอะไรบ้านกานดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ไม่หลับไม่นอนกันหรือไง” กานพลูทำใจกล้า ถามออกไปเสียงสั่น สองขาก็ถอยหลังตามเมษาติดๆ

     “เปิดประตูบ้านให้ฉันหน่อยซิเมษา ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอและเพื่อนของเธอนิดหน่อย” เบนนิโต้ยืนยกมือกอดอก เท้าสองข้างยืนห่างกันเล็กน้อย สายตามองไปที่เมษา ยิ้มจนตาวาวในความมืดของราตรี

     “ถ้าพี่บีจะคุยกับน้องเมย์ ขอเป็นพรุ่งนี้นะคะ นี่มันก็ดึกมากแล้วน้องเมย์กับเพื่อนง่วง เราสองคนจะนอนแล้ว”

เมษารีบดึงตัวกานพลูเข้ามาใกล้ ทำไมตอนนี้เธอถึงรู้สึกเหมือนว่าระยะทางจากประตูหน้าบ้านไปถึงประตูเข้าบ้านมันไกลเหลือเกิน ถอยเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงสักที

เมษามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวั่นๆ ประตูบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก เพียงแค่หนึ่งเมตรกว่าๆ เท่านั้นเอง ถ้าเบนนิโต้จะกระโดดข้ามมาก็ทำได้ง่ายมากอยู่แล้ว

     “จะเปิดให้เข้าไปดีๆ หรือให้ฉันใช้กำลังล่ะเมษา” เบนนิโต้ข่มขู่ สองมือจับประตูรั้วไว้อย่างมั่น ให้หญิงสาวรู้ว่าคนอย่างเขาพูดจริงเพียงไหน

     “กานวิ่งเร็ว” เมษาหันหลังและกระชากร่างแขนของกานพลูให้วิ่งเข้าบ้าน แต่ไปได้เพียงสามก้าวเท่านั้นแขนเรียวก็ถูกกระชากจากทางด้านหลังจนเจ็บแปลบ

     “โอ๊ย!”

     “จะรีบไปไหนละเมษา” เบนนิโต้ถามอย่างชอบใจที่เห็นความหวาดกลัวของแม่สาวร้ายอย่างเมษาและกานพลู

     เมษาหลับตาปี๋ มือก็กวัดแกว่งไม้เบสบอลไปอย่างไร้ทิศทาง “ปล่อยน้องเมย์นะพี่บี บอกให้คาร์เมนปล่อยเพื่อนน้องเมย์ด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราสองคนจะร้องเรียกให้คนแถวนี้ช่วย”

เมษาข่มขู่เบนนิโต้ ขณะมองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง กานพลูกำลังใช้มือทุบตีคาร์เมนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่กลับถูกชายหนุ่มจับเอามือไพล่หลัง มืออีกข้างปิดปากไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา สำหรับเธอแทนที่เบนนิโต้จะทำตามคำขู่ ชายหนุ่มกลับจับไม้เบสบอลออกจากมือโยนทิ้งไปข้างทาง

“ร้องซิเมษา ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน เธอจะทำได้ไหม” เบนนิโต้ท้าทายที่เพียงเมษาอ้าปาก เขาก็รีบยกมือปิดปาก ก่อนจะหัวเราะ “ไหนว่าเก่งนักเก่งหนาไงเมษา แต่ทำได้แค่นี้เองเหรอ”

“อื้อ...อื้อ...” เมษาพยายามบอกให้เบนนิโต้ปล่อยตน เท้าที่ว่างอยู่กระทืบลงไปบนเท้าใหญ่แต่ชายหนุ่มก็รู้ทันรีบดึงหนีแล้วยังจะรัดกายอรชรไปแนบชิด

“อย่าพยายามให้เหนื่อยเปล่าเลยเมษา เธอจะต้องถูกลงโทษที่กล้าทำร้ายคนที่ฉันรัก!

เมษาหูอื้อ ในสมองเหมือนมีประจุไฟลั่นเปรี๊ยะ โทสะที่มีทำให้เธอพยายามทำทุกทางเพื่อให้หลุดจากคีมเหล็กที่รัดกายอยู่

“โอ๊ย! ยายบ้านี่” เบนนิโต้สบถ เมื่อเมษากระแทกศีรษะเข้ากับอกจนเขาเผลอปล่อยมือจากปากอิ่มจึงถูกเธอกัดเอา

“เป็นหมาหรือไงฮึ...คาร์เมนนำตัวเพื่อนรักผู้ร่วมก่อการของเมษาไปขึ้นรถก่อนเลย ฉันขอจัดการทางนี้ก่อน อ้อ...ให้คนของเราปิดบ้านนี้ให้เรียบร้อยด้วย...มานี่เลยยายตัวแสบ”

เบนนิโต้ลากตัวเมษาที่ดิ้นรนขัดขืนจนเขาทนไม่ไหว ฝาดมือลงไปบนสะโพกกลมกลึงแรงๆ เขายังถามเธอเสียงแข็งกร้าว

     “จำได้ไหมเมษา ที่ฉันบอกไว้ เรื่องที่เธอทำร้ายมีนายังไม่จบ ตอนนี้ฉันจะทำให้เธอได้รับโทษทัณฑ์ที่ทำร้ายคนที่ฉันรักอย่างสาสม โชคดีที่ฉันตามไปได้ทัน ไม่อย่างนั้นมีนาคงจะต้องเสียใจเพราะการกระทำของเธอและฉันคงจะเป็นฆาตกรฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นรวมไปถึงเธอด้วย!

เบนนิโต้พูดเสียงเข้ม ความโกรธยังกรุ่นยังวิ่งพล่านในใจ ภาพที่เขาเห็นมีนานอนสลบอยู่บนเตียงนอนวันนั้นยังติดตาอยู่ ภาพที่ไอ้บ้านั่นกำลังกอดจูบแฟนเขาตอนที่ไม่มีสติยังทิ่มแทงใจ ไหนจะภาพจากกล้องถ่ายรูปที่บันทึกเอาไว้อีกล่ะ ทำเอาเขาแทบจะบ้าตาย 

     เมษากัดปากข่มความเจ็บที่สะโพก “พี่บีจะทำอะไรน้องเมย์ก็ได้ แต่ปล่อยเพื่อนน้องเมย์ไปได้ไหม”

เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้

     “เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง

     “โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้น

เบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า

     “ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ

เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”

“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายหนุ่มบิดแขนเรียวยาวไพล่หลังโดยง่าย  

“กว่าจะถึงวันนั้น ฉันว่าตอนนี้เธอเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ เสร็จจากนี้แล้วฉันจะหางทางให้คุณมงคลเตะโด่งเธอไปไกลๆ ที่จะไม่ต้องเสนอหน้ามาให้ฉันหรือมีนาเห็นได้อีกตลอดชีวิต” เบนนิโต้ดึงเข็มขัดมามัดมือเมษาและหิ้วร่างหญิงสาวไปโยนบนบนเบาะอย่างแรงจนหลังกระแทกกับผนังด้านข้างของรถ

“ค่ะ น้องเมย์จะจดจำเรื่องราวในวันนี้ไว้ไม่ลืมเลยคะ เมื่อถึงวันนั้นจะได้ทำตัวหายสาบสูญ ไม่ให้พี่บีหาตัวเจอแน่นอน” เมษาเอ่ยเสียงสั่นพร่า เธอไม่ได้ท้าทาย แต่ถ้ามีวันหนึ่งเขาสำนึกผิดที่ทำร้ายเธอ จะทำให้เขาได้ลิ้มรสความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่เขาได้ทำกับเธอไว้

ขอบตาเมษาร้อนผ่าว ตอนนี้เธอควรจะหักห้ามใจ เอาหัวใจที่มอบให้เขากลับคืนมาเสียที ก็แค่อกหักเล็กน้อย ไม่นานก็หายได้ ร่องรอยบาดแผลที่มี เก็บเอาไว้เตือนสติตัวเอง

นั่งให้มันดีๆ หน่อยซิเมษา เธอไม่ใช่เจ้าหญิงที่ฉันจะต้องคอยบริการเอาอกเอาใจนะ” เบนนิโต้ผลักตัวเมษาออกจากที่นั่งจนเธอทรุดกองกับพื้นรถก้าวตามขึ้นไปปิดประตูดังปังใหญ่เป็นสัญญาณบอกให้คนขับรถพารถออกจากบ้านกานพลูไปยังที่หมายทันที

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha